จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 38 : ซุ่มโจมตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

                    อิงเป่ยนั่งบนกิ่งไม้ไม่ไกลจากค่ายทหารมากนัก รอเวลาให้มืดค่ำกว่านี้หน่อยจะเริ่มลงมือตามที่คิดเอาไว้ 
               แสงสว่างจากกองไฟที่อยู่หน้ากระโจมถึงจะช่วยให้มองเห็นทุกอย่างตรงหน้าได้แต่มันก็ทำให้มองที่มืดไม่ค่อยเห็น เพราะถ้าด้านหน้าสว่างมากจะทำให้ตาเราปรับสภาพไม่ทันเมื่อมองไปยังที่มืดๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่อิงเป่ยจะใช้ความได้เปรียบตรงนี้แอบโจมตี โดยที่ทหารคนอื่นๆมองไม่เห็น
               ทหารก็แบ่งกันทำตามหน้าที่ เดินลาดตะเวนไปรอบๆค่ายพัก และทำการเปลี่ยนผลัดกันไปเรื่อยๆเพื่อให้ทหารได้พักผ่อนบ้าง
อิงเป่ยนั่งรอบนกิ่งต้นไม้อย่างใจเย็น รอเวลาที่จะลงมือสังหาร 
กระโจมแต่ละที่จะห่างกันพอประมาณ หน้าทางเข้ากระโจมจะมีทหารยืน2คนซ้ายขวา เพื่อรักษาความปลอดภัยให้
อิงเป่ยกวาดตามองทหารที่กำลังเดินลาดตะเวนอยู่รอบนอกเมื่อเดินผ่านต้นไม้ที่อิงเป่ยหลบอยู่ไปไม่ไกล 
               ฟุบ!!อิงเป่ยหายไปจากกิ่งไม้ไปปรากฎด้านหลังทหารคนสุดท้ายแล้วใช้มืออ้อมไปปิดปากเอาไว้ !!ควับ!! ฉึบ!! พร้อมกับเชือดคอทหารคนนั้นตายทันที แล้วค่อยๆลากศพเข้าไปไว้ในพุ่มไว้ข้างๆ ฟุบ!! อิงเป่ยหายไปแล้วโยนก้อนหินไปพุ่มไม้ช้างๆทหารลาดตะเวน แคร๊กๆ! เมื่อทหารได้ยินก็หันไปทางเสียงนั้น
               ควับ! "เสียงอะไร ดังมาจากทางนั้น" 
               "เจ้าลองเข้าไปดูสิว่ามันคืออะไรกันแน่"
               "เจ้าก็เข้าไปเองสิ จะมาบอกข้าทำไม"
               "มาเดี๋ยวข้าเข้าไปดูเอง พวกเจารอข้าตรงนี้ล่ะ"
               เมื่อเดินมาถึงจุดที่เกิดเสียงดังทหารคนนั้นก็ล้มฟุบลงกับพื้น เพราะด้านหน้ามันมืดจึงไม่รู้ว่ามีใครอยู่หรือไหม ทหารที่ยืนรออยู่ข้างหลังก็นึกว่าทหารคนนั้นแกล้งจึงพากันหัวเราะ
               "5555!!! เจ้านั่นมันทำได้เหมือนจริงๆเลย เวลาแบบนี้ยังจะมาแกล้งเล่นพิเรนอีก"
               เมื่อสังหารเสร็จก็หายตัวไปยืนข้างๆทหารทั้ง2 แล้วใช้ดาบเทพมารตวัดตัดคอทั้ง2ในเวลาเพียงเสี้ยววิเท่านั้น ฉับ!! ฉับ!! ทั้ง2ตายแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ร่างทหารทั้ง2 ไหวเอนไปมาก่อนจะล้มลงกับพื้น หัวกระเด็นออกจากตัว เลือดฉีดพุ่งไปทั่วร่างกายชักกระตุกเป็นจังหวะแล้วแน่นิงไป 
               อิงเป่ยเรียกงูสายรุ้งออกมา แล้วสั่งให้มันไปลอบโจมตีทหาร ซึ่งเหมาะมากกับสถานะการณ์แบบนี้ งูสายรุ้งค่อยๆเลื้อยหายไปในความมืด แล้วเริ่มจู่โจมทหารที่นอนพักผ่อนตามพื้นและใต้ต้นไม้ที่อยู่รอบนอก ด้วยการพ่นเข็มพิษไปโจมตี  เมื่อเข็มพิษพุ่งเข้าไปปักที่ร่างกายพิษอันรุนแรงก็ดับชีวิตทหารคนนั้นทั้งๆที่ยังนอนหลับอยู่ นับว่าเป็นการสังหารที่เลือดเย็นมากๆ
                    อิงเป่ยก็ยังรอดักฆ่าทหารลาดตะเวนชุดแล้วชุดเล่า จนทหารที่รอเปลี่ยนผลัดเดินลาดตะเวนเริ่มสงสัยว่าทำไมถึงยังไม่มาเปลี่ยนผลัดซะที
               "นี่มันก็นานมากแล้วนะทำไม ไม่มีใครมาเปลี่ยนผลัดเลยล่ะ หรือว่าพวกนั้นจะลืมเวลากัน"
จากนั้นก็มีทหารลาดตะเวนเดินผ่านมาพอดี จึงได้ร้องตะโกนเรียก
               "นี่พวกเจ้ามาเปลี่ยนผลัดกับพวกข้าสินะ ข้ารอนานมากแล้วด้วยกว่าจะมากันซะที"
               "เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะ ข้าต่างหากล่ะที่รอพวกเจ้ามาเปลี่ยน แต่รออยู่นานไม่มาซะทีเลยกำลังจะเดินกับไปที่ค่าย"
               "หืม...ไม่ใช่พวกเจ้าหรอกรึ! นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ!"
               "พวกเรากลับไปที่ค่ายกันก่อนดีกว่า รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นกับทหารลาดตะเวนแล้วล่ะ"
               ทหารลาดตะเวนทั้ง2กลุ่มเดินมุ่งหน้ากลับไปยังค่ายทหาร แต่ระหว่างทางกับถูกดักซุ่มโจมตีโดยอิงเป่ยทีละคน ทีละคน 
               เพราะมัวแต่รีบเดินกลับไปที่ค่ายจึงไม่ได้สังเกตุว่าเพื่อนตัวเองหายไป กว่าจะรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเองโดนของบางอย่างแทงจากด้านหลังทะลุหัวใจเสียแล้ว ก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาก็โดนตัดคอซะก่อน
"การลอบโจมตีครั้งนี้คงจะทำให้กองกำลังอกสั่นขวัญหายแน่นอน" หึหึ อิงเป่ยบ่นพึมพำกับเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ
                    อิงเป่ยทำการเรียกงูสายรุ้งกับเข้าหนังสือก่อนจะพักผ่อนบนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ รอดูเรื่องวุ่นวายที่จะเกิดในค่ายแห่งนี้
รุ่งเช้ามาเยือน
               ทหารที่ลาดตะเวนไม่มีใครกลับมาเลยหลังจากที่เดินไปเปลี่ยนผลัดกับทหารก่อนหน้า จนได้เวลาเรียกรวมกำลังยามเช้าอีกครั้ง
               "แม่ทัพแต่ละหน่วยเรียกรวมกำลังพลของหน่วยตนเดี๋ยวนี้"
               "ขอรับ องครักษ์เว่ยฉี "
               สิ่งที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อมีทหารที่ทำการพักผ่อนอยู่รอบนอกของกระโจมมาแจ้งว่ามีทหารนอนตายกันจำนวนมาก ตามร่างกายไม่พบบาดแผล พบเพียงจุดเล็กๆคล้ายแมลงกัดเท่านั้นจึงไม่ได้เอ่ะใจอะไร จึงได้ทำการตรวจสอบก็พบว่าทหารเหล่านี้ ตายเพราะโดนพิษร้ายแรง พิษนี้รุนแรงถึงขั้นฆ่าคนได้ฉับพลัน 
               การตายของทหารเหล่านี้เหมือนคนนอนหลับพักผ่อนปกติ และยังหาตัวต้นเหตุที่ทหารเหล่านี้โดนพิษไม่ได้ จึงคาดเดาว่าอาจจะมีสัตว์อันตรายร้ายแรงบางอย่างเข้ามาทำร้าย จึงได้ให้ตรวจสอบบริเวณรอบๆค่าย จนกระทั่งไปพบรอยเลือดเข้า
               "หืม..นี่มันรอยเลือดนิ พวกเจ้ารีบตรวจสอบบริเวณนี้ให้ทั่ว พบเห็นอะไรผิดปกติก็ให้รีบมารายงานข้า เข้าใจไหม แยกย้ายไปได้"
               เมื่อได้รับคำสั่งก็รีบออกตรวจค้นทันที และได้พบกับรอยเลือดรอบๆบริเวณด้านนอกนอกค่ายหลายแห่ง
               "ท่านแม่ทัพพวกข้าพบรอยเลือดบริเวณรอบนอกค่ายหลายแห่ง ตอนนี้กำลังตรวจค้นอยู่ ขอรับ"
               "พาข้าไปดูเร็วเข้า "
               "นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มีอะไรมาโจมตีทหารลาดตะเวนกัน"
เมื่อมาถึงก็พบรอยเลือดตามพื้น บางรอยกระจายเป็นวงกว้างและยอดเป็นทาง
จนได้ยินเสียง
               "ท่านแม่ทัพ พวกข้าเจอศพของทหารลาดตะเวนแล้ว ขอรับ"
               "ไหนพาข้าไปดูซิ เร็วๆเข้า"
               สภาพศพของทหารนั้นไร้หัว ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อแม่ทัพมองดูศพทหารก็คิดได้เพียงอย่างเดียวว่านี่เป็นการสังหารจากบุคคลแน่นอน
               "พวกเจ้าค้นให้ทั่ว ข้าจะไปปรึกษากับฝ่าบาทและองครักษ์ก่อน"
               เมื่อแม่ทัพเดินมาถึงหน้ากระโจมก็รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้องครักษ์เว่ยฉีฟัง
               "เจ้าว่ายังไงนะ ทหารลาดตะเวนถูกสังหารรึ"
               "ใช่แล้ว ท่านเว่ยฉี แถมยังถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมอีกด้วย"
               "ท่านเว่ยฉี มีทหารนอนตายรอบค่าย ซึ่งถูกพิษโดยไม่ทราบสาเหตุ"
               "ทางนั้นก็ด้วยรึ นี่มันยังไงกันแน่ ทั้งถูกสังหาร  นี่ยังถูกพิษอีก "
               "ข้าว่ามีคนมาลอบสังหารเป็นแน่ เพราะทหารลาดตะเวนโดนสังหารในดาบเดียว แถมยังลอบวางยาพิษได้แนบเนียนขนาดนี้ ต้องเป็ยอดฝีมือแน่นอน"
               เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ถึงกับทำให้หนาวเย็นไปถึงจิตใจ แม้แต่เสียงก็ยังไม่ได้ยินทำให้เกิดความกลัวขึ้นมาเล็กๆ 
               "เจ้าไปตรวจเช็คจำนวนทหารดูซิ มีจำนวนเท่าไหร่ที่โดนสังหารไป แล้วมารายงานข้า" 
               "ฝ่าบาทข้ามีเรื่องมามากราบทูลให้ทราบพะย่ะค่ะ" 
               "เจ้ามีอะไรก็ว่ามา" 
               "เมื่อคืนนี้ทหารของเราโดนลอบสังหารโดยยอดฝีมือ พะยะค่ะ"
               "เจ้าว่าอย่างไรนะ! มีคนมาลอบสังหารคนของข้าอย่างนั้นรึ จะเป็นไปได้ยังไงกันเล่า เจ้าลองให้คนไปถามแคว้นทั้ง2ดูสิว่า เป็นเหมือนเรารึเปล่า
               "ทราบแล้วพะยะค่ะ"
               เมื่อได้รับคำสั่งก็ได้ออกไปนอกกระโจมสั่งให้แม่ทัพไปถามเหตุการณ์ทันที     ฝ่าบาทแคว้นมังกรฟ้าถึงกับหน้าเคร่งขรึม วิตกกังวลจนนั่งไม่ติดเดินไปเดินมาอยู่ภายในกระโจม







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #849 The Darkness (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 02:41
    น่าจะฆ่าคนทั้งสองเเคว้นอีกเเคว้นไม่ต้องทำไรมัน ไหมันตีกันเอง 5555+
    #849
    0
  2. #628 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:47
    เป่ยเป็นโจรค่ะ ไม่ใช่นักล่าสมบัติ แต่นักฆ่านี่ก็เข้าท่านะ มันก็จะโหดหน่อยๆ
    #628
    0
  3. #187 makone (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 16:19
    อิงเป่ยเป็นนักสำรวจสมบัติหรือนักฆ่ากันเนี่ย ฆ่าปาดคอในเสี้ยววินาทีเลย โอ้อออออออ
    #187
    0
  4. #186 Looney00 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 05:06
    อิงเป่ยโหดอ่ะฆ่าปาดคอเลย555
    #186
    0
  5. #185 defy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 22:09
    ขอบคุณครับ
    #185
    0
  6. #184 joelamtan (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 16:49
    ขอบคุณครับ
    #184
    0
  7. #183 inasba (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 16:03
    ขอบคุณครับ
    #183
    0