จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 37 : ความเคลื่อนไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    29 มิ.ย. 60

                    หลังจากเปิดสำนักผ่านมาได้2วัน ตรงบริเวณลานกว้างขนาดใหญ่ด้านหน้าตึกสำนัก ได้มีการฝึกซ้อมการออกกระบวนท่าพื้นฐานสำหรับผู้เข้าใหม่ และได้รับการฝึกฝนจากเหล่าผู้อาวุโสทุกคน
อิงเป่ยได้นำผลึกพลังวิญญาณออกมา เตรียมที่จะสกัดกลั่นให้เป็นเม็ดยา
จึงนำเตาออกมาวางบนโต๊ะ แล้วนำผลึกพลังวิญญาณมังกร ใส่ลงไปแล้วทำการหลอมสกัดผลึกพลังวิญญาณให้หลอมละลายด้วยพลังปราณ
               ผ่านไป2ชั่วยาม อิงเป่ยสกัดไปได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น นับว่าใช้เวลานานกว่าสกัดเม็ดยาหลายเท่านัก  เหงื่อเริ่มผุดออกมาทีละน้อยๆ จนผ่านไปอีก2ชั่วยาม ตอนนี้ผลึกพลังวิญญาณมังกรได้หลอมละลายจนหมดสิ้นแล้ว ตอนนี้ก็จะทำการบีบอัดให้เป็นเม็ดยา ร่างของอิงเป่ยเต็มไปด้วยเหงื่อ
ไหลเปียกโชกไปทั้งตัว ในการบีบสกัดให้เป็นเม็ดขั้นตอนท้ายนี่ ต้องใช้ความพยายามสูงกว่าครั้งไหนๆ อิงเป่ยค่อยๆบีบที่ละเล็กที่ละน้อยจนเริ่มเป็นก้อน
กลมๆสีดำแดงพลังวิญญาณที่อัดแน่นอยู่ในเม็ดยานั้นหนาแน่นจนไม่อาจจะประเมินได้
               เพราะมังกรเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ผลึกพลังวิญญาณจึงเป็นสิ่งที่พิเศษอย่างมาก การที่จะนำมาสกัดกลั่นให้เป็นเม็ดยานั้น เป็นเรื่องอันตราย เพราะหากผิดพลาดแม้แต่น้อยพลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ระเบิดขึ้นมาความตายก็ปรากฎเป็นแน่แท้ แต่เพราะอิงเป่ยเป็นคนชอบความท้าทายจึงกล้าที่จะสกัดมัน 
               ในที่สุดการสกัดกลั่นผลึกพลังวิญญาณก็สิ้นสุดลง ความเหนื่อยล้าจากการสกัดทำให้อิงเป่ยหน้าซีด เหงื่อไหลท่วมตัว มือไม้อ่อนแรง ทรุดลงข้างเตาสกัดเม็ดยา นอนหายใจถี่รัวๆ เพราะใช้พลังปราณไปมากจนถึงขีดจำกัด
          "แฮกๆ! แฮกๆ! ฟู่!!" อิงเป่ยเป่าลมออกจากปาก 
          "ถ้าเป็นเม็ดยาระดับตำนานข้าคงจะสกัดไปได้หลายชุดแล้ว และก็ไม่เหนื่อยขนาดนี้ด้วย และผลของเม็ดยานี่เป็นยังไงข้าก็ไม่รู้ แต่มันน่าจะทำให้ข้าแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน"
               อิงเป่ยยิ้มก่อนจะค่อยๆลุกเดินไปที่ห้องอาบน้ำที่สำนัก
           "ตั้งแต่สร้างเสร็จยังไม่เคยได้ลองใช้เลย ไปลองดูหน่อยดีกว่าว่าจะสมกับราคาที่สร้างไหม"
               อิงเป่ยเดินตามทางเรื่อยๆก็มีศิษย์ในสำนักหยุดทำความเคารพตลอดเส้นทาง ถึงแม้จะไม่ค่อยมีศิษย์คนไหนได้เจอก็ตาม เมื่อมาถึงห้องอาบน้ำอิงเป่ยเดินเปิดประตูเข้าไปถอดชุดพาดไว้ที่ฉากกันห้องน้ำ แล้วบิดเปิดให้น้ำไหลลงไปในอ่างน้ำจนถึงระดับที่ต้องการอิงเป่ยบิดปิดให้น้ำหยุดไหล แล้วก้าวเท้าลงไปในอ่างนั่งลงแช่น้ำอย่างสบายใจ อิงเป่ยรู้สึกเหมือนมันจะขาดอะไรไปซักอย่างก็คิดได้ว่าขาดอะไร
               "อืม..ใช่แล้ว ขาดสบู่นี่เอง แต่โลกนี่เขาใช้ดอกไม้โรยลงในอ่างก่อนลงแช่น้ำนิ สิ่งที่เราต้องการสามารถหาได้จากโลกนี่ก็คงจะเป็น ไขมันจากสัตว์ น้ำขี้เถ่า และดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม" 
อิงเป่ยหลับตาคิดจนเผลอหลับไป ผ่านไปครึ่งชั่วยาม อิงเป่ยก็ลืมตาขึ้น
            "ข้าเผลอหลับไปอีกแล้วสินะ ช่วงนี้คงต้องลดการทำงานลงอีกหน่อยก็คงดี สดชื่นจริงๆได้แช่น้ำแบบนี้มีความสุขสุดๆทั้งๆที่หลับก็ตามทีเถอะ 555!"
อิงเป่ยเช็ดตัวก่อนจะสวมชุดใหม่สีฟ้าครามเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ ก็มาเจอเข้ากับประมุขหยางที่ดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
               "ท่านมีอะไรไม่สบายใจอย่างนั้นรึ ถึงได้ดูเคร่งเครียดแบบนี้ ข้าแนะนำให้ท่านลองไปแช่น้ำดูซักหน่อยไหม"
               "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน ทางราชวงศ์ส่งคนมาบอกข้าว่า ตอนนี้ทั้ง3แคว้นได้เริ่มเคลื่อนไหวกันแล้วนะ"
               อิงเป่ยไม่อยากจะเชื่อว่าทั้ง3จะตัดสินใจเร็วขนาดนี้
               "ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ ที่ทั้ง3จะเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้"
               "อืม ข้าก็คิดอย่างนั้น แล้วอะไรกันที่ทำให้ทั้ง3แคว้น เริ่มเคลื่อนไหว"
               "ถ้าหากว่าข้าคิดไม่ผิดคงเพราะกลัวว่าเราจะแข็งแกร่งขึ้นจนไม่อาจที่จะต่อกรกับเราได้ จึงตัดสินใจโจมตีตอนที่เรายังอ่อนแออยู่"
               "แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ถ้ามองดูกำลังพลแล้วเราเสียเปรียบอย่างมากเลยทีเดียว"
               "อืม..เดี๋ยวข้าจะไปสำรวจกองกำลังพวกนั้นซะหน่อย ข้าอยากให้ท่านไปพบฝ่าบาทแล้วบอกว่าให้เตรียมกำลังพลให้พร้อม"
               "ได้ เอาตามที่เจ้าบอกก็แล้วกัน"
               "นี่ท่านประมุขท่านพอจะรู้จักช่างฝีมือในการสร้างชุดเกราะหรือเปล่า"
               "หืม..ช่างทำชุดเกราะอย่างนั้นรึ"
               "ก็รู้จักอยู่หลายคน แล้วเจ้าจะตามทำไมล่ะ"
               "ข้าได้วัตถุดิบในการสร้างเกราะอย่างดีมาตอนไปป่าอสูรเขาเขียวมาน่ะ"
               "เจ้าไปพบเหล็กดีๆมาอีกแล้วอย่างนั้นหรอ ข้าขอดูหน่อย"
อิงเป่ยหยิบเกล็ดมังกรขนาดเท่าฝ่ามือออกมายื่นให้ประมุขดู
               จากนั้นก็ได้ยินเสียง "ฟุบ! ตุบ!!" เพียงแค่เห็นแว๊บแรกประมุขหยางก็มือไม้อ่อน ขาสั่นๆพับๆ ทรุดลงเข่ากระแทกพื้นทันที แต่ก็ยังคงรักษาสติไว้ได้
               "นี่ๆๆมัน...เกล็ดมังกร..รร เจ้าๆๆไปพบมันได้ยังไงกัน"
               "เอ่อ..ข้าไปเดินเล่นแล้วเจอโดยบังเอิญน่ะ"
ประมุขหยาง..............!
               "ท่านไม่ต้องสนใจหรอกว่าข้าได้มันมายังไง ข้าอยากให้ท่านนำเกล็ดมังกรเหล่านี้ไปสร้างเป็นชุดเกราะมาไว้ให้ตระกูลท่านได้ใช้ป้องกันตัว"
               อิงเป่ยยื่นแหวนมิติให้ประมุขหยางไปซึ่งข้างในแหวนมีเกล็ดมังกรประมาณ150เกล็ด
"เจ้าอย่าบอกนะว่า......"ประมุขหยางพูดยังไม่จบอิงเป่ยก็เดินจากไปแล้ว 
               
               ภายในป่า มีกองกำลังมากมาย กำลังสร้างกระโจมขึ้นมาใช้สำหรับพักผ่อน เตรียมพร้อมสำหรับทำสงครามกับแคว้นพยัคฆ์เมฆา ทั้ง3ได้เดินทางมาจากแต่ละแคว้นเพื่อมาจุดนัดพบ จากนั้นก็เริ่มประชุมกัน เพื่อรอเหล่าตระกูลที่จะมาเข้าร่วมในอีกไม่ช้า
               "นี่พวกเราจะเริ่มบุกทันทีเมื่อเหล่าตระกูลมาเลยดีไหม"
               "ใจเย็นๆก่อนเรายังไม่รู้เลยว่ากำลังพลฝั่งนั้นมากแค่ไหน พวกนั้นอาจจะมีกำลังเสริมอยู่ก็ได้"
               "อืม..อาจจะจริงอย่างที่ท่านว่า เอางี้ละกัน ส่งคนไปสืบข่าวอีกที่ก่อนดีไหม"
               "กันไว้ดีกว่าแก้ เดี๋ยวข้าส่งคนออกไปสืบดูละกัน"
               "ข้าหวังว่าพวกนั้นจะยังไม่รู้ตัวก่อนที่พวกเราจะโจมตีหรอกนะ"
               "เป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกนั้นจะรู้ถ้าไม่มีเห็นแล้วไปแจ้งเตือน แถวนี้มันเป็นป่าเขตของพวกเราจะมีใครกล้าเข้ามาล่ะ"
               "เจ้าอย่าคิดดูถูกพวกนั้นเด็ดขาดไม่เห็นตอนงานประลองรึไง ว่ามันแข็งแกร่งขนาดไหน"
               "มันคนเดียวจะสู้พวกเราหลายคนได้ไงล่ะเจ้าว่าอย่างนั้นไหม 5555!!"
               "ข้าว่าเจ้าอย่าประมาทดีกว่านะ มันจะทำให้เจ้าอายุสั้นรู้ไหม"
เมื่อได้ยินคำพูดที่จริงจังออกจากปากเพื่อนร่วมสงครามถึงกับเงียบลงทันที
                 "เอ่อ...ข้าลำพองไปหน่อยอย่าถือโทษกันเลยนะ"
                    "อืม..เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว"
               อิงเป่ยที่เดินออกจากท่านประมุขหยางฟงไปก็กลับไปที่ห้อง แล้วนำผ้าคลุมเงาภูติมาสวมใส่ ก่อนจะเดินออกจากห้อง พุ่งทะยานไปด้วยความเร็วมุ่งไปยังเขตแดนระหว่างแคว้นที่กองกำลังทั้ง 3 ได้มาตั้งกระโจมไว้พักกองกำลัง         
               อิงเป่ยรีบเดินจากประมุขมาโดยที่ลืมถามว่ามันอยู่ส่วนไหนของเขตแดน จึงต้องมาค้นหากองกำลังที่ว่านั่น ใช้เวลาอยู่หลายชั่วยามจนเริ่มจะมืดค่ำ 
               "นี่มันจะมืดค่ำแล้ว ข้าจะเอายังไงดีน๊า จะหยุดพักหรือว่าจะค้นหาต่ออีกซักหน่อย "
          แกร๊ก!!! อิงเป่ยหันไปทันที ก็พบกับทหาร 5คน กำลังเดินอยู่อีกฝากของเขตแดน จึงใช้พลังของผ้าคลุมในการซ่อนตัว แล้วแอบอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ
                    "นั่นมันทหาร แล้วมาทำไมแถวนี้ละ หรือว่าพวกนั้นมาเดินลาดตะเวน แสดงว่ากองกำลังพวกนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี่สินะ"
               อิงเป่ยยิ้มจ้องมองทหารพวกนั้นก่อนจะแอบสะกดรอยตามทหารเหล่านั้นไปเพื่อจะทำการอะไรซักอย่างเพื่อตัดกำลังทหารให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถือเป็นการป่วนกองกำลังทั้ง3แคว้นไปไหนตัว เมื่อมาถึงจุดที่พักกองกำลัง อิงเป่ยจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา แล้วพูดเบาๆกับตัวเองว่า
               "อยู่ดีๆไม่เอา อยากจะตายพร้อมกันนักใช่ไหม ข้าจะสนองให้เอง"







 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #627 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 14:43
    เผาทิ้งไปเลยค่ะ เป็นการข่มขวัญ รึจะแกล้งโปรยยาถ่าย หลอกผี เอาให้ขวัญกระเจิงไปเลย
    #627
    0
  2. #180 Looney00 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 04:53
    จัดการโปรยยาพิษเลย555
    #180
    0
  3. #178 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 23:01
    เกร็ดเท่าฝ่ามือ จะออกแบบชุดไงเนี้ย งง? แปะหัวนมอย่างละชุดหรอ ออกแบบยากนะเนี้ย 555+
    #178
    0
  4. #177 joelamtan (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 22:26
    ขอบคุณครับ
    #177
    0
  5. #176 defy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 20:59
    จัดไป อย่ามาเสียเที่ยว
    #176
    0
  6. #175 สายมุก (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 20:52
    วางยาถ่ายดีมั๊ย หึหึหึ
    #175
    0