จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 36 : สำนักเสี้ยวจันทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

               อิงเป่ยมุ่งหน้าไปทางป่าท้ายตระกูลหยาง เพื่อจะแวะผ่านไปดูว่า ท่านประมุขบุกเบิกทางไปถึงไหนแล้ว เมื่อเดินทางมาถึงก็พบกับขบวนรถม้าที่กำลังขนเหล็กดำทมิฬมุ่งกลับไปที่ตระกูลหยาง อิงเป่ยก็สามารถเดาได้แล้วว่าเส้นทางนั้นได้เสร็จแล้ว จึงได้มุ่งไปที่ห้องพักของตนทันที
               "เห้อ ในที่สุดข้าก็กลับมาถึงห้องซะที นั่งพักซักหน่อยก็แล้วกัน"
อี้หลิวเปิดประตูเข้ามาก็ตกใจ เล็กน้อย ไม่คิดว่าอิงเป่ยจะอยู่ที่ห้องนั่นเอง
          "อ๊ะ! คุณชายไปไหนมารึเจ้าค่ะ ข้ามาที่นี่หลายรอบแล้วแต่ไม่เจอ"
          "เอ่อ..ข้าไปเดินเล่นที่ป่าอสูรเขาเขียวมาน่ะ พึ่งจะมาถึงเมื่อกี้นี่เอง"
          "อย่างนั้นหรอเจ้าค่ะ ท่านประมุขกำลังตามหาท่านอยู่เลย บอกว่าให้ท่านไปพบที่เขตก่อสร้างสำนักเจ้าค่ะ" 
            "อืม..อย่างนั้นรึ เดี๋ยวข้าไปรอซักครู่"
อิงเป่ยนั่งจิบชาอยู่แปบนึงก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปเขตก่อสร้างสำนักเพื่อพบประมุขหยาง
          "ท่านประมุขท่านอยากพบข้ามีเรื่องอันใดจะคุยอย่างนั้นหรือ"
          "อีกไม่เกินอาทิตย์สำนักก็จะเสร็จแล้ว เจ้ามีอะไรจะต่อเติมอีกรึเปล่า" 
          "หึหึ! มีแน่นอน ตอนนี้ข้าให้นายช่างติดตั้งอยู่ ท่านจะไปดูกับข้าไหมล่ะ"
          "ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าให้ขนเหล็กดำทมิฬมาเยอะแยะจะเอาไปทำอะไรกันแน่"
          อิงเป่ยเดินพาประมุขหยางไปทางด้านหลังตึก ก็จะพบกับห้องอาบน้ำที่มีถังน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนแท่น 2ถัง ตั้งติดกันอยู่ แล้วมีท่อทั้งเล็กและใหญ่ต่อจากถังทั้ง2ลงมาด้านล่างทะลุกำแพงห้องเข้าไปเชื่อมต่อกับกระบะสีดำสี่เหลี่ยมและหนาพอสมควร 
          ประมุขหยาง งง เป็นอย่างมากจึงได้ถาม อิงเป่ยว่า
               "นี่เจ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่ ข้าดูไม่ออกเลยว่ามันคืออะไร "
               "เอ่อ...ก็นี่มันห้องอาบน้ำ แล้วท่านจะให้ข้าทำอะไรล่ะ "
               "ห้องอาบน้ำอันใดกัน ข้าไม่เคยเห็น"
               "ข้าพึ่งจะสร้างขึ้นท่านจะเคยเห็นได้ไงกันเล่า 5555!"
ประมุขหยาง........!
               "คารวะคุณชาย ข้าสร้างตามที่คุณชายบอกแล้ว คุณชายตรวจดูได้เลย ถ้าไม่เรียบร้อยจะทำการแก้ไขทันที"
อิงเป่ยกวาดสายตาพร้อมกับเดินดูก็พูดกับนายช่างว่า
               "อืม..ไม่มีอะไรต้องแก้หรอก นี่ดีแล้ว เจ้าก็สร้างของแบบเดิมขึ้นมาอีกก็แล้วกัน มันต้องติดตั้งอีกหลายที่น่ะ"
               "เข้าใจแล้ว คุณชาย"
ท่านประมุขท่านใช้แหล่งน้ำจากไหนกันล่ะ ท่านพาข้าไปดูทีสิ
          "แหล่งน้ำรึ ก็จากบ่อที่พวกข้าขุดยังไงล่ะ มันทำไมรึ"
          "ก็ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่จะขุดเจาะแหล่งน้ำขึ้นมาอีกน่ะ ใช้บริเวณแถวนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่"
               "นายช่างข้าจะให้นายช่างสร้างท่อยาวๆให้ข้าซัก2ท่อตอนนี้จะได้รึเปล่า ข้าจะใช้เจาะหาแหล่งน้ำใช้น่ะ"
               "ก็ได้อยู่ แต่มันใช้เวลานิดหน่อยนะขอรับ" 
               "เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ถ้าทำเสร็จแล้วก็แจ้งข้าละกัน"
               "เจ้าจะเจาะบ่อน้ำใหม่อย่างนั้นรึ ทำไมไม่ใช้บ่อที่มีอยู่แล้วล่ะ จะไปขุดเจาะให้ยุ่งยากทำไมกัน"
               "ข้าต้องการเนินที่มันสูงกว่าถัง 2 ใบนั่นนิดหน่อยน่ะ คงต้องเป็นเนินตีนเขาตรงนั้นน่าจะเหมาะสมแล้ว"
               อิงเป่ยชี้ไปทางเนินตีนเขาด้านหน้าของตน ประมุขหยางมองไปก็พบว่ามันสูงกว่าถัง2ใบนั่นจริงๆ ก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ รอดูผลงานทีเดียวเลยก็แล้วกัน
ผ่านไปอีก2วัน 
               ตอนนี้อิงเป่ยยืนดูทำเลอยู่ตรงเนินตีนเขา ท่อที่เขาสั่งทำก็เสร็จเรียบร้อย ท่อแต่ละอันนั้นสูงกว่าอิงเป่ย3เท่า เป็นท่อใหญ่ขนาด2มือโอบพอดี ท่อเล็ก ก็จะขนาดเล็กกว่า2ใน3ท่อใหญ่ 
               อิงเป่ยนำท่อขนาดใหญ่มา1ท่อจับตั้งฉากกับพื้นดินแล้วทำการส่งพลังปราณไปไว้ที่มือทั้ง 2 ข้างแล้วออกแรงกดท่อทันที ท่อค่อยๆหายลงไปในดินทีละคืบ ทีละคืบจนมาอยู่ในระดับเดียวกันกับอิงเป่ย อิงเป่ยบีบอัดพลังปราณไว้ที่ฝ่ามือ ยกขึ้นเหนือหัวแล้วฟาดลงไปที่ท่อนั้นอย่างรุนแรงทำให้เกิดแรงอัดมหาศาลผลักดันดินที่อยู่ในท่อพุ่งขึ้นมาพร้อมกับสายน้ำใสสะอาดสักพักสายน้ำที่พุ่งขึ้นมาก็หายไป อิงเป่ยยิ้มออกมาเล็กน้อย 
               ประมุขหยางก็ตกใจอยู่เหมือนแต่ก็เล็กน้อย ตอนนี้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับอิงเป่ยจะกลายเป็นความเคยชินจนเลิกแสดงอาการตกใจไปแล้ว 
               "ขอบคุณที่ทำให้ข้าเคยชินกับสิ่งแปลกใหม่ จนทำให้ข้ามีภูมิต้านทาน จนตายด้าน  ถึงแม้จะมีเรื่องแปลกๆที่ทำให้ข้าตกใจ ขอบคุณจริงๆ" ประมุขหยางฟงคิดในใจ

               "555! สำเร็จแล้ว นายช่างท่านช่วยสร้างท่อแบบนี้อีกได้ไหมข้าจะใช้เชื่อมต่อจากที่นี่ไปหาถังน้ำ 2 ใบนั่นน่ะ"
               "ขนาดไหนหรอครับคุณชาย" 
               "เอาเท่าท่อเล็กนี่ละกัน" 
               อิงเป่ยยื่นแบบจำลองที่ใช้แรงโยกให้นายช่างดูก่อนจะบอกว่า
               "นายช่างช่วยสร้างตามแบบนี่ให้ทีนะ ข้าจะเอามาทดลองใช้ดูก่อนว่ามันจะสามารถสูบน้ำได้หรือเปล่าวันหน้าข้าจะหาวิธีใหม่ๆมาใช้แทน"
               "ได้ขอรับ ข้าจะลองทำดู"
2วันผ่านไป
               อิงเป่ยได้นำที่สูบน้ำแบบใช้แรงคนในการโยกขึ้นลง โดยจะทำให้มีท่อน้ำไหลออกมาอยู่ระดับต่ำกว่าคันโยกที่อยู่ด้านบน โดยจะมีแท่งเหล็กแบนกลมขนาดเท่ากับท่อด้านในโดยมีเหล็กยึดติดเอาไว้จะต่ำกว่าทางน้ำไหลไม่เพื่อไม่ให้มันหลุดตอนโยกขึ้นโยกลง เมื่อเราทำการโยกขึ้นแท่งเหล็กแบนกลมจะถูกกดลงไปเมื่อโยกลงแผ่นเหล็กแบนกลมจะถูกดึงขึ้นมา ทำให้เกิดแรงอากาศดูดน้ำขึ้นมาด้วย จนขึ้นมาถึงระดับท่อที่น้ำจะไหลออกมา 
               อิงเป่ยเมื่อทำการติดตั้งแล้ว ก็ทดสอบดู ตอนโยกขึ้นลงแรกๆจะไม่มีน้ำออกมา พอผ่านไปแปบเดียวก็มีน้ำไหลออกมาให้เห็น
นายช่างกับท่านประมุขยืนอึ้งกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เกิดมาพึ่งจะเคยเห็นของแปลกๆแบบนี้ แถมยังใช้งานได้อีกด้วย
               "นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน ข้าก็พึ่งจะรู้นะว่าที่เจ้าทำมันแปลกๆแต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นความจริงที่มันทำให้น้ำไหลออกมาได้"
อิงเป่ยหัวเราะก่อนจะบอกว่า 
               "5555!! มันก็ยังดีกว่าที่พวกท่านจะมาใช้ถังไม้ตักน้ำแล้วหาบไปใช้ใช่ไหมล่ะ"
               จากนั้นอิงเป่ยก็นำท่อยาวที่เชื่อมต่อกับถังน้ำมาเชื่อมต่อกับที่สูบน้ำทันที  อิงเป่ยทำการโยกน้ำอยู่ซักพักก็หยุดลง ก่อนจะลงไปจับลูกบิดเพื่อเปิดดูว่าน้ำจะไหลมาที่อ่างอาบน้ำรึเปล่า เมื่อเห็นน้ำไหลมาอิงเป่ยยิ้มออกมาก่อนจะพูดว่า "ในที่สุดก็สำเร็จซะที"
               อิงเป่ยตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเย็นก็จะมาเติมแต่งสิ่งที่เขาอยากจะทำอยู่ทุกวัน จนถึงวันที่ทุกอย่างลงตัว สำนักก็สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว 
ห้องอาบน้ำก็เสร็จแล้ว แต่ที่กำลังสร้างนั้นคือ ห้องส้วม อิงเป่ยได้ให้นายช่างสร้างโถส้วมขึ้นโดยใช้หินภูเขามาทำ โดยมีแบบเป็นตัวอย่าง และก็สร้างข้างๆกับห้องอาบน้ำเลยจะได้สะดวกเวลาเข้า อิงเป่ยกลัวว่าจะไม่ทันเลยให้นายช่างไปหาลูกมือมาช่วยกันทำ และได้ขุดหลุมเก็บปฎิกูล เอาท่อเหล็กขนาดใหญ่มาก5ท่อมาวางลงในหลุมเพื่อกันดินพังทลายลงมาไว้ด้วย และก็ใช้เวลาเพียง2วันก็สร้างเสร็จ 
               ประมุขหยางได้ทำการประกาศวันเปิดสำนักในอีก5วัน ให้ทุกคนนำบุตรหลานมาลงทะเบียนเข้าสำนักไว้รอก่อนจะได้ไม่วุ่นวาย
อิงเป่ยได้ทำการปรับปรุงอยู่หลายวันตอนนี้ก็เสร็จซะที แต่ต้องมานั่งคิดชื่อสำนักอีก จึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหยางซุยหลิง และก็ได้ชื่อ
สำนักว่า   "เสี้ยวจันทรา"
               การจัดเตรียมงานก็เป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งป้ายสำนัก โต๊ะรับแขก ประดับ โคมไฟ และอื่นๆอีกมากมาย ถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว
วันนี้เป็นวันที่ทุกคนจะได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในการเปิดตัวสำนักแห่งแรกที่เมืองพยัคฆ์เมฆา โดยตระกูลหยาง โดยได้รับเกียรติจากฝ่าบาทมาทำการเปิดป้ายสำนักให้ ผู้คนมากันจนแน่นเต็มลาน โต๊ะอาหารแทบจะไม่พอ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
               เมื่อถึงฤกษ์งามยามดี ฝ่าบาทก็ทำการเปิดป้าย เพื่อเป็นการยืนยันว่า สำนักได้เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ป้ายนั้นสลักด้วยตัวอักษรภาษาจีนตัวอักษรสีทองตรงกลางว่า
                                 "สำนักเสี้ยวจันทรา"
               ประมุขหยางฟงได้ลุกยืนขึ้นหันไปทางผู้มาร่วมงานยกมือขึ้นประสานกันระหว่างอกแล้วกล่าวว่า
               "พวกท่านก่อนที่จะทำการดื่มกินกันนั้น ข้าประมุขหยางฟงจะขอแนะนำ
คุณชาย อิงเป่ย ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสำนักนี้ขึ้นมา โดยจะมีบุตรสาวของข้าเป็นเจ้าสำนัก  คุณชายอิงเป่ยนั้นมีเหตุจำเป็นจึงให้คุณหนูหยางซุยหลิงเป็นแทน
หวังว่าพวกท่านคงจะเข้าใจ และสำนักจะเริ่มเปิดรับให้เข้ามาฝึกฝนในวันพรุ่งนี้ตอนบ่าย ข้าก็มีเรื่องพูดเพียงเท่านี้ เชิญพวกท่านตามสบาย"
               เสียงปรบมือ "แปะๆ! แปะๆ! แปะๆ!!"ดังขึ้นไม่ขาดสาย ไม่นานก็หยุดลงแล้วเริ่มมีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เจี๊ยวจ้าว สนุกสนานกันเมื่อมีเรื่องสุขใจ
               อิงเป่ยอยู่ร่วมงานไม่นานก็ขอตัวออกมาพักผ่อน  เพราะเหนื่อยสะสมมาเป็นเวลานาน จึงเดินกลับไปที่ห้องแล้วนอนพักลงบนเตียงสักพักก็หลับไป
               ข่าวการเปิดสำนักอย่างเป็นทางการได้ถูกรายงานให้ราชวงศ์ทั้ง3ได้ทราบอย่างรวดเร็วจากสายลับที่แฝงตัวมาเพื่อสืบข่าวความเคลื่อนไหวของเมืองพยัคฆ์เมฆา
ทั้ง3แคว้นเรียกประชุมด่วนทันที 
               "พวกเราทั้ง3แคว้นจะเอายังไงกันดี ถ้าขืนช้าไปกว่านี้ ความแข็งแกร่ง
มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนพวกเราไม่อาจจะทำอะไรได้"
"เจ้าพูดมามีเหตุผล ถ้าไม่รีบลงมือจะเป็นพวกเรานี่ล่ะที่จะต้องหวาดกลัวพวกนั้นอยู่เลยไป"
               "พวกเราต้องบังคับพวกตระกูลให้ร่วมด้วยถ้าหากตระกูลพวกนั้นไม่ร่วมพวกเราก็ไม่ทำสงครามเป็นการบีบบังคับไปในตัว" 
               "ใช่แล้ว จะให้เราไปก่อสงครามแต่ตระกูลตัวเองกับไม่ร่วม  แบบนี้มันเกินไปหน่อย"
               "ถ้าอย่างนั้นพวกท่านกับไปรวมพลแล้วเคลื่อนทัพไปรอใกล้กับเขตแดนแคว้นก็แล้วกัน"
               "เอาเป็นว่าอีก5วันก็แล้วกัน เพราะต้องรวมกำลังพลก่อนจะออกเคลื่อนพลไป"
               "ตกลงตามนี้ แล้วเจอกันที่เขตแดนแคว้นพยัคฆ์เมฆา"
               เพราะความหวาดระแวงอย่างหนักหน่วง ทำให้เกิดความกลัวขึ้น เริ่มตั้งแต่งานประลองระหว่างแคว้นและไม่นานมานี่ก็เปิดสำนักขึ้นอีก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แคว้นพยัคฆ์เมฆา เป็นตัวบ่งชี้ได้ในอนาคตว่าจะต้องมีอะไรอีกเป็นแน่ จึงตัดสินใจก่อสงครามขึ้นตอนที่ยังอ่อนแออยู่ นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ดี แต่อาจจะเป็นหายนะก็ได้ใครเล่าจะรู้
 
 
                                 


 




 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #497 Lotte Dittakan (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 19:57
    แต่ละแคว้น มันมีเมืองเดียวใช่ไหม ไม่เห็นพูดถึงเมืองลูกเลย
    #497
    0
  2. #173 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 17:44
    อะไรจะหรูขนาดนั้นโถจากหินภูมิเขาไฟ!!
    #173
    0
  3. #172 joelamtan (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 17:27
    ขอบคุณครับ ได้เวลาลบ 3 แค้วนออกจากแผนที่ละสิ
    #172
    0
  4. #171 defy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 17:05
    ขอบคุณครับ
    #171
    0
  5. #170 oThe Nighto (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 16:33
    555 นั้นงัยละ พาล้มตะกูลเดียวไม่พอ พากันล้มหมด 3 แคว้นเลย
    #170
    0
  6. #169 cattycall (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 16:28
    ขอบคุณ
    #169
    0
  7. #168 Gardena (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 16:21
    ขอบคุณค่ะ
    #168
    0