จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 26 : ราชันย์สัตว์อสูรอันดับ9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

               "นายท่านรีบออกจากที่นี่เร็วๆเจ้าค่ะ ราชันย์สัตว์อสูรกำลังทำลายผนึกที่ขังมันเอาไว้ ดูเหมือนมันจะรับรู้ได้ว่าพลังที่สะกดมันเอาไว้หายไปแล้ว" 
               "ตู้ม!! เปรี้ยง!! เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!"   เสียงโจมตีผนึกยังดังต่อเนื่อง จนในที่สุดผนึกก็แตกสลายหายไป 
               "เพล้ง!!"      "55555!!" ในที่สุดข้าก็เป็นอิสระซะที  พวกเจ้าทั้งหมดต้องตายที่นี่!!"
               เสียงตะโกนนั้นบ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยวเหล่ามนุษย์ยิ่งนัก แล้วพุ่งทะยานด้วยความเร็วออกไปด้านนอก และไล่ล่าสังหารมนุษย์ทุกคนเพื่อระบายความแค้นที่ถูกกักขังมานานหลายพันปี 
               อิงเป่ยนั้นรีบพุ่งทะยานด้วยความเร็วเพื่อหลบหนีจากที่แห่งนี้ ตามคำแนะนำของ เมอา แต่ก็ต้องมาเจอกับตัวอันตรายที่ไม่อยากเจอที่สุดเข้าจนได้
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! พึบ!! "เจ้าเป็นใครออกมาเดี๋ยวนี้ อย่าคิดว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าอยู่แถวนี้" 
               อิงเป่ยที่พุ่งทะยานมาด้วยความเร็วก็ต้องหยุดลงเมื่อด้านหน้ามีพลังที่แข็งแกร่งเกือบเท่าอิงเป่ยกำลังมุ่งหน้ามา อิงเป่ยจึงใช้ความสามารถของผ้าคลุมเงาภูติเพื่ออำพรางตัวอยู่ในรูที่กำลังออกมา แต่ราชันย์สัตว์อสูรก็ยังสัมผัสได้
          "ฉิบหายแล้ว ข้าลืมใช้ความสามารถของผ้าคลุมเงาภูติก่อนหลบหนี มันคงจะสัมผัสได้จากก่อนหน้านี้สินะ" 
          "เจ้าจะออกมาดีๆหรือว่าจะให้ข้าไปลากตัวเจ้าออกมากัน"
          "โห้ นี่มันจะโหดเกินไปแล้ว คงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้สินะ"
อิงเป่ยเดินออกมาก็เห็นราชันย์สัตว์อสูรยืนอยู่ตรงหน้า 
ดังในรูป


          "เจ้ามีอะไรจะคุยกับข้าอย่างนั้นหรอ" 
          "โอ้ว! เป็นครั้งที่2เลยนะที่มีคนยืนคุยกับข้าแบบไม่เกรงกลัวแบบนี้"
          "อ้าวทำไมข้าต้องกลัวเจ้าด้วยละ รึว่าเจ้าจะกินข้าอย่างนั้นรึ ฝันไปรึเปล่า"
          "เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย อย่ามาตลกกับข้า ถึงแม้พลังข้าจะยังไม่กลับคืนมา 
ข้าก็ฆ่าเจ้าได้สบายๆ"
          "เจ้าจะทำได้หรอ" 
          อิงเป่ยกวักมือเรียกราชันย์สัตว์อสูรเข้ามา
เมื่อเห็นการกระทำของอิงเป่ยมันโกรธจัดทันที ที่มีมนุษย์ตัวจ้อยทำการเหยียดหยามมันที่เป็นถึงราชันย์สัตว์อสูร มันระเบิดพลังออกมาแล้วพุ่งเข้าโจมตีอิงเป่ยทันที 
          !!กรงเล็บทมิฬ!!   มันตวัดกรงเล็บออกไปคลื่นพลังสามสายพุ่งไปยังอิงเป่ยด้วยความเร็ว
อิงเป่ยระเบิดพลังขั้นจักรพรรดิ์ระดับ1ออกมา 
          !!หมัดพยัคฆ์สังหาร!! คลื่นพลังปราณที่รุนแรงก่อตัวเป็นรูปพยัคฆ์ก่อนจะพุ่งไปปะทะกับกรงเล็บทมิฬ ตู้ม!!! แรงระเบิดที่รุนแรงทำให้ผนังดินด้านบนถล่มลงมา
อิงเป่ยและราชันย์สัตว์อสูรต่างพุ่งหลบดินที่ถล่มลงมากันไปคนละด้าน ยืนจ้องหน้ากันไปมา 
          "ไม่นึกเลยว่ามนุษย์อย่างเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แต่ก็ถือว่าด้อยกว่าข้าในด้านร่างกาย แต่เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี 5555!!"
          "อย่างนั้นหรอ ข้าคงต้องเอาจริงซะหน่อยแล้ว" 
อิงเป่ยพุ่งเข้าไปปะทะกับราชันย์อสูรอีกครั้ง 
          "หมัดพยัคฆ์สังหาร ย๊ากก!!" กรงเล็บทมิฬ ตู้ม!!! ต่างฝ่ายต่างถอยออกมา 
อิงเป่ยยืนนิ่งเพื่อควบคุมลมปราณที่กำลังปั่นป่วน ให้สงบลง 
          ราชันย์สัตว์อสูรก็ไม่ต่างกัน คิดในใจว่า ถึงร่างกายข้าจะแข็งแกร่งแต่ใช่ว่าจะไม่บาดเจ็บ คงต้องหนีก่อนดีกว่า ค่อยกลับมาฆ่ามันก็คงไม่สายถ้าข้ามีพลังเหมือนเมื่อก่อน 
          "ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อนวันนี้ ถือว่าเจ้าโชคดีที่ข้าไว้ชีวิตเจ้า"
          "เจ้าสู้ไม่ได้เลยจะหนีอย่างนั้นรึ น่าขายหน้าจริงๆ 5555!!"
อิงเป่ยใช้วิชาเมฆาทะยานฟ้า ฟุบ!! ทำให้ภาพของอิงเป่ยหายไปจากสายตา ราชันย์อสูรทันที
          "หืม..หายไปแล้ว ทำได้ยังไงกัน" 
      !!!ตู้ม!!!
          จู่ๆร่างของราชันย์สัตว์อสูรก็ถูกซัดเข้าที่ด้านหลังอย่างเต็มแรง ร่างปลิวไปชนเข้ากับผนังดินจนเป็นรูขนาดใหญ่ลึกเข้าไปหลาย10ฟุต ดินถล่มลงมาทับซ้ำ เสียงราชันย์สัตว์อสูรร้องตะโกนด้วยความโกรธ 
          "ข้าจะฆ่าเจ้าให้ไอ้ ไอ้มนุษย์ตัวจ้อย บังอาจมาทำให้ข้าโกรธ "
          เสียงปะทะกันระหว่างอิงเป่ยและราชันย์สัตว์อสูร พร้อมเสียงตะโกนอันเดือดดาลทำให้เหล่าองครักษ์ แม่ทัพ ทหาร ตระกูลต่างๆ ถึงกับตื่นตระหนก กลัวจนตัวสั่น องครักษ์ตะโกนสั่งถอนกำลังทันที 
          "นี่มันเกินกว่าจะเป็นการต่อสู้ที่พวกเราจะรับมือไหวแล้ว ให้ทำการถอยกลับไปให้ไกลที่สุด อย่าได้เข้ามาในระยะนี่เด็ดขาด ไปได้แล้ว "
          เหล่าทหาร แม่ทัพ ตระกูลน้อยใหญ่ต่างพากันถอยกลับทันที ถึงแม้ว่าอยากจะดูการต่อสู้ครั้งนี้ก็ตาม
          ราชันย์อสูรระเบิดพลังจนถึงขีดสุดพื้นดินเกิดการสั่นไหวรุนแรงจนระเบิดขึ้นมา ตู้ม!!! เศษดินพุ่งขึ้นไปบนฟ้าแตกกระจายไปทั่ว ร่วงหล่นราวกับหยาดฝนตกลงมา อิงเป่ยหันมองขึ้นไปบนฟ้า เห็น ราชันย์สัตว์อสูรกำลังบินอยู่ จึงกระโดดขึ้นจากหลุมดินขนาดใหญ่ด้านล่างขึ้นมายืนบนยอดไม้ แล้วจ้องมองไปยังราชันย์สัตว์อสูร
          "ข้ายอมรับว่าร่างกายเจ้าแข็งแกร่งยิ่งนัก แต่เจ้าจะทนข้าอัดได้นานซักเ่ทาไหร่เชียว" อิงเป่ยพูดยั่วยุออกไป
งั้นข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่าถ้าข้าเอาจริงเจ้าจะทำยังไง
ราชันย์สัตว์อสูร อยู่ก็มี 2 ตน 4ตน 6 ตน 8ตน 10ตน
    "ฉิบหายละ มันแยกร่างได้ด้วยหรอว่ะ นี่มันไม่ตลกแล้วเว้ย" 
ราชันย์สัตว์อสูรทั้ง 10 ตนพุ่งทะยานมา ล้อมรอบเอาไว้ จากนั้นตัวที่1พุ่งเข้าไปซัดหมัดใส่อิงเป่ย  แต่อิงเป่ยเบียงตัวหลบทัน ตัวที่2ด้านหลังไม่ปล่อยโอกาสให้อิงเป่ยตั้งตัว รีบพุ่งเข้ามาซัดหมัดใส่ทันที อิงเป่ยระเบิดพลังออกมายกแขนขึ้นรับการโจมตีไว้ได้ แต่มันยังไม่จบแค่นั้น 
               เมื่ออิงเป่ยไม่อาจจะรับการโจมตีครั้งที่3ได้จึงถูกซัดเข้าเต็มหน้าอกพุ่งลอยไปตามแรงหมัดตกลงไปกระแทกพื้น ตู้ม!! เกิดเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ อิงเป่ยนอนอยู่ในหลุมกระอักเลือดออกมา !อึก!! !อัก!!
               !5555!! "เป็นยังไงล่ะ เจ้าไม่ใช่คู่มือข้าดวยซ้ำถ้าข้าเอาจริง" 
ราชันย์อสูรมองลงมาที่อิงเป่ยด้วยสายตา เยาะเย้ย
               "แกก็มีของดีเหมือนนี่หว่า ถ้างั้นข้าก็จะใช้เหมือนกัน" 
อิงเป่ยหยิบดาบเทพมารสะท้านภพออกมาจากแหวนมิติ แล้วมองขึ้นไปหาราชันย์สัตว์อสูรทันที
               "ข้าก้อยากรู้เหมือนกันว่า หนัง เจ้ามันจะเหนี่ยวซักเท่าไหร่กันเชียว" 
อิงเป่ยใช้วิชาดาบ หมื่นดาบสังหารเทพมาร และยังเป็นครั้งแรกที่อิงเป่ยใช้ 
อิงเป่ยดึงดาบออกจากฝักแล้วระเบิดพลังปราณเข้าสู่ดาบมารสะท้านภพ  ชี้ขึ้นไปหาราชันสัตว์อสูร ปราณทมิฬพุ่งออกจากตัวดาบพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า เกิดเป็นศาสตราวุธมากมายขึ้นด้านบน  ราชันย์สัตว์อสูรรู้สึกถึงอันตรายที่มาจากดาบนั่น จึงได้มองขึ้นไปด้านบนทันที ก็ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นศาสตราวุธมากมาย 
               "นี่มันไม่ดีแล้ว ข้าต้องรีบหนีออกจากพื้นที่นี้โดยเร็วไม่งั้นข้าบาดเจ็บสาหัสแน่นอน" 
ราชันย์สัตว์อสูรกำลังพุ่งทะยานหลบหนี แต่ก็ไม่ทัน เมื่อศาสตราวุธมากมายนั้นพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว 
!ฟิ้ววว!!!! ฟิ้ววว!!!!!! ฟิ้วววว!!!!!
          "บ้าเอ้ย! ช้าไปหรอเนี้ย ข้าไม่ยอมตายเด็ดขาด"
ฉึกก!! ฉึกก!! ฉึก! !อ๊ากก!! ร่างราชันย์สัตว์อสูรทั้ง 10 ถูกศาสตราวุธแทงทะลุปีกและร่างกายของมันทำให้บางร่างหายไปทันที เลือดสีเขียวสาดพุ่งกระจายเต็มท้องฟ้า  บางร่างก็ร่วงลงบนพื้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด อิงเป่ยเหนื่อยหอบทันทีเมื่อใช้ท่า หมื่นดาบสังหารเทพมาร ออกไป 
               "ไม่นึกว่ามันจะขนาดนี้จริงๆพลังปราณแทบหมดกันเลยเชียว"
อิงเป่ยจ้องมองไปตรงที่ราชันย์สัตว์อสูรนอนอยู่ แต่กลับไม่เห็น 
               "บ้าเอ๊ย มันหนีไปได้ ว่าจะจับมาทำเบ้ซะหน่อย"
          อิงเป่ยนั่งพักฟื้นพลังปราณอยู่ ก็มีเสียงขององครักษ์จากเมืองหลวงพุ่งทะยานมาหยุดห่างจากอิงเป่ยไม่ไกล
               "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ทำการช่วยเหลือพวกข้าในครั้งนี้ ไม่อย่างนั้นพวกข้าคงต้องตกตายกันหมดแน่นอน ไม่ทราบว่าท่านพอจะบอกชื่อของท่านได้หรือไม่" 
อิงเป่ยยืนขึ้นแล้วหันไปทางองครักษ์
               "ข้ายังไม่แก่ขนาดที่ต้องเรียกแบบนั้น พวกเจ้ารีบออกไปจากที่นี่ได้แล้ว มันอันตราย และราชันย์สัตว์อสูรมันหนีไปได้และได้รับบาดเจ็บสาหัส" 
               "ท่านบอกว่ามันหนีไปได้รึ ขอรับ"
               "ใช่แล้ว มันคงต้องพักรักษาตัวอีกนานกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม"
ข้าคงต้องไปแล้ว แต่ขณะที่อิงเป่ยกำลังจะพุ่งทะยานออกไป เรี่ยวแรงดันหมดลงกระทันหันทำให้หมดสติล้มลงกระแทกพื้น ตุบ!  สติก็ดับวูบไป




 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #860 ไข่ดอง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 08:57
    มันเก็บเข้าแหวน ยังไม่ได้เรียนวิชาเลยนิ
    #860
    0
  2. #851 chefzapvp1234567 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 20:07
    อีเป่ยมันไปเรียนวิชาดาบมาตอนไหนนิ อ่านข้ามหรือไรนิเรา
    #851
    0
  3. #757 bluecomsc (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 / 15:21
    เพิ่งเจอตำรา ยังไม่ได้ศึกษา ใช้ได้เลยหร๊อออ
    #757
    0
  4. #617 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 13:28
    กำลังเท่ห์เลยเป่ย มาสลบตอนจบซะได้
    #617
    0
  5. #131 Looney00 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:44
    อิงเป่ยสู้ๆๆๆๆๆๆ
    #131
    0
  6. #80 PheeMee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:43
    อยากให้พระเอกได้มันจัง
    #80
    0
  7. #79 joelamtan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:00
    ขอบคุณครับ
    #79
    0