จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 25 : ห้องลับตระกูลเก่าแก่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    23 มิ.ย. 60

               พวกเจ้าจงแบ่งกองกำลังออกเป็น 5 กองกำลัง จะมีแม่ทัพและหัวหน้าหน่วยประจำอยู่ พวกเจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งคัด เมื่อสั่งการเสร็จ กองกำลังทั้งหมดก็เดินลงไปทันที เมื่อมีคนเปิดต้องมีคนตามเป็นธรรมดา เหล่าตระกูลที่รออยู่ทางเข้าเมื่อทหารของเมืองหลวงลงไปก็ตามลงไปทันที 
               เมื่อเดินมาก็พบกับรู 3 เส้นทาง จึงได้มีการแบ่งกองออกเป็น รูด้าน ชวาและซ้ายไปคนละ 1 กอง ตรงกลางไป3กอง ซึ่งพวกเขาคิดว่า ทางตรงกลางน่าจะมีอันตรายมากกว่านั้นเองเมื่อมองจากขนาดแล้ว 
          พวกหนอนดินที่อาศัยอยู่ก่อนหน้านั้นได้แพ้การต่อสู้จึงได้ทำการกระจายตัวกันออกมาหลังจากที่ราชินีหนอนดินหายไป
               ถึงจะโดนฆ่าไปเยอะแต่ก็เหลืออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อทหารเหล่านั้นบุกรุกถิ่นมันก็ออกมาโจมตีเหมือนก่อนหน้านี้ การปะทะกันจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ 
          เสียงต่อสู้ระหว่างหนอนดินกับทหารดังก้องไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นทางขวาหรือซ้ายล้วนสู้กันอย่างดุเดือด ทหารบาดเจ็บกันเยอะพอสมควร เพราะทหารไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย แตกต่างจากหัวหน้าหน่วยและแม่ทัพ
          "พวกเจ้าระวังตัวด้วยหนอนดินพวกนี้ไม่ได้เก่งมากนัก  แต่พลังป้องกันมันสูง จึงลำบากในการโจมตีด้วยอาวุธ แต่ใช่ว่าจะไม่ได้ผลซะทีเดียว ถ้าพวกเราร่วมมือกันก็ชนะได้ โจมตีพวกมันต่อไปอย่าได้หยุด"
               3 กองกำลังที่มุ่งตรงเข้าไปเส้นทางตรงกลางนั้น ก็ตรวจพบร่องรอยการต่อสู้ที่รุนแรง มีซากหนอนดินตายเกลื่อนพื้นเต็มไปหมด 
               "ดูเหมือนว่าจะมีคนเข้ามาก่อนพวกเรานะ ถ้าดูจากร่องรอยการต่อสู้แล้ว น่าจะผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว  พวกเจ้ารีบตรวจสอบบริเวณรอบๆแถวนี้ซะแล้วกลับมารายงานข้า"
               "รับทราบ ขอรับ ท่านแม่ทัพ"

          ทางด้านอิงเป่ย
               "นี่ข้าเดินมานานเท่าไหร่แล้วเนี้ย ยังไม่เห็นทางแยกหรือทางออกเลย มันจะยาวไปถึงไหนเนี้ย"
           ขณะที่กำลังบ่นอุบอิบอยู่ก็เห็นหมีเหมันต์กับงูสายรุ้ง พุ่งไปด้วยความเร็วเหมือนมันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง 
               "เห้ยพวกเจ้าจะรีบไปไหน รอข้าด้วยสิ" 
          อิงเป่ยพุ่งทะยานตามหลังเบ้ทั้ง2ไป 
          "ข้างหน้ามีแสงสว่าง ในที่สุดข้าก็ออกจากที่มืดๆนี่เสียที !!5555!! "
          เมื่อมาถึงก็พบว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสุสานมาก่อน ถึงแม้มันจะผุพังไปส่วนมากแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงหลงเหลือหลักฐานเอาไว้อยู่ นั่นก็คือ ป้ายหินที่สลักชื่อเอาไว้ มันเลื่อนลางจนอ่านไม่ออกว่าชื่ออะไร 
               ถ้าดูจากสภาพแล้วน่าจะผ่านมาหลายพันปีน่าจะได้ มีสิ่งของมากมายกระจัดกระจายทั่วเต็มไปหมด ไม่ได้เป็นของล้ำค่าอะไร ส่วนมากจะเป็นพวกกระถาง แจกันที่นำมาวางที่หน้าหลุมศพเพื่อทำความเคารพนั่นเอง 
ด้านบนจะมีรากต้นไม้โยงไปมาทำให้ดินไม่ถล่มลงมาด้านล่าง 
               สุสานนี้เคยอยู่บนพื้นดินมาก่อน แต่อาจจะเกิดภัยธรรมชาติที่ร้ายแรงเมื่อสมัยหลายพันปีก่อน จนเมืองนี้ล่มสลายลง จนเกิดการทับถมจากดินถล่มเศษซากพืชซากสัตว์มาเรื่อยๆจนเป็นแบบนี้ จนพวกหนอนดินมายึดบริเวณนี้ขุดรูใต้ดินทำเป็นรังของมัน
               จะอย่างไรก็ตาม อิงเป่ยไม่ได้ทำอะไรกับสถานที่แห่งนี้ จึงเดินสำรวจไปรอบๆก็พบทางเดินใกล้ๆสุสาน ไม่กว้างมาก  พอสำหรับคนเดินผ่านกันไปมาได้ อิงเป่ยเดินมาไม่นานก็พบกับห้องมีเสาตั้งตะหง่านอยู่ 4ต้น น่าจะเป็นห้องอะไรซักอย่างกำแพงห้องนั้นพังไปแล้ว 3 ด้าน แต่มีอยู่อีกด้านที่ยังคงสภาพดีเอาไว้ รอบด้านจะเป็นผนังดิน มีรูแยกหลายเส้นทางออกไป ซึ่งมันก็น่าแปลกใจไม่น้อย จึงเดินเข้าไปสำรวจดู  ใช้มือเคาะกำแพงดูว่ามันมีกลไกลอะไรรึเปล่า 
               หลังจากที่ไล่เคาะกำแพงจนทั่วก็ไปสะดุดเข้ากับเสียงเคาะที่ต่างจากจุดอื่น จึงลองเคาะเปรียบเทียบดู ซึ่งก็มีความแตกต่างกันจริงๆ 
อิงเป่ยเดาว่านี่คงจะเป็นห้องลับหรือห้องเก็บสมบัติก็ได้ จึงหยิบก้อนเหล็กที่อยู่ในแหวนมิติออกมา ก่อนจะทุบไปบริเวณนั้น 
               "ตุบ! แกร๊ก!!"เสียงแตกดังออกมา อิงเป่ยจึงรีบแกะเศษหินบนกำแพงออก ก็พบเข้ากับปุ่มกลไกลห้องลับ
          "มีจริงๆด้วย ค่อยสมกับคำว่านักสำรวจหน่อย"
อิงเป่ยทำการกดปุ่ม 
          !!แกร๊กๆแกร๊ก!! ครืดด!! เสียงประตูหินเลื่อนเปิดออก 
          "ไม่นึกเลยว่าผ่านมานานขนาดนั้น กลไกลนี่ยังใช้ได้อยู่ คงสร้างด้วยวัสดุพิเศษอย่างแน่นอน"
สภาพในห้องนี้เต็มไปด้วยหีบสมบัติมากมาย ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ ตำรา สมุนไพร แม้กระทั่ง แก่นอสูร ผลึกจิตวิญญาณ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีผลึกเวทย์
               "เมอา เจ้าสัมผัสสิ่งใดที่เกี่ยวกับเจ้ารึเปล่า" 
               "ข้าไม่แน่ใจ แต่รู้สึกคุ้นเคยมาก แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน สัมผัสมันอ่อนมากจนระบุที่อยู่มันไม่ได้ "
               "เมอา เจ้าก็ลองลอยไปทั่วห้องนี้ดูสิ อาจจะก็ได้"
อิงเป่ยค่อยๆเดินดูสิ่งของก่อนจะเก็บลงแหวนมิติ หีบจำนวน20หีบจะเป็นทองคำ 10หีบเป็นเพชร 5หีบเป็นเครื่องประดับ 
อาวุธมีทุกระดับโดยแยกกันเอาไว้ มีอยู่ 3 ชิ้นที่เป็นระดับจักรพรรดิ์ 
                                                                                ดังในรูป
     
                มีดคู่หยินหยาง     กระบี่เสี้ยวจันทรา     กระบี่เพลิงทมิฬ
และจะมีอีก1ชิ้นเท่านั้นที่มันคล้ายกับที่โลกเดิมของอิงเป่ย ซึ่งเรียกว่า คาตานะ
ดังรูป
                                                                 ดาบเทพมารสะท้านภพ 
          เป็นอาวุธระดับเทพ อิงเป่ยยื่นมือไปหยิบโดยไม่รู้ตัว เหมือนมันกำลังเรียกหาอิงเป่ยยังไงยังงั้น 
          "หืม..มันกำลังเรียกข้าอย่างนั้นรึ ไม่หรอกมั้ง"
          เมื่อทำการชักดาบออกจากฝักช้าๆ ประกายแสงสีเงินที่เกิดจากตัวดาบสะท้อนวาววับออกมาทันที ช่างงดงามยิ่งนัก ความคมยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกว่าสามารถตัดได้ทุกอย่างเพียงฟาดฟันมันออกไป 
          "ข้าช่างโชคดียิ่งนักที่ได้พบอาวุธที่วิเศษอะไรเช่นนี้ ข้าชอบมันยิ่ง เหมาะกับข้ายิ่งนัก"
             อิงเป่ยสัมผัสได้ว่าดาบเทพมารสั่นไปมาเล็กน้อยเหมือนมันกำลังดีใจที่อิงเป่ยชอบมันนั่นเอง
          อาวุธทุกชิ้นอิงเป่ยไม่รู้จักชื่อของมัน จึงได้ทำการตั้งชื่อตามลักษณะที่เห็นภายนอก  รวมทั้งดาบเล่มนี้ก็เหมือนกัน อิงเป่ยได้ตั้งชื่อมันตามลักษณะที่เห็น จึงตั้งชื่อให้ว่า ดาบเทพมารสะท้านภพ
               อิงเป่ยไม่ได้เก็บดาบเทพมารสะท้านภพ แต่กับถือไว้ในมือเดินสำรวจของอย่างอื่นเรื่อยๆ และมาถึงมุมของตำรา อิงเป่ยกวาดสายตามองจนครบทุกเล่มแล้ว มันมีครบทุกสายเลย ดาบ กระบี่ ทวน ธนู อาวุธลับ มีดสั้น และอื่นๆ
มีเพียงหีบเล็กๆใบหนึ่งที่วางตรงกลางวิชาเหล่านั้น 
อิงเป่ยสงสัยจึงหยิบหีบเล็กๆนั่นขึ้นมาดู เมื่อเปิดหีบก็พบเป็นหนังสัตว์เก่าๆผืนหนึ่งอยู่ข้างใน จึงหยิบออกมาแล้วทำการสะบัดผืนหนัง หนังสัตว์นั้นได้บันทึกวิชาดาบขั้นสูงเอาไว้ คือวิชา  หมื่นดาบสังหารเทพมาร 
               เป็นทักษะวิชาที่สร้างศาสตราวุธขึ้นด้วยพลังปราณเพื่อใช้โจมตีศัตรูทั้งหลายในระยะ 1 ลี้ เป็นทักษะโจมตีเป็นวงกว้าง ยิ่งสร้างศาสตราวุธมากเท่าไหร่ก็ใช้พลังปราณมากเท่านั้น จึงต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้ ซึ่งถือว่าเป็นท่าไม้ตายเลยก็ว่าได้ 
          "ค่อยคิดทีหลังละกัน ถ้าขืนมายืนใจเย็นอยู่แบบนี้ พวกตระกูลอื่นมาเห็นเข้ามันจะยุ่งเอาได้"
               อิงเป่ยรีบเก็บของทุกอย่างลงแหวนมิติ แล้วเดินไปหา เมอา ที่กำลังจ้องมองกล่องสีดำเล็กๆวางอยู่บนแท่น
          "มีอะไรอย่างนั้นหรอ เมอา ข้าเห็นเจ้าจ้องมองกล่องสีดำนี่มานานแล้วนะ"
          "ข้าสัมผัสมันได้จากสิ่งนี้ สิ่งที่ข้าคุ้นเคยมันอยู่ในนี้" 
          "หืม..ในนี้อย่างนั้นหรอ เดี๋ยวข้าเก็บไว้ก่อน เมื่ออกจากสถานที่แห่งนี้ค่อยทำการเปิดดู" 
          อิงเป่ยยื่นมือไปหยิบกล่องนั้น  แต่มันไม่ขยับเลยซักนิด ไม่ว่าจะทำยังไง 
          "ทำไมมันไม่ขยับเลยละ กล่องนี่มันยังไงกัน ข้าออกแรงจนขีดสุดแล้วก็ยังไม่ขยับ"
     "งั้นลองใช้อาวุธตัดดูก็แล้วกัน" 
          อิงเป่ยหยิบอาวุธระดับมนุษย์ออกมา ก่อนจะส่งพลังปราณเข้าไปแล้วฟาดฟันในแนวราบทันที
          "ฉับ! เคล้ง!!!" กระบี่หักทันทีเมื่อปะทะกับกล่อง
          "เห้ย! ทำไมมันแข็งอย่างนี้ว่ะ นี่มันทำจากอะไรกันแน่" 
อิงเป่ยยื่นมือไปจับก็พบว่า มันเรียบเย็นลื่นๆ 
          "นี่มันเหล็กนี่หว่าแต่มันก็ไม่น่าจะแข็งขนาดนี่สิ "
               ขณะที่อิงเป่ยกำลังจะหันไปหาเมอา ก็ต้องหยุด แล้วมองลงไปที่มือตัวเอง ก็พบว่าดาบเทพมารสะท้านภพกำลังส่งคลื่นสั่นสะเทือนออกมา เหมือนกำลังบอกว่าให้ใช้มัน 
               อิงเป่ยไม่รอช้า ยกดาบเทพมารขึ้นมาส่งพลังปราณเข้าไป ตัวดาบส่งคลื่นพลังที่รุนแรงออกมา อิงเป่ยฟาดดาบในแนวนอนอีกครั้ง "ฉับ!!" ดาบสามารถตัดผ่านไปได้ง่ายๆเมื่อกล่องถูกตัดออก แสงก้อนกลมๆสีขาวก็ลอยออกมาทันที และลอยเข้าไปในตัวของ เมอา
เมอา ดีใจลอยวนไปมารอบๆอิงเป่ย 
               "ข้าได้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณข้ามาแล้ว เย้ๆ ข้าได้ความทรงจำของข้ามาแล้วถึงจะแค่บางส่วนข้าก็ดีใจสุดๆไปเลย 5555!!"
               "เมอา เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่บ้าง"
เมอาดีใจจนลืมตัว จากนั้นก็บอกให้อิงเป่ยรีบออกจากที่แห่งนี้ทันที 
               "เดี๋ยวข้าจะพูดให้เจ้าฟังทีหลังแต่ตอนนี้ท่านต้องรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้ก่อน เพราะที่เจ้าตัดไปนั้นเป็นกล่องที่ใช้เก็บเศษเสี้ยวจิตวิญญาณข้า
ใช้สะกดข่มพลังมันเอาไว้ เมื่อจิตวิญญาณข้าไม่มี  พลังของราชาสัตว์อสูรจะค่อยๆฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง แต่มันก็ต้องใช้เวลา ถ้าไม่มีใครไปทำลายผนึกนั่นเข้าละก็นะ ถึงแม้มันจะอ่อนแอมากแต่มันก็เคยเป็นราชันย์อันดับที่9 เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ถ้าเกิดมันออกมาได้เจ้าก็พอสู้กับมันได้อยู่แต่ไม่อาจจะสังหารมันเพราะร่างกายมันนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก  รายละเอียดข้าจะพูดให้ฟังทีหลัง"
อิงเป่ยทำการเก็บของทุกอย่างจนหมด แล้วรีบเดินออกจากห้องลับไป 
               จู่ๆ ก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเป็นระยะๆ เสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรดังสะท้านไปทั่ว  
          "โฮกก!!!" ตู้ม!!! เปรี้ยง!! ราชันย์สัตว์อสูร เริ่มโจมตีผนึกที่ใช้กักขังตนเอง แผนดินสั่นสะเทือนไปทั่ว ผนึกเริ่มมีรอยแตกร้าวเล็กๆเกิดขึ้น คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะแตกสลายไป 
          เหล่าทหารและตระกูลต่างๆรีบถอยกลับขึ้นไปด้านบนทันที เมื่อได้ยินเสียงคำรามอันโกรธเกรี้ยวรุนแรง ทำให้ใจสั่นสะท้านหวาดกลัวทันที 
          "พวกเจ้ารีบถอยกลับเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราได้ตายกันหมดแน่ 
ไม่นึกเลยว่าที่นี่จะมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ นี่เป็นเรื่องเร่งด่วน ข้าต้องรีบไปรายงานฝ่าบาทโดยเร็ว ขืนชักช้าคงเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้นแน่นอน"

 
 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #616 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 13:24
    เมอา หนูมั่วมากเลย 555 ต่อไปจะได้สัตว์อสูรสุดแกร่งแล้วใช่ไหม ปอลิง.สมเป็นพระเอก เก่งไวแถมยังโชคดีสุดๆ
    #616
    0
  2. #130 Looney00 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 15:43
    เมอาไม่ได้เรื่อง5555
    #130
    0
  3. #78 Luke3139 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:37
    ขอบคุณ สนุกดีนะ
    #78
    0
  4. #77 joelamtan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:28
    ขอบตุณครับ
    #77
    0
  5. #76 jeerasuda0610 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 21:00
    มันพะยะคะ
    #76
    0
  6. #74 ColdSton (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 17:12
    ขอบคุณครับ
    #74
    0