จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 23 : ข่าวลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,072
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    22 มิ.ย. 60

               หลังจากวันนั้นก็ผ่านมา5วัน และนี่เป็นวันที่อิงเป่ยจะออกเดินทางเพื่อตามหาเศษเสี้ยวจิตวิญญาณอีกครั้ง รวมทั้งล่าสัตว์อสูรพิเศษเพื่อจับมาเป็นเบ้และหาผลึกจิตวิญญาณ ผลึกเวทย์ อีกด้วย นับเป็นเรื่องยากลำบากเลยทีเดียว
               อิงเป่ยเดินลงมาด้านล่างก็พบเข้ากับพ่อค้าเร่กลุ่มหนึ่งกำลังนั่งกินอาหารกันอยู่ตอนแรกก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจจนกระทั่ง
               "นี่ๆข้าได้ข่าวมาว่ามีชาวยุทธ์กลุ่มหนึ่งรวมตัวกันไปล่าสัตว์อสูรในป่าเพลิงตะวัน และไปพบทางเข้า จากแผ่นดินที่ยุบตัวลง รายละเอียดอย่างอื่น ข้าก็ไม่รู้ เพราะคนที่ลงไปไม่ยอมพูดอะไรเลยน่ะสิ"
               "ได้ยินว่ารอดกลับออกมาได้ 2คน บาดเจ็บสาหัส 1คน ข้าว่ามันจะต้องอันตรายมากแน่ๆ"
               "ข้าว่าตอนนี้ข่าวลือคงจะไปถึงหูเหล่าตระกูลผู้โลภมากกันแล้วล่ะ"
               "ข้าเห็นหลายตระกูลกำลังสร้างกองกำลังเพื่อออกไปสำรวจสถานที่นั้นแล้ว ไม่นานคงจะเคลื่อนตัวไป"
อิงเป่ยเดินมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะมีพนักงานมา
               "คุณชายจะสั่งอะไรเจ้าค่ะ"
               "ขอเป็นอาหาร3-4อย่างพอและน้ำชา"
               "รอซักครู่เจ้าค่ะ"
               อิงเป่ยหยิบแผนที่ออกมาจากแหวนมิติแล้วนำมากลางออกเพื่อดูว่าป่าเพลิงตะวันมันอยู่ตรงไหน เมื่อกวาดตามองแผนที่ก็พบแถมยังติดกับเขตป่าอสูรเขาเขียวเป็นเขตอันตรายแต่ทางเข้านั้นอยู่กลางระหว่างเขตรึเปล่านะ คงต้องไปสำรวจดูถึงจะรู้
               หลังจากกินอาหารเสร็จก็เดินออกจากโรงเตี้ยมมุ่งหน้าไปยังป่าเพลิงตะวัน เมื่อออกมาจากตัวเมืองก็หยุดแล้วหยิบเอาชุดคลุมเงาภูติออกมาสวมใส่ทำให้ดูเป็นคนลึกลับทันที และเพื่อเป็นการปิดบังตนเองเวลาเดินทางด้วย
ชุดคลุมเงาภูตินี้หากไม่ใส่พลังปราณเข้าไปกระตุ้นมันจะเป็นผ้าคลุมธรรมดาเท่านั้น แต่เมื่อได้ทำการกระตุ้นด้วยพลังปราณมันก็ทำให้ชุดตลุมเงาภูติเลื่อนลางและหายไปพร้อมกับร่างของอิงเป่ยทันที  อิงเป่ยยิ้มอย่างชอบใจกับชุดคลุมนี้
               "แบบนี้ข้าก็สามารถสะกดรอยคนอื่นได้สินะ ฮ่าๆ"
             "เหมือนข้าจะลืมอะไรไปหรือเปล่าหว่า ฉิบหายล่ะ ลืมซื้ออาหารมาตุนไว้ และยังลืมหาเครื่องปรุงอีก รีบจนลืมเลย ช่างมันเถอะ ล่าไก่ ปลา กระต่าย เยอะๆก่อนจะไปป่าเพลิงตะวันก็แล้วกัน คงจะพอช่วยได้หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น"
          ระหว่างทางไปก็ล่าไก่ ทุกอย่างที่กินได้ ไปเรื่อยๆจนมาถึง ขอบป่าเพลิงตะวัน ต้นไม้ ต้นหญ้าทุกอย่างจะมีสีเหมือนเปลวไฟ บรรยายกาศร้อนอบอ้าวเล็กน้อยแต่ยังดีที่มีลมคอยพัดมาอยู่บ้าง 
           "มิน่าถึงตั้งชื่อป่าแบบนี้ นี่เมอา เจ้าสัมผัสหรือรู้สึกถึงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณรึเปล่า"
เมอา ปรากฎออกมาก็มานั่งบนไหล่อิงเป่ย 
               "ข้าไม่เห็นจะรู้สึกเลย บางที่ต้องเข้าไปใกล้มากกว่านี้ถึงจะสัมผัสได้ละมั้งนะ"
               "เอ่อ.. พูดให้มันฟังดูมั่นใจหน่อยไม่ได้รึไง ถ้ามีอะไรก็รีบบอกละกัน"
               "ได้เลย สบายใจได้"
               ทั้ง2มุ่งหน้าไปยังทางเข้าสถานที่ลึกลับนั่น ระหว่างทางก็พบเจอกลุ่มผู้คนที่ออกมาสืบหาร่องรอยว่ามีสัตว์อสูรดุร้ายออกมาเผ่นพล่านรึเปล่า ก่อนจะกลับไปรายงานกลุ่มที่ตั้งกระโจมอยู่ไม่ไกลมากนัก
               อิงเป่ยใช้ความสามารถของผ้าคลุมเงาภูติเดินหลบหนีจากผู้คนจนมาถึงทางเข้า ก็มองสำรวจรอบๆก็พบร่องรอยการต่อสู้ที่นี่ คงจะเป็นชาวยุทธ์ที่มาล่าสัตว์อสูรกลุ่มนั้นละมั้ง 
          "นี่มันใช่ทางเดินลงไปจริงๆหรอเนี้ย ดูยังไงๆมันก็เหมือนรูอะไรซักอย่าง คงไม่มีอะไรแปลกๆหรอกนะ"
อิงเป่ยค่อยๆเดินลงไปอย่างช้าๆ 
          "มืดอะไรขนาดนี้เนี้ย เมอาทำตัวเรืองแสงได้เปล่า ข้ามองไม่ค่อยเห็นทางน่ะ"
          "ใครมันจะไปทำได้กัน" 
          "นั่นสิน๊า 555!!"
          "เมอาถ้าเธอได้เศษเสี้ยวจิตวิญญาณแล้ว จะทำให้เธอจำเรื่องราวในอดีตได้รึเปล่า และจะทำให้ข้ากลับไปยังโลกเดิมได้แน่นอนสินะ"
          "ถ้าหาครบล่ะนะ โอกาสก็50/50ที่จะได้กลับไปโลกเดิม เอาไว้ถึงตอนนั้นก่อนนายท่านคิดเรื่องนี้อีกทีก็แล้วกัน"
          อิงเป่ยได้ยินก็คิดในใจ ไหนตอนแรกบอกว่าถ้าหาครบจะได้กลับชัวร์ไง ทำไมตอนนี้บอก50/50ล่ะ เริ่มใจไม่ดีเลยแหะ
เมื่อเดินเข้าไปลึกเรื่อยๆอากาศรอบๆหนาแน่นไปด้วยไอน้ำทำให้เดินได้ลำบากยิ่งขึ้น พื้นเต็มไปด้วยน้ำและโคลน จนมาถึงโพรงขนาดกว้าง มีแสงส่องลงมาจากด้านบนเล็กน้อยพอจะทำให้มองรอบๆได้นิดหน่อย 
อิงเป่ยกวาดสายตาไปรอบๆก็พบทางเดินอีกทาง จึงเดินไปทางนั้นทันที 
ความรู้สึกไม่สบายใจนี่มันคืออะไรกันนะ 
               "นี่เมอาเจ้าสัมผัสอะไรได้รึเปล่า ข้ารู้สึกใจคอไม่ดีเลย ตั้งแต่เดินเข้าทางนี้มา"
               "ข้าไม่แน่ใจ แต่ก็ระวังไว้หน่อย เจ้าอาจจะเจอตัวอันตรายก็ได้" 
               "หมีเหมันต์ งูสายรุ้ง จงออกมา "
วงเวทย์ 2 วงปรากฎขึ้นพร้อมกับร่างของสัตว์อสูร 2ตัว 
               "เจ้าทั้ง2นำทางให้ข้าที"
               "นายท่านเรียกมันออกมาทำไมไม่มีการต่อสู้นิ"
               "เรียกไว้เผื่อเหตุฉุกเฉิน"
             หมีและงูนำทางไปเรื่อยๆจนมาเจออสูรทั่วไปเข้า หมีและงูขู่คำรามทันที 
!!โฮกกก!! !!ฟ่อๆๆ!!  หมีวิ่งเข้าไปตะบปทันที แต่ไม่อาจทำอันใดมันได้ 
          "นั้นมันหนอนดินรึไงนั่น ทำไมมันตัวใหญ่จังว่ะ การโจมตีเมื่อกี้ไม่ละคายผิวหนังมันเลยรึ"
รูปภาพ
 
               เมื่อการโจมตีไม่เป็นผลหมีเหมันต์จึงพ่นก้อนผลึกน้ำแข็งเข้าโจมตี หนอนจึงพ่นใยออกมาเป็นโล่ป้องกัน เมื่อผลึกน้ำแข็งปะทะเข้ากับโล่ใยมันก็กลายเป็นน้ำแข็งแล้วแตกกระจายลงทันที หนอนดินรู้ว่าตัวเองป้องกันการโจมตีไม่ได้มันจึงร้องออกมาเสียงแหลมเล็ก  !!กี๊ๆ กี๊ๆ!! 
               หลังจากเสียงร้องหยุดลง ก็ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆทางด้านหน้าของพวกอิงเป่ย
อิงเป่ยตื่นตกใจกับเสียงเมื่อครู่ของหนอนดิน
               "ฉิบหายละ มันร้องเรียกพวกของมันแล้วไง จะสู้หรือจะถอยดีว่ะ เอาไงเอากันตายเป็นตาย   เมอาเจ้าเตรียมตัวช่วยเหลือเจา2ตัวนั่นด้วยนะ ข้าจะไปต่อสู้กับพวกนั้นซะหน่อย"
               "เข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าไปช่วยพวกนั้นเอง"
แรงสั่นสะเทือนจากขบวนทัพของหนอนดินยิ่งใกล้ยิ่งรุนแรง เมื่อจ้องมองไปก็พบกับกองทัพหนอนดินจำนวนไม่น้อยเลย  แต่โชคยังดีที่รูทางเดินนี้ไม่ใหญ่มากทำให้มันมาได้ทีละไม่เกิน10ตัว
ถ้าเป็นที่โล่งกว้างเหมือนก่อนหน้าคงวิ่งป่าราบแน่นอน จากนั้นทั้งคนทั้งสัตว์อสูรก็เริ่มปะทะกันขึ้น
               "หมัดคลั่งคลื่นสังหาร"
                พลังปราณถูกชกออกไปด้วยความเร็วสลับกันไปมาปะทะเข้ากับร่างของหนอนดิน กระเด้งกระดอนไปตามพื้นปะทะเข้ากับหนอนดินตัวอื่นๆที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาทำให้มันหยุดชะงักก่อนที่มันจะพ่นใยออกมาสร้างเป็นโล่ป้องกันการโจมตีของอิงเป่ยที่ 
          "ตู้ม!!! ตู้ม!!!" ดังไม่ขาดสายแต่หนอนดินกับไม่ถอยหนีถึงแม้หนอนดินจะไม่เก่งด้านพลังโจมตี แต่มันมีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งและใยที่เหนี่ยวยึดหยุ่นเป็นอย่างมาก เสียงร้องหนอนดิน !!กี้ๆๆ!!! ก็ดังอีกครั้งเหมือนมันกำลังสื่อสารกัน
          จากนั้นหนอนก็กระโดดพุ่งตัวออกมาพร้อมกับพ่นใยของมันป้องกันการโจมตี
เมื่ออิงเป่ยเห็นมันเปลี่ยนวิธีการโจมตีจึงบอกให้ งูสายรุ้งพ่นพิษใส่ตัวที่กระโดดเข้ามาทันที 
          "ฟุบๆ!! ฟุบๆ!! ซี่ๆๆ!!"เสียงพิษที่พ่นออกไปโดนใยของหนอนดินเริ่มการการหลอมละลายเมื่อพิษตกลงสู่พื้นก็เกิดการกัดกล่อนเดือด !ปุดๆ!!ที่พื้น บางตัวก็ถูกพิษทำให้มันร้อง!!กี้ๆ กี้ๆ!! ดิ้นพล่านไปตามพื้น ผ่านไปหลายชั่วยามการต่อสู้ก็ยังดำเนินการต่อไป อิงเป่ยเริ่มที่จะมีเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผากพร้อมกับเริ่มเหนื่อยหอบเล็กน้อย ถึงแม้จะไม่ได้ถูกหนอนดินโจมตี แต่จำนวนที่มากมายยิ่งนัก ยิ่งฆ่าก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงจะสู้มันไม่ไหวแน่นอน
               หมีหิมะเหมันต์ พ่นผลึกน้ำแข็งสร้างกำแพงขึ้นป้องกันไม่ให้หนอนดินผ่านเข้ามา แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ใช้การกระโดดพุ่งข้ามกำแพงน้ำแข็งมาได้แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อครู่ นิดหน่อย
          เมอาลอยอยู่หัวเหนือ อิงเป่ยและสัตว์อสูรคอยสนับสนุนทำการรักษาบาดแผลที่เกิดจากการปะทะกันระหว่างหนอนดินกับหมีเหมันต์กับงูสายรุ้ง
นายท่านจะเอายังไงดีเจ้าค่ะ ขืนยืดเยื้อไปกว่านี้เราจะต้านไม่ไหวนะ
ข้าก็ว่าอย่างนั้นล่ะ พวกเราคงต้องถอยไปตั้งหลักก่อน ค่อยกลับมาสำรวจใหม่
ขณะที่กำลังจะถอยไปตั้งหลักก็มีเสียง
          !!กี้!!     ดังขึ้น1ครั้งก่อนที่หนอนดินพวกนั้นจะหยุดและเริ่มถอยกลับเข้าไปในรูที่มันออกมา
               อิงเป่ยหันไปมองก็รู้สึกแปลกใจจู่พวกหนอนดินก็ถอย 
               "หรือ ว่าไอ้เสียง กี้ นั่นจะเป็นหัวหน้าหนอนดิน มันร้องเรียกสมุนมันกลับไป" 
               คงเป็นเพราะหนอนดินถูกสังหารไปจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถจัดการพวกอิงเป่ยได้มันจึงส่งสัญญาณให้กลับไป การปะทะกันจึงยุติลงทันที










 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #614 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 13:11
    เป่ย เมอา ไม่ใช่หิ่งห้อยนะจะได้เรืองแสงได้ 555 สนุกมากเลยจ้า แต่เป่ยเหมือนจะยังไม่ได้ขายซากสัตว์อสูรเลยนะ
    #614
    0
  2. #413 Mooza (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 21:54
    เอ่อ ถามนิดครับ ซื้อเครื่ องปรุงยัง ขายซากสัตว์ อสูรยัง หาสมุนไพร ทำยาเพิ่มยังครับ
    #413
    0
  3. #67 Looney00 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 02:07
    พญาหนอนเปล่าอิ่งเป่ย
    #67
    0
  4. #61 cattycall (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 18:40
    . ขอบคุณมากค่ะลองอ่านต่อนะสู้ๆ
    #61
    0
  5. #60 joelamtan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 16:39
    ค้างๆๆ ขอบคุณครับ
    #60
    0