จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 21 : ตามหาตัวให้พบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,786
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    8 ก.ค. 60

               รุ่งเช้ามาเยือน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีใครช่วยเลยซักคน จากนั้นก็มีคนจากตระกูลหงออกมาตามหาคุณชายกับสมุนที่ยังไม่กลับไปที่ตระกูล จนมาพบเข้ากับสภาพดังกล่าว หัวใจเกือบจะหยุดเต้นลง ต่างรีบเข้าไปประคองนายน้อยกลับตระกูล ที่เหลือก็ช่วยกันแบก5คนที่เหลือ
               จากนั้นก็มีคนไปถามชาวบ้านว่ามีใครเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่มีใครบอกเลยซักคน บอกเพียงแค่ว่า เมื่อออกมาพบก็เป็นแบบนี้แล้ว 
คงต้องรอให้คุณชายหงอี้ได้สติก่อนค่อยถาม เมื่อกลับไปถึงก็ได้เรียกหมอประจำตระกูลมามารักษาอย่างเร่งด่วนทำให้ภายในห้องนายน้อยหงอี้มีคนเดินเข้าออกห้องไม่ขาดสาย 
               เมื่อได้เห็นต่างตกใจกับสภาพอเนถอนาถ ขา แขน หัก หน้าบวมปูดเป็นสีม่วงเขียวคล้ำ ขนาดหมอยังรู้สึกสงสารแล้วคนที่มาเห็นก็ไม่ต่างกัน
เมื่อบิดาของหงอี้ได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ต่างรีบมาดูบุตรชายตน เมื่อมาเห็นสภาพก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า สั่งให้คนออกสืบหาเบาะแสคนที่กล้าทำร้ายบุตรตนทันที
          "โอ้วไม่ ใครมันกล้าทำร้าบบุตรชายข้าขนาดนี้กัน พวกเจ้าออกไปสืบหา แล้วลากตัวมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจะหักแขน ขา ทำให้มันมีสภาพแบบเดียวกันกับบุตรชายข้า"
ท่านหมอบุตรชายข้าอาการเป็นเช่นไรบ้าง 
               "เอ่อ...คือว่า บุตรชายท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกหักหลายส่วน 
กระดูกซี่โครงร้าวบาดเจ็บภายใน อาจจะใช้เวลารักษาอย่างน้อย3เดือน ถึงจะกับมาเดินได้ ขอรับ"
ความโกรธที่อดกลั้นมานานก็ระเบิดออกมา พลังปราณขั้นปราณฟ้าระดับ5 ส่งแรงกดดันออกมาทำให้หมอรู้สึกอึดอัดหายใจแทบไม่ออก จึงรีบเตือนสติทันที
               "นายท่านใจเย็นๆก่อนขอรับ นี่มันห้องคนป่วย ข้าไม่รับประกันความปลอดภัยบุตรชายท่าน หากท่านยังปลดปล่อยพลังออกมาแบบนี้"
               "โทษทีข้าโกรธจนลืมตัวไปหน่อย ข้าฝากเจ้าดูแลบุตรข้าด้วย "
จากนั้นหงต้วนก็เดินออกจากห้องไป
               "เฮ้อ...นึกว่าจะตายซะแล้ว"หมอถอดทอนใจออกมา
ส่วนทางด้านอิงเป่ย ก็ยังคงนอนหลับใหลอยู่ที่ห้องพักโรงเตี้ยม ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้ในเมืองกำลังออกตามหาคนที่ทำร้ายนายน้อยตระกูลหงกันให้วุ่นวายไปหมดแต่ก็ไม่มีวี่แววของเบาะแสเลย ข่าวนี้ลุกลามไปอย่างรวดเร็วถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ณ โรงเตี้ยมเซี๊ยะโหล 
          "นี่ๆเจ้าได้ยินข่าวเรื่องนายน้อยหงอี้และสมุนถูกคนลึกลับอัดจนเละบ้างหรือเปล่า"
          "เฮอะ! ทำไมข้าจะไม่รู้ แต่เห็นมีคนบอกว่านายน้อยหงอี้ไปปล้นชายลึกลับนั้นเข้าเลยถูกอัด"
          "ข้าว่าสมควรโดนแล้วล่ะ จะปล้นเขาแต่ตัวเองดันถูกอัดซะเละ ถือว่าซวยสุดๆ !!5555!! "
               "เห้ย!!" "เอ็งจะหัวเราะเสียงดังทำไมกันว่ะ เดี๋ยวก็ได้เรื่องหรอก"
               "โทษทีข้าอดขำไม่ได้ เมื่อนึกถึงตอนที่ไปข่มขู่ก่อนจะปล้น แต่มันกลับเป็นตัวเองที่โดน"
ชายอีกคนคิดตามจากนั้นก็หัวเราะเสียงดังออกมา
               "!!5555!!"
               "เห้ย!" "เอ็งหัวเราะเสียงดังกว่าข้าอีกนะ"
               "โทษทีข้าสะใจไปนิดนึง"
เมื่อข่าวที่ชาวบ้านต่างพูดกันอยู่ไปถึงหูของหงต้วนทำให้เดือดดาลขึ้นทันที 
               "ใครมันกล้าพูดว่าบุตรชายข้าปล้นคนอื่นกัน ข่าวแหลวไหลทั้งเพ บุตรชายข้าเป็นคนดีไม่ทำหรอก รอบุตรชายข้าฟื้น ข้าจะถามว่าเป็นเรื่องจริงรึไม่"
               "ว่าแต่พวกเจ้าได้เบาะแสอะไรบ้างล่ะ" 
               "เอ่อ..ตอนนี้ยังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย เพราะตอนเกิดเหตุเป็นเวลาที่ทุกคนพักผ่อนกัน จึงไม่มีคนรู้เลย บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนเช้ามาก็พบเป็นแบบนี้แล้ว" 
               "เจ้าเอาประกาศไปติดให้ทั่วเมือง ว่าใครให้เบาะแสได้ให้50ทอง" 
               หลังจากที่มีประกาศออกมายิ่งทำให้วุ่นวายขึ้นไปอีก แต่ก็ไม่มีใครให้เบาะแสเหมือนเดิม 
               อิงเป่ยตื่นขึ้นมาพร้อมพลังเต็มเปี่ยม ลุกขึ้นบิดตัวไปมาก่อนจะเข้าไปอาบน้ำจากนั้นก็ลงมากินอาหารที่ชั้นล่างของโรงเตี้ยม   
               นี่เป็นครั้งแรกที่อิงเป่ยมากินจึงออกอาการเกร็งเล็กน้อย พนักงานที่คอยดูแลอิงเป่ย เมื่อเห็นก็รีบเดินมาหา
               "คุณชายจะรับอะไรดีเจ้าค่ะ" 
               "อะไรก็ได้ 3-4อย่างและน้ำชา"
               "ได้เจ้าค่ะ เชิญคุณชายนั่งรอซักครู่"
               อิงเป่ยนั่งรอระหว่างนั้นก็ได้ยินบทสนทนาของคนที่มากินอาหารที่ได้เล่าถึงเหตุต่อสู้กันในคืนนั้น และ ได้สั่งคนออกมาตามหากันให้วุ่น ตอนนี้ก็ติดประกาศ ถ้าใครให้ม้อมูลจะได้50ทอง ได้ยินดังนั้นอิงเป่ยจึงลุกเดินไปหา
               "นี่พี่ชายข้าจะไปแจ้งเบาะแสได้ที่ไหนหรอ ข้าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน" 
               "เจ้าก็ไปแจ้งที่ตระกูลหงไง เจ้าจะได้50ทองในการให้เบาะแส"
               "ขอบคุณพี่ชายมาก"
อิงเป่ยกลับมานั่งที่เดิมอาหารก็ได้นำมาวางพอดี อิงเป่ยรีบกินอาหารบนโต๊ะพร้อมกับคิดในใจว่าจะทำยังไงกับตระกูลนี้ดี
          ไม่นึกว่าจะติดประกาศตามหาข้านะเนี้ย พวกเจ้าไม่ต้องตามหรอกเดี๋ยวข้าจะไปหาเอง
หลังจากที่กินอาหารเสร็จก็มุ่งหน้าออกจากโรงเตี้ยมไปทางตระกูลหงทันที
ในที่สุดนายน้อยหงอี้ก็รู้สึกตัวขึ้นมา 
               "!อึก! !โอ๊ย!"
               "นายน้อยท่านรู้สึกยังไงบ้าง ขอรับ"
               "หืม..ข้ามาอยู่ที่ห้องได้อย่างไรกัน ทำไมข้าถึงขยับไม่ได้เลยล่ะ"
               "นายน้อยอย่าพึ่งขยับ ขอรับ ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องพักผ่อนให้มากๆจะได้หายเร็วๆ"
               เมื่อได้ยินว่าบาดเจ็บจึงนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สั่นสะท้านไปถึงทรวงใน ความกลัวต่อชายคนนั้นก็เกาะกุมจิตใจทันที
               "เจ้าไปแจ้งนายท่านว่านายน้อยได้สติฟื้นขึ้นมาแล้วเร็วเข้า"
สาวใช้รีบวิ่งออกไปทันที เมื่อมาถึงก็รีบแจ้งให้ท่านหงต้วนทราบทันที
               "นายท่านเจ้าค่ะ คุณชายฟื้นแล้วเจ้าค่ะ"
               "อย่างนั้นรึ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ"
ไม่นานหงต้วนก็มาถึงพร้อมกับรีบเข้าไปถามอาการทันที
               "เจ้าเป็นอย่างไรบ้างลูกหง"
               "ข้าเจ็บปวดไปหมด ขยับแขนและขาไม่ได้เลย ข้าคงจะไม่ได้พิการสินะท่านพ่อ"พร้อมกับร้องไห้ออกมา
                "แน่นอน เจ้าไม่ต้องกังวล เจ้าจะกลับมาเดินได้ในอีก3เดือน"
               "ว่าแต่เจ้าไปโดนทำร้ายมาขนาดนี้ได้อย่างไรกัน"
หงอี้คิดอยู่พักนึงก่อนจะตอบออกไป
                "ข้าเดินออกมาจากโรงประมูลพร้อมกับคนของข้า และได้ไปคุยกับคนที่ประมูลชุดคลุมเงาภูติ ข้าได้ขอซื้อต่อกับเขา เขาไม่ยอมขายให้ แถมยังทำร้ายข้าและคนของข้าอีก ท่านจะต้องแก้แค้นให้ข้านะท่านพ่อ"
               "มันกล้าลงมือกับเจ้าขนาดนี้เพียงแค่เจ้าไปขอซื้อชุดคลุมเงาภูติ
จากมันเนี้ยนะมันจะมากเกินไปแล้ว มันจะได้เห็นดีกันที่กล้ามาทำร้ายคนตระกูลหงของข้า"
              นายท่านหงต้วนมีคนมาแจ้งว่า มีคนรู้เบาะแสมาแจ้งให้ทราบ ขอรับ
               "เจ้าไปนำเขามาที่นี่เดี๋ยวนี้!"
               "ขอรับนายท่าน"
จากนั้นก็มีชายหนุ่มเดินมาพร้อมกับบ่าวรับใช้เดินเข้ามาในห้อง
               "เจ้ารู้เบาะแสของมันอย่างนั้นรึ รีบบอกข้ามาเร็ว"
               "แน่นอนว่าข้ารู้และข้าก็พามันมาด้วย"
ประโยคนี้ทำเอาหงต้วน งง และสับสนขึ้นมาทันที
               แต่ก็มีเสียงร้องตะโกนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นมาขัดจังหวะ เพียงแค่ได้ยินเสียงเท่านั้น เมื่อหันหน้าไปมองก็ต้องสะดุ้ง "!เฮือก!"
              "เป็นมัน เป็นมันที่ทำร้ายข้าท่านพ่อ มันทำร้ายข้า มันทำร้ายข้า" 
               "หืม" หงต้วนเมื่อได้ยินที่บุตรตนกล่าว ก็หันไปมอง แล้วกล่าวกับบุตรชายตน
               "เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นมัน มันเป็นคนธรรมดาไม่มีพลังปราณเลยนะ"
               "ข้าแน่ใจว่าเป็นมันแน่นอนที่ทำร้ายข้า"
               เสียงหัวเราะของอิงเป่ยดังขึ้นขัดบทสนทนาดังก้องไปทั่วห้อง
               "555555" "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะจำได้แม้กระทั่งเสียงของข้าเลยนะเนี้ย แถมมืดสลัวๆแบบนั้นยังจะดูออกว่าเป็นข้าอีก ข้านับถือเจ้าจริงๆ"
หงต้วนยืนขึ้นแล้วจ้องมองอย่างดุร้ายก่อนจะตะโกนด้วยกำลังภายในไปที่อิงเป่ย
               "เจ้ากล้าดียังไงมาทำร้ายบุตรชายข้า เจ้ายังเป็นคนอยู่รึเปล่า" 
               "เฮอะ ข้าก็เป็นคนน่ะสิ และก็ไม่เคยไปทำร้ายใครก่อนด้วยเพราะข้าเป็นคนมีคุณธรรม ใครหาเรื่องข้า ทำร้ายข้า ข้าจะคืนมันเป็น100เท่า"
               "เจ้าจะอวดดีเกินไปล่ะ ถ้าข้าไม่แก้แค้นให้บุตรชายข้า ข้าคงไม่อาจสงบใจลงได้"
          "อย่างเจ้าน่ะรึ จะมาแก้แค้นข้า ข้าว่าอย่าดีกว่า ถ้าไม่อยากสิ้นตระกูลหง"










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #612 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 12:54
    ขอบคุณจ้า
    #612
    0
  2. #582 Arm Be Euphoric (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 15:51
    ทำไมเรียก ลูกหง ละ ชื่อหงอี้ ต้องเรียก ลูกอี้ หรือ อี้เอ๋อ ไรงี้ป่าว
    #582
    0
  3. #65 Looney00 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 02:01
    ลบตระกูลมานนนนเข้าข้างลูกไม่ถามเหตุผลสมควรโดนนนนน
    #65
    0
  4. #49 joelamtan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 17:20
    ลบ7ระกูลมานน ขอบคุณครับ
    #49
    0
  5. #46 cattycall (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 14:20
    #46
    0
  6. #45 k.o.r (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2560 / 14:17
    อีกตอนเหอะอยากดูตระกูลล้มสลาย
    #45
    0