จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 17 : ก่อนจะเข้าเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    17 ก.ค. 60

          "หลายหมื่นปีมานี้ ข้าไม่เคยมีความสุขเท่าครั้งนี้มาก่อน  และข้าไม่ต้องเหงา อ้างว้าง อยู่คนเดียว"
"ข้ารู้สึกว่า เจ้าเปลี่ยนไปนะ พูดมากกว่าเดิมซะอีก หรือว่าเก็บกดที่ไม่เคยได้พูดมาตลอดหลายหมื่นปี"
          "ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ข้าแค่ระบายความรู้สึกก็เท่านั้น "
          "ความรู้และความเข้าใจในสิ่งต่างๆในโลกที่ผ่านมาหลายหมื่นปีเจ้าคงจะได้เห็นความเปลี่ยนไปมาหมดแล้วสินะ เมอา"
          "แน่นอนว่าข้ารู้เรื่องมากมาย แต่เป็นช่วงหมื่นปีก่อนนี้ หลังจากที่เกิดสงครามระหว่างมนุษย์และเผ่าอสูรตอนนั้น มนุษย์ชนะเผ่าอสูรตอนนั้นข้าก็ร่วมด้วยจึงได้เห็นเหุตุการณ์ทั้งหมด เพราะเผ่าพันธ์ุมนุษย์มีสติปัญญาเหนือกว่าสัตว์อสูรนั่นเอง     แต่ถึงอย่างนั้นเผ่าอสูรก็แข็งแกร่งมาก ถ้าไม่มีข้าเผ่ามนุษย์คงสูญสิ้นไปแล้ว"
               "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไม่รู้เรื่องราวหลังจากนั้นเลยสินะ"
               "ข้าใช้พลังทั้งหมดต่อสู้ร่วมกับผู้ใช้ในการต่อสู้กับผู้นำเผ่าอสูรที่มีสติปัญญาไม่ต่างจากมนุษย์เท่าใด การที่อสูรจะมีสติปัญญานั้นต้องมีระดับพลังที่สูงมากๆทำให้ชนะอย่างเฉียดฉิว ผู้ใช้ข้าบาดเจ็บสาหัส ข้าพลังเวทย์หมดเข้าสู่การหลับไหล ข้าก็ไม่รู้อะไรหลังจากนั้นอีกเลย"
               "งั้นพักเรื่องนี้ไว้ก่อนละกัน ข้าจะถามอีกทีหลัง" 
               หลังจากที่คุยกันมาหลายชั่วยาม   อิงเป่ยก็หาที่พักห่างจากหนองน้ำไม่ไกลเท่าไหร่ ทำการฝึกฝนพลังเวทย์สลับกับฝึกฟลังปราณ 
               อิงเป่ยกับเมอาเดินทางเข้าไปจนถึงเขตใจกลางของป่าหวงห้ามก็พบเข้ากับฝูงกบยักษ์ ไม่แข็งแกร่งมาก แค่ตัวมันใหญ่กว่ากบทั่วไปเท่านั้น
รูปภาพ

ดูให้เหมือนกบยักษ์นะครับ
          มีทั้งหมด 5 ตัว อิงเป่ยต้องการเก็บเวลหมีกับงู  เพื่อจะให้ทั้ง 2 ได้เลื่อนขั้นด้วย 
จึงเรียกหมีเหมันต์กับงูสายรุ้ง ออกมา 
เกิดเป็นวงเวทย์ขึ้น 2 วง ด้านหน้าของกบยักษ์ ปรากฎร่างของหมีและงู 
ซึ่งแน่นอนละว่าหมีนั้นใหญ่กว่ากบ แต่งูนี่สิ ตัวเล็กมาก อิงเป่ยสั่งให้ทั้ง2ตัว ไปจัดการกับกบยักษ์ ที่อยู่ด้านหน้าของพวกมัน หมีน้อยวิ่งเข้าไปตะปบกบตัวหนึ่งที่อยู่ข้างหน้ามันทันที พร้อมกับคำรามขู่ แฮะ!! 
          กบยักษ์กระโดดหลบไปด้านข้าง ทำให้หมีน้อยตะปบ วืดด กบคิดอยู่ในใจ ตูไปทำอะไรให้เมิงถึงมาไล่ตีตูเนี้ย แต่หมีไม่ได้ยินที่กบคิด จึงอ้าปากพ่นลูกบอลผลึกน้ำแข็งออกไป ปะทะ เข้าอย่างแรงทำให้กบยักษ์กลายเป็นน้ำแข็ง
           กบยักษ์ที่เป็นเพื่อนกันโกรธให้หมีน้อยเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมองดูหมีน้อยแล้วใหญ่กว่ามัน2เท่า  
          มันเลยหันไปหางูน้อยตัวเล็กๆที่กำลังเลื้อยเคียงข้างมากับหมี มันกระโดดด้วยแรงทั้งหมดของมัน หวังจะทับงูน้อยให้แบนติดพื้นไปเลย งูน้อยหยุดเลื้อยแล้วมองขึ้นไปด้านบนเห็นกบยักษ์ลอยมาที่ตน   เลยใช้หางดีดตัวเองหลบไปด้านข้าง แล้วพ่นพิษส่วนกลับไปปะทะเข้ากับกบยักษ์ตัวนั้น ผิวหนังของมันเริ่มละลายเกิดเป็นควันสีม่วงลอยฟุ้งออกจากร่าง
          เมื่อตกลงกระแทกพื้นมันก็ขาดใจตายเพราะพิษงูน้อยนั้นรุนแรงมากมันสามารถกัดกล่อนแม้แต่กระดูกก็ยังละลาย งูน้อยรีบเลื้อยเข้าไปหากบยักษ์ก่อนจะฉกกลืนกินแกนผลึกงูน้อยรีบกลืนแล้วเลื้อยไปหากบยักษ์ตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว อิงเป่ยยืนดูพวกมันกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด ถึงแม้จะไล่ฆ่าฝ่ายเดียวก็ตาม 
               "นี่เมอา ถึงแม้พวกมันจะตัวเล็กลงมาอยู่ขั้นแรก แต่ความสามารถของพวกมันก็ยังเหมือนเดิมสินะ"
               "จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ แต่พลังความรุนแรงมันก็ลดลงมาด้วย เมื่อพวกมันเลื่อนขั้น ความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นเองล่ะ" 
          เมื่อหมีและงูไล่ฆ่ากบยักษ์จนหมด พวกมันก็เดินกลับมาหาอิงเป่ย จากนั้นก็หายวับเข้าไปในหนังสือก็ปรากฎว่าระดับของพวกมันเพิ่มขึ้นตัวละ5ระดับ 
          อิงเป่ยคิด ถือว่าเร็วพอสมควร ถ้าข้าทำแบบนี้พร้อมกับค้นหาสมุนไพร ล่าสัตว์อสูรไปด้วย ก่อนจะเดินทางออกจากป่าเข้าเมืองพยัคฆ์เมฆา คงจะมีของไปขายก็ได้
               ตลอดระยะเวลา1เดือน อิงเป่ย ได้เจอสัตว์อสูรทั่วไปมากมาย ถึงจะแข็งแกร่งอยู่บ้าง แต่การที่ข้าจะเจออสูรพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นจริงๆ สมุนไพรก็น้อยมาก 
          ตอนนี้คงถึงเวลาที่ข้าต้องออกจากป่านี่ซะที สัตว์อสูรของข้าก็ระดับ25แล้วแต่ข้าก็ยังหาผลึกจิตวิญญาณอสูรตามธาตุไม่ได้เลย คงต้องไปดูที่ในเมืองก่อน แต่ถ้าไม่มี  ข้าคงต้องไปที่แคว้นอื่นดู 
          ตอนนี้พลังปราณข้าก็เลื่อนมาอยู่ที่ปราณฟ้าระดับ 9 ส่วนพลังเวทย์อยู่ผู้ใช้เวทย์มนต์ 
          เมื่อมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งก็เดินสำรวจรอบๆก็เจอเข้ากับปากทางเข้าถ้ำ เมื่อเดินเข้าไปข้างในก็ต้องแปลกใจ เพราะด้านในถ้ำเป็นผนังสีดำมันวาวต่างจากภายนอกที่เป็นหินปกติทั่วไป เมื่อเอามือไปแตะพบว่า มันลื่นมาก หรือว่านี่มันจะเป็นเหล็กกันนะ
               เมื่อกวาดมองไปรอบๆ ก็จะพบก้อนสีดำบนพื้นเต็มไปหมด แต่มันมีไม่มาก เมื่อหยิบขึ้นมาดูก็แน่ใจว่านี่ คือเหล็กแน่นอน 
               อิงเป่ยเก็บก้อนเหล็กบนพื้นจนหมดแล้วเดินสำรวจข้างใน แต่ก็ไม่มีอะไรเลย นอกจากเหล็ก 
               อิงเป่ยเดินกลับออกมาทางเดิม ก่อนจะมุ่งหน้าออกจากป่า การปิดบังตนเองนั้นถือว่า สำคัญยิ่ง เพื่อไม่ให้พบกับเหตุการณ์ที่เสี่ยงตายถึงชีวิต แต่ก็มีบางคนที่ชอบข่มเหงคนที่อ่อนแอบ่อยๆ ตอนอยู่ในป่า อิงเป่ยได้เรียนรู้วิชาปกปิดพลังปราณของตน วิชานี้คือ ผนึกปราณกั้นฟ้า เมื่อใช้ พลังปราณจะถูกผนึกไว้ จนเหมือนคนธรรมดา ไม่สามารถตรวจสอบด้วยวิธีธรรมดาได้ สามารถปลดผนึกได้ตามต้องการ การฝึกก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรด้วย
               การเดินทางออกจากป่านั้นใช้เวลานานพอสมควรก่อนจะเจอเข้ากับเส้นทางสัญจรไปมา มีขบวนสินค้า ผู้คนมากหน้าหลายตามุ่งสู่เมืองพยัคฆ์เมฆา อิงเป่ยก็เดินปะปนไปกับพวกเขาเหล่านั้น 
          เมืองพยัคฆ์เมฆานั้นเป็นหนึ่งใน4แคว้นที่แข็งแกร่ง แต่หลังจากที่ผ่านมายาวนานก็เริ่มอ่อนแอลงจนรั้งอยู่อันดับสุดท้าย แต่หลังจากที่ตระกูลหยางได้ทำการสกัดเม็ดยาระดับมนุษย์ขั้นสูงได้ทำให้ความแข็งแกร่งค่อยๆกลับมาอีกครั้ง
               ทางราชวงศ์ได้ซื้อเม็ดยาจากร้านตระกูลหยางจำนวนไม่น้อยเลยทำให้ราชวงศ์แข็งแกร่งขึ้น ถ้าจะให้พูดตอนนี้ทางแคว้นอื่นก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวแล้วไม่แน่ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะมีสงครามระหว่างแคว้นก็ได้ 
               กำแพงสูงสีดำทมิฬก่อเป็นแนวยาวไกลสุดสายตา มีป้อมหน้าไม้ขนาดใหญ่ติดตั้งสามารถยิงลูกศรได้ครั้งละ500ต่อ1ครั้ง ติดตั้งเหนือกำแพงตลอดแนวความหน้ากลัวนั้นทำให้ฝ่ายเข้ามารุกรานต้องคิดหนักกันเลยทีเดียว
ตลอดแนวกำแพงนั้นได้ทำการขุดพื้นดินรอบกำแพงเพื่อเป็นแนวป้องกันอีกชั้น จึงได้สร้างสะพานยก เป็นที่ข้ามคลองน้ำรอบกำแพงไป ซึ่งหากมองโดยรวมแล้ว ถือว่า คิดได้รอบครอบจริงๆถึงแม้เมืองพยัคฆ์เมฆาจะรั้งท้ายแต่ก็ไม่มีแคว้นไหนมาโจมตี เป็นเพราะการป้องกันที่แข็งแกร่ง
               เมื่อมาถึงประตูก็จะมีทหารคอยตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะเข้าเมืองไป ยิ่งตอนนี้เมืองพยัคฆ์เมฆาได้รับความสนใจ ก็ยิ่งมีคนเดินทางมามากกว่าแต่ก่อน บางคนก็มาเพื่อซื้อเม็ดยา ส่วนมากจะเป็นค้าขาย 
               อิงเป่ยเดินมาถึงหน้าประตูทหารนั้นเพียงแค่มองก็ให้ผ่านเข้าไป อาจจะเป็นเพราะทหารคนนั้นมองเขาเป็นเพียงคนธรรมดาไม่สามารถสัมผัสพลังจากตัวได้ 
               ด้วยความที่อิงเป่ยไม่ใช่คนโลกนี้จึงตื่นเต้นกับภาพที่เห็น มันแตกต่างจากที่เขาเคยได้ศึกษามา บ้านเรือนอาจจะมีคล้ายๆกันบ้าง เขาเริ่มเดินสำรวจ กวาดสายตามองไปรอบทั้ง2ฝั่ง   ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่   
               ร้านขายของทั่วไปมีเต็มไปหมดตลอด 2 ข้างทาง ส่วนมากจะเป็นพ่อค้าเร่และชาวบ้านนำของป่ามาขาย ซึ่งมีการจัดระเบียบอยู่เหมือนกัน เช่น จะมีร้านค้ารับซื้อของคอยให้บริการ แต่ราคารับซื้อจะถูกลงเล็กน้อย จึงมีคนบางส่วนไม่นำไปขายให้ ถ้าต้องการขายเองก็ไม่ได้ห้าม
               อิงเป่ยเดินมาหยุดที่หน้าโรงเตี้ยมเซียะโหลก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน มีคนต้อนรับที่หน้าทางเข้า 2 คน
               "เชิญคุณชายด้านในเลยเจ้าค่ะ" 
อิงเป่ยพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไป 
               "ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการพักค้างคืน หรือสั่งอาหารดีเจ้าค่ะ"
               "ข้าต้องการพักและสั่งอาหาร"
               "ไม่ทราบว่าคุณชายจะพักกี่วันเจ้าค่ะ"
               "ข้าต้องการพัก5วัน และให้คนนำอาหารขึ้นไปให้ที่ห้องด้วย "
               "เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ"
อิงเปยเดินตามพนักงานไป จนมาถึงห้องพักที่อยู่บนชั้น2
ค่าห้อง 10ทองต่อ 1 วัน พนักงานยังพูดไม่จบ อิงเป่ยก็หยิบเหรียญทองออกมาให้พนักงาน
          "เหรียญทองนี่สามารถแลกเป็นเงินได้เท่าไหร่ ข้าไม่ได้แลกเงินมาด้วย"
          "คุณชายต้องการขายเหรียญทองนี่หรอเจ้าค่ะ ทางโรงเตี้ยมเรารับแลกอยู่เจ้าค่ะ"
               "เจ้าบอกราคาได้หรือเปล่า"
               "ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีการขายเหรียญทอง ถ้าเป็นทองแท่งจะขายได้100ทอง"
อิงเป่ยหยิบเหรียญทองออกมา100เหรียญแล้วส่งให้พนักงานไป 
          "เจ้าช่วยจัดการให้ข้าทีนะ นำอาหารมาให้ข้าด้วย3-4อย่างและน้ำชา หักเงินจากการขายเหรียญนั่นเลยก็แล้วกัน "
          "เข้าใจแล้วเจ้าค่ะคุณชาย" พนักงานย่อตัวเล็กน้อยก่อนเดินจากไป
          ที่อิงเป่ยใช้เหรียญนั่นเพราะมันเยอะเกินไปและคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้ค่อยไปขายที่ร้านแลกเงินก็แล้วกัน  
 




 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #826 Manchai Ratchatachaiyos (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 13:45
    ไม่ต้องใส่รูปก็ได้ครับ ใส่แล้วรู้สึกทำให้จินตนาการแย่ลงอ่ะครับ ไม่มีน่าจะสนุกกว่า
    #826
    0
  2. #700 SleepingNEKO (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 12:48
    ควรเอารูปออก หรือ หารูปภาพที่เข้ายุคสมัยของนิยาย เห็นกบแล้วหมดอารมณ์เลย
    #700
    0
  3. #611 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 12:31
    อัพเวลไวมาก สนุกมากค่ะ
    #611
    0
  4. #502 pequickcon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 20:59
    ผมงง ฮาเร็ม คือไร อ่านมาไม่นาน งง คำว่า"ฮาเร็ม"
    #502
    1
    • #502-1 supachockbori(จากตอนที่ 17)
      19 กรกฎาคม 2560 / 21:02
      คือมีภรรยาหลายคนค่ะ
      #502-1
  5. #265 [BenMore'Sako] (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:56
    4 สเต็ปสำหรับพระเอกเทพทรู

    1.ปกปิดพลัง

    2.ใส่หน้ากาก

    3.ฮาเร็ม

    4. ปัญญาอ่อนทันทีถ้ามีผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้อง

    ปกปิดพลังก็มาแล้ว ดีว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่ได้หล่อวัวตายความสะดุ้ง ไม่งั้นคงไม่พ้นต้องใส่หน้ากากเป็นสเต็ปสอง หุหุ
    #265
    1
    • #265-1 Kridgoll(จากตอนที่ 17)
      24 กรกฎาคม 2560 / 10:06
      ใช่ๆเป็นทุกราย
      #265-1
  6. #242 eros41271 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 01:18
    งงอะ ค่าห้อง10ทอง ทองแท่งแลกใด้100ทอง. แล้วไห้ไป100ทอง. สรุป แลกไรอะ
    #242
    1
    • #242-1 Kridgoll(จากตอนที่ 17)
      24 กรกฎาคม 2560 / 10:07
      ค่าห้องแพงไปตั่ง10ทองเลยมันน่าจะเป็น10ทองแดงไม่ใช่หรอ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 กรกฎาคม 2560 / 10:08
      #242-1
  7. #83 defy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 20:24
    เป็นกบยักษ์ที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเจอมา 5555
    #83
    0
  8. #32 cattycall (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 00:27
    ขอบคุณมาก
    #32
    0
  9. #30 Looney00 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 18:22
    โหค่าห้องแพงจังตั้ง10ทอง
    #30
    0