จอมราชันย์อัญเชิญอสูร

ตอนที่ 15 : ฝึกฝนพลังเวทย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    17 มิ.ย. 60

          หลังจากค่ำคืนผ่านไปอีกวัน อิงเป่ย ลืมตาตื่นขึ้นมา ก็ลุกเดินออกจากถ้ำ และพุ่งทะยานไปเรื่อยๆจนมาถึงน้ำตกเล็กๆแห่งหนึ่งไหลลาดยาวลงมาตามซอกหน้าผาสูงชัน 
                                                                               รูปภาพ

          มีต้นไม้น้อยใหญ่เกิดข้างหน้าผาตลอดแนว ข้างล่างหน้าผาเป็นแอ่งน้ำบริเวณกว้าง และมีสายธารเล็กๆแยกกันไปหลายสาย น้ำใสจนมองเห็นพื้นดินด้านล่าง มีปลาน้อยใหญว่ายน้ำไปมา 
 อิงเป่ยไม่รอช้า พุ่งทะยานไปทางหน้าผา จัดการถอดชุดและกระโดดลงไป แล้วยืนนิ่งไม่ขยับ แล้วกวาดสายตาไปรอบๆ มองหาปลาตัวโตๆเพื่อนำไปย่างกินเป็นอาหาร ในที่สุดปลาดวงซวยก็ว่ายน้ำออกมาจากซอกหินข้างๆฝั่ง อิงเป่ยรวบรวมพลังปราณไว้ที่มือ แล้วสะบัดออกไปกระทบตัวปลาก็กระเด็นลอยขึ้นไปบนฝั่งดิ้นดุ๊กดิ๊กๆไปมาบนพื้นดิน อิงเป่ยกระโดดขึ้นจากน้ำแล้วเดินไปจับปลาขึ้นมาดู 
                                                                                   รูปภาพ


          "อืมๆ ตัวใหญ่ใช้ได้เลย ตัวเดียวก็เหลือเฟือแล้ว ว่าแต่นี่มันปลาอะไรว่ะไม่เคยเห็น กินได้รึเปล่าก็ไม่รู้   แต่มันก็คล้ายปลาตะเพียนอยู่นิดหน่อยเหมือนกันแหะ " 
มื้อนี้เป็นปลา  ถ้ามีเกลือละก็จะอร่อยกว่านี้อีก อิงเป่ยคิดในใจ
โลกใบนี้น่าจะมีเกลือก็ได้ แต่เครื่องปรุงอย่างอื่นคงน่าจะยังไม่มี จะต้องหาอย่างอื่นมาทดแทน
               หลังจากที่ย่างปลามานาน ปลาก็สุกได้ที กลิ่นหอมของเกล็ดปลาที่ไหม้ไฟเล็กน้อยทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
               อิงเป่ยทำการลอกเกล็ดปลาออกจนมองเห็นเนื้อปลาข้างใน ขาวสวยน่ากินอย่างมาก จึงใช้นิ้วหยิบลงที่เนื้อปลานำเข้าปาก   ความนุ่มและความหวานของเนื้อปลาทำให้ใจแทบละลายในความอร่อย "ขนาดไม่ได้ใส่เกลือยังอร่อยขนาดนี้ ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ "
               หลังจากกินปลาเสร็จก็นั่งพัก ก่อนที่จะฝึกพลังเวทย์ 
               ครึ่งชั่วยามหลังจากพักแล้ว ก็ นั่งหลับตาทำสมาธิ เพื่อดูดซับพลังปราณตามธรรมชาติ จนเข้าสู่สภาวะหนึ่งเดียวกับธรรมชาติทั้งยังสามารถลับรู้ กระแสพลังอันยิ่งใหญ่ไหลเวียนรอบๆตัว แต่การจะชักนำพลังเหล่านั้นเข้ามานับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ถ้าไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งถ่องแท้จริงๆ
รูปภาพ

               
               หลังจากนั่งทำสมาธิอยู่นานก็ค่อยๆชักนำพลังธรรมชาติเข้ามาทีละน้อยจากนั้นทำการบีบอัดพลังธรรมชาติให้อัดแน่นเป็นก้อนทรงกลมก่อนจะย้ายเข้าไปในแหล่งกักเก็บพลังเวทย์ที่ได้สร้างไว้ก่อนหน้านี้ 
               แหล่งพลังเวทย์นี้จะขยายขนาดตามระดับขั้นของพลังเวทย์ ถึงแม้ว่าเราจะใช้พลังเวทย์จนหมดแต่ขนาดแหล่งพลังงานจะยังเหมือนเดิม ไม่ได้ลดขนาดลง 
               อิงเป่ยได้หลอมรวมเข้ากับธรรมชาติอยู่อย่างนั้นเป็นเวลาหลายชั่วยามไม่ขยับแม้แต่น้อย จนเวลาพลบค่ำ จึงลืมตาขึ้น แล้วสำรวจตันเถียนของตนเองก็พบว่าแหล่งพลังเวทย์ขยายเพียงนิดเดียว น่าจะอยู่ในขั้นนักเวทย์ฝึกหัด 
          "ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆนั่งตั้งแต่เช้ายันค่ำ พลังเวทย์ไม่ไปไหนมาไหนเลย ต้องใช้กี่100ปี จะไปถึงระดับสูงสุดว่ะเนี้ย คงจะไม่แก่ตายก่อนจะได้กลับโลกเดิมสินะ"
               อิงเป่ยว่าจะลองใช้เวทย์อัญเชิญดูซะหน่อย แต่ก็ต้องผิดหวัง พลังเวทย์ดันไม่พอ ถึงจะเป็นอสูรขั้นทองแดงระดับ 1 ก็จริง แต่มันก็ใช้พลังเวทย์เยอะพอสมควร 
               ตอนนี้ก็มืดแล้ว ก่อไฟ ย่างไก่กินดีกว่า พรุ่งนี้ค่อย เดินทางออกจากป่า มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองพยัคฆ์เมฆาเลยละกัน หวังว่าในเมืองจะมีอะไรที่น่าสนใจอยู่มั่งล่ะนะ 
               ตั้งแต่ที่อิงเป่ยเจอหมีเหมันต์ตอนนั้น ระหว่างเดินทางมายังไม่พบสัตว์อสูรตัวอื่นๆเลย ข้าต้องเข้าไปให้ลึกกว่านี้อีกหรอ ถึงจะเจอ เอาไว้หลังจากเข้าเมืองเสร็จก็แล้วกัน 
          อิงเป่ยนั่งหลังพิงกับต้นไม้ ดวงตาจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่สว่างไสว 
แสงจันทราสาดส่องลงมายังพื้นดิน ดวงดาวส่องแสงนะยิบระยับเป็นประกายชวนให้หลงใหล ทำให้คิดถึงโลกของเขา ความอ้างว้าง เดียวดาย ทำให้เศร้าหมอง ข้าจะต้องกลับไปให้ได้ ไม่ว่าจะยากเพียงใดก็ตาม
          เขาหลับตาลง ก่อนจะหันหน้าไปมองกองไฟ แล้วยื่นมือไปหยิบไก่ย่างมากินก่อนจะพักผ่อน 

เมืองพยัคฆ์เมฆา
               ตั้งแต่ที่ประมุขหยางได้นำเม็ดยาทลายฟ้ามาวางขายที่กิจการร้านค้าของตระกูล เพียงไม่นานก็ได้ทำให้ในเมืองนั้น คึกคักมากกว่าแต่ก่อน ทั้งยังได้ประกาศอย่างเป็นทางการอีกด้วยว่า ตระกูลหยางได้นำเม็ดยาระดับมนุษย์ขั้นสูง มาเปิดตัว ก็ได้รับความสนใจจากทั่วทุกสารทิศ กระทั่งราชวงค์ยังให้ความสนใจ และยังได้มีราชโองการลงมา สนับสนุนตระกูลหยางทันที หากมีผู้ใดกระทำการข่มขู่ หรือโจมตีตระกูลหยาง    มีโทษหนักถึงประหารชีวิตทั้งตระกูล เหตุการณ์นี้ทำให้ตระกูลหยางมีหน้ามีตา กิจการร้านค้ามีกำไรมหาศาลจนกลายเป็นตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในตอนนี้
               ความแข็งแกร่งนับวันยิ่งเพิ่มขึ้นจนไม่มีใครกล้าสร้างความบาดหมางกับตระกูลหยางเลย มีแต่เข้ามาผูกมิตรไมตรีกันทั้งนั้น 
             "ทั้งหมดนี่ต้องขอบคุณ คุณชายอิงเป่ย ที่ได้มอบตำราสกัดยาระดับสูงให้ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเขา ตระกูลหยางเราคงไม่มีวันแข็งแกร่งถึงเพียงนี้อยางแน่นอน ไม่ว่าจะผ่านไปกีปีก็ตาม"
          "ท่านประมุขแล้วตอนนี้คุณชายท่านนั้นเขาไปไหนแล้วล่ะ พวกข้ายังไม่ได้พบกับเขาเลยตั้งแต่ครั้งนั้น"
          ประมุขหยางก็ได้ตอบคำถามของผู้อาวุโสหยางอี้
"คุณชาย  ออกเดินทาง เพื่อทดลองบางสิ่งบางอย่าง ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขากำลังทำอะไร และไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ถ้าเขากลับมา ข้าจะจัดงานเลี้ยงให้กับเขาอย่างยิ่งใหญ่แน่นอน

  

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

935 ความคิดเห็น

  1. #718 kik-kik-saranung (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 13:37
    ขอบคุณครับ
    #718
    0
  2. #609 LittlEl2oseS (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 12:17
    ขอบคุณจ้า สนุกมาก รูปก็สวยค่ะ ทำให้นึกภาพตามได้เลย แต่ก็ขำกับรูปปลานะ
    #609
    0
  3. #579 H@@@@ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 11:43
    ปลาตะเพียนหรือปลาตะเพี้ยน 55555 หน้าตาไม่ค่อยเต็มเลย
    #579
    0
  4. #538 Menight * (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 22:35
    ชอบที่มรการแนบรูปประกอบในการบรรยาย รู้สึกว่าผู้เขียนตั้งใจมาก เนื้อเรื่องก็สนุกค่ะ
    #538
    0
  5. #24 Looney00 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 21:12
    รูปภาพสวยมากค่ะไรท์
    #24
    0