[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 61 : Chapter 57 Extra Chapter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,753
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 859 ครั้ง
    23 ก.พ. 63

 

Chapter 57 

Extra Chapter: ความบาดหมางของคู่รักเกย์ โปรดระวังก่อนเข้ามาอ่าน

 

ไม่นานมานี้มีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นในสำนักตงจี๋เซียน

ตำนานที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดในสำนักตงจี๋เซียน เป็นแบบอย่างในหนทางฝึกตนอย่างมั่นคง ชางหมิงเต๋าจวินผู้เลือดเย็นและเฉยชา คาดไม่ถึงว่าตอนที่เขากำลังจะผ่านด่านเคราะห์ จิตมารจะบังเกิดขึ้นในใจ

ผู้ฝึกตนหลายคนที่เห็นฉากนั้นหวาดกลัวจนกรามแทบหล่น

เรื่องในตอนนั้นก็เป็นแบบนี้

ชางหมิงเต๋าจวินสามารถรับทัณฑ์สายฟ้าเก้าเก้าแปดสิบเอ็ดสายได้ด้วยความสง่าที่ไม่มีใครเทียบเคียงโดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนบนชายเสื้อ ผู้คนในสำนักตงจี๋เซียนเตรียมตัวสำหรับการเฉลิมฉลองไปทั่วทั้งสี่ทิศเพื่อฉลองให้กับเทพเซียนคนแรกในรอบหมื่นปีที่สามารถผ่านด่านเคราะห์ได้สำเร็จ

เพราะในความคิดของพวกเขา จิตมารนี้นับเป็นอะไรได้ ชางหมิงเต๋าจวินเป็นใคร บุคคลในตำนานบนแผ่นดินใหญ่ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา ถึงแม้เขาจะมาจากโลกชั้นล่างแต่พรสวรรค์อันน่าทึ่งการหยั่งรู้ที่ท้าทายสวรรค์ อีกทั้งยังมีจิตใจฝักใฝ่ทางเต๋าที่แน่วแน่อย่างหาได้ยาก ไม่เคยมีสิ่งเร้าภายนอกใด ๆ ทำให้สั่นไหวได้

ในปีนั้นตอนที่มีคนมาคารวะสำนักตงจี๋เซียน ชางหมิงเต๋าจวินได้เข้าไปในตำหนักหมื่นตำราและถูกเลือกโดยดวงจิตระดับสวรรค์ของฟ้าดิน หลังจากถูกฟ้าดินเลือกให้เข้าไปในตำหนักหมื่นตำราเป็นเวลาหลายหมื่นปี เขาก็ไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย เนื่องจากการนี่เป็นการฝึกวิชาเต๋าเทพตัดอารมณ์

ไม่มีใครคาดคิดว่าชางหมิงเต๋าจวินจะพ่ายแพ้ให้แก่จิตมาร สำหรับผู้ฝึกตนที่ระดับพลังถอยหลังกลับหลายขั้น สิ่งที่อันตรายที่สุดคือจิตใจที่สับสนและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง

ภายนอกเกิดเสียงดังอึกทึก แต่ภายในสำนักตงจี๋เซียนกลับยังเงียบสงบ ด้วยความแข็งแกร่งของชางหมิงเต๋าจวิน ระดับเล็ก ๆ เพียงไม่กี่ขั้นบำเพ็ญเพียรไม่กี่สิบปีก็กลับมาแล้ว อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น สำหรับคนที่ฝึกเป็นเทพเซียนที่ต้องตั้งมั่นในเต๋า เวลาผ่านไปเดี๋ยวก็กลับเป็นปกติ

ทว่าคนที่เย็นชาเป็นปกตินั้นจะแสดงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงออกมาอย่างไร มีเพียงคนใกล้ชิดกับเขาเท่านั้นจึงจะสนใจอยากไปดูให้เห็นกับตา อย่างไรก็ตามผู้ฝึกตนมีชีวิตที่ยืนยาวมาก เรื่องความสนใจแบบนี้จึงยากมากที่จะได้พบเห็น

การมาคารวะยังคงมีเรื่อย ๆ หลายคนอยู่ระหว่างการเดินทางมาเฉียนจี๋เฟิง

บางทีเฉียนจี๋เฟิงอาจจะเป็นหนึ่งในยอดเขาทั้งหมดที่ยากจนที่สุดในสำนักตงจี๋เซียน บนยอดว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง มีเพียงบ้านไม้ไผ่ ไม่มีกระทั่งรูปวาดของคน

ใช่ เฉียนจี๋เฟิงเป็นยอดเขาที่เล็กที่สุดในสำนัก ทั้งเทือกเขามีคนอยู่เพียงคนเดียว นั่นก็คือเจ้าของยอดเขา ชางหมิงเต๋าจวิน

ทุกคนพบชางหมิงเต๋าจวินที่จุดสูงสุดของยอดเขา เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่สะดุดตา ทะเลหมอกม้วนตัวอยู่ใต้เท้า ชางหมิงเต๋าจวินซึ่งสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวปักลวดลายสีฟ้าถือขลุ่ยไม้ไผ่ไว้ในมือ

เห็นท่าทางจดจ่อของเขา ทุกคนจึงคิดว่านั่นคืออุปกรณ์ปราณที่ทรงพลังไร้เทียมทานชิ้นหนึ่ง แต่หลังจากที่ได้จ้องชัด ๆ กลับพบว่ามันเป็นเพียงขลุ่ยไม้ไผ่ธรรมดา ขลุ่ยไม้ไผ่นั้นทำจากไม้ไผ่ธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป คนทำน่าจะยังเป็นมือใหม่ ตัวขลุ่ยจึงดูหยาบ ๆ ของแบบนี้ถึงแม้จะโยนทิ้งลงบนถนนที่โลกมนุษย์ก็คงไม่มีใครชายตาแล

ช่างเป็นขลุ่ยไม้ไผ่ที่ทำแบบเน้นปริมาณโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ*ซึ่งถูกถืออยู่ในมือที่สมบูรณ์แบบราวหยกสลักของชางหมิงเต๋าจวิน

(*สุกเอาเผากิน)

ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านหลัง ชางหมิงเต๋าจวินจึงหันไปมองด้วยท่าทางนุ่มนวลอย่างคาดไม่ถึงและคล้ายมีร่อยรอยของความโหยหา

ทันใดนั้นก็มีคนรวบรวมความกล้าเปิดปากพูด “ชางหมิงเต๋าจวิน คาดไม่ถึงว่าท่านจะรู้วิธีเป่าขลุ่ยด้วย”

“อืม”

“ขลุ่ยไม้ไผ่อันนี้คือ?”

เป็นความจริงที่ชางหมิงเต๋าจวินมักจะอารมณ์แปรปรวน เขาเคยเป็นคนที่ไม่เปิดปากพูดเป็นหลายสิบปี ทว่าตอนนี้เขากลับตอบคำถาม

“สหายคนหนึ่งให้มา”

“สหาย ไม่เคยได้ยินว่าเต๋าจวินมีสหายสนิท” ทุกคนรวบรวมสติชวนชางหมิงเต๋าจวินพูดคุยอย่างระมัดระวัง หวังจะช่วยให้เขากำจัดจิตมารได้เร็ว ๆ

“ข้าเคยมีสหายคนหนึ่ง...”

.....

“หืม นี่คืออะไร? สุนัข?”

“เจ้าสิสุนัข! มาจากบ้านนอกหรืออย่างไร! ไม่เคยเห็นปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์แบบเปิ่นจั้ว*มาก่อนหรือ?”

(*本座ความหมายเดียวกับคำว่า เปิ่นจวิน ที่แปลว่าตัวข้าผู้นี้)

“สหายเต๋าปีศาจสุนัข ขออภัย ข้าชางหมิงเพิ่งจะมาถึงโลกใบนี้ เรื่องหลาย ๆ อย่างจึงยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก คงต้องขอให้สหายเต๋าชี้แนะอีกมาก”

“เหอะ”

“อ่า สหายเต๋าไปดีมาดีนะ หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก”

.....

“สหายเต๋าปีศาจสุนัข ได้พบกันอีกแล้ว”

“บอกว่าข้าไม่ใช่เผ่าสุนัข”

“สหายเต๋า ท่านได้รับบาดเจ็บนี่ ให้ข้าช่วยพันแผลให้ท่านนะ”

“เจ้าออกไปห่าง ๆ ข้าเลยนะ”

“หากข้าพันแผลให้ท่านเสร็จจะไปทันที”

“ฮึ่ม”

“สหายเต๋า ภายภาคหน้าคงได้พบกันอีก”

“รอเดี๋ยว เหมิงอวี้คือนามของเปิ่นจั้ว เห็นแก่ที่เจ้ารู้กาลเทศะ จะยอมให้เจ้าเรียกนามของเปิ่นจั้วก็ได้”

“สหายเต๋าเหมิงอวี้ หากมีวาสนาคงได้พบกันอีก”

.....

“สหายเต๋าเหมิงอวี้ เหตุใดทุกครั้งที่ได้พบท่าน ท่านถึงได้เจ็บตัวตลอดเลย?”

“ควรพูดว่าทุกครั้งที่ข้าเจอเจ้า ข้าเจ็บตัวตลอดต่างหาก”

“เช่นนั้นเราสองคนคงมีวาสนาต่อกันจริง ๆ”

“วาสนาบัดซบ”

“สหายเต๋า ท่านกระอักเลือด รีบทานยาเร็ว”

“เจ้าเอายาอะไรมาให้ข้ากิน เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าบาดแผลมันแย่กว่าเดิม เผ่าซีส่งเจ้ามาทำร้ายข้าใช่หรือไม่!”

“อย่าเพิ่งขยับ ยิ่งขยับท่านยิ่งกระอักเลือดหนักกว่าเดิมอีก ยาลูกกลอนนี้มาจากสถานที่ลับ ทุกครั้งที่ข้าได้รับบาดเจ็บก็ใช้ยานี้ตลอด มันทำให้บาดแผลทั้งหมดหายไปนะ”

“เจ้าเป็นผู้ฝึกตนวิชาเต๋า! ข้าผู้ฝึกตนวิชาปีศาจ! ยาของผู้ฝึกตนทางเต๋าอย่างพวกเจ้าเป็นพิษกับพวกเรา เจ้าคนบ้านนอกเจ้าไม่มีความรู้พื้นฐานอะไรมาเลยหรือ!”

.....

“สหายเต๋า เจ้าตื่นแล้ว”

“ที่นี่ที่ไหน?”

“นี่คือถ้ำของข้าเอง เมื่อครู่ท่านบาดเจ็บหนักมากจนเป็นลมไป ข้าจึงพานท่านกลับมาด้วย”

“ไม่ ข้าเป็นลมเพราะเจ้า”

“ข้าเสียใจจริง ๆ ยามนี้เล่ารู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”

“หืม? คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะรู้วิธีรักษาปีศาจ”

“ข้ามีความรู้เรื่องค่ายกลเล็กน้อย นี่คือค่ายกลที่ข้าคิดขึ้นมาเอง มันสามารถเปลี่ยนพลังปีศาจให้เป็นพลังวิญญาณได้แต่มันไม่เสถียร ไม่คาดว่าจะโชคดีสำเร็จวันนี้”

“เจ้าเพิ่งเคยลองกับเปิ่นจั้ว หากเกิดผิดพลาดขึ้นมา เจ้าคิดถึงผลที่จะตามมาหรือไม่!”

“แต่มันก็ได้ผลนะ”

.....

“เหมิง เหมิงอวี้สหายเต๋า ดูเหมือนครั้งนี้สถานการณ์จะสลับกันนะ”

“เหตุใดเจ้าจึงได้รับบาดเจ็บรุนแรงเช่นนี้?”

“ข้าน้อยพลาดเองขอรับ”

“เจ้าไม่มีความรู้พื้นฐานเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็ววันหนึ่งเจ้าต้องตายที่แดนปีศาจนี้แน่ เห็นแก่ที่เจ้ารักษาบาดแผลให้ข้าหลายครั้ง จากนี้เป็นต้นไปเปิ่นจั้วจะไปกับเจ้าด้วย”

.....

“ชางหมิง ยังจำความหุนหันพลันแล่นของเจ้าตอนที่เราเพิ่งรู้จักกันได้หรือไม่?”

“เจ้าในตอนนั้นก็ไม่ค่อยได้รับบาดเจ็บบ่อย ในแดนปีศาจนี้ปีศาจสองตัวได้ยินชื่อเจ้าทีไรเป็นต้องต่อสู้กันทุกที จินตนาการไม่ออกเลยว่าความสง่างามของเทียนโม่ต้าเหริน*ในตอนนั้นจะเป็นอย่างไร”

(*ปีศาจชั้นสูง)

“ไร้สาระให้มันน้อยหน่อย ดื่ม”

“สหายเต๋าเหมิงอวี้ ข้าตัดสินใจจะไปแสวงหาโอกาสที่โลกแห่งการฝึกตนที่แท้จริง อย่างไรโลกนี้ก็ไม่เหมาะกับผู้ฝึกเต๋า”

“จะออกเดินทางเมื่อไร”

“วันพรุ่ง”

.....

“สหายเต๋าเหมิงอวี้ ท่านมาส่งข้าหรือ?”

“รับไป”

“นี่คือ... ขลุ่ยไม้ไผ่?”

“ข้าจำได้ว่าเจ้าบอกว่าตนเองเล่นเครื่องดนตรีแปลก ๆ แบบนี้ได้ แต่โชคไม่ดีที่ลืมเอาจากที่บ้านเกิด ข้าจึงทำตามที่เจ้าเคยอธิบายมาให้”

“ขอบคุณมาก หวังว่าจะได้พบกันอีก”

“รอจัดการความวุ่นวายในแดนปีศาจเสร็จ เปิ่นจั้วจะไปตามหาเจ้า”

.....

“ไม่ได้พบกันหลายปีหวังว่าท่านจะสบายดีนะ”

“สหายของเปิ่นจั้วไม่เลวจริง ๆ คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะได้เข้าสำนักตงจี๋เซียน ตลอดทางที่มาชื่อเสียงของเจ้ายามนี้เจ้าโด่งดังในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนที่แท้จริงมาก”

“พานพบสหายเก่า ช่างควรแก่การเปิดอกคุยกัน”

“บัดซบ!”

.....

“ชางหมิง เจ้าฝึกวิชาอะไร เจ้าไม่รู้หรือว่าตนเองไม่เหมือนมนุษย์มากขึ้นทุกที ๆ?”

“เคล็ดวิชาฟ้าดิน”

“เคล็ดวิชาฟ้าดิน? นั่นมันวิชาเต๋าเทพตัดอารมณ์! เกรงว่าอีกไม่นานสหายสนิทของข้าก็คงไม่หลงเหลืออยู่ในตัวเจ้าอีกต่อไป”

“ข้ามาจากโลกระดับต่ำ ผลกรรมจากโลกนั้นจึงหนักหนาเป็นอย่างมาก หากต้องการเดินบนเส้นทางแห่งการฝึกตนต่อ มีเพียงต้องฝึกเต๋าเทพตัดอารมณ์เท่านั้น”

“เปิ่นจั้วจะพยายามช่วยให้เจ้าผ่านกรรมนี้ไปให้ได้ วิชาเต๋าตัดอารมณ์นี้เจ้ายังไม่ต้องฝึก”

“เพราะเหตุใด?”

“เพื่อข้า”

“!”

“แค่ข้าจินตนาการก็รู้สึกราวกับถูกแช่แข็งแล้ว เพราะฉะนั้นรอข้ากลับมา”

เหนือหน้าผามีชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวปักลวดลายสีฟ้ามองแผ่นหลังของคนคนหนึ่งหายไปในอากาศ ผ่านไปพักใหญ่เขาจึงยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากของตนเองพร้อมกับมุมปากโค้งขึ้น

“ตกลง”

.....

“ข้าเคยมีสหายคนหนึ่ง...”

“เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?” เห็นชางหมิงเต๋าจวินเงียบไปนาน ทุกคนจึงถามด้วยความกังวล

“หลังจากนั้นเขาก็ตาย สลายเป็นขี้เถ้าหายไปในอากาศ”

ได้ยินประโยคสุดท้ายไม่กี่คำ ทุกคนก็พบว่าน้ำเสียงชางหมิงเต๋าจวินกลับมาเป็นเช่นเดิมเหมือนดั่งวันวานอีกครั้ง

เมื่อมองอีกครั้งก็เห็นเพียงดวงตาที่นิ่งสงบปราศจากระลอกคลื่นของเขา

จิตมารถูกทำลายแล้ว

 

 

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------

จบแล้ววววว แปลยากมาก แปลตรงไหนงงๆก็ขอโทษด้วยนะคะ เราก็แปลไม่ออกเหมือนกัน ฮืออ

ต้องลากันจริงๆแล้วน้าาาา แอบใจหายนิดๆ แต่ยังไงขอบคุณทุกคนที่ติดตามมาตลอดนะคะ บ้ายบายยยยย

#วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 859 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,995 ความคิดเห็น

  1. #6865 โคมวิเศษ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 05:07
    เกลียดประโยค ข้าเคยมีสหายคนนึง แล้วเขาก็ตายไป นึกถึงพี่เยี่ยกับพี่มู่จากกลอรี่เลยค่ะ นึกแล้วน้ำตาจะไหล ฮืออออออออ
    #6,865
    0
  2. #6827 bambiim (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 16:28
    บอกให้รอ แล้วทำไมไม่กลับมา ฮื่ออ QAQ
    #6,827
    0
  3. #6706 PPinIN (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 09:07
    จิตมารเกิดเพราะสูญเสียสหายสินะ
    #6,706
    0
  4. #6685 Apoptosis (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 09:22
    ใจหายแทนอ่ะจารย์ปู่
    #6,685
    0
  5. #6636 เตเตชิต (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 01:26
    งงเรื่องราวของสองคนนี้จังหู้ แต่เสียดายเวลาที่เคยมีร่วมกันของสิงคนนี้มากมันเป๋นช่วงเวลาดีๆเลยนะ จารย์ปู่ตอนเด็กน่ารักมาก แต่พอโตไมยึดติดกับการฝึกเซียนขนาดนั้นล่ะปู่!
    #6,636
    0
  6. #6634 PinkChocolate (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 01:08
    เนื้อเรื่องบัดซบ ห่วยแตก วันๆ พวกเซียนพวกนี้นอกจากบำเพ็ญเพียรแล้วก็มีแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ดราม่าเหรอ ทิ้งคนรักเพื่อไปเป็นเซียนนี่นะ ถุย จะอ้วก น้ำเน่า นอกจากจะไม่ซึ้งแล้วยังน่าถีบด้วย
    #6,634
    1
  7. #6609 TamanegiJa (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 13:37
    เศร้าาาาาา จารย์ปู่T^T
    #6,609
    0
  8. #6592 ++Milady++ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 18:17
    แง ทำไมตอนนี้มันเศร้าๆ
    บีบหัวใจจัง
    #6,592
    0
  9. #6363 คาเรลล่า อานาธีเซีย (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 17:19
    ขอบคุณที่แนะนำนิยายดีๆให้ติดตามนะคะ ดูแลรักษาสุขภาพด้วยยยย
    #6,363
    0
  10. #6331 Switches (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 11:04
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านน้า. แปลดีมากๆๆๆ
    #6,331
    0
  11. #6330 Switches (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 11:04
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านน้า. แปลดีมากๆๆๆ
    #6,330
    0
  12. วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 20:15
    อาร์คนี้เศร้าเกินไปตลคหลักจุดจบไม่สวยสักคน
    #6,246
    0
  13. #6078 Winter Breeze (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 04:54

    สนุกมากกกก ขอบคุณที่แปลให้อ่านมาตลอดนะคะ
    #6,078
    0
  14. #6066 bambybamby (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 เมษายน 2563 / 05:20
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านค่ะ ชอบมากๆ
    #6,066
    0
  15. #5986 adjifern (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:37
    แงงงงง จบแบบงงๆ แต่ก็เศร้ามาก
    #5,986
    0
  16. #5943 Mysterygrey (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 08:21
    แลงมากกกกกกกกกก แงงงงงงงงง
    #5,943
    0
  17. #5933 neovenesia (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:41
    แปบไม่น่างงหรอก แต่เนื้อเรื่องต้นฉบับนี่ล่ะที่ชวนงง
    #5,933
    0
  18. #5931 pam223 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:09
    ขอบคุณที่ช่วยแปลมาจนถึงตอนนี้มากๆนะคะ
    #5,931
    0
  19. #5929 Kn_nann (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:54
    คู่นี้คือ เอ่อ t-t
    #5,929
    0
  20. #5926 bj vamtoon (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:53
    ขอบคุณ​นะ​ จะติดตามตอนกลับมาแปลเรื่องใหม่นะ​ สู้ๆ
    #5,926
    0
  21. #5925 killer of wind (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:03
    ขอบคุณมากนะคะ
    #5,925
    0
  22. #5915 ROKU_23 (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:42
    ขอบคุณมากนะค่าาา
    #5,915
    0
  23. #5913 Tinorfide (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:52

    ขอบคุณมากค่า~ ว่างเมื่อไรก็กลับมานะคะ จะรอค่า~

    #5,913
    0
  24. #5912 ^ จู ^ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:23

    ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากๆเลย

    #5,912
    0
  25. #5911 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:31

    ขอบคุณมากๆค่า

    #5,911
    0