[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 54 : Chapter 51

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 851 ครั้ง
    27 ธ.ค. 62

 

Chapter 51

 

“เสี่ยวมู่?” ฉินอี้ที่เพิ่งพันแผลเสร็จเงยหน้าขึ้นมามองสีหน้าตกใจของมู่เฟย

ลู่เหิงเองก็หันหลังและเห็นมู่เฟยยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว ใบหน้าของอีกฝ่ายดูทั้งเศร้าทั้งดีใจ ริมฝีปากที่สั่นระริกเปิดปิดหลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ

“หืม?” ลู่เหิงมองมู่เฟยด้วยความสงสัย

มู่เฟยก้าวไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ยกมือขึ้นแล้ววางลงราวกับเขาต้องการกอดลู่เหิง แต่เขาก็ไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่านี้เพราะความรู้สึกคล้ายคิดถึงวันคืนเก่า ๆ ของตัวเอง “นาย นายคือเสี่ยวมู่ น้องชายของฉัน”

บทละครอะไรเนี่ย ในใจลู่เหิงรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ใบหน้าเขายังคงแสดงความสงสัยและพูด “ผมไม่มีพี่ชาย คุณจำคนผิดแล้ว”

“ไม่ ฉันไม่ได้จำผิด ฉันไม่มีทางจำปานแดงที่หลังนายผิด” มู่เฟยรู้สึกตื่นเต้นมากเสียจนคำพูดเริ่มไม่ปะติดปะต่อ

ปานอะไร ลู่เหิงพยายามจะมองข้างหลังของตัวเอง แต่ก็เห็นเพียงเสื้อผ้าของตัวเองที่ถูกฉีกด้วยกรงเล็บของซอมบี้ในการต่อสู้เมื่อกี้ ทำให้ส่วนล่างของหลังทั้งหมดเปิดเผยออกมา

“มีปานอยู่จริง ๆ” ฉินอี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังลู่เหิงสังเกตเห็นทันทีที่มู่เฟยพูด ที่เอวด้านหลังของลู่เหิงบริเวณใกล้กางเกงมีปานแดงขนาดเท่าเหรียญอยู่

“ปานแบบนั้น ฉันไม่มีทางจำผิด รูปร่างเหมือนลูกพีช ตอนนั้นทั้งครอบครัวพูดว่ามู่มู่เป็นนักกินตัวน้อยที่เอาเสบียงมาเกิดด้วย ฉันจะลืมได้ยังไง...” มู่เฟยยิ้มอย่างอ่อนโยนคล้ายกำลังนึกถึงความทรงจำอันแสนหวาน

“พวกนายกำลังพูดเรื่องอะไร? อะไรคือมู่มู่? อะไรคือน้องชาย?” เสียงของเจียงซือเล่อโพล่งขึ้นมา

จากนั้นทั้งสามก็สังเกตเห็นเจียงซือเล่อที่เห็นว่าการต่อสู้จบลงแล้วจึงปีนเถาวัลย์ลงมา

ตอนนี้มู่เฟยเต็มไปด้วยความรู้สึกยินดีที่ได้พบน้องชายและอยากจะแชร์ความสุขนี้กับคนที่เขารัก เขาก้าวไปข้างหน้าและกอดเจียงซือเล่อ “เสี่ยวเล่อ ฉันเจอน้องชายแล้ว เสี่ยวมู่ที่ฉันทำหาย ฉันเจอแล้ว!”

เจียงซือเล่อไม่เข้าใจอะไรเลย เขาถูกมู่เฟยกอดอยู่สักพักก่อนจะตอบสนองด้วยการผลักอีกฝ่ายออกไป “นายกำลังพูดเรื่องอะไร?”

มู่เฟยพลันนึกได้ว่าเจียงซือเล่อไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตเลย มู่เฟยรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย เขาปกปิดเรื่องนี้มานานและตอนนี้เรื่องนี้ก็ถูกเปิดเผยต่อเจียงซือเล่อแล้ว

เมื่อฉินอี้เห็นสีหน้าของมู่เฟยพลันรู้สึกว่านี่เป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความไม่แน่ใจและคิดมากเกินไปของอีกคน ตอนนี้ผลจากการที่มู่เฟยไม่คิดหน้าคิดหลังไม่ยอมสารภาพความจริงมาถึงจุดนี้แล้ว เขายังอยากจะปกปิดความจริงอะไรอีก

“อามู่ บอกเรื่องราวในอดีตให้เสี่ยวเล่อรู้” ฉินอี้พูด

มู่เฟยสูดหายใจเข้าลึก ๆ และในที่สุดก็ตัดสินใจ “เสี่ยวเล่อ นายมากับฉันหน่อย”

ลู่เหิงมองคนสองคนที่หายไปด้านหลัง ยังรู้สึกได้ถึงร่องรอยพลังวิญญาณของยันต์ปราบปีศาจที่อยู่บนตัวของเจียงซือเล่อ เมื่อรู้สึกวางใจแล้วก็เริ่มเก็บกวาดความวุ่นวาย

“ทำไมนายดูไม่แปลกใจเลย?” ฉินอี้เดินเข้ามาและรับหน้าที่เอาแกนคริสตัลออกมาจากกะโหลกซอมบี้ระดับสูง

“มีอะไรต้องแปลกใจ? ผมถูกอาจารย์เก็บได้ระหว่างออกเดินทางมาข้างนอก เป็นเรื่องปกติที่ผมจะมีญาติ” ลู่เหิงไม่อยากสัมผัสหัวที่น่าขยะแขยงพวกนั้นมาก ๆ ดังนั้นเขาจึงเดินไปเก็บแกนคริสตัลที่แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“ฉันชอบความไม่สนใจทุกอย่างของนายจริง ๆ” หลังจากฉินอี้แสดงความคิดเห็น สกิลการอ่อยของเขาพลันถูกกระตุ้นคล้ายถูกจุดไฟ “ถ้าทุกคนง่าย ๆ สบาย ๆ ได้ในทุกสถานการณ์คงไม่มีปีศาจในหัวใจเกิดขึ้น”

ลู่เหิงรู้ดีว่าอีกฝ่ายหมายถึงเจียงซือเล่อ “ในหัวใจของผมมีเพียงการบรรลุวิถีฝึกตน ไม่มีเรื่องอื่นอยู่ในความคิด แน่นอนว่าย่อมต้องไม่สนใจอะไร”

“ศิษย์พี่ ถ้างั้นคุณก็เดินบนเส้นทางฝึกตนของคุณไป แต่นอกจากวิถีดาบแล้ว เพิ่มฉันเข้าไปด้วยอีกอย่างสิ” ฉินอี้เพิ่มระดับการอ่อยขึ้นอีก

จริง ๆ สิ่งที่ฉันตามหาแต่แรกก็คือนาย ลู่เหิงคิดในใจแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เหลือบตามองฉินอี้แวบหนึ่งแล้วตั้งใจเก็บแกนคริสตัลต่อโดยไม่พูดอะไร

ฉินอี้รู้นิสัยของศิษย์พี่ที่รักของตัวเองดีว่าไม่เคยโกหกหลอกลวง เมื่อไหร่ก็ตามที่มีบางอย่างที่ไม่อยากพูด อีกฝ่ายก็จะนิ่งเงียบ ฉินอี้ไม่ได้สนใจพลางยักไหล่แล้วรีบขยับมือทำสิ่งที่ทำอยู่ในเร็วขึ้น

“แกนคริสตัลสองอันจริง ๆ ด้วย” ฉินอี้ทำความสะอาดแกนคริสตัลในมือและยื่นให้ลู่เหิงคล้ายกำลังนำเสนอสมบัติ

ลู่เหิงหยิบแกนคริสตัลมาและไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเห็นเจียงซือเล่อที่พุ่งมาตรงหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยวและมู่เฟยที่ตามมาอย่างเป็นกังวล

“พี่อี้! พี่รู้เรื่องนี้มาตลอดหรือเปล่า! พี่ยอมรับผมเข้ากลุ่มตั้งแต่แรกเป็นเพราะเขาใช่ไหม!” เจียงซือเล่อชี้ไปที่ลู่เหิง ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นศัตรู

“เสี่ยวเล่อ” ฉินอี้ขมวดคิ้ว เคลื่อนตัวมาบังลู่เหิงจากสายตาเป็นปรปักษ์ของเจียงซือเล่อตามจิตใต้สำนึก “นายก็คือนาย ฉันปฏิบัติตัวกับนายเหมือนเพื่อน ไม่เกี่ยวอะไรกับเสี่ยวมู่”

ดวงตาของเจียงซือเล่อเป็นประกายแวววาวด้วยความหวัง “ถ้าอย่างนั้นที่พี่ดูแลเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา มันเป็นเพราะพี่รู้ว่าเขาเป็นน้องชายของมู่เฟยใช่ไหม”

ฉินอี้ไม่เข้าใจว่าทำไมเจียงซือเล่อถึงเข้ามายุ่งในความสัมพันธ์ของเขากับลู่เหิง แต่เขารู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องปิดบัง “เปล่า ฉันแค่ชอบเขา”

เจียงซือเล่อได้ยินแบบนั้นพลันหน้าซีด สีหน้าราวกับโดนทุบอย่างแรง เขาก้าวถอยหลังสองสามก้าวและพึมพำ “ทำไม ทำไมเขาถึงชอบฉันเพราะน้องชายของเขา ทำไมพี่ถึงรักเขา ทำไม ทำไมไม่ใช่ฉัน...”

เสียงของเจียงซือเล่อเบาเกินไป ลู่เหิงและฉินอี้ได้ยินไม่กี่คำอย่างคลุมเครือ ทว่ามู่เฟยที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน

มู่เฟยรีบอธิบาย “เสี่ยวเล่อ ฉันยอมรับว่าตอนแรกฉันดูแลนายเพราะเสี่ยวมู่ แต่ฉันไม่ได้รักนายเพราะแบบนั้นแน่นอน ฉันจะตกหลุมรักกับใครแค่เพราะเขาเหมือนน้องชายฉันได้ยังไง?”

เจียงซือเล่อไม่รู้สึกตัวและตกลงในกับดักของปีศาจเรียบร้อยแล้ว พลังสีดำค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในดวงตาของเขา อาบย้อมดวงตาทั้งหมดจนเป็นสีดำ ทันใดนั้นด้านหลังเจียงซือเล่อพลันเกิดประกายไฟขึ้น ยันต์ปราบปีศาจระเบิดแสงสีทองออกมา โซ่หลายเส้นปรากฏขึ้นกลางอากาศพันรอบตัวเจียงซือเล่อที่ผิวเริ่มเป็นสีดำเอาไว้

“ในที่สุดก็ออกมาสักที!” ลู่เหิงตะโกนเสียงดัง “ศิษย์น้อง ใช้ไฟซานเม่ย*ที่แท้จริง!”

(*三昧แปลว่า สมาธิ)

ถึงแม้ฉินอี้จะฝึกไฟ ‘ซานเม่ย’ ได้ไม่นาน แต่เขากลับคืบหน้าได้รวดเร็วมาก ตอนนี้หากใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถและเค้นเอาพลังทั้งหมดออกมา เขาสามารถควบแน่นไฟซานเม่ยที่แท้จริงออกมาได้เล็กน้อย ฉินอี้ขยับมืออย่างซับซ้อน เม็ดเหงื่อปรากฏบนหน้าผาก เปลวไฟสีโปร่งใสราวกับแก้วปรากฏที่ปลายนิ้วมืออย่างวูบไหว

ถึงแม้ไฟจะเล็กมาก แต่มันก็เป็นไฟที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกและทำให้ปีศาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันตรายที่จะสูญสลาย ปีศาจดูดกลืนความโกรธนั้นเป็นพลังชีวิตและเข้ามาแทนที่วิญญาณของเจียงซือเล่อ ภายในไม่กี่นาทีเจียงซือเล่อที่ถูกมัดด้วยโซ่ก็ไม่ได้อยู่ในร่างมนุษย์อีกต่อไป

ผิวเปลี่ยนเป็นสีดำอมน้ำเงิน ดวงตาเป็นสีดำสนิท นัยน์ตาเป็นสีแดงเลือด และปลายนิ้วทั้งสิบกลายเป็นเล็บแหลมคมราวกับมีด ปีศาจเริ่มดิ้นรนอย่างรุนแรง โซ่สีทองเริ่มแตกร้าวจากการดิ้นรนของมันและดูเหมือนจะไม่สามารถกักมันไว้ได้

อีกด้านมู่เฟยที่ไม่รู้เรื่องราวเบื้องลึกและทำอะไรไม่ถูกพลันได้ยินเสียงฉินอี้ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “อามู่ หยุดยืนบื้อแล้วมาจับปีศาจ!”

ในที่สุดมู่เฟยก็เลิกทำตัวไร้ตัวตน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เขาหลุดจากความสับสนทันทีที่ได้ยินเสียงฉินอี้ และเริ่มสร้างเถาวัลย์ขึ้นมาพันรอบตัวปีศาจ

ถึงแม้เถาวัลย์เหล่านั้นจะกลายเป็นสีดำและแห้งเหี่ยวเป็นขี้เถ้าทันทีที่สัมผัส แต่พวกมันก็ลดความแข็งแกร่งของมันได้และซื้อเวลาให้ฉินอี้ ในที่สุดไฟซานเม่ยก็ก่อตัวเสร็จและยิงออกจากปลายนิ้วตรงไปยังปีศาจที่อยู่บนพื้น

ตอนที่ไฟตกใส่ตัวปีศาจ ในที่สุดยันต์ปราบปีศาจก็ทำหน้าที่ของมันจบ โซ่สีทองแตกออกและระเบิดกลายเป็นควันและฝุ่นผง ไฟซานเม่ยเพียงลบล้างสิ่งที่ไม่สะอาดเท่านั้นและจะไม่ทำให้เกิดอะไรอันตรายใด ๆ ต่อเจียงซือเล่อ

แต่ไม่มีใครคาดว่าปีศาจจะแข็งแกร่งมาก มันใช้พลังปีศาจของมันปกคลุมภายนอกไว้และพยายามต่อต้านไฟซานเม่ย ระยะเวลาที่ฉินอี้ฝึกฝนสั้นเกินไป ไฟซานเม่ยจึงยังไม่แข็งแกร่งพอ ภายใต้การดิ้นรนหลายครั้งของพลังปีศาจไม่ช้าไฟก็หยุดไหม้

สถานการณ์ฉุกเฉิน ลู่เหิงไม่ได้สนใจอะไรมาก ทันทีที่เขากัดลิ้นตัวเอง เขาก็พ่นเลือดลงบนดาบตี๋เฉิน เลือดจากปลายลิ้นเป็นสิ่งที่มีพลังหยางมากที่สุด มันให้ผลลัพธ์ที่ดีมากในการใช้กำจัดปีศาจ บวกกับการที่ดาบตี๋เฉินทำจากต้นท้อสายฟ้าซึ่งเป็นหยางบริสุทธิ์ เมื่อรวมสองสิ่งนี้เข้าด้วยกัน มันจึงเป็นหายนะของปีศาจ

ลู่เหิงนำดาบตี๋เฉินในมือพุ่งเข้าไปในหัวใจของปีศาจ

มู่เฟยตื่นตะลึง “ไม่!”

แต่เมื่อดาบตี๋เฉินห่างจากตัวปีศาจไม่ถึงฉื่อ* ปลายดาบก็ปลดปล่อยแสงสีทองทำลายพลังปีศาจที่ป้องกันไว้ ฉินอี้และลู่เหิงทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไฟซานเม่ยถูกจุดขึ้นทันทีและถูกส่งเข้าไปเผาไหม้ในรอยแตกนั้น

(*หนึ่งฟุต)

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้อนภายในหลุม

พลังสีดำค่อย ๆ ล่าถอย เจียงซือเล่อกลับสู่ร่างมนุษย์และร่วงลงบนพื้นโดยไม่รู้สึกตัว มู่เฟยตรวจสอบอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายแค่หน้าซีดเล็กน้อย แต่ลมหายใจยังเสถียรอยู่ ใบหน้าจึงสงบลง ไม่มีอะไรผิดปกติน่าจะแค่สลบไป

ลู่เหิงและฉินอี้ตอนนี้อ่อนแอกว่าเจียงซือเล่อเสียอีก หลังจากเสียเลือดไปคำหนึ่ง ลู่เหิงพลันรู้สึกว่าภาพตรงหน้าดำมืดทันทีที่จิตใจผ่อนคลายลงและศีรษะเอนไปข้างหน้า ฉินอี้ตอบสนองด้วยความรวดเร็วและคว้าอีกฝ่ายไว้โดยที่ไม่ทันคิดว่าตัวเองก็ใช้พลังจนหมด ฝ่าเท้าที่อ่อนแรงทำให้ทั้งสองร่วงลงไปกองที่พื้น

การมีเบาะรองเนื้อส่วนตัวอยู่ด้านล่างทำให้ลู่เหิงไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรตอนที่ล้มลง เขาหลับตาและรอให้อาการวิงเวียนศีรษะจางหายไป หลังจากที่ทัศนวิสัยกลับมาเป็นเหมือนเดิม เขาก็พบว่าคนที่อยู่ข้างใต้ไม่มีการตอบสนองเป็นเวลานานแล้ว

คงไม่ได้หมดสติเพราะเขาล้มใส่นะ ลู่เหิงรู้สึกกังวลในใจและลุกขึ้นมาดู ก่อนจะรู้สึกถึงแรงรัดแน่นที่เอวและเสียงแหบต่ำที่ดังขึ้นข้างหู “อย่าเพิ่งขยับ ให้ฉันกอดก่อน”

รับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าในน้ำเสียงของฉินอี้ ลู่เหิงจึงยอมให้อีกฝ่ายกอดโดยไม่พูดอะไร

มู่เฟยซึ่งยืนดูอยู่วงนอก รู้สึกเหมือนมีอะไรยัดอยู่เต็มปากรสชาติคล้ายคุกกี้ที่ทั้งไม่มีรสชาติและไม่มีกลิ่น ถ้าอยากถามเขาว่าทำไมถึงรู้ว่ารสชาติมันเหมือนอาหารสุนัข ในวันสิ้นโลกเพื่อเติมเต็มกระเพาะ มีอะไรที่ยังไม่ได้กินบ้าง

มู่เฟยในฐานะพี่ชาย ความจริงในใจรู้สึกซับซ้อนมาก เขารู้สึกว่าน้องชายที่รักของเขาถูกพรากไปโดยที่ยังจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นเขาคงพุ่งใส่ด้วยทุกอย่างที่มีไปแล้ว แต่นี่เป็นฉินอี้ นิสัยของฉินอี้มู่เฟยรู้ดีจนไม่รู้จะมากไปกว่านี้ยังไง ถ้ายอมรับอะไรแล้วก็จะเป็นอย่างนั้นไปทั้งชีวิต ในฐานะเพื่อนเกรงว่าคงไม่มีใครดีไปกว่าฉินอี้อีกแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดจบลง

เก็บแกนคริสตัลทั้งหมดบนพื้นเสร็จ ลู่เหิงก็เดินไปที่หินย้อย เขาหยุดอยู่ห่างออกมาสิบเมตรและสังเกตลวดลายลึกลับที่สลักอยู่บนหินย้อยอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ยืนยันสิ่งที่ตัวเองคิด

ลู่เหิงกำลังจะเข้าไปใกล้เสาหินแต่ก็ถูกฉินอี้ดึงไว้เสียก่อน “ระวัง”

“ไม่เป็นไร” ลู่เหิงพูด “นี่เป็นค่ายกลที่บรรพชนทิ้งไว้ มันจะไม่ทำร้ายศิษย์ของสำนัก”

ฉินอี้ฉวยโอกาสที่ลู่เหิงไม่ทันตั้งตัวลากเขาไปไว้ข้างหลัง จากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าและเข้าไปในบริเวณนั้น

คลื่นลมสงบนิ่ง

ลู่เหิงแตะไหล่คนที่อยู่หน้าและเดินไปที่หินย้อย หินย้อยเหล่านี้เป็นสีขาวและค่อนข้างโปร่งใส มองผ่านหินที่ค่อนข้างโปร่งใส ลู่เหิงพบวัตถุที่มีขนาดเท่ากำปั้นในเสาหินย้อยที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตร

บางทีนี่อาจจะเป็นเป้าหมายที่ทำให้ซอมบี้พวกนั้นล้อมหินย้อยนี้เอาไว้ ลู่เหิงวางฝ่ามือลงบนเสาหินและหลับตา ใจกลางเสาหินคือคริสตัลวิญญาณชิ้นเล็ก ๆ ที่ถูกแบ่งมาจากต้นกำเนิดพลังวิญญาณซึ่งช่วยในการสร้างพลังวิญญาณให้ค่ายกล

“มีอะไรในเสาหินนี้หรือเปล่า?” ฉินอี้เองก็รับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติบางอย่างในเสาหิน

ลู่เหิงพยักหน้าและพูด “คริสตัลวิญญาณอันนี้ถูกแบ่งมาจากต้นกำเนิดพลังวิญญาณ แต่ซอมบี้ระดับสูงตัวนั้นต้องการทำอะไรกับคริสตัลวิญญาณอันนี้?”

พลังวิญญาณสำหรับปีศาจ นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วยังอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย เรื่องนี้แปลกพอ ๆ กับแกนคริสตัลพลังวิญญาณที่อยู่ในสมองปีศาจ

“ตราบใดที่ซอมบี้ฟื้นฟูระดับสูงไม่มาเจอ คริสตัลวิญญาณชิ้นเล็ก ๆ นี้จะสามารถคงค่ายกลนี้ไว้ได้อีกหลายร้อยปี และยังเพียงพอสำหรับค่ายกลมายาข้างนอกในการป้องกันคนที่มีจุดมุ่งหมายยากจะหยั่งอีกด้วย เป้าหมายในการมาที่นี่ลุล่วงแล้ว” ลู่เหิงชี้นิ้วไปที่กองแกนคริสตัลบนพื้นที่ยังไม่ได้เก็บดี ๆ

“งั้นพักคืนหนึ่งแล้วค่อยกลับไปที่ฐานตอนเสี่ยวเล่อตื่นก็แล้วกัน” ฉินอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะถาม “ประตูค่ายกลย่อยแข็งแกร่งขนาดนี้ แล้วตอนนั้นประตู่ค่ายกลย่อยอีกสองที่ถูกทำลายได้ยังไง?”

“ผมก็ยังไม่แน่ใจ ได้ยินศิษย์ในสำนักพูดว่าสิ่งที่เรียกว่าแท่นขุดเจาะแร่เจาะลงไปใต้พื้นและทำลายค่ายกล”

ได้ยินลู่เหิงพูดหนึ่งในสาเหตุของวันสิ้นโลก ฉินอี้ซึ่งเป็นคนในสังคมสมัยใหม่ ในใจพลันรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อย

ฐาน W

หลังจากกลับมาที่ฐาน ลู่เหิงก็ไปอาบน้ำและพักผ่อนอย่างสบายใจ แต่ก็ยังคงตื่นแต่เช้า ดังนั้นเขาจึงเรียกฉินอี้มาศึกษาเศษชิ้นส่วนแกนคริสตัลพวกนั้นด้วยกัน ฉินอี้เก่งกว่าเขาในเรื่องการควบคุมจิตสัมผัส ด้วยการช่วยเหลือนี้จะทำให้คืบหน้าได้ไวกว่าเดิม

ประตูถูกเคาะ ลู่เหิงลุกขึ้นไปเปิดประตูและเห็นคนสองคนยืนอยู่นอกประตู คนหนึ่งคือฉินอี้ อีกคนคือเจียงซือเล่อ

“เสี่ยวเล่อมาหาฉันด้วยเรื่องบางอย่าง ฉันกลัวว่านายจะรีบอยู่ ตอนที่เสี่ยวเล่อบอกว่ามีบางอย่างอยากจะบอกนาย ฉันเลยพาเขามาที่นี่” ฉินอี้อธิบายอว่าทำไมทั้งสองจึงปรากฏตัวพร้อมกัน

ลู่เหิงพยักหน้าและให้พวกเขาเข้ามา

หลังจากที่เจียงซือเล่อนั่งลง เขาดูอับอายเล็กน้อยและในที่สุดก็ตัดสินใจโค้งให้ลู่เหิง “ก่อนหน้านี้ฉันมีทัศนคติแย่ ๆ ต่อนาย ฉันขอโทษ”

ลู่เหิงไม่ได้พูดอะไรแค่จ้องเจียงซือเล่อ หลังจากที่เจียงซือเล่อยืดตัวขึ้น สีหน้าของอีกฝ่ายพลันแข็งทื่อเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา

ลู่เหิงยื่นมือให้เจียงซือเล่อ “ไม่ต้องขอโทษก็ได้ แค่คืนของมาให้ผมก็พอ”

“ฉันไม่ได้เอาอะไรของนายไปไม่ใช่เหรอ?” เจียงซือเล่องุนงง หันไปมองฉินอี้อย่างขอความช่วยเหลือ

ลู่เหิงไม่ได้อธิบายอะไรมากและชักมือกลับ สีหน้าเป็นธรรมชาติของเจียงซือเล่อดูไม่เหมือนกำลังโกหก ด้วยนิสัยพร้อมชนของเขาไม่มีทางโกหกอย่างแน่นอน แต่ต้นกำเนิดพลังวิญญาณอยู่กับเขาแน่นอน เป็นไปได้ว่าปีศาจครอบงำเขาแล้วไปขโมยต้นกำเนิดพลังวิญญาณ ดังนั้นเจียงซือเล่อจึงไม่รู้อะไรเลย

แต่พื้นที่มิติผูกมัดกับวิญญาณของเจียงซือเล่อ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะซ่อนมันจากเจียงซือเล่อ ถ้าต้นกำเนิดพลังวิญญาณไม่ได้อยู่กับเจียงซือเล่อจริง ๆ งั้นมันถูกซ่อนอยู่ที่ไหน?

เห็นลู่เหิงไม่พูดอะไรอีก เจียงซือเล่อพลันมีสีหน้ากระอักกระอ่วน ฉินอี้จึงทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย “เสี่ยวเล่อ นายมาหาฉันเรื่องอะไรเหรอ?”

“โอ้” เจียงซือเล่อกลับมามีสติ “ผมอยากแลกเปลี่ยนแกนคริสตัลฟื้นฟูแต่มีแต้มไม่พอ ผมยังมีเสบียงส่วนตัวที่ได้รับมานิดหน่อยเลยอยากยกให้ทีมเพื่อแลกกับแต้ม”

“ได้” ฉินอี้พยักหน้าแล้วถามอย่างงุนงง “พลังของนายคือพลังมิติจะเอาแกนคริสตัลฟื้นฟูไปทำอะไร?”

เจียงซือเล่อบอกจุดประสงค์ของเขากับฉินอี้ตรง ๆ “ไม่ใช่ว่าผมทำร้ายพานหรงซีก่อนหน้านี้เหรอ และยังมีเรื่องอื่นที่ผมทำใส่เขาอีก ผมอยากส่งแกนคริสตัลไปให้เขาเพื่อแสดงความขอโทษ”

ได้ยินแบบนั้น ฉินอี้ไม่ได้อะไรกับเพื่อนสมัยเด็กและรู้สึกยินดีที่ในที่สุดอีกฝ่ายก็กลับเนื้อกลับตัว ในขณะที่เจียงซือเล่อไม่ได้สนใจก็มองลู่เหิงที่ขมวดคิ้วและส่ายหน้าเบา ๆ

ลู่เหิงเข้าใจสิ่งที่ฉินอี้ต้องการจะบอก เจียงซือเล่อคนนี้เปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป ถึงแม้จะเพิ่งเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงมา นิสัยก็ไม่น่าจะเปลี่ยนมากขนาดนี้ ควรรู้ว่าขนาดกลับมาเกิดใหม่แล้ว เขายังเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ แล้วตอนนี้ภายในเวลาไม่กี่วันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ราวกับพลิกฟ้าพลิกดินได้อย่างไร

ถ้ามีบางอย่างผิดปกติแปลว่าต้องมีปีศาจ

ลู่เหิงและฉินอี้คิดแบบนั้น แต่ใครอีกคนกลับไม่คิดแบบนั้น มู่เฟยดีใจเป็นบ้าเป็นหลังกับการเปลี่ยนแปลงของเจียงซือเล่อ เขารู้สึกว่าในที่สุดเสี่ยวเล่อก็เริ่มโตขึ้นแล้ว อีกทั้งเขายังเป็นฝ่ายมอบแต้มทั้งหมดของตัวเองให้เจียงซือเล่อ ทั้งสองรวมแต้มเข้าด้วยกันเพื่อแลกเปลี่ยนแกนคริสตัลฟื้นฟู

ในที่สุดแกนคริสตัลฟื้นฟูก็ถึงมือพานหรงซีอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าพานหรงซีก็ปลุกพลังได้สำเร็จและกลายเป็นผู้มีพลังรักษา

พลังรักษาไม่ใช่แค่การรักษาเท่านั้น พลังรักษาระดับสูงสามารถรักษาได้กระทั่งคนที่ติดเชื้อในขั้นแรก ในวันสิ้นโลกความสำคัญของพลังรักษานั้นชัดเจนมาก ในขณะเดียวกันจำนวนของผู้ที่มีพลังนี้ก็น้อยมากเมื่อเทียบกับพลังอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ปลุกพลังได้เองตั้งแต่ช่วงแรก ๆ หรือคนที่เพิ่งปลุกพลังได้ในช่วงหลัง จำนวนผู้มีพลังรักษาก็ยังสามารถนับได้ด้วยมือเดียว

พานหรงซีมีชีวิตอย่างที่ใฝ่ฝันมาตลอด ไม่มีใครกล้าดูถูกเขาอีกแล้ว ในทางตรงกันข้ามกระทั่งพวกผู้มีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดยังต้องยอมสรรหาทุกอย่างให้เขาเพื่อเอาใจเขา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ทันทีที่พานหรงซีดีดนิ้วก็จะมีคนยื่นสองมือเข้ามาทำทุกสิ่งทุกอย่างให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 851 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,993 ความคิดเห็น

  1. #6812 R.quartz (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 22:12

    อาหารหมานี่รสจืดจริงเหร๊อ! นี่มันหวานจัดชัดๆ ขนาดในถ้ำยังเอา(อย่าคิดลึก!) อะแฮ่ม! มีใครเคยคิดว่าน้องลู่เฟิงควรไปเป็นนักแสดงบ้างไหม? ตีบทแตกมากค่ะ นี่เราคิดมานานแหละตั้งแต่ไรเนอร์ยันราชาและน้องอวิ๋น คือแต่ละคนต่างกันอยู่นะ ไรเนอร์คือนิ่ง เงียบขรึม ราชาก็นิ่งแต่ก็อ่อนโยน แถมแอบยั่ว ส่วนอวิ๋นก็น้องแมวแสนน่ารักขนฟูตะมุตะมิ นางบัวขาวแสนบริสุทธิ์ เออ น้องคือนักแสดงออสการ์ชัดๆ
    #6,812
    0
  2. #6108 JustAEcho (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 01:44
    อาหารหมาคู่รักอร่อยจิงงง555
    #6,108
    0
  3. #5985 mmingg (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 18:51

    เป็นนี้ก็เลิกนะกับมูเฟยนะ  โลเลนะเอาจิง  ถ้าเป้นเสี่ยวเล่อคงเจ้บมากก บางทีนางก็ไม่ได้รักมูเฟยหรอกเราว่า แค่ผูกพันมีคนมาดีด้วยตามใจเราเลยไม่อยากรู้สึกเสียไป ถ้านางรู้ว่ามู่เฟยมาดุแลเพราะรู้สึกผิดต่อนย้องก็ไม่โอเคปะ เพราะเราก็จะชอบคนที่ดีกับเราไหม

    อยากให้นางมูฟออนค่ะ อยู่กับตัวเองจะดีกว่า  เอาจริงสงสารน้องมาก

    #5,985
    0
  4. #5953 慕芳荣 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 17:34

    เอาดีนี่ไม่เคยรู้สึกเกลียดซือเล่อเลยอะ ไม่พอใจนิดนึงแบบนิดจริงๆ ตรงที่กล้าไม่ชอบน้องลู่ของเรา แต่พอคิดแล้วใจจริงออกจะสงสาร ถ้าทบทวนดู ในจุดที่ซือเล่อเจอมันก็น่าเจ็บปวดจริงๆ แถมยังถูกปีศาจครอบงำอีก แต่นังพานนี่ไม่ชอบจริงนะ ไม่ชอบตั้งแต่นางโผล่มาในป่าแล้วอะ สัญชาตญาณบอกว่าไม่ชอบ! ไม่ชอบโว๊ย!!!

    #5,953
    0
  5. #5856 ZhangQiwen (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:14
    อาหารหมาอร่อยค่ะ แต่ต้องเลือกรสเลือกยี่ห้อด้วยนะ หาอันอร่อยๆได้จากคนที่บนว่าจะกินอาหารหมาเลยค่ะ
    #5,856
    0
  6. #5689 trp1021 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 22:45
    ...อาหารหมาไม่อร่อยตรงไหน!
    #5,689
    0
  7. #5666 MaoGown (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 16:32
    ที่มู่เฟยบอกรสชาติเหมือนอาหารหมา

    เพราะมีคำเปรียบเปรยว่าเวลาเห็นคนพลอดรักกัน aka.สวีทต่อหน้าเรา เราจะรู้สึกเหมือนกินอาหารหมา
    #5,666
    0
  8. #5559 boyflower (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:15

    รออ่านจ้า
    #5,559
    0
  9. #5558 No10051 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:14
    อีเวรทัวดีย์ของจริงคือพานหรงซีอ่ะค่ะ
    #5,558
    0
  10. #5557 3322650 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:11

    มาดึกจังงงง
    #5,557
    0
  11. #5556 -Amaya- (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:08
    กรี้ดดดดดกลับมาแล้ววว
    #5,556
    0
  12. #5555 sereria (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:05
    ขอบคุณค่ะ^^
    #5,555
    0