[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 53 : Chapter 50

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 790 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

 

Chapter 50

 

ในตอนเช้าของวันถัดมา หลังจากที่ฉินอี้อธิบายให้มู่เฟยและเจียงซือเล่อฟังคร่าว ๆ พวกเขาก็ออกเดินทางไปที่ถ้ำหินปูน เมื่อมาถึงหน้าถ้ำ ฉินอี้และลู่เหิงยืนห่างออกมาข้างหลังหนึ่งก้าว มองสองคนตรงหน้าก้าวเข้าไปในถ้ำโดยไม่มีการป้องกัน

นี่เป็นสิ่งที่ฉินอี้และลู่เหิงได้พูดคุยกันแล้ว พวกเขาจะใช้ค่ายกลมายานี้ในการทดสอบก่อน เมื่อเห็นทั้งสองคนตกอยู่ในค่ายกลมายา มือของลู่เหิงจึงจับดาบตี๋เฉินด้านหลังเอาไว้ ทั้งร่างเครียดเกร็งเตรียมป้องกันเหตุการณ์คาดไม่ถึงที่อาจเกิดขึ้นตอนที่ปีศาจหลุดออกมาสร้างปัญหา

คาดไม่ถึงว่าใช้เวลาไม่นานเจียงซือเล่อก็ตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อเย็น ๆ ที่ปรากฏบนหน้าผากจากการต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนัก เขาหันไปมองด้านข้างตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่ามู่เฟยยังคงติดอยู่ในค่ายกลมายา เจียงซือเล่อจึงกระชากมือมู่เฟย “มู่เฟย!”

มู่เฟยตัวสั่นตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ก็ยังติดอยู่ในค่ายกลมายาอย่างสมบูรณ์ เขาพลิกฝ่ามือขึ้นมาจับมือของเจียงซือเล่อ ริมฝีปากขยับเล็กน้อยคล้ายจะเรียกชื่อ แต่เขาก็ตื่นขึ้นมาเสียก่อน คำพูดนั้นจึงพูดออกมาไม่จบ

ทว่าเจียงซือเล่อเห็นริมฝีปากนั้นอย่างชัดเจน เสียงที่เปล่งเสียงออกมาก่อนริมฝีปากจะปิดลง มันไม่ใช่คำในชื่อของเขาแน่นอนแต่คล้ายจะเป็นคำว่า ‘พาน’

เมื่อกี้ตอนที่หลุดออกมาจากภาพลวงตา เจียงซือเล่อก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คือค่ายกล เสียงลึกลับในจี้หยกบอกเขา ค่ายกลนี้น่าจะทำให้เห็นคนหรือสิ่งที่พวกเขาแคร์ที่สุดในหัวใจ สำหรับมู่เฟยค่ายกลนี้กลับทำให้เห็นพานหรงซี?

คำที่มู่เฟยยังพูดออกมาไม่จบและปฏิกิริยาของเจียงซือเล่ออยู่ภายใต้สายตาของลู่เหิงที่ยืนห่างออกมาไม่ไกล เมื่อคืนฉินอี้บอกลู่เหิงเกี่ยวกับเรื่องของทั้งสามคนแล้ว ทั้งเจียงซือเล่อรวมถึงน้องชายของมู่เฟย

ลู่เหิงรู้เรื่องราวภายในดี แค่มองแวบแรกก็รู้ว่าคำที่มู่เฟยยังพูดไม่จบคือคำว่า ‘มู่’ ไม่ใช่ ‘พาน’ แต่เห็นได้ชัดว่าเจียงซือเล่อที่มีปมในใจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำว่า ‘พาน’

ระหว่างคนรักกัน ถึงแม้จะรักอีกฝ่ายด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี แต่เมื่อปราศจากความเชื่อใจ มันก็ยากที่จะจับมือเดินไปด้วยกัน ในใจของลู่เหิงถอนหายใจด้วยความเศร้า น่ากลัวว่าปีศาจในตัวเจียงซือเล่อจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ในสถานการณ์แบบนี้ตัวเขาทำได้เพียงต้องใช้วิธีเลวทรามเท่านั้น หากปราศจากการทำลายย่อมไร้การสร้างใหม่ ปีศาจตัวนี้ซ่อนตัวอยู่ในร่างเจียงซือเล่อมาเป็นเวลานานซึ่งไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลาที่ไม่รู้จะระเบิดเมื่อไหร่

ลู่เหิงและฉินอี้มองหน้ากันและแสดงตามที่วางแผนไว้

“อวิ๋นหลาน!”

เจียงซือเล่อและมู่เฟยถูกดึงดูดความสนใจ

สมองของลู่เหิงเต็มไปด้วยความคิดมากมาย โชคดีที่ฉินอี้มีไหวพริบจึงหันหลังให้ชายหนุ่มสองคนตรงหน้า ไม่อย่างนั้นคงโดนเปิดโปงตั้งแต่วินาทีแรกแล้ว การแสดงของชายหนุ่มห่วยแตกมากจริง ๆ มองสีหน้าโอเวอร์บนใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วลู่เหิงไม่รู้สึกถึงความหวั่นไหวในใจเลยสักนิดและยังอยากหัวเราะออกมาเสียด้วยซ้ำ

โชคดีที่ลู่เหิงต้องรักษาสีหน้าทึมทื่อไว้ไม่ให้หลุดปฏิกิริยาอะไรออกมา ไม่อย่างนั้นเขากลัวจริง ๆ ว่าตัวเองจะทำภารกิจพังแล้วระเบิดหัวเราะออกมา

“โชคดีที่นายไม่เป็นไร! ถ้านายตายฉันก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน!” ฉินอี้ยังคงแสดงต่อไปอย่างอิหลักอิเหลื่อ

ละครที่คนคนนี้เคยดูมีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ลู่เหิงไม่สามารถสะกดกลั้นอารมณ์ในอกที่พุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรงและความรู้สึกอยากหัวเราะได้จริง ๆ

ฉินอี้เองก็แสดงต่อไม่ได้แล้ว เขาเพียงประคองลู่เหิงไว้ในอ้อมแขนและกุมเสียงแห่งชัยชนะไว้เงียบ ๆ

ประโยคสุดท้ายของฉินอี้บังเอิญกระแทกส่วนที่อ่อนไหวที่สุดในหัวใจของเจียงซือเล่อพอดี ปราณสีดำปกคลุมไปทั่วดวงตาของเขา

ลู่เหิงที่ทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่เจียงซือเล่อสังเกตเห็นทันที ปีศาจตัวนั้นออกมาแล้ว

ลู่เหิงเห็นเจียงซือเล่อชะงักอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากของอีกฝ่ายขยับเล็กน้อยคล้ายกำลังพูดกับใครบางคน มู่เฟยที่อยู่ข้างเจียงซือเล่อถูกฉินอี้ดึงดูดความสนใจจึงไม่เห็นอะไรผิดปกติเกี่ยวกับอีกฝ่าย

“ทำได้ดีมาก” ลู่เหิงเอียงศีรษะและพูดข้างหูฉินอี้อย่างแผ่วเบา

แต่อีกฝ่ายกลับคล้ายคนหูหนวกได้คืบจะเอาศอกแล้วกอดลู่เหิงที่อยู่ในอ้อมแขนแน่นขึ้น

ถึงแม้ลู่เหิงจะชอบอ้อมกอดนี้มาก แต่ยังมีเรื่องสำคัญต้องทำอยู่ ลู่เหิงผลักฉินอี้ออกอย่างไร้ความเมตตา “คุณถูกทำให้สับสน”

“นี่เป็นการโจมตีของซอมบี้พลังจิตหรือเปล่า?” ฉินอี้แสดงสีหน้าประหลาดใจ

“ไม่ใช่ นี่เป็นค่ายกลมายา ถ้าไม่มีวิธีทำลายค่ายกล พวกเราก็เข้าไปไม่ได้”

“ค่ายกลมายา? มันคืออะไร ฉันใช้พลังจิตสัมผัสดูแล้ว ถึงแม้จะไม่ชัดเจนมาก แต่ของข้างในต้องสำคัญมากแน่ ถ้าเข้าไปไม่ได้งั้นพวกเราควรทำยังไง?”

ลู่เหิงและฉินอี้โต้ตอบกันอย่างรู้ ๆ กัน แสดงเหมือนเป็นเรื่องจริง

เจียงซือเล่อกำจี้หยกที่อยู่เหนืออกในเสื้อไว้คล้ายกำลังกำฟางเส้นสุดท้าย หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจ

“ฉันรู้วิธีเข้าไป” เจียงซือเล่อพูด

“จริงเหรอ?” ฉินอี้ให้ความร่วมมือด้วยการแสดงสีหน้าประหลาดใจ ถึงแม้จะแข็งทื่อนิดหน่อย แต่นี่ก็เพียงพอแล้วสำหรับเจียงซือเล่อที่กำลังสับสน

เจียงซือเล่อหายใจเข้าลึก ๆ และเปิดปากพูด “ผมฝันล่วงหน้าก่อนจะมาที่นี่ แต่ฝันนั้นยุ่งเหยิงเกินไปจนกระทั่งเมื่อกี้ หลังจากที่เข้ามาในค่ายกลมายานี้ ความฝันทั้งหมดก็ถูกกระตุ้นให้ชัดเจนขึ้น ในฝันมีวิธีเข้าไปในถ้ำด้วย”

“แต่การทำนายหลาย ๆ ครั้งก่อนหน้านี้ค่อนข้างแตกต่างจากความจริงอยู่บ้าง ผมไม่รู้ว่าวิธีนี้จะเชื่อถือได้หรือเปล่า” เจียงซือเล่อลังเลเล็กน้อย

“รักษาม้าตายประหนึ่งม้าเป็น* ยังไงก็ต้องเข้าไปในถ้ำนี้ พูดมาเลยฉันฟังอยู่” ฉินอี้พูด

(*พยายามอย่างสุดความสามารถในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง)

“ผมรู้วิธีใช้พลังมิติมาจากในฝันนั้น ผมสามารถใช้พลังในการสร้างมิติเล็ก ๆ ที่แยกตัวออกมาจากค่ายกลมายาได้” เจียงซือเล่อพูด

ฉินอี้หันไปมองตาลู่เหิงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากัน ลู่เหิงแอบเอายันต์ปราบปีศาจที่เพิ่งได้คืนเมื่อวานยัดใส่มือฉินอี้อีกครั้ง

เพื่อป้องกันไม่ให้ปีศาจสามารถลงมือได้จึงต้องมีคนติดตามเจียงซือเล่ออย่างใกล้ชิด ถ้าอีกฝ่ายเกิดอาการผิดปกติเมื่อไหร่จะได้ใช้ยันต์ปราบปีศาจทันที ยิ่งไปกว่านั้นเขากับเจียงซือเล่อไม่ค่อยสนิทกัน การเข้าไปใกล้มากเกินไปอาจทำให้อีกฝ่ายระวังตัวมากขึ้น ยันต์ปราบปีศาจอันนี้ให้ฉินอี้จะเหมาะสมกว่า

ตามที่เจียงซือเล่อพูด ทั้งสามยืนล้อมรอบเจียงซือเล่ออย่างแนบชิด

“โอเคแล้ว” เจียงซือเล่อพูด

ทั้งลู่เหิงและฉินอี้เดินบนเส้นทางแห่งการฝึกตน การรับรู้ถึงพลังวิญญาณจึงเฉียบคมเป็นพิเศษ ลู่เหิงรู้สึกได้ว่ามีพลังลึกลับบางอย่างล้อมรอบกายเขาและเขาก็ไม่ได้เมินเฉย พลังนี้ถูกส่งออกมาจากจี้หยก จี้หยกอันนี้ดูเหมือนจะเป็นมากกว่าพื้นที่มิติธรรมดา

วิธีของเจียงซือเล่อได้ผลจริง ๆ ครั้งนี้พวกเขาสามารถก้าวเข้าไปในถ้ำได้โดยไม่โดนขัดขวาง ฉินอี้ใช้พลังจิตในการหาเส้นทาง ทั้งสี่เดินไปตามทางในถ้ำที่ตัดกันไปมาสลับซับซ้อน

“น่าจะอยู่ไม่ไกลแล้ว มีบางอย่างขวางพลังจิตของฉันเอาไว้และส่งสัญญาณเตือน” ฉินอี้พูด

ลู่เหิงดึงดาบตี๋เฉินออกมาจากด้านหลังและก้าวไปข้างหน้า เขามีความว่องไวและพลังโจมตีสูงเหมาะจะอยู่หน้าทัพ แต่ในขณะที่เดินผ่านฉินอี้ ลู่เหิงรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายคว้ามือเขาไปบีบแน่นก่อนจะปล่อยอย่างรวดเร็ว

ลู่เหิงรู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าให้ระวังตัวให้มาก ในหัวใจเขาพลันรู้สึกอบอุ่น ข้างหลังมีคนที่เขาเชื่อใจอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอะไรก็ตามที่อยู่ข้างหน้า การฝึกดาบยิ่งในหัวใจปราศจากความกลัวมากเท่าไหร่ ดาบในมือยิ่งแหลมคมมากเท่านั้น

เมื่อหันกำแพงหินที่ขวางกั้น ทัศนียภาพของพวกเขาพลันสว่างขึ้นมา ถนนข้างหน้ามาถึงจุดสิ้นสุด ตรงหน้าทั้งสี่คนคือหลุมขนาดใหญ่ซึ่งลึกประมาณสิบเมตร ดูเหมือนว่าทั้งภูเขาจะเป็นโพรง และสถานที่ที่พวกเขาอยู่คือถ้ำเล็ก ๆ เหนือกำแพงหินที่อยู่ในหลุมนี้

ใจกลางหลุมมีหินย้อยซึ่งสูงเกือบจะถึงปากหลุม หินย้อยนี้หนาพอ ๆ กับถ้วยแต่สูงถึงสิบเมตร ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สิ่งเหล่านี้จะปรากฏในถ้ำ แต่น่าแปลกที่ใต้หลุมนี้เต็มไปด้วยซอมบี้จำนวนมหาศาลที่อัดกันอย่างหนาแน่น

ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือห่างจากหินย้อยประมาณสิบเมตรมีกลุ่มซอมบี้ยืนกันเป็นวงกลม ไม่ช้าทุกคนก็รู้เหตุผลของฉากนี้

กองทัพซอมบี้ข้างล่างน่าจะถูกซอมบี้ระดับสูงสั่งการ ครู่ต่อมาพวกมันก็พุ่งเข้าหาหินย้อย บนหินย้อยแสงจำนวนมากส่องแสงขึ้นมา ในหลุมนั้นปรากฏพายุจำนวนนับไม่ถ้วนขึ้นมาโดยไม่มีที่มาที่ไป ซอมบี้ที่ก้าวเข้ามาในระยะสิบเมตรก็ถูกกำจัดทีละตัว ๆ

พายุที่สร้างขึ้นนั้นแหลมคมมาก บางศพถูกผ่ากลางหัว กระทั่งคริสตัลยังถูกผ่าออกเป็นสองส่วน ในที่สุดลู่เหิงก็รู้ที่มาของคริสตัลครึ่งหนึ่งอันนั้น

พลังโจมตีของพายุรุนแรงมาก ซอมบี้ถูกผ่ากลางกะโหลก กระทั่งแกนคริสตัลยังถูกผ่าเป็นสองส่วน ในที่สุดลู่เหิงก็รู้ว่าทำไมแกนคริสตัลครึ่งหนึ่งอันนั้นมาจากไหน

บนร่างกายของซอมบี้ที่ถูกตัดเริ่มมีจุดแสงสีขาวปรากฏขึ้นมา ร่างที่ไร้หัวลุกขึ้นมาทั้งแบบนั้น ซอมบี้ไร้หัวคว้าหัวกะโหลกบนพื้นติดลงบนไหล่ และยืนขึ้นอย่างโซเซอีกครั้ง

“นี่มัน...” เจียงซือเล่อเกือบจะร้องออกมา แต่มู่เฟยก็รีบปิดปากเขาอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจของซอมบี้ข้างล่าง

“ซอมบี้ฟื้นฟู อย่างน้อยก็ระดับแปด” หลังจากที่เห็นแบบนั้น ฉินอี้ซึ่งมีความรู้กว้างขวางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้ว่าคืออะไร “ฉันเคยเจอซอมบี้ฟื้นฟูมาก่อน แต่ระดับไม่สูงมาก อย่างมากมันก็ทำได้แค่ต่อแขนหรืออะไรแบบนั้นให้ซอมบี้ระดับต่ำ ไม่คิดว่าซอมบี้ฟื้นฟูระดับสูงตัวนี้จะสามารถทำให้พวกมันต่อหัวได้”

ทั้งสี่คนเงียบไปพักหนึ่ง จุดอ่อนของซอมบี้มีแค่ที่ศีรษะ ถ้าไม่ตัดหัว มันก็จะยังสามารถขยับตัวได้แม้ไม่มีแขนขา คราวนี้มีปัญหาแล้ว

แต่หินย้อยนี้มีบางอย่างที่สำคัญมากข้างใน ตอนนี้ทุกคนยกเว้นมู่เฟยรับรู้เรื่องนี้ในใจ ถึงแม้เป้าหมายสูงสุดของทั้งสามจะแตกต่างกัน แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดต้องร่วมมือกันในการกำจัดกองทัพซอมบี้และเข้าไปใกล้หินย้อย

ลู่เหิงค้นพบสิ่งผิดปกติที่หางตา ซอมบี้บางตัวที่แกนคริสตัลแตกหักไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง เขาพูดสิ่งที่ค้นพบออกมา “ถ้าทำลายแกนคริสตัล ซอมบี้พวกนั้นไม่น่าจะลุกขึ้นมาได้อีก”

“พูดง่ายนะ แม้แต่ผู้มีพลังธาตุทองระดับแปดยังทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนแกนคริสตัลไม่ได้เลย การไปฆ่าซอมบี้ฟื้นฟูน่าจะดีกว่า” เจียงซือเล่อพูด

“หลุมนี้มีพลังลึกลับที่ทำให้พลังจิตของฉันเหมือนตกอยู่ในหมอกหนา ทำให้ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะระบุตำแหน่งของซอมบี้ฟื้นฟู” ฉินอี้พูด

เจียงซือเล่อมองลงไปอีกครั้ง “แต่ยังไงซอมบี้พวกนั้นก็ทำลายเสาหินไม่ได้ ถ้าพวกเรากลับไปพาคนมามากกว่านี้และกำจัดซอมบี้พวกนี้ในคราวเดียว พอถึงตอนนั้นซอมบี้ฟื้นฟูจะต้องโผล่ออกมาแน่นอน”

ฉินอี้ส่ายหัว “ฉันคิดว่าซอมบี้พวกนี้กำลังใช้กองซากศพในการทำลายพลังวิญญาณของเสาหิน ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน แต่คาดว่าเสาหินคงทนได้อีกไม่นาน”

เนื่องจากเป้าหมายคือการทำลายแกนคริสตัล ลู่เหิงมีทางออกแต่มีบางอย่างที่ไม่เหมาะให้เจียงซือเล่อรู้

“คุณตามผมมาหน่อย” ลู่เหิงดึงชายเสื้อฉินอี้หลังจากนั้นก็เดินไปตามทางเดิน

ฉินอี้พูดกับมู่เฟยสองประโยคก่อนจะเดินตามไป พวกเขาเดินไม่หยุดดจนกระทั่งเข้าสู่อีกทางแยก

“คุณยังจำตอนที่พลังวิญญาณระเบิดทันทีที่แทรกซึมเข้าไปในแกนคริสตัลได้ไหม?” ลู่เหิงเปิดประตูเห็นภูเขา*

(*ตรงเข้าประเด็น)

“นายอยากใช้วิธีนี้ในการจัดการกับซอมบี้พวกนั้น?” ฉินอี้ถาม “ด้วยระดับพลังจิตของฉันตอนนี้ ต้องสัมผัสมันก่อนถึงจะแทรกซึมเข้าไปได้ ฉันลองฝึกวิชาเปลี่ยนรูปจิตสัมผัสเพื่อโจมตีดูแล้ว น่าจะเป็นเพราะฉันมีพลังจิตไม่พอ ฉันเลยยังไม่ได้เริ่มฝึก”

ลู่เหิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูด “วิชาที่สามที่คุณเอามาน่าจะสามารถแก้สถานการณ์เลวร้ายตอนนี้ได้”

“ให้ฉันดูก่อน... ไม่สิ นายรู้ได้ยังไงว่าวิชาที่สามคืออะไร!” แสงในถ้ำไม่ค่อยดีนักทำให้เขาไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงของฉินอี้ตอนนี้

“วิชาในหอสมุดมีการบันทึกไว้ ตอนที่ยังอยู่ในสำนักผมเดินกลับไปที่หอตำรา”

“นายกลับไปทำไม...” ฉินอี้ไม่รู้จะพูดอะไรดี

“อยากรู้” ลู่เหิงอธิบายอย่างไม่คิดมาก “คุณเอาวิชาซวงซิวที่คุณหยิบมาให้ผมดูหน่อย”

ฉินอี้ค่อนข้างแปลกใจในท่าทีสงบนิ่งแบบนี้ของลู่เหิง แต่ก็หยิบซี่หยกออกมาอย่างเชื่อฟังและยื่นมันให้อีกฝ่าย พอเขาได้วิชายุทธนั้นกลับมาก็ยัดมันลงก้นหีบจนมองไม่เห็นทันที ฉินอี้ไม่รู้ว่าตอนนั้น ปีศาจหรือเทวดาดลใจให้ตัวเองหยิบวิชานี้มา หรือเขาจะโดนคนคนนี้ล่อลวงตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว?

ลู่เหิงคว้าซี่หยกมาแตะที่หน้าผาก เมินเนื้อหาที่ชวนให้หน้าแดงและใจเต้น มันมีทางแก้อยู่จริง ๆ ความแข็งแกร่งของพลังจิตของฉินอี้ในตอนนี้ยังห่างจากวิชาลับเปลี่ยนรูปจิตสัมผัสเพื่อใช้ในการโจมตีเพียงเส้นบาง ๆ

การก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ต้องใช้การเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพของพลังจิต หากปราศจากโอกาสหรือความช่วยเหลือจะใช้เวลานานมากในการออกกำลังกายซ้ำ ๆ เพื่อสะสมพลังให้มากพอจะก้าวข้าม

“การซวงซิวจะช่วยให้คุณสามารถทะลุคอขวดได้” ลู่เหิงพูดตรง ๆ

“ซวง ซวงซิว? ตอนนี้? ที่นี่คงไม่ดีเท่าไหร่มั้ง” ฉินอี้พูดตะกุกตะกัดด้วยความกังวล น่าสงสัยนักว่ากำลังคิดอะไรในหัว

ลู่เหิงพูดไม่ออกเล็กน้อย ก่อนจะยื่นซี่หยกไปแตะที่หน้าผากฉินอี้ “หน้าแรก”

“แบบนี้นี่เอง” หลังจากอ่านหน้าแรกของซี่หยกเสร็จ ฉินอี้พลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยในใจ

ความจริงวิชาซวงซิวนี้เป็นวิชาที่ดีมาก ความคิดที่เชื่อมถึงกัน ความเชื่อใจกันอย่างสิ้นเชิงของคนสองคน การฝึกตนแบบนี้ด้วยกันอาศัยการลงแรงเพียงครึ่งเดียวแต่กลับได้ผลเป็นสองเท่า แต่ในโลกแห่งการฝึกตนมีเพียงคู่บำเพ็ญเท่านั้นที่สามารถเปิดตันเถียนของกันและกันได้ ส่วนการฝึกตนด้วยความใคร่และความอาลัยอาวรณ์ของวิชาซวงซิวจะมีในภายหลัง

ดังนั้นส่วนแรกของตำราไม้ไผ่ของวิชาฝึกตนนี้จึงสำคัญมาก

ลู่เหิงและฉินอี้นั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน เพื่อช่วยให้จิตสัมผัสของฉินอี้ทะลุคอขวด ตันเถียนของฉินอี้จึงถูกใช้เป็นสถานที่หลัก ลู่เหิงวางฝ่ามือลงบนตันเถียนของฉินอี้และส่งจิตสัมผัสเข้าไปสำรวจ

“เดี๋ยว ๆ” ฉินอี้ขยับเข้ามาใกล้เล็กน้อย “ไม่รู้ว่าศิษย์พี่ได้ดูหมายเหตุด้านหลังหรือยัง”

“ฮะ?” ลู่เหิงไม่ได้สังเกตหมายเหตุด้านหลังจริง ๆ

“ด้านบนใช้ปากเชื่อมต่อกัน ด้านล่างให้ตันเถียนอยู่ติดกัน เมื่อกระทำทั้งสองอย่างการโคจรจึงจะสำเร็จ ผลลัพธ์ที่ได้จะยิ่งดีขึ้น...”

คนคนนี้เพิ่งจะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ทำไมถึงได้.... มีพรสวรรค์จนน่าประหลาดใจแบบนี้ ลู่เหิงยืนขึ้นอย่างฉับพลัน

ฉินอี้คิดว่าลู่เหิงรำคาญจึงพูดอย่างรวดเร็ว “ฉันแค่แสดงความคิดเห็น ไม่ได้...”

ก่อนฉินอี้จะพูดจบ เขาพลันรู้สึกว่าบนขาถูกกดลง คาดไม่ถึงว่าลู่เหิงจะนั่งคร่อมลงมา

“โคจรลมปราณ” ฉินอี้ฟังคนที่นั่งอยู่บนขาพูด ไม่นานก็รู้สึกร้อนผ่าวบนริมฝีปาก ลมหายใจบาง ๆ บุกรุกเข้ามาในปากและฟันของตัวเอง

เรื่องแบบนี้จะปล่อยให้มือใหม่ที่จำอะไรไม่ได้ชนะได้ยังไง ในใจของลู่เหิงคิดแบบนั้น

เจียงซือเล่อมองไปที่ทางเดินบ่อย ๆ ด้วยความกังวล “ผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว พวกเขาสองคนไปทำอะไรกัน ไม่ได้ ฉันจะตามไปดู”

เจียงซือเล่อหมุนตัวคิดจะเดินไปดู แต่ก็ถูกมู่เฟยดึงไว้ก่อน “พี่อี้บอกว่าให้พวกเรารอที่นี่ นี่เป็นคำสั่ง”

“ไม่เอาน่า พี่อี้ไม่สนใจเรื่องแบบนี้หรอก” เจียงซือเล่อสะบัดมือมือเฟยออก แต่ก็ถูกดึงอีกครั้ง

“เสี่ยวเล่อ เมื่อออกมาปฏิบัติภารกิจ ฉินอี้ที่เป็นหัวหน้าต้องมาก่อน ถัดมาคือพี่น้องของพวกเรา นายต้องจำเรื่องนี้ให้ดี” มู่เฟยมีสีหน้าจริงจัง

เมื่อคืนคำพูดของฉินอี้ทำให้เขาตาสว่าง มู่เฟยไตร่ตรองและตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและเจียงซือเล่อ จุดที่เขากับเจียงซือเล่อยืนอยู่วันนี้ พวกเขาต่างก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งคู่ แน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขาเอง

เขาติดอยู่ในความรู้สึกสูญเสียน้องชายทำให้เวลาเจอใครที่คล้ายน้องชาย เขามักจะเกิดความคิดที่จะชดเชยอย่างบ้าคลั่ง ตอนแรกก็ทำกับเจียงซือเล่อแบบนั้น ต่อมากับพานหรงซีก็ยังทำแบบนั้นอยู่ แต่ไม่คิดว่าหลังจากที่ความสัมพันธ์กับเสี่ยวเล่อเปลี่ยนไป การทำแบบนั้นจะเป็นการทำร้ายเขา

ถึงแม้เสี่ยวเล่อจะหุนหันพลันแล่นหัวแข็งอารมณ์ร้าย แต่เขาก็ยังคอยตามใจอีกฝ่ายทำให้อีกฝ่ายไม่เคยโตขึ้นเสียที

ทั้งเขาและเจียงซือเล่อต้องก้าวต่อไปข้างหน้าและต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง มู่เฟยตัดสินใจในใจ

เจียงซือเล่อยังคงใจร้อน “พวกเราเลิกกันแล้ว นายต้องมายุ่งเรื่องของฉัน”

พูดจบเจียงซือเล่อกำลังจะสลัดมู่เฟยและเดินไปตามทาง แต่ก็เห็นฉินอี้และอีกคนเดินเข้ามาเสียก่อน

“แผนเป็นแบบนี้...” ฉินอี้เริ่มพูดถึงแผนถัดไป

เจียงซือเล่อค่อนข้างใจลอยเพราะเขาพบว่ากลิ่นอายระหว่างฉินอี้และลู่เหิงดูเหมือนจะกลมกลืนเข้าด้วยกัน กระทั่งตอนนี้ ถึงแม้ลู่เหิงจะยืนอยู่ห่าง ๆ และสังเกตข้างล่าง แต่พวกเขาก็ยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ไม่มีใครสามารถแทรกเข้าไปได้

เจียงซือเล่อไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีต่อฉินอี้คืออะไร มันแตกต่างกับความรู้สึกที่มีต่อมู่เฟยอย่างสิ้นเชิง แต่เข้ารู้ว่าฉินอี้เป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในช่วงเวลาที่มืดมนและสิ้นหวังชาติก่อน ต้องขอบคุณฉินอี้ที่ช่วยเขาไว้ทำให้เขาไม่ตกลงสู่ความบ้าคลั่ง

ตามแผน ความสามารถในการต่อสู้ของเจียงซือเล่อไม่ค่อยดีจึงต้องคอยสนับสนุนอยู่ข้างบน ฉินอี้แปะยันต์ปราบปีศาจไว้บนตัวอีกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้ปีศาจออกมาก่อกวนในช่วงเวลาสำคัญ

มู่เฟยใช้พลังธาตุไม้สร้างเถาวัลย์ขนาดใหญ่และส่งทั้งสามคนลงไปก้นหลุม เปลวไฟสีขาวทองหลายลูกปรากฏขึ้นบนมือฉินอี้ เมื่อพวกมันตกใส่ซอมบี้ก็พุ่งขึ้นสูงหลายเมตรทันที ซอมบี้รอบ ๆ ทั้งหมดกลายเป็นถ่าน

อย่างที่คาด ไม่นานซอมบี้ที่กลายเป็นตอตะโกเหล่านั้นก็ลุกขึ้นมาเดินโซเซอีกครั้ง

มู่เฟยย่อตัวลงและวางมือลงบนพื้น ฉับพลันพืชสีเขียวชอุ่มก็งอกขึ้นมาจากพื้น พันรอบขาและเท้าของซอมบี้เอาไว้ ฉินอี้ฉวยโอกาสนี้เปลี่ยนพลังจิตให้เป็นเข็มโลหะหลายสิบเล่ม จากนั้นก็แทงทะลุเข้าไปในสมองซอมบี้ที่ถูกจับกุมอยู่อย่างรุนแรง

ปัง ปัง ปัง–

เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แกนคริสตัลที่อยู่ในหัวพวกซอมบี้ถูกระเบิดเป็นชิ้น ๆ

ลู่เหิงยืนอยู่บนเถาวัลย์ ถือดาบเอาไว้และปิดตาโดยปราศจากการเคลื่อนไหวใด ๆ เขากำลังรอ รอสัญญาณของซอมบี้ระดับสูง

ฉินอี้ร่วมมือกับมู่เฟยราวกับกำลังตัดหญ้า ไม่ช้าพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยซอมบี้ก็ว่างเปล่าในพริบตา แน่นอนว่าซอมบี้ระดับสูงไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นได้อีกต่อไป

ตรงนั้น!

ร่างของลู่เหิงราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากสายกลายเป็นภาพติดตายิงไปในทิศทางหนึ่ง ดาบที่แหลมคมของเขาพุ่งเข้าใส่ซอมบี้ระดับต่ำธรรมดาที่เคลื่อนที่อย่างเชื่องช้าจนไม่สามารถธรรมดาไปได้มากกว่านี้

ชายคนนี้กำลังจะทำอะไร! เจียงซือเล่อด่าจากข้างบน ทำโอกาสที่ทั้งสองคนสร้างให้สูญเปล่า

ลู่เหิงไม่มีความคิดจะสนใจว่าเจียงซือเล่อคิดอะไร ในเสี้ยววินาทีที่ตี๋เฉินเกือบจะแทงเข้าไป ซอมบี้ตัวนั้นก็ถอยไปข้างหลัง การเคลื่อนไหวอย่างว่องไว้มีเพียงซอมบี้ระดับสูงเท่านั้นที่จะทำได้

หลังจากต่อสู้อีกหลายกระบวนท่า ลู่เหิงก็พบว่าความเร็วในการฟื้นฟูของซอมบี้ตัวนี้ไม่ได้ช้าไปกว่าตัวเขาเลย กลายเป็นว่าซอมบี้ตัวนี้เป็นคู่ต่อสู้ที่มีฝีมือสูสีอย่างหาได้ยาก ทุกบาดแผลที่เกิดจากตี๋เฉินถูกมันฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ลู่เหิงจะจัดการมันในระยะเวลาสั้น ๆ ได้อย่างไร อย่างไรก็ตามหน้าที่ของลู่เหิงมีเพียงต้องหลอกล่อซอมบี้ระดับสูงตัวนี้ไว้เพื่อไม่ให้มันมีพลังเหลือพอที่จะฟื้นฟูซอมบี้ระดับต่ำพวกนั้น

อีกด้านเมื่อไม่มีซอมบี้ระดับสูงยื่นมือเข้ามา ประสิทธิภาพของฉินอี้และมู่เฟยก็เพิ่มขึ้นสองเท่า ลูกบอลไฟหลายลูกร่วงลงไปทำลายซอมบี้ระดับต่ำเป็นวงกว้าง

“อามู่ ที่เหลือให้นายจัดการ” เมื่อเห็นว่าเหลือซอมบี้ไม่มาก ฉินอี้ก็พูดอย่างรวดเร็วและตามไปสนับสนุนลู่เหิง

เมื่อมีฉินอี้เพิ่มเข้ามา ความกดดันของลู่เหิงก็ลดลงอย่างมาก แต่ซอมบี้ระดับสูงตัวนี้ก็ใช่ว่าจะสามารถระเบิดแกนคริสตัลของมันได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นแกนคริสตัลอันนี้ยังระดับสูงอย่างหาได้ยาก

“ศิษย์น้องฝากด้วย”

ฉินอี้ได้ยินคำพูดนั้นก็เดินขึ้นมารับการโจมตีทั้งหมดจากซอมบี้ระดับสูง

ลู่เหิงถอยไปข้างหลัง มือกำตี๋เฉินไว้และดึงอย่างรุนแรงทำให้เลือดกระจายไปทั่วดาบ ทว่าเลือดกลับไม่หล่นลงมาสักหยด ทุกหยดถูกตี๋เฉินดูดซับเข้าไปจนหมด

ตี๋เฉินเปล่งแสงสว่างจ้า สายฟ้าสีม่วงปรากฏรอบใบดาบ ลู่เหิงฉวยโอกาสนี้และกลับเข้าไปร่วมการต่อสู้อีกครั้ง

ในครั้งนี้บาดแผลบนตัวซอมบี้ที่เกิดจากตี๋เฉินซึ่งมีทั้งพลังลมและสายฟ้าไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก ในที่สุดซอมบี้ระดับสูงก็เต็มไปด้วยบาดแผล ความเร็วของมันลดลง และแล้วลู่เหิงก็เจอช่องว่างในการตัดหัวมัน

ฉินอี้ไม่ได้มีความคิดจะเข้าไปดูว่าในกะโหลกมีแกนคริสตัลระดับสูงสองอันหรือเปล่า เขาก้าวขึ้นมาไม่กี่ก้าว ขมวดคิ้วและเริ่มพันผ้าพันแผลให้ลู่เหิง

“วิธีการต่อสู้ของนายก็ป่าเถื่อนชะมัด ต้องบาดตัวเองให้ปากแผลเปิดยาวขนาดนี้ด้วยหรือไง?”

“ถ้าไม่จำเป็นผมก็ไม่ใช้วิธีนี้ มันไม่ดีกับตี๋เฉิน” ลู่เหิงตอบ

“นายไม่คิดเลยใช่ไหมว่ามันไม่ดีกับตัวเอง?” ใบหน้าของฉินอี้มืดครึ้มอีกครั้ง

ลู่เหิงอยากจะพูดบางย่างแต่เขาก็ได้ยินเสียงมู่เฟยร้องขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน

“เสี่ยวมู่!”



ตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเป็นต้นไป เราคิดว่าคงไม่ได้แปลต่อแล้วทั้งเรื่อง [วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน] และ [สมาคมอนุบาลสัตว์] เนื่องจากปีหน้าเราเรียนเป็นปีสุดท้าย คิดว่าน่าจะเรียนหนักพอตัว อาจจะว่างเเปลแค่เดือนละตอนสองตอนซึ่งเราคิดว่ารีดอาจจะรอนานเกินไป เลยจะบอกว่าใครอยากแปลเรื่องไหนต่อทักมาบอกเราได้เลยนะ เราจะได้มาประกาศในนี้ให้ทุกคนทราบ

[วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน] เราจะเเปลถึงแค่จบอาร์ค 3 เท่านั้น

[สมาคมอนุบาลสัตว์] คิดว่าจะเเปลต่อไปเรื่อย ๆ ตอนว่างจนกว่าจะมีคนมารับช่วงแปลต่อ (ปล เรื่องนี้แปลจากจีนได้ก็ดีนะคะ อิ้งมั่ว ๆ ไปหน่อยแต่ก็พอรู้เรื่องอยู่)

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตั้งนานนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 790 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,995 ความคิดเห็น

  1. #6056 ブーム (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:41
    เสียดายค้าบ ขอบคุณที่เอามาแปลน้า สู้ๆนะฮะสำหรับปีสุดท้าย
    #6,056
    0
  2. #5754 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:22
    สนุกมากค่า คุณคนแปลก็มีฝีมือมากเลยยย
    #5,754
    0
  3. #5606 Mil >w< (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 21:20
    เรื่องนี้ถ้าไม่มีคนเเปลต่อ เรารอได้นะคะ นานเเค่ไหนก็รอได้จริงๆ ชอบเรื่องนี้มาก เเปลเองก็ไม่ลื่นไหล+เเปลไม่ค่อยออก
    #5,606
    0
  4. #5595 เอนมะ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 13:25

    ที่จริงเดือนละตอนสองตอนเรารอได้นะเคยเจอบางเรื่องสองเดือนตอนยังมีเลยค่ะ
    ปล.ความคิดเห็นส่วนตัวแล้วแต่ไร์สดวกเลยค่ะเราแค่เสียดายอะอยากให้ไรท์แปลต่อมากๆ
    #5,595
    0
  5. #5594 ゆり (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 12:13
    เรารอได้นะคะ
    #5,594
    0
  6. #5583 nuang1 (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 07:35
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ เราอยากให้แปลต่อเพราะรออ่านได้จริงๆ
    #5,583
    0
  7. #5579 hold me tight ♡ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 07:18
    ขอบคุณค่ะ แอบเสียดายเรื่องนี้ คุณแปลได้ยอดเยี่ยมมากเลยนะคะ อยากให้แปลต่อจริงๆ
    #5,579
    0
  8. #5577 SalakAksorn (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 06:44

    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ จริงๆอยากให้แปลต่อนะคะ คุณเรียบเรียงคำได้ดีมาก ไว้เรียนจบหรือเคลียร์เรื่องต่างๆเสร็จก่อนก็ได้ค่ะ เราสามารถรอได้
    #5,577
    0
  9. วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 01:17
    ขอบคุณค่ะ
    #5,567
    0
  10. #5560 คุณหนูอยากรวย (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:17
    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนะคะ ทุกเรื่องที่คุณแปลสนุกทุกเรื่องเลย
    #5,560
    0
  11. #5554 pleaseme_ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 00:03
    ขอบคุณนะคะ อยากให้แปลต่อค่ะนานแค่ไหนก็รอได้ ไม่ซีเรียสเลยแต่อยากให้แปลต่อจริงๆนะคะ ;_____;
    #5,554
    0
  12. #5553 พะยูนเผือก (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:51
    ขอบคุณที่แปล รออ่านเสมอค่ะ
    #5,553
    0
  13. #5552 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 23:51

    ขอบคุณค่า

    #5,552
    0