[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 48 : Chapter 46

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,382 ครั้ง
    3 พ.ย. 62


Chapter 46

 

ผู้ก่อตั้งฐาน W ก่อตั้งฐาน W นี้บนพื้นที่ทางการทหารที่ใหญ่ที่สุด ในตอนนั้นเองฐาน W ได้กลายเป็นเขตทหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ด้วยเพราะเป็นฐานทัพขนาดใหญ่ที่สุดที่มีขอบเขตกว้างขวางทำให้มันสามารถรองรับผู้คนได้หลายหมื่นคน หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง กองทัพที่ประจำอยู่ที่นี่เองก็ติดเชื้อเช่นกัน แต่เพราะวินัยทหารของที่นี่เคร่งครัดมาก ผู้คนที่ติดเชื้อทั้งหมดจึงเลือกที่จะยิงตัวตายในวินาทีสุดท้าย ถึงแม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่โกลาหลที่สุดฐานทัพนี้ก็ยังทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ดังนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดจึงยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก

ในท้ายที่สุดมีคนเหลือรอดเพียงไม่กี่ร้อยคนจากกองทัพนับหมื่น และมากกว่าครึ่งของคนร้อยกว่าคนนี้มากจากกองกำลังพิเศษเจียนเตา ก่อนฉินอี้จะเกษียณออกมาเขาก็เคยอยู่ในหน่วยรบเล็ก ๆ ของกองกำลังเจียนเตานี้ด้วย เขาเป็นหัวหน้าทหารที่บัญชาการหน่วยรบเล็ก ๆ ทั้งหมดในกองกำลังเจียนเตาช่วงนั้นพอดี กระทั่งหลังจากเกษียณออกมาแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปแทนที่ในตำแหน่งของเขาได้ช่วงหนึ่ง

หลังจากที่วันสิ้นโลกมาถึง ฉินอี้เป็นห่วงสหายที่เคยร่วมรบเหล่านั้นมากจึงรวบรวมกลุ่มคนที่ปลดเกษียณแล้วมุ่งหน้ากลับไปที่ฐาน W ต่อมาหน่วยรบเล็ก ๆ ของกองกำลังพิเศษเจียนเตาก็ค่อย ๆ พัฒนาเป็นฐานทัพ W

ในฐานะผู้ก่อตั้งฐานทัพ หน่วยรบเจียนเตาได้ครอบครองพื้นที่ที่ดีที่สุดในฐานทัพ แต่เดิมในฐาน W จะมีบ้านพักหลังหนึ่งซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกครอบครัวผู้บัญชาการระดับสูง มันเป็นตึกเล็ก ๆ สามชั้นพร้อมลานบ้านขนาดเล็ก

ในตึกเล็ก ๆ ของฉินอี้นี้มีคนเพียงคนไม่กี่คนที่เขาสนิทด้วยอาศัยอยู่ที่นี่ ฉินอี้ที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมมากอาศัยอยู่คนเดียวบนชั้นสาม

ตอนนี้ในตึกเล็ก ๆ นี้มีลู่เหิงเป็นผู้อาศัยใหม่ เจียงซือเล่อมีหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบเรื่องพลาธิการทางการทหารต้องการจะนำทางลู่เหิงไปที่ชั้นสอง แต่เขาก็ได้ยินฉินอี้พูดขึ้นมาเสียก่อน “เดี๋ยว ไม่ใช่ว่าชั้นสองไม่มีห้องว่างเหรอ?”

“รูมเมทของพานหรงซีเพิ่งย้ายไปเป็นหัวหน้าหน่วยสาม เตียงเลยว่างอยู่ครับ” เจียงซือเล่อตอบ

พานหรงซี? ความจริงให้ลู่เหิงเป็นรูมเมทพานหรงซีก็ดีจะได้จับตาดูเขาได้มากกว่าเดิม ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แต่เมื่อคิดถึงผิวขาว ๆ ของพานหรงซี การพูดการจาที่นุ่มนวล ฉินอี้พลันรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสมอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่ ให้เขาอยู่ห้องข้าง ๆ ฉัน” ฉินอี้พูด “ห้องยังว่างอยู่จะปล่อยทิ้งไว้ก็น่าเสียดาย”

คนทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นได้แต่มองหน้ากันด้วยความตกตะลึง หัวหน้าฉินเพิ่งจะพูดว่าห้องนั้นว่างและไม่อยากทิ้งไว้เฉย ๆ คนสองคนที่อยู่ตรงนั้นแทบจะกอดกันร้องไห้ ตอนที่ห้องไม่พอช่วงหนึ่งพวกเขาสองคนซึ่งเป็นผู้ชายสูง 1.80 เมตร ต้องนอนเบียดกันบนเตียงเดี่ยวเตียงเดียวอยู่หลายเดือน แต่ก็ไม่เห็นหัวหน้าฉินจะยอมให้ใช้ห้องบนชั้นสามเลย!

ฉินอี้ไม่มีเวลาพอจะสนใจว่าคนอื่นคิดอย่างไร เขายินดีให้ลู่เหิงอยู่ชั้นสาม จะให้เขาปล่อยแมวตัวเองไปอยู่ใกล้คนอื่นได้ยังไง?

ฉินอี้เปิดประตูห้องที่อยู่ติดกับห้องเขา “นี่เป็นห้องนายนับจากนี้ไป”

เมื่อคิดอย่างนั้น เขาก็แนะนำลู่เหิงเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยต่าง ๆ ข้างใน ในวันสิ้นโลกไม่มีโครงข่ายโทรทัศน์หรืออะไรแบบนั้นให้ดู สิ่งที่ทันสมัยที่สุดน่าจะเป็นหลอดไฟและห้องน้ำ

ฉินอี้พาลู่เหิงไปที่ห้องน้ำและแสดงวิธีใช้ฝักบัวและชักโครกให้อีกฝ่ายดู เห็นลู่เหิงมองดูก๊อกน้ำด้วยความแปลกใหม่ เขาจึงอธิบายด้วยความเอาใจใส่ “น้ำนี้ไหลผ่านท่อมาจากอ่านเก็บน้ำในฐาน ผู้มีพลังธาตุน้ำจะมาเติมน้ำสะอาดในอ่างเก็บน้ำทุกวัน ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะมีน้ำไม่พอ”

“นายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก่อนค่อยไปพักแล้วกัน” ฉินอี้เปิดปากพูด แต่เมื่อเขามองไปที่เสื้อผ้าซึ่งปักลวดลายละเอียดอ่อนบนตัวของลู่เหิง และมองย้อนกลับไปตลอดการผจญภัยแล้วคิดว่าลู่เหิงซึ่งแต่งตัวคล้ายชุดในพิธีล้างบาปถูกจับจ้องโดยสายตาคนจำนวนนับไม่ถ้วน ฉินอี้พลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อแมวของเขาถูกคนอื่นแอบมอง

ฉินอี้เป็นพวกชอบลงมือปฏิบัติ

ลู่เหิงกำลังถือกองเสื้อผ้าไว้ในอ้อมแขนด้วยความงงงวย เมื่อกี้ชายหนุ่มตรงหน้ารีบพุ่งออกไปจากห้องและไม่นานก็เดินกลับเข้ามาใหม่แล้วยัดกองเสื้อผ้าใส่มือเขา

“นี่คือ?”

“ฉันไม่คิดว่าขนาดตัวพวกเราจะต่างกันมากเท่าไหร่ เสื้อผ้าพวกนี้ฉันใส่ไม่กี่ครั้ง ถ้านายไม่รังเกียจก็เอาไปใส่ได้”

“อ๋อ” เมื่อคิดว่าตอนออกมาจากสำนักเขาเร่งรีบมาก เสื้อผ้าจึงมีแค่ชุดที่อยู่บนร่างเท่านั้น ลู่เหิงจึงตอบรับอย่างซื่อ ๆ ถึงแม้จะมีทักษะวิชาทำความสะอาด แต่จำนวนเสื้อผ้าที่สวมได้สิบกว่าวันนี้ทำให้ลู่เหิงรู้สึกไม่กล้ารับเท่าไหร่

แต่เมื่อเห็นท่าทางไม่มั่นคงของฉินอี้ ลู่เหิงพลันลอบหัวเราะคิกคักในใจ เสื้อผ้าใหม่อะไรพวกนั้นคนคนนี้ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายแค่ไม่ยอมเอาออกมาก็เท่านั้น

หลังจากลู่เหิงอาบน้ำเสร็จก็มานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง จ้องมองแกนครัสตัลหลากสีที่เรียงกันเป็นแถวตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า นี่เป็นสิ่งที่เขาใช้แต้มแลกมา เจ้าหน้าที่พลาธิการที่รับผิดชอบเรื่องการแลกแต้มน่าจะไม่เคยเจอคนที่ใช้แต้มทั้งหมดเพื่อแลกแกนคริสตัลมาก่อน หลังจากยืนยันถึงสามครั้งและได้คำตอบเดิมกลับมา เขาก็ได้แต่มองลู่เหิงด้วยสีหน้าแปลก ๆ

แน่นอนว่าที่ลู่เหิงต้องการแกนคริสตัลพวกนี้ไม่ใช่เพื่อการฝึกตน ครั้งแรกที่เขาเห็นแกนคริสตัลในมือของพานหรงสี เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ซอมบี้เกิดจากการที่พลังปีศาจแทรกซึมเข้าไปในร่าง พลังปีศาจนี้แพร่กระจายไปทั่วสมองของปีศาจ แล้วมันกลายมาเป็นแกนคริสตัลที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ได้ยังไง

ลู่เหิงคว้าแกนคริสตัลไว้และสัมผัสมันอย่างระมัดระวัง มันเป็นพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์มากจริง ๆ ถึงแม้จะไม่มากแต่สำหรับโลกที่ถูกตัดขาดจากโลกแห่งการฝึกตนขั้นสูงนี้ ต้นกำเนิดพลังวิญญาณควรจะเป็นแหล่งพลังวิญญาณเดียวที่มี

เป็นไปได้ไหมว่าพลังปีศาจสามารถเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณได้? ลู่เหิงถือแกนคริสตัลโปร่งแสงไว้ตรงหน้าและมองมันด้วยความระมัดระวัง เมื่อส่องกับแสงไฟเขาคล้ายจะเห็นลวดลายคลุมเครือเหนือผนังภายใน ลู่เหิงลองแบ่งจิตสัมผัสออกเป็นเส้นด้ายบาง ๆ เพื่อแกะวิถีของลายเส้นนี้ การแบ่งจิตสัมผัสต้องใช้ความสามารถในการควบคุมสูงมาก แต่ร่างนี้ก็มีความสามารถในการควบคุมจิตสัมผัสในระดับที่สูงมากเช่นกัน หากมีการให้คะแนนย่อมต้องได้คะแนนเต็มสิบส่วน

แต่ทันทีที่ได้ยังเสียงดังปัง แกนคริสตัลในมือลู่เหิงพลันระเบิดเป็นผุยผง

.....

ลู่เหิงตกอยู่ในความเงียบ เขาควรทำอย่างไรดี ลวยลายบนผนังภายในแกนคริสตัลนี้น่าสนใจมาก

“เกิดอะไรขึ้น!

ลู่เหิงหันกลับไปมองและเห็นฉินอี้ผลักประตูเข้ามาด้วยความเร่งรีบ เส้นผมของอีกฝ่ายเปียกชื้นและยังมีฟองติดอยู่บางส่วน ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามหน้าอกอันแข็งแกร่งและกล้ามหน้าท้องแปดลูก เส้นวีไลน์อันงดงามหายลงไปในกางเกงลายพรางที่ปกคลุมร่างกายส่วนล่างเอาไว้

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงดังจากฝั่งนี้ตอนที่อาบน้ำอยู่จึงรีบพุ่งมาด้วยความรวดเร็ว

และประตูหน้าที่ไม่ได้ปิด*

(*ไม่ได้รูดซิป)

ฉินอี้มองตาลู่เหิงที่จ้องมาที่ตัวเองด้วยสายตาร้อนแรง ก่อนจะเกาหัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอับอาย “เมื่อกี้ฉันอาบน้ำอยู่เลยไม่มีเวลาสวมเสื้อ แต่พวกเราเป็นผู้ชายเหมือนกันไม่เป็นไรหรอกน่า”

“สีฟ้า” ลู่เหิงพูด

“ฮะ?” ฉินอี้งงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองลงตามสายตาของลู่เหิง

เหตุการณ์นี้น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าขายหน้าที่สุดในชีวิตเกือบสามสิบปีของหัวหน้าฉิน ความจริงการไม่ปิดประตูหน้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทุกคนเป็นผู้ชาย แค่หัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน พูดขอบคุณที่เตือนก่อนจะรูดซิปขึ้น ปัญหาก็คลี่คลายแล้ว หลังจากนั้นฉินอี้พลันจำได้ว่าเขารีบล้างฟองออกจากหัวอย่างรีบเร่ง การเปิดน้ำแรงสุดน่าจะทำให้ฟองบางส่วนบังเอิญซึมเข้าไปในสมองเขาด้วย

ปฏิกิริยาของหัวหน้าฉินจึงเป็นแบบนี้

เขายกมือขึ้นมาปิดบริเวณหว่างขา จากนั้นก็หมุนตัวรีบออกไปจากห้อง ทิ้งภาพแผ่นหลังที่น่าสงสารและน่าอับอายไว้ให้ลู่เหิงมองตาม

เป็นไปได้ไหมว่าเพราะในชาติที่แล้วอีกฝ่ายปราศจากความปรารถนาใด ๆ ที่ต้องการไขว่คว้า จนเมื่อถึงจุด ๆ หนึ่งมันจึงกลับกลายเป็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นสีหน้าท่าทางของชาตินี้จึงแสดงออกมาเป็นสองเท่า? ลู่เหิงคิดในใจ

ฉินอี้กลับมาอีกครั้งในสภาพที่เรียบร้อยแล้ว ใบหน้าสงบนิ่งราวกับก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น?”

“แกนคริสตัลระเบิด” ลู่เหิงพูด “ผมใช้จิตสัมผัสเข้าไปสำรวจข้างในแล้วมันก็ระเบิด”

“นายอยากฝึกตนด้วยการใช้แกนคริสตัลเหรอ? มันไม่ได้ใช้วิธีนั้น” ฉินอี้นั่งลงข้างลู่เหิง “ฉันจะสอนนายเอง”

วิธีใช้แกนคริสตัลเพื่อฝึกตนไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่วางแกนคริสตัลบนผ่ามือและใช้พลังครอบคลุมมันไว้ จากนั้นพลังงานในแกนคริสตัลก็เข้าสู่ร่างกายโดยอัตโนมัติควบคู่ไปกับพลังพิเศษ

“ส่งพลังเข้าไปสำรวจในแกนคริสตัลไม่ได้เหรอ?” ลู่เหิงถาม

“ฉันก็เคยลองเหมือนกัน แล้วก็พบว่าสมดุลข้างในแกนคริสตัลดูเหมือนจะละเอียดอ่อนมาก เมื่อมันถูกพลังภายนอกรบกวนมันจะระเบิดทันที” ฉินอี้พูด

“เป็นแบบนี้เอง...” ความสามารถในการควบคุมพลังจิตหรือจิตสัมผัสของฉินอี้สูงกว่าเขามาก กระทั่งอีกฝ่ายยังบอกว่าเป็นไปไม่ได้ งั้นมันคงไม่มีทางจริง ๆ

เมื่อเห็นท่าทางผิดหวังของลู่เหิง ฉินอี้พลันอดไม่ได้ที่จะขยี้ผมที่หยักศกเล็กน้อยหลังจากอาบน้ำให้ยุ่งเหยิง “นายโชคดีแล้วที่ใช้แกนคริสตัลระดับหนึ่งทดสอบ ถ้าเปลี่ยนเป็นคริสตัลระดับสูง บ้านนี้คงถูกเป่าหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว ไม่ต้องพูดถึงร่างกายเล็ก ๆ ของนายเลย ถ้านายไม่เข้าใจอะไรต่อไปให้มาหาฉันก่อนนะ”

เขาไม่กังวลอีกต่อไปหลังจากได้รับคำยืนยันจากลู่เหิง ฉินอี้ลุกขึ้นเตรียมจะจากไป

“เดี๋ยว” ลู่เหิงนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้และลุกขึ้นไปขวางฉินอี้

ตอนนี้ฉินอี้เดินไปถึงขอบประตูแล้ว เขาหันกลับไปและยืนนิ่งอย่างโง่งม เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาท่อนบนสวมเสื้อกล้ามสีดำท่อนล่างเป็นกางเกงยีนส์ขายาวที่เขาเพิ่งให้อีกฝ่าย การแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้ผิดปกติอะไร ในฤดูร้อนผู้ชายทุกคนก็สวมแบบนี้กันเต็มถนน

เมื่อกี้เด็กหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงด้วยสภาพเสื้อกล้ามรัดรูปพอดีตัว ตอนที่ลุกขึ้นชายเสื้อกล้ามสีดำเลิกขึ้นเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้นคือกางเกงยีนส์ดูเหมือนจะใหญ่เกินไป มันจึงเกาะอย่างหมิ่นเหม่บนสะโพกของเด็กหนุ่มเผยให้เห็นเอวคอดบาง

กางเกงที่แทบจะหลุดลงมาอยู่แล้วช่างขัดหูขัดตาจริง ๆ ไม่รู้ว่าเขาควรช่วยอีกฝ่ายดึงมันขึ้นมาหรือดึงมันลงไปดี... ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย! เลือดภายในกายฉินอี้ร้อนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“หน้าคุณแดงมากเลย” ลู่เหิงพูดความจริงด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

“...” ฉินอี้ลูบหน้าตัวเอง “วันนี้ร้อนชะมัด เออแล้วนายเรียกฉันไว้ทำไมเหรอ?”

“ภารกิจครั้งถัดไปคือเมื่อไหร่?”

“สองสามวันมานี้ทุกอย่างวุ่นวายมาก แถมเพิ่งได้เสบียงล็อตใหญ่มาด้วย ฉันตั้งใจจะจัดระเบียบกองทัพใหม่สักสองสามวัน” ฉินอี้ตอบ

“ถ้างั้นคุณต้องตามผมกลับไปที่สำนักในอีกสองวันข้างหน้า หลังจากที่คุณเข้าสำนักอย่างเป็นทางการแล้วผมมีบางอย่างที่สำคัญมากจะบอกคุณ” ความจริงหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าคนคนนี้คือซื่อคง ลู่เหิงก็วางแผนจะเปิดเผยทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะสำหรับคนคนนี้ลู่เหิงสามารถมอบความไว้วางใจทั้งหมดของเขาให้อีกฝ่ายได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่มีความทรงจำใด ๆ เลยก็ตาม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครตาย บางอย่างก็ต้องได้รับการวางแผนไว้ก่อน

วันถัดมาหลังจากฉินอี้อธิบายกับคนอื่นสักพัก เขากับลู่เหิงเริ่มออกเดินทางไปสำนักคุรุเทพ

สำนักคุรุเทพตั้งอยู่ในภูเขาที่รู้จักในชื่อเบอร์มิวดาของประเทศจีน  ก่อนวันสิ้นโลกจะมาถึงไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปในเทือกเขานี้ มีนักผจญภัยที่กล้าหาญหลายคนพยายามจะพิชิตเทือกเขานี้แต่หลังจากเดินได้สองสามวัน พวกเขาก็จะพบว่าตัวเองกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง อุปกรณ์นำทางอันทันสมัยใช้งานไม่ได้ทันทีที่เข้ามาในบริเวณนี้

ตอนนั้นป่าภูเขานี้ก็อยู่ในโปรแกรมที่เรียกว่า ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ฉันเข้าถึงของประเทศจีนด้วย ในที่สุดทีมที่สร้างโปรแกรมก็สรุปว่าใต้เทือกเขาน่าจะมีแร่โลหะขนาดใหญ่อยู่ข้างใต้ทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก นอกจากจะทำให้อุปกรณ์ทำทางใช้ไม่ได้แล้ว มันยังทำให้เซ้นส์เรื่องทิศทางของมนุษย์สับสนอีกด้วย

ที่จริงนี่ไม่ใช่เพราะแร่โลหะทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก แต่เป็นผลจากค่ายกลที่ผู้ก่อตั้งวางเอาไว้ แต่ตอนนี้ต้นกำเนิดพลังวิญญาณถูกขโมยไปค่ายกลจึงไร้ผลอย่างสิ้นเชิง ตอนนี้เทือกเขานี้ไม่ต่างอะไรกับเทือกเขาธรรมดาแล้ว

แต่ลู่เหิงก็ยังมีปัญหาอยู่ดี ต้นไม้ทุกต้นและถนนทุกสายดูเหมือนกันไปหมด ลู่เหิงพยายามอย่างหนักที่จะหาทางเข้าสำนักที่ถูกต้องจากในความทรงจำ แต่ก็พบว่าในความทรงจำของอวิ๋นหลานที่หลงเหลือมีเพียงภาพดวงอาทิตย์ตกข้างหน้าซึ่งนำทางไปสู่ประตูหลังของสำนักเท่านั้น สภาพแวดล้อมโดยรอบที่เปลี่ยนไปหรืออะไรก็ตามในความทรงจำคล้ายถูกโมเสคเอาไว้

ฉินอี้มองลู่เหิงที่มีสีหน้าสิ้นหวัง ก่อนจะจำได้ว่าพานหรงซีเคยบอกว่าคนคนนี้ไม่มีเซ้นส์เรื่องทิศทางเอาเสียเลย เขาพูดพลางหัวเราะเบา ๆ “นายจำได้ไหมว่าสำนักอยู่ทางไหน? ตะวันออกหรือตะวันตก ถ้าเราเดินไปทิศทางนั้นฉันน่าจะใช้พลังจิตหาได้นะ”

“ด้านไหนคือตะวันออก ด้านไหนคือตะวันตก?” เหนือใต้ออกตกคืออะไร ดวงตาทั้งสองข้างของลู่เหิงเต็มไปด้วยความมืดมน ต้นไม้พวกนี้บดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ ใครจะไปบอกได้ว่าทางไหนเป็นทิศอะไร!

ฉินอี้เห็นสีหน้าของคนตรงหน้าและเกรงว่าถ้าพูดต่อไปกรงเล็บแหลมคมอาจจะโผล่ออกมาก็ได้ เขาจึงรีบไหลตามน้ำและลูบผมอีกฝ่ายทันที “ไม่เป็นไร ลองเดินรอบ ๆ ดูก่อนก็ได้ บางทีนายอาจจะจำได้ตอนเห็นบริเวณที่คุ้นตา”

ทั้งสองเลือกทางแบบสุ่ม ๆ และเดินลึกเข้าไปในเทือกเขา มีฉินอี้อยู่ด้วย ลู่เหิงคงไม่เดินวนกลับไปที่เดิมหรอก เดินได้สองสามชั่วโมงก็ยังเหมือนก่อนหน้านี้ ทิวทัศน์รอบ ๆ ให้ความรู้สึกทั้งคุ้นเคยทั้งไม่คุ้นเคย

หลังจากเดินเข้าไปลึกกว่าเดิม ทั้งสองก็พบซอมบี้ที่เดินโซเซสองสามตัวโดยบังเอิญ ฉินอี้ดึงเอาประกายไฟเล็ก ๆ ออกมาอย่างง่ายดายด้วยปริมาณที่เพียงพอที่จะเผาซอมบี้เหล่านั้นให้กลายเป็นเถ้าถ่านโดยไม่เผาพืชรอบ ๆ ไปด้วย ซอมบี้เหล่านั้นถูกจัดการอย่างง่ายดาย

“มีซอมบี้ที่นี่ได้ยังไง?” ฉินอี้แปลกใจเล็กน้อย

เทือกเขานี้ไม่มีคนอยู่อาศัย นอกจากสำนักคุรุเทพแล้วก็ไม่น่ามีมนุษย์คนอื่นมารวมตัวกันแถวนี้สิ แต่เมื่อกี้กลับมีซอมบี้ที่สวมเสื้อผ้าทันสมัยซึ่งเห็นได้ชัดว่าพวกนั้นมาจากข้างนอก

นี่กระตุ้นให้ลู่เหิงออกตามหาสำนักคุรุเทพ

“ค่ายกลขนาดใหญ่ด้านหน้าของสำนักเสียหายด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้ซอมบี้บุกเข้ามาทำลายทั้งสำนัก ผมเป็นผู้รอดชีวิตคนเดียวของสำนักคุรุเทพ” ลู่เหิงพูดอย่างไม่ยี่หระ

ฉินอี้เห็นสีหน้าสงบนิ่งของลู่เหิงแล้วคิดว่าอีกฝ่ายกำลังแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง เขาก้าวมาข้างหน้าและคว้าไหล่อีกฝ่ายไว้พลางตบเบา ๆ “ไม่เป็นไรนะ มันผ่านไปแล้ว อย่าเศร้าไปเลย หลังจากนี้พี่ชายจะปกป้องนายเอง”

“เศร้า?” ลู่เหิงเอียงศีรษะ “ผมไม่ได้เศร้า ในสายตาคนที่ฝึกตนแบบพวกเรา ทุกสิ่งเกิดจากฟ้าดินและกลับคืนสู่ฟ้าดิน นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ ผมเองก็ต้องตายในสักวันหนึ่ง เหล่าอาจารย์แค่กลับไปก่อนก็เท่านั้น”

ฉินอี้เห็นแล้วว่าบนใบหน้าของลู่เหิงไม่มีความเศร้าจริง ๆ เขาถอนหายใจในใจ สำนักคุรุเทพนี้ได้เปิดหูเปิดตาเขาเรื่องชีวิตและความตายเป็นอย่างมาก ช่างคู่ควรกับการถูกเรียกว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่ไม่สนใจความเป็นไปของโลกภายนอก

“ตอนนั้นมีปีศาจมากมายเข้ามาโอบล้อมสำนักเอาไว้ ปีศาจระดับสูงที่เป็นผู้นำพวกนั้นเกือบถูกพวกเราฆ่าตาย เมื่อไม่มีปีศาจระดับสูงควบคุม พวกปีศาจระดับต่ำก็น่าจะรวมกลุ่มกันใกล้ ๆ นี้ไม่น่าจะกระจัดกระจายกันไปไหน” ลู่เหิงพูดแผนที่อยู่ในหัวออกมา “คุณใช้พลังจิตตรวจดูรอบ ๆ ดูเราต้องหาบริเวณที่มีปีศาจอยู่เยอะ ๆ”

ทำตามคำพูดของลู่เหิง พลังจิตของฉินอี้กระจายออกไปสำรวจร่องรอยของซอมบี้รอบตัว ยิ่งพลังจิตของเขากระจายออกไปไกลเท่าไหร่ เขายิ่งตระหนกมากขึ้นเท่านั้น ในเทือกเขานี้มีซอมบี้มารวมตัวกันอยู่เป็นจำนวนมาก สำนักคุรุเทพเกือบจะสามารถฆ่าซอมบี้ระดับสูงทั้งหมดได้ พวกเขามีพลังที่แข็งแกร่งมากขนาดไหนกัน

การฆ่าฟันเกิดขึ้นตลอดทางที่ฉินอี้สำรวจ ในที่สุดลู่เหิงก็เห็นประตูสำนักที่คุ้นเคยบนภูเขาสูงชัน เดินไปตามทางที่ถูกปูด้วยแผ่นหินซึ่งทอดยาวคดเคี้ยว ตำหนักหลักของสำนักคุรุเทพปรากฏตรงหน้าพวกเขา

ภายในตำหนักหลักไม่มีรูปปั้นเทพเจ้า มีเพียงตัวอักษร ฟ้าดิน สองตัวแขวนไว้ด้านบน เมื่อฉินอี้เห็นตัวอักษรสองตัวที่ถูกเขียนราวกับมังกรนี้ โดยไม่คาดคิดเขาคล้ายตระหนักถึงต้นกำเนิดของสถานที่แห่งนี้ได้อย่างโง่งม

พลังในการหยั่งรู้ของคนคนนี้สูงอย่างน่าตกใจ ตัวอักษรฟ้าดินนี้เป็นมรดกที่ผู้ก่อตั้งผู้ยิ่งใหญ่หลงเหลือไว้ มันสะสมกำลังภายในเอาไว้ กิจวัตรประจำวันตอนเช้าของศิษย์สำนักคุรุเทพคือการนั่งในวิหารและเข้าถึงตัวอักษรสองตัวนี้ แต่ฉินอี้คนนี้แค่เหลือบตามองกลับสามารถบรรลุได้ทันที เขาเป็นคนที่สองในประวัติสำนักคุรุเทพที่สามารถทำได้

แน่นอนว่าคนแรกคือลู่เหิง ลู่เหิงยืนรอให้อีกฝ่ายตื่นขึ้นจากภาวะการหยั่งรู้เงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง

เมื่อฉินอี้ตื่นขึ้นมา เขาพลันมองไปที่ลู่เหิงซึ่งอยู่ด้านข้างทันที คล้ายปรากฎระลอกคลื่นลึกล้ำในดวงตา หลังจากนั้นสักพักก็ยังมีเพียงความเงียบที่โรยตัว

ยังระลึกชาติไม่ได้ แต่ก็ไม่เป็นไร ตราบใดเขาที่สามารถพบคนคนนี้ได้อีกครั้ง เขาก็พอใจแล้ว ลู่เหิงคิดแบบนั้น

นำฉินอี้ไปทางตัวอักษรฟ้าดิน ก่อนจะคำนับโดยการคุกเข่าลงและเอาหน้าผากแตะพื้นอย่างเต็มพิธีการ ลู่เหิงนำทางอีกฝ่ายอีกครั้งและในที่สุดก็เปลี่ยนไปทางตึกด้านหลัง ภายในตึกหลังมีตะเกียงจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วบริเวณ แต่มีตะเกียงเพียงอันเดียวเท่านั้นที่ส่องแสงสว่าง เปลวเทียนที่ริบหรี่ท่ามกลางความมืดสลัวของวิหารทำให้มันดูโดดเดี่ยวเป็นพิเศษ

ลู่เหิงนำตะเกียงออกมาจากด้านข้างถ้วยหนึ่ง ก่อนจะหยิบไพ่หยกออกมาจากฐานตะเกียงหนึ่งใบให้ฉินอี้และพูด “หยดเลือดจากปลายนิ้วลงมาบนนี้หยดหนึ่ง”

ฉินอี้ไม่ได้พูดอะไรและทำตามที่ลู่เหิงพูด

ลู่เหิงนำไพ่หยกที่หยดเลือดเรียบร้อยแล้วกลับไปไว้ที่ฐานตะเกียง แสงไฟบนตะเกียงลุกโชน “ตราบใดที่คุณมีชีวิตอยู่ตะเกียงอันนี้จะส่องสว่าง และเมื่อคุณตายมันก็จะดับลง”

หลังจากนั้นลู่เหิงก็วางตะเกียงของฉินอี้ไว้บนวิหารข้างตะเกียงของเขา

“คำนับฟ้าดินและจุดไฟตะเกียงเรียบร้อยแล้ว ฉินอี้ จากนี้ไปคุณเป็นศิษย์ของสำนักคุรุเทพอย่างเป็นทางการแล้ว”


-----------------------------------------------------------------------------------

ตะเกียง

Image result for 长明灯


เราสอบเสร็จแล้ววววว กลับมาอัพบ่อยๆได้แล้วเราปิดเทอมสองเดือน \(T∇T)/

#วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.382K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,995 ความคิดเห็น

  1. #6673 Apoptosis (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 16:24
    มันออกจะหม่นนะ ฮือออออ
    #6,673
    0
  2. #6106 JustAEcho (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:01
    ตะเกียงมีเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว แง้
    #6,106
    0
  3. #6001 Dar699699 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 08:38
    คิดถึง พิธีแต่งงานเลย
    #6,001
    0
  4. #5928 Sambonsakura (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:21
    โอ้ยย น้องลู่;-; ตอนบรรยายว่ามีตะเกียงจำนวนมาก แต่กลับมีเพียงหนึ่งที่ส่องสว่างอยู่คือแบบ โห ปวดจิต
    #5,928
    0
  5. #5894 HisokaK (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:36
    แค่อ่านเจอคำว่าคำนับฟ้าดิน อิฉันก็คิดไปไกลแล้ว...
    #5,894
    0
  6. #5538 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 15:29
    อะแฮ่ม พี่อี้คะ พี่ต้องใจเย็น นี่ขนาดยังไม่ได้ชอบ(?)น้องนะ
    #5,538
    0
  7. #5381 trp1021 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 22:58
    ตะเกียงนี่คือเศร้าสุด
    #5,381
    1
    • #5381-1 Kafair0012k(จากตอนที่ 48)
      25 ธันวาคม 2562 / 23:03
      ความรู้สึกหดหู่มากกก
      #5381-1
  8. #5286 litrlons (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:04
    ดีที่สุดเลยยยยย
    #5,286
    0
  9. #5172 Mon_2NG (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 08:10
    แงแงงงง รอนานมากกกกคิดถึง //น้ำตาปริ่ม
    #5,172
    0
  10. #5166 NeVi LeeNoChe' (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 21:40
    อืม ... แนะนำให้ดึงลงนะพี่ฉิน /กุมจมูก ....
    #5,166
    0
  11. #5165 Bloody_Mary (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 20:12

    เย้!~ จะอัพบ่อยๆแล้ว//ดีใจ
    แต่เรื่องกางเกงแนะนำให้ดึงลงค่ะพี่ฉิน หุหุหุ~
    #5,165
    0
  12. #5143 February Asce (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 16:59
    เย้​ กลับมาแล้วววว
    #5,143
    0
  13. #5142 Apoptosis (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 15:12
    กรี๊ดดดดดดด อัพแล้วอ่าาาา ฮืออออดีใจจังนึกว่าจะไม่มาต่อแล้วววว ขอเม้นไว้ก่อนนะคะพอดีมีสอบถ้าสอบเสดจะมาเม้นยาวๆเลยยยย ดีจัยมั่กกกกๆ
    #5,142
    2
    • #5142-1 ปราสาทน้ำแข็ง(จากตอนที่ 48)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 16:21
      เดี๋ยวจะลงให้บ่อยๆ อิอิ
      #5142-1
  14. #5140 barious (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 11:18
    เย้ คิดถึงมากกกก
    #5,140
    0
  15. #5138 neovenesia (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 08:25
    เย้ ดีใจมากเลยค่ะ
    #5,138
    0
  16. #5137 tawkang (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 22:14
    แงงปลาบปลื้ม เราจะรออยู่ตรงนี้!
    #5,137
    0
  17. #5136 'Oil'sang' (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 21:58
    เยยยยย้ รออยู่เลยค่า ฮือออกลับมาแล้วว ดีใจจจ ว่าแต่เรื่องนี้มีแท็กในทวิตมั้ยคะ? อยากเม้าท์อยากแนะนำเผื่อสนพ.ไหนผ่านมาเห็นใจอาจจะได้จับรูปเล่ม ฮ่าาา (หวังสูงจริงๆ QAQ)
    #5,136
    1
    • #5136-1 ปราสาทน้ำแข็ง(จากตอนที่ 48)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 12:49
      #วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่ รอสนพ.เอาไปแปลเหมือนกันจ้าาาา
      #5136-1
  18. #5134 Konrafah (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:07
    แมวน้อยข่วนใจพี่เขาเป็นรอยหมดแล้ว
    #5,134
    0
  19. #5133 love lesson (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 20:07
    ดีจรั่ยยยยยยยยยยย
    โอคาเอริ ยินดีต้อนรับกลับค่าาา

    ปล. ชอบการคำนับฟ้าดินจัง เหมือนแต่งงานกันเลย 555
    #5,133
    0
  20. #5132 writer_me_8449 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 18:48

    คุณพี่ค่ะ! ในที่สุดคุณพี่ก้อกลับมาเรานึกว่าจะต้องไปช่วยลู่เหิงปราบซอมบี้เองสะแล้ววว ฮือออออ TxT


    #5,132
    0
  21. #5131 l3oss_it (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 18:34

    ทำไมรู้สึกเศร้า

    เหมือนว่าอีกไม่นานกระเกียงที่ส่องสว่างคู่กันในวันนี้จะเหลือเพียงหนึ่ง

    #5,131
    0
  22. #5128 PӨYPӨY (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 17:25
    ตอนคำนับเป็นศิษย์ทางนี้คิดไม่ดีเลย เหมือนคำนับฟ้าดินของบ่าวสาว 55555555
    #5,128
    0
  23. #5127 snow_crystal (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 17:07

    เย้ๆๆ ดีใจจะได้อ่านต่อแล้ว อิ อิ

    #5,127
    0
  24. #5126 ฺำBeAnE (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 16:06

    เย้ๆๆๆๆๆ
    #5,126
    0
  25. #5125 Mauij (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:26
    คำนับฟ้าดินแล้ว เหลือคำนับบิดามารดา และคำนับกันและกัน..
    #5,125
    0