[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 47 : Chapter 45

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,482
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,098 ครั้ง
    28 ส.ค. 62


Chapter 45

 

ปัง!

เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นครั้งหนึ่ง ก่อนเถาวัลย์ที่พันอยู่รอบประตูจะสั่นอีกครั้ง

สีหน้าของมู่เฟยเคร่งเครียด บนหน้าผากของเขามีเหงื่อเป็นเม็ดๆ เกาะอยู่ เขาขบฟันแน่นก่อนจะใช้พลังควบคุมเถาวัลย์หลายเส้นเพื่อปิดช่องว่าง

มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง? เจียงซือเล่อบีบจี้หยกบนอกไว้แน่นราวกับกำลังกำฟางเส้นสุดท้ายในการเอาชีวิตรอด ทว่าพื้นที่มิติที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมนั้นย่อมไม่สามารถเข้าไปได้

ตู้ม!

เกิดเสียงดังขึ้นอีกครั้ง เศษปูนร่วงลงมาจากเพดานที่เป็นจุดกระดำกระด่าง เสียงเถาวัลย์ที่ถูกยืดออกให้ความรู้สึกปวดฟันและในที่สุดอันตรายก็คืบคลานเข้ามา

นัยน์ตาของเจียงซือเล่อตกอยู่ที่มือเหม็นเน่าข้างหนึ่งนอกหน้าต่างสูง ถึงแม้มือนั้นจะผุบๆ โผล่ๆ สองครั้งแล้วหายไปจนทำให้เจียงซือเล่องงงวยก็ตาม

ซอมบี้พวกนั้นต่อตัวกันเป็นบันได! มีบางอย่างผิดพลาด ซอมบี้ระดับต่ำพวกนี้ไม่มีไอคิว ต้องเป็นซอมบี้ระดับเก้าแน่ๆ ที่กำลังควบคุมพวกมันอยู่ ไม่ใช่ว่าซอมบี้ระดับเก้านำซอมบี้ส่วนมากจากเขต Q ไปโอบล้อมฐาน R หรอกเหรอ? เวลานี้มันควรจะอยู่ที่ฐาน R แล้วสิ ในชาติที่แล้ว... ในชาติที่แล้วมันเป็นแบบนั้นนี่!

เจียงซือเล่อตัวสั่น กระทั่งฟันก็เริ่มจะสั่นตาม มู่เฟยได้ยินเสียงผิดปกติด้านหลังตัวเอง เขาหันกลับไปมองใบหน้าเจียงซือเล่อที่ดูซีดราวกับกระดาษ ทั้งร่างของอีกฝ่ายคล้ายเชือกที่ตึงแน่นจนใกล้จะขาดในไม่ช้า

“ไม่เป็นไรเสี่ยวเล่อ ถ้าประตูพังลงมาจริงๆ” มู่เฟยกุมมือเจียงซือเล่อแน่น “ถึงตอนนั้นฉันจะขวางซอมบี้พวกนั้นไว้เอง นายต้องพยายามหนีไปให้เร็วที่สุดนะ”

เจียงซือเล่อก้มหัวลงโดยไม่พูดอะไร มู่เฟยนั้นเป็นคนดีอย่างแท้จริง อีกฝ่ายใจดีมากและมักจะดูแลคนที่อ่อนแอเสมอ เจียงซือเล่อหัวเราะอย่างเย้ยหยันในใจ มันไม่ต่างจากชาติก่อนสักนิด เขาและพานหรงซีตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง มู่เฟยยอมเสียสละชีวิต แต่คนที่ถูกทิ้งไว้กลับเป็นตัวเขาเองแค่เพียงเพราะขาขวาของพานหรงซีหัก อีกฝ่ายอ่อนแอกว่าและน่าสงสารมากกว่า

ช่างเป็นฝันร้าย

“นายว่าเขาจะเลือกช่วยใคร?” พานหรงซีพูด

“นายอย่าประเมินค่าตัวเองไว้สูงนัก” เนื่องจากถูกบีบบังคับให้ต้องติดอยู่กับคนที่ภายนอกแสดงอีกอย่างภายในเป็นอีกอย่าง เจียงซือเล่อจึงกลอกตาอย่างหมดความอดทน “อย่างที่อามู่พูด เขาแค่สงสารชีวิตที่น่าสมเพชของนาย”

“จริงเหรอ?” พานหรงซีไม่ได้หัวเสีย แต่ยิ้มอย่างนุ่มนวลขณะที่ทุบขาขวาของตัวเองด้วยหินก้อนหนึ่ง

“นาย นายมันบ้าไปแล้ว!” เจียงซือเล่อร้องเสียงดัง

“เจียงซือเล่อ ฉันรู้ว่านายดูถูกฉันมาตลอด แต่เพราะอะไรล่ะ?” สีหน้าของพานหรงซีดูเจ็บปวดราวกับกระดาษทอง แต่มุมปากกลับยังมีรอยยิ้มประดับอยู่ “แค่เพราะเกิดมามีชีวิตที่ดีงั้นเหรอ? ในยุคที่วุ่นวายแบบนี้ถึงแม้นายจะไม่สามารถปลุกพลังให้ตื่นขึ้นมาได้แต่ก็ยังมีคนคอยปกป้องนายสุดชีวิต? แค่นั่งรอเฉยๆ ก็มีคนอื่นประเคนทุกอย่างมาให้?”

“เสี่ยวเล่อ? เสี่ยวเล่อเกิดอะไรขึ้น?”

เจียงซือเล่อหลุดออกจากความทรงจำ ตรงหน้าคือใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความกังวลซึ่งค่อยๆ ซ้อนทับกับใบหน้าในอดีต

ริมฝีปากที่จูบเขาด้วยความรู้สึกลึกซึ้งนี้ ครั้งหนึ่งเคยพ่นคำพูดโหดร้ายที่ทำหัวใจเขาตายทั้งเป็น “เสี่ยวเล่อ หรงซีบาดเจ็บ ฉันจะส่งเขาออกไปก่อน”

เจียงซือเล่อปัดมือมู่เฟยออก “อย่าแตะตัวฉัน!

ใบหน้ามู่เฟยเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่เขาถูกซ้อมบี้ตรงหน้าดึงดูดความสนใจไปเสียก่อนจึงไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม

เถาวัลย์ที่พันรอบประตูเริ่มขาด มู่เฟยไม่ยอมเสียพลังสร้างมันขึ้นมาใหม่โดยเปล่าประโยชน์อีก เขารวบรวมพลังเสี้ยวสุดท้ายที่เหลืออยู่เงียบๆ และพร้อมที่จะปลดปล่อยมันทันทีที่ประตูถูกทำลายเพื่อสร้างโอกาสให้เจียงซือเล่อที่อยู่ข้างหลังหนีไปปังๆๆ เสียงบางอย่างกระแทกประตูแรงขึ้นเรื่อยๆมื่อเห็นเถาวัลย์เส้นสุดท้ายกำลังจะขาดลง มู่เฟยจึงดันเจียงซือเล่อให้ไปอยู่ด้านหลังตัวเองโดยอัตโนมัติ

เสียงจอแจข้างนอกประตูหยุดลงอย่างฉับพลัน มู่เฟยคิดว่าซอมบี้น่าจะกำลังเตรียมตัวจู่โจมครั้งสุดท้าย เขากลั้นหายใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะพบว่าข้างนอกไม่มีเสียงอะไรแล้ว มู่เฟยเดินไปที่ประตูและมองออกไปผ่านช่องว่าง

คาดไม่ถึงว่าซอมบี้ที่รวมตัวกันอยู่หน้าประตูจะกระจัดกระกระจายกันออกไปหมดและกลับไปเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยเหมือนเดิม ทำไมจู่ๆ ซอมบี้พลังจิตถึงหยุดควบคุมพวกมัน?

ถึงแม้มู่เฟยจะยังมีความสงสัยในหัวใจ แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสที่จะปล่อยให้สูญเปล่าไม่ได้ เขากลับไปหาเจียงซือเล่อและพูด ถือโอกาสนี้รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ

หลังจากที่ซอมบี้ระดับเก้าตาย ฝูงซอมบี้ที่เบียดเสียดกันอยู่บนทางหลวงผานซานก็ค่อยๆ แยกย้ายกันออกไปช้าๆ ด้วยพลังไฟของฉินอี้การกำจัดซอมบี้ไม่กี่ตัวบนถนนจึงใช้เวลาไม่นาน ลู่เหิงและอีกคนรีบเข้าไปในเขต Q ด้วยความรวดเร็ว

หลังจากที่เข้ามาในชานเมืองเขต Q รถวิบากที่ถูกดัดแปลงคันหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า สองข้างหน้าคือมู่เฟยและเจียงซือเล่อ ในที่สุดทั้งหมดก็รวมตัวกัน ตอนนี้ฟ้ามืดแล้ว เนื่องจากซอมบี้ระดับเก้าถูกกำจัดไปแล้ว เขต Q จึงไม่อันตรายเกินไปนัก การหาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อนอนพักสักหนึ่งคืนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า วันพรุ่งนี้ค่อยรวบรวมของให้เสร็จแล้วค่อยออกไปจะสะดวกกว่า

ทั้งสี่คนกลับไปที่คลังข้าวและกวาดล้างซอมบี้ที่เพ่นพ่านอยู่รอบๆ เพื่อเตรียมสถานที่สำหรับคืนนี้ จากการต่อสู้อย่างดุเดือดเมื่อตอนบ่ายทั้งสี่คนจึงหิวเป็นอย่างมาก เจียงซือเล่อนำหม้อเหล็กใบใหญ่ออกมาต้มบะหมี่

ตอนที่บะหมี่ถูกนำออกมาจากหม้อ ฉินอี้เพียงแค่ถือบะหมี่ที่เต็มถ้วยไว้ เขามองถ้วยก่อนจะพูดกับเจียงซือเล่อ เสี่ยวเล่อ ฉันจำได้ว่าฉันมีเนื้อกระป๋องอยู่ที่นายกล่องหนึ่ง เอามาให้ฉันสองกระป๋อง

เนื้อกระป๋องกล่องนี้เป็นของส่วนตัวของฉินอี้ แต่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องรสชาติอาหาร และมักจะทานอาหารตามคนในกลุ่ม เนื้อกระป๋องจึงถูกโยนมาอยู่ในความดูแลของเจียงซือเล่อและไม่เคยถูกถามหาอีก เจียงซือเล่อคิดไปแล้วว่าเนื้อกระป๋องเหล่านั้นฉินอี้มอบให้เขา

ถึงแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ฉินอี้ถึงนึกถึงมันขึ้นมา แต่เจียงซือเล่อที่ทำผิดวันนี้ในใจพลันรู้สึกประหม่าขึ้นมาและไม่กล้าถามอะไรอีก เขาเอากระป๋องออกมาและยื่นให้อีกฝ่าย

เจียงซือเล่อเห็นฉินอี้เปิดกระป๋อง อีกทั้งยังอุตส่าห์ใช้พลังของตัวเองอุ่นมันก่อนจะตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปิดฝาถ้วย ฉินอี้คนนี้เปลี่ยนไปหรือเปล่า? เขาไม่เคยกินอย่างพิถีพิถันแบบนี้มาก่อน เจียงซือเล่อค่อนข้างประหลาดใจ

แต่การกระทำถัดมาของอีกฝ่ายพลันทำให้ในใจของเจียงซือเล่อรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมา ฉินอี้ถือถ้วยบะหมี่แห่งความรัก ก่อนจะยื่นใส่มือลู่เหิงอย่างประจบประแจง

กินตอนที่มันยังร้อนๆ

ลู่เหิงมองถ้วยบะหมี่ที่ถูกยัดใส่มือ ถ้วยนี้ใหญ่กว่าหน้าเขาเสียอีก เขาอธิบายได้เพียงอย่างเดียวว่ามันใหญ่อย่างกับกะละมัง

เยอะเกินไปลู่เหิงบอก กระเพาะเขาไม่ใช่หลุมดำจริงๆ นะ

ไม่เป็นไร นายกินไปก่อนถ้านายกินไม่หมดเดี๋ยวฉันจัดการเองฉินอี้โบกมือปัดๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องใส่ใจ ในวันสิ้นโลกแบบนี้ไม่สามารถกินทิ้งกินขว้างได้ ฉินอี้หาเหตุผลให้ตนเอง แต่เขากลับไม่คิดว่าตัวเองสามารถแยกบะหมี่ออกมาบางส่วนก่อนลู่เหิงจะหยิบตะเกียบได้

เจียงซือเล่อมองคู่ที่ดูมีความสุขตรงหน้าและถือถ้วยบะหมี่ที่มู่เฟยยื่นมาให้ แต่มันกลับค่อนข้างไร้รสชาติ

ในใจของเขาฉินอี้คือผู้ช่วยชีวิต ในชาติก่อนเขาถูกมู่เฟยทอดทิ้งและหลังจากนั้นก็ตายภายใต้ขากรรไกรของซอมบี้ เจียงซือเล่อไม่ได้จากโลกนี้ไปทันที ดวงวิญญาณของเขาติดอยู่ในจี้หยก น่าสมเพชที่จี้หยกที่เขามอบให้มู่เฟยคล้ายของแทนใจสุดท้ายก็ไปอยู่บนคอของพานหรงซี

เจียงซือเล่อมองมู่เฟยที่เสียใจจากการตายของเขา มองพานหรงซีที่คอยอยู่ข้างกายมู่เฟยเสมอ คอยช่วยเหลือ ปลอบใจ และช่วยให้เขาหลุดพ้นความเจ็บปวดจากการสูญเสียคนรัก มองมู่เฟยยิ้มและกุมมือของพานหรงซี

ความรู้สึกไม่ยินยอม เสียใจ โกรธ ความรู้สึกทั้งหมดทำให้เจียงซือเล่อติดอยู่ในจี้หยกและไม่สามารถไปไหนได้ จนกระทั่งฉินอี้รู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของเขา มันไม่ใช่อุบัติเหตุที่ทำให้เขาและพานหรงซีติดอยู่ในดงซอมบี้ แต่เป็นการจัดฉากของพานหรงซี

ฉินอี้แก้แค้นให้เขา ในวันที่พานหรงซีถูกลงโทษ เจียงซือเล่อรู้สึกว่าวิญญาณของเขาเบาขึ้น ความรู้สึกยึดติดทั้งหมดเลือนหายไป และในที่สุดเขาก็สามารถเดินทางไปเกิดใหม่ได้ แต่เมื่อเขากระพริบตา เขากลับพบว่าตัวเองกลับมาวันที่เขากำลังจะมอบจี้หยกให้มู่เฟย

บางทีพระเจ้าอาจจะสงสารเขา เจียงซือเล่อพบว่าตัวเองได้โอกาสกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง แก้แค้นด้วยมือตนเอง ไม่ต้องสนใจพวกไร้ค่า และคว้าคนที่มีค่าเอาไว้ นี่คือความตั้งใจที่อยู่ในใจของเขา

เจียงซือเล่อเชื่อว่าถึงแม้ฉินอี้จะไม่เคยมีความรู้สึกคลุมเครืออะไรกับเขา การแก้แค้นให้เขานั้นเป็นเพราะความสัมพันธ์ในวัยเด็ก แต่ตราบใดที่มีความตั้งใจ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นในวันสิ้นโลกแบบนี้การเปลี่ยนมิตรภาพให้เป็นความรักนั้นไม่ใช่เรื่องยากสักนิด

แต่มีบางอย่างที่แตกต่างจากชาติที่แล้ว หลังจากการปรากฏตัวของผู้ชายแปลกประหลาดที่่ชื่ออวิ๋นหลาน ทุกอย่างก็ดูจะผิดพลาดไปหมด

“อยากกำจัดคนที่ขัดหูขัดตานายหรือเปล่า?” จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นในความคิดของเจียงซือเล่อ

แกร๊ง

เจียงซือเล่อลุกขึ้นอย่างฉับพลัน กล่องข้าวสแตนเลสในมือส่งเสียงกระทบพื้นแสบแก้วหู เขาเห็นอีกสามคนมองมาด้วยความงุนงง ทำให้รู้ว่าเสียงนั้นมีเพียงเขาคนเดียวที่ได้ยิน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจียงซือเล่อได้ยินเสียงนี้ แต่ครั้งก่อนมันไม่ชัดเจนนักคล้ายเป็นการชี้นำในความรู้สึกมากกว่า มันนำเขาไปพบจี้หยกลึกลับซึ่งทำให้เขาได้รับสิ่งที่สำคัญมากๆ

เจียงซือเล่อหยิบกล่องข้าวขึ้นมาด้วยความปั่นป่วน เขาแสร้งทำเป็นจะไปล้างมันก่อนจะหลบเข้ามุม

“อยากกำจัดคนที่ขัดหูขัดตานายหรือเปล่า?” เสียงนั้นถามซ้ำ

ใบหน้ามู่เฟย พานหรงซี ฉินอี้ ภาพความทรงจำที่เป็นเหมือนฝันร้ายเหล่านั้นวูบผ่านในสมองของเจียงซือเล่อ และในที่สุดภาพเหล่านั้นก็หยุดที่ภาพสายตาอ่อนโยนของฉินอี้ที่มองไปยังลู่เหิงที่กำลังทานอาหาร เขาส่ายหัวและขับไล่ความคิดดำมืดที่ปรากฏขึ้นในใจ

“ไม่ เขาไม่ได้ติดค้างอะไรฉัน เขาบริสุทธิ์”

“ถ้าอย่างนั้นนายต้องการอะไร?” น้ำเสียงลึกลับนั้นเต็มไปด้วยความล่อลวง

“พลัง”

เสียงนั้นไม่ตอบสนอง เจียงซือเล่อผิดหวังเล็กน้อย มันเป็นแค่อาการประสาทหลอนของเขาหรือเปล่า?

“เจียงซือเล่อมานี่” เจียงซือเล่อได้ยินเสียงฉินอี้

เมื่อได้ยินฉินอี้เรียกชื่อเต็ม เจียงซือเล่อก็รับรู้ได้ทันทีว่าบทสนทนาต่อไปจะเกี่ยวกับอะไร เขาเดินกลับไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

“สิ่งที่ฉันพูดกับนายไปเมื่อคืน ฉันไม่คิดว่านายจะลืมมันได้เร็วขนาดนั้นหรอกนะ” ฉินอี้พูดเข้าประเด็น “หลังจากนี้นายจะถูกย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่พลาธิการ”

“พี่อี้!

“คำสั่งของฉันถือเป็นที่สุด นั่นคือคุณสมบัติขั้นพื้นฐานในการนำทีม แค่ฉันไม่ได้เตะนายออกจากทีมก็ถือว่าเห็นแก่ที่เราโตมาด้วยกันแล้ว” ฉินอี้โบกมือคล้ายไม่ต้องการได้ยินเขาพูดอะไรอีก

เจียงซือเล่อรู้สึกกังวล เขาถูกเลื่อนลงมาอยู่ระดับสามแล้ว ตอนนี้ถ้าเขาถูกย้ายไปเป็นเจ้าหน้าที่พลาธิการอีก การจะได้เลื่อนขั้นจนได้รับแกนคริสตัลระดับสูงคงไม่มีวันมาถึงอีกแล้ว ครั้งนี้มู่เฟยเองก็น่าจะถูกลดขั้นด้วย และถึงจะไม่ถูกลดขั้นแต่แกนคริสตัลที่มู่เฟยแบ่งให้คงไม่มีทางพอใช้แน่นอน

ด้วยความร้อนใจเจียงซือเล่อจึงโพล่งขึ้นมา “ที่ผมแหกกฎวันนี้เพราะผมรู้ว่าซอมบี้ระดับเก้าจะไม่อยู่ที่เขต Q!

ทั้งสามคนจ้องไปที่เจียงซือเล่อ ลู่เหิงรู้สึกประหลาดใจ คนคนนี้กำลังจะโยนขวดโหลจนแตกและทำให้เรื่องที่ตนเองกลับมาเกิดใหม่ถูกเผยออกมา

“ผม ผมฝันบ่อยๆ ช่วงนี้ และในฝันทั้งหมดก็เกี่ยวกับเรื่องหลังจากนี้” เจียงซือเล่อพูด

เจียงซือเล่อคนนี้ยังมีสมองอยู่นิดหน่อยที่ยังอุตส่าห์หาเหตุผลมาได้ แต่ถึงพลังพิเศษในวันสิ้นโลกจะแปลกประหลาดอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะมีพลังในการทำนาย

“ผมฝันเห็นศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศก่อนหน้านี้ ผมกลัวว่าพี่จะไม่เชื่อ ผมก็เลยบอกว่าเห็นมาจากข้อมูลที่พ่อทิ้งไว้ วันนี้ก็เหมือนกัน ผมฝันว่าซอมบี้ระดับเก้าจะออกจากเขต Q ช่วงเวลานี้ ผมกลัวว่าจะพลาดโอกาสเลยแหกกฎ” เจียงซือเล่อพูดอย่างไหลลื่นมากขึ้น “ผมคิดว่าผมอาจจะปลุกพลังในการทำนายขึ้นมาได้ แต่พลังนี้เพิ่งจะตื่นมันเลยไม่ค่อยเสถียรเพราะงั้นรายละเอียดต่างๆ จึงผิดพลาดเล็กน้อย”

ฉินอี้เลิกคิ้วขึ้น ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่มู่เฟยที่อยู่อีกด้านนั้นเชื่อไปแล้วเจ็ดแปดส่วน

“นายเคยบอกฉันว่ามีสัตว์กลายพันธุ์พลังจิตอยู่ในภูเขา นั่นก็เห็นในฝันเหรอ?” มู่เฟยพูด

ด้วยเกรงว่าฉินอี้จะไม่เชื่อ เจียงซือเล่อจึงพยักหน้าและพูดอย่างรวดเร็ว “พี่อี้ ถ้าพี่ไม่เชื่อพี่ให้อวิ๋นหลานเอาแกนคริสตัลออกมาก็ได้ ถ้าพี่เห็นมันพี่ก็จะรู้เอง”

ลู่เหิงจำเรื่องนี้ได้ ในกระเป๋าสัมภาระขนาดเล็กของเขามีแกนคริสตัลของสัตว์กลายพันธุ์อยู่ สองวันที่ผ่านมาเกิดเรื่องขึ้นมากมายจนเขาลืมเรื่องนี้ไปสนิท เจียงซือเล่อคนนี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้ออกจากฐานทัพ ไม่อย่างนั้นใครจะรู้ว่าเจ้าปีศาจตนนั้นจะทำอะไรเพื่อระบายอารมณ์หรือเปล่า มันปลอดภัยกว่าที่ให้อีกฝ่ายอยู่ใกล้ๆ และเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด

คิดได้แบบนั้น ลู่เหิงก็นำแกนคริสตัลของสัตว์กลายพันธุ์ออกมา

คริสตัลใสปราศจากสีสันใดๆ นี่เป็นคริสตัลพลังจิตจริงๆ

ฉินอี้เชื่อขึ้นมาสองสามส่วน มีสัตว์กลายพันธุ์พลังจิตอยู่ในป่า กระทั่งเขาเองก็ยังไม่ทราบ มันน่าเหลือเชื่อที่เจียงซือเล่อรู้เรื่องนี้

“คำพูดของนายยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ถึงมันจะเป็นเรื่องจริง” ฉินอี้กล่าว “ก็ไม่สามารถลบล้างความผิดที่นายทำได้”

“พี่...” เจียงซือเล่ออยากจะโต้แย้งแต่กลับถูกฉินอี้ขัดขึ้นมา

“คำตัดสินของฉันยังเหมือนเดิม ถ้านายปลุกพลังทำนายได้จริงๆ มันก็ดีจะได้ถือว่านั่นเป็นความสำเร็จของนาย จากนั้นก็ใช้ความสามารถของนายในการพิสูจน์ตัวเองซะ ว่านายมีคุณสมบัติมากพอที่จะออกไปปฏิบัติภารกิจ” ฉินอี้จบประเด็นเรื่องนี้

เจียงซือเล่อที่เห็นบทสรุปถูกกำหนดแล้วปิดปากเงียบ ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ห้องเล็กๆ ด้านข้าง มู่เฟยที่เห็นแบบนั้นพยายามจะวิ่งตามไปแต่ก็ถูกฉินอี้หยุดไว้เสียก่อน

“อามู่ ฉันมีบางอย่างจะบอกนาย”

มู่เฟยจึงได้แต่หยุดชะงัก แต่ดวงตากลับเอาแต่เหลือบไปมองอีกด้านตลอด เห็นได้ชัดว่าเขาดูเป็นห่วงเจียงซือเล่อมาก

“พานหรงซีดูน่าสงสัยนิดหน่อย นายกับเขาสนิทกันจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขาหน่อยก็ดี” เห็นมู่เฟยแบบนั้น ฉินอี้จึงไม่พูดไร้สาระ

เมื่อได้ยินชื่อพานหรงซี มู่เฟยจึงหันมาให้ความสนใจทันที ดวงตาเขาไม่ได้เหลือบไปมองห้องเล็กๆ นั้นอีกแต่จ้องฉินอี้ด้วยความจริงจัง “เกิดอะไรขึ้นกับหรงซี?”

“ตอนที่พวกเราไล่ตามมา เขาชี้ไปทางที่ไม่ถูกต้อง” ฉินอี้ไม่เชื่อว่าเหตุผลที่บอกทางผิดจะเป็นเพราะกังวลมากเกินไป และหากฉลาดสักหน่อยจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะผิดพลาดเรื่องง่ายๆ แบบนี้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีหลักฐานและทำได้เพียงย้ำเตือนมู่เฟยที่อยู่ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายให้จับตาดู

มู่เฟยไม่คล้อยตามและโต้แย้งเพื่อพานหรงซีทันที “ไม่ นิสัยของพานหรงซีธรรมดามาก เขาต้องเป็นห่วงพวกเรามากเกินไปเลยจำผิด”

ฉินอี้รู้นิสัยเสียๆ ของมู่เฟยที่มักจะเห็นใจคนที่อ่อนแอดี เขาเองก็ขี้เกียจจะพูดเรื่องนี้จึงคิดแค่ว่าจะจับตาดูพานหรงซีให้มากกว่านี้หน่อย เมื่อไหร่ที่พบว่าความคิดของอีกฝ่ายเป็นอันตรายต่อคนอื่นเขาจะไม่ปล่อยไปแน่นอน

มู่เฟยเห็นว่าไม่มีเรื่องอะไรแล้วจึงรีบตามเข้าไปในห้องเล็กเพื่อปลอบเจียงซือเล่อ

เมื่อมู่เฟยจากไป สีหน้าเคร่งเครียดน่าเชื่อถือของฉินอี้ก็หายไปทันที ใบหน้าของเขาสิ้นหวัง ไหล่ก็ลู่ลง เผยให้เห็นสีหน้าน่าเห็นใจก่อนจะบ่น “นี่โคตรน่ารำคาญเลย ฉันว่าฉันไม่ควรเป็นหัวหน้าฉิน แต่ควรเป็นคุณพ่อฉิน”

หัวหน้าฉินที่เป็นผู้ชายหยาบกระด้างไม่ได้รับรู้เลยว่าพฤติกรรมของตนเองในตอนนี้เรียกว่าการงอแง แต่ถึงเขาจะรู้เขาก็จะปลอบใจตัวเองว่าต่อหน้าลู่เหิงเขาเป็นศิษย์น้อง มันเป็นเรื่องปกติสำหรับศิษย์น้องที่จะงอแงกับศิษย์พี่

“เท่าที่ผมรู้ในครอบครัวปกติแม่จะเป็นคนรับผิดชอบในการไกล่เกลี่ยความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว” ลู่เหิงพูดอย่างจริงจัง

จากคุณพ่อฉินเป็นคุณแม่ฉิน หัวหน้าฉินรู้สึกคล้ายถูกสายฟ้าฟาด

เห็นได้ชัดว่านี่คือเจ้าแมวครีมพัฟในร่างมนุษย์ กระทั่งนิสัยยังเหมือนกันเลย ตอนแรกดูนุ่มนิ่มอ่อนโยน แต่ความจริงคือไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของด้วยซ้ำ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ถูกอุ้งเท้านั้นข่วน ฉินอี้คิดคิดในใจ แต่หลังจากถูกอุ้งเท้านั่นข่วนความรู้สึกยุ่งยากในใจพลันหายวับไปทันทีโดยไม่เหลือร่องรอย

ฐาน W

ฐาน A อยู่ทางเหนือ ฐาน X อยู่ทางใต้ และฐาน W อยู่ตรงกลาง ทั้งสามเป็นฐานที่แข็งแกร่งและใหญ่ที่สุดในจีน ฐาน W ถูกควบคุมโดยกองทัพทั้งสาม ความแข็งแกร่งทั้งสามนี้ก่อนหน้าวันสิ้นโลกจะมาถึงเคยได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงมาหลายชั่วอายุคน

วันนี้ขั้วอำนาจทั้งสามกำลังยืนรอตรงทางเข้าฐานด้วยความเคารพ ทำให้ผู้รอดชีวิตที่เพิ่งเข้ามาใหม่อดหยุดเดินและมองไม่ได้

“พี่ใหญ่ทั้งสามกำลังมาทำอะไรที่ประตู?”

“ดูแล้วนายน่าจะมาใหม่สินะ จะทำอะไรได้ล่ะนอกจากรอพี่ใหญ่ฉิน”

“พี่ใหญ่ฉิน?”

เมื่อเห็นว่าเขาเป็นหน้าใหม่อย่างแท้จริง คนๆ นี้จึงทำตัวเป็นพระเจ้าและเริ่มมอบความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับฐาน W แห่งนี้ให้คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่

ไม่ต้องสนใจกองกำลังทั้งสามที่คอยควบคุมฐาน W ด้วยกัน ตลอดทั้งวันระดับของพวกเขาอาจจะเป็นหนึ่งไม่มีสองภายนอกดูน่าเกรงขามไปทั่วทุกสารทิศ แน่นอนว่านั่นคือตอนที่พี่ใหญ่ฉินไม่ได้พูดอะไร แต่ถ้าพี่ใหญ่ฉินพูดขึ้นมาเมื่อไหร่ พี่ใหญ่ทั้งสามย่อมไม่กล้ากระทั่งจะกล่าวเสริมอะไรเล็กๆ น้อยๆ

ในวันสิ้นโลกกำปั้นเท่านั้นที่เป็นความจริง กลยุทธ์ แผนการหรืออะไรก็ตาม ต่อหน้าความแข็งแกร่งอย่างแท้จริงอย่างไรก็ไม่ต่างจากเสือกระดาษ หน่วยทหารรับจ้างของฉินอี้คือความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฐาน W แห่งนี้ ถ้าเขาไม่ขี้เกียจเกินกว่าจะจัดการเรื่องต่างๆ ภายในฐาน ฐาน W แห่งนี้คงไม่ถูกส่งต่อให้คนทั้งสาม

ฉินอี้คือผู้ควบคุมฐาน W ที่แท้จริง




-------------------------------------------------------------------------

ขออภัยที่เมื่อวานไม่ได้มาค่ะ พอดีติดธุระนิดหน่อย เดี๋ยวเราต้องกลับไปเริ่มปั่นรายงานเล่มถัดไปแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะว่างมาแปลอีกเมื่อไหร่นะคะ แต่จะพยายามหาเวลาว่างมาแปลทีละนิดๆ รอกันหน่อยน้าาาา (و •̀ω•́' )و

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.098K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,992 ความคิดเห็น

  1. #6945 CUTE_VILLAIN (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 13:55
    ชั้นเริ่มรำคาญมู่เฟยละ

    เธอควรชัดเจนหน่อยได้มั้ยห้ะ
    #6,945
    0
  2. #6672 Apoptosis (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 15:55
    คือแบบซือเล่อก็ดีนะคะ แต่นิสัยนางน่าจะแค้นฝังหุ่นอ่ะแล้วยังทำตามใจตัวเองมั่นใจมากว่าแต่ก่อนเคยเป็นงี้ๆปัจจุบันก็ต้องตามนั้น มันเลยมุทะลุไม่ฟังใครเลย แฟนนางก็ซื่อเกินอ่ะ น่าสงสารนางอ่ะ คิดจะมีคนรักใหม่อ่ะถูกแล้วค่ะ แต่พี่ฉินอี้นี่ไม่ได้อ่ะ พี่เค้าตามน้องมาาา 555555
    #6,672
    0
  3. #6296 capitala2 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 00:51
    นิสัยฉินอี้มีจุดคล้ายฮิววิตมาก แต่สงสัยเรื่องจิตวิญญาณข้างในมากกว่า ถ้าเป็นจนทเหมือนน้องลู่ก็น่าจะจำน้องลู่ได้เหมือนที่น้องทำได้ แต่นี่ไม่ใช่ เหมือนกดปุ่มรีเซ็ตไปเลย เลยงงว่านางมีที่มายังไงกันแน่
    #6,296
    0
  4. #6261 ifilostimsleep (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 00:42
    รู้ว่าโดนหักหลัง โดนทิ้ง แต่ซือเล่อเอาแต่ใจ ไม่คิดหน้าคิดหลังเกินไปอะ มันเลยกลายไปเป็นสร้างปัญหาแทน
    #6,261
    0
  5. #6220 ขอเวลาซุ่ม (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 03:00
    สงสารเจียงซือเล่อ ทิ้งอิตามู่เฟยนี่ไปเถอะ คนโง่สมองบวมที่ถูกคนอื่นหลอกเอาได้ง่ายๆน่ะ ไม่มีค่าให้เธอต้องเสียใจหรอก
    #6,220
    0
  6. #6105 JustAEcho (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:36
    ความสัมพันธ์ทาสกับแมวนี่มันอะไร55555
    #6,105
    0
  7. #5537 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 15:20
    ปวดหัวแทนฉินอี้
    #5,537
    0
  8. #5052 ครอบครัวแสนรัก (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 14:56
    คิดถึงงงงงงงไรท์จ๋าาาาาารีบมาน๊า
    #5,052
    0
  9. #5050 Hello it’s meee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 16:02
    สนุกมากเลยยยยยยยย รออยู่นะคะ รีบมาต่อน้าาา~
    #5,050
    0
  10. #5034 นิคกิล (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 21:33
    สนุกมากเลย เพิ่งได้อ่านรวดเดียวหมด (กดหัวใจรัวๆ)

    น่าสงสารเจียงซือเล่อนะ แต่กระทำบุ่มบ่ามทั้งที่น่าจะรู้ว่ามีคนไม่ประสงค์ดีอยู่กับตัวเอง ควรระวังตัวกว่านี้
    เมินเจ้ามู่นั่นไป เห็นด้วย คนแบบนี้อยู่ด้วยหนักใจเปล่าๆ
    #5,034
    0
  11. #5011 Usiki (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 14:06
    รู้สึกว่าพานหรงซีคือตัวร้ายอ่ะ
    #5,011
    0
  12. #5007 neovenesia (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 19:57
    สรุปฉินอึ้นี่อำนาจเยอะสินะ
    #5,007
    0
  13. #5005 Aidan (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 14:39
    รอเจียงซือเล่อฟาดๆพานหรงซีอยู่ เบื่อมู่เฟยมั่กอะไรจัขนาดนั้น
    #5,005
    0
  14. #4983 eyeyafa (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 22:23
    ขอบคุณค่ะ
    #4,983
    0
  15. #4981 hinahimeeee (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 20:52
    โง่ไปไหมคะ คุณมู่เฟยอยู่ด้วยกันไท่นานอะไรจะเชื่อใจกันขนาดนั้นน~~เอารางวัลนี้ไปเลยค่าา#คนโง่2019
    #4,981
    0
  16. #4980 ratikal (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2562 / 01:56
    เหม็นพวกคาร์แรกเตอร์แบบมูุ่เฟยมาก คนดีกับคนโง่นี่มีเส้นบางๆกั้นไว้อยู่จริงๆ ส่วนเจียงซือเล่อคือเข้าใจเลยว่าทำไมโกรธแค้น ชั้นแอบสงสารเธออยู่นะ เพราะงั้นไม่ทำไรโง่ๆกับครีมพัฟ โอเคมั้ย
    #4,980
    1
    • #4980-1 PeTErPan1244(จากตอนที่ 47)
      30 สิงหาคม 2562 / 09:53
      +1 เม้นท์นี้มาก
      #4980-1
  17. #4975 Sunshine (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 12:47
    ขอบคุณที่แปลค่ะ ช่วงนี้มารัวๆเลย คิดถึงมากกกก
    #4,975
    0
  18. #4974 NeNe (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 02:38
    สงสารซือเล่ออะ มู่เฟิงเนี่ยเป็นจำพวกคนดีเกินไป ดีเกินจนทำร้ายคนรักอะ

    ในสถานการณ์ความเป็นความตายยังห่วงหรงซีมากกว่าเลย น่าโมโหสุดๆ แล้วดูตอนที่พี่ฉินพูดเรื่องหรงซีความสนใจในตัวซือเล่อก็หมดไปทันที ถ้าสองคนนี้ยังเป็นคู่กันอยู่ก็แอบหวังให้มู่เฟิงเจอบทเรียนหนักๆเรื่องนี้ก่อน :3
    #4,974
    3
    • #4974-2 Zyrens(จากตอนที่ 47)
      30 สิงหาคม 2562 / 02:32
      จริงงงง คือเราว่าที่นางเป็นอย่างนี้ส่วนนึงเพราะมู่เฟิงเลยนะ ฝากชีวิตฝากความหวังฝากทุกอย่างไว้ แต่แฟนแม่งโง่มองไม่ออกว่าคนที่คิดว่ารุ่นน้องตอแหลและจ้องจะงาบตัวเองอยู่
      อีกส่วนก็หรงซีเลยจ้า ทำตัวเป็นดอกบัวขาวที่ไหนได้ดอกอุตพิต(เขียนไม่ถูก 555)
      #4974-2
    • #4974-3 danaja12062002(จากตอนที่ 47)
      7 ตุลาคม 2562 / 00:15
      +1 กับเม้นนี้
      #4974-3
  19. #4971 flowerdevilrose (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 23:54
    เป็นกำลังใจให้ค่าไรท์
    #4,971
    0
  20. #4970 chalita01 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 23:40
    ขอบคุณค่ะ รอตอนต่อไป
    #4,970
    0
  21. #4951 Konrafah (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 10:43
    มู่เฟย โง่สุดดดดด
    #4,951
    0
  22. #4950 nuang1 (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 08:59
    ซือเล่อคิดแค่เป็นเพื่อนกับฉินอี้ดีที่สุด
    #4,950
    0
  23. #4949 -เกม- (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 00:30
    มู่เฟย พระเอกตามขนบ คือโง้ โง่ และโง่...
    #4,949
    0
  24. #4948 Pineapple (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 23:00

    เข้าใจอารมณ์ซือเล่อนะ ติดอยู่ในนั้น ไม่รับรู้เวลา เหตุการณ์ที่รับรู้ก็มีแต่เรื่องที่พอตนตายคนรักก็โดนคนสองหน้าล่อลวงไป คงโมโหทั้งคนรักทั้งชังหรงซี เพราะงั้นพี่อี้เลยเหมือนมือที่มาช่วยให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์บ้าๆนี่ไปได้ ถึงจะรู้ว่าทำเพราะคืนค.เป็นธรรมให้แต่อาจจะมีบ้างที่คิดว่าตนไม่น่าหลงไปกับแฟนเก่าเลย พอคนเราไม่มีที่พึ่ง บางครั้งก็อยากจะหาสิ่งที่ยึดเหนี่ยวไว้ คงคาดหวังอยู่ลึกๆว่าถ้าคราวนี้ตนทำให้เหตุการณ์มันต่างออกไป จะไม่ยอมให้เป็นแบบเดิม ตนน่าจะมีค.สุขมากกว่าในครั้งนั้น แต่ที่คิดหวังไว้ก็ชะงักเพราะผช.แปลกหน้า ยังดีที่ซือเล่อไม่ตีโพยตีพายคิดว่าผิดที่ลู่เหิง คิดแค้นเขาทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ได้ทำอะไร ไม่งั้นเราเองก็คงไม่รู้สึกเห็นใจนัก

    สู้ๆนะคะ เราจะรอค่าาาา//อีโมน่ารักจัง

    #4,948
    0
  25. #4947 กะเทย. (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 22:38
    ฮื่อออออ สรุปพานหรงซีร้ายจริง มู่เฟยโดนหลอก(+โง่วเองด้วย)
    #4,947
    0
  26. #4936 'Oil'sang' (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 17:32
    เพราะงี้ไงซือเล่อนายเลยถูกหรงซีปั่นหัวละหลอกไปตายในชาติก่อน แทนที่ได้บทเรียนมาแล้วจะฉลาดขึ้นเนาะสรุปโง่เหมือนเดิม ฉลาดไม่ทันหรงซี ส่วนมู่เฟยนี่ก็ประเภทที่เกลียดเลยใจดีจนไม่ชัดเจนเหมือนจับปลาสองมือโลกสวยมากนิสัยพระเอกการ์ตูนดิสนีย์อ่ะ 55 เดียวจะชิบหายเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไปของแกนี่ละ สรุปไอ3ตัวละครนี้นี่น่าโมโหหมด อีกคนโง่ปั่นง่าย อีกคนฉลาดร้ายลึกตอแหลอ่อนแอ อีกคนใจดีจนเหมือนโง่ -*- #อืนหนักมากก
    #4,936
    1
    • #4936-1 กะเทย.(จากตอนที่ 47)
      27 สิงหาคม 2562 / 22:38
      เหมือนกันเลยค่ะ โอ๊ยกอดหน่อยๆ ต่อไปคนที่น่าจะปวดหัวสุดคงเป็นคุณแม่ฉิน5555
      #4936-1
  27. #4932 mmii. (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 16:40
    โอยยย มู่เฟยคือคิดนิดนึงมีคนมาเตือนขนาดนี้จะไม่เก็บไปสงสัยหน่อยหรอ เป็นลมแล้วเพราะมอหอ ใจอ่อนก็เรื่องของใจอ่อนแล้วเห็นคนอ่อนแอกว่าแล้วไม่ข่มเหงเป็นเรื่องที่ดีแต่คุณแม่ฉินอุตส่าห์มาเตือนเลยนะ แล้วก็คือแกเป็นห่วงซือเล่อหรืออะไรยังไงของเทอทำไมเหมือนเทอจับปลาสองมือเนี่ย จางซือเล่อก็ควรตั้งสติอะ ตั้งสติหน่อยลูก!!! หนู!!! ตั้งสติ!!! จะทำอะไรก็คิดก่อนคิดให้มันสองรอบสามรอบก่อนหนู สงสารอะเอาดีๆไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นคนร้ายๆเลยนะกลับมาทั้งทีอะไม่ใจเย็นเลยใจร้อนวัยรุ่นเหลือเกิน เหมือนความคิดยังกระจัดกระจายอยู่อะคืออยากให้มีคนสะกิดเขาหน่อยจริงๆ ฮือ ฉันเอ็นดูเธอเล็กๆละนะเอาดีๆแม้เธอจะประสาทกินก็เถอะ แต่ขอละอย่าหันหัวเรือไปทางฉินอี้เลยประสาทกินกว่าเดิมคนอ่านปวดหัวกันหมดพอดี
    #4,932
    2
    • #4932-1 ปราสาทน้ำแข็ง(จากตอนที่ 47)
      27 สิงหาคม 2562 / 17:37
      ตลกคุณแม่ฉิน555555 กำลังอินๆเจอคำว่าคุณแม่เหมือนถูกเบรก
      #4932-1
    • #4932-2 tunty0505(จากตอนที่ 47)
      27 สิงหาคม 2562 / 23:28
      อันนี้ได้555
      #4932-2