[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 36 : Chapter 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,878 ครั้ง
    4 พ.ค. 62


Chapter 36

 

ในไม่ช้าลู่เหิงก็พบคำตอบ หลังจากได้ยินเสียงร้องของมังกร วิญญาณของมังกรแห่งแสงปรากฏขึ้นที่อีกด้านของต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ ดวงตาสีแดงเลือดทั้งสองข้างที่เรืองรองของมังกรเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและรังสีฆ่าฟัน มันจ้องทั้งสองคนจากระยะไกล ลู่เหิงตั้งรับและเตรียมใช้พลังปีศาจเพื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เลวร้ายนี้

วิญญาณของมังกรแห่งแสงหลังจากจ้องพวกเขาเสร็จก็หันกลับไป และเริ่มโจมตีต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ ทันทีที่เกิดการปะทะแสงสว่างวาบก็กระจายออกมา วิญญาณของมังกรแห่งแสงเกิดอาการคลั่งอย่างไม่คาดคิด โจมตีต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่อย่างเอาเป็นเอาตายซึ่งแลกมาด้วยการที่มันถูกเป่าจนหายวับไปกับตา

การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนลู่เหิงแทบไม่มีเวลาสร้างเกราะป้องกันเพื่อปกป้องตนเองและซื่อคงที่อยู่ข้างๆ เมื่อแสงค่อยๆ จางหายไปลู่เหิงก็เห็นร่างสูงกำยำยืนอยู่ตรงหน้า ลู่เหิงไม่ใช่คนโง่ และข้อสงสัยทั้งหมดคล้ายจะได้รับคำตอบในเวลานี้ ความทรงจำที่หายไปค่อยๆ ถูกคลายปมออก ความผูกพันอย่างลึกซึ้งของปรมาจารย์ซื่อคงผู้ที่ยอมปิดกั้นสติสัมปชัญญะของตนดีกว่าการหลงลืมเขา ทำให้หัวใจของลู่เหิงเริ่มเต้นอย่างบ้าคลั่งในอก

ลู่เหิงอดไม่ได้ที่จะโอบรอบตัวชายหนุ่มตรงหน้าและกระซิบที่ข้างหู “ข้าขอโทษ ข้าลืมทุกอย่างระหว่างเรา”

ชายตรงหน้าไม่ตอบสนองและยืนเงียบเหมือนเดิม ลู่เหิงไม่ใส่ใจ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะปิดกั้นสติสัมปชัญญะ แต่เขาก็สามารถหาวิธีแก้ไขในมรดกอันล้ำลึกของราชาปีศาจได้ตลอด

มีเสียงดังสนั่นมาจากด้านบน ลู่เหิงกลับมาสนใจสถานการณ์ปัจจุบัน เขาจับมือซื่อคงและถอนตัวกลับผ่านรอยแยกที่เปิดออกเนื่องจากการสั่นสะเทือน

เมื่อคนจากวัดฟ่านหยินมาถึง พวกเขาก็เห็นร่างแปลงบนจานส่องกรรมและต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปใต้โลก ตอนนั้นเองความกดดันพลันเกิดขึ้นในใจของพวกเขา ทางด้านลู่เหิงที่รีบออกไปจากวัดฟ่านหยินพร้อมซื่อคง พยายามประเมินสถานการณ์ภายนอกก่อนจะตกตะลึง

ภาพมายาที่ทรงพลังมากพอที่จะค้ำจุนสวรรค์และโลกของต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ที่ลู่เหิงเพิ่งได้เห็นในส่วนลึกของโลก ใบและกิ่งที่ค้ำสวรรค์ รากไม้ที่ผูกกับผืนโลก เหนือลำต้นปรากฏรอยแตกร้าวหลายเส้น ความรู้สึกหดหู่อันรุนแรงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งทวีป สิ่งมีชีวิตทุกตนได้ยินเสียงต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ในหัวใจกำลังร้องไห้ด้วยความเศร้าโศก สิ่งเหล่านี้คือคำพูดของต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ที่กำลังจะตาย เหล่าพสกนิกรของข้า ข้าได้รับบาดเจ็บสาหัสและเมื่อไม่มีพลังเพียงพอที่จะค้ำจุนสวรรค์และโลกมนุษย์ แผ่นดินใหญ่จะล่มสลาย

สวรรค์และโลกมนุษย์ล่มสลาย แผ่นดินใหญ่จะตกอยู่ในความโกลาหล

หลายๆ พรรคในยุทธภพได้ร่วมกันเรียกประชุมและเชื้อเชิญพรรคของผู้ฝึกตนทั้งหมดให้มาที่วัดฟ่านหยินเพื่อหารือเกี่ยวกับชะตากรรมของชีวิตนับพัน

แม้ว่าครึ่งหนึ่งของวัดจะถูกทำลาย แต่ยอดเขาหลักกลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย บุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งหมดในยุทธภพได้มารวมตัวกันที่นี่ หน้าวัดมีเก้าอี้หลายแถววางเรียงกันซึ่งเก้าอี้ที่สูงที่สุดเป็นของหยวนเจินแห่งวัดฟ่านหยิน ชางเหอแห่งพรรคหลิงอวิ๋น ตี๋หลิงแห่งวังเหยาฉือ เยี่ยนอวิ๋นแห่งศาลากระบี่หลวง

เนื่องจากเจ้าบ้านคือวัดฟ่านหยิน  ปรมาจารย์หยวนเจินจึงเป็นเจ้าภาพเปิดงาน หยวนเจินประสานมือคารวะ “ทุกท่าน ยามนี้อนาคตของแผ่นดินใหญ่ไม่แน่นอน อาตมาหวังว่าโยมจะไม่ลังเลที่จะปรึกษาหารือกันเพื่อหาทางออกสำหรับชีวิตนับพันชีวิตบนแผ่นดินใหญ่นี้”

“ฮึ ความวุ่นวายนี้เกิดจากเผ่าปีศาจ ดังนั้นเผ่าปีศาจควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ” ปรมาจารย์ตี๋หลิงแห่งวังเหยาฉือเกลียดเผ่าปีศาจมาโดยตลอด ทันทีที่ปากเขาขยับก็พ่นคำเย้ยหยันออกมาอย่างรวดเร็ว

“คำพูดของท่านปรมาจารย์เย่อหยิ่งเกินไปแล้ว ทุกอย่างมาถึงจุดนี้แล้ว กระทั่งราชาปีศาจก็คงไม่สามารถแบกรับชะตากรรมของชีวิตนับพันนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกชีวิตบนแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นพวกเราควรบำเพ็ญเพียรให้ดีที่สุดเพื่อให้สำเร็จเป็นเซียนเสีย” ปรมาจารย์ชางเหอผู้นับถือลัทธิเต๋าเอ่ยปฏิเสธ

เมื่อเห็นปรมาจารย์ชางเหอพูดเพื่อเผ่าปีศาจ ปรมาจารย์ตี๋หลิงก็ขมวดคิ้วและตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด “ตาเฒ่า ข้ารู้นะว่าเจ้ามีความเห็นอกเห็นใจพวกปีศาจมาตลอด ได้ข่าวว่าศิษย์หลายๆ คนในพรรคของเจ้าก็เป็นปีศาจด้วยนี่ หากเป็นพรรคข้าจะต้องประณามสิ่งมิชอบเหล่านี้อย่างแน่นอน”

ปรมาจารย์ชางเหอยังคงแสดงสีหน้าอ่อนโยน “ปรมาจารย์คิดมากไปแล้ว การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขระหว่างมนุษย์และปีศาจในปัจจุบันแลกมาด้วยเลือดของบรรพบุรุษของพวกเรา อย่าลืมสงครามเมื่อแสนปีก่อน...”

ยิ่งพูดพวกเขาก็ยิ่งมีความเห็นไม่ลงรอยกัน  ปรมาจารย์หยวนเจินกระแอมเพื่อขัดการถกเถียงที่ไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุดของชางเหอและตี๋หลิง “โยมเยี่ยนอวิ๋น โยมมีความคิดเห็นอย่างไร?”

ปรมาจารย์กระบี่เยี่ยนอวิ๋นตั้งแต่นั่งลงบนเก้าอี้อันทรงเกียรติก็ปิดตาและนั่งเงียบมาตลอด เมื่อได้ยินหยวนเจินพูดถึงตนก็เปิดเปลือกตาขึ้นและกล่าวออกมาหนึ่งประโยค “รักษาความดีแห่งตน*

(*穷则独善其身,达则兼善 天下。ยามยากเฝ้ารักษาความดีแห่งตน เมื่อบรรลุผลอย่าหลงลืมส่งผ่านความงามสู่แผ่นดิน แต่ในบริบทนี้อุปมาถึง การคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเอง คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ไม่สน)

ปรมาจารย์กระบี่เยี่ยนอวิ๋นผู้นี้เป็นผู้บำเพ็ญเพียรเพื่อให้บรรลุถึงความสมบูรณ์แบบ มองจากทัศนคติของเขา เขาน่าจะตั้งใจขึ้นสู่ดินแดนเบื้องบนเมื่อแผ่นดินใหญ่ล่มสลาย ไม่น่าแปลกใจที่ทัศนคติของปรมาจารย์กระบี่เยี่ยนอวิ๋นเป็นเช่นนี้ จากข่าวลือที่ว่าตอนเด็กเขามีชีวิตที่อ้างว้างและถูกรังแกมาโดยตลอดก่อนจะเข้าสู่หนทางแห่งการฝึกตน ดังนั้นความประทับใจของเขาที่มีต่อโลกนี้จึงไม่ค่อยดีนัก

“ท่านปรมาจารย์หยวนเจิน ผู้น้อยคิดวิธีบางอย่างได้ แต่ไม่ทราบว่าหากกล่าวออกไปจะเหมาะสมหรือไม่”

หยวนเจินหันไปทางที่มาของเสียงก่อนจะเห็นว่าเสียงมาจากชิงคงจื่อ ประมุขพรรคน้ำพุพิสุทธิ์ ชิงคงจื่อบาดเจ็บสาหัสด้วยเหตุผลบางอย่างตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน และยามนี้เขาดูเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวความตาย จุดจบของชีวิตเขากำลังใกล้เข้าแล้ว

“การพูดสิ่งที่คิดไม่ทำให้ใครเป็นอันใดหรอกโยม”

“ครั้งหนึ่งผู้น้อยเคยได้ทราบความลับมากมายเกี่ยวกับเผ่าปีศาจจากปีศาจตนหนึ่ง นางกล่าวว่าเผ่าปีศาจมีที่ฝังศพในดินแดนต้องห้ามซึ่งมีกระดูกของเหล่าปีศาจที่ล่วงลับตั้งแต่พันๆ ปีก่อนถูกเก็บไว้” ชิงคงจื่อพูดต่อ “ผู้น้อยกำลังสงสัยว่าเราจะสามารถใช้กระดูกปีศาจเหล่านั้นเพื่อทดแทนต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ได้หรือไม่”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของพวกเขาก็สว่างวาบ

ทันใดนั้นบางคนก็พูดขึ้นมา “วิธีนี้อาจเป็นไปได้ เคยได้ยินมาว่ากระดูกของปีศาจที่ล่วงลับมีพลังแห่งกฎเกณฑ์ซ่อนอยู่ มันเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะใช้ทดแทนต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่”

“ข้าเกรงว่าเผ่าปีศาจจะไม่เห็นด้วย”

“หืม พวกเขามีสิทธิปฏิเสธด้วยหรือ เรื่องนี้แต่เดิมก็เกิดเพราะเผ่าปีศาจ ยามนี้หากเผ่าปีศาจต้องยอมมอบกระดูกปีศาจเพื่อมาทดแทนต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับพวกเขาแล้ว!” ปรมาจารย์ตี๋หลิงกล่าวอย่างเย้ยหยัน

ในขณะที่เหล่ามนุษย์ผู้บำเพ็ญเพียรกำลังถกเถียงเกี่ยวกับหายนะครั้งนี้ ลู่เหิงก็ได้กลับไปยังดินแดนปีศาจพร้อมซื่อคง เผ่าปีศาจยังคงใจเย็นเนื่องจากความเชื่อมั่นอย่างไม่มีข้อกังขาในตัวองค์ราชา ถึงแม้ว่าราชาปีศาจบางเผ่าจะกังวลเกี่ยวกับต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่ พวกเขาก็ทำเพียงคุกเข่ารอการเรียกประชุมขององค์ราชาเท่านั้น

ลู่เหิงผลักประเด็นนี้ออกไปจากหัว ตอนนี้เขาสนใจเพียงวิธีช่วยฟื้นคืนสติสัมปชัญญะของซื่อคงเท่านั้น หลังจากวิเคราะห์มรดกในความทรงจำซ้ำแล้วซ้ำอีก ในที่สุดลู่เหิงก็พบวิธีที่ไม่เป็นอันตราย

สำหรับการบำเพ็ญเพียรคู่ พลังภายในจะยังสามารถถ่ายโอนไปยังคนที่สติสัมปชัญญะถูกปิดกั้นได้ ด้วยลมหายใจภายในของคู่หูที่นำทาง อาจจะสามารถปลุกสติสัมปชัญญะให้ตื่นจากการหลับใหลได้ วิธีนี้เป็นวิธีที่จะบอกว่าง่ายก็ง่าย จะบอกว่ายากก็ยาก ผู้ที่บำเพ็ญเพียรคู่ต้องกราบไหว้ฟ้าดินและควรได้รับการยอมรับจากเต๋าแห่งฟ้าเสียก่อน

คู่สำหรับฝึกการบำเพ็ญเพียรคู่ ลู่เหิงมองไปยังชายที่อยู่ในถ้ำซึ่งนั่งขัดสมาธิมาตั้งแต่ต้น

ลู่เหิงเดินไปทรุดตัวนั่งหน้าซื่อคง “แม้ว่าข้าจะยังไม่สามารถจำเรื่องในอดีตระหว่างเราได้ กระนั้นหัวใจข้าก็บอกว่าข้ามีความสุขที่ได้อยู่กับท่าน”

ตั้งแต่วินาทีที่รับรู้ได้ว่าลู่เหิงนั่งลง เปลือกตาของซื่อคงก็เปิดขึ้น ดวงตาคู่ที่มืดมิดปราศจากอารมณ์จดจ้องมาที่ลู่เหิง แม้จะได้ฟังคำพูดของลู่เหิงแล้ว แต่สีหน้าของอีกฝ่ายก็ยังไม่เปลี่ยน

ลู่เหิงเองก็ไม่สนใจเช่นกัน เขายกมือของซื่อคงมาวางไว้เหนือหัวใจตัวเอง “ซื่อคง ท่านต้องการเป็นคู่ในฝึกการบำเพ็ญเพียรคู่ของข้าหรือไม่?”

ยังคงเงียบงัน ลู่เหิงรู้สึกว่าฝ่ามือในมือเขาคล้ายจะขยับเล็กน้อย ริมฝีปากเขายกขึ้นก่อนจะเผยให้เห็นรอยยิ้ม “ข้ารู้ว่าท่านจะไม่ปฏิเสธข้า”

[หมายเลข 666 แม้ผมจะรู้ว่ามันเป็นเวลาที่แย่มากที่ปรากฏตัวออกมาตอนนี้ แต่ผมคิดว่าผมควรจะเตือนคุณเนื่องจากมันเป็นหน้าที่ของผม เวลาตายของคุณใกล้มาถึงแล้ว] การปรากฏตัวของผู้ช่วยตัวน้อยทำลายบรรยากาศหวานชื่นจนหมด

[ฉันอยากยกเลิกภารกิจนี้]

[คุณ คุณ ใจเย็นก่อนนะ ถ้าคุณหยุดทำภารกิจ โลกนี้จะพังทลาย! คุณจะได้รับ ล้มเหลวในการประเมินและจะถูกลงโทษให้ไปทัวร์นรกชั้นที่ 18 ร้อยวันนะ อ๊า!] ผู้ช่วยที่ถูกลู่เหิงทำให้ขวัญเสียเริ่มกรีดร้อง

[ฉันอยากอยู่กับเขาจนถึงนาทีสุดท้าย...]

[ไม่ๆๆๆ คุณน่าจะรู้ว่าถ้าโลกนี้พังทลาย วิญญาณที่อาศัยอยู่ในโลกนี้จะหายไปและไม่สามารถกลับมาเกิดใหม่ได้อีก คุณต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จเพื่อตัวคนรักของคุณเช่นกัน] ผู้ช่วยตัวน้อยหาข้อมูลในฐานอย่างดุเดือด และในที่สุดก็พบหนทางที่จะโน้มน้าวลู่เหิง

[...ฉัน ขอบใจที่เตือนฉัน]

ท้ายที่สุดลู่เหิงก็จำได้ว่าตัวตนและหน้าที่ของเขาคืออะไร ไม่ใช่เพียงเพื่อซื่อคงแต่รวมถึงชีวิตนับพันชีวิตบนโลกนี้ ลู่เหิงไม่ใช่คนสิ้นคิดที่ยอมสังเวยทุกชีวิตบนโลกเพื่อความรักของตัวเอง

ผู้ช่วยที่รู้สึกมั่นใจขึ้นมาจมลึกลงไปในจิตสำนึกของเขา เนื่องจากหน้าที่ของมันมีเพียงช่วยให้ข้อมูลและแจ้งผู้ปฏิบัติภารกิจในช่วงเวลาสำคัญเท่านั้น ตอนนี้ลู่เหิงให้คำมั่นแล้ว จากความเข้าใจของมันในตัวลู่เหิง เรื่องนี้จะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นอีก

เนื่องจากเขาไม่สามารถยกเลิกภารกิจได้ ลู่เหิงจึงทำได้เพียงเปลี่ยนเป็นแผนถัดไป เขาเริ่มเตรียมตัวสำหรับงานแต่งงานด้วยหัวใจที่หวานล้ำแต่ก็หนักอึ้งไปพร้อมกัน ผู้ฝึกตนไม่ได้มีพิธีกรรมมากเท่ามนุษย์เวลาแต่งงาน ทั้งสองฝ่ายเพียงต้องกราบไหว้ฟ้าดินซึ่งเป็นการทำให้เต๋าแห่งฟ้ายอมรับ

ลู่เหิงไม่ได้อยากรีบเร่งขนาดนี้ แต่ถึงเวลาที่เขาต้องจากไปแล้ว พิธีแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเฉลิมฉลองใหญ่โต เมื่อพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ลู่เหิงจึงผนึกเขาจาวเหยาเอาไว้และห้ามไม่ให้ใครก็ตามเข้ามารบกวน

ทุกอย่างที่จำเป็นสามารถหาได้ในท้องพระคลังส่วนตัวของราชาปีศาจ

ลู่เหิงนำชุดสีแดงสดใสซึ่งสูงกว่าเขาเล็กน้อยออกมา แต่เนื่องจากพวกมันเป็นของวิเศษดังนั้นจึงสามารถปรับให้พอดีกับรูปร่างของคนสวมได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ลู่เหิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะหยิบหุ่นเชิดชุดหนึ่งออกมาพร้อมรอยยิ้มลึกลับที่แต่งแต้มบนใบหน้า

เช้าวันถัดมา

ภูเขาจาวเหยาของราชาปีศาจไม่เคยเสียงดังขนาดนี้มาก่อน ผ้าไหมสีแดงยาวกระจายจากเชิงเขาไปจนถึงยอด ตลอดทางโคมไฟสีแดงถูกแขวนไว้บนต้นไม้ทุกต้นซึ่งถูกปกคลุมด้วยสีแดง ผู้คนจำนวนมากนำเจ้าสาวมาที่จวนใหม่ของนางโดยการเดินมาตามเชิงเขา เมื่อมองใกล้ๆ จะเห็นว่านักดนตรีและคนแบกเกี้ยวทั้งหมดล้วนแข็งทื่อและไร้อารมณ์ เพราะพวกมันทั้งหมดคือหุ่นกระบอกไม้

กลุ่มส่งตัวที่ค่อนข้างแปลกประหลาดกลุ่มนี้เรียงแถวยาวไปจนถึงไหล่เขา ชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงที่กำลังขี่ม้า เมื่อเห็นเกี้ยวกำลังใกล้เข้ามาก็รู้สึกโล่งใจและคลี่ยิ้มออกมา ภูเขาที่สดใสนี้สว่างได้ไม่เท่าครึ่งหนึ่งของเขาในเวลานั้นด้วยซ้ำ

ลู่เหิงลงจากหลังม้าและตรงไปที่เกี้ยว เขาเตะเกี้ยวครั้งหนึ่งก่อนประตูเกี้ยวจะกระเด็นออกไป ลู่เหิงค่อนข้างอับอายและงุนงง เขาควรจะเตะประตูเกี้ยวสามครั้งแต่เขาไม่สามารถควบคุมแรงของตัวเองได้ ประตูเกี้ยวจึงกระเด็นเปิดในการเตะเพียงครั้งเดียว แบบนี้จะเป็นเรื่องดีได้อย่างไร?

ลู่เหิงถูจมูกและผายมือไปยังชายที่นั่งอยู่ในเกี้ยว “เอาล่ะ พวกเราจะไม่สนใจเรื่องคร่ำครึพวกนี้มาก ราชินีของข้า ไปกับข้าเถอะ”

ม้าตัวหนึ่งหายลับไปหลังฝุ่นควัน เงาสีแดงทั้งสองหายไปในเงามืดของต้นไม้

หลังจากกราบไหว้ฟ้าดิน ดื่มสุรามงคล และได้รับการยอมรับจากฟ้าดิน พวกเขาทั้งคู่ก็ได้เป็นสามีและเพื่อนในการบำเพ็ญเพียรคู่ของกันและกัน

น้ำตาเทียนบนเทียนมังกรคู่*ไหลเป็นทางยาว ลู่เหิงนั่งลงบนขาของซื่อคง ตันเถียนของทั้งสองสัมผัสกันเช่นเดียวกับหน้าผากของพวกเขา ลู่เหิงมองไปที่ใบหน้าอันงดงามแต่ไร้อารมณ์ตรงหน้า ทว่าภาพๆ หนึ่งกลับสว่างวาบขึ้นมาในความคิดของเขา ใบหน้าที่เหมือนกันแต่อีกใบหน้าหนึ่งกลับเต็มไปด้วยความรักอันแน่นแฟ้น

(*ตามขนบธรรมเนียมต้องเป็นเทียนมังกรและหงส์ แต่เพราะพวกเขาเป็นผู้ชายทั้งคู่จึงใช้เทียนมังกรคู่แทน)

ลู่เหิงทำจิตให้มั่นคงแล้วส่งแกนปีศาจของตัวเองให้ซื่อคงแบบปากต่อปากแล้วค้างไว้อย่างนั้น ก่อนสัมผัสของเขาจะค่อยๆ เข้าไปสำรวจตันเถียนของซื่อคงอย่างเชื่องช้า

เทียนแท่งยาวละลายลงไปแล้วครึ่งหนึ่ง ความคิดของซื่อคงค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก่อนดวงตาของเขาเปิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทว่ารูม่านตาเขากลับมีแสงสีทองพาดผ่าน จากนั้นเขาก็รู้สึกว่าตนเองกำลังจมลงไปในความมืดอีกครั้ง

นี่คือความสามารถแต่กำเนิดของเผ่างูปาเสอ ลู่เหิงฝังข้อความของตนไว้ในตัวซื่อคง สำหรับความรักของพวกเขามันเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งของหนานเคอ* และเป็นเพียงมารในหัวใจบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรของซื่อคง สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ทำลายไม่ได้อย่างแน่นอน และเมื่อถึงวันนั้นจะเป็นวันที่ซื่อคงตัดกรรมได้ทั้งหมดและได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ (*ความฝันลมๆ แล้งๆ)

“เมื่อท่านคิดถึงมัน จงมองดูมันเหมือนดอกไม้ที่ถูกเด็ดออกมาด้วยรอยยิ้มแล้วจงปล่อยมันไป” ลู่เหิงกระซิบเบาๆ ก่อนจะจูบลงบนริมฝีปากซื่อคงและผละออกไป




----------------------------------------------------------------------------

ก็... คงพูดอะไรไม่ได้นอกจาก "ถึงเวลาตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน" ซื่อคงท่านดวงกินผั- แค่กๆๆ ก็แบบท่านแต่งปุ๊บเป็นหม้ายทันทีเลยอ่ะ 555555

จริงๆ ควรจะได้อัพตั้งแต่เมื่อวานแต่ตกเครื่องจ้า ซวยแล้วซวยอีกヽ(´Д`;)ノ

----------------------------------------------------------------------------

คำศัพท์

Oblivion = การถูกลืม, การให้อภัย

Melancholy = เศร้าโศก, หดหู่

Dismount = ลงจากยานพาหนะ, ลงจากหลังม้า

Nuptial = เกี่ยวการการสมรส

By no means = ไม่อย่างแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.878K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,993 ความคิดเห็น

  1. #6346 mimilkkt (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 15:23

    ฮือออออออ
    #6,346
    0
  2. #6323 Switches (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 19:15
    นกอีกแล้ววว
    #6,323
    0
  3. #6322 Switches (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 19:15
    นกอีกแล้ววว
    #6,322
    0
  4. #6278 narakjangka (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 17:19
    อย่างน้อยก็ให้พี่เขาตื่นก่อนได้มั้ย ได้รึเปล่า ไม่ได้หรอ?แงงงงงงงง
    #6,278
    0
  5. #6251 TttIiiMmm (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 14:32
    โอ้ววว หัวใจมัน ฮึก...
    #6,251
    0
  6. #6194 doubleua01 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 17:01
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-03.png......
    #6,194
    0
  7. #6150 alittletigerp (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 02:46
    เศร้าาาา
    #6,150
    0
  8. #6060 Chandra and Clover (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 03:06

    อ่านตอนนี้เพลงในเพลลิสต์รันเพลงเศร้าเกียวกับการจากลาด้วย ตัวฉักกะคือ
    #6,060
    0
  9. #6031 นรกคือชื่อน้ำพริก (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 15:34

    หนานเคอนี่เคยอ่านอยู่ เหมือนบอกว่าเป็นฝันที่ยาวนาน

    เรื่องประมาณว่าหนานเคอได้ไปอาศัยในดินแดนมด ใช้ชีวิต แต่งงานมีลูกเป็นราชา จนสุดท้ายของชีวิตก็นั่งรถออกมาจากที่นั่นก่อนตื่นทาพบว่าเป็นฝันแล้วก็บรรลุอรรหัน คิดว่าน่าจะสื่อแบบนี้นะคะ

    #6,031
    0
  10. #5952 慕芳荣 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:32

    เป็นพระเอกเหมือนฮิววิตต์ ตื่นมาก็พบว่าคนที่ตนรักตายไปเหมือนฮิววิตต์ ฉันเริ่มคิดแล้วนะว่านางเป็นจิตวิญญาณดวงเดียวกัน แต่ความคิดที่ว่าทั้งสองอยู่กันคนละโลกก็ขัดขึ้นมาอะ

    #5,952
    0
  11. #5946 iceND02 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 21:17
    เศร้ามาก เค้าจะร้องแล้ว แงแงงง้
    #5,946
    0
  12. #5681 Hightdragon (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 มกราคม 2563 / 02:14
    สมชื่อเรื่องมาก
    #5,681
    0
  13. #5031 เตเตชิต (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 13:30
    รู้เหิงรักซือคงมากนะ ให้ตัดขาดกันไปได้ดีกว่าจมอยู่แบบนั้น ฮื่อออออออ
    #5,031
    0
  14. #4965 chalita01 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:29
    แงงงงงงงงงง้
    #4,965
    0
  15. #4835 Noong7 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 15:14
    ทำมายยยยยย มาม่าทุกโลกเลยแงงงงงง
    #4,835
    0
  16. #4816 ZYXWYFIR (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 02:07
    !!!! ร้องไห้หนักมาก แงงงงงงง
    #4,816
    0
  17. #4746 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:53
    ฮือออออ
    #4,746
    0
  18. #4712 kanyaest (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:09
    แงๆๆๆๆ อยากให้พวกเขาอยู่ด้วยกัน
    #4,712
    0
  19. #4482 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:03
    จะร้อง
    #4,482
    0
  20. #4233 trp1021 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 23:52
    อารมณ์ตอนนี้แบบตีกันไปหมด สหสฟฟ
    #4,233
    0
  21. #4224 Ayyyye (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 03:33

    ร้องไห้จนตาบวม พรุ่งนี้ไปทำงานจะบอกคนที่ทำงานยังไง

    #4,224
    0
  22. #4195 Sunshine (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:49
    อาร์คแรกยังพอทำใจได้นะเพราะเหมือนลู่เหิงไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรกับพระเอกนัก แต่อาร์คนี้เค้ารักกันไง! รักกันมากด้วย! ;;
    #4,195
    0
  23. #4096 Secr3t-Key (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 10:47
    เป็นสามีแต่ได้แต่งราชินีเพราะแฟน(?)เป็นราชาอ่ะ5555
    #4,096
    0
  24. #4016 Tou9397 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 20:49

    เศร้าเลย
    #4,016
    0
  25. #3873 ShamanWcat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 17:20
    *ตาย* แงงงงงงงง จะรอวันที่พวกนายได้อยู่ด้วยกันแบบแฮปปี้นะ;-;
    #3,873
    0