[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 35 : Chapter 35

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,704
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,995 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

 

Chapter 35

 

“ไป๋หลีผู้นั้นแย่สิ้นดี นางวิ่งหนีออกจากเขตวัดฟ่านหยินในช่วงชุลมุนแล้วหนีไปซ่อนที่ใดก็ไม่รู้ ครึ่งหนึ่งของวัดถูกทำลายและยามนี้เผ่ามนุษย์ทั้งหมดก็กำลังรวมกำลังกันเพื่อเตรียมมารอรับคำอธิบายจากเผ่าปีศาจของเรา” ยิ่งพูดความโกรธของซีซีก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เกรงว่าหากไป๋หลีอยู่ต่อหน้านางยามนี้ นางคงถูกสับเป็นชิ้นๆ แน่นอน

“แล้วซื่อคงล่ะ?” ทันทีที่เขาพูดคำเหล่านี้ออกไป ลู่เหิงพลันรู้สึกคล้ายหัวใจเขามีอารมณ์แปลกๆ ปะทุออกมา เขาพยายามระงับอาการปั่นป่วนนั้นลง ไม่ให้ราชาจิ้งจอกสังเกตเห็นความผิดปกติใดๆ

“มีข่าวจากเผ่าหนูว่าวัดฟ่านหยินได้ตามหาเขามาตลอดร้อยปีโดยไม่ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับที่อยู่ของเขาสักนิด แต่ไม่นานมานี้จู่ๆ ปรมาจารย์ซื่อคงก็ปรากฏตัวขึ้นที่วัดฟ่านหยินและถูกขังอยู่ในนั้น” แม้ซีซีจะเป็นพวกตรงไปตรงมาแต่นางไม่ได้ตาบอด นางสงสัยว่าเหตุใดองค์ราชาถึงไม่ทราบอะไรเกี่ยวกับที่อยู่ขององค์ราชินีเลยมาตลอดร้อยปี แต่นางรู้ว่าควรจะเคารพความรู้สึกของเขาจึงกลืนคำพูดนั้นลงไป

นกกระดาษสีแดงถลาลงมาในขณะที่พวกเขาพูดคุยกัน ลู่เหิงและซีซีแสดงท่าทีเคร่งขรึม มันเป็นนกกระดาษสื่อสารที่ใช้เมื่อทั้งเผ่าพันธุ์ตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต

ทันทีที่นกกระดาษร่อนลงบนพื้นมันก็เปิดปากพูด “องค์ราชา ผู้ฝึกตนชาวมนุษย์หยุดอยู่ตรงหินต้องห้าม กำลังท้าให้พวกเราออกไปต่อสู้ขอรับ”

หินต้องห้าม

ตั้งแต่สมัยโบราณมีข้อตกลงระหว่างปีศาจและมนุษย์ในการใช้หินต้องห้ามแทนชายแดน และต่างคนต่างแยกกันปกครองแผ่นดินส่วนต่างๆ บนแผ่นดินใหญ่ พวกเขาสามารถข้ามอาณาเขตต่างๆ ของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถข้ามหินต้องห้ามได้ พรรคของผู้ฝึกตนที่มารวมตัวกันหน้าก้อนหินถือเป็นการยั่วยุเผ่าปีศาจแล้ว

“ดูเหมือนพวกปีศาจจะเป็นพวกเต่าหัวหดกันหมด อีกทั้งยังไม่เคารพข้อตกลงอีกต่างหาก พวกเราจะเริ่มโจมตีและฆ่าเผ่าพันธุ์ประหลาดเหล่านั้นให้หมด แล้วก็ใช้พวกมันเป็นวัตถุดิบในการกลั่นยาเสีย” ไม่มีใครรู้ว่าศิษย์ของพรรคไหนพ่นคำเหล่านี้ออกมาหน้าหินต้องห้าม แต่หากไม่มีคนระดับสูงคนใดเอ่ยปากตำหนิ ก็ดูเหมือนเขาจะได้รับอนุญาตให้กวนน้ำทดสอบได้

คำยั่วยุดังกล่าวเริ่มมีเพิ่มมากเรื่อยๆ

ม่านหมอกหน้าหินต้องห้ามค่อยๆ หายไป ก่อนที่กลุ่มปีศาจที่ทรงพลังจะปรากฏตัวออกมา แม้ว่าจำนวนของพวกเขาจะไม่มาก ทว่าแรงกดดันของพวกเขาไม่อาจดูเบาได้แม้แต่น้อย

เมื่อผู้นำในชุดคลุมสีดำสง่างามดูแข็งแกร่งมาถึง แรงกดดันจากการปรากฏตัวของเขาทำให้ผู้คนไม่กล้ามองการปรากฏตัวของเขาแม้แต่น้อย เขานอนตะแคงตัวอยู่บนปีกข้างหนึ่งของนกเผิงปีกทองที่บดบังไปทั้งแดนสวรรค์และโลกมนุษย์ สีหน้าไม่แยแสของเขาทำให้ศิษย์ที่พูดสบประมาทตอนแรกรู้สึกราวกับมดตัวหนึ่ง

“ผู้ใดที่เป็นตัวแทน ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วพูด” ดวงตาของลู่เหิงปิดลงครึ่งหนึ่งขณะพูด

บรรดาเผ่ามนุษย์ที่ระดับการฝึกตนต่ำต้อยก้มศีรษะลงและหลุบตามองต่ำกันหมด ไม่มีใครกล้าส่งเสียงในบรรยากาศเช่นนี้อีก ครู่ต่อมาเจ้าอาวาสหยวนเจินแห่งวัดฟ่านหยินก็ก้าวออกมา เขาประสานมือทำความเคารพเต็มพิธี “นักบวชชราจากวัดฟ่านหยิน หยวนเจิน”

ลู่เหิงพยักหน้า “เจ้าและคนอื่นๆ ในเผ่ารวมตัวกันที่ชายแดนของอาณาเขตเผ่าปีศาจ เจ้าตั้งใจจะประกาศสงครามหรือ?”

“โยมล้อเล่นแล้ว เกี่ยวกับเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อนคิดว่าโยมคงทราบดี อาตมาและคนอื่นๆ ที่นี่เพียงแค่อยากขอคำอธิบายสำหรับศิษย์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่ต้องเสียชีวิตลงเท่านั้น”

ภายใต้ความแข็งแกร่งของลู่เหิง ผู้ฝึกตนชาวมนุษย์ไม่กล้าทำตัวหยิ่งผยองอีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายกำหนดเวลาสำหรับเหล่าปีศาจในการตามหาตัวไป๋หลีและชี้แจงสาเหตุของเรื่อง จากนั้นก็ทำการเจรจากันใหม่ แต่ไป๋หลีได้ทำผิดพลาดอย่างร้ายแรงโดยไม่มีเหตุผล เหล่าปีศาจจึงกลัวว่าตนจะถูกพวกมนุษย์เคี้ยวจนเป็นเศษเนื้อ

ลู่เหิงตัดสินใจไปที่วัดฟ่านหยินเพื่อตามหาเบาะแสด้วยตนเอง ไม่เพียงเพื่อไป๋หลี แต่ลู่เหิงยังต้องการเห็นปรมาจารย์ซื่อคงผู้นั้นด้วย เขามีลางสังหรณ์ว่าถ้าเขาไม่ได้เห็นปรมาจารย์ซื่อคง เขาจะเสียใจไปตลอดชีวิต

เขตแดนของวัดฟ่านหยินส่วนมากถูกทำลายไปแล้ว ตอนนี้ทำได้เพียงพึ่งพาเหล่าลูกศิษย์ในสำนักในการตรวจตราภูเขาเท่านั้น ซึ่งทำให้การลักลอบเข้ามาของลู่เหิงราบรื่นเป็นอย่างมาก ทันทีที่เขาเข้ามาในวัดฟ่านหยิน ลู่เหิงพลันรู้สึกว่ามีเส้นด้ายในหัวใจของเขากำลังนำทางไปยังทิศทางที่ถูกต้อง

จุดสิ้นสุดของความรู้สึกนี้อยู่ที่ตึกบนยอดเขาหลักของวัดฟ่านหยินใต้พระพุทธรูปนิกายวัชรยานที่มีดวงตาโกรธเคือง ลู่เหิงสำรวจอย่างระมัดระวังด้วยสัมผัสของตน ทางเข้าลับอยู่ใต้ฐานพระพุทธรูป อาคมป้องกันทางเข้าไม่ได้นับเป็นอะไรสำหรับลู่เหิง เขาเดินเข้าไปเหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

สิ่งที่เห็นในนั้นทำให้ลู่เหิงประหลาดใจเมื่อได้เห็นของวิเศษขนาดมหึมา จากประสบการณ์หมื่นปีของราชาปีศาจ ลู่เหิงจำได้ตั้งแต่แวบแรกว่านั่นคือสมบัติของวัดฟ่านหยิน จานส่องกรรม

ในจานส่องกรรมปรากฏร่างของคนที่กำลังนั่งขัดสมาธิและถูกล้อมรอบไปด้วยพลังอันหนักหน่วงของวิบากกรรม พลังของกรรมเหล่านั้นดูคล้ายหมอกซึ่งขังชายคนนั้นไว้ที่ใจกลาง และกำลังพยายามจะเจาะเข้าไปในร่างกายของเขาแต่ก็เปล่าประโยชน์

อาคมร้อยวัฏสงสาร ลู่เหิงส่ายหัวในใจ ความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัยได้อะไรที่คนคนนี้ได้ทำ ถึงได้สามารถบังคับให้วัดฟ่านหยินต้องนำอาคมร้อยวัฏสงสารเพื่อกักขังความคิดเขาไว้ออกมาใช้ อาคมร้อยวัฏสงสารนี้เป็นอาคมที่เลวร้ายที่สุดของจานส่องกรรม ซึ่งสามารถทำลายกรรมและควบคุมจิตใจของผู้คนได้ คนที่ตกลงไปในอาคมนี้มีแต่ต้องทำลายมันด้วยการตัดกรรมทั้งหมดและชะล้างความทรงจำของพวกเขาซึ่งคล้ายการเกิดใหม่อีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าพลังวิญญาณของเส้นเลือดวิญญาณใต้ยอดเขาหลักกำลังไหลเข้าสู่จานส่องกรรม ลู่เหิงก็คิดคำนวณในใจ เดิมทีสาเหตุที่ไป๋หลีทำลายวัดฟ่านหยินครึ่งหนึ่งได้อย่างง่ายดาย คงเพราะจานส่องกรรมดูดซับพลังวิญญาณส่วนมากไป จึงส่งผลให้พลังที่ส่งไปยังเขตแดนป้องกันของภูเขาไม่เพียงพอ

ลู่เหิงเดินไปข้างหน้าอีกสองสามก้าวและตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นพลังแสงสีแดงสุกใสของกรรม เขาก็รับรู้ในใจว่ามันคือการต่อสู้ชั่วนิรันดร์ในร้อยวัฏสงสารซึ่งมีสาเหตุมาจากวิบากกรรมแห่งรัก การต่อสู้ครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงการทำลายหัวใจของตนเท่านั้น มนุษย์ทุกคนบนโลกจะถูกคนที่ตนรักทรยศและตายอย่างน่าสลดจนกว่าพวกเขาจะสามารถปล่อยวางอารมณ์และตัดตรวนความรักลงได้

เมื่อลู่เหิงเข้าไปใกล้ พลังของกรรมที่วนเวียนอยู่รอบๆ ศีรษะและใบหน้าของชายหนุ่มก็จางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา เมื่อลู่เหิงได้เห็นหน้าของชายหนุ่ม เขาพลันรู้สึกตกใจราวกับถูกฟ้าผ่า

ซื่อคง

ในความทรงจำถึงแม้ว่าลู่เหิงจะไม่รู้จักใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เขาก็รู้จักชื่อของคนคนนี้ เมื่อได้เห็นใบหน้าอันเลิศล้ำ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงพลันเกิดขึ้นในใจของเขา ในเวลานี้การได้เห็นพลังของกรรมอยู่ล้อมรอบคนตรงหน้าทำให้ลู่เหิงรู้สึกว่าพวกมันเป็นขวางหูขวางตาอย่างมาก เขาได้แต่สงสัยว่าพวกมันได้สร้างความทรมาณให้แก่คนคนนี้มากมายเพียงใด

มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำลายอาคมร้อยวัฏสงสารหากกรรมยังไม่ได้ถูกตัด ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ยากเย็นสำหรับลู่เหิงที่จะทำลายมันจากภายนอก

ลู่เหิงสะบัดแขนเสื้อและแยกพื้นที่เล็กๆ ออกมาชั่วคราวเพื่อไม่ให้คนในวัดฟ่านหยินสังเกตเห็น จากนั้นเขาก็แยกแกนของจานส่องกรรมออกมาก่อนพลังของกรรมจะค่อยๆ สลายไป ในอาคมชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้น สายตาของเขาพุ่งตรงไปที่ลู่เหิง

“ท่านเอาของส่วนตัวของท่านมาให้ข้าได้หรือไม่? ข้าจะได้เปลี่ยนมันเป็นร่างแปลงของท่านแล้วเอาไปแทนที่ในอาคม” ลู่เหิงยื่นมือออกมาที่หน้าอกและถามซื่อคง

ซื่อคงไม่ได้พูดอะไรออกมาทำเพียงจ้องไปที่ลู่เหิงเท่านั้น ดวงตาที่จ้องมองมาที่ลู่เหิงทำให้หัวใจของเขาอ่อนปวกเปียก ลู่เหิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา “ข้ามีนามว่าเจิง ข้าไม่ได้จะทำร้ายท่านแต่ข้าคิดว่าท่านและข้ารู้จักกัน ข้าประสบอุบัติเหตุเมื่อไม่กี่วันก่อนจึงจำเรื่องบางอย่างไม่ได้”

ชายตรงหน้ายังคงนิ่งเฉยและเงียบงัน ลู่เหิงต้องก้าวไปใกล้เขาและนำสิ่งของส่วนตัวของอีกฝ่ายมาเปลี่ยนเป็นร่างแปลงเพื่อไม่ให้คนในวัดฟ่านหยินรู้เข้า

ไม่ถูกต้อง คนที่ฝึกตนสามารถรู้สึกถึงสัมผัสของอีกคนหนึ่งได้ด้วยสัมผัสของตนเมื่อพวกเขาอยู่ใกล้กัน ทว่าแม้ลู่เหิงจะอยู่ใกล้กับซื่อคงขนาดนี้ เขากลับไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของสติสัมปชัญญะของอีกคนแม้แต่น้อย

ลู่เหิงตกใจเมื่อนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง ชายคนนี้พยายามต่อต้านอาคมร้อยวัฏสงสารด้วยการปิดสติสัมปชัญญะของตัวเองหรือ? ความทรงจำของคนในใจเขาสำคัญขนาดไหนกัน? คนคนนี้ยินดีที่จะจ่ายราคานั้นเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความทรงจำนั้นถูกกฎแห่งกรรมลบออกไป

ควรรู้ว่าเมื่อปิดสติสัมปชัญญะนอกจากจะเป็นสถานการณ์จำเป็น มันจะเป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะกู้คืน การไม่สามารถฟื้นคืนสติสัมปชัญญะได้หมายความว่าในอนาคตเขาจะเป็นเหมือนศพเดินได้ที่มีชีวิตอยู่โดยอาศัยสัญชาตญาณเท่านั้น

ลู่เหิงเห็นซื่อคงถือบางอย่างในมือไว้แน่น คิดว่าหากเป็นสิ่งของส่วนตัวที่สำคัญ มันน่าจะเหมาะมากในการใช้เป็นตัวแทน

“ท่านให้ข้าดูสิ่งที่อยู่ในมือท่านได้หรือไม่?” ลู่เหิงถามอย่างนุ่มนวล

ไม่มีคำตอบอย่างที่คาด ลู่เหิงเอื้อมมือออกไปและพยายามงัดกำปั้นที่แน่นหนาของซื่อคงให้เปิดออก แต่เมื่อนิ้วของลู่เหิงกำลังจะแตะมัน มันก็คลายออกเสียก่อน ลู่เหิงค่อนข้างประหลาดใจ เขาคิดว่าจะต้องใช้ความพยายามสักหน่อยให้การเอามันออกมา

ปิ่นไม้สีดำแตกๆ วางอยู่บนฝ่ามือของซื่อคง เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ได้เป็นของนักบวชรูปนี้ ลู่เหิงมองปิ่นด้วยความท้อใจและตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมา สัมผัสที่กระจายอยู่ในปิ่นคือลมหายใจของเขาเอง

ก่อนลู่เหิงจะได้คลายปมปริศนาต่างๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงขึ้นใต้ฝ่าเท้า บนพื้นดินรอยแตกร้าวเริ่มก่อตัวทำให้สัมผัสได้ถึงการทำลายล้างอย่างรุนแรง

มันคือวิญญาณของมังกรแห่งแสง ลู่เหิงแสดงท่าทางจริงจัง ไม่มีเวลาให้ความสนใจกับเรื่องปิ่นอีกแล้ว เขาเอาปิ่นเก็บไว้ในอกอย่างร้อนรน ลู่เหิงประสานนิ้วเข้าด้วยกันทำให้เกิดรอยตัดบนเสื้อผ้าของซื่อคง และวางเศษผ้านั้นในจานส่องกรรมในฐานะร่างแปลง มันเป็นร่างแบบหยาบๆ แต่ก็ไม่มีปัญหาที่จะตบตาไปสักระยะ

หลังจากทำทุกอย่างแล้ว  ลู่เหิงก็จับมือซื่อคงและพาเขาหนีออกไปจากอาคมร้อยวัฏสงสาร สิ่งที่ลู่เหิงทำทั้งหมดไม่มีการตอบสนองจากซื่อคงแม้แต่น้อย มีเพียงสายตาของเขาเท่านั้นที่จับจ้องลู่เหิงและไม่เคยละสายตาออกไปแม้เพียงเสี้ยววินาที

ในการไล่ตามวิญญาณของมังกรแห่งแสง ลู่เหิงและซื่อคงได้เดินทางลงไปจนถึงส่วนที่ลึกที่สุดของโลก ลู่เหิงอยากพาซื่อคงไปยังที่ปลอดภัย จากนั้นค่อยเดินลงไปสำรวจสถานการณ์ เนื่องจากเขาไม่อยากถูกอีกฝ่ายติดตามไปทุกๆ ก้าว โชคไม่ดีที่ลู่เหิงดันพาซื่อคงลงมากับเขาด้วย ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบันแม้ว่าเขาจะเจอวิญญาณของมังกรแห่งแสง มันก็ไม่ใช่ปัญหาในการปกป้องคนเพียงคนเดียว

ลึกลงไปที่ใจกลางของโลกคือต้นไม้หินสูงหลายร้อยจั้ง เพียงแวบแรกที่มองลู่เหิงก็จำได้ทันทีว่ามันคืออะไร

ต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่

คาดไม่ถึงว่าต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่จะอยู่ใต้ยอดเขาหลักของวัดฟ่านหยิน เพราะต้นกำเนิดแผ่นดินใหญ่มีพลังแห่งกฎเกณฑ์ในการปกป้องและรักษา ดังนั้นมันจึงปกปิดตัวเองอยู่เสมอ อะไรทำให้ร่างหลักของมันปรากฏที่นี่?




----------------------------------------------------------------------

ค้างกันยาวๆ 555555555 แต่อย่างน้อยเขาก็อยู่ด้วยกันละนะ อาร์คนี้จบที่ตอน 38 ไปดำน้ำรอกันนะทุกคน

เจอกันวันที่ 2 หรือ 3 จ้าาาา คืออยากแจ้งไว้ก่อนว่าเราจะไม่เริ่มแปลอาร์ค 3 จนกว่าทางอิ้งจะแปลเสร็จนะ เราไม่อยากค้างอ่ะเพราะทางอิ้งกว่าจะอัพทีก็เดือนละไม่กี่ครั้งเองมันค้างนานไป

----------------------------------------------------------------------

คำศัพท์

Turbulence = ความวุ่นวาย, การไหลทะลัก

Inkling = ความเฉลียวใจ, การระแคะระคายใจ

Reprimand =ตำหนิ, ว่ากล่าว

Taunt = พูดส่อเสียด, เหน็บแนม

Hunch = ลางสังหรณ์

Specimen = ตัวอย่าง, อุทาหรณ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.995K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,999 ความคิดเห็น

  1. #6741 TaMeKabTaNa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 22:06
    บีบคั้นหัวใจเหลือเกิน เหมือนจะจบแต่ไม่จบสักที /ยกนิ้วปาดน้ำตา/
    #6,741
    0
  2. #6715 Assanee00 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2563 / 15:55
    นับถือใจเลยอ่ะ ฮืออออ
    #6,715
    0
  3. #6259 อ..อะ..อ่ะ..อ๋ออ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 21:17

    น้ำตาไหลถึงตีนแล้วครับ เฮ้อ

    #6,259
    0
  4. #6192 doubleua01 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 16:46
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-02.png......
    #6,192
    0
  5. #6174 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 18:45
    คือแบบ ฮือ ซือคงรักน้องมากจริงๆอ่ะ แบบเขากลายเป็นแค่ศพเดินได้เพื่อจะได้จำน้องได้ตลอดไปอ่ะ
    #6,174
    0
  6. #6149 alittletigerp (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 02:36
    สงสารรรร พระเอกรักน้องมากกกกก
    #6,149
    0
  7. #6027 Sea Zip (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 18:12
    มันแบบบะลั่กอุกอุกบะลั่กอุกอุกในหัวใจ
    #6,027
    0
  8. #5997 Dar699699 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:57

    ไม่อยากลืมคนรักถึงกับยอมขนาดนี้ TOT
    #5,997
    0
  9. #5951 慕芳荣 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 01:13

    และฉันกำลังฟังเพลงคู่ชีวิตที่ยูทูปออโต้มาให้ระหว่างอ่าน...

    #5,951
    0
  10. #5030 เตเตชิต (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 13:11
    ก่อนอ่านก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะว่าต้องจี้ดในใจ แต่ก็อยากให้สมหวังสักโลกนึง
    #5,030
    0
  11. #5015 P'est (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 19:03
    ยอมแล้วเหมือนกัน มันต้องทนและเจ็บมากมายแค่ไหนนะที่จะไม่ลืมคนๆนึง แงงง
    #5,015
    0
  12. #5002 dream4try (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 22:18
    ชั้นยอมแล้ว บุรุษผู้นี้เป็นคนยิ่งใหญ่จริงๆ เขาไม่ย่อท้อมั่นคงดั่งภูผาที่แสนแข็งแกร่งพอได้รักก็ไม่อะไรจะเสียแล้ว รักแล้วจะไม่ลืมงี้กรอ
    #5,002
    0
  13. #4745 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:43
    ขอให้ได้รักกันน้า แง
    #4,745
    0
  14. #4711 kanyaest (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:02
    โอ๊ย ซื่อคงงงงงง😭
    #4,711
    0
  15. #4500 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 00:21

    ฮือออออออออ เขารักกันมากอ่ะแกกกกกกก เขารักกันนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    #4,500
    0
  16. #4481 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 07:59
    ปิดกั้นตนเองเพื่อไม่ให้ลืม

    ;-;
    #4,481
    0
  17. #4405 papark (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 21:03
    อาร์คนี้เขารักกันอ่ะคุณ Y_Y รักกันมาก แล้วก็เผลอทำด้ายแห่งโชคชะตาขาดอีกแล้วใช่ไหม...
    #4,405
    0
  18. #4223 Ayyyye (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 03:16

    อ่านถึงตอนปิดจิตตัวเองเพื่อไม่ยอมตัดกรรมไม่อยากลืมคนที่รัก ก็ร้องไห้ยาวตั้งแต่นั้นมาเลย โอยยยย

    #4,223
    0
  19. #4194 Sunshine (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 23:37
    ต้องมาม่าแน่นวล งือออออ อยากให้เค้าอยู่ด้วยกันแต่ลู่เหิงก็เป็นเพียงพนักงานตัวน้อยๆไม่ใช่เจิง ไม่สามารถทำตามใจตนเองได้ขนาดนั้น
    #4,194
    0
  20. #3273 Taetaemnae (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 19:21
    จุ้บๆนะ
    #3,273
    0
  21. #3270 Annnnja (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 15:47
    ไรท์ขาาารีบมาค่าจะลงแดงแล้ว
    #3,270
    0
  22. #3269 flowerdevilrose (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 15:31

    วันนี้มารออยู่นะคะ
    #3,269
    0
  23. #3265 sci-ch (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 15:53
    จะรอนะคะ
    #3,265
    0
  24. #3264 Weetaime (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:42
    จะร้องไห้ตอนปิ่นไม้ กำแน่นเลยซื่อคง ฮื้อออออ มากอดๆ เรว
    #3,264
    0
  25. #3260 Mizza (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 13:50

    เจอแล้ว​ แต่คนนึงความจำหาย​ อีกคนสติหาย​ รอไรท์
    #3,260
    0
  26. #3241 Narisa Ren (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 08:12
    โทษน้องลู่ไม่ได้นะ ทุกชาติเป็นพระเอกที่ปันใจเอง
    #3,241
    1
    • #3241-1 Weetaime(จากตอนที่ 35)
      2 พฤษภาคม 2562 / 14:42
      พูดจาเราะร้ายมาก
      #3241-1