[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 34 : Chapter 34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,760 ครั้ง
    3 พ.ค. 62

 

Chapter 34

 

[เสร็จแล้ว!] เสียงของผู้ช่วยตัวน้อยดังก้องในหัวลู่เหิง

[มันว่ายังไง?] ลู่เหิงกดความคิดทั้งหมดไว้ในใจอย่างไม่เต็มใจ และเข้าสู่สภาวะเป็นการเป็นงาน

[ตอนคุณเดินทางกลับไปในอดีต มันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนสองคนปรากฏในเวลาเดียวกันและทำให้โลกพังทลาย โลกใบนี้จึงเข้ามาควบคุมสถานการณ์โดยการขังราชาปีศาจไว้ในสถานที่ลับจนกว่าคุณจะกลับมา]

[แล้วไป๋หลีล่ะ?] ลู่เหิงค่อนข้างกังวล เขาได้รับ ระหว่างการพิจารณาในการประเมินงานครั้งก่อน คราวนี้เกิดอะไรขึ้นกับฉันอีกล่ะ? เขากลัวว่าเขาจะได้ไปทัวร์ทริปนรกชั้นที่สิบแปดหนึ่งวันจริงๆ

[ไม่ต้องห่วง คุณมีผู้ช่วยตัวน้อยอยู่ที่นี่! ผมติดต่อเพื่อนร่วมงานในแผนกรักษาสมดุลโลกแล้ว พวกเขาจะรับผิดชอบนำความทรงจำของไป๋และไป๋หลีใส่ในสมองเธอเอง แต่ว่า...] ผู้ช่วยตัวน้อยค่อนข้างลังเล

[พูด]

[คะแนนการประเมินจะถูกหักหากมีการใช้ความช่วยเหลือจากแผนกรักษาสมดุลโลก] หลังจากผู้ช่วยตัวน้อยพูดจบ มันก็หลบไปซ่อนตัวในที่ลับแล้วแกล้งตาย

ในฐานะสมาชิกใหม่ที่น่าภาคภูมิใจ คะแนนของเขาถูกลดจนติดลบก่อนจะได้รับการประเมินเสียอีก และนั่นทำให้ลู่เหิงกระวนกระวายใจเล็กน้อย แต่อย่างไรมันก็ดีกว่าการทำให้โลกนี้ล่มสลาย ลู่เหิงพยายามปลอบใจตัวเอง

ลู่เหิงตัดสินใจเก็บของวิเศษเข้าชั้นเพราะถึงแม้ว่ามันจะมอบความแข็งแกร่งที่ต้องการได้ แต่มันก็ทำให้มีปัญหาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน แน่นอนว่าการไม่ใช้มันยกเว้นจะจำเป็นจริงๆ ย่อมเป็นการดีกว่า แต่ตอนนี้สถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไร ลู่เหิงคงต้องตรวจสอบก่อน

ลู่โยวโยวรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาเพราะเขาเป็นคนเดียวในบรรดาปีศาจรุ่นใหม่ที่เคยได้เห็นองค์ราชา เนื่องจากประสบการณ์นี้เขาจึงกลายเป็นคนดังในเผ่าของตัวเอง ตอนไหนที่เขาอารมณ์ดี เขาไม่เคยเกี่ยงที่จะแบ่งปันฉากตอนที่ได้พบองค์ราชากับสหายของตน

วันนี้ลู่โยวโยวอารมณ์ดีเนื่องจากเขาคิดเกี่ยวกับอะไรดีๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ดังนั้นหลังจากเรียนจบ เขาจึงใจกว้างมากๆ ที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการได้พบปะองค์ราชาตอนที่ถูกสหายของตนล้อมไว้

“โยวโยว องค์ราชามีพลังมหาศาลเหมือนในตำนานจริงหรือ? ข้าได้ยินจากผู้อาวุโสคนหนึ่งของเผ่าว่าเขาเคยเห็นองค์ราชาเมื่อนานมาแล้ว แต่เพราะแรงกดดันขององค์ราชาแข็งแกร่งเกินไป เขาจึงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองว่าองค์ราชาหน้าตาเป็นอย่างไร”

“แน่นอน ตอนข้าเจอองค์ราชาครั้งแรก ข้าหายใจไม่ได้ด้วยซ้ำจนกระทั่งเขายิ้มให้ข้า...”

“โกหก! เหตุใดองค์ราชาต้องยิ้มให้ปีศาจตัวเล็กๆ เช่นเจ้าด้วย! เจ้าเพิ่งเปลี่ยนร่างได้ไม่นานไม่ใช่หรือไง?” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังก้อง เด็กหนุ่มไม่สามารถทนดูลู่โยวโยวแสดงท่าทีเช่นนั้นได้

ก่อนที่ลู่โยวโยวจะได้เปิดปาก คนที่สนับสนุนเขาก็โพล่งออกมาเสียก่อน “องค์ราชาไม่ใช่ปีศาจที่มองเพียงความแข็งแกร่งอย่างเดียว เจ้าไม่ได้เห็นว่าในอดีตองค์ราชาแข็งแกร่งพอที่จะบดขยี้ กระต่ายหิมะบางตัวให้ตายได้ด้วยนิ้วไม่กี่นิ้ว...”

“ระวังคำพูดเจ้าด้วย” หนึ่งในปีศาจรุ่นเยาว์เอ่ยปากเตือน

ตอนนั้นเองปีศาจน้อยก็นึกได้ว่า กระต่ายหิมะตัวนั้นไม่ใช่ปีศาจที่อ่อนแอในวันวานอีกต่อไป

บรรยากาศตึงเครียดอย่างฉับพลัน ก่อนที่นกกระดาษสีดำทองจะทำลายบรรยากาศที่หยุดนิ่งนั้น นกกระดาษบินเป็นวงกลมก่อนจะตกลงตรงหน้าลู่โยวโยว

นกกระดาษขององค์ราชา! ปีศาจที่อยู่ใกล้ๆ ต่างก็ตื่นเต้นกันหมด บางตนก็หยิบลูกปัดบันทึกภาพออกมาบันทึกไว้

“ลู่โยวโยว มาที่ภูเขาจาวเหยา ข้ามีบางอย่างจะถาม” เสียงนกกระดาษทุ้มต่ำและแหบเล็กน้อย ซึ่งทำให้คนสงสัยว่าเจ้าของเสียงจะหน้าตาเป็นอย่างไร

ไม่ว่าปีศาจน้อยจะคุยโวกับสหายของตนอย่างไรหลังจากกลับมาที่เผ่าตั้งแต่ครั้งที่แล้ว จิตใจของลู่โยวโยวก็ยังเต็มไปด้วยความลังเลและความประหลาดใจ

ลู่เหิงมองไปที่ชายหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์ตรงหน้าซึ่งโตกว่าครั้งที่แล้วเล็กน้อย “การฝึกตนของเจ้าก้าวหน้าขึ้น”

หลังจากได้รับคำเยินยอจากองค์ราชาลู่โยวโยวก็มีความสุขมาก “ทูลองค์ราชา ปีศาจน้อยตนนี้ไม่กล้าหย่อนยานตลอดร้อยปีที่ผ่านมาและได้บำเพ็ญเพียรอย่างขันแข็งทุกวันขอรับ”

คาดไม่ถึงว่าเวลาจะผ่านไปถึง 100 ปีแล้ว แม้ว่าเขาจะค่อนข้างแปลกใจ แต่สีหน้าของลู่เหิงก็ยังเหมือนเดิม “เมื่อร้อยปีก่อนข้าตกอยู่ในสถานที่ลึกลับและเพิ่งออกมาได้เมื่อไม่กี่วันก่อน รายงานเรื่องทุกอย่างที่สำคัญในเผ่าปีศาจให้ข้าฟังหน่อย”

เผ่าลู่ฉู่มีความเป็นเลิศในการเลี้ยงดูเด็กๆ ดังนั้นพวกเขาจึงมีความผูกพันลึกซึ้งกับทุกเผ่า พวกเขาเป็นกลุ่มที่รอบรู้ที่สุดในเผ่าปีศาจ และลู่โยวโยวเองก็เป็นเหลนของราชาลู่ฉู่ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ดีในการรวบรวมข้อมูล

เมื่อได้รับคำสั่งจากองค์ราชา ลู่โยวโยวก็ไม่กล้าปฏิเสธและเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงร้อยปีที่ผ่านมาอย่างซื่อตรง ลู่โยวโยวเป็นคนฉลาด เขารู้ว่าก่อนหน้านี้องค์ราชาให้ความสนใจกับกระต่ายหิมะนามว่าไป๋หลีเพียงใด นอกจากนี้ยังมีข่าวลือมากมายว่านางจะได้เป็นราชินีปีศาจในอนาคต ดังนั้นเขาจึงเจาะจงเรื่องของไป๋หลีเป็นพิเศษ

ไป๋หลีไม่ใช่ปีศาจอ่อนแอเช่นเดิมอีกต่อไป นางได้รับของวิเศษโบราณและมรดกลึกลับจากดินแดนลับ และผ่านด่านเคราะห์กลายเป็นปีศาจที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ ไม่มีใครทราบว่าราชาปีศาจไปอยู่ที่ใดตลอดร้อยปีมานี้ แต่จากคำกล่าวของไป๋หลีนางบอกว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากพรรคของพวกมนุษย์

ไป๋หลีต้องการรวบรวมปีศาจจากทุกเขตเพื่อบังคับให้นักบวชเหล่านั้นเปิดเผยที่อยู่ของราชาปีศาจ แต่ไม่มีใครในเผ่าเชื่อนาง พลังที่แข็งแกร่งและยากจะเอาชนะของราชาปีศาจเป็นที่รู้กันดีในหมู่ปีศาจ ไม่มีปีศาจตนใดเชื่อว่าองค์ราชาจะได้รับบาดเจ็บจากพรรคของผู้ฝึกตนชาวมนุษย์ สำหรับเรื่องราชาปีศาจอยู่ที่ใด ราชาทุกเผ่าคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมาราชาของพวกเขาก็เป็นคนที่คาดเดาไม่ได้อยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงเวลาเพียงร้อยปี ถึงแม้ว่าจะไม่มีข่าวใดๆ เลยเป็นพันปีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอยู่ดี

ไป๋หลีโกรธปีศาจเหล่านี้จนแทบหายใจไม่ออก นางออกจากเผ่าปีศาจ อ้างว่านางจะไปช่วยองค์ราชาด้วยตัวเอง ตั้งแต่นั้นมานางก็ไม่เคยกลับมาที่เผ่าปีศาจอีกเลย

“แต่...” ลู่โยวโยวลังเลเล็กน้อย และสงสัยว่าเขาควรจะบอกองค์ราชาหรือไม่ อย่างไรไป๋หลีก็มีข่าวว่าจะได้กลายเป็นราชินีปีศาจ

“ไม่เป็นไร”

“ไม่นานมานี้ข้าได้ยินสหายที่ไปท่องเที่ยวในโลกมนุษย์พูดว่าเขาเห็นไป๋หนีกับชายหนุ่มชาวมนุษย์อีกทั้งยังเป็นพระอยู่ด้วยกัน” เมื่อกล่าวจบลู่โยวโยวก็แอบเหลือบมององค์ราชาและเห็นว่าเขายังดูปกติซึ่งทำให้เขารู้สึกสบายใจ ข่าวลือในเผ่านี้ดูเหมือนจะเชื่อไม่ได้จริงๆ องค์ราชาคล้ายจะไม่ได้คิดให้ไป๋หลีเป็นคู่ชีวิตในอนาคต คนเช่นไป๋หลี ถึงแม้ว่ากลายเป็นปีศาจที่ยิ่งใหญ่แล้วแต่ก็ไม่คู่ควรกระทั่งปลายเส้นผมขององค์ราชาด้วยซ้ำ ลู่โยวโยวคิดในใจ

ลู่เหิงจัดเรียงข้อมูลที่ได้รับหลังจากอนุญาตให้ลู่โยวโยวกลับไปได้ ปัจจุบันผ่านไปร้อยปีแล้วนับตั้งแต่เขาถูกพรรคน้ำพุพิสุทธิ์วางแผนลอบโจมตี ด้ายแห่งความรักระหว่างไป๋หลีกับนักบวชผู้นั้นน่าจะก่อตัวขึ้นแล้ว คงเหลือเวลาอีกไม่นานก่อนที่การตายอย่างวีรชนของเขาจะมาถึง

การพัฒนาพื้นฐานของโลกนี้คล้ายกับการคาดเดาของลู่เหิง ตอนที่เขาเอาของวิเศษมาลู่เหิงพยายามที่จะรักษาความแข็งแกร่งของเขาเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมีบางอย่างที่ไม่คาดคิดเข้ามาแทรกกลางทำให้เขาต้องเดินอ้อมไปไกล แต่สุดท้ายก็เขาก็กลับมาอยู่บนเส้นทางที่ควรจะเป็น

ต่อไปเขาเพียงแค่ต้องรอเหตุการณ์ระหว่างไป๋หลีกับวัดฟ่านหยิน ลู่เหิงไม่ได้กังวลว่าไป๋หลีจะแข็งแกร่งพอที่จะทำลายวัดฟ่านหยินไปครึ่งหนึ่งหรือไม่ ในฐานะบุตรแห่งโชคชะตาแม้ว่าของวิเศษเผ่าปีศาจจะไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของนาง โชคชะตาก็จะชดเชยนางด้วยของวิเศษที่ดียิ่งกว่าอยู่ดี

ลู่เหิงตัดสินใจปิดประตูจนกว่าปัญหาจะมาเคาะประตู ภารกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ตราบใดที่เส้นทางของเขาไม่ได้ก้าวไปวุ่นวายกับบุตรแห่งโชคชะตาอีกคนก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ลู่เหิงตั้งตาคอยเกรด S จากการประเมินอย่างกระตือรือร้นหลังจากเขาเสร็จสิ้นภารกิจนี้

เป็นระยะเวลายาวนานที่ลู่เหิงพยายามนึกถึงความทรงจำเมื่อร้อยปีก่อนแต่เขาก็ไม่สามารถจดจำได้ไม่ว่าจะพยายามเท่าไรก็ตาม มีเพียงเศษเสี้ยวที่ไม่ชัดเจนบางส่วนเท่านั้นที่ปรากฏขึ้นมาอย่างเช่นไป๋ หมิน หรือราชาจิ้งจอกเก้าหางซีซี เศษเสี้ยวเหล่านี้คล้ายจะขาดเส้นด้ายสำคัญที่เชื่อมพวกเขาเข้าด้วยกัน

การมาเยือนของราชาจิ้งจอกเก้าหางขัดจังหวะการครุ่นคิดของลู่เหิง

ราชาจิ้งจอกที่แต่งกายด้วยสีแดงยังคงอารมณ์ร้ายและรุนแรง เมื่อนางเห็นลู่เหิงนางจึงก้มหัวคารวะ ก่อนที่คำพูดต่อมาของนางจะทำให้ลู่เหิงตกใจจนเวียนหัวแทบอาเจียน “ทุกอย่างระหว่างท่านกับองค์ราชินีปกติดีหรือไม่องค์ราชา?”

ราชินี? หัวใจของลู่เหิงเต็มไปด้วยความสั่นไหว แต่ใบหน้าเขายังไม่เปลี่ยนแปลง “เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนั้น?”

“ทันทีที่ข้าออกจากการปิดด่าน ข้าก็ได้ยินมาว่าราชินีไปยุ่งเกี่ยวกับปีศาจกระต่ายหิมะนามว่าไป๋หลีอย่างไรบ้าง” หลังจากเกิดเหตุการณ์ของหมิน ซีซีก็รู้สึกสะเทือนใจจนต้องปิดด่านเก็บตัวมาเป็นเวลา 100 ปี

เมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น ราชาของทุกเผ่าจะมารวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนและหารือถึงวิธีการรับมือต่างๆ และในท้ายที่สุดก็มีการโต้เถียงกันเกี่ยวกับเรื่องผู้ที่จะมาแจ้งองค์ราชาเกี่ยวกับปัญหานี้ สถานะของไป๋หลีค่อนข้างพิเศษ ดังนั้นราชาจิ้งจอกเก้าหางที่ปิดด่านฝึกตนมาตลอดร้อยปีจึงถูกผลักให้ออกมารับหน้าที่นี้ ตอนที่ซีซีปิดด่านองค์ราชายังไม่ได้รับเลี้ยงไป๋หลีดังนั้นนางจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขา ถึงแม้ว่าจะมีคำพูดที่ผิดพลาดไปบ้าง แต่องค์ราชาก็คงไม่ตำหนิผู้ที่ไม่รู้

ลู่เหิงสามารถบอกได้เลยว่าราชินีที่ราชาจิ้งจอกพูดถึงน่าจะหมายถึงนักบวชจากวัดฟ่านหยิน เขายังคงฟังเสียงพูดอันสุขุมของราชาจิ้งจอกต่อไป

ไป๋หลีได้สร้างหายนะครั้งใหญ่ในดินแดนมนุษย์ นางสังเวยของวิเศษโบราณและทำลายวัดฟ่านหยินไปครึ่งหนึ่ง

“แม้ว่านางจะไร้เดียงสา แต่นางจะทำสิ่งที่โง่งมเช่นนั้นได้อย่างไร?” ลู่เหิงถาม

“มันไม่ใช่แค่ความไร้เดียวสาแต่นางโง่!” ซีซีพูดตรงๆ อย่างไม่คิดจะอ้อมค้อม “วันนั้นมีการรวมตัวกันของเผ่านกกลุ่มเล็กๆ ใกล้วัดฟ่านหยิน ยามนี้เผ่าปีศาจทั้งหมดรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว”

ซีซีโกรธมากจนไม่อยากจะพูดอะไรอีก นางโยนลูกปัดบันทึกภาพออกมาและให้ลู่เหิงดูด้วยตัวเอง

ในภาพไป๋หลีอยู่ที่วัดฟ่านหยิน

ไป๋หลีที่กลายเป็นปีศาจที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่เด็กสาวตัวน้อยที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป นางถือขลุ่ยกระดูกสีขาวและสวมกระโปรงผ้าโปร่งสีขาวที่พลิ้วไหวไปตามแรงลมซึ่งทำให้นางดูราวกับนางฟ้า

ความสนใจของลู่เหิงพุ่งไปที่ขลุ่ยกระดูกในมือนาง

ขลุ่ยกระดูกมังกรแห่งแสง ในตอนเริ่มสร้างสวรรค์และโลก มังกรแห่งแสงได้ก่อการกบฏขึ้น เทพในโบราณกาลจึงได้ฟันมันด้วยขวาน แล้วสร้างขลุ่ยขึ้นจากกระดูกของมันก่อนจะผนึกดวงจิตของมังกรไว้ในนั้น ขลุ่ยนี้สามารถบรรเลงได้ราวกับเสียงสวดมนต์ของมังกรซึ่งมีอำนาจขนาดที่อาจสั่นคลอนโลกใบนี้ได้

ควรจะกล่าวว่าบุตรแห่งโชคชะตาสูญเสียของวิเศษเผ่าปีศาจ แต่กลับได้ของวิเศษโบราณที่ขลังยิ่งกว่าเดิมมาหรือเปล่า?

ไป๋หลีเปิดปากพูด เสียงของนางช่างอ่อนหวาน แต่ภายใต้การสนับสนุนของพลังปีศาจทำให้เสียงนั้นดังกังวานไปทั่ววัดฟ่านหยิน “เด็กสาวผู้นี้คือกระต่ายหิมะไป๋หลี มาที่นี่เพื่อร้องขอให้ท่านปรมาจารย์หยวนเจินแห่งวัดฟ่านหยินออกมารับฟัง”

ต่อมาไม่นานคนกลุ่มหนึ่งก็บินออกมาจากเขตแดนป้องกันภูเขา คนที่เป็นผู้นำนั้นไม่สุภาพแม้แต่น้อย เขาเปิดปากตะโกนเสียงดัง “สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายตนใดกล้ามาตะโกนหน้าวัดฟ่านหยิน!

ดูจากการแต่งตัวของเขาน่าจะเป็นหัวหน้าศิษย์ของหมู่ตึกรักษากฎของวัดฟ่านหยิน หมู่ตึกรักษากฎไม่เคยสุภาพกับเผ่าปีศาจและทัศนคติดังกล่าวนั้นถือเป็นเรื่องปกติ

แต่ไป๋หลีก็ยังไม่สำนึกถึงเรื่องนี้และโกรธจนหน้าแดง “เหตุใดเจ้าต้องหยาบคายถึงเพียงนั้น!

ศิษย์ของหมู่ตึกรักษากฎหัวเราะและไม่อยากสนทนากับไป๋หลีอีกต่อไป “กระตุ้นการทำงานของเขตแดน จัดการปีศาจชั่วตนนี้แล้วส่งไปที่หอกักขังปีศาจซะ!

ความแข็งแกร่งของไป๋หลีเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพียงไม่กี่กระบวนท่าก็ล้มศิษย์กลุ่มนี้ลงได้สำเร็จ เมื่อหัวหน้าศิษย์เห็นความแข็งแกร่งของผู้มาเยือน เขาก็รีบถอยกลับและส่งนกกระดาษกลับไปบนภูเขา ไม่นานหลังจากนั้นหัวหน้าหมู่ตึกรักษากฎก็ปรากฏกายขึ้นหน้าประตูของภูเขา

ไป๋หลีย้ำความตั้งใจของนางอีกครั้ง แม้ว่าหัวหน้าหมู่ตึกจะอารมณ์รุนแรงมากกว่าหัวหน้าศิษย์เล็กน้อย แต่เขาสามารถวัดระดับความแข็งแกร่งของผู้มาเยือนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของวิเศษในมือนาง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถจำมันได้แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงพลังทำลายล้างของมัน

“เจ้าอาวาสมีกิจสำคัญต้องทำและทุกอย่างในวัดยามนี้ได้รับมอบหมายให้อาตมาดูแลชั่วคราว โยมต้องการสิ่งใด?”

เมื่อไป๋หลีได้ฟังน้ำเสียงสบายๆ จากอีกคน นางก็วางของวิเศษในมือลงและคำนับอีกฝ่าย “ข้ามีสหายที่เมื่อไม่นานมานี้กล่าวว่าจะกลับมาที่สำนัก จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป ข้าเป็นห่วงมากจึงมาตรวจสอบ ขอถามท่านปรมาจารย์ ปรมาจารย์ซื่อคงยามนี้อยู่ที่วัดฟ่านหยินหรือไม่?”

หัวหน้าหมู่ตึกที่ยอมระงับโทสะของตนอย่างไม่เต็มใจ เมื่อได้ยินเรื่องซื่อคงน้ำเสียงของเขาก็เข้มขึ้นเล็กน้อย “ซื่อคงอยู่ที่วัดแน่นอนแต่มันเกี่ยวข้องกับกิจภายในสำนัก โยมไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ทั้งสองกลับไปกลับมาหลายครั้งและหลังจากการเจรจาหลายครั้งพวกเขาก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ไป๋หลียืนกรานที่จะเจอซื่อคงให้ได้ทำให้หัวหน้าหมู่ตึกไม่สามารถระงับความโทสะได้อีกต่อไป ทั้งสองฝ่ายเริ่มโจมตีกันอีกครั้ง แต่ความแข็งแกร่งของหัวหน้าศิษย์ของหมู่ตึกรักษากฎนั้นเทียบไม่ได้เลยกับศิษย์ธรรมดา แม้ว่าไป๋หลีจะเป็นปีศาจแต่หลังจากที่นางผ่านด่านเคราะห์ได้ มันก็เพิ่งผ่านมาไม่นาน และไม่ช้านางก็เริ่มจนมุมและกำลังจะถูกจับ

ในสถานการณ์สิ้นหวังไป๋หลีเริ่มไร้ความปราณี นางโยนขลุ่ยกระดูกมังกรแห่งแสงขึ้นไปในอากาศก่อนจะทำลายมันด้วยมือตนเอง ของวิเศษโบราณเริ่มเปล่งแสงออกมาราวกับดวงอาทิตย์และเป่าก้อนเมฆทั้งหมดให้หายไป ก่อนมังกรขนาดใหญ่ที่มีใบหน้าเป็นมนุษย์จะปรากฏในอากาศ วิญญาณของมังกรแห่งแสงที่ถูกขังอยู่ในขลุ่ยกระดูกมานับพันปี ทำให้ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดอีกทั้งร่างทั้งร่างยังเต็มไปด้วยจิตสังหาร

ไป๋หลีที่ทำลายของวิเศษอย่างหุนหันพลันแล่นไม่ได้คาดว่าของวิญาณของของวิเศษจะจำนางได้ในฐานะเจ้านาย แล้วหลุดพ้นจากการควบคุมของนางและทำลายทุกอย่างที่เห็นอย่างบ้าคลั่ง เขตแดนที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกราะป้องกันภูเขาของวัดฟ่านหยินเป็นสิ่งที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ ควรจะสามารถป้องกันวิญญาณมังกรแห่งแสงได้ แต่ใครจะทราบว่าเกิดอะไรขึ้นวันนั้น เขตแดนป้องกันอันยิ่งใหญ่เหลือพลังวิญญาณเพียงน้อยนิด หลังจากการโจมตีหลายครั้งในที่สุดวิญญาณมังกรแห่งแสงก็ทำลายมันลงได้อย่างสมบูรณ์

วัดฟ่านหยินครึ่งหนึ่งรวมถึงศิษย์ธรรมดาหลายพันคนถูกทำลายจนสิ้นซาก วิญญาณมังกรแห่งแสงหลังจากกระทำเรื่องดังกล่าวจู่ๆ ก็พุ่งไปที่ยอดเขาหลักของวัดฟ่านหยินและหายไป



------------------------------------------------------------------------

ใครชอบตอนซีซีด่าไป๋หลีบ้าง เราโคตรชอบ 555555

ปุกาดๆ เราจะลงตอนต่อไปอีกตอนแล้วขอหายไปเที่ยว(อีกแล้ว)อาทิตย์นึงนะทุกคนนนน จริงๆมันก็ใกล้จะจบอาร์คแล้วไปดำน้ำรอก็ได้นะ งุงิ

------------------------------------------------------------------------

คำศัพท์

Imperative = จำเป็น, หลีกเลี่ยงไม่ได้, เป็นคำสั่ง

Proactive = มั่นใจ, เข้าควบคุมสถานการณ์

Furtively = ลับๆ ล่อๆ, ลอกแลก

Detour = เลี้ยว, วกวน, เส้นทางอ้อม

Nauseating = น่าขยะแขยง, น่ารังเกียจ

Countermeasures = มาตรการโต้ตอบ

Incandescent = ร้อนแรง, ส่องแสง, ลุกโชติช่วง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.76K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,992 ความคิดเห็น

  1. #6869 ApisDorsata (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 12:01
    ขอบคุณที่แปลให้ค่าาาาาาาลื่นไหลมาก
    #6,869
    0
  2. #6740 TaMeKabTaNa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 21:57
    ซีซี+1
    #6,740
    0
  3. #6267 รักนะเซี่ยเหลียน (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 19:44
    ซีซี:นางไม่ได้ไร้เดียงสา แต่นางโง่!!!!
    คนอ่าน:+1!!!!//ปรบมือ
    #6,267
    0
  4. วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 00:22
    โง่แบบไม่น่ารักด้วย ร้ายกาจชนิดทำลายล้างเหมือนพวกตัวร้ายในละครหลังข่าวสาเหตุแค่จากการไม่ได้ดั่งใจตัวเอง
    #6,233
    1
  5. #6148 alittletigerp (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 02:27
    เห็นด้วยกับซีซีมาก55555
    #6,148
    0
  6. #6135 AsClub (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 09:53
    อ่า.....ซีซีท่านช่างเป็นตัวแทนของนักอ่านจำนวนมากที่กล่าวแทนความในใจไปจริงๆ ใช่นางโง่
    #6,135
    0
  7. #6053 ブーム (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 20:54
    รู้สึกเหมือนการปล่อยวิญญาณมังกรเกี่ยวกับซื่อคง แง พระเอกลืมด้วยไหมนะ ㅠㅡㅠ แต่คิดว่าไม่ แต่ก็ แง
    #6,053
    0
  8. #5671 เราเด๋อนะรับได้หรอ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:33
    มั้นแบบมีสมอง

    เรื่องรักต้องใช้ปัญญาคิด

    พระนางแต่โลกควรมีสิ่งนี้
    #5,671
    0
  9. #5622 s-am-n (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 14:48
    ทำไมนางเอกแต่ละเรื่องถึงได้น่าทุบขนาดนี้...
    #5,622
    0
  10. #5066 Oillyziiz (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 14:12
    ไป๋หลี ขี้มโนมากๆๆ
    #5,066
    0
  11. #5029 เตเตชิต (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 12:59
    ท่านซีซีกล่าวได้ถูกต้องยิ่งนัก55555555
    #5,029
    0
  12. #4744 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 10:40
    ไป๋หลี ยัยเด็กโง่ แงงงงงงง
    #4,744
    0
  13. #4710 kanyaest (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 13:54
    555555555นางไม่ได้ไร้เดียงสาแต่นางโง่55555555555 รักซีซี
    #4,710
    0
  14. #4702 ninety-fourseven (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:49
    เห็นด้วย ชอบตอนซีซีด่าไป๋หลีมาก ไม่ได้ไร้เดียงสา โง่ต่างหาก!!
    #4,702
    0
  15. #4499 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 00:13

    ขออนุญาติหยาบคายนะคะ ไป๋หลีช่างควายแท้แบบไม่มีวัวผสมเลย

    #4,499
    0
  16. #4480 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 07:55
    พ่อหนุ่มยังคงอยู่
    #4,480
    0
  17. #4472 Mega_Yajiru (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:52
    ซื่อคงอายุ 120 + ? ยังหนุ่มล่อใจหลี ? กลับไปเปลี่ยนแปลงอดีต ปัจจุบันเหมือนเดิม ? แผนกสมดุลโลกคงทำโอทีจนตาค้าง 55555
    #4,472
    0
  18. #4404 papark (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 20:54
    เอ๊ะ เขาอยู่มาเป็นร้อยปีเลยเหรอ
    #4,404
    0
  19. #3857 Shall_Jung (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 05:45
    โง่จนน่าฆ่าให้ตายตั้งแต่เรื่องรอบแรกแล้วจ้าา /หลงผู้จนทำให้เผ่าปีศาจย้ำแย่ขนาดนั้นได้ก็อืม..... น่าโมโหมากจริงๆ
    #3,857
    0
  20. #3405 TamanegiJa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 10:39
    ใช่! นางโง่
    #3,405
    0
  21. #3263 Weetaime (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 14:33
    สรุป : ตัวร้ายคือนางเอก,นายเอก
    #3,263
    0
  22. #3244 neovenesia (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 10:15
    ไป๋หลีนี่มันคือตัวร้ายใช่ไหม
    #3,244
    0
  23. #3238 Narisa Ren (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 07:53
    ดี!ด่าได้ดี!!
    #3,238
    0
  24. #3182 Kaning Guliko (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:31
    โง่=นางเอก, นางเอก=โง่
    #3,182
    2
    • #3182-1 TD.Spain312(จากตอนที่ 34)
      1 พฤษภาคม 2562 / 15:43
      บ้าน่า..ทำไมใจเราตรงกันเนี่ย 55555
      #3182-1
  25. #3141 Ren (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:31
    นางไม่ได้ไร้เดียงสาแต่นางโง่!! ฮือ เอฟซีคุณซีซีนะคะ 5555555
    #3,141
    0