[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 28 : Chapter 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,902 ครั้ง
    22 เม.ย. 62


Chapter 28

 

“ไป๋?” ลู่เหิงเอ่ยเรียก

ชายหนุ่มที่ได้ยินเสียงของลู่เหิงลุกขึ้นเดินเข้ามาในถ้ำ ก่อนที่ลู่เหิงจะพบว่าบุรุษที่ยืนตรงหน้าดูสูงและกำยำ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ไป๋ผู้ที่ผอมกะหร่องอย่างแน่นอน บรรยากาศอันคุ้นเคยนี้ทำให้ลู่เหิงอุ่นใจยิ่งกว่าตอนที่อยู่กับไป๋เสียอีก

คนคนนั้นคือซื่อคง

“เกิดอะไรขึ้นกับโยม?” ซื่อคงนั่งลงข้างลู่เหิงและส่งปราณเข้ามาในร่างลู่เหิงเป็นเวลานาน “โยมไปทำอันใดมาถึงได้ตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาถึงเพียงนี้ ระหว่างที่อาตมาไม่อยู่เกือบเดือน?”

ลู่เหิงเกาศีรษะด้วยความอับอายและลุกขึ้นนั่งก่อนจะตระหนักได้ว่าความยาวของเส้นผมเขาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ว่าแล้วเขาก็สงสัยว่าทั้งที่รูปร่างหน้าตาเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้ เหตุใดซื่อคงถึงยังจำเขาได้?

“รูปร่างหน้าตาเป็นเพียงสิ่งนอกกาย อาตมาไม่ได้ตัดสินคนที่ภายนอก” ซื่อคงอธิบาย

ลู่เหิงพลันตระหนักได้ว่าตนเองเผลอแสดงความสงสัยออกไปโดยไม่รู้ตัว ลู่เหิงมักจะเผลอลดการป้องกันลงเมื่ออยู่ข้างซื่อคงเสมอ ดังนั้นเขาจึงใช้ประโยชน์จากบทสนทนานี้และเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาให้ซื่อคงฟังอย่างละเอียด

ตั้งแต่เจอไป๋จนกระทั่งดูดซับแกนปีศาจของหมินโดยไม่ได้ตั้งใจและอื่นๆ ก่อนที่ลู่เหิงจะเริ่มกังวลขึ้นมาเพราะไม่รู้ว่าไป๋อยู่ที่ไหน

หลังจากได้ฟังคำของลู่เหิง ซื่อกงก็ขยับมือและหยิบลูกปัดบันทึกภาพออกมา “นี่เป็นสิ่งที่สหายของโยมทิ้งไว้ให้ตอนอาตมาเจอที่นี่”

ในลูกปัดที่ไป๋ทิ้งไว้อธิบายว่าเขาอยู่ที่ไหน

ไป๋บอกว่าตอนที่เขาเข้าไปในป่าเขาถูกผู้ฝึกตนชาวมนุษย์พบเข้า ยามนี้เขากลัวว่าข่าวเรื่องการถือกำเนิดสมบัติสวรรค์ในภูเขาจะแพร่ออกไปแล้ว เพื่อไม่ให้ลู่เหิงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เขาจึงจากไปก่อนพร้อมกับดอกบัวเชียนเย่ และจะหาทางล่อพวกนักล่าที่อยู่ใกล้ๆ ออกไปด้วยเพื่อให้ลู่เหิงสามารถพักผ่อนและฟื้นตัวจากบาดแผล ตอนท้ายไป๋ยังอุตส่าห์บอกลู่เหิงอย่างใจดีเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของเผ่าปีศาจและขอให้เขาไปพบที่นั่น

หลังจากได้เห็นลูกปัดที่ไป๋ทิ้งไว้ ความรู้สึกของลู่เหิงก็ผสมปนเปกันไป เขากับไป๋พบกันโดยบังเอิญแต่ไป๋กลับดูแลเขาเป็นอย่างดีเพียงเพราะธรรมเนียมของเผ่าปีศาจที่ต้องดูแลเด็กๆ เผ่าปีศาจดูจะเป็นมิตรมากๆ จนลู่เหิงอดไม่ได้ที่จะคาดหวังไว้สูงถึงการเดินทางไปเยือนดินแดนปีศาจ

“มาเถอะ อาตมาจะหวีผมให้” ซื่อคงที่ไม่สามารถละสายตาจากผมของลู่เหิงได้เปิดปากพูด

การอยู่ห่างกันหนึ่งเดือนไม่ได้สร้างรอยร้าวระหว่างทั้งคู่

ลู่เหิงนั่งลงตรงหน้าซื่อคงอย่างเป็นธรรมชาติหลังจากนำหวีออกมาและยื่นมันให้ซื่อคง เมื่อสัมผัสได้ถึงความเย็นที่ปลายนิ้วของซื่อคง ทั้งๆ ที่ได้สัมผัสมาหลายร้อยครั้งแล้ว แต่ยามนี้มันกลับทำให้ลู่เหิงรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย บางทีอาจเพราะฉันเคยชินกับการเป็นเด็กแต่ตอนนี้ฉันเกือบจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว

เพื่อบรรเทาความรู้สึกไม่สบายใจนี้ ลู่เหิงจึงเอ่ยปากถาม “ท่านรู้วิธีหวีผมได้อย่างไรในเมื่อท่านเป็นพระ?”

หวีที่ด้านหลังหยุดนิ่งปราศจากการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ ลู่เหิงอยากหันกลับไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ถูกซื่อคงบีบเบาๆ ที่หลังคอเป็นการห้ามไม่ให้เขาขยับศีรษะ

หลังจากนั้นไม่นาน

“เพียงการรวบผมแค่อ่านตำราเล่มสองเล่มก็สามารถทำได้แล้ว”

ลู่เหิงจินตนาการภาพซื่อคงอ่านตำราอย่าง วิธีรวบผมให้สมบูรณ์แบบแล้วในที่สุดเขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ลู่เหิงรู้สึกเจ็บที่ศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะฟังซื่อคงพูด “เงียบหน่อยแล้วก็อย่าขยับ”

ปฏิกิริยาแบบนี้ เขิน? ฉับพลันลู่เหิงนั่งหลังตรงด้วยเกรงว่าซื่อคงจะไม่หวีผมให้เขาอีกถ้าอีกฝ่ายโกรธขึ้นมา หากเป็นเช่นนั้นเขาอาจต้องรวบเป็นหางม้าเหมือนที่ทำตลอดเดือนที่ผ่านมา เด็กเจ็ดแปดขวบมัดหางม้ายังดูน่ารักสดใสอยู่ แต่รูปร่างเขาตอนนี้คงไม่เหมาะจะมัดหางม้าสักเท่าไหร่

“เสร็จแล้ว” ซื่อคงพูดเสียงเบา

ต่อมาลู่เหิงก็รู้สึกว่ามีบางอยางแทรกอยู่ในผมที่รวบไว้ของเขา

ลู่เหิงที่อยากรู้อยากเห็นมาก เรียกกระจกวารีออกมาส่อง ก่อนจะเห็นปิ่นปักผมสีดำสนิทเสียบอยู่

“ของวิเศษชิ้นนี้อาตมาเพิ่งสร้างเมื่อไม่นานมานี้ มันทำมาจากไม้ศักดิ์สิทธิ์หมื่นชิ้นซึ่งสามารถระงับและขับไล่จิตมารได้” เขาอธิบายเมื่อเห็นลู่เหิงสงสัย

การที่เขาอยู่ในความคิดของซื่อคงกระทั่งเวลาที่พวกเขาอยู่ห่างกันทำให้ลู่เหิงรู้สึกซาบซึ้ง เขาตัดสินใจว่าเขาควรจะมอบสิ่งที่ดีให้ซื่อคงด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามสถานภาพของเขาในตอนนี้มีแต่ต้องพึ่งพาซื่อคงเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่คิดและพักความคิดนั้นไว้ก่อน

หลังจากลู่เหิงหายดี พวกเขาก็ออกเดินทางไปยังดินแดนปีศาจ หนึ่งคือเพื่อเติมเต็มสิ่งที่หมินฝากฝังไว้ อีกอย่างคือเพื่อยืนยันสวัสดิภาพของไป๋

ตอนใต้สุดของแผ่นดินใหญ่ เมืองจื่อเฉิง

เมืองจื่อเฉิงได้รับการตั้งชื่อตามก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่นอกเมืองที่มีคำว่า จื่อเขียนเอาไว้

หินนี้ชี้ไปทางทิศใต้ซึ่งเป็นอาณาเขตของเผ่าปีศาจ ครั้งหนึ่งเคยมีคนที่ไม่เชื่อว่ามีปีศาจข้ามก้อนหินไป แต่ก็เข้าไปติดกับดักในหมอกพิษและหลงทาง ท้ายที่สุดก็ถูกพบในสภาพที่หมดสติ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเมืองจื่อเฉิงวุ่นวายเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ห่างไกลและมีผู้ฝึกตนมากมายที่นี่ พวกเขาบ้างก็สวมเสื้อคลุมกว้างและแขนเสื้อที่ปลิวไสวราวนางฟ้า บ้างก็มีกล้ามเนื้อที่นูนขึ้นราวภูเขา บ้างก็ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นผิดปกติ การมาถึงของผู้ฝึกตนเหล่านี้นำไปสู่ความขัดแย้งมากมายในเมืองจื่อเฉิงอันสงบสุข

ตระกูลใหญ่ในเมืองหลายตระกูลย้ายไปที่ชนบทเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ ส่วนคนธรรมดาทำได้เพียงปิดประตูให้แน่นและหลีกเลี่ยงการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหา

มีเหลาอาหารและโรงน้ำชาเพียงสองสามแห่งในเมืองที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ ถึงอย่างไรผู้ฝึกตนเหล่านี้ก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งของอย่างเงินและทอง อีกทั้งยังค่อนข้างใจกว้างมากอีกด้วย พวกพ่อค้าที่หวังกำไรเหล่านั้นปล่อยโอกาสทองเช่นนี้ไปได้อย่างไรแม้จะมีความเสี่ยงหน่อยก็เถอะ?

โรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อเป็นโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองจื่อเฉิง

หลี่เอ้อเฮยเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อมาสองปี เขาเป็นปัญญาชนที่เฉลียวฉลาด มีผู้มาเยือนหลายคนที่มาให้เขาช่วยเหลืออยู่บ่อยๆ

วันนี้หลี่เอ้อเฮยได้ต้อนรับแขกสองคนที่ทำให้เขารู้สึกว่าเขาอาจมีเงินเก็บมากพอที่จะใช้จนถึงปีหน้า เพราะคนทั้งคู่ดูน่าประทับใจและสะดุดตามาก ทั้งๆ ที่หลี่เอ้อเฮยเป็นคนฉลาดและมีวาทศิลป์ยังอ้าปากตะลึงไปพักใหญ่จนกรามเกือบหลุด

นักบวชชุดขาวมีใบหน้างดงามท่าทางเยือกเย็นดูแตกต่างจากมนุษย์เดินดินบนโลกโดยสิ้นเชิง อีกคนที่สวมเสื้อคลุมสีดำเป็นผู้เยาว์ที่ให้ความรู้สึกคล้ายดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น รูปตาที่ละเอียดอ่อนดุจภาพวาดชั้นเลิศที่ไม่มีผู้ใดเปรียบ คล้ายว่ามีเพียงเด็กหนุ่มผู้นี้เท่านั้นที่อยู่ต่อหน้าท่านนักบวชชุดขาวแล้วไม่ถูกท่าทางของอีกคนบดบังรัศมี

“ชาชั้นดีหนึ่งกา” ลู่เหิงพูด “ที่นี่มีสุราอันใดบ้าง?”

ลู่เหิงสนใจสุราสมัยโบราณมาก เขาฝึกแต่ในภูเขาและป่ามาตลอดจึงไม่เคยมีโอกาสได้ลอง คราวนี้เขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสเด็ดขาด

หลังจากนั้นลู่เหิงก็มองไปที่ซื่อคงอีกครั้งด้วยใบหน้ากระตือรือร้น

“แค่ชิมเท่านั้น” ซื่อคงพูด

ลู่เหิงหลังจากได้รับอนุญาตก็มองไปที่เจ้าของโรงเตี๊ยมด้วยความคาดหวัง

หลี่เอ้อเฮยที่ถูกจ้องด้วยสายตาแผดเผารู้สึกเหมือนทั้งร่างกำลังไหม้ เขาต้องหันศีรษะไปด้านข้างอย่างสุภาพและหลีกเลี่ยงที่จะสบตาแขก จากนั้นก็พูดว่า “แขกผู้มีเกียรติท่านนี้ ห้าสุราเซียนเป็นสุราที่มีเฉพาะในทางตอนใต้ของเราเท่านั้นไม่สามารถหาที่อื่นได้”

“ห้าสุราเซียน?”

“ขอรับ ห้าสุราเซียนหมักจากงู คางคก ตะขาบ แมงป่อง แมงมุมและโอสถท้องถิ่นซึ่งช่วยเสริมรสชาติ อีกทั้งยังเสริมกำลังกายอีกด้วย คุณชายจะลองสักกาหรือไม่ขอรับ?” ทันทีที่เสียงเขาตกลง เขาก็เห็นเด็กหนุ่มชุดดำจ้องเขาด้วยท่าทางแปลกๆ ซึ่งทำให้เขาสงสัยว่าเขาได้ทำหรือพูดอะไรผิดต่อแขกท่านนี้หรือไม่

“เจ้าใช้งูทำสุราได้อย่างไร!?” ลู่เหิงยอมรับความจริงที่ว่าตนเป็นงูได้เกือบทั้งหมดแล้ว ถึงแม้ว่างูปาเสอจะต่างจากงูปกติ แต่เขาก็ไม่สามารถยอมรับการกินงูเป็นอาหารได้!

“ทางเรายังมีสุราขาวที่กลั่นจากดอกแพร์ซึ่งเพิ่งกลั่นใหม่ในปีนี้ด้วย มันรสชาติดีมาก” ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะไม่สามารถรับสุราที่หมักจากสิ่งที่มีพิษได้ หลี่เอ้อเฮยผู้เฉลียวฉลาดจึงรีบแนะนำสุราชนิดอื่นอย่างรวดเร็ว

ลู่เหิงพยักหน้าและถามอย่างเป็นทางการ “ไม่นานมานี้เกิดอันใดขึ้นในเมืองหรือ”

ได้ยินแบบนั้น หลี่เอ้อเฮยพลันกระฉับกระเฉงขึ้น “คุณชายท่านนี้ ท่านถามได้ถูกคนแล้ว ในเมืองนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่หลี่เอ้อเฮยผู้นี้ไม่รู้!

หลี่เอ้อเฮยยังต้องการทำให้อีกฝ่ายสงสัยมากขึ้น ทว่าเมื่อเขาเห็นเด็กหนุ่มเหลือบมองเขาน้อยๆ ทั้งที่ดวงตาของเด็กหนุ่มงดงามมากแต่มันกลับทำให้หลี่เอ้อเฮยสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

เขาไม่กล้าทำตัวอวดฉลาดอีกต่อไปและพูดด้วยความสัจจริง “มีข่าวว่าสมบัติสวรรค์ถือกำเนิดและถูกปีศาจนำไป แต่เหล่าผู้ฝึกตนยังหาที่ตั้งเผ่าปีศาจไม่เจอดังนั้นพวกเขาจึงมาหยุดที่เมืองนี้เพื่อรอกระต่ายตัวนั้น อีกทั้งเมืองนี้ยังเป็นที่เดียวที่สามารถเข้าสู่แดนปีศาจได้”

ลู่เหิงพยักหน้าด้วยความพอใจและส่งสัญญาณให้เขานำเครื่องดื่มขึ้นไปชั้นบน หลี่เอ้อเฮยไม่ได้ถามว่าเขาต้องการอาหารไปทานคู่กับสุราหรือไม่ เพราะเขารู้ว่าผู้ฝึกตนไม่ทานอาหารธรรมดา

สุราขาวที่หมักจากดอกแพร์ในร้านนี้ดีจริงๆ รสชาตินุ่มนวลอีกทั้งยังทิ้งกลิ่นหอมของดอกแพร์ไว้ในปาก ลู่เหิงจิบสุราและมองไปที่ซื่อคง สุราดีกับคนงาม วิเศษมาก! แน่นอนว่าลู่เหิงทำได้แค่คิดในใจเท่านั้นและไม่มีทางกล้ากล่าวออกมาแน่นอน

ไม้ช้าสุรากาเล็กก็ว่างเปล่า ลู่เหิงรู้สึกว่าเขายังดื่มไม่พอจึงยกมือขึ้นเพื่อเรียกเสี่ยวเอ้อ แต่ก็ถูกซื่อคงที่นั่งตรงข้ามกดลงอย่างแผ่วเบา

ลู่เหิงจึงพบว่าตนเองเริ่มรู้สึกเคลิ้มและหลงๆ ลืมๆ แล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะมองซื่อคงด้วยความรู้สึกผิด ใบหน้าของซื่อคงยังคงสงบนิ่ง ในขณะที่ลู่เหิงยกมือขึ้นและเทน้ำชาใส่ถ้วย

ลู่เหิงถือถ้วยชาแล้วเอนหลังพิงหน้าต่างอย่างเกียจคร้าน ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับซื่อคงที่นั่งฝั่งตรงข้ามในท่าที่เหมาะสม

สภาพอากาศเมืองจื่อเฉิงอบอุ่น ทั้งเมืองเต็มไปด้วยดอกไม้ทำให้กลิ่นหอมของดอกไม้ทุกชนิดปลิวไปตามอากาศ ลู่เหิงรู้สึกคันจมูกเล็กน้อยก่อนจะจามออกมา ถ้วยชาของเขากระฉอกและตกลงไปจากชั้นสอง

ลู่เหิงไม่มีเวลาพอที่จะเอื้อมคว้าถ้วยได้ทัน ก่อนเขาจะเห็นมันร่วงลงบนศีรษะของผู้บริสุทธิ์ที่เดินผ่านมาเข้าอย่างจัง ชายคนนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหราฉูดฉาดเงยหน้าขึ้นจ้องลู่เหิงด้วยความโกรธ มองแวบแรกก็ทราบว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดีที่ควรเข้าไปยุ่งด้วย

“รอฉันก่อนเถอะเจ้าหนู!” จากนั้นชายคนนั้นก็เข้ามาในโรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อ

โชคร้ายจริงๆ ลู่เหิงต้องรอให้คนที่กำลังโกรธคนนั้นมาหาเขาเพื่อขอโทษ เมื่อเห็นชายหนุ่มขึ้นมาด้วยท่าทางดุร้าย ซื่อคงก็คว้าแขนของลู่เหิงไว้ “เสื้อผ้าของปู่ผู้นี้ราคาสูงมาก เจ้ามีปัญญาจ่ายหรือ?”

ก่อนที่ลู่เหิงจะได้พูด เขาพลันเห็นว่าซื่อคงคว้าแขนเขาแน่นแล้วสะบัดแขนเสื้อ “มันเป็นความผิดของเราที่ทำให้เสื้อผ้าโยมเสียหาย อาตมาจะชดใช้ให้เอง”

ทว่าชายคนนั้นกลับทำตัวไร้มารยาท “เจ้ามากับข้าที่ร้านอาภรณ์และซื้อชุดใหม่ที่เหมือนชุดนี้เดี๋ยวนี้!




---------------------------------------------------------------------------

คำศัพท์

Scrawny = ผอมมาก, แห้งกรอด

Monolith = หินหรือเสาหินขนาดใหญ่, มีขนาดใหญ่มาก

Eloquent = มีวาทศิลป์, มีคารมคมคาย

Obscure = คลุมเครือ, ไม่เด่น

Complacent = พึงพอใจ, อิ่มอกอิ่มใจ

Gaudy = ฉูดฉาด, หรูหรา, ขี้โอ่

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.902K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7,005 ความคิดเห็น

  1. #6265 รักนะเซี่ยเหลียน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2563 / 18:43
    ความจำเสื่อม อืมมมม
    ย้อนอดีต หืมมมมม
    แล้วระบบล่ะ!ห๊ะะะะะะะะ 5555ไร้ประโยชน์มาก//หัวเราะทั้งน้ำตา
    #6,265
    0
  2. #6141 alittletigerp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 08:32
    55555คนที่เดินผ่านมาอะซวยจริง
    #6,141
    0
  3. #4395 papark (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 19:40
    .... ไม่ไปตามบทที่ได้รับมาเลยพี่จ๋า ความจำไม่กลับมาหน่อยเหรอ อยากเห็นน้องเฟียส ๆ ฟาดมัน ๆ มาก ๆ
    #4,395
    0
  4. #3256 Weetaime (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 12:29
    พระตัวร้าย กับนายงู
    #3,256
    0
  5. #2968 Xialyu (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:24
    เหมือนให้ของหมั้นหมายไว้เลย
    #2,968
    0
  6. #2686 minggg- (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 01:45
    รักพระะะะะะะะ
    #2,686
    0
  7. #2102 ตีฟอง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 13:56
    ก็แค่ให้ปิ่นอ่ะเนอะ แค่ปิ่นเอ้งงง!
    #2,102
    0
  8. #2078 nicharipaen04 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 01:13
    ให้ปิ่น...
    #2,078
    1
    • #2078-1 GokuH@y@(จากตอนที่ 28)
      23 เมษายน 2562 / 12:45
      เหยยยย เขาให้ปิ่นกันนนน ขอยาดคิดลึก
      #2078-1
  9. #1983 Choikim Hanna (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:33
    ซื่อคงนิ่งมากเลยเมื่อเทียบกับเจิง 555
    #1,983
    0
  10. #1981 Zinezynner (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:13
    ซื่อคงดีมาก ดีเกินไปจนรู้สึกผิด กลัวน้องทำให้ท่านศีลแตกจัง(ว้อยย)
    #1,981
    0
  11. #1980 l3oss_it (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 19:05

    ถ้าเจิงเป็นหญิงนะ การให้ปิ่นปักผมหมายถึงการแสดงว่ามีใจให้เลยนะ >///<

    #1,980
    0
  12. #1979 MIW001 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 18:12

    ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่นรกอเวจี
    #1,979
    0
  13. #1967 comet2522 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 16:03
    ซื่อคงคือแบบให้ปิ่นหมั้นหมายแล้วววว เย้ๆ สึกเถอะพี่ 5555
    #1,967
    0
  14. #1960 Puzzler_P (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 15:17
    5555555แต่ละคนที่เม้น รอเข้านรกเหมือนกันหมดเลย
    #1,960
    0
  15. #1959 Nicefox (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 15:01
    พี่ไป๋

    ไปไหนแล้ว. คนดีของน้อง
    #1,959
    0
  16. #1958 palllll (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 14:29
    นรกรอเราอยู่
    #1,958
    0
  17. #1957 หางสีเงิน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 13:47
    นรกเปิดรอฉัน
    #1,957
    0
  18. #1955 ebony967 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 13:23

    จะลงนรกของนั่งเรือบาปพ่อลูกดีกว่าเรือพระsad
    #1,955
    0
  19. #1954 ดารุมะ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:37
    บาปๆ ฉันพร้อมที่จะลงขุมนรกแล้ว งื้อออออ
    #1,954
    0
  20. #1953 mikna1232 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:37
    ดูเหมือนว่านรกจะเปิดรับเราแล้วล่ะ..........
    #1,953
    0
  21. #1951 BlackFeathers (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:31
    เคสนี้ทำฉันบาปมาก อมก.5555
    #1,951
    0
  22. #1950 glloy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:53
    บาปตรงนี้ช่างหนาแน่น
    #1,950
    0
  23. #1949 PK9407 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:34

    ถึงฉันยืนท่ามกลางในไฟนรก ฉันก็อุ่นใจที่ยังมีอยู่คนยืนเป็นเพื่อนฉัน

    #1,949
    0
  24. #1948 Krataituaglom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:31
    หวงน้องมากดูออก ไม่ยอมให้น้องขอโทษด้วย ปกป้องสุดๆ จ้า //บาปหนาแร้วววว
    #1,948
    0
  25. #1947 _kkeemm (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:11
    รอๆๆๆๆ กลิ่นบาปช่างรุนแรง
    #1,947
    0