[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 25 : Chapter 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,509
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,978 ครั้ง
    18 เม.ย. 62


Chapter 25

 

หลังจากนั้นก็ดูจะสอดคล้องตามหลักเหตุผล พวกเขาตกหลุมรักกันอีกครั้ง

หมินดื่มด่ำไปกับความยินดีของกลับมาพบกันอีกครั้ง แต่เขาไม่ได้ทราบเลยว่าถึงแม้จะเป็นวิญญาณดวงเดียวกัน แต่ประสบการณ์ที่แตกต่างจะสร้างคนที่ต่างออกไปขึ้นมา หลินหยางจวิ้นจู่ไม่ใช่เด็กสาวผู้หนักแน่นในความรักอีกแล้ว

ที่เมืองหลวงหลินหยางจวิ้นจู่เป็นที่รู้จักดี ไม่ใช่เพียงเพราะรูปร่างหน้าตาที่งดงามเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของนางด้วย หลินหยางจวิ้นจู่ชอบสะสมชายงามทุกรูปแบบ นางมักจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้พวกเขามาแต่ไม่นานนักนางก็จะเบื่อ

กงชินอ๋องต้องย้ายออกจากเมืองหลวงมาลงหลักปักฐานที่ที่ดินศักดินาแห่งนี้พร้อมครอบครัว เหตุผลเพียงเพราะบุตรสาวที่อับอายผู้นี้ ในเมืองหลวงนอกจากครอบครัวที่กระหายอำนาจและโลภมากแล้วก็ไม่มีขุนนางตระกูลใดกล้าที่จะแต่งงานกับสตรีเช่นนี้อีก ถึงแม้ว่านางจะเป็นถึงบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินใหญ่ของกงชินอ๋องก็ตาม

ดังที่กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงภูเขาและแม่น้ำนั้นง่ายแต่การเปลี่ยนสันดานคนนั้นยากฉันใด หลินหยางจวิ้นจู่ก็ไม่อาจเปลี่ยนได้ฉันนั้น กระทั่งหลังจากมาที่เมืองหลินเจียง ถึงแม้ว่าหมินจะเป็นบุรุษคนแรกที่นางชอบพอแต่เขาจะไม่มีทางได้เป็นคนสุดท้ายอย่างแน่นอน

ในไม่ช้าหลินหยางจวิ้นจู่ก็เริ่มเบื่อ อย่างไรก็ตามหมินตั้งใจที่จะไม่มีความลับกับคนรัก เขาจึงบอกนางไปว่าตนเป็นปีศาจจิ้งจอก สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นซื่อคงบอกลู่เหิงในใจว่าเขาถูกคนรักของตัวเองทรยศ ทำให้เขาขาดสติและเข่นฆ่ามนุษย์ไปหลายคน การกระทำนั้นดึงดูดความสนใจของนักบวชอาวุโสของวัดฟ่านหยิน เขาจึงถูกผนึกไว้ในหอกักขังปีศาจ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นแตกต่างจากสิ่งที่ลู่เหิงได้ยินมา หมินที่ถูกขังอยู่ในหอกักขังปีศาจสามารถหลบหนีออกไปได้ด้วยความโชคดีเนื่องจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน ก่อนจะกลับไปที่เมืองหลินเจียงเพื่อตามหาหลินหยางจวิ้นจู่แต่ก็ถูกนางหลอกเข้า ทำให้เขาถูกล่ามโซ่ไว้ในค่ายกลกับดักซึ่งถูกวางโดยผู้เชี่ยวชาญบางคน และหลังจากนั้นแกนปีศาจของเขาก็ถูกเอาออกไป

ลู่เหิงหยุดคิดชั่วขณะก่อนจะถาม “เจ้าฆ่าสาวใช้ของหลินหยางจวิ้นจู่?”

“ข้าอยากเป็นปีศาจที่ยิ่งใหญ่ด้วยการบำเพ็ญเพียรในทางที่ถูกต้อง ข้าจะฆ่าสตรีผู้นั้นได้อย่างไร? มนุษย์พวกนั้นที่ข้าฆ่าไปตอนแรกนั่นเป็นเพียงเพราะข้าขาดสติไปชั่วขณะเท่านั้น”

ซื่อคงและลู่เหิงได้ตรวจสอบศพของสาวใช้คนนั้นแล้ว แต่นางตายเพราะพลังปีศาจจริงๆ หากพวกเขาพิจารณาจากการกระทำของหลินหยางจวิ้นจู่ในคืนนี้ คนที่พรากชีวิตของบ่าวรับใช้พวกนั้นไปก็สามารถทราบได้โดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ นางเป็นเพียงสตรีชาวมนุษย์คนหนึ่งแล้วนางเอาความลับที่เกี่ยวข้องกับเผ่าปีศาจมาจากไหน

ลู่เหิงที่คลางแคลงใจหันไปหาซื่อคงเพื่อให้ได้รับคำตอบจากอีกฝ่าย แต่ซื่อคงกลับไปยืนอยู่ข้างชั้นตำราที่มุมห้อง กำลังถือตำราที่ดูอายุไม่กี่ปีอ่านอย่างระมัดระวัง

ลู่เหิงเดินเข้าไปและสุ่มหยิบตำราออกมาเล่มหนึ่ง ก่อนจะพบว่ามันมีลายมือของหลินหยางจวิ้นจู่เขียนอยู่ มันอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับบุรุษทุกคนที่นางรู้จักตั้งแต่คนรู้จักไปจนถึงเพื่อนรัก คนรัก และสุดท้ายก็คือความเกลียดชัง ลู่เหิงจ้องมันด้วยความมึนงง

ลู่เหิงเปิดไปด้านหลังของตำรา ซึ่งทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่เกี่ยวข้องกับซื่อคงหลังจากจับหมินได้

เห็นได้ชัดจากลายมือว่าทัศนคติของหลินหยางจวิ้นจู่ที่มีต่อซื่อคงนั้นแตกต่างจากบุรุษก่อนหน้าเป็นอย่างมากจนอาจกล่าวได้ว่าเป็นการหมกมุ่นในความหลงใหล บางทีสิ่งที่ไม่อาจครอบครองได้ก็คือสิ่งที่ดีที่สุด เป็นเวลาสามปีที่หลินหยางจวิ้นจู่ไม่เคยมองบุรุษคนใดอีกเลย นางพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ซื่อคงเพียงคนเดียวเท่านั้น กระทั่งตอนที่กงชินอ๋องต้องการแจ้งให้ซื่อคงทราบ นางยังขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย

ลู่เหิงมองซื่อคงด้วยสีหน้าซับซ้อน เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าเสน่ห์ของอีกคนจะมีมากมายขนาดนี้ เขามองไปที่องคาพยพทั้งห้าของซื่อคง ทั้งๆ มีคิ้วสีดำคมเข้มและใบหน้าที่ดึงดูด แต่กลับมีสีหน้าเย็นชาตลอดเวลา ลู่เหิงพลันเข้าใจความคิดของหลินหยางจวิ้นจู่ขึ้นมา

คล้ายสัมผัสได้ถึงการจดจ้องของลู่เหิง ซื่อคงจึงวางหนังสือลงไว้ในมือและส่งสายตาตั้งคำถามมาให้เขา

เมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองใบหน้าของลู่เหิงก็เริ่มแดงด้วยความอับอาย เขานึกสงสัยว่ารูปลักษณ์ปัจจุบันของเขาที่เป็นเพียงเด็กอายุเจ็ดแปดขวบกลัวอะไรบ้าง ดังนั้นเขาจึงมองซื่อคงอย่างไม่เกรงกลัวและกล่าวว่า “ตำราในมือท่านเขียนว่าอะไร”

“บางอย่างเกี่ยวกับเผ่าปีศาจที่น่าจะถูกทิ้งไว้โดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคนวางค่ายกลนี้” ซื่อคงพูด “มีอะไรสำคัญในตำราในมือโยมหรือไม่?” ลู่เหิงซ่อนมือไว้ข้างหลัง “ไม่มีอะไร แค่บันทึกจิปาถะเท่านั้น”

ซื่อคงหยุดพูดและไม่ได้ถามอะไรต่อ หลังจากค้นหาอีกครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็พบวิธีที่จะทำลายค่ายกลโดยสมบูรณ์

ที่หมินเป็นอิสระจากค่ายกลอาจเพราะเขาสูญเสียพลังมากเกินไป ขนาดตัวของเขาหดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงขนาดเท่าแมว ลู่เหิงอุ้มอีกฝ่ายขึ้นมาและเดินออกจากห้องลับพร้อมซื่อคง

เมื่อเห็นลู่เหิงและพรรคพวก สองคนและหนึ่งจิ้งจอก หลินหยางจวิ้นจู่ที่ยืนอยู่ในห้องพลันแสดงความตื่นตระหนกออกมา ลู่เหิงคิดว่าอาจเพราะการกระทำอันชั่วช้าของนางถูกเปิดเผย ภายในใจของนางจึงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่หลังจากที่ซื่อคงคลายคำสั่งที่ห้ามไม่ให้นางพูด ลู่เหิงก็พบว่าตนเองไร้เดียงสาเกินไปจริงๆ

“ปรมาจารย์ซื่อคง ข้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจิ้งจอกตัวนี้เลยนะเจ้าคะ เป็นเขาที่ทำให้ข้าหลงเสน่ห์ด้วยเวทมนตร์ของเขา!” หลินหยางจวิ้นจู่กล่าวด้วยความวิตก

ถึงแม้จะทราบดีว่าชนชั้นสูงในสมัยโบราณไม่ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างชีวิตของบ่าวรับใช้ แต่นางถึงขนาดใช้วิธีโหดร้ายเพื่อสังหารคนหมู่มากที่ลานบ้าน ไม่เพียงเท่านั้นเมื่อถูกเปิดเผยหลินหยางจวิ้นจู่ยังกล้าที่จะกล่าวคำแก้ตัวให้ตนพ้นผิด ลู่เหิงรู้สึกทึ่งในความโหดร้ายของอีกฝ่าย

“เจ้ามีอะไรอยากกล่าวกับนางหรือไม่?” ลู่เหิงถามหมิน “ข้าสามารถช่วยเจ้าถ่ายทอดได้”

หมินเงียบไปนานและในที่สุดเขาก็ถอนหายใจ “ข้าน่าจะพูดทุกอย่างในวันที่ข้ามาพบนาง ยามนี้คำเหล่านั้นไม่มีประโยชน์อันใดอีกแล้ว นางไม่ได้สนใจข้าอีกต่อไป มันจบแล้วล่ะ ถึงกระนั้นมันคงไม่ดีนักหากจะปล่อยให้แกนปีศาจของข้าอยู่ในร่างมนุษย์เช่นนั้น”

“เจ้ามีวิธีเอาแกนปีศาจออกมาจากท้องนางหรือไม่” ลู่เหิงถาม

หมินยกตัวอย่างฝืนๆ และพยักหน้า ก่อนจะเปิดปากเพื่อคายแสงบางอย่างออกมา แสงนั้นค่อยๆ ดึงดูดลูกแก้วออกมาจากปากหลินหยางจวิ้นจู่ ลูกแก้วเปล่งแสงสีทองเป็นประกายระยิบระยับ เป็นหลักฐานชั้นดีว่ามันเป็นแกนของปีศาจที่บำเพ็ญเพียรทางธรรม

แกนปีศาจตกลงบนฝ่ามือลู่เหิง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจะเห็นว่าแกนปีศาจนี้ถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายความมืดที่ดำสนิท อาจเพราะวิธีบำเพ็ญเพียรของหลินหยางจวิ้นจู่เป็นทางมารซึ่งเพิ่มพูนมาจากการทำร้ายชีวิตผู้อื่น

“ท่านมีวิธีกำจัดกลิ่นอายความมืดหรือไม่” ลู่เหิงเงยหน้าถามซื่อคง

ซื่อคงพยักหน้า ถูมือตนเองพลางพึมพำบทสวดสองสามบท ก่อนที่กลิ่นอายความมืดบนแกนปีศาจจะค่อยๆ จางหายไป

ลู่เหิงนำแกนปีศาจไปจ่อใกล้ปากหมิน เร่งให้อีกฝ่ายรีบเอาแกนปีศาจกลับเข้าร่าง สำหรับเผ่าปีศาจการแยกแกนปีศาจออกมานานเกินไปจะส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมาก

หมินส่ายหัวและปฏิเสธ “จิตวิญญาณของข้าถูกกระบวนนั้นดูดออกไปจนเกือบหมด พลังชีวิตของข้าถูกสกัดกั้นไปแล้ว ยามนี้ต่อให้นำแกนปีศาจกลับมาให้ข้าก็ไร้ประโยชน์แล้ว”

หลินหยางจวิ้นจู่ที่ยังอยู่ในห้องเริ่มด่าทออย่างเสียสติ “เจ้าจิ้งจอกชั่ว! กล้าดีอย่างไรถึงทำกับข้าเช่นนี้!

หมินพ่นกลุ่มก้อนพลังปราณออกมาจากปากแล้วเทมันใส่ร่างกายหลินหยางจวิ้นจู่ หลังจากนั้นก็พูดกับลู่เหิง “ยามนั้นเป็นนางที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ยามนี้การฝึกตนทางมารกำลังลดอายุขัยของนาง ข้าจะมอบอายุขัยที่เหลือของข้าให้นางเพื่อชดใช้หนี้ชีวิตในอดีต”

หมินมองไปที่หลินหยางจวิ้นจู่อีกครั้งคล้ายกำลังกล่าวลากับคนรักของตนในชาติก่อน “เจิง ข้าขอมอบแกนปีศาจของข้าให้เจ้า ไม่ต้องกังวล ข้ามอบให้เจ้าด้วยความเต็มใจ มันจะไม่มีผลกระทบในยามที่เจ้าใช้มันบำเพ็ญเพียร ข้าหวังเพียงว่าเจ้าจะสามารถส่งร่างของข้ากลับไปยังบ้านเกิดได้”

เฉกเช่นนกอพยพท้ายที่สุดก็ต้องหวนคืนสู่บ้านเกิด ปีศาจจิ้งจอกเองก็ปรารถนาที่จะตายที่บ้านเกิดของตนเช่นกัน

หลังจากกล่าวความปรารถนาสุดท้าย ในที่สุดหมินก็ปล่อยวางทุกอย่างและปิดเปลือกตาลงอย่างสงบ

หลังจากเงียบไปพักใหญ่ลู่เหิงก็พบว่าผิวหนังทั้งหมดของหลินหยางจวิ้นจู่เริ่มแห้งเหี่ยวอย่างฉับพลัน เส้นผมของนางค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีขาว ทั้งร่างของนางดูราวกับหญิงชราอายุแปดสิบซึ่งตรงกันข้ามกับพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมในร่างกาย และอายุขัยที่เหลือของนางเพียงพอที่จะให้นางใช้ชีวิตได้อีกเจ็ดสิบหรือแปดสิบปีเลยทีเดียว สถานการณ์เช่นนี้คงไม่ค่อยดีต่อหลินหยางจวิ้นจู่ที่ต้องพึ่งพาความงามของตนนัก

“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้?”

“เมื่อคนคนหนึ่งฝึกตนทางมารด้วยร่างมนุษย์มักจะมีผลร้ายตามมาเสมอ” ซื่อคงอธิบาย

“ตอนที่หมินตัดสินใจยกชีวิตของตนให้หลินหยางจวิ้นจู่ เขารู้หรือไม่ว่าจะเป็นเช่นนี้?” ลู่เหิงถอนหายใจเล็กน้อย

“ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอาตมาหรือโยมอีกแล้ว ถึงเวลาต้องไปแล้ว” ซื่อคงนำลูกกลมๆ สำหรับบันทึกออกมาและส่งนกกระดาษไปหากงชินอ๋อง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อเพื่อปลดปล่อยกระบวนท่าที่ตรึงร่างหลินหยางจวิ้นจู่ไว้ และพาลู่เหิงออกไปจากคฤหาสน์ของกงชินอ๋อง

ลู่เหิงยังลังเลและมองย้อนกลับไป “หลินหยางจวิ้นจู่สังหารผู้คนไปมากมาย เช่นนั้นจะไม่เป็นไรแน่หรือ?”

“ผู้คนต้องบำเพ็ญเพียรในทางที่ถูกเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อกรรม และไม่ควรเบียดเบียนชีวิตของผู้อื่น”

“กรรม?”

“ยิ่งก่อกรรมหนักมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องชดใช้หนักมากเท่านั้น โยมควรจำไว้ว่าก่อนที่โยมจะเลื่อนระดับได้ เวรกรรมทั้งหมดต้องได้รับการชำระเสียก่อน”

ลู่เหิงคล้ายได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความโศกเศร้าของหลินหยางจวิ้นจู่ในลานบ้าน อาจเพราะนางได้เห็นรูปลักษณ์ของตนในยามนี้แล้วก็ได้

ลู่เหิงค่อนข้างกังวลที่จะนำศพของหมินเก็บไว้ในถุง ระดับการฝึกตนของเขายังตื้นเขิน มรดกที่เขาได้รับก็ยังไม่สมบูรณ์ อีกทั้งมรดกที่ได้มาอย่างจำกัดนั้นยังไม่บอกถึงสถานที่ตั้งของเผ่าปีศาจอีกด้วย

ลู่เหิงรู้สึกสิ้นหวังจึงบอกความกังวลของตนแก่ซื่อคง หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่งซื่อคงจึงกล่าว “โยมกลับไปป่าที่เราเคยอยู่และบำเพ็ญเพียรไปก่อน”

ได้ยินคำของซื่อคง ลู่เหิงก็รีบถาม “แล้วท่านล่ะ? ท่านกำลังจะไปที่ใด? แล้วท่านจะกลับมาหรือไม่?”

“อาตมาต้องกลับไปที่สำนักเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น และระหว่างทางอาตมาต้องตรวจสอบบางอย่างเกี่ยวกับการฝึกตนของเผ่าปีศาจในบันทึกของสำนัก” ซื่อคงมองลู่เหิงและเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจึงอธิบาย “คนบางกลุ่มในสำนักมีอคติต่อเผ่าปีศาจ โยมควรอยู่ที่นี่เพื่อฝึกจะเป็นการดีกว่า”

หลังซื่อคงจากไปลู่เหิงก็ไม่กล้าหย่อนยานในเรื่องการฝึก เนื่องจากซื่อคงจะทดสอบการฝึกตนของเขาในตอนที่อีกฝ่ายกลับมา แต่เมื่อปราศจากเพื่อนอย่างซื่อคง การอาศัยอยู่ในภูเขาที่ไม่มีคนอยู่แห่งนี้ก็แทบจะทำให้ลู่เหิงที่มาจากสังคมสมัยใหม่เป็นบ้าตายจากความเบื่อหน่าย

“ฉันอยากกินแอปเปิล!” วันนี้ลู่เหิงเปล่งเสียงกรีดร้องในป่าที่ว่างเปล่าซึ่งเป็นวิธีระบายอารมณ์ของเขา

“นั่น... ข้ารู้ว่าแอปเปิลอยู่ที่ใด”

ลู่เหิงได้ยินเสียงขลาดเขลาดังมาจากด้านหลังของตน เขาจึงหันหลังไปมองและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้างดงาม อีกคนดูหวาดกลัวมากจนต้องหลบอยู่หลังต้นไม้โดยมีเพียงศีรษะเท่านั้นที่โผล่ออกมา

“จริงหรือ?” แม้จะรู้ว่าแอปเปิลที่นี่ไม่ใช่แอปเปิลที่เหมือนโลกของเขา แต่ลู่เหิงก็ดีใจที่ในที่สุดตนก็มีคนให้คุยด้วยเสียที

เมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างของลู่เหิง ชายหนุ่มที่ค่อนข้างอ่อนเยาว์ก็รวบรวมความกล้าและก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ “ข้ามีนามว่าไป๋จากเผ่ากระต่ายหิมะ”



-----------------------------------------------------------------------------

ใครตกใจไป๋บ้างยกมืออออ เรานี่แบบห้ะ!? ไป๋ไหน ไป๋หลี หรือไป๋เฉยๆ

-----------------------------------------------------------------------------


คำศัพท์

Infatuation = ความหลงใหล, ความมัวเมา

Deed = การกระทำ, กรรม, โฉนด

Audacity = ความกล้า, ความไร้มารยาท, ความมุทะลุ

Miasma = สิ่งที่เป็นพิษ, กลิ่นอาย

Hysterical = เป็นโรคประสาท, ชอบตีโพตีพาย

Bequeath = ยกมรดกให้, ทำพินัยกรรมยกให้

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.978K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,989 ความคิดเห็น

  1. #6614 oum101 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 12:21
    พ่อไป๋หลีป่าวเนี่ย
    #6,614
    0
  2. #6358 คาเรลล่า อานาธีเซีย (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 19:45
    ไป๋ ไหนโผล่มาอี๊กกก ใจคอไม่ดีเลยยยยยย
    #6,358
    0
  3. #6249 TttIiiMmm (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 10:53
    เฮ้ยๆๆ ไป๋ ไหนเนี้ย!
    #6,249
    0
  4. #6219 Black🍑Peach (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 22:28
    ไป๋ไหนอี๊กกกก คุณพี่บอกน้องมาาา
    #6,219
    0
  5. #6209 lunatic.august (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 17:35
    เอ๋.... ย้อนอดีต????
    #6,209
    0
  6. #6191 doubleua01 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 14:16

    ไป๋ไหน? ย้อนอดีต??

    #6,191
    0
  7. #6170 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 16:56
    บอกเราทีว่านี่พ่อไอเด็กเปรตไป๋หลี-
    #6,170
    0
  8. #6136 worajaroen2517 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 16:47
    ย้อนอดีต!?
    #6,136
    0
  9. #6125 alittletigerp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 02:48
    สงสัยว่ามรดกคืออะไร5555
    #6,125
    0
  10. #6036 KhemikaSukroj (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 14:39
    ไป๋ พ่อของไป๋หลีรึป่าว?
    #6,036
    0
  11. #5544 Mybiwty LovelyJae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 22:44

    แต่ละคนคงสงสัยเหมือนกันว่า..ไป๋ไหน???? 555

    #5,544
    0
  12. #5027 เตเตชิต (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 01:15
    โอ้ยยยน้องงง ตอนน้องเอาลูกแก้วจ่อปากจิ้งจอก คือน่ารักมากกกกกก คิดภาพเด็กตัวโน้ยๆยื่นลูกอมให้สัตว์เลี้ยงด้วยหน้าซื่อๆตาแป๋วๆ งื้ออออ
    #5,027
    0
  13. #5012 P'est (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 17:42
    สกุลไป๋.. ไม่ดีแน่ๆ 55555
    #5,012
    0
  14. #4939 nontoy612 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 20:08
    ทำไมเหมือนไป๋คือลางร้ายหว่า
    #4,939
    0
  15. #4736 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 23:03
    ไป๋ไหนก่อน อย่าบอกนะว่าพ่อไป๋หลี
    #4,736
    0
  16. #4698 kanyaest (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 22:04
    ไป๋ไหน...

    ทำไมคอมเม้นท์ถึงคิดว่าตอนนี้ย้อนอดีตกัน เราไม่รู้อะไรเลย55555
    #4,698
    0
  17. #4474 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 07:21
    เอ๊ะะะะ
    #4,474
    0
  18. #4466 YorcHub (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 19:32
    หืมแบบนี้็ได้หรอ
    #4,466
    0
  19. #4392 papark (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 18:36
    ไป๋ไหนน้า
    #4,392
    0
  20. #4339 pqrst (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 01:29
    นี่ก็งง. นี่คือพ่อของนายเอกมะ แสดงว่าเล่าย้อนอดีตหรอ หรือโดนทัณฑ์สายฟ้าแล้วเกิดใหม่??
    #4,339
    0
  21. #4317 ขอเวลาซุ่ม (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    งงอะ สรุปคือเล่าย้อนอดีตหรอ หรือว่าโดนสายฟ้าฟาดจนความตำเสื่อม??
    #4,317
    0
  22. #4259 fai22149 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 19:40
    แนะนำนิดนึง แอปเปิ้ลเป็นคำทับศัพย์ ถ้าในนิยายจีนโบราณ ใช้คำว่า ผิงกั๋ว ดีกว่า แปลว่าแอปเปิ้ลเหมือนกัน (เคยอ่านเจอในนิยายจีนโบราณมา)
    #4,259
    0
  23. #4190 Sunshine (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 16:53
    หรือโดนทัณฑ์สวรรค์แล้วย้อนอดีต? มันจะซับซ้อนเกินไปนะ!!!
    #4,190
    0
  24. #3790 Don'TtouchMe (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 19:30
    ไป๋ไหนนนนน
    #3,790
    0
  25. #3412 ✿ g (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 13:49
    นี้คือย้อนอดีตหรองง
    #3,412
    0