[นิยายแปล BL] วิธีตายอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงเขาไท่ซาน How To Die As Heavy As Mount Tai 如何死得重于泰山

ตอนที่ 22 : Chapter 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,548 ครั้ง
    20 ต.ค. 63


 

Chapter 22

 

ตอนที่เห็นซื่อคงอีกครั้งลู่เหิงคิดกระทั่งว่าสมองของเขากำลังสร้างภาพลวงตาหลอกตัวเองเล่นอยู่ เพราะมันง่ายเกินไปที่ได้พบซื่อคง อีกอย่างพระจันทร์ก็เพิ่งจะขึ้นถึงยอดไม้เอง และด้วยความเร็วของลู่เหิงผู้ที่ไม่คุ้นชินกับการเลื้อยคลานทำให้เขาไปไหนได้ไม่ไกล

อย่างไรก็ตามใบหน้าใสสะอาดของซื่อคงที่กำลังบำเพ็ญเพียรใต้ต้นไม้ทำให้ลู่เหิงขจัดความคิดเหล่านี้ออกไป อีกฝ่ายนั่งขัดสมาธิ ดวงตาปิดลง มือทั้งสองข้างผสานกันในท่าสวดมนต์ และแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาดูเหมือนกำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา

ไม่ใช่สิ แสงจันทร์กำลังไหลเข้าไปในร่างกายของซื่อคงจริงๆ ลู่เหิงไม่รู้ว่าเขาสามารถเห็นวิถีของแสงจันทร์ได้อย่างไร แต่เขาเห็นจริงๆ ว่าแสงจันทร์เปลี่ยนเป็นสสารคล้ายสายไหมกำลังรวมตัวกันโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ซื่อคงซึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิและหมุนเข้าสู่ร่างกายอีกฝ่าย

แสงจันทร์ที่เหมือนสายไหมนี้ดึงดูดลู่เหิงเป็นอย่างมาก เขารู้สึกว่าลำคอของเขาแห้งผากจึงได้แต่ยกร่างกายส่วนบนขึ้นจับแสงจันทร์ที่ร่วงลงมาหยิบมือหนึ่งและกลืนมันลงไป ในตอนนั้นเองข้อมูลมากมายก็ไหลบ่าเข้ามาในหัวของลู่เหิง เกี่ยวกับเผ่าปีศาจ เกี่ยวกับงูปาเสอ เกี่ยวกับสสารระดับจักรพรรดิที่เหมือนสายไหม

จากการรับมรดกของเผ่างูปาเสอทำให้ลู่เหิงทราบว่าปราณระดับจักรพรรดินั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อเผ่าปีศาจ และจากวิธีฝึกตนโดยการสืบทอดมรดกทำให้ปราณระดับจักรพรรดิเริ่มถูกเขากลืนกินอย่างรวดเร็วทันที

คนคนหนึ่งต้องใช้เวลาหลายปีในการบำเพ็ญเพียร

ไม่ต้องพูดถึงภายในคืนสั้นๆ หลังจากตื่นจากการทำสมาธิ ลู่เหิงก็รู้สึกโล่งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เขายืดเอวขึ้นก่อนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ งูจะขยับเขยื้อนอย่างซับซ้อนได้ยังไง? หลังจากได้รับความหวาดผวาลู่เหิงก็ลืมตาขึ้นข้างหนึ่งทันที หลังลองขยับตัวดูอีกครั้งก็โน้มตัวไปข้างหน้าและมองซื่อคง ภายในดวงตาคู่นั้นเขาเห็นภาพสะท้อนของเด็กชายตัวจ้ำม่ำผิวขาวซีด

“สรุปว่าโยมเป็นปีศาจสินะ”

เด็กชายที่นั่งบนพื้นดูเหมือนเด็กอายุสามขวบปี น่ารักน่าเอ็นดูราวกับหยกหิมะ ร่างกายของเด็กน้อยเปลือยเปล่า เห็นได้ชัดว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาเปลี่ยนร่างและเขายังไม่รู้วิธีสร้างเสื้อผ้า

ซื่อคงเอื้อมมือออกไปคว้าปีศาจตัวเล็กที่ยังไม่รู้สึกตัว และหยิบเอาเสื้อคลุมของตนออกมาสวมบนร่างของอีกฝ่าย “โยมมีนามว่าอันใด? มรดกของเผ่าปีศาจน่าจะบอกชื่อของโยมแล้ว”

ลู่เหิงอยากพูดชื่อตัวเองแต่ปรากฏว่ามีบางอย่างที่มองไม่เห็นหยุดเขาไว้ คำว่า ‘ลู่เหิง’ จึงไม่สามารถพูดออกไปได้ แต่เขากลับพูดคำว่า “เจิง”

“เปลี่ยนร่างได้ทันทีหลังจากดูดซับปราณระดับจักรพรรดิเป็นครั้งแรก โยมน่าจะมาจากเผ่าปีศาจที่มีพลังสูง”

“งูปาเสอ” คำพูดของซื่อคงเหมือนมีเวทมนตร์ ดังนั้นลู่เหิงจึงไม่มีอะไรต้องพูดอีก

ซื่อคงเคาะหน้าผากลู่เหิงเบาๆ ดูเหมือนจะพอใจมากกับความตรงไปตรงมาของเขา “งูปาเสอ เผ่าปีศาจที่แข็งแกร่งในตำนาน ไม่ได้ยินเรื่องเผ่านี้มานานแล้ว ยิ่งโยมมีพลังมากเพียงใดโยมยิ่งต้องได้รับคำแนะนำมากเท่านั้น จากนี้โยมต้องบำเพ็ญเพียรกับอาตมาจนกว่าโยมจะสามารถควบคุมตนเองได้”

 

ลู่เหิงฝัน ในฝันหลังเขาจบการศึกษาเขาประสบอุบัติเหตุในวันแรกของการทำงาน จากนั้นก็ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ลู่เหิงยังไม่ทันได้มองชัดๆ เขาก็ตื่นขึ้นเสียก่อน

ลู่เหิงเปิดเปลือกตาและเห็นหลังคาสีเขียวชอุ่มเหนือศีรษะ เขาจ้องมันด้วยสายตาว่างเปล่าครู่หนึ่ง

เอ้อใช่ เขามาเกิดใหม่ในโลกของการฝึกตนที่มีเซียน แปลกชะมัด ลู่เหิงลูบหน้าตัวเองและหันรีหันขวางแล้วครุ่นคิด เขารู้สึกเจ็บที่หนังศีรษะ ก่อนจะก้มลงมองและเห็นผมของเขาถูกทับไว้ใต้ฝ่ามือของตัวเอง

เห็นได้ชัดว่าร่างนี้เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ทำไมผมถึงได้ยาวขนาดนี้นะ ตอนแรกลู่เหิงต้องการตัดผมที่ยาวเกะกะนี่ทิ้งแต่ก็ถูกซื่อคงหยุดไว้เสียก่อน เนื่องจากมีการกล่าวว่าการฝึกตนของเผ่าปีศาจจะเชื่อมต่อกับทุกๆ ส่วนของร่างกายรวมถึงเส้นผมด้วย

ผ่านไปครู่หนึ่งลู่เหิงมองไปที่เรือนผมยาวสลวยซึ่งยุ่งเหยิงสุดๆ ของตัวเองในกระจกแล้วก็ต้องยอมแพ้กับความคิดที่จะหวีผมตัวเอง เขาผลักประตูออกและจับหวีไว้ในมือเช่นเช้าวันก่อนๆ แล้วเรียก “ซื่อคง...”

บุรุษที่หล่อเหลาและงดงามซึ่งกำลังนั่งสมาธิใกล้ๆ ได้ยินคำพูดนั้นและคว้าเอาหวีมา มองผมใต้นิ้วเรียวสวยแล้วเขาก็ค่อยๆ ทำให้มันเรียบร้อย ลู่เหิงพลันรู้สึกอับอาย “ข้าขอโทษที่รบกวนท่านทุกครั้งเลย”

“ไม่เป็นไร”

ความจริงตอนแรกลู่เหิงรู้สึกอายนิดหน่อยที่จะพูดคุยกับซื่อคง รูปลักษณ์เป็นคนหนุ่มสาวแต่เสียงโบราณนั้นดูขัดแย้งกันสุดๆ ลู่เหิงกังวลว่าอีกฝ่ายจะสังเกตเห็นความแตกต่างนี้ แต่ซื่อคงกลับไม่เคยรู้สึกสงสัยเลย

หลังจากที่ทั้งสองคุ้นเคยกันแล้วลู่เหิงจึงอดไม่ได้ที่จะถาม ซื่อคงอธิบายว่าเนื่องจากระยะเวลาในการพัฒนาของเผ่าปีศาจนั้นนานมาก ปีศาจที่สามารถเปลี่ยนร่างได้นั้นจึงไม่ใช่อายุน้อยๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูอ่อนเยาว์เท่ารูปร่างหน้าตาของพวกเขาแน่นอน จากนั้นลู่เหิงก็ค้นมรดกของตัวเองแล้วพบว่าแม้เขาจะอยู่ในสภาพนี้ แต่อายุจริงๆ ของเขานั้นแก่กว่าซื่อคงถึงสองสามร้อยปี

การสืบทอดมรดกเผ่าปีศาจของลู่เหิงนั้นไม่สมบูรณ์ หลายๆ อย่างเกี่ยวกับวิธีฝึกตนของเผ่าปีศาจขาดหายไป สถานการณ์แบบนี้มันไม่ปกติ ซื่อคงจึงตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาและกล่าวว่าแกนปีศาจของเขาดูเหมือนจะเสียหาย จากนั้นเมื่อลู่เหิงเรียนรู้ที่จะตรวจสอบภายในด้วยปราณของตนเอง เขาก็พบว่าแกนปีศาจของเขาเต็มไปด้วยรอยแตก

นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับหูแปลกๆ อยู่บนหูซ้ายที่ทำให้ลู่เหิงงุนงง ซื่อคงอธิบายว่ามันเป็นของวิเศษทางพุทธศาสนาที่ทรงพลัง ลู่เหิงพยายามตรวจสอบต่างหูหลังจากเรียนรู้วิธีขับเคลื่อนปราณปีศาจแล้ว แต่มันไม่ตอบสนองราวกับว่ามันเป็นแค่เครื่องประดับธรรมดา

เวลาล่วงเลยผ่านไปจากฤดูใบไม้ผลิกลายเป็นฤดูใบไม้ร่วง ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรที่เพิ่มขึ้น รูปร่างของลู่เหิงจึงเติบโตขึ้นเหมือนเด็กอายุราวเจ็ดหรือแปดปีแล้ว วันนี้ซื่อคงได้รับนกกระเรียนกระดาษ

ซื่อคงมักจะใจเย็นราวกับสายน้ำเสมอ ทำให้ลู่เหิงไม่สามารถตีความอะไรจากท่าทางของอีกฝ่ายได้ เขาเห็นเพียงแค่อีกคนเขียนอะไรลงไปสองสามคำและแหงนฝ่ามือขึ้น แล้วนกกระเรียนกระดาษก็กางปีกบินออกไป

จากนั้นเขาก็ได้ยินซื่อคงพูด “ฝึกการควบคุมลมหายใจเป็นอย่างไร?”

ลู่เหิงรีบวิ่งไปนั่งสมาธิและขยับมือเล็กน้อยด้วยความช่ำชอง สัมผัสปีศาจจางๆ ที่ห่อหุ้มเขาอยู่ก็หายไปอย่างฉับพลันจนดูไม่ต่างจากเด็กมนุษย์ธรรมดา

ซื่อคงพยักหน้า “ไม่เลว วันนี้พวกเราจะออกไปสั่งสมประสบการณ์ที่โลกภายนอก”

“เร็วถึงเพียงนี้?” คนคนเดียวที่เขาเคยมีปฏิสัมพันธ์ด้วยหลังจากฟื้นขึ้นมามีเพียงซื่อคง ตอนนี้จู่ๆ เขาก็ต้องไปเผชิญหน้ากับโลกที่แปลกประหลาดใบนี้ ภายในใจของลู่เหิงจึงรู้สึกกังวล

“การไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกเช่นกัน”

 

เมืองหลินเจียงมณฑลเจียงหนานนั้นขึ้นชื่อเรื่องการส่งออกผ้าไหม ไม่เพียงมีประชากรหนาแน่นและมั่งคั่งเท่านั้นแต่ยังเป็นที่ตั้งยุ้งฉางของอาณาจักรเฟิงฉีอีกด้วย กงชินอ๋องเป็นน้องชายร่วมสายเลือดเพียงคนเดียวของฮ่องเต้เฟิงฉีซึ่งได้รับมอบคฤหาสน์และที่ดินที่นี่ ภายในเมืองหลินเจียงอำนาจของกงชินอ๋องนั้นไร้ขอบเขต ทำให้เขากลายเป็นผู้ปกครองแบบเผด็จการอย่างสมบูรณ์ในเขตนี้

หลินหยางจวิ้นจู่* เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในเขตนี้ ชื่อเสียงของนางนั้นยิ่งกว่าชินอ๋องผู้เป็นบิดาเสียอีก อย่างแรกความงามของนางนั้นโด่งดังไปทั่วโลก และอีกอย่างคืออุปนิสัยที่ไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบและชอบบงการผู้อื่น ในงานเทศกาลโคมไฟปีหนึ่งขณะที่กำลังเดินท่ามกลางฝูงชนจำนวนมาก ชายกระโปรงของนางถูกเหยียบ พ่อค้าเร่ผู้โชคร้ายคนนั้นจึงถูกลากไปด้านข้างก่อนที่ขาของเขาจะถูกหัก (*จวิ้นจู่ เชื้อพระวงศ์หญิงลำดับที่ 3 พระธิดาในชินอ๋องและพระชายาเอก)

มีคนสัญจรไม่มากนักหน้าวังของชินอ๋องด้วยเพราะพวกเขากลัวว่าจะเผลอไปล่วงเกินหลินหยางจวิ้นจู่โดยไม่ตั้งใจ วันนี้มีบางคนเห็นกลุ่มคนที่มีเด็กชายอายุประมาณเจ็ดแปดขวบอยู่ด้วยเคาะที่มุมประตูวังของกงชินอ๋อง

“นักบวชรูปนั้นไม่ใช่คนจากเจียงหนานแน่ๆ เขาถึงกล้าไปที่คฤหาสน์กงชินอ๋องเพื่อขอเงิน ช่างน่าเศร้าจริงๆ”

“เฮ้ ข้าเพิ่งเห็นหน้านักบวชรูปนั้น ข้าไม่เคยเห็นคนที่ดูดีถึงเพียงนั้นมาก่อนเลยในชีวิต”

“เฮ้ แม่นาง อะไรคือการที่เจ้าบอกว่าหัวโล้นเช่นนั้นมีเสน่ห์?”

“ก็เจ้ามันหัวโล้นเหมือนหลุมในไข่ขาว แต่อีกคนเขาหัวโล้นเหมือนพระจันทร์บนท้องฟ้า”

“เพ้ย ผมยาวแต่ความรู้สั้น* ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว เห็นได้ชัดว่านักบวชกับเด็กคนนั้นดูฉลาดและน่ารัก แต่ดันโชคไม่ดีนี่สิ ข้าเกรงว่าพวกเขาจะถูกกงชินอ๋องทรมานเอาได้” (*ในสมัยก่อนเชื่อว่าผู้หญิงมีผมยาวเพราะพวกเขามีความรู้น้อยกว่าจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลเส้นผม)

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ตาของทุกคนเกือบหลุดออกจากเบ้าคือการที่คนเฝ้าประตูบ้านกงชินอ๋องผู้ที่มักจะดูแคลนผู้อื่นอยู่เสมอ ทันทีที่เห็นนักบวชรูปนั้นก็รีบเปิดประตูใหญ่ด้วยความกระตือรือร้น หลังจากนั้นสักพักก็มีคนกลุ่มหนึ่งรีบร้อนออกจากบ้าน ชายวัยกลางคนที่เป็นผู้นำสวมชุดคลุมที่งดงามพร้อมมงกุฎหยกนั้นคือกงชินอ๋อง

“ปรมาจารย์ซื่อคง เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านมาเยือน ขออภัยที่พวกเราเสียมารยาท” กงชินอ๋องกล่าวอย่างเป็นพิธีต่อซื่อคง ทำให้กลุ่มคนที่ยืนห่างออกไปกรามแทบหลุด

“อาตมาไปที่ค่ายทหารเพื่อฟังข่าวมา อาตมาได้ยินว่าปีศาจจิ้งจอกหลบหนีออกไปจากหอกักขังปีศาจของเมืองและได้กลับมาแก้แค้น” ซื่อคงประสานมือเข้าหากันแล้วกลับมายืนอย่างเป็นพิธีการ

“ท่านปรมาจารย์ โปรดเข้ามาข้างในและสนทนากันเถอะ”

อาคารถูกประดับประดาอย่างสวยงาม มีสะพานเล็กๆ เหนือน้ำที่ไหลเรียงซ้อนกันลงมาเป็นชั้นๆ จากน้ำพุหิน ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินท่ามกลางการวาดภาพทีละขั้นๆ แม้ว่าดวงตาของลู่เหิงจะไม่สามารถรับรู้ทั้งหมดได้ในครั้งเดียว แต่เขามีความรู้สึกว่าเขาไม่สามารถทำให้ชื่อเสียงของซื่อคงเสื่อมเสียได้ เขาจึงได้แต่พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่จ้องมันจนรู้สึกเหมือนมีกรงเล็บนับพันกำลังตะกุยภายในใจ นิ้วมือที่ไม่สงบนิ่งของเขาเป็นเครื่องยืนยันถึงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของเขา ซื่อคงเดินนำหน้าตลอดทางแต่เขาก็สามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของลู่เหิงได้ในครั้งเดียว สายตาของเขาจับจ้องที่ลู่เหิงชั่วขณะ

ต่อมาลู่เหิงก็ได้ยินเสียงซื่อคง แต่กงชินอ๋องกับคนอื่นๆ ที่นำทางกลับไม่ตอบสนอง หรือนี่จะเป็นวิธีการส่งผ่านเสียงอย่างลับๆ ในตำนาน! พลังของผู้ฝึกตนช่างมีมากมายจริงๆ

“คฤหาสน์ของกงชินอ๋องจะเป็นสถานที่แรกที่เรามาเยือนในการออกแสวงบุญ”

ซื่อคงอธิบายจุดประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้ต่อลู่เหิง สามปีก่อนหลินหยางจวิ้นจู่ถูกปีศาจจิ้งจอกปี้จงทำเสน่ห์ให้หลงใหล ครอบครัวปีศาจจิ้งจอกปี้จงนั้นฝึกตนโดยการดูดซับพลังชีวิตของผู้คนเพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น ปีศาจจิ้งจอกตัวนี้ฝึกตนจนมีระดับค่อนข้างสูง กงชินอ๋องได้ค้นหาคนที่สามารถสยบมันได้ไปทั่วราชอาณาจักร แต่พวกเขาทั้งหมดกลับถูกปีศาจจิ้งจอกฆ่าแทน ด้วยความสิ้นหวังเขาจึงขอร้องต่อวัดฟ่านหยินนิกายจงเหมินให้จัดหาที่ลี้ภัยให้ มันเป็นเวลาเดียวกับการออกแสวงบุญของซื่อคงพอดีทำให้ภาระนี้หล่นมาใส่หัวเขา หลังจากนั้นซื่อคงก็สามารถทำลายมนต์เสน่ห์ในตัวหลินหยางจวิ้นจู่ได้ ก่อนจะผนึกปีศาจจิ้งจอกปี้จงและส่งมันกลับไปที่หอกักขังปีศาจ

ใครจะคิดว่าไม่กี่เดือนก่อนภูเขาที่ตั้งหอกักขังปีศาจจะสั่นสะเทือนขึ้นมาจนเกิดรอยร้าวในค่ายกล ปีศาจกลุ่มหนึ่งจึงสามารถหลบหนีออกไปได้และปีศาจจิ้งจอกเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ไม่กี่วันก่อนวัดฟ่านหยินได้รับข้อความจากฝ่ายปกครองของกงชินอ๋อง โดยกล่าวว่าปีศาจจิ้งจอกได้กลับมาแก้แค้น

ในขณะที่กำลังสนทนากัน คนทั้งหมดก็มาถึงห้องโถงหลักก่อนจะนั่งลงตามลำดับ บ่าวคนหนึ่งเข้ามาบอกให้ลู่เหิงออกไป ซื่อคงจึงยกมือห้าม “เขาเป็นคนมีพลังวิญญาณไม่ใช่เด็กธรรมดา”

เพราะอย่างนั้นลู่เหิงจึงได้นั่งกับซื่อคง

“เกี่ยวกับรายละเอียดเฉพาะเจาะจง จะเป็นการดีกว่าหรือไม่หากให้บุตรสาวของข้ามาอธิบาย?” กงชินอ๋องถามขณะที่มองไปที่ซื่อคง

“ได้”

กงชินอ๋องส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ไปเชิญหลินหยางจวิ้นจู่มาที่ห้องโถงหลัก สักพักก็มีเสียงเรียกที่ด้านนอกทางเดิน เสียงของคนคนนั้นดังขึ้นก่อนที่จะก้าวเข้ามาเสียอีก “ปรมาจารย์ซื่อคงมาถึงแล้วหรือ?”


 

 

 


 

—————————————————————

เหมือนทุกคนจะงงๆ กับข้อมูลอาร์คนี้นิดหน่อยเราเลยจะมาอธิบายให้ฟัง

1. ปีศาจกับมารไม่เหมือนกัน ปีศาจคือสัตว์ที่มีพลังเลยสามารถเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์ได้ ส่วนมารคือวิถีฝึกตนที่แต่ละคนเลือกเหมือนพรรคมาร พรรคเซียนแบบนี้น่ะค่ะ ซึ่งปีศาจก็สามารถเลือกได้ว่าจะฝึกทางเซียนหรือทางมาร
 (Demon=ปีศาจ devil=มาร เผื่อใครอยากไปอ่านอิ้งเองจะได้แยกออก)

2. ท่าน(ว่าที่)พระเอก ซื่อคง เป็นพระในพระพุทธศาสนาค่ะ(แต่เราไม่รู้ว่าพุทธแต่ละนิกายเป็นยังไงนะ) เพราะงั้นตรัสรู้เป็นพระอรหันต์หรือพระพุทธเจ้านั้นถูกต้องแล้วนะ ไม่ได้สำเร็จเป็นเซียนเหมือนพวกที่ฝึกตนตามปกติ ตัวอย่างเช่นซุนหงอคงเองก็เป็นเซียนอยู่บนสวรรค์เหมือนกันนะคะ ส่วนพระถังซัมจั๋งนั้นเป็นพระสงฆ์รู้สึกจะอยู่บนสวรรค์เหมือนกันแต่อยู่ในแดนสุขาวดีซึ่งแบ่งแยกออกมาอีกที(อะไรประมาณนี้ เราเคยอ่านเมื่อนานมาแล้วเลยหลงๆลืมๆบ้าง)
ปล. เพราะงั้น(ว่าที่)พระเอกใช้สรรพนามอาตมากับโยมก็ดูเข้ากันดีนะคะ 5555

—————————————————————

ตรงนิกายจงเหมินนี่เราไม่แน่ใจว่าเป็นนิกายรึป่าวนะ แต่คิดว่าใช่แหละ5555

คือพระท่านออกมาบ่อยขนาดนี้คงต้องเป็นพระเอกจริงๆนั่นแหละแถมหล่อมากด้วย แค่กๆๆ แต่ไม่เป็นไรเพราะเราเชื่อว่าไฟนรกสู้แดดประเทศไทยไม่ได้!!!

—————————————————————

คำศัพท์

Trajectory = เส้นโคจร, แนววิถี

Parched = กระหายน้ำมาก

Juvenile = เด็กหนุ่มเด็กสาว

Discrepancy = ความแตกต่างกันระหว่างสองสิ่งที่ควรจะเหมือนกัน

Manor = คฤหาสน์, บ้าน

Fief = ที่ดินศักดินา

Unbridle = ไม่ได้ควบคุม, ปลดปล่อย

Asylum = ที่หลบภัย, ที่ลี้ภัย

Chagrin = ความรำคาญใจจากการผิดหวังหรือความอาย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.548K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,989 ความคิดเห็น

  1. #6844 Promise69 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 19:46
    มาค่ะ เราจะบาปไปด้วยกัน
    #6,844
    0
  2. #6291 capitala2 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 02:36
    ระบ๊บบบหายยย อย่าบอกนะว่าฟ้าผ่าแล้วสัญญาณขาด คือระบบเงียบเกิ๊น น้องลู่อ๊องไปแล้วววว
    #6,291
    0
  3. #6206 lunatic.august (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 17:14
    ก็คือเป็นปิศาจ แต่พอความจำเสื่อมก็มาเป็นเด็กวัด.... เอ็นดู
    #6,206
    0
  4. #6121 alittletigerp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 02:42
    น้องลืมหมดเลยใช่มั้ยย น้องน่ารักก
    #6,121
    0
  5. #5975 petamon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 15:20
    นรกก็ทำอะไรเราไม่ได้555
    #5,975
    0
  6. #4830 ChaTzar (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 07:44
    ทำไมตอนนี้ดูลึกซึ้งเนาะ น้องหนูจะล่อลวงพระไม่ได้
    #4,830
    0
  7. #4734 อะหมีบอยด์มูฟเม้น (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 22:39
    สรุปคือพระเอกไม่มีผมจริงๆ สินะคะ ฮือ เปิดโลกมาก
    #4,734
    1
    • #4734-1 DamonicLuck(จากตอนที่ 22)
      26 มิถุนายน 2563 / 13:01
      ไม่มีผมแต่หล่อๆก็เยอะนะ(ยกตัวอย่างเรื่องหวนคู่สู่ต้าชิง) #รู้สึกบาป
      #4734-1
  8. #4697 kanyaest (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 21:38
    นั่งอ่านไปลูบหน้าตัวเองไป เนื้อเรื่องพาร์ทนี้มันจะไปจบตรงไหนเนี่ย...
    #4,697
    0
  9. #4218 Ayyye (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 20:43

    ซื่อคงน่าจะใกล้บรรลุอรหันต์ ค่ะ คงไม่ถึงเป็นพระพุทธเจ้า นั่นคือพระศาสดา จะสูงไป น่าจะเหมือนพระถังซำจั๋ง ถ้าจำไม่ผิด พระถังเป็นพึทธนิกายมหายานค่ะ

    #4,218
    0
  10. #4166 NoeynoeyEiei (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 09:41
    น่ารักเลยลู่เหิง5555
    #4,166
    0
  11. #4093 Secr3t-Key (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 03:38
    ระบบเรื่องนี้ไม่ช่วยอะไรเลยอ่อ โหดจั๊ดดดด
    #4,093
    0
  12. #3773 Don'TtouchMe (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:56
    สนุกกก น้อง น้องลืมใช่ไหมมม ตอบบบบ
    #3,773
    0
  13. #3250 Weetaime (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 11:25
    น้องความจำเสื่อมมม
    #3,250
    0
  14. #3197 0814448154 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 11:06
    ตกลงน้องลืมหมดเลยจิงดิ?
    #3,197
    0
  15. #3185 missmaud (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 15:09
    ฮาทอล์ค5555
    #3,185
    0
  16. #3099 AuiJ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 16:02
    หึ!!! ไฟนรกรึคิดจะสู้แดดประดทศไทย!!! ดูถูกกันเกินไปแล้วว!!!
    #3,099
    0
  17. #2921 Xialyu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 19:54
    ขอบคุณค่ะ^^
    #2,921
    0
  18. #2709 Boutan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 08:17
    เพราะเราเชื่อว่าไฟนรกสู้แดดประเทศไทยไม่ได้ 55555+ ชอบประโยคนี้ของไรท์จัง
    #2,709
    0
  19. #2678 minggg- (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 01:28
    กรี๊ดดดด กลายเป็นรูทเลี้ยงเด็กแล้วค่า คุณณ
    #2,678
    0
  20. #2123 Narisa Ren (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:05
    ดูชมได้ ไม่บาป เชื่อโผ๊มมมม
    #2,123
    0
  21. #2083 sakila (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 02:51
    เออ เหมือนเล่นกับศาสนามากไปนะนั้น
    #2,083
    2
    • #2083-1 primary-meristem(จากตอนที่ 22)
      26 เมษายน 2562 / 18:26
      หลวงจีนไม่ค่อยถือเท่าไหร่ค่ะ ดูจากซีรี่ใดๆ ไม่น่าจะถือศีลแบบพระไทย ดังนั้นฟินได้
      #2083-1
    • #2083-2 Jupjip (จากตอนที่ 22)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 01:31
      น่าจะคนละนิกายกับเรานะคะ เหมือนพระที่ญี่ปุ่นก็แต่งงานมีภรรยาได้
      #2083-2
  22. #2070 nicharipaen04 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 00:41
    แง้ บาป
    #2,070
    0
  23. #1806 The Dreamer (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 02:02
    ขอทำความเข้าใจแป๊ะ คือลู่เหิงเขาคายแก่นปีศาจออกมาผสานกับของสิเศษเผื่อต้านทาน 99 สายฟ้า(ของขวัญจากอิเด็กอกตัญญู) พอแก่นปีศาจที่เสียหายเลยความจำเสื่อมสินะคะ
    #1,806
    0
  24. #1516 9jellys (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:30
    สถาบันทหาร ฮือออ มันแหม่งมากเลยง่ะคุณนักแปล เราสามารถใช้คำอื่นแทนได้มั้ยคะ โลกจีนเทพเซียนสามารถใช้คำอะไรแทนได้บ้าง ._. จวนแม่ทัพอะไรงี้ได้รึเปล่าคะ สถาบันทหารมันฟังดูทันสมัยมากๆเลยง่ะ ;-;
    #1,516
    1
    • #1516-1 ปราสาทน้ำแข็ง(จากตอนที่ 22)
      17 เมษายน 2562 / 15:35
      เปลี่ยนเป็นค่ายทหารละจ้าาา
      #1516-1
  25. #1438 Mizza (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:41
    ชอบตรงไฟนรกสู้แดดบ้านเราไม่ได้​ เราจะลงไปพร้อมกันใช่ไหมค่ะไรท์
    #1,438
    0