(END) Hello there ว่าไงน้องหมวย [ สนพ.ฟาไฉ ]

ตอนที่ 24 : น้องหมวยบทที่ 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,730 ครั้ง
    2 ม.ค. 62


                และในวันที่สามลุงก็ฟื้นขึ้นมาภายในห้องไอซียู บ้านผมเลยพอหายใจหายคอกันโล่งขึ้นบ้าง หลังจากนั้นสามวันก็ย้ายเข้าพักในห้องพักฟื้น ซึ่งลุงก็ยังไม่มีแรง ซีกขวาขยับไม่ได้ พูดได้เบาๆ แต่เข้าใจในสิ่งที่เราพูดรู้เรื่อง กินอาหารอ่อนๆได้ ป้าจะอยู่เฝ้าลุงทุกวัน โดยมีพีทเป็นคนคอยส่งข้าวส่งน้ำส่งเสื้อผ้า เพราะป้าเป็นห่วงลุงไม่ยอมกลับบ้านแล้วก็ไม่ยอมให้คนอื่นเฝ้าแทน

                ส่วนร้านน่ะเหรอ เราทำงานเป็นทีมงานคุณภาพขั้นสุด แม่ผมคือผู้นำ ที่เหลือคือตัวประกอบ ลูกค้าคือตัวร้ายที่จะคอยปั่นหัวเราในทุกวัน จากนั้นพอจากไปก็จะดรอปเงินทิ้งเอาไว้

                ปัญหาแรกที่เกิดตั้งแต่ยังไม่เปิดร้าน คือลูกจ้างไม่พอ หลายคนยังไม่กลับจากต่างจังหวัด บางคนก็พึ่งโทรมาแจ้งว่ายังกลับไม่ได้ ลูกป่วยบ้างละ รถเสียบ้างละ

จะปิดร้านไปก่อนก็ไม่ได้ เพราะมีลูกค้าโทรมาจองโต๊ะเยอะมากๆ เราเลยต้องเปิดร้าน ดีที่ว่าพวกพ่อครัวไม่ได้ลาไปไหน แต่คนล้างจานนี่มีอยู่คนเดียว  ถ้าสงสัยว่าแล้วใครช่วยเสิร์ฟ ใครช่วยล้างจานละก็ จะใครละ ผมไงครับ ยิ่งพี่ไทม์นะ พี่แกได้โอกาสก็รีบทำคะแนนกับแม่ผมใหญ่ ทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ส่งของยันกวาดร้านอะ ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องกันเลย

                อินเครดิเบิ้ลลลล สุดๆเลยจ้า

                อยากจะฟ้องเหลือเกิน ว่าพี่มันจับผมรีดน้ำคาบ้านเลยแม่

                หลังจากนั้นเราก็ได้ตัวประกอบมาช่วยเพิ่มเติม  อันได้แก่ หลวงแจ๊บในตำนานและน้องอาร์มกับคำท้าปัญญาอ่อนของเขา

                เห็นความหายนะแล้วใช่ไหมครับ นั่นยังไม่นับหลังจากที่มันเห็นว่าผู้ชายหน้าหล่อในร้านเป็นแฟนผม

                มันก็เอ๊ะๆ ไอ้หมวย นั่นนักร้องในผับคืนนั้นไม่ใช่หรอ ถามพร้อมชี้นิ้วที่หางคิ้วเหมือนคนขี้สงสัย

                เท่านั้นละครับ ผมก็โดนซักซะขาว อารมณ์เหมือนโดนแช่ด้วยแวนิช*แล้วปั่นด้วยไฮเตอร์อีกรอบ พี่ไทม์แม่งก็เอาแต่ยิ้มขำที่เห็นผมตอบคำถามด้วยหน้าแดงๆ

                หลังจากนั้นร้านเราก็หรรษาสุดๆ ถ้าจะให้เล่าก็อยากจะใส่เพลงเข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มความบันเทิง

                ในวันสุดท้ายก่อนเพื่อนผมจะกลับไปเชียงใหม่ หลังร้านปิดเราก็นั่งกินเหล้ากันหน้าบ้าน ส่วนพี่ไทม์กลับบ้านไปตั้งแต่เย็น เพราะต้องไปงานรวมญาติที่ต่างจังหวัดกับที่บ้านอาทิตย์นึง คุณนาชวนผมไปด้วยเพราะอยากพาผมไปเปิดตัว ผมเกือบทำน้ำพุ่งตอนได้ยิน เลยได้แต่ปฏิเสธอย่างประนีประนอมว่าผมยังไม่พร้อมครับ

                “มึงว่าปีนี้กูจะมีแฟนปะวะ” แจ๊บเป็นคนเปิดประเด็นหลังเหล้าแก้วแรกเข้าปาก อาร์มชายตามองสภาพแจ๊บก่อนจะอ้าปากตอบ

                “กูว่าให้มันเป็นเรื่องของโชคชะตาเถอะวะ”

                “ไอ้สัส”

                “โตแล้วนะมึง เลิกหม้อได้แล้ว ไม่เหนื่อยเหรอวะ ที่ต้องเริ่มต้นใหม่บ่อยๆ” ผมกระดกแก้วเหล้าแล้วเอ่ยถาม เตือนเพื่อนด้วยความหวังดี เขาเรียกว่าเปิดเรื่องเล่าในวงเหล้า

                “กูเหนื่อย แต่กูจริงจังนะเว้ย คุยก็คุยทีละคน คบทีละคน แต่สุดท้ายมันก็ไม่รอดอะ มึงจะรู้ได้ยังไงวะว่าคนนี้ๆจะอยู่กับเราไปตลอด” น้ำเสียงซีเรียสต่างจากทุกที ทั้งที่แต่ก่อนพออกหักก็จะเอาแต่โวยวาย

                บ่งบอกว่าบทสนทนาเริ่มแตกต่างไปจากเมื่อก่อน เมื่อเราต่างคนต่างโตขึ้น เรื่องในชีวิตก็จะเริ่มมีแต่เรื่องจริงจัง จากที่เคยท้านู่นนี่ปัญญาอ่อน กลายเป็นมานั่งถกปัญหาชีวิตด้วยกันแทน

                “กูก็ไม่รู้วะ ตอนกูเจอเอ็ม กูก็แค่รู้สึกประทับใจอะ ไม่เคยเจอคนขายบัตรสอยดาววันวิทยาศาสตร์โดนใจขนาดนี้มาก่อนเลย พอลองจีบลองคุยมันก็เข้ากันได้ ถ้าถามว่ากูชอบเขาเพราะอะไรกูก็ตอบไม่ได้อะ อะไรที่เขามี คนอื่นมันก็มี เขาน่ารัก คนอื่นที่น่ารักก็มีไหม แต่จริงๆคือมันเพราะว่ากูชอบเขา กูถึงมองว่าเขาน่ารัก เข้าใจปะ?”

                “เหมือน.... เหมือนจะเข้าใจวะเพื่อน” แจ๊บพยักหน้าด้วยท่าทางมึนๆ

                “ที่อาร์มมันจะบอกคือ มันไม่ได้ชอบน้องเอ็มเพราะเขาน่ารัก แต่เพราะว่ามันชอบเขาเลยมองว่าเขาน่ารัก” ผมอธิบายเพิ่ม

                “แล้วเกี่ยวอะไรกับคำถามของกูวะ”

                “ก็ถ้ามึงเจอคนที่เขาชอบมึงที่ตัวมึงจริงๆได้ เขาก็จะอยู่กับมึงไปได้นานไง ไม่ใช่ว่าเมื่อไหร่มึงไม่ตอบแชทเขา เขาก็เบื่อแล้วทิ้งมึงอะ”

                “เขาถึงบอกว่าสามีภรรยา มันต้องเป็นคนที่ศีลเสมอกัน ไลฟ์สไตล์มันต้องเข้ากันได้อะเพื่อน” อาร์มพูดพร้อมยกแก้วเหล้าชน

                แจ๊บทำหน้าเสียใจใส่ เหมือนชีวิตน่าจะไม่มีทางได้เจอคนนั้น ผมส่ายหน้ายิ้มๆให้เพื่อน รีบเครียดชิบหาย อายุยังไม่ถึงยี่สิบ ก็กลัวขึ้นคานซะแล้ว

                “ตั้งใจเรียนเถอะครับคุณ เป็นคนดี มีงานดี เดี๋ยวก็ได้เจอเอง มึงจะเครียดทำไมเนี่ย หอยหลอดเอ้ย” ผมขยี้หัวเพื่อนที่ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก ผมว่าหนึ่งเทอมที่ผ่านมามันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่เลยวะ แต่จะเป็นคนดีไม่ถามก็แล้วกัน

                “มีผัวแล้วก็พูดได้”

                “ยังไม่ใช่ผัวเว้ย” ผมโวยวายแล้วหันไปตบหัวไอ้แจ๊บ จนมันเบ้หน้า

                “ให้กูท้าไหม เหมือนตอนมึงท้ากูเปิดซิงแฟนกูไง”

                “ไม่ต้องเลย เดี๋ยวกูพร้อมกูก็ทำกันเองแหละน่า”

                “เออเนอะ หล่อขนาดนั้นคงไม่ต้องพึ่งคำท้ากูหรอก เดี๋ยวมึงก็ใจแตก”

                “เกลียดมึงวะอาร์ม”

                ผมส่ายหน้าระอา แล้วรินเหล้าเพิ่ม รินไปก็นึกถึงคนที่กินเบียร์แล้วทำตัวรั่ว

                เรื่องเล่าในวงเหล้ายังดำเนินต่อไปจนดึกดื่น ส่วนใหญ่ก็หยิบเรื่องเพื่อนคนนู่นคนนี่มาพูดถึง แล้วก็ลามไปเรื่องเรียน สังคมในมหาลัย ชาบูร้านไหนอร่อย หนังเรื่องไหนสนุก เสียดายที่ก่อเกียรติมันไปเป็นแพนด้าอยู่ที่จีน หายหัวไร้การติดต่อ ไม่งั้นก็ครบองค์ไปแล้ว

                นานๆเจอกันทีก็ดี มันทำให้ผมรู้สึกคิดถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกัน มัธยมเหมือนพึ่งผ่านมาไม่นาน แต่ความจริงคือมันผ่านไปแล้ว เราไม่มีทางมายืนเคารพธงชาติตอนเช้าๆด้วยกันอีกแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าในปีต่อๆไปเราจะมานั่งกินเหล้าแล้วคุยเรื่องโง่ๆด้วยกันอีก

                เพราะบางทีการได้อยู่กับบรรยากาศเดิมๆมันก็เหมือนได้ชาร์ตแบตสำหรับการเป็นผู้ใหญ่

               

                ผลเสียคือผมแฮงค์  ลุกขึ้นมาด้วยหัวที่หนักอึ้ง ขับรถไปส่งสองสหายในตอนเช้าที่สถานีรถไฟ พวกมันดูแปลกใจที่เห็นแม่ผมทำข้าวกล่องให้เพราะต้องนั่งรถนาน แถมขนมอีกถุงใหญ่ ที่ผ่านมาผมกับแม่ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ มันเลยแปลกใจที่คราวนี้ผมคืนดีกับแม่ได้นาน ปกติจะคุยกันดีๆได้แค่สองสามคำ

                ผองเพื่อนผมเลยไม่คุ้นชินกับแม่ผมเวอร์ชั่นใจดี

                ผมเลยได้แต่ชี้อวดๆอยู่ข้างหลังว่า นี่แม่กูๆ

               


                หลังจากนั้นสองวันผมก็เหมือนแฮงค์ต่อเนื่อง ไม่หรอก ความจริงคือผมกำลังจะป่วย หัวมันตื้อๆไม่ยอมหาย เจ็บคอจนกินข้าวได้น้อย เมื่อคืนผมก็เผลอหลับจนไม่ได้รับโทรศัพท์พี่ไทม์ อาการไอยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง

                แต่คือสุขภาพจิตช่วงนี้ผมดีมาก ผมกับแม่เราไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก แต่เพราะผมต้องไปช่วยทำบัญชีอยู่ทุกคืน เราเลยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันบ่อยๆ อย่างน้อยแม่ก็ไม่ได้เอาแต่พูดจาทำร้ายกันเหมือนแต่ก่อน

                สำหรับน้องชายที่ยังไม่ปิดเทอมและเข้าใกล้วันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปทุกที ผมก็ได้ทำหน้าที่พี่ชายโดยการติวข้อสอบภาษาอังกฤษให้น้อง บางทีก็เป็นคนเอาของไปส่งที่โรงพยาบาลแทนน้อง พอไม่มีลุงคอยเปิดประเด็นเรื่องผมเป็นเกย์ ป้าก็ไม่ค่อยกล้าพูดอะไร

                เขาควรเรียนรู้ได้แล้วว่าตอนนี้ใครใหญ่ เขาควรจะรีบทำดีกับผม เพราะตอนนี้ผมคอยดูแลค่าใช้จ่ายในบ้าน ถ้าไม่ทำตัวดีๆผมตัดค่าขนมแน่

                ทั้งหมดทั้งมวลผมเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นพี่ชายที่น่ารักกับน้องแบบสุดๆ เนี่ยมันคือความแบบอิ่มเอมใจ น้องทำข้อสอบไม่ได้ก็มาหาเรา เครียดก็มาหาเรา หิวข้าวก็พี่อิณต้มมาม่าให้พีทหน่อย น้องเชื่องกับผมมากเลยอะ ถึงน้องจะไม่ได้ตัวเล็กตัวน้อย แต่เขาก็น่ารักมากๆเลย นึกเสียดายว่าเราน่าจะดีกันได้ตั้งนานแล้ว ผมจะได้เลี้ยงเขาตั้งแต่ตัวน้อยๆ

                แล้วด้วยสุขภาพจิตที่ดีมากเวอร์ทำให้ผมยังคงทำงานได้ด้วยความสบายกายสบายใจ แม้สภาพร่างกายจะเริ่มไม่ค่อยจะไหวแล้วก็ตาม

                คงเพราะผมนอนดึกมาหลายวัน พอจะป่วยมันก็เลยทรุดลงเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าตัวร้อนๆหนาวๆทั้งวัน

                วันต่อมาผมก็ยังช่วยร้านปกติ ตอนเย็นก็ไปรับพีทที่โรงเรียน แล้วเลยไปหาป้ากับลุงที่โรงพยาบาล ลุงเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆแต่ก็ยังไม่มาก หมอบอกว่าถ้าหมั่นทำกายภาพบำบัดก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แม้จะไม่ 100% ก็ตาม และอีกไม่กี่วันลุงก็คงจะกลับบ้านได้

                ความสัมพันธ์ของผมกับป้าไม่ได้แย่นัก เขาไม่ได้ว่าพีทที่จะเรียนวิศวะ หรือที่ทำตัวสนิทสนมกับผม บางทีเขาอาจจะเห็นแล้วว่าพอถึงเวลาที่ลำบาก ผมก็ไม่ได้ทิ้งน้องหรือทิ้งแม่ แม้กระทั่งตัวเขากับลุงเอง ที่ทำไม่ดีกับผม

                อคติที่ว่าผมชอบผู้ชายด้วยกันเลยไม่ได้ถูกว่ามองว่าสำคัญอีกต่อไป

                หลังกลับจากโรงพยาบาลผมรู้สึกว่าอาการตัวเองแย่ลง เริ่มมีไข้ สมองเริ่มคิดช้าลง ตาผมเริ่มลายตอนกำลังทำบัญชีกับแม่ แม่เลยไล่ผมไปกินยาแล้วรีบเข้านอน

                ผมไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปตอนไหน แต่จำได้ว่าผมรู้สึกหนาวมากๆ

 

               

               


                ตอนเช้าผมตื่นสาย มีแผ่นคูฟีเวอร์จากไหนไม่รู้แปะอยู่ที่หน้าผาก แต่ผมก็ยังรู้สึกหน้าร้อนตลอดเวลา อาการปวดหัวของผมยังอยู่ดี ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วเห็นพี่ไทม์โทรมาแต่ผมไม่ได้รับสาย เลยกดโทรกลับไปเหมือนทุกที

                “ตื่นสาย... ชิ่งหลับไม่รับสายพี่มาหลายคืนแล้วนะ ไม่คิดถึงกันเหรอครับ” แอทแทคกันแต่เช้าเลยนะ

                “คิดถึง แต่ผม แค่กๆ เผลอหลับไง” ผมโกหก

                “ยังไม่หายไออีกหรอ จะไม่สบายหรือเปล่า ไอมาหลายวันแล้วนะ ไปหาหมอดีกว่านะพี่ว่า” พี่ไทม์ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่ผมไม่อยากให้เขาห่วง เลยตอบแบบไม่หมดเหมือนทุกที

                “ผมก็แค่ไอเฉยๆ ลมมันเย็นอะ อากาศมันเลยแห้งๆ พี่ไม่ต้องห่วงหรอกน่า แล้วพี่เป็นไงบ้าง ไปเที่ยวไหนมาเมื่อวาน”

                “ไปน้ำตกมาเมื่อวาน สวยมาก น้ำเย็นดีด้วย น้องแพรเล่นไม่ยอมเลิกเลย อยากให้เรามาด้วยนะ พี่นั่งคิดอยู่เมื่อคืนว่าปิดเทอมหน้าจะพาเราไปเที่ยว...”

                “ไปสิ ไปกันสองคนเนอะ ต่อให้พวกพี่แชมป์อยากมาผมก็จะไม่ให้ไป แค่กๆ”

                “งั้นก็ต้องดูแลตัวเองดีๆรู้ไหม ถ้าไม่สบาย ไม่พาไปเที่ยวนะ”

                “รู้แล้วน่า ชอบทำเหมือนผมเป็นเด็กทุกที”

                “ก็ชอบทำให้ห่วง คำว่าไหวของเรามันเชื่อได้ทีไหน”

                “บ่นอีกแล้วคุณเวลา บ่นทุกวันเลยยย แล้วกินข้าวรึยังเนี่ย” ผมพยายามเปลี่ยนเรื่อง ยิ่งโตก็ยิ่งบ่นเป็นหมีกินผึ้ง

                “กินแล้วครับ เราก็ลงไปกินข้าวได้แล้ว พี่ต้องวางแล้วนะ”

                “โอเค คืนนี้ค่อยคุยกัน”

                “ครับ คืนนี้เจอกัน” แล้วพี่มันก็วาง

                หืม? เมื่อกี๊เขาบอกว่าเจอกันใช่ไหม สงสัยจะวิดีโอคอลมาละมั้ง

 

                แล้วผมก็ลงไปทำงานเหมือนทุกวัน วันนี้ลูกค้าไม่ค่อยเยอะ แต่ก็ต้องเดินไปเดินมาตลอด หน้าผมแดงกว่าทุกวันเพราะพิษไข้ ผมฝืนทำงานไปเรื่อยๆ ถึงเวลากินข้าวก็พัก แต่พอตกเย็นผมก็รู้สึกแย่จนสุดท้ายผมก็หน้ามืดกลางร้าน ล้มลงไปชนโต๊ะจนแขนถลอก ทำให้ทุกคนตกใจกันไปหมด พอหายตกใจก็รีบมาพยุงผมขึ้นจากพื้น แม่โวยวายใหญ่เลย เอาแต่ว่าผมว่าไม่ไหวแล้วยังจะฝืน นู่นนี่นั่นเยอะแยะไปหมด แต่ก็ยังพาผมขึ้นห้อง

                ถึงห้องผมก็ล้มตัวนอน หัวหนักอึ้ง ขยับไปทางไหนก็ปวดตัวไปหมด รู้สึกหนาวจนตัวสั่น จนต้องขดตัว แม่ผมเข้ามาเช็ดตัวให้ แล้วก็ลงข้างล่างไป สักพักก็ขึ้นมาพร้อมชามข้าวต้ม ผมฝืนกินได้ไม่กี่คำ แม่ก็ยัดยาใส่มือผม ก่อนไปก็เอาคูฟีเวอร์มาแปะให้

                ผมยิ้มเพราะรู้แล้วว่าคูฟีเวอร์เมื่อเช้าเป็นของใคร

                ก่อนไปแม่ก็ยังอวยพรให้หายดีอีกว่า ถ้าไม่ไหวก็โทรลงมา อย่ามาตายในบ้านฉัน

               

 


                ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว แต่ผมรู้สึกปวดหัวมาก กระบอกตาร้อนไปหมด ปวดจนผมร้องไห้ออกมา ห้องผมมืดไปทั้งห้อง ตอนนี้คงจะมืดแล้ว อาจจะดึกแล้วด้วยซ้ำ

                ผมไม่มีแรงกระทั่งจะลุกขึ้น ได้แต่หายใจหอบอยู่บนเตียง หนาวจนสั่น ไข้ขึ้นสูงจนผมตาลายไปหมด ยิ่งตาลายก็ยิ่งปวดหัว สักพักผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตู กลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ผมมองหาที่มาของกลิ่น

                เจ้าของกลิ่นเดินเข้าใกล้ผม แต่ผมมองหน้าเขาไม่ชัดเลย แล้วผมก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆที่ข้างแก้ม ไล่มาจนถึงซอกคอ

                “ทำไมตัวร้อนแบบนี้วะ” ผมจำเสียงนี้ได้ เขาสบถเสียงเครียด พี่ไทม์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่

                “ลุกไหวไหม พี่จะพาไปโรงพยาบาล”

                ผมส่ายหน้า ตอนนี้ปวดหัวจนน้ำตาคลอ พี่ไทม์พยุงผมลุกขึ้นนั่งแล้วใส่เสื้อกันหนาวให้ผม

                “พี่ไทม์ พี่อิณเป็นไงบ้าง” นั่นเสียงพีท

                “พีทไปสตาร์ทรถเลย พี่จะพาพี่เราไปโรงพยาบาล”

                “เป็นหนักเลยหรอพี่ เห้ย รอแป๊ปนึง ผมไปเอากุญแจรถก่อน” แล้วผมก็ได้ยินเสียงวิ่งรีบร้อนออกจากห้องไป

                “ชอบฝืนไม่เข้าเรื่อง หายเมื่อไหร่จะบ่นให้หูชาเลย”

                แล้วตัวผมก็ลอยขึ้น หัวพิงอยู่กับอก คิดในใจว่าโดนโกรธแน่ๆงานนี้ ที่เป็นอะไรไม่ยอมบอกเขา

                แต่เอาไว้ค่อยง้อแล้วกัน ตอนนี้ปวดหัวอะ พิงอกอุ่นๆแล้วมันก็ง่วง ขอนอนก่อนนะ...

 

 

 

 

*แวนิช


***************************

สวัสดีปีใหม่นะคะทุกคน ขอให้เป็นปีที่ดีเนอะ มีความสุขกันมากๆนะคะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันนะคะ

เราติดอันดับด้วยนะทุกคน เราแบบ ปริ่มใจมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะคนอ่านจริงๆ ขอบคุณมากๆเลยนะคะเป็นอะไรที่ฟินมาก


คิดว่าอีกสองตอนก็น่าจะจบแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ดรามงดราม่าอัลไร ไม่มี๊

คืนนี้ก็ ฝันดีนะคะ♥


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.73K ครั้ง

1,850 ความคิดเห็น

  1. #1828 xxxlilly (@xxxlilly) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 20:50
    อยากให้คุณไรท์มาอ่าน คือเราสังเกตุว่าทั้งเรื่องนี้อ่ะค่ะ มักสะกดคำลงท้ายคำว่า "ว่ะ" ผิดเป็น "วะ" ทุกคำเลย คือมันก็มีบางประโยคที่ต้องใช้คำว่า วะ ลงท้ายจริงๆ แต่ส่วนมากมันผิดอ่ะค่ะ เป็นไปได้อยากแนะนำให้แก้นะคะ เพราะมันหลายจุดเลยค่ะ
    #1828
    2
  2. #1760 Jibangrin (@Jibangrin) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 09:14
    น้องดื้อเก่งมากกกกก ตีเลยยย!!
    #1760
    0
  3. #1579 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 16:43

    น้องแอบดื้อ แต่พี่ไทม์ก็ไม่เคยห่างน้องเลย อิจฉาๆๆ

    #1579
    0
  4. #1463 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 19:37
    ดื้อไงเรา ป่วยเลย
    #1463
    0
  5. #1320 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 17:08
    น้องหมวยชอบเป็นแบบนี้อ่ะ ดื้อตลอดเลย
    #1320
    0
  6. #1260 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 05:44
    น้องหมวยไม่ดูแลตัวเองเลย
    #1260
    0
  7. #946 Severus (@aun_pun233) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 15:26
    ดื้อจริงๆนะน้องหมวยยส
    #946
    0
  8. #752 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 12:36
    นุ้งหมวยแง
    #752
    0
  9. #677 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:15
    เจ้าดื้อจริงๆ
    #677
    0
  10. #574 kunkam (@kunkam) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:11
    เจ้าดื้อไม่สบายอิพี่ก็บ่นแต่ก็ห่วงน้อง คือปริ่ม^^
    #574
    0
  11. #570 ncavirda (@noey_tuan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:42
    อยากเห็นเค้าสวีทกันเด้ออ ขอร้อองงงงพลีสสส
    #570
    0
  12. #566 Mymint>\\\< (@minneymint) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 16:07

    น้องไม่ซำบายยยย
    #566
    0
  13. #563 jaraspon (@jaraspon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 14:05
    ว้อน nc มากอ่ะ
    #563
    0
  14. #559 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 08:40
    ไจแอนด์แพ้น้องตลอด บ่นแต่ก็ทำทุกอย่างให้อยู่ดี
    #559
    0
  15. #557 KuKoi Kim (@amore-ku63) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 07:20
    คุณเวลาน่ารักมากอ่ ะ ถึงจะขี้บ่นแต่ก็รักน้องมากมายจริงๆ
    #557
    0
  16. #555 waenmild2541 (@waenmild2541) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 05:13
    จะจบแล้วหรอออออออองืออออ
    #555
    0
  17. #550 Xe-niiz (@Xe-niiz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 01:20
    ไม่อยากให้จบงื้อออ สู้ๆนะคะ
    #550
    0