ท่านอ๋องบ้ากามกับโฉมงามหวางเฟย

ตอนที่ 2 : คำพยากรณ์เริ่มขึ้นแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

เช้าวันรุ่งขึ้น.......

ฮ่องเต้จงไท่หยวนรีบรุดมาหาน้องชายของตนถึงในตำหนักที่พักรักษาตัวอยู่  ด้วยสีหน้าที่ระงับความตื่นเต้นดีใจเอาไว้แทบไม่อยู่

"น้องเจ็ด  น้องเจ็ด"  เสียงเรียกที่ดังขึ้นหน้าตำหนักทำให้จงไท่หยางค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ  เนื่องด้วยตนต้องทนทรมานจากการปวดศีรษะไปหลายชั่วยาม  พึ่งจะข่มตาให้หลับลงได้เมื่อยามอิ๋น (ช่วงเวลาตีสามถึงตีสี่ห้าสิบเก้านาที) นี้เอง

"ถวายพระพรเสด็จพี่พะยะค่ะ"  จงไท่หยางลุกขึ้นมาคุกเข่าถวายพระพรข้างเตียงทันทีเมื่อพบว่าฮ่องเต้จงไท่หยวนได้เดินเข้ามาหาตนถึงในห้องนอนแล้ว

"ลุกขึ้นเร็วเข้าน้องเจ็ด  เมื่อคืนข้านอนคิดทั้งคืนถึงวิธีการในการช่วยรักษาเจ้า  และแล้วข้าก็คิดออกแล้วหนึ่งวิธี"  ฮ่องเต้จงไท่หยวนเอ่ยขึ้นอย่างดีพระทัย

"วิธีการใดหรือพะย่ะค่ะพี่สี่"  จงไท่หยางเอ่ยขึ้นอย่างมีความหวัง

"ในเมื่อรักษาเจ้ามาหลายวิธีแล้ว  อาการของเจ้ายังไม่ดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย  ข้าเลยคิดว่าจะเชิญไต้ซือที่วัดต้าลู่บนภูเขาเทียนซานลงมาช่วยทำนายดวงชะตาของเจ้าและแนะนำถึงวิธีการรักษาเจ้าอย่างไรเล่าน้องเจ็ด"  

"พี่สี่  ไต้ซือที่ท่านพูดถึงคงไม่ใช่ไต้ซือเมี่ยวซ่านหรอกนะ"  จงไท่หยางเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ

"ใช่แล้วน้องเจ็ดคนที่ข้าพูดถึงคือไต้ซือเมี่ยวซ่านนั่นเอง  ทำไมรึ?" ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความสงสัย

"พี่สี่  ไต้ซือเมี่ยวซ่านนั้นผู้คนล้วนร่ำลือกันว่าท่านได้บรรลุธรรมขั้นสูงเปรียบดังเทพเซียนในร่างของมนุษย์ชอบปลีกวิเวกยิ่งนัก  ใช่ว่าจะพบตัวและเข้าถึงท่านได้ง่ายๆ  แล้วพี่สี่จะไปขอให้ท่านมาช่วยทำนายถึงแนวทางการรักษาข้าได้อย่างไรหรือพะยะค่ะ"  อ๋องเจ็ดจงไท่หยางเอ่ยถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ  

"น้องเจ็ดเจ้าไม่รู้อันใดเสียแล้ว  ทุกสามปีไต้ซือเมี่ยวซ่านจะลงจากเขามาโปรดสัตว์ผู้ตกทุกข์ได้ยาก  และช่วยพยากรณ์ถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหา  หากเราหาไต้ซือเมี่ยวซ่านพบ  ข้ามีความเชื่อว่าไต้ซือต้องมีวิธีรักษาอาการปวดหัวของเจ้าได้เป็นแน่"  ฮ่องเต้ตรัสอย่างมีความเชื่อมั่นในวิธีที่ตนพึ่งคิดขึ้นมาได้เป็นอย่างมาก

"แล้วไต้ซือจะลงจากเขามาเมื่อไหร่รึพี่สี่?"

"อีกสองวันข้างหน้า  ข้าจะให้คนไปดักพบและเรียนเชิญไต้ซือมาที่วังหลวงให้จนได้"  ฮ่องเต้เอ่ยขึ้น

"ขอบพระทัยพี่สี่ยิ่งนักพะยะค่ะ"  อ๋องเจ็ดจงไท่หยางเอ่ยขึ้นอย่างซึ้งใจ  

"แล้ววันนี้อาการปวดหัวของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างน้องเจ็ด?"

"หลังจากกินยาแก้ปวดที่หมอหลวงจัดให้  อาการปวดหัวของข้าก็พอทุเลาลง  แต่ก็ยังปวดอยู่บ้างเป็นพักๆพะยะค่ะ"

"เช่นนั้นเจ้าก็พักก่อนเถิดน้องเจ็ด  หากข้าเรียนเชิญไต้ซือเมี่ยวซ่านมาได้แล้ว  ข้าจะให้เขาเข้ามาพบเจ้าที่วังหลวงทันที"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมทั้งเดินออกจากตำหนักไปอย่างเงียบๆ

...…..…............................

ณ  ภูเขาเทียนซาน  ยามซวี  เวลากลางคืนที่ดวงดาวพร่างพราวเต็มท้องฟ้า  ไต้ซือเมี่ยวซ่านได้แหงนมองดูดวงดาวบนท้องฟ้ามานานหลายเค่อ  จนศิษย์ที่คอยรับใช้ใกล้ชิดอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า

"เรียนถามท่านอาจารย์  มิทราบว่าท่านเฝ้ามองดูดวงดาวบนฟ้ามาเนิ่นนานด้วยจุดประสงค์อันใดหรือ?"

"อาหลง  อีกสองวันข้างหน้าอาจารย์ต้องลงจากเขาไปโปรดสัตว์แล้ว  อาจารย์จึงต้องทำนายดวงชะตาผ่านดวงดาวว่าบุคคลที่มีวาสนาตรงกันกับอาจารย์และควรได้รับการช่วยเหลือนั้นเป็นใคร  อยู่ยังทิศใดอย่างไรเล่า"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านตอบพร้อมทั้งลูบเครายาวสีเงินยวงของตนอย่างใช้ความคิด

"อาจารย์ท่านจะไปโปรดสัตว์ยังที่ใดหรือขอรับ?" 

"วังหลวงแคว้นลู่  โปรดท่านอ๋องเจ็ดจงไท่หยาง"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านตอบเพียงเท่านั้น  จึงหมุนตัวเดินกลับไปยังอารามเพื่อทำสมาธิต่อทันที

สองวันผ่านไปขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า  ไต้ซือเมี่ยวซ่านและอาหลงลูกศิษย์คนสนิทได้พากันเดินทางลงจากเขาเพื่อไปโปรดสัตว์ตามคำทำนายจากดวงดาวทันที

"อาจารย์  วังหลวงแคว้นลู่นั้นอยู่ห่างไกลจากภูเขาเทียนซานของเราหลายร้อยลี้ยิ่งนัก  เดินทางหลายวันหลายคืนกว่าจะถึง  เหตุใดเราไม่ไปยังวัดต้าเจาที่อยู่ใกล้ชานเขาเหมือนเช่นครั้งก่อนเล่าท่านอาจารย์  ผู้ใดต้องการความช่วยเหลือจากเราก็ต้องเป็นฝ่ายที่ต้องเดินทางมาหาเรามิใช่รึ"  อาหลงโอดครวญขึ้น  เมื่อเดินทางลงจากเขามาได้เพียงห้าลี้เท่านั้น

"สวรรค์ลิขิตแล้วอาหลง  ใยเจ้าจะต้องพูดบ่นให้มากความเช่นนี้ด้วยเล่า"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยขึ้นอย่างสงบ

"หากเจ้าไม่อยากลงจากเขาไปกับอาจารย์  เจ้าก็กลับขึ้นเขาไปเสียเถิดอาหลง  อาจารย์ไม่ตำหนิเจ้าหรอก  แต่อาจารย์จะตำหนิตนเองมากกว่าที่สั่งสอนศิษย์ไม่ได้เรื่องเอง"  

"ข้าผิดไปแล้วอาจารย์  ขออาจารย์ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะ  นักบวชย่อมต้องบวชเพื่อแสวงหาความหลุดพ้นและมีเมตตาโปรดสัตว์  มิใช่มีเพียงการพูดบ่นและไม่ยอมอดทนต่ออุปสรรคกับเรื่องที่ต้องได้ประสบพบเจอเช่นนี้"  อหลงเอ่ยคุกพร้อมทั้งคุกเข่าลงตรงหน้าอาจารย์

"ลุกขึ้นเถิดอาหลง  เห็นเจ้าคิดได้เช่นนี้  อาจารย์ก็มีกำลังใจในการสั่งสอนศิษย์ต่อไปแล้ว"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยขึ้นอย่างมีเมตา

การเดินทางผ่านไปอีกหลายชั่วยามจนกระทั่งตะวันเริ่มจะลับขอบฟ้า  สองลูกศิษย์อาจารย์จึงเดินทางลงมาถึงตีนเขาเทียนซานพอดี

เมื่อเดินทางลงมาถึงก็พบเข้ากับขบวนรถม้าและองครักษ์ฝีมือดีราวหกคน  ทุกคนต่างเข้ามาคำนับและหนึ่งในองครักษ์ได้ถามขึ้นมาว่า  "ไต้ซือ  ท่านจะเดินทางไปยังที่ใดหรือ  แล้วท่านคือไต้ซือเมี่ยวซ่านใช่หรือไม่"

"ใช่แล้วอาตมาคือไต้ซือเมี่ยวซ่านเอง  ประสกมีอันใดกับอาตมาเช่นนั้นรึ?"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยถามด้วยความสงบ

"ข้าได้รับพระบัญชาจากฝ่าบาทให้มารับไต้ซือไปยังวังหลวง"  องครักษ์คนหนึ่งกล่าวขึ้น

"เจ้ามีอันใดบ่งบอกว่าฮ่องเต้ส่งเจ้ามาเช่นนั่นรึ?"  อาหลงกล่าวแทรกขึ้นมา

"ข้ามีตราหยกประจำพระองค์มาด้วย"  องครักษ์ที่ดูแล้วน่าจะเป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้น

"จะเป็นตราหยกประจำพระองค์จริงหรือเท็จก็ไม่มีผู้ใดรู้นะท่านอาจารย์"  อาหลงกระซิบกระซาบกับอาจารย์ของตนเบาๆ

"ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เชิญไต้ซือเมี่ยวซ่านไปยังวังหลวง  รบกวนไต้ซือกับลูกศิษย์ขึ้นนั่งในรถม้าด้วย"  หนึ่งในองครักษ์กล่าวเชิญ

"ได้"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยขึ้นพร้อมกับขึ้นนั่งบนรถม้าทำให้อาหลงต้องวิ่งตามอาจารย์ของตนไปติดๆ

ขบวนรถม้าใช้เวลาทั้งสิ้นสองชั่วยามจึงเดินทางเข้ามาถึงวังหลวง

"ขอเชิญไต้ซือพักผ่อนที่ตำหนักรับรองนี้ไปก่อน  ข้าจะให้คนจัดเตรียมอาหารมาให้  พรุ่งนี้ยามเฉินจะมีคนพาไต้ซือไปกับพบฝ่าบาท"  องครักษ์ที่พาไต้ซือเมี่ยวซ่านมาส่งยังตำหนักเอ่ยขึ้น

"อามิตตาพุทธ"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านกล่าวเพียงเท่านั้นก็นั่งประจำที่ทำสมาธิต่อไปทันที

....................................

วันพรุ่งเมื่อยามเฉินมาถึง

ขันทีผู้หนึ่งได้มานำทางพาไต้ซือเมี่ยวซ่านไปยังตำหนักที่อ๋องเจ็ดพักรักษาตัวอยู่

เมื่อขันทีนำส่งไต้ซือที่หน้าตำหนักเสร็จแล้ว  จึงรออยู่ที่หน้าตำหนัก  และให้ไต้ซือเมี่ยวซ่านกับลูกศิษย์เดินเข้าไปภายในตำหนักกันสองคน

เมื่อก้าวเข้าไปในตำหนักได้สักพัก  ไต้ซือเมี่ยวซ่านก็พบเข้ากับบุรุษในชุดคลุมมังกรกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทีที่สง่าผ่าเผยเปี่ยมล้นไปด้วยบารมี  ส่วนบุรุษอีกหนึ่งคนนั้นอยู่ในชุดสีดำเข้มปักด้วยดิ้นทองรูปร่างสูงใหญ่กำยำ  ดูมีกลิ่นอายของการฆ่าฟันและกลิ่นอายของบุรุษเพศอยู่อย่างเต็มเปี่ยม

"คาระฝ่าบาท  คารวะท่านอ๋องเจ็ด  ขอทั้งสองพระองค์ทรงมีพระชนม์มายุยืนหมื่นปีหมื่นๆปี"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านประสานมือคำนับทั้งสองพระองค์  

ทางด้านอาหลงก็คำนับตามแบบอาจารย์ของตนเช่นเดียวกัน

"ตามสบาย  ไม่ต้องมากพิธี  ขอบใจไต้ซือมากที่ตอบรับคำเชิญของข้ามายังวังหลวงในวันนี้"   ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมกับยกชาขึ้นจิบไปด้วย

"ไม่ทราบว่าประสกทรงมีพระประสงค์ใดให้ข้าช่วยเหลือเช่นนั้นรึ?"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยถามขึ้น

"ข้าทราบมาว่าไต้ซือนั้นมีความสามารถทางด้านโหราศาสตร์อย่างยิ่ง  เลยอยากขอให้ท่านช่วยทำนายทายทักให้กับอ๋องเจ็ดจงไท่หยางถึงการรักษาอาการปวดศีรษะของเขาด้วยจะได้หรือไม่"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นอย่างช้าๆ

"ทูลประสก  อาการปวดหัวของท่านอ๋องเจ็ดนั้นรักษาได้ง่ายนิดเดียว  เพียงแต่....."  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยอ้ำๆอึ้งๆ

"เพียงแต่อันใดรึท่านไต้ซือ?"  อ๋องเจ๋ดจงไท่หยางเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

"เพียงแต่ท่านอ๋องเจ็ดมีพระชายาที่เป็นคู่แท้ของพระองค์มาคอยอยู่เคียงข้างกาย  อาการปวดหัวของท่านอ๋องเจ็ดก็จะหายลงไปแล้วถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านตอบพร้อมกับหลับตานับลูกประคำในมือไปด้วย

"ไต้ซือ  กล่าวราวกับว่าหวางเฟยของข้าเป็นดุจยาวิเศษอย่างไรอย่างนั้นเลยนะ"  จงไท่หยางเอ่ยยิ้มๆ

"แล้วถ้าหาก  ข้าอยากหายขาดจากอาการปวดหัวไปเลยต้องทำอย่างไรเล่าเช่นนั้นรึ?"

"เมื่อเวลานั้นมาถึง  ท่านอ๋องเจ็ดย่อมต้องรู้ด้วยตนเองโดยมิต้องให้ใครมาบอกแน่นอนว่าต้องทำวิธีการใด  ถึงจะหายขาดจากอาการปวดหัวได้"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านตอบพร้อมทั้งระบายยิ้มออกมาเล็กน้อย  

"แล้วใครกันเล่าจะมาเป็นชายาของน้องสี่ได้"  ฮ่องเต้จงไท่หยวนเอ่ยขึ้น

"บุคคลที่เกิดวันที่แปด  เดือนแปด  ขึ้นแปดค่ำ  ปีทู่เหนียน  (ปีกระต่าย)  จะมาย้ำเตือนความรักให้สว่างขึ้นภายในใจของท่านอ๋องเจ็ด  พลังแห่งความรักนั้นจะช่วยรักษาอาการปวดศีรษะของพระองค์ได้"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านตอบ

"แล้วอีกนานแค่ไหนข้าถึงจะได้พบเจอกับนาง"  จงไท่หยางเอ่ยถามขึ้นอย่างมีความหวัง

"แล้วข้ากับนางจะรักชอบกันได้อย่างไร  ข้าเดาทางไปไม่ถูกเลย"  จงไท่หยางเอ่ยขึ้นพร้อมกับนวดคลึงขมับของตนไปมาเบาๆ

"เรื่องนี้คงสุดแท้แต่สวรรค์ลิขิต  ขอประสกอย่าได้วิตกกังวลจนเกินไปนักเลย"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยขึ้นพร้อมกับค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ 

"หมดธุระของอาตมาแล้ว  อาตมาต้องขอตัวไปโปรดสัตว์ที่อื่นต่อ  คงต้องขอตัวลาไปก่อนแล้ว"     

"ขอบคุณไต้ซือมากที่ช่วยสละเวลามาช่วยทำนายทายทักและให้คำแนะนำในการรักษาอาการปวดหัวให้กับข้า"  จงไท่หยางเอ่ยขึ้นพร้อมกับโค้งตัวลงมาเล็กน้อย

"ไม่ทราบไต้ซือจะเดินทางไปยังที่ใดต่อ  ข้าจะให้องครักษ์ไปส่ง"  ฮ่องเต้จงไท่หยวนตรัสขึ้น

"ขอประสกอย่าได้ยุ่งยากอันใดกับอาตมาต่อไปเลย  ด้วยอาตมาจะเดินทางไปเรื่อยๆ  ตอนนี้ยังไม่มีจุดหมายใด  จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องให้องครักษ์ไปส่ง  อาตมาขอทูลลา"  ไต้ซือเมี่ยวซ่านเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งยกมือขึ้นคำนับก่อนจะเดินออกจากตำหนักไปพร้อมกันกับลูกศิษย์  ทิ้งให้องค์ฮ่องเต้จงไท่หยวนและอ๋องเจ็ดจงไท่หยางต่างนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิดไปกันคนละแบบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #28 jibzaa2712 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 10:45
    น่าจะใช้ว่า ถวายพระพรฝ่าบาทและท่าวอ๋อง แล้วฝ่าบาทและท่านอ๋องควร คาราวะท่านไต้ซือด้วยนะ
    #28
    3
    • #28-1 爱飛 อ้ายเฟย(จากตอนที่ 2)
      2 ตุลาคม 2563 / 10:51
      ขอบคุณมากเลยค่ะรี้ด ❤️❤️❤️
      #28-1
  2. #2 nuy2000 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 15:26
    รอนะคะ
    #2
    1
    • #2-1 爱飛 อ้ายเฟย(จากตอนที่ 2)
      4 สิงหาคม 2563 / 15:26
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะรี้ด 💖💖 เอาหัวใจไป 😁😁
      #2-1