ท่านอ๋องบ้ากามกับโฉมงามหวางเฟย

ตอนที่ 1 : ที่มาของอาการปวดหัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    7 ต.ค. 63

รัชศกจิ้นหนานปีที่แปดแห่งแคว้นลู่

ทั่วทั้งวังหลวงต่างวุ่นวายโกลาหลเกี่ยวกับอาการประชวรของอ๋องเจ็ดจงไท่หยางเป็นอย่างมาก

เนื่องด้วยองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้น จงไท่หยวน ได้กะเกณฑ์หมอหลวงทั่วทั้งวังหลวงมารักษาอาการประชวรให้กับพระอนุชาของตนเข้าสู่ปีที่ห้าแล้วแต่อาการของพระอนุชายังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก อาการปวดศีรษะยังคงกำเริบขึ้นมาอยู่อีกบ่อยครั้ง

เดิมทีอ๋องเจ็ดจงไท่หยางนั้นมีความสามารถด้านวรยุทธ์และเพลงดาบสูงยิ่ง เมื่ออายุครบสิบหกปี จึงได้รับมอบหมายให้ออกไปทำศึกป้องกันแคว้นอยู่เสมอ ก่อนที่ฮ่องเต้องค์ก่อนจะเสด็จสวรรคตจึงทรงแต่งตั้งพระองค์ให้เป็นชินหวังอ๋องขั้นหนึ่ง (อ๋องหมวกเหล็ก) ได้รับฉายาว่า "ท่านอ๋องกระหายศึก" ฉายานี้ทำให้ศัตรูต่างเกรงกลัวเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าอ๋องเจ็ดจะย่างกรายไปทำศึก ณ ที่ใด ล้วนรบราฆ่าฟันศัตรูอย่างไร้ความเมตตาปราณี ผู้คนล้วนล้มตายดุจใบไม้ร่วง ไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยทั้งสิ้น

ครั้นพออายุยี่สิบปี กลับมีอาการปวดศีรษะกำเริบขึ้นมาอยู่บ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ทุกครั้งที่อาการปวดศีรษะกำเริบ อ๋องเจ็ดมักจะอาละวาดขว้างปาข้าวของและขับไล่ทุบตีบ่าวไพร่อยู่เสมอ ด้วยเกรงว่าวังหลวงจะพังพินาศจากน้ำมือของอ๋องเจ็ดจงไท่หยางเสียก่อน องค์ฮ่องเต้จึงมีจึงมีพระบัญชาให้อ๋องเจ็ดไปปกครองเมืองเล็กๆ (เมืองซีอัน) ที่ชายแดนทางทิศเหนือเพื่อที่จะให้พระอนุชาของตนได้สงบสติอารมณ์และกันอ๋องเจ็ดให้ห่างไกลจากผู้คนในวังหลวงไว้ก่อน

แต่กระนั้นทุกๆหนึ่งเดือน อ๋องเจ็ดจงไท่หยาง ต้องเดินทางเข้ามารับการรักษาที่วังหลวงเป็นประจำอย่างน้อยสามวัน จึงจะสามารถออกจากวังหลวงกลับไปปกครองเมืองซีอันต่อตามเดิมได้ การรักษาผ่านไปนานหลายปีและรักษาผ่านไปหลายวิธีแต่กลับไม่มีสักทางที่จะช่วยรักษาอาการปวดศีรษะของอ๋องเจ็ดได้เลย ทำได้เพียงช่วยบรรเทาอาการปวดได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น

การรักษาดำเนินมาจนถึงวันนี้ที่อ๋องเจ็ดได้เดินทางมาที่วังหลวงเพื่อรับการรักษาอีกครั้ง กลับมีอาการปวดศีรษะขึ้นมาอีก ซึ่งการปวดศีรษะครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้ง จนฮ่องเต้ จงไท่หยวนทนไม่ไหวเป็นฝ่ายเอ่ยตรัสขึ้นมาก่อนว่า

"น้องเจ็ด เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง ข้าช่างเป็นพี่ชายที่ไม่เอาไหนเลย ให้หมอหลวงมารักษาเจ้าตั้งหลายปีแล้วแต่อาการเจ้ากลับไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย"

"ขอฝ่าบาทอย่าได้ทรงวิตกกังวลเลยพะย่ะค่ะ อาการปวดศีรษะของข้าพระองค์นั้นไม่มีผู้ใดรักษาได้หรอก นอกเสียจากว่า" อ๋องเจ็ดจงไท่หยางกล่าวได้เพียงเท่านั้นก็กุมขมับหนักขึ้นพลางพลิกตัวไปมาจนตกจากเตียงลงไปกองอยู่ที่พื้น พร้อมทั้งกัดฟันแน่นเป็นพักๆ

"นอกจากอันใดรึน้องเจ็ด?" ฮ่องเต้ตรัสถามขึ้นพร้อมทั้งโบกมือไล่ข้าราชบริพารและหมอหลวงที่อยู่บริเวณนั้นออกไปจนหมด

"คนนอกไม่อยู่แล้วน้องเจ็ด เจ้าก็เรียกข้าตามเดิมเมื่อครั้นเรายังเป็นเด็กเถอะ" ฮ่องเต้ตรัสเสียงอ่อนโยนพร้อมทั้งก้มลงไปประคองน้องชายของตนให้ขึ้นมานั่งบนเตียงตามเดิม

"พี่สี่ข้าทรมานยิ่งนัก !! หากภายในปีนี้ข้าไม่ได้รับการถอนพิษข้าคงต้องตายแน่ๆ" อ๋องเจ็ดเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ

"น้องเจ็ดเจ้ามีอันใดปิดบังข้าอยู่เช่นนั้นรึ? เหตุใดเจ้าจึงกล่าวว่าเจ้าถูกพิษเล่า" ฮ่องเต้จงไท่หยวนตรัสถามด้วยความประหลาดใจ

"หากเจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นพี่ชายเจ้าอยู่ เจ้าจงเล่าความจริงมาให้ข้ารู้เดี๋ยวนี้" ฮ่องเต้จงไท่หยวนตรัสเสียงเข้ม

"ข้าหาได้อยากปิดบังพี่สี่ไม่ แต่ช่วงที่ข้าป่วยทีแรกนั้น เป็นช่วงที่พี่สี่ขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ ข้าไม่อยากให้เรื่องการป่วยของข้าต้องมารบกวนการปกครองบ้านเมืองของพี่สี่ ข้าจึงไม่ได้พูดอันใดออกไป ขอพี่สี่อภัยให้ข้าด้วย" อ๋องเจ็ดกล่าวพร้อมกับกุมขมับหนักขึ้น

"ตอนอายุสิบเก้าปีก่อนที่ข้าจะป่วย ข้าได้รับพระบัญชาให้ไปรบที่แคว้นฉี พี่สี่จำได้หรือไม่" อ๋องเจ็ดกล่าวทวนความหลัง

"ข้าจำได้ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นรึ?"

"ข้าถูกลอบวางยาพิษในกระโจมจากพ่อครัวที่เป็นหนอนบ่อนไส้ในกองทัพ ยานั้นจะออกฤทธิ์อย่างช้าๆเมื่อครบหนึ่งปียานั้นจะออกฤทธิ์อย่างเต็มที่และจะออกฤทธิ์รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ข้ามีอารมณ์ทางเพศอยากร่วมหลับนอนกับหญิงสาวไปทั่ว ทางแก้มีสองทางคือข้าต้องเปลี่ยนอารมณ์ทางเพศเป็นแรงขับเคลื่อนในสนามรบ หรือมีอะไรกันกับหญิงสาวเท่านั้นจึงจะพอช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไปได้บ้าง"

"เป็นความผิดของข้าเองที่ยังไม่ได้หาคู่ครองที่ดีให้กับเจ้าน้องเจ็ด" ฮ่องเต้ตรัสเสียงเศร้า

"อย่ากล่าวโทษตนเองเลยพี่สี่ ท่านเคยตรัสถามข้าหลายครั้งแล้วในเรื่องคู่ครอง แต่เป็นข้าเองที่เป็นฝ่ายบอกกับท่านว่าข้ายังไม่พบคนที่ข้าพึงใจ"

"น้องเจ็ดอายุเจ้าก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ หลานเจ้าหลายคนก็โตจนจะสิบขวบปีแล้ว เจ้ายังจะรออะไรอยู่อีก ข้าในฐานะที่เป็นพี่ชายของเจ้าคงต้องหาภรรยาที่งดงามเพียบพร้อมให้เจ้าเสียแล้วสินะ" ฮ่องเต้จงไท่หยวนเอ่ยขึ้นอย่างใช้ความคิด

"หญิงผู้งามพร้อมที่ใดกันจะยอมมาใช้ชีวิตร่วมกับคนป่วยเช่นข้ากันเล่าพี่สี่" อ๋องเจ็ดจงไท่หยางเอ่ยขึ้นอย่างคนที่ปลงตกไปแล้วหลายส่วน

"แถมอารมณ์ร่วมรักของข้าก็รุนแรงนัก ข้าเกรงว่านางจักรับข้าไว้มิไหว ดังนั้นข้าจึงต้องปลดปล่อยพลังและอารมณ์นี้ไปในสนามรบ เคยมีนางกำนัลในตำหนักที่ให้ท่าเสนอตัวให้ข้าหลายคน บางคนกลับต้องเกือบสิ้นใจตายภายใต้ร่างข้า เพราะฉะนั้นข้าคงไม่เหมาะที่จะมีชายาหรอกข้ารู้ความจริงในข้อนี้ดีพี่สี่" อ๋องเจ็ดเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าวิตกกังวลยิ่ง

"เจ้าก็อย่ารุนแรงนักสิ่น้องเจ็ด"

"พี่สี่เหตุใด พี่จึงตรัสเช่นนั้น ตระกูลของเรามีธาตุหยางที่บริสุทธิ์เข้มข้น และอาวุธคู่ใจที่ใหญ่โตนัก ก่อนหน้านี้พระสนมขั้นเฟยของพี่ก็เจ็บร้าวระบมไปหลายวันมิใช่หรือ" อ๋องเจ็ดจงไท่หยางกล่าวยิ้มๆ

"น้องเจ็ดในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เจ้ายังกล้ามาพูดเรื่องธาตุหยางและอาวุธคู่ใจอะไรอีกเช่นนั้นรึ ถึงนางจะร้าวระบม นางก็ยังไม่ถึงตาย แถมยังมีโอรสให้กับข้าด้วย" ฮ่องเต้จงไท่หยวนเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งจับไหล่น้องชายของตนไว้แน่น

"ไม่ว่าอย่างไรพี่ก็จักหาวิธี หายาถอนพิษมารักษาอาการเจ็บป่วยของเจ้าให้จงได้ เชื่อพี่ !!" ฮ่องเต้จงไท่หยวนเอ่ยให้คำมั่นสัญญากับน้องชายของตนอย่างเต็มที่

"ตอนนี้เจ้าช่วยกินยาแก้ปวดหัวถ้วยนี้ไปก่อน วันพรุ่งพี่อาจจะคิดหาวิธีมารักษาเจ้าอีกให้จงได้ เข้าใจหรือไม่น้องเจ็ด"

"ขอบพระทัยพี่สี่ที่ดีกับข้ายิ่งนักพะยะค่ะ" อ๋องเจ็ดจงไท่หยางกล่าวขึ้นพร้อมทั้งดื่มยาขมถ้วยนั้นจนหมด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น