ศึกวังหลังชิงบัลลังก์หัวใจมังกร (รีไรท์แล้ว เนื้อหาฉบับเดียวกันกับ E-book ค่ะ)

ตอนที่ 34 : เลื่อนขั้นเป็นพระสนมซูเฟย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    20 ก.ค. 63

ไป๋หนิงอ้ายรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีเมื่อยามโหย่ว  (เวลา 17.00)  เมื่อลืมตาคู่สวยขึ้นมาก็พบเข้ากับองค์ฮ่องเต้ที่กำลังจ้องมองมายังตนอยู่ด้วยสีหน้าและแววตาที่อ่อนโยนยิ่ง  จึงอดที่จะเขินอายไม่ได้

"เจ้าเป็นเช่นไรบ้างอ้ายเอ๋อร์  ยังเจ็บอยู่บ้างหรือไม่?"  ฮ่องเต้ตรัสถามด้วยความเป็นห่วง

"หม่อมฉันดีขึ้นมาบ้างแล้วเพคะฝ่าบาท"  ไป๋หนิงอ้ายตอบพร้อมทั้งค่อยๆลุกนั่งบนเตียง

"เจ้าพักที่ตำหนักผิงอันกงหลายๆวันจนกว่าอาการจะดีขึ้นก็ย่อมได้นะอ้ายเอ๋อร์"

"หม่อมฉันเกรงว่าจะเป็นการมิสมควรเพคะฝ่าบาท  ขอให้หม่อมฉันกลับไปพักที่ตำหนักเหมยกุ้ย  ฮวาต่อไปน่าจะเป็นการดีกว่านะเพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายกราบทูลเสียงเรียบ

"ถ้าเช่นนั้น  เจ้าลุกขึ้นมากินข้าวกินยาเสียเถอะ  อาการเจ็บปวดจะได้ดีขึ้นบ้าง  เย็นนี้เจิ้นให้คนทำซุปรังนก  และ  ตุ๋นไก่แดงมาให้เจ้าด้วยนะ"  ฮ่องเต้ตรัสพร้อมทั้งประคองไป๋หนิงอ้ายให้ลงจากเตียง

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท"

ไป๋หนิงอ้ายกินซุปจนหมดชามด้วยความหิวโหย  เมื่อสังเกตุพบว่าองค์ฮ่องเต้เอาแต่ลอบมองตน  จึงอดถามขึ้นมาไม่ได้ว่า  "ฝ่าบาทเสวยอะไรหรือยังเพคะ?  เหตุใดถึงได้เอาแต่จ้องมองแต่หม่อมฉันนัก"

"ทำไมเจิ้นจะมองเจ้าไม่ได้เล่า  ก็ในเมื่อเจ้าน่ารักถึงเพียงนี้  โดยเฉพาะตอนที่ถูกอุ้มอยู่ตรงหน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่  เจ้ายิ่งดูน่ารักมากยิ่งขึ้นไปอีกนัก  เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือ"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นมาเสียงหวาน

"ฝ่าบาท !!"  ไป๋หนิงอ้ายพูดขึ้นมาได้เพียงเท่านั้น  พร้อมทั้งไม่รู้จะจะสรรหาคำพูดไหนมาต่อกรกับอาการหื่นกามของคนตรงหน้าได้

"เรียกเจิ้นทำไม?  อยากจะทำตัวน่ารักอีกรอบใช่หรือไม่อ้ายเอ๋อร์"  ฮ่องเต้ตรัสพร้อมทั้งทำสีหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ไป๋หนิงอ้าย

"สวรรค์ !! ฮ่องเต้ผู้แสนจะปรีชาและมีท่าทีที่สุขุม  พอมาวันนี้กลับเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้เลยรึ?"  ไป๋หนิงอ้ายคิดในใจ

"ว่าเช่นไร  เจ้าอยากทำตัวน่ารักอีกรอบใช่หรือไม่?  ตอบมาไวๆให้เจิ้นได้ชุ่มฉ่ำในหัวใจที"  ฮ่องเต้ตรัสออดอ้อนพร้อมกับทำท่าทีเหมือนตนเองเป็นลูกแมวตัวน้อยๆ  

"หม่อมฉันก็น่ารักทั้งอยู่ตรงหน้าฝ่าบาท  และหน้ากระจกเลยอยู่แล้วนิ่เพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายตอบพร้อมทั้งยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

"ฮ่าๆๆๆ"  เสียงหัวเราะชอบใจขององค์ฮ่องเต้ดังขึ้น 

"ตอบได้ดีอ้ายเอ๋อร์  ตอบได้ดีมาก  ถ้าเช่นนั้นเรามารักกันอีกครั้งดีหรือไม่?"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมทั้งทำสีหน้ากรุ่มกริ่มไปด้วย

"ไม่ดีเพคะ  หม่อมฉันเห็นว่าต้องพักฟื้นก่อนอีกสักหน่อยเพคะ"  

"พักฟื้นสักสองชั่วยามดีหรือไม่?"  ฮ่องเต้ตรัสอย่างมีความหวัง

"สามวันเพคะฝ่าบาท"  ไป๋หนิงอ้ายตอบเสียงเข้ม

"สามวัน !!"  ฮ่องเต้อุทานออกมาด้วยความตกใจ 

"เหตุใดถึงได้พักฟื้นนานนักนะ?  หมอหลวงผู้ใดเป็นคนบอกเจ้ากัน  เจิ้นจะลงโทษให้หนักเลยทีเดียว  บอกมาอ้ายเอ๋อร์"  ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอพระทัยหน่อยๆ  คิ้วเข้มที่พาดเฉียงขึ้นเริ่มขมวดขึ้นมาทันที  

"หมอหลวงไป๋หนิงอ้ายเองเพคะฝ่าบาท"  ไป๋หนิงอ้ายพูดขึ้นพร้อมทั้งกอดอกตนไว้และสะบัดหน้าขึ้นเล็กน้อย

"หมอหลวงไป๋หนิงอ้ายเช่นนั้นรึ?  หากเป็นเช่นนั้น  เจิ้นก็คงไม่กล้าลงโทษแล้ว  แต่เจิ้นจะยอมให้หมอหลวงไป๋หนิงอ้ายเป็นฝ่ายลงโทษเจิ้นเองก็แล้วกัน  เจ้าว่าดีหรือไม่  หืมมม?"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมทั้งยิ้มมุมปากเล็กน้อย

"หม่อมฉันมิกล้าเพคะ" 

"เจ้าต้องกล้าแน่  เพราะเจิ้นอยากให้เจ้าลงโทษนัก"

"ลงโทษ?  จะให้หม่อมฉันลงโทษฝ่าบาทด้วยเรื่องใด  วิธีการเช่นไรหรือเพคะ?"  ไป๋หนิงอ้ายถามขึ้นด้วยความสงสัย

"ด้วยการกินเจิ้นเข้าไปทั้งตัวเลยเช่นไรเล่า"  ฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนพร้อมทั้งกระซิบตอบอยู่ริมใบหูของไป๋หนิงอ้าย

"ตัวใหญ่เช่นนี้  คาดว่าคงกินวันเดียวไม่หมดหรอกเพคะ"  

"ถ้าอย่างนั้นเจิ้นจะไปให้เจ้ากินทุกวันเลยดีหรือไม่?"

"ฝ่าบาท !!"  ไป๋หนิงอ้ายพูดได้เพียงเท่านั้นเพราะจนปัญญาที่จะพูดคุยกันอีกต่อไป  ไม่ว่าจะคุยเรื่องอื่นอีกสักเท่าไหร่  ฮ่องเต้สามีตัวดีก็กลับต้องวกมาที่เรื่องเดิมอีกอยู่อย่างนั้น  จนสุดท้ายตนเองต้องเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นมาว่า

"หม่อมฉันขอตัวกลับตำหนักเหมยกุ้ย ฮวา ก่อนนะเพคะฝ่าบาท  ก่อนที่ฟ้าจะเริ่มมืดเย็นนี้"

"ดี  !!!  ถ้าเช่นนั้นให้พระสนมไป๋ซูเฟยนั่งเกี้ยวกลับตำหนักอย่างสมพระเกียรติไปเลย  ฉีกงกง !!"  ฮ่องเต้ตรัสเรียกขันทีข้างกายของตนเสียงดังลั่น

"เตรียมเกี้ยวให้พระสนมไป๋ซูเฟยเดี๋ยวนี้"  ฮ่องเต้ตรัสออกมาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงอย่างหนัก

"พะยะค่ะ"  ฉีกงกงล่ะล่ำละลักตอบเสียงสั่นเมื่อเห็นว่าองค์ฮ่องเต้เริ่มมีความไม่พอพระทัยในเรื่องหนึ่งเรื่องใดอยู่

"ฝ่าบาทเป็นอันใดไปหรือเพคะ?"  ไป๋หนิงอ้ายถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน  เมื่อสังเกตุเห็นว่าองค์ฮ่องเต้เริ่มทำหน้าตาบูดบึ้งขึ้นมากะทันหันอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ

"เจ้าอยากจะรีบกลับตำหนักของเจ้านักมิใช่รึ?"  ฮ่องเต้ตรัสออกมาด้วยความน้อยพระทัย

"โถ !! นึกว่าโกรธเคืองหม่อมฉันด้วยเรื่องอันใดกัน  ที่แท้ก็โกรธเคืองด้วยเรื่องเพียงเท่านี้เองหรือเพคะ?"  ไป๋หนิงอ้ายพูด  พร้อมทั้งลุกขึ้นยืนไปเกาะกุมมือใหญ่เอาไว้

"ในเมื่อหม่อมฉันค้างคืนที่ตำหนักผิงอันกงนานหลายวันไม่ได้  เมื่อหม่อมฉันกลับไปแล้ว  หากฝ่าบาทคิดถึงหม่อมฉัน  ก็สามารถไปหาหม่อมฉันที่ตำหนักเหมยกุ้ย  ฮวา ได้นิ่เพคะ  ฝ่าบาทอย่าทรงน้อยพระทัยไปเลยนะเพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายพูดพร้อมทั้งเขย่ามือใหญ่ไปมาเบาๆ

แต่เมื่อมองเห็นว่าองค์ฮ่องเต้ยังคงนั่งนิ่งอยู่  ไป๋หนิงอ้ายจึงเขย่งขึ้นและกระซิบข้างหูองค์ฮ่องเต้ว่า 

"หากฝ่าบาทเสด็จไปหาหม่อมฉันที่ตำหนักคราใด  หม่อมฉันจะยอมให้ฝ่าบาทกินได้ทุกเมื่อเลยเพคะ"  จึงทำให้องค์ฮ่องเต้อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้  จึงก้มลงไปจุมพิตไป๋หนิงอ้ายอย่างหมั่นเขี้ยว


"เตรียมเกี้ยวให้.......ฮึก !! "  ฉีกงกงท่ะเล่อทะล่าเข้ามากราบทูลในเวลานั้นโดยไม่ได้สังเกตุให้ดีเสียก่อน  จึงพบว่าองค์ฮ่องเต้กำลังจุมพิตดูดดื่มอยู่กับไป๋หนิงอ้ายอยู่พอดี  จึงรีบนั่งคุกเข่าและก้มหน้าก้มตาลงกับพื้นทำเป็นไม่รับรู้ี  ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นด้วยกลัวถูกลงพระอาญาอีก

"เมื่อทรงถอนจุมพิตแล้ว  องค์ฮ่องเต้จึงได้ตรัสออกมาว่า  "วันพรุ่งหลังออกว่าราชการเสร็จเจิ้นจะไปหา  และสัปดาห์หน้าวันที่เก้า  เจิ้นจะแต่งตั้งเจ้าให้เป็นพระสนมซูเฟยให้ถูกต้องตามกฎมณเฑียรบาลนะอ้ายเอ๋อร์" 

"ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท"  ไป๋หนิงอ้ายย่อตัวลงคำนับและเดินออกไปขึ้นเกี้ยวที่รออยู่หน้าตำหนักที่ประทับขององค์ฮ่องเต้ทันที


.......................................


เมื่อไป๋หนิงอ้ายเดินทางมาถึงและเดินเข้าไปในตำหนักเหมยกุ้ย  ฮวาแล้วก็พบเข้ากับเสี่ยวขุยที่กำลังนั่งหลับสับปะหงกอยู่ตรงห้องรับรอง  จึงสะกิดเรียกเบาๆที่ตรงต้นแขนว่า

"เสี่ยวขุยๆ  ทำไมเจ้าถึงได้มานั่งหลับตรงนี้ได้?"

เมื่อเสี่ยวขุยลืมตาตื่นขึ้นมาและพบว่าผู้ที่เรียกตนอยู่คือพระสนมที่ตนเฝ้ารอคอยการกลับมา  จึงเริ่มกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ 

"พระสนมเพคะ  ฮือๆๆๆ"  เสี่ยวขุยปล่อยโฮออกมาทันที

"อย่าร้องๆ"  ไป๋หนิงอ้ายกล่าวปลอบใจพร้อมทั้งลูบไหล่ลูบหลังให้อย่างอ่อนโยน

"หม่อมฉันเป็นห่วงพระสนมยิ่งนักเพคะ  พระสนมทรงได้รับอันตรายใดหรือไม่เพคะ"  เสี่ยวขุยถามพลางใช้สายตาสำรวจไปทั่วร่างกายของไป๋หนิงอ้าย

"ข้าไม่เป็นอันใดเสี่ยวขุย"

"ตอนที่มีคนจากตำหนักผิงอันกงมาแจ้งข่าวให้หม่อมฉันทราบว่าพระสนมและฝ่าบาททรงถูกลอบทำร้ายจนต้องพักรักษาตัวนั้น  หม่อมฉันกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยเพคะ"  เสี่ยวขุยพูดพร้อมทั้งใช้หลังมือเช็ดหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม

"ข้าไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อยเสี่ยวขุย  ส่วนฝ่าบาทนั้นถูกฟันมีแผลที่ตรงต้นแขน  ซึ่งได้รับการรักษาเป็นอย่างดีจากท่านหมอหลวงแล้ว"  ไป๋หนิงอ้ายตอบเสียงเรียบ

"หากพระสนมทรงไม่เป็นอันใดแล้ว  เหตุใดจึงดูอ่อนเพลียนักเล่าเพคะ  รอยช้ำตามร่างกายเป็นจุดสีแดงเต็มตัวพวกนี้อีก  มาได้อย่างไรเพคะ?  หรือว่า !!"  เสี่ยวขุยพูดหยั่งเชิงด้วยคาดหวังว่าพระสนมของตนจะเล่าเรื่องราวให้ฟังแต่เปล่าเลย

ไป๋หนิงอ้ายกลับพูดขึ้นมาว่า  "ข้าเหนื่อยแล้วอยากพักผ่อน  ช่วยเตรียมน้ำอุ่นให้ข้าด้วยนะเสี่ยวขุย"  

ทางด้านเสี่ยวขุยเมื่อเตรียมน้ำอุ่นเสร็จและมาทูลเชิญพระสนมของตนให้ไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายแล้ว  กลับนั่งนิ่งไม่ยอมไปไหน  โดยให้เหตุผลว่าหน้าตาของพระสนมดูเหนื่อยเพลียซีดเซียวยิ่งนัก  จึงตั้งใจจะปรนนิบัติให้เต็มที่

เมื่อช่วยพระสนมของตนเปลื้องผ้าเสร็จแล้ว  รอยแดงเหมือนกลีบดอกกุหลาบทั้งตัวก็เปิดเผยให้เห็นต่อสายตาของเสี่ยวขุยทันที  แต่ด้วยความที่ตนเป็นเพียงนางกำนัลรับใช้จึงไม่กล้ากล่าวอันใดให้มากความ  ได้แต่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดสงสัยแต่ไม่กล้าถามอยู่อย่างนั้น

เมื่อไป๋หนิงอ้ายแช่น้ำอุ่นลอยด้วยกลีบดอกเหมยกุ้ย  ฮวา  จนความรู้สึกเหนื่อยล้าที่มีผ่อนคลายลงไปบ้างสักเล็กน้อย  จึงพูดขึ้นมาว่า

"เจ้ามีอะไรในใจอยากจะถามข้าเช่นนั้นรึเสี่ยวขุย  อยากจะรู้เรื่องอะไรก็ถามมาเถอะ?"

"หม่อมฉันอยากรู้อะไร  พระสนมก็จะยอมบอกเช่นนั้นหรือเพคะ"  เสี่ยวขุยถามขึ้นอย่างมีความหวัง

"ลองถามมาดูสักคำถามก่อนดีหรือไม่เล่า"  ไป๋หนิงอ้ายพูดขึ้นพร้อมหลับตาลงเพื่อผ่อนคลายลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ

"พระสนมทรงง้องอนฝ่าบาทได้สำเร็จแล้วหรือเพคะ?"

"สำเร็จแล้ว"

"ทรงง้องอนฝ่าบาทด้วยวิธีใดหรือเพคะ?"  เสี่ยวขุยถามต่อด้วยความตื่นเต้น

"เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยฝ่าบาทจากการถูกลอบทำร้ายในงานเลี้ยงถวายพระพรวันสุดท้ายของการเฉลิมฉลองอย่างไรเล่า"

"แล้วร่องรอยตามร่างกายพระสนมเล่าเพคะ  เกิดขึ้นใดอย่างไร?"

"ช่วยฝ่าบาทจากฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดของท่านอ๋องสอง"  ไป๋หนิงอ้ายตอบพลางหน้าแดงขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย

"อย่าบอกนะเพคะ  ว่าฝ่าบาทกับพระสนมทรง  ทรง"  เสี่ยวขุยพูดอ้ำๆอึ้งๆ

"ใช่  ข้ากับฝ่าบาทเป็นคนๆเดียวกันแล้ว"  ไป๋หนิงอ้ายตอบพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีมากยิ่งขึ้น

"สวรรค์ !! ทรงมีเมตตาต่อพระสนมของหม่อมฉันแล้ว"  เสี่ยวขุยพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น

"หม่อมฉันขอถวายพระพรไป๋ฮองเฮาเพคะ"  เสี่ยวขุยพูดขึ้นอย่างร่าเริงพร้อมทั้งลุกขึ้นยอบกายคำนับตามธรรมเนียมของวังหลวง

"ใจเย็นๆก่อนเสี่ยวขุยี่  ข้ายังไม่ได้เป็นฮองเฮาในเร็ววันนี้อย่างที่เจ้าพูดหรอกนะ"  ไป๋หนิงอ้ายพูดพร้อมทั้งส่ายศีรษะไปมาน้อยๆกับท่าทีที่เห่อจนเกินงามของเสี่ยวขุย

"แต่หม่อมฉันมั่นใจว่าพระสนมจะทรงตั้งครรภ์มังกรและให้ประสูติกาลพระโอรสอย่างแน่นอนเพคะ"  เสี่ยวขุยพูดอย่างมั่นใจ

"เจ้าเอาความมั่นใจจากไหนมาพูดหรือเสี่ยวขุย?"

"จากการที่ฝ่าบาททรงรักใคร่ห่วงใยในตัวพระสนมอย่างมากมาย  อย่างไรเล่าเพคะ  ที่ผ่านมาหม่อมฉันได้ข่าวว่าฝ่าบาทไม่ทรงยินยอมให้ผู้ใดได้ตั้งครรภ์เลยนะเพคะ  หลังเสด็จไปหาพระสนมองค์ใดแล้ว  พระสนมนั้นจะทรงได้รับพระราชทานยาห้ามครรภ์ทั้งนั้นเลยเพคะ"  เสี่ยวขุยจีบปากจีบคอพูด  แต่เมื่อเห็นพระสนมของตนหน้าซีดลงจึงพูดต่อไปว่า 

"แต่นั่นมันก็นานมาแล้วนะเพคะพระสนม"

"ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยวขุย  ข้าเข้าใจในตัวฝ่าบาทดี  บางครั้งการมีอะไรกันก็อาจจะเป็นไปด้วยหน้าที่บังคับแต่ไม่ใช่คำสั่งจากหัวใจก็เป็นได้"  ไป๋หนิงอ้ายตอบเสียงเรียบ  พร้อมทั้งลุกขึ้นยืนก้าวขาออกจากอ่างอาบน้ำไปแต่งตัวเข้านอน


โดยก่อนเข้านอนยังได้บอกกับเสี่ยวขุยอีกอย่างหนึ่งว่า  "อาทิตย์หน้าฝ่าบาทจะทรงแต่งตั้งให้ข้าเป็นพระสนมซูเฟย  เจ้าช่วยข้าจัดเตรียมสถานที่ไว้ให้พร้อมด้วยล่ะเสี่ยวขุย" 

"เพคะ"  เสี่ยวขุยรับคำเสียงเบาพร้อมทั้งรู้สึกโมโหตนเองที่พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดออกไปทำให้พระสนมของตนต้องมีท่าทีที่เศร้าหมองลงไปยิ่งนัก

ไป๋หนิงอ้ายนอนหลับไปด้วยความรู้สึกเหงาที่เข้ามาเกาะกุมในหัวใจ  จนกระทั่งรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังพรมจูบแผ่วเบาอยู่บนใบหน้าจึงลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเมื่อมองเห็นคนที่ลอบเข้ามาหาตนยามวิกาลแล้ว  จึงอดที่จะมีท่าทีที่แง่งอนไม่ได้

เมื่อองค์ฮ่องเต้ทอดพระเนตรเห็นคนที่ตนรักหมดหัวใจมีท่าทีที่แง่งอนเช่นนั้น  จึงอดที่จะจุมพิตพร้อมทั้งดูดดึงที่ริมฝีปากของไป๋หนิงอ้ายไม่ได้

"เจ้าเป็นอะไรไปหรืออ้ายเอ๋อร์  โกรธเคืองเจิ้นด้วยเรื่องอันใดเช่นนั้นรึ?"  

"ฝ่าบาททรงเสด็จมาหาหม่อมฉันยามวิกาลเช่นนี้  เพื่อที่จะประทานยาห้ามครรภ์ให้หม่อมฉันใช่หรือไม่เพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายพูดเสียงสั่นพร้อมทั้งมีน้ำตาไหลอาบแก้ม

"ใครเป็นคนพูดจาเพ้อเจ้อบอกกับเจ้าเช่นนี้กันอ้ายเอ๋อร์  ถึงตายเจิ้นก็จะมีลูกกับเจ้าให้ได้"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมทั้งใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาออกให้ไป๋หนิงอ้าย

"เสี่ยวขุยบอกว่าฝ่าบาททรงเสด็จไปที่ตำหนักอื่นแล้วก็ทรง ฮึก !!"  ไป๋หนิงอ้ายพูดไปพร้อมทั้งสะอื้นให้ไปด้วย 

"ทรงพระราชทานยาห้ามครรภ์ให้กับพระสนมเหล่านั้นด้วยเพคะ"

"อ้ายเอ๋อร์  เจ้าฟังเจิ้นนะ  ที่เจิ้นทำเช่นนั้นเพราะเจิ้นไม่ได้อยากมีลูกกับใครนอกจากเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น  และเมื่อเจ้าออกจากตำหนักเย็นมาแล้ว  เจิ้นไม่เคยไปหาใครอีกเลย  ไม่เชื่อเจ้าลองถามฉีกงกงดูก็ได้  และหากเจิ้นโกหกเจ้าแม้เพียงครึ่งคำขอให้เจิ้น"  ฮ่องเต้ตรัสออกมาได้เพียงเท่านั้น  ก็ถูกไป๋หนิงอ้ายใช้ฝ่ามือเล็กๆปิดปากไว้ทันที

"หม่อมฉันเชื่อใจฝ่าบาทแล้วเพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายพูดขึ้น

"เสี่ยวขุยคือผู้พูดคำเหล่านี้ให้เจ้าฟังเช่นนั้นรึ?  เห็นทีต้องถูกลงโทษให้หลาบจำเสียบ้างแล้ว"  ฮ่องเต้กล่าวเสียงเข้ม

"อย่านะเพคะฝ่าบาท  ถึงเสี่ยวขุยจะปากไวไปหน่อย  แต่นางก็มีความซื่อสัตย์จริงใจนักนะเพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายออกรับหน้าแทนคนของตนด้วยกลัวเสี่ยวขุยจะโดนลงโทษ 

"เช่นนั้นรึ?  หากเป็นเช่นนั้น  เจิ้นควรเปลี่ยนจากบทลงโทษมาเป็นให้รางวัลตอบแทนเสียแล้ว  เจ้าว่าดีหรือไม่อ้ายเอ๋อร์"

"รางวัลตอบแทนเรื่องอันใดหรือเพคะฝ่าบาท"  ไป๋หนิงอ้ายถามด้วยความสงสัย

"ก็ตอบแทนเสี่ยวขุยที่สามารถทำให้เจ้าซดน้ำส้มสายชูไปตั้งหลายไห  (สำนวนจีน  แสดงความหึงหวง)  อย่างไรเล่า"  ฮ่องเต้ตรัสขึ้นพร้อมทั้งหัวเราะขึ้นอย่างชอบใจ

"ฝ่าบาทล่ะก็  ตรัสออกมาได้แต่ละคำ  หม่อมฉันอายนะเพคะ"  ไป๋หนิงอ้ายพูดพลางหลุบตาลงมองพื้น

"เราเข้านอนกันเถิดอ้ายเอ๋อ  วันที่เก้าสัปดาห์หน้า  เจ้าก็จะได้เป็นพระสนมไป๋ซูเฟยของข้าแล้ว  และไม่ว่าเจ้าจะมียศตำแหน่งใดหรือเป็นเพียงคนธรรมดา เจิ้นก็จะขอครองรักอยู่คู่เคียงกับเจ้าตลอดไป"  ฮ่องเต้ตรัสพร้อมทั้งจุมพิตที่หน้าผากของไป๋หนิงอ้ายอย่างรักใคร่
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

97 ความคิดเห็น

  1. #71 Pam NPP (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 00:07
    นางจะขึ้นเป็นใหญ่ในวันข้างหน้า นางควรมีคนที่ฉลาด สุขุม มากกว่านี้มาคอยรับใช้เพิ่มนะ อาสัยแค่เสี่ยวขุยนี่ ตายตั้งแต่เริ่มทำอะไรครั้งแรกแน่นอน
    #71
    1
    • #71-1 爱飛 อ้ายเฟย(จากตอนที่ 34)
      25 กรกฎาคม 2563 / 00:09
      อาศัยตัวเองมากกว่าเสี่ยวขุยจ่ะ ตอนต่อไปก็มีไทเฮาเป็นแบ็คแล้ว แต่ไรท์อาจจะอัพช้านิดนึงเพราะป่วยเป็นไข้หวัดค่ะ 😷😷
      #71-1
  2. #66 SomekoPranom (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 22:27

    หวานหวานขอให้มีเจ้าก้อนแป้งเร็วๆน้าาาาhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-07.png

    #66
    1