ศึกวังหลังชิงบัลลังก์หัวใจมังกร (รีไรท์แล้ว เนื้อหาฉบับเดียวกันกับ E-book ค่ะ)

ตอนที่ 3 : สวรรค์ลำเอียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,685
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 201 ครั้ง
    20 ส.ค. 63

เมื่อได้ใช้เวลาทบทวนอยู่กับตนเองสักพัก จางหนิงเอ๋อก็ทำใจยอมรับกับความเป็นจริงได้ว่าตนได้สิ้นบุญในยุคปัจจุบันไปเสียแล้ว

สงสารก็แต่มารดาและน้องชายที่ต้องสูญเสียลูกสาวและพี่สาวไปอย่างไม่มีวันกลับเพียงเท่านั้น

โชคดีที่เธอได้ทำพินัยกรรมเอาไว้และได้บอกมารดาเกี่ยวกับเงินออมแต่ล่ะบัญชีที่เธอมีอยู่ให้มารดาทราบ ซึ่งมีมากพอที่จะส่งเสียน้องชายให้เรียนจบ จนสามารถหางานทำได้ด้วยตนเอง และสามารถใช้เป็นค่ากินค่าอยู่ไปได้อีกหลายปี

“จากนี้ฉันจะเดินหน้าต่อไปยังไงดีนะ” จางหนิงเอ๋อ กำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

“ปกติตามพล็อตละครหลังข่าวหรือหนังสือนิยายที่เราเคยเห็นผ่านตามาบ้าง ถ้านางเอกย้อนยุคมา จะต้องมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมหลงเหลืออยู่นี่นา” จางหนิงเอ๋อพยายามตั้งสติคิดทบทวนถึงเรื่องราวต่างๆ ด้วยหวังว่าจะมีภาพต่างๆ ขึ้นมาในหัว แต่เปล่าเลย แม้ว่าจางหนิงเอ๋อจะพยายามใช้ความคิดอย่างหนักและพยายามรวบรวมสติมากแค่ไหน ผลสุดท้ายคือความว่างเปล่าและไม่มีภาพใดๆ ปรากฏให้เห็นในหัวเลยแม้แต่น้อย

“เอาอย่างนี้ ไป๋หนิงอ้าย เธอมีความทรงจำอะไรบ้าง เธอถ่ายทอดมาให้ฉันเดี๋ยวนี้” จางหนิงเอ๋อพูดบ่นคนเดียวเสียงเบา

“ไป๋หนิงอ้าย เร็วๆ สิ ฉันรอเธออยู่นะ ให้ข้อมูลฉันมาเร็วๆ สิ สงสารฉันด้วยเถอะ ฉันไม่อยากเริ่มต้นอะไรใหม่ทั้งหมดหรอกนะ เธอต้องช่วยฉันนะ ถ้าเธอไม่ช่วยฉัน ฉันจะประท้วงอดข้าวอดน้ำให้โฉมสคราญอย่างเธอต้องเฉาตายเลยคอยดู” จางหนิงเอ๋อเริ่มบ่นพึมพำคนเดียวหนักขึ้น

“โอ๊ยย!!! นี่มันเรื่องอะไรกันนะ คนอื่นเค้าย้อนภพมา เจ้าของร่างเดิมก็ช่วยถ่ายโอนความทรงจำให้เป็นบางส่วนบ้าง ให้ทั้งหมดบ้าง แต่ทำไมฉันถึงไม่ได้รับการถ่ายโอนความทรงจำอะไรให้เลยนะ” จางหนิงเอ๋อเริ่มโอดครวญคนเดียวในใจ

“สวรรค์ลำเอียงชัดๆ นางเอกก็ไม่ได้เป็น นางร้ายที่สวย ฉลาดก็ไม่ได้เป็น ตัวหลักก็ไม่ได้เป็น ตัวประกอบที่ช่วยดำเนินเรื่องก็ไม่ได้เป็น ดันย้อนยุคมาเป็นคนที่ถูกลืมเสียนี่” ท่านลำเอียงเกินไปแล้วนะสวรรค์ จางหนิงเอ๋อเริ่มกล่าวโทษสวรรค์อีกรอบ

“ฉันคงต้องยอมรับกับความเป็นจริงนี้สินะ ไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าการตายจากโลกในยุคปัจจุบัน แล้วมาเกิดใหม่ในภพอดีตจะมีอยู่จริงๆ” จางหนิงเอ๋อพูดพร้อมทั้งพยายามสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อระงับความตื่นเต้น

“จางหนิงเอ๋อได้จากไปแล้วจริงๆ ที่ตรงนี้มีเพียงไป๋หนิงอ้ายสินะ ฉันก็คือเธอ ต่อไปนี้ฉันต้องแทนตัวเองว่าไป๋หนิงอ้าย ไม่ใช่จางหนิงเอ๋อแล้วสินะ สติอย่าหลุดเด็ดขาด ที่นี่คือวังหลังเราต้องไม่ประมาท” จางหนิงเอ๋อกล่าวย้ำกับตนเองภายในใจ

“พระสนมเพคะ” เสี่ยวขุยร้องเรียกเบาๆ จากด้านนอก

“เข้ามาได้เสี่ยวขุย ฉัน เอ๊ย ข้า ต้องขอโทษด้วยนะที่ปล่อยให้เจ้ารออยู่ข้างนอกตั้งนาน เข้ามาข้างในก่อนเถอะ ข้างนอกลมพัดเริ่มพัดแรงแล้ว” จางหนิงเอ๋อกล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วงนางกำนัลเพียงคนเดียวที่คอยติดตามรับใช้เจ้าของร่างเดิมมาโดยตลอด

“พระสนมไป๋ตาอิ้ง” เสี่ยวขุยพูดเสี่ยงสั่นๆ

“มีอะไรเช่นนั้นหรือเสี่ยวขุย” ไป๋หนิงอ้ายถามด้วยความสงสัย

“ทรงขอโทษข้า และทรงเป็นห่วงข้าด้วยหรือเพคะ” เสี่ยวขุยพูดพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น

“พอได้แล้วเสี่ยวขุย วันนี้เจ้าร้องไห้ทั้งวันเลยนะ เจ้ามีอะไรในใจของเจ้า ช่วยเล่าให้ข้าฟังทีได้หรือไม่?” ไป๋หนิงอ้ายพูดพลางก้มตัวลงประคองให้เสี่ยวขุยขึ้นมานั่งบนเก้าอี้

“หม่อมฉันไม่กล้านั่งเสมอกับพระสนมเพคะ” เสี่ยวขุยพูดขึ้นพร้อมทั้งยังไม่ยอมลุกขึ้นจากพื้น

“ถ้าเช่นนั้นเอาที่เจ้าสบายใจเถอะ มีอะไรก็พูดออกมาอย่าได้อ้ำๆ อึ้งๆ อีกเลย”

ไป๋หนิงอ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ถ้าเจ้าไม่พูด เช่นนั้นข้าขอถามอะไรกับเจ้าได้หรือไม่เสี่ยวขุย?” ไป๋หนิงอ้ายพูดขึ้นเสียงเบา

“ได้เพคะ” เสี่ยวขุยพูดพลางพยักหน้าไปด้วย

“เมื่อก่อนข้าเป็นคนยังไงกันหรือเสี่ยวขุย?”

“พระสนมเป็นคนไม่ค่อยพูดเพคะ”

“เจ้าช่วยอธิบายเพิ่มหน่อยสิ ว่าข้าไม่ค่อยพูดแบบไหนกัน?” ไป๋หนิงอ้ายซักต่อ

“พระสนมไม่เคยพูดอะไรกับใครเลยเพคะ ตั้งแต่พระสนมเข้าวังมา พระสนมเพียงแต่พยักหน้ากับส่ายหน้าเท่านั้นเพคะ” เสี่ยวขุยตอบเสียงเบาไม่ต่างกัน

“ข้าเป็นใบ้หรือ!!?” ไป๋หนิงอ้ายลืมตัวถามขึ้นเสียงดัง

“ไม่ได้เป็นใบ้เพคะ แต่พระสนมไม่ค่อยพูดเพคะ” เสี่ยวขุยตอบเสียงสั่นด้วยความตกใจที่พระสนมของตนพูดเสียงดังขึ้น

“ถ้าเช่นนั้นคำที่ข้าพูดมีอะไรบ้าง?”

“ขอตัวก่อนเพคะ” เสี่ยวขุยตอบเสียงสั่นพร้อมทั้งหลุบตาลงมองพื้น

“ขอตัวไปไหน? ขอตัวไปทำอะไร?” ไป๋หนิงอ้ายเริ่มถามเสียงดังขึ้นอีก

“เวลาเจอหน้าใครพระสนมจะตรัสเช่นนี้ตลอดเลยเพคะ” เสี่ยวขุยตอบเสียงเบาลงเรื่อยๆ เพราะเริ่มกลัวท่าทีคุกคามจากการตั้งคำถามจากพระสนมของตน

“ไป๋หนิงอ้าย” จางหนิงเอ๋อ กรีดร้องชื่อนี้อยู่ในใจรอบที่หนึ่งร้อย

“แล้ววันๆ ข้าทำอะไรบ้าง? พูดก็ไม่พูด?” ไป๋หนิงอ้ายถามเสียงเบาลงเมื่อสังเกตพบว่าเสี่ยวขุยเริ่มมีอาการหน้าซีดจากการตอบคำถามที่เสียงดังเอาการของตนไปเมื่อสักครู่นี้

“วันๆ พระสนมจะศึกษาเกี่ยวกับตำราการเมืองการปกครองเพคะ”

“จะศึกษาทำไม ศึกษาไปเพื่ออะไร ศึกษาไปทำมะเขือเปาะอะไร? ไป๋หนิงอ้ายพูดรัว

เป็นชุด

“แล้วเพื่อนล่ะ มีเพื่อนคบกับข้าบ้างหรือไม่ในวังหลังแห่งนี้?” ไป๋หนิงอ้ายถามต่อ

“พอจะมีอยู่บ้างเพคะ” เสี่ยวขุยตอบเสียงเบาพร้อมทั้งทำหน้าครุ่นคิดไปด้วย

“ผู้นั้นเป็นใครกันหรือหรือเสี่ยวขุย?” ไป๋หนิงอ้ายถามอย่างตื่นเต้น

“พระสนมไฉ่กุ้ยเหรินเพคะ” เสี่ยวขุยตอบ

“นางกับข้าสนิทสนมกันมากหรือไม่?”

“พระสนมเหตุใดจึงถามหม่อมฉันเช่นนั้นเพคะ?” เสี่ยวขุยทำหน้างงๆ

“ข้าก็เหมือนคนที่ตายแล้วฟื้นเกิดใหม่ ข้าอยากจะบอกกับเจ้าว่า ตั้งแต่ข้ากินอาหารจานนั้นเข้าไป ข้าก็รู้สึกทรมาน แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดหัวจนแทบจะระเบิด และหลังจากนั้นข้าก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย” ไป๋หนิงอ้ายพูดพลางเอามือขวากุมขมับ มือซ้ายกุมหน้าอกไว้แน่น พร้อมกับทำหน้าเศร้า

“เอาเถอะเสี่ยวขุย หากเจ้ารำคาญข้า เจ้าก็ไปพักผ่อนเถอะ ทิ้งข้าไว้ตรงนี้คนเดียวก็ได้” ไป๋หนิงอ้ายพูดเสียงเศร้าพลางหลุบตาลงมองพื้น

“พระสนมตรัสอะไรเช่นนั้นเพคะ ถึงต้องตายหม่อมฉันก็จะขออยู่รับใช้พระสนมโดยไม่หวั่นกลัวต่อสิ่งใดเพคะ” เสี่ยวขุยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เหตุใดเจ้าถึงได้ดีกับข้าถึงเพียงนี้ล่ะเสี่ยวขุย?” ไป๋หนิงอ้ายถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ตอนหม่อมฉันเข้าวังมาใหม่ๆ หม่อมฉันถูกใส่ความว่าขโมยของพระราชทานที่ฮ่องเต้ทรงประทานให้พระสนมขั้นผินคนหนึ่งเพคะ มีเพียงพระสนมไป๋ตาอิ้งที่ยืนยันและเป็นพยานให้หม่อมฉันว่าหม่อมฉันไม่ได้ขโมยของพระราชทานนั้นจริงๆ อีกทั้งพระสนมยังหาของที่หายไปนั้นพบอีกด้วยเพคะ” เสี่ยวขุยเล่าพลางน้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความปลื้มใจ

“สรุปแล้วคนร้ายตัวจริงเป็นใครหรอเสี่ยวขุย?”

“เป็นนางกำนัลของพระสนมขั้นผินเองเพคะ ที่เป็นคนขโมยของไป ตั้งแต่ที่พระสนมไป๋ตาอิ้งยื่นมือมาช่วยเหลือหม่อมฉันในครานั้น ทำให้หม่อมฉันปฏิภาณกับตนเองในใจว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะขอรับใช้พระสนมไป๋ตาอิ้งไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เพคะ” เสี่ยวขุยพูดอย่างเทิดทูลและจงรักภักดี

“ข้าขอถามต่อนะเสี่ยวขุย พระสนมไฉ่กุ้ยเหรินที่ข้าสนิทด้วย นางดีกับข้าหรือไม่? "

“เอ่อ คือ” เสี่ยวขุยอ้ำๆ อึ้งๆ “จะดีก็ไม่ใช่จะร้ายก็ไม่เชิงเพคะ”

“อ่อ ถ้าเช่นนั้นงั้นข้าคงต้องระมัดระวังตัวเองเอาไว้สินะ แล้วนี่มันยุคสมัยไหนหรอเสี่ยวขุย ใครเป็นฮ่องเต้?” ไป๋หนิงอ้ายถามต่อไม่หยุด

“นี่พระสนมทรงจำสวามีตัวเองไม่ได้เลยหรือเพคะ?” เสี่ยวขุยถามกลับด้วยสีหน้าที่งุนงงหนักกว่าทุกรอบที่เคยทำมา

“อะไรนะเสี่ยวขุย นี่ข้ากับฮ่องเต้ได้เสียกันแล้วรึไงหะ?” ไป๋หนิงอ้ายถามขึ้นเสียงดังอย่างลืมตัว

“ยะ ยะ ยังเพคะ ก่อนวันที่พระสนมจะได้ถวายการรับใช้องค์ฮ่องเต้ทรงถูกใส่ความให้เข้ามาอยู่ในตำหนักเย็นเสียก่อนเพคะ”

“เฮ้อ!!! โล่งอกไปที ที่ข้ายังไม่ได้ร่วมหอลงโลงอะไรกับฮ่องเต้นั่น” ไป๋หนิงอ้ายพูดพลางเป่าลมหายใจออกจากปาก เสี่ยวขุยมองดูกิริยาท่าทางแปลกๆ นั้นด้วยแววตาตื่นตะลึง

“แล้วข้าได้เข้ามาอยู่ในตำหนักเย็นนี้นานแค่ไหนแล้วหรือเสี่ยวขุย?”

“จะสามเดือนแล้วเพคะพระสนม”

“ขอบใจเจ้ามากสำหรับข้อมูลนะเสี่ยวขุย นี่ก็ดึกมากแล้ว อาหารเย็นพวกนี้เจ้าเอาไปฝังไว้เถอะ อย่าให้นกให้กาได้กินจนตายตกตามกันไปเลย” ไป๋หนิงอ้ายออกคำสั่งเสียงเรียบ

“เพคะ” เสี่ยวขุยรับคำอย่างว่าง่าย

“แล้วเจ้าก็รีบกลับมานอนพักเถอะ พรุ่งนี้เราค่อยสู้กันใหม่นะเสี่ยวขุย” ไป๋หนิงอ้ายพูดพลางล้มตัวลงนอนครุ่นคิดถึงทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัวในค่ำคืนที่มืดมิดไร้ซึ่งแสงดาวในตำหนักเย็นอันเปลี่ยวเหงาแห่งวังหลวงอันโอ่อ่านี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 201 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

97 ความคิดเห็น

  1. #51 Pam NPP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 18:28
    ข้ามภพมาก็เหมือนกับคนปัญญาอ่อนเลยนะนางเอก นี่นะเหรอนิสัยของสายลับ มันต้องสุขุม นิ่ง มากกว่านี้สิ นี่อะไรอย่างกะเด็ก ปญอ
    #51
    1
  2. #12 016356 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:50
    ตกลงพระสนมชื่อไป๋ตาอิ้งหรือไป๋หนิงอ้าย
    #12
    3
    • #12-2 Pam NPP(จากตอนที่ 3)
      15 กรกฎาคม 2563 / 18:29
      ตาอิ้ง คือยศศักดิ์ของพระสนมจ้า
      #12-2
    • #12-3 爱飛 อ้ายเฟย(จากตอนที่ 3)
      15 กรกฎาคม 2563 / 18:40
      ขอบคุณ คุณ Pam NPP ค่ะ 😊
      #12-3
  3. #2 ลมรัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 17:06

    สสติจงมาสถิต5555เธอเป็นนางสนมนะ การถูกอบรมคงติดตัวมาเพราะเป็นลูกแม่ทัพเข้มแข็งได้แต่ไม่ใช่นิสัยรั่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่วๆแบบใช้สำนวนคำพูดของสมัยก่อนตาเอาไปใช้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้้ภพโน้นคงถูกว่าวิปลิต

    #2
    1
    • #2-1 ?? ซูหนี่ว์(จากตอนที่ 3)
      28 พฤษภาคม 2563 / 01:32
      รี๊ดคะ เราขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยคอมเม้นท์ให้เราพยายามปรับปรุงแก้ไข คือเราเป็นมือใหม่พึ่งเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกค่ะ ถ้าเราเขียนอะไรไปแล้วทำให้รี๊ดผิดหวัง เราต้องขอโทษด้วยนะคะ
      #2-1