(เปิดโอน) ▽ #markbam ; HEARTBEAT #พี่หมอมบ ▽

ตอนที่ 9 : BEAT 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 945 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

     

 

________________________________________________________

 


________________________________________________________

 

 

 


  ________________________________________________________



ช่องทางการติดต่อ #Twitter

หมอมาร์ค : @marktuan_hb

น้องแบม : @bambam_hb

:)

  ________________________________________________________


        


        

กาลเวลาที่เปลี่ยนไปแต่ระหว่างเรานั้นไม่เปลี่ยนแปลง...

 

คำกล่าวนี้คงเป็นประโยคที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ตั้งแต่จูบวันนั้นทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนอย่างเดิมครั้งยังในอดีต สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือช่วงเวลาที่ต่างออกไปเท่านั้น ทั้งคู่ทำเหมือนว่าระยะห่างหลายปีที่ขาดหายไปนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

 

“ทำไมไม่กินข้าวให้หมดครับ” เสียงทุ้มติดดุเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้ามาเห็นอาหารในถาดอาหารพร่องไปไม่ถึงครึ่ง

 

“ฮื่อ อิ่มแล้ว” ผู้ป่วยที่เป็นเจ้าของถาดตอบเสียงอ่อยละสายตาจากทีวีมามองผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามายืนประชิดข้างเตียง

 

“กินให้หมดครับ” มาร์คว่าพลางหยิบช้อนที่วางอยู่ขึ้นมายื่นให้คนตัวเล็กที่ส่ายหัวปฏิเสธท่าเดียว

 

“ไม่เอาแล้ว”

 

“น้องแบมแบม” ชายหนุ่มกดเสียงลงต่ำกว่าเดิมพร้อมกับสายตาคมที่ส่งมาเป็นเชิงดุแกมบังคับแต่ดูเหมือนแบมแบมที่มีภูมิคุ้มกันในสายตาแบบนี้ดีเลยไม่ค่อยจะเกรงกลัวเท่าไหร่นักซ้ำยังเรียกอีกฝ่ายกลับเหมือนกวนกลายๆ อีกต่างหาก

 

“พี่มาร์ค”

 

เป๊าะ

 

“ดื้อ” คุณหมอรูปหล่อว่าหลังจากที่เขาลงโทษเด็กดื้อด้วยการดีดเหม่งใสนั่นจนเจ้าของหน้าผากมนต้องยกมือขึ้นมาแปะหน้าผากตนที่ถูกประทุษร้ายจนแดงเป็นปื้น

 

“เจ็บ...โกรธพี่มาร์คแล้ว” แบมแบมเบ้ปากใส่อีกฝ่ายแล้วหันหน้าหนีออกไปอีกทางแต่ดูเหมือนว่าอาการโกรธนั่นจะใช่ไม่ได้ผลกับร่างหนาเช่นกันเพราะเขายังคงยืนยันในเจตจำนงของตัวเอง

 

“ไม่ต้องมาแกล้งงอนมุขนี้ใช้กับพี่ไม่ได้ผล กินเข้าไปครับ”

 

เดี๋ยวนี้มีภูมิต้านทานนะ...

 

“พี่หมอมาร์ค” เมื่อเห็นว่าวิธีแกล้งงอนเพื่อที่จะไม่ได้กินข้าวไม่ได้ผล แบมแบมจึงเปิดโหมดอ้อนเลเวลาหนึ่งใส่แทน

 

นิ่ง?

 

“...” มาร์คมองคนตัวเล็กที่โถมตัวทิ้งน้ำหนักใส่เขาและเงยหน้าเอาปลายคางมาเกยตรงอกมองเขาตาใสเพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายจะเล่นแง่อะไรกับตนอีก

 

ดูซิว่าจะนิ่งได้อีกสักกี่น้ำ...

 

“พี่หมอ” เสียงหวานส่งเสียงเรียกอีกครั้งพลางใช้ปลายคางสะกิดตรงอกอีกคนเบาสองสามทีเพื่อเรียกร้องความสนใจ

 

“...”

 

ได้...ยังเงียบใช่ไหม

 

“พี่มาร์คจ๋า” สุดท้ายแบมแบมก็เลือกเปิดโหมดอ้อนเลเวลสามใส่คุณหมอหน้านิ่งด้วยการเรียกเสียงหวาน กระพริบตาปริบๆ ใส่อีกคน แถมยกแขนขึ้นมากอดรอบเอวสอบไว้หลวมๆ และนั่นทำให้คนความอดทนสูงต้องถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ในที่สุด

 

“เฮ้อ ขออีกสามคำครับ”

 

เย้!

 

“คำเดียว...” เจ้าเด็กที่ได้คืบอยากจะเอาศอกเริ่มทำการที่จะต่อรองเพิ่มแต่ก็ช้ากว่าคุณหมอหนุ่มที่พูดสวนยื่นคำขาดมาจนคนตัวเล็กต้องรีบกัดปากฉับ

 

“ไม่อยากไปค่ายรับน้องแล้วสินะ...”

 

“ไม่นะ! ผมจะไป” ร่างน้อยร้องออกมาทันทีแล้วส่ายหัวระรัวผละตัวออกมามองอีกคนหน้าตาตื่นๆ 

 

“งั้นก็อย่าดื้อกับพี่” ไม่ว่าเปล่าช้อนยาวที่ถูกใช้ตักอาหารคำโตก็ยกขึ้นมาจ่อที่ปากอิ่มของคนป่วย

 

“ฮื่อ ก็ได้” คนที่ถูกบังคับกินข้าวส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ แต่ก็ยอมอ้าปากรับอาหารคำโตเข้ามาในปากและเคี้ยวตุ้ยๆ

 

“เก่งมากครับ” 

 

“ทำไมชอบบังคับ” 

 

“ทำไมชอบดื้อ” 

 

“ไม่ดื้อ”

 

“ดื้อ”

 

“ไม่...อื้อ!” สุดท้ายคนถูกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนชอบบังคับก็จูบปิดปากอิ่มของเด็กดื้อลงไปหนักๆ จนคนโดนเอาเปรียบเบิกตากว้างกว่าเดิมเล็กน้อย แก้มใสขึ้นสีระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุกทันที

 

“ดื้อไม่พอชอบเถียงด้วย” มาร์คว่ายามถอนริมฝีปากออกแล้วพลางแลบลิ้นเลียที่ริมฝีปากบางของตัวเองเบาๆ และกระตุกยิ้มให้คนเขินจนแก้มใสแดงจนหาสีปกติไม่เจอ

 

“ไม่คุยด้วยแล้ว” ท่าทางน่ารักนั่นทำให้คนตัวสูงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเอื้อเอ็นดู มือหนาส่งไปวางแปะลงบนหัวทุยแล้วโยกไปมาเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มกว่าเดิมแต่ก็เต็มไปด้วยความใส่ใจแบบที่คนฟังสามารถรับรู้ได้

 

“หึ เราต้องกินเยอะๆ เข้าใจไหม ยาตัวใหม่ที่พี่ให้ไปมันแรงกว่าเดิมแถมเรายังกินน้อยลงมันจะไม่ดี”

 

“แต่มันกินแล้วจะอ้วกนี่ครับ”

 

“อดทนหน่อยนะคนดี เดี๋ยวก็ดีขึ้นครับ” มือหนาลูบแก้มใสเบาๆ ก่อนจะละมือแล้วตักข้าวคำโตป้อนร่างน้อยอีกคำนึงซึ่งคราวนี้เจ้าตัวน้อยตรงหน้าเขาก็ยอมรับข้าวคำนี้แต่โดยดีไม่มีอิดออด

 

“เราไปเข้าค่ายวันไหนนะ ศุกร์หน้าใช่ไหม” คุณหมอหนุ่มพูดขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนคนตัวเล็กมาขอให้เขาออกใบอนุญาติออกจากโรงพยาบาลชั่วคราวให้เป็นกรณีพิเศษเพื่อไปร่วมกิจกรรมกับทางคณะที่จัดขึ้น

 

“ใช่ครับ ถึงวันอาทิตย์”

 

“เข้าใจแล้วครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้นมาร์คก็พยักหน้าช้าๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อขณะที่ในหัวกำลังวางแผนจัดตารางงานของตัวเองเอาไว้คร่าวๆ

 

“ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลตัวเองอย่างดี” ซึ่งแบมแบมก็ไม่ได้รับรู้เช่นกันว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร ได้แต่ตบไปที่อกตัวเองเบาๆ แล้วแสดงท่าทีที่มั่นอกมั่นใจเอามากๆ ว่าจะสามารถดูแลตนเองได้ นั่นทำให้คนโตกว่าส่ายหัวน้อยๆ ราวกับว่าไม่เชื่อใจเท่าไหร่นัก

 

“ฟังแบบนี้น่าเป็นห่วงมากกว่าเดิมอีก”

 

“อ่าว พูดแบบนี้...”

 

“ซักครู่นะ...ฮัลโหล” ในตอนที่แบมแบมกำลังจะแหวใส่คุณหมอที่มีสถานะพิเศษใส่ไข่ของตน อีกฝ่ายก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อนพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์เพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาสไลด์รับสาย

 

(...) ร่างบางไม่รู้ว่าปลายสายพูดอะไรแต่เขาทันได้เห็นชื่อที่ถูกบันทึกเอาไว้แวบๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า Emergency ทำให้คนตัวเล็กพอเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

 

“เดี๋ยวผมไป”

 

นั่นไง...ว่าแล้ว

 

“เคสด่วนเหรอครับ”

 

“อืม พี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวเย็นๆ พี่มาใหม่” คุณหมอคนเก่งพยักหน้ารับท่าทางสบายๆ เมื่อครู่มีความเคร่งขรึมเข้ามาแทนที่

 

“พี่มาร์ค”

 

ฟอด

 

“!!!”

 

“สู้ๆ ครับ” ในจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังจะเดินหมุนตัวออกไปมือเล็กก็กระตุกรั้งขอบเสื้อกาวน์ของมาร์คเอาไว้แล้วดึงเบาๆ ก่อนที่จะกดจมูกลงไปที่แก้มสากไวๆ แล้วกลับมานั่งที่เดิม

 

“แบม...” การกระทำที่คาดไม่ถึงทำให้ร่างสูงนิ่งค้างไปด้วยตาคมหันกลับมาสบกับดวงตากลมโตด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ถูก ทางด้านแบมแบมที่เป็นคนลงมือก่อนตอนนี้เขินจนหน้าแดงไปถึงใบหูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...มือนิ่มจึงรีบดันแผ่นหลังแกร่งพร้อมเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายไปทันทีเพราะตอนนี้เขานั้นเขินจนหน้าแทบระเบิดอยู่แล้ว...

 

 

 

“ไปได้แล้วครับ!”




#พี่หมอมบ




B. : ขึ้นรถแล้วนะครับ

 

M. : อย่าซนจนได้เรื่อง

 

B. : ใครซนกัน พูดเหมือนผมเป็นเด็กอีกแล้ว

 

M. : เด็กกว่าพี่

 

B. : คนแก่!

 

M. : ครับ ชอบกินหญ้าอ่อนด้วย :)

 

B. : ไปทำงานเลย!

 

แบมแบมกดล็อคหน้าจอและเก็บโทรศัพท์ลงทันทีด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดหลังจากโดนหาว่าเด็กเป็นรอบที่ร้อยจากคุณหมอหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งคนพิเศษของหัวใจ

 

“เป็นอะไรทำไมหน้าแดง” เสียงทุ้มของเพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินขึ้นรถมาหลังจากไปช่วยรุ่นน้องยกของและทรุดตัวลงนั่งบนเบาะว่างข้างๆ แบมแบมที่ตอนนี้แก้มใสขึ้นสีระเรื่อน่าดู

 

“เปล่า”​ เจ้าของแก้มตอบปฏิเสธพลางเอาหลังมือนวดเบาๆ ที่แก้มนุ่มของตนที่รู้สึกได้ถึงไออุ่นๆ ที่แผ่ออกมาแล้วพูดต่อ

 

“แค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย”

 

ยูคยอมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหตุผลที่เพื่อนบอกที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเป็นความจริงเพราะแอร์บนรถทัวร์ตอนนี้หนาวจับจิตขนาดที่คนขี้ร้อนอย่างเขายังแอบขนลุกเกรียวกราว ไม่มีทางที่คนขี้หนาวแบบเพื่อนเขาจะร้อนได้แน่ๆ นอกเสียจากจะไม่สบายแต่ความคิดนั้นก็ตกไปทันทีเพราะท่าทางที่ดูปกติของอีกฝ่ายไม่น่าจะป่วยได้แน่ๆ แต่ยูคยอมไม่ได้ทักท้วงอะไรออกไปแล้วถามถึงบุคคลที่สามแทน

 

“แล้วมาเข้าค่ายแบบนี้พ่อไม่ว่าเหรอ”

 

“พ่ออะไรหล่ะ พี่เขาแค่ยี่สิบห้ามั้ย” แน่นอนว่าแบมแบมสามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าพ่อที่เพื่อนสนิทหมายถึงไม่ได้หมายถึงพ่อแท้ๆ ของเขาอย่างแน่นอนอยู่แล้ว

 

“แหม ออกตัวแรง ยังไม่ได้เจาะจงเลยว่าเป็นคุณหมอมาร์ค” แต่ดูเหมือนว่าการตอบกลับไปแบบนั้นกลับกลายเป็นการเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้จิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์อย่างคิมยูคยอมเสียแล้ว

 

“เอ้า...”

 

“จุ๊ๆๆๆ แถตอนนี้ไม่ทันแล้วจ๊ะนว้องบัมคงฉวยยยย” เดือนมหาลัยรูปหล่อจุ๊ปากอย่างมีจริตจะก้านแถมยังจีบปากจีบคอพูดด้วยน้ำเสียงที่น่าหมั่นไส้เสียคนใจเย็นอย่างแบมแบมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นทำท่าจะฟาดหลังมือใส่หน้าหล่อๆ ของเพื่อน

 

“คงฉวยอะไรล่ะ เดี๋ยวปั๊ด!”

 

“โหๆๆๆ เดี๋ยวนี้นักเลงนี่หว่าเราอ่ะ”

 

“ใช่ ถ้าไม่ระวังปากเดี๋ยวจะซัดให้หมอบ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนตกเป็นรองคนตัวเล็กกว่าก็ลำพองใจยกตัวข่มเพื่อนไปอีก

 

“กลัวแล้วจ้าาา พี่แบมอย่าทำอะไรน้องยูคเลย น้องยูคตัวนี๊ดดดดดเดียวโดนพี่แบมดีดทีก็กระเด็นแล้ว” ยูคยอมทำท่าห่อไหล่ค้อมตัวลงพลางทำมือจีบกันประกอบกับคำพูดจนคนมองได้แต่กลอกตาขึ้นฟ้าอย่างรำคาญ

 

“ขี้เว่อ”

 

“รู้ได้ไงพี่แบมเคยเห็นขี้น้องยูคแล้วเหรอ”

 

“พอเหอะ เริ่มออกทะเลแล้ว เกรงใจคนอ่าน”

 

“ชะอุ้ย ลืมตัว ว้ายยย เขินจังเลย” ไม่ว่าเปล่ายูคยอมยังเอามือขึ้นมาปิดหน้าปิดตาทำท่าเหมือนสาวน้อยเพิ่งโดนเปิดซิงยังไงยังงั้น

 

“...”

 

เอาเลยเพื่อน ไม่ห้ามแล้ว

 

คนตัวเล็กถอนหายใจแรงๆ ใส่เพื่อนที่ทำท่าทางสะดีดสะดิ้งเกินเบอร์อย่างไม่เกรงใจพร้อมทั้งหันหน้าหนีในทันทีพลางควานเข้าไปในกระเป๋าเป้ของตัวเองเพื่อหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบเข้ากับโทรศัพท์และเปิดเพลงตัดขาดจากโลกภายนอกก่อนจะเคลิ้มหลับไป

 

กว่าจะเดินทางมาถึงที่หมายก็ใช้เวลาร่วมเจ็ดแปดชั่วโมงเพราะงั้นกว่ารถทัวร์ของทางคณะจะเดินทางมาถึงที่หมายที่อยู่บนยอดดอยแห่งหนึ่งทางภาคเหนือของประเทศไทยเวลาก็ล่วงเลยมาเป็นเวลาเกือบบ่ายสี่โมงเย็นเสียแล้ว ทันทีที่รถบัสจอดนักศึกษาวัยรุ่นทั้งหลายที่ตอนแรกมีท่าทีง่วงหงาวหาวนอนก็เปลี่ยนเป็นท่าที่กระปรี้กระเปร่ารีบช่วยกันคนละไม้คนละมือขนของกันอย่างคล่องแคล่วไปที่โรงเรียนแห่งเดียวของหมู่บ้านที่อยู่บนจุดสูงสุดของหมู่บ้านแห่งนี้ที่ซึ่งจะเป็นที่นอนของพวกเขาตลอดห้าวันสี่คืนนี้

 

ไม่นานหลังจากนั้นทุกคนก็ทยอยเดินกันออกมาที่หน้าเสาธงที่ถูกปรับให้เป็นสถานที่ทำพิธีเปิดกิจกรรมในครั้งนี้ซึ่งลานกว้างตอนนี้มีเก้าอี้พลาสติกที่สภาพผ่านร้อนผ่านหนาวมานานพอสมควรตั้งเรียงรายอยู่ หลายตัวได้ถูกจับจองไปแล้วโดยชาวบ้านและนักศึกษาที่ทยอยกันออกมาเรื่อยๆ จนครบ ก่อนที่พิธีเปิดจะเริ่มขึ้นโดยผู้ใหญ่บ้านมากล่าวต้อนรับจากนั้นเป็นคณะครูอาจารย์ที่มาดูแลในครั้งนี้

 

ซึ่งแบมแบมกับยูคยอมก็ไม่ได้สนใจฟังมากนักเพราะมัวแต่ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ ด้วยการเหยียบเท้ากันไปมา เหตุอันเนื่องมาจากต่างคนต่างเพิ่งซักรองเท้ามาใหม่นั่นเอง จนกระทั่ง...

 

“และทางมหาลัยรู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณทางโรงพยาบาล...ที่ให้การสนับสนุนทางมหาลัยมาโดยตลอดทั้งยังส่งเสริมค่ายนี้โดยส่งบุคลากรที่มีคุณภาพมาช่วยเหลือ...”

 

“หือ...” ในที่สุดเสียงอาจารย์วัยกลางคนที่พูดอยู่ตรงเวทียกระดับตรงหน้าเสาธงก็สามารถดึงความสนใจของแบมแบมได้เมื่อได้ยินชื่อโรงพยาบาลที่เขารู้จักดี ก่อนจะเบิกตากว้างกว่าเดิมเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงของใครบางคนที่ไม่น่าจะโผล่มาในที่แบบนี้ในเวลานี้ได้เลย

 

“ผมขอเชิญนายแพทย์มาร์ค ต้วน หัวหน้าทีมแพทย์มากล่าวอะไรเล็กน้อยๆ ให้...” แบมแบมไม่ได้สนใจอีกแล้วว่าอาจารย์คนนั้นจะพูดอะไรต่อเพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดของเขาถูกเทไปให้ร่างหนาที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเนื้อดีอ่อนกับกางเกงสแล็คสีเข้มคลุมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาที่เขาคุ้นเคยดี

 

“สวัสดีครับ” ทันทีที่เสียงทุ้มเอ่ยทักทายผ่านไมค์ก็มีเสียงกรี๊ดกร๊าดดังขึ้นมาเบาๆ จากสาวน้อย สาวใหญ่ และสาวเทียมจากทีแรกที่ไม่มีใครสนใจพิธีเปิดหน้าเสาธงกลับกลายเป็นตรงกันข้ามทั้งยังเริ่มมีเสียงหวีดดังขึ้นเบาๆ อีกด้วย

 

“!!!” บ้าน่า...

 

“หมอหล่อบอกต่อเด้อ”

 

“โอย มันดจีย์”

 

“แม่จ๋าหนูอยากได้!”

 

“รู้สึกป่วย อยากให้คุณหมอมาดูแลจังเลยค่ะ”

 

“รู้สึกมดลูกสะเทือน...หล่อแท้พ่อยอดยาหยีของน้อง”

 

“เดี๋ยว...มึงไม่มีมดลูก ไอ้สุชาติ!”

 

“จิ๊! บอกให้เรียกกูว่าซูซี่ไง!”

 

“ผมอาจจะพูดไทยเพี้ยนหน่อยนะครับ” แต่เพราะพื้นที่ไม่ได้กว้างมากแถมบริเวณนี้ค่อนข้างเงียบสงบเพราะงั้นเสียงกระซิบกระซาบที่มาจากแรงหวีดนั้นก็ดังมากพอให้คุณหมอได้ยินและหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ อย่างขบขันไม่น้อยก่อนจะพูดต่อโดยมีแรงหวีดจากทั่วสารทิศซับพอร์ตมาเป็นระยะๆ

 

“โอ๊ย ไม่เป็นไรฮ้า เดี๋ยวน้องสอนเองของกล้วยๆ หรือจะพูดอังกฤษก็ได้นะไอแคนสปีชอิงลิดเวรี่เวลลล”

 

“ถุย ได้ข่าวอิงพื้นฐานตั้งแต่ปีหนึ่งมึงยังติดเอฟอยู่เลย”

 

“เอ๊ะ มึงนี่ก็ขัดกูจัง เป็นฝอยขัดหม้อกลับชาติมาเกิดเหรอ”

 

ประโยคมากมายที่เต๊าะคุณหมอหน้าเสาธงลอยเข้าหูแบมแบมที่เงียบไปอยู่เป็นระยะๆ ทำให้ความรู้สึกประหลาดถูกตีขึ้นมาในอกแบบที่คนตัวเล็กก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นความรู้สึกอะไรกันแน่ ทางด้านยูคยอมที่เห็นเพื่อนสนิทเงียบไปก็มองสลับไปมาระหว่างหน้าเสาธงกับเพื่อนที่นั่งข้างตนที่นั่งเดี๋ยวหน้านิ่วคิ้วขมวดเดี๋ยวหน้าหมางงจนอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

 

“โอะโอ พ่อมาคุม เอ๊ะ หรือต้องเรียกว่าแด๊ดดี้นะ?”

 

“พี่มาได้ยังไง ไหนบอกมีงานด่วนไงครับ” หลังจากที่พิธีจบปิดและทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัวก่อนที่มื้อเย็นคนตัวเล็กก็สบโอกาสได้เดินดุ่มๆ ไปหาคนตัวสูงที่เพิ่งเดินออกจากวงสนทนากับผู้ใหญ่บ้านออกมา

 

“นั่งรถมาครับ อีกอย่างนี่ไงครับงานด่วนพี่” คุณหมอยกยิ้มบางๆ ให้คนตัวเล็กกว่าใบหน้าไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะถูกถามคำถามนี้

 

แหงสิ เตรียมการก่อนตั้งครึ่งเดือน

 

“ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

 

“ไม่แปลกครับ พี่ก็เพิ่งจะรู้ตอนโรงพยาบาลโทรมาบอกเหมือนกันว่าหัวหน้าทีมแพทย์ที่ควรจะมาด้วยดันป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ซะได้ หวยเลยมาออกที่พี่แทน” เขาร่ายยาวออกมาโดยมีคนตัวเล็กหรี่ตามองอย่างจับผิดเพราะเท่าที่แบมแบมเคยเข้าประชุมมาไม่เห็นจะรับรู้เรื่องนี้เลยถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมาร่วมกับคณะแพทย์แต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะไม่เคยเห็นหรือได้ยินข่าวนี้เลย

 

“งั้นเหรอ...”

 

“ครับ แล้วก็มาตามดูแลเด็กดื้อแถวนี้ด้วย”

 

นี่คือเหตุผลที่แท้จริงของเขา...

 

“บอกแล้วไงว่าไม่ใช่เด็กดื้อ” คนอ่อนกว่าบึนปากอย่างไม่พอใจเมื่อถูกแทนด้วยสรรพนามที่ไม่รื่นหูเท่าไหร่นัก

 

“ครับ ไม่ใช่เด็กดื้อก็ได้...” มาร์คยิ้มอย่างมีเลศนัยแบบที่คนมองอย่างแบมแบมสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน

 

“...” เว้นช่องไฟแบบนี้ดูไม่น่าไว้ใจ...

 

 


 

“ต้องเรียกว่า ‘เมีย’ ดื้อสิเนอะ ;)”




#พี่หมอมบ




วันรุ่งขึ้น

 

“มาครับพี่ช่วย” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่โผล่มาจากทางด้านหลังเพื่อแย่งแปรงทาสีไปจากมือนุ่มเพื่อไปทาต่อเอง

 

“ว่างแล้วเหรอครับคุณหมอเทพบุตร” เมื่อเห็นว่าเจ้าของมือหนาที่มาแย่งงานทำนั้นเป็นใครคนตัวเล็กก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งเอ่ยเสียดสีไปจนคุณหมอต้องเหลือบตากลับมามองและเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

 

“ล้อพี่เหรอ”

 

“เปล๊า ก็แค่เรียกตามๆ เขามา เห็นคิวรอตรวจแถวคุณหมอนี่ยาวเป็นหางว่าวจนไม่มีเวลามากินข้าวเลยนี่ครับ” คนตัวเล็กว่าอย่างนั้นเพราะเมื่อชั่วโมงก่อนหน้าตนได้เข้าไปช่วยเพื่อนขนอาหารไปให้พวกทีมแพทย์ที่จัดโต๊ะนั่งตรวจอยู่กลางหมู่บ้านซึ่งแถวของคุณหมอรูปหล่อก็ดูจะยาวกว่าใครอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว

 

“ดูทำหน้าเข้า หวงพี่หมอเหรอครับ” มือหนาข้างที่ว่างอยู่ถูกส่งมาลูบแก้มนิ่มเบาๆ อย่างเอื้อเอ็นดู ลูบได้ไม่นานเจ้าของแก้มก็ชักหน้านี้เดินถอนหลังไปสองก้าว

 

“ใครจะไปหวงกัน” 

 

“เหรอครับ ไม่หวงเลยเหรอ? ถ้างั้นพี่ขอตัวไปช่วยสาวๆ แถวนั้นก่อนนะ” เขาแกล้งพยักหน้าลงช้าอย่างเข้าอกเข้าใจพลางส่งแปรงสีที่แย่งมาจากคนตัวเล็กทีแรกส่งกลับคืนให้เจ้าของไปพลางพยักเพยิดหน้าไปอีกทางที่มีกลุ่มเด็กสาวมหาลัยกำลังทาสีกำแพงอยู่อีกด้าน

 

“ลองไปสิ แล้วก็ไม่ต้องกลับมาเลยนะ” ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนเสียงหวานที่ติดจะงอนกึ่งประชดประชันก็ถูกเอ่ยขึ้นมา นั่นทำให้คุณหมอหนุ่มหลุดหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ แล้วโน้มตัวลงไปให้ใบหน้าของพวกเขาทั้งสองคนอยู่ในระดับเดียวกัน

 

“หึ ล้อเล่นครับ”

 

“...”

 

“หลงขนาดนี้ แถมกว่าจะได้มาก็ใช่ว่าจะง่าย”

 

“...”

 

“เพราะงั้นพี่ไม่หนีไปง่ายๆ หรอก จะเกาะเราแน่นไม่ปล่อยเลยล่ะ”

 

“ไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้เลย จะช่วยไม่ใช่เหรอทำงานสิครับ” แบมแบมผลักไหล่แกร่งเบาๆ เบือนหน้าไปทางรั้วโรงเรียนที่ยังทาสีไม่เสร็จและไม่ยอมหันกลับมาสนใจหรือสบตากับมาร์คอีก

 

“หน้าแดงนะ”

 

“อากาศร้อนต่างหาก” คนหน้าแดงว่าแบบข้างๆ คูๆ พลางเอามือขึ้นมาโบกพัดเหมือนร้อนเสียเต็มประดาทั้งๆ ที่อากาศบนดอยในตอนนี้เหลือเพียงเลขตัวเดียวซึ่งไม่น่าใกล้เคียงกับคำว่าร้อนได้เลย ชายหนุ่มก็ไม่ได้ท้วงอะไรหากแต่ก็เออออตามคนตัวเล็กไปเท่านั้น

 

“ครับ ร้อนก็ร้อนเนอะ”

 

“แบมแบม นายดูสนิทกับพี่หมอมาร์คจัง รู้จักกันมาก่อนเหรอ?” เสียงแหลมเล็กของเพื่อนผู้หญิงคนนึงที่แบมแบมจำได้ว่าเรียนอยู่เซคเดียวกันเอ่ยขึ้นมาตอนที่แบมแบมเดินไปเอาถังสีที่วางอยู่ตรงส่วนกลาง และคำสรรนามที่เพื่อนเรียกถึงบุคคลที่สามที่ฟังดูสนิทสนมนั่นทำให้แบมแบมแปลกใจไม่น้อย

 

“พี่หมอมาร์ค?” 

 

“ใช่ คุณหมอคนที่หล่อๆ คนนั้นไงยะ” คราวนี้เป็นเพื่อนสาว(ประเภทสอง)เอ่ยเสริมมาร่วมวงด้วยอีกคน

 

“อ่อ ก็พอรู้จักนะ ทำไม?” คนตัวเล็กตอบรับอย่างงุนงงว่าเพื่อนๆ ถามถึงอีกคนทำไมซึ่งพอเจ้าตัวบอกว่ารู้จักทั้งสาวน้อยสาวเทียมแถวนั้นก็เริ่มตีวงเข้ามามีส่วนร่วมทันทีอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

“เหย จริงป่ะ เขามีแฟนยังอ่ะ” คนนึงถามขึ้นมาโดยมีคนอื่นพยักหน้าเร็วๆ อย่างเห็นด้วยเพราะอยากรู้เหมือนกัน

 

“เออนั่นดิ ฉันก็อยากรู้เผื่อยังโสดจะได้เดินเครื่องขายอ้อยให้เต็มที่”

 

“เอ่อ...ไม่รู้สิ” แบมแบมตอบเสียงเบาลงกว่าเดิมไม่ใช่ไม่อยากประกาศตัวแต่เพราะอยากจะเลี่ยงเรื่องวุ่นวายมากกว่า คิดดูว่าถ้าหากเขาบอกไปใครจะเชื่อว่าเด็กมหาลัยธรรมดาๆ แบบเขากับพี่มาร์คจะคบกันหรือถ้าเชื่อก็ไม่พ้นโดนซักจนสะอาดอีกแน่

 

เพราะโดยพื้นเพแล้วเขาเป็นคนไม่ชอบความวุ่นวายสักเท่าไหร่นักและค่อนข้างหัวความเป็นส่วนตัวพอสมควรกอปรกับเพื่อนในคณะนอกจากยูคยอมแล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าแบมแบมเป็นโรคหัวใจ จะรู้ก็เพียงแค่เขาไม่ค่อยสบายจนต้องเข้าออกๆ โรงพยาบาลเป็นประจำเท่านั้น

 

“โถ่ แต่ฉันว่าเพอร์เฟคขนาดนี้ไม่น่าโสดแล้วนะ ยาก!”

 

“เออจริง ฉันว่าแฟนเขาคงต้องสวยและเพียบพร้อมมากแน่ๆ เลยว่ะ”

 

“ทำไมคิดแบบนั้น” ร่างน้อยนึกฉงนใจไม่น้อยเมื่อได้ยินความคิดของเพื่อนแบบนั้นจึงถามออกไป

 

“ก็คิดดูทั้งหล่อ รวย เก่งขนาดนี้ นี่ฉันเพิ่งไปอ่านบทสัมภาษณ์คุณหมอมา”

 

“บทสัมภาษณ์อะไรวะ?” ใครนึกถามขึ้นมาอย่างอยากรู้ซึ่งมันเป็นคำถามที่แบมแบมอยากจะถามออกไปพอดีเช่นกันเพราะเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกันว่าพี่มาร์คนั้นเคยไปให้สัมภาษณ์

 

“ก็นี่ไง เป็นของนิตยสารสุขภาพอันนึงแก มีหน้าที่ชอบสัมภาษณ์พวกหมอหล่อๆ สวยๆ ด้วย” ไม่ว่าเปล่าหญิงสาวประเภทสองก็หยิบโทรศัพท์ออกมาเลื่อนๆ สองสามทีเปิดไปที่หน้าเพจนึงที่เป็นเพจของนิตยสารสุขภาพที่ตัดบทสัมภาษณ์สั้นๆ จากในนิตรสารออกมาโพสต์ทั้งยังมีรูปของคุณหมอรูปหล่อติดมาด้วย

 

“ไหนๆ เอามาอ่าน” หนึ่งในคนนั้นรับโทรศัพท์มาจากเพื่อนโดยมีคนหัวสุมๆ หัวตามมาอย่างอยากรู้ซึ่งเป็นภาพที่ดูตลกไม่น้อยเมื่อมองมาจากข้างนอก

 

“...”

 

“เชี่ยยยยยย นี่มันโครตแรร์ไอเทม นี่หนึ่งในผู้บริหารระดับสูงเลยนี่หว่า”

 

“ไม่แค่นั้นนะแก ดูนามสกุลพี่หมอมาร์คดิ”

 

“ทำไมวะ”

 

“อ่ะ แล้วมึงดูนี่” เพื่อนคนนั้นหันโทรศัพท์กลับไปจิ้มอีกสองสามทีแล้วหันกลับมาให้เพื่อนทุกคนดูอีกครั้ง

 

“มึง...กูจะเอาคนนี้อ่ะ จะเอาๆ รูปหล่อ พ่อรวย มันดีเด้ออออ”

 

“เบาๆ หน่อย นอแทงทะลุ 15 ชั้นฟ้าแล้ว”

 

“ขอตัวก่อนนะ” แบมแบมเอ่ยขอตัวเบาๆ แล้วเดินออกมาจากวงนั้นเงียบๆ โดยที่ทุกคนไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่หวีดคุณหมอคนเก่งกันอยู่ ตอนนี้เขากำลังรู้สึกคันๆ ในอกกึ่งร้อนรุ่มเป็นอาการที่เจ้าตัวเองก็อธิบายไม่ถูกจะโกรธก็ไม่ใช่ รู้สึกอึดอัดแปลกๆ 

 

“เป็นอะไรครับทำไมหน้าบึ้ง” เสียงทุ้มที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับความเย็นที่แตะข้างแก้มทำให้เจ้าของแก้มหันไปมองและพบว่าเป็นขวดน้ำเย็นนั่นเอง

 

“เปล่า” คนตัวเล็กไม่ได้ตั้งใจที่จะตอบเสียงห้วนสั้นแต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงเป็นแบบนั้นรู้แค่ว่าพอเห็นหน้าอีกคนแล้วหมั่นไส้แปลกๆ

 

“โกรธอะไรพี่หมอเหรอหืม”

 

“...”

 

“มองหน้าพี่แบบนั้นหมายความว่าอะไร”

 

“หล่อตายแหละ”

 

“ครับ?” คนโตกว่าทำหน้างงๆ เมื่อได้ยินประโยคแปลกๆ จากร่างน้อยที่พูดออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

 

นี่เขาพลาดอะไรไปหรือเปล่านะ?

 

บิด

 

“โอ๊ย น้องแบมหยิกแก้มพี่ทำไมครับ” ก่อนที่เขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อแก้มสากโดนมือนิ่มหยิกแล้วบิดจนขึ้นรอยแดงแถมเหตุผลที่ได้ยังไม่สมเหตุสมผลด้วยซ้ำ

 

“หมั่นไส้” ไม่ว่าเปล่าคราวนี้คนตัวเล็กยืดแก้มคนตัวสูงกว่าออกเหมือนกับดึงหนังยางยังไงยังงั้น

 

ยืด

 

“อ้องแอม (น้องแบม)”

 

ดึงๆ

 

“โอยยย” ทีแรกคุณหมอรูปหล่อกะว่าจะปล่อยให้คนรักประทุษร้ายต่อไปจนพอใจแต่สุดท้ายก็ทนความเจ็บไม่ไหว มือหนาเลยต้องคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กเพื่อยับยั้งการก่อการร้าย(?)กับแก้มของตน

 

หมับ

 

“เจ็บครับ”

 

“ปล่อยเลย” เมื่อโดนล็อคแขนแบมแบมก็พยายามดึงข้อมือตัวเองกลับคืน

 

“ไม่...เป็ปนึงนะ ฮัลโหล” ในตอนที่ยื้อกันอยู่นั้นจู่ๆ ร่างสูงก็เอ่ยขอเวลานอกแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาที่แบมแบมไม่ทันสังเกตเห็นว่าใครโทรมาขึ้นมารับ

 

“...”

 

Wait…” เสียงทุ้มบอกปลายสายแบบนั้นก่อนจะหันมาหาแบมแบมแล้วชี้ไปอีกทางเป็นเชิงว่าขอตัวไปคุยโทรศัพท์ซึ่งคนตัวเล็กก็พยักหน้ารับน้อยๆ แล้วเลือกที่จะมองไปรอบๆ เพื่อชื่นชมธรรมชาติรอบตัวที่นานๆ จะได้มาสัมผัสสักครั้ง ก่อนจะหันกลับมาเมื่อสังเกตเห็นว่าอีกฝ่ายรับโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยแล้วแต่เดินกลับมา

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” แบมแบมถามออกไปเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งเดินกลับมานั้นมีสีหน้าลำบากใจอย่างชัดเจน

 

“พี่ต้องกลับกรุงเทพด่วน พอดีมีธุระนิดหน่อย”

 

“ธุระอะไรเหรอครับ ด่วนมากเลยเหรอ” ร่างบางอดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าธุระอะไรกันที่ทำให้อีกฝ่ายต้องรีบกลับด่วนขนาดนี้ จะว่างานที่โรงพยาบาลก็ไม่ใช่เพราะทางนั้นน่าจะรู้อยู่แล้วว่าหมอมาร์คไม่ได้อยู่ในช่วงที่สามารถโทรตามกลับไปได้เพราะมาออกค่ายที่ต่างจังหวัด

 

“พอสมควรครับ” คุณหมอหนุ่มว่าแบบนั้นแต่ไม่ได้ตอบคำถามแรกที่คนตัวเล็กถามไปพูดให้ถูกดูเหมือนจะเลี่ยงที่จะตอบเสียมากกว่าซึ่งคนตัวเล็กก็ไม่ได้เซ้าซี้หรือถามจี้อีกเข้าใจว่าคงเป็นเรื่องส่วนตัวเลยไม่อยากจะล่วงเกินหรือล้ำเส้นมากนัก เพราะถึงพวกเขาจะตัดสินใจเดินร่วมทางเป็นคนรักกันแล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องรู้ทุกเรื่องของอีกคน บางครั้งการเป็นคนรักกันก็ควรจะเว้นช่องว่าให้อีกฝ่ายได้มีพื้นที่ส่วนตัวได้หายใจบ้าง การมีพื้นที่ส่วนตัวไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการห่างเหินกันเสมอไปแต่มันเป็นช่องว่างที่จะทำให้พวกเขาได้ใช้คำว่าเชื่อใจในความสัมพันธ์ต่างหาก

 

“แล้วพี่หมอจะไปตอนไหนครับ”

 

“เดี๋ยวนี้” คำตอบนั้นทำให้แบมแบมเลิกคิ้วเดียวความแปลกใจ ความสงสัยยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณแต่ก็ไม่ถามอะไรออกไป

 

“อ่า ถ้างั้นพี่รีบไปเตรียมตัวเถอะครับ เดี๋ยวฟ้ามืดแล้วจะอันตราย” ว่าจบก็ดึงข้อมือของมาร์คให้เดินตามไปด้วยกันทันที

 

“พี่ขอโทษนะ...” อีกฝ่ายพูดอย่างรู้สึกผิดนั่นทำให้คนฟังยิ้มบางๆ พลางส่ายหัวน้อยๆ อย่างไม่ติดใจอะไร

 

“ขอโทษทำไมครับก็เป็นเรื่องงานนี่นา” แบมแบมว่าแบบนั้นและเดินต่อทำให้ไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจปนกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของอีกคน ที่ดูเหมือนว่าอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถพูดออกมาได้...

 

 

  

100%

 

 

______________________________

 

มาแล้ววว

ก่อนอื่นสวัสดีปีใหม่ค่ะทุกคน ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีกว่าที่ผ่านมา

สุขภาพแข็งแรง มีความสุข ไม่กรอบมีเงินเปย์ผู้ตลอดปัย!

หลังจากหายไปนานต้องขอโทษนักอ่านทุกคนด้วยจริงๆ ค่ะ

ไม่มีคำแก้ตัว แง จะพยายามไม่ขี้เกียจและปั่นฟิคต่อไปคับ!

Warning : ต่อไปเป็นการพยากรณ์อากาศของตอนต่อไปนะคะ

พายุฝนลูกแรกกำลังก่อตัวและเคลื่อนตัวมาจากทางทิศตะวันตก

จะเข้าสู่ประเทศในอีกไม่กี่ตอน ขอเตือนประชาชนโปรดระมัดระวัง

และเตรียมทิชชู่ให้พร้อม

//พับไมค์



TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #พี่หมอมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 945 ครั้ง

1,905 ความคิดเห็น

  1. #1773 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 05:22
    พี่หมอออออ เรียกน้องเมียแล้วนะ อย่ามาดีแตกนะะะะ
    #1773
    0
  2. #1648 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 00:26
    เมียพี่มาแล้ว
    #1648
    0
  3. #1086 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 07:22
    พี่มาร์คไม่ได้ไปเรื่องงานแน่ๆ อะ เคลียร์ให้ชัดเจนนะคะ
    #1086
    0
  4. #696 Charlottelowell (@Charlottelowell) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 06:46
    ฉันว่ายูครู้สึกคุ้นๆพี่หมอประกอบกันตอนต้นๆว่ามีคนพูดว่าเสียดายที่มีคู่มั่นเเล้วมันต้องสัมพันธ์กันเเน่ข่ะ!!
    #696
    0
  5. #695 Miso97 (@Miso97) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:44
    อย่าบอกว่ามีคู่หมั้นมาน่ะะะ อย่าเด้ออออออ ขอให้เป็นเรื่องรักษาน้อง พลีสสสส
    #695
    0
  6. #694 Preaw326 (@Preaw326) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 08:28
    ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องว่าที่คู่หมั้นหรอกนะ
    #694
    0
  7. #693 cartoona007 (@cartoona007) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 03:03
    เรื่องงาน แต่งานเข้าตัวเองแล้วค่ะคุณหมอ
    #693
    0
  8. #692 Octaidol (@Octaidol) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 14:39
    เหมือนจะไม่ใช่เรื่องงานสิคะหมอ อย่าทำน้องเสียใจนะคะ
    #692
    0
  9. #690 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:43
    สงสารแบมเกินไปแล้ววว หาพี่หมอคนใหม่ให้ดีมั้ยเนี่ย!!! //อินจัด
    #690
    0
  10. #689 ThiyadaSoehor (@ThiyadaSoehor) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:41
    โอ๊ะโอววววววว้ายตายแล้วพี่มาร์ค

    น้องแน่ใจหรอคะว่าเป็นแค่เรื่องงานนนน
    #689
    0
  11. วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:27
    อะไรที่สำคัญกว่าน้องแบมนะพี่มาร์ค!!
    #688
    0
  12. #687 katay19_mtb2got7 (@katay19_mtb2got7) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 03:40
    ไม่ใช่ว่าที่คู่หมั้นมาหรอกนั
    #687
    0
  13. #686 ploylovely632 (@ploylovely632) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:51
    ชักจะเสียวสันหลังแปลก เห้ยยย กลัวนะเนี่ยกว่าจะได้คุยกันจริงๆเนี่ย พุทโณได้โปรดช่วยด้วยเถอะ
    #686
    0
  14. #685 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:49
    พี่มาร์คคือมีคู่หมั้นแล้วแน่ๆ
    #685
    0
  15. #684 pisalak1 (@pisalak1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:29
    อย่าบอกนะมีคุ่หมั้น เตรียมจัดงานหมั้น แล้วงานแต่งต่อ แค่คิดก้อ sad ละ พาน้องหนีดีก่า
    #684
    0
  16. #683 BaMark_ (@BaMark_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:16
    แสดงว่าไม่ใช่เรื่องงานสินะ..
    #683
    0
  17. #682 Thanida228 (@Thanida228) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:07
    น้องเป็นโรคหัวใจอยู่นะพี่หมอ อย่าทำน้องเสียใจ
    #682
    0
  18. #681 pim1988 (@pim1988) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:32
    โอ้ย!!!ต้องรีบพาลูกแบมหนีแล้วหัวใจลูกจะรับไหวไหมค่ะไรท์
    #681
    0
  19. #680 iloveimjaebeom (@iloveimjaebeom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:30
    ไม่ใช่เรื่องงานใช่มั้ยยย น้องจะเสียใจนะ / เตรียมทิชชู่
    #680
    0
  20. #679 มิรา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:35

    อะไรกันนน

    #679
    0
  21. #678 GandaManeetaem (@GandaManeetaem) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:34
    แค่โรคที่เป็นอยู่ก็หนักแล้วนะไรท์อย่าทำร้ายน้องนะ🙏🙏🙏
    #678
    0
  22. #677 XCIIIXCVII (@onlybboy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 20:25
    งานอะไร!!! ฮืออออ!!! ไม่พร้อมรับพายุ!!! ไม่เอาาาาาา!!!!!!!!!
    #677
    0
  23. #676 16090 (@199xbb) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:48

    มีเรื่องด่วนอะไรขนาดนั้นนะพี่หมอมาร์ค

    #676
    0
  24. #675 BMHTSPRNPOP (@BMHTSPRNPOP) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 19:39
    อย่าเป็นแบบที่ฉันคิดนะ หัวใจลูกฉันยิ่งหามาทดแทนไม่ได้ด้วยถ้าลูกฉันเสียใจละ หือออ อิน
    #675
    0
  25. #674 Kamonnet223 (@Kamonnet223) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 17:45
    พี่หมอจะต้องแต่งงานป่ะ
    #674
    0