(เปิดโอน) ▽ #markbam ; HEARTBEAT #พี่หมอมบ ▽

ตอนที่ 6 : BEAT 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,041
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 841 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

     

 

________________________________________________________

 


________________________________________________________

 

 

 


  ________________________________________________________



ช่องทางการติดต่อ #Twitter

หมอมาร์ค : @marktuan_hb

น้องแบม : @bambam_hb

:)

  ________________________________________________________


        


        สี่ปีก่อน

 

California, LA

 

M. : แม่ชวนมากินข้าวที่บ้าน...

 

ข้อความสั้นๆ จากคนข้างบ้านที่บ่งบอกเอกลักษณ์คนพิมพ์มากว่าเป็นคนประหยัดคำพูดมากแค่ไหน ทว่าถึงแม้ข้อความนั้นจะสั้นห้วนเพียงใดแต่มันก็มากพอที่ทำให้คนอ่านที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำในยามเช้าเสร็จหลุดยิ้มออกมาได้อย่างง่ายดาย

 

B. : จะวิ่งไปเดี๋ยวนี้เลยครับ!

 

เมื่อพิมพ์ตอบกลับไปเสร็จเขาก็รีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิดเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูตัวหนาออกพาสเทลออกมาใส่คู่กับกางเกงขายาวสีดำเนื้อนิ่มเหมาะสำหรับใส่อยู่บ้านตอนนี้เริ่มเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้วทำให้อากาศเริ่มเย็นลงที่อาจจะเย็นสบายสำหรับคนที่นี่แต่สำหรับคนที่มาจากประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร้อนประหนึ่งมีดวงอาทิตย์สิบแปดดวงขึ้นพร้อมกันแล้วนั้นกลับหนาวเย็นอยู่ไม่น้อย

 

แบมแบมอยู่ที่นี่มาได้ร่วมสี่เดือนแล้ว เป็นสี่เดือนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความทรงจำมากมาย อะไรๆ เริ่มเข้าที่จนเขาเริ่มคุ้นเคยกับมันและรวมไปถึงความสัมพันธ์ของเขากับพ่อหนุ่มเมกันบอยข้างบ้านที่เขาไปแอบปิ๊งนั่นด้วยเช่นกัน

 

M. : อย่าวิ่ง ถ้าล้มจะโดนตี

 

หน้าจอโทรศัพท์ของเขาสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งจนคนที่กำลังนั่งใส่ถุงเท้าอยู่ปลายต้องเหลือบมองเล็กน้อยและยิ้มกว้างออกมากกว่าเดิม ในหัวฉายชัดถึงภาพใบหน้าหล่อเหลายามดุเขาเหมือนเด็กตัวน้อยๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะหัวใจพองฟูขึ้นมาจะคับอก

 

B. : อ๊ะ ล้มแล้วหล่ะครับ แฮ่ๆ

 

เขาแกล้งพิมพ์ลงไปแบบนั้นเพื่อแกล้งหยอกคนหน้านิ่งพลางแอบจินตนาการว่าอีกฝ่ายคงจะต้องเดินเข้ามาดุเขาแน่ๆ ยามที่เจอหน้ากันเพราะเล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง

 

“แบมแบม...” ในตอนที่เขากำลังไถโทรศัพท์เพื่อเช็คความเคลื่อนไหวในโซเชียลขณะที่ขาเรียวก็ค่อยๆ ก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้น จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นตรงหน้าสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจเพราะเข้าใจว่าตัวเองอยู่บ้านคนเดียว

 

“เฮ้ย พี่มาร์ค...เหวอออ” และยิ่งกว่าความตกใจนั้นคือความซุ่มซ่ามจนก้าวพลาดไถลลื่นจากขั้นบันไดจนต้องหลับตาปี๋รอรับความเจ็บปวดที่จะมาถึงในอีกวินาทีข้างหน้าพร้อมกับรอยจ้ำเขียวๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

หมับ

 

“ระวัง” แต่เพราะสัมผัสอุ่นๆ จากมือใหญ่ที่ก้าวขึ้นมาทางบันไดอย่างรวดเร็วมาประคองเขาเอาไว้เพื่อให้กลับไปยืนตรงชานพักบันไดดีๆ ได้อีกครั้งโดยที่ไม่ต้องเจ็บตัว

 

“ขอบคุณครับ”

 

“เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกเล่นโทรศัพท์เวลาเดิน” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าปลอดภัยดีแล้วและไม่มีรอยขีดข่วนอะไรเสียงทุ้มก็เอ่ยออกมาอย่างดุๆ จนคนซุ่มซ่ามหน้าหดเหลืองเพียงสองนิ้วเท่านั้น นี่ถ้าหากมีหูมีหางแบบในการ์ตูนมันก็คงหูลู่หางตกด้วยเป็นแน่

 

“ง่ะ...แค่เล่นนิดเดียวเอง” เด็กหนุ่มขมุบขมิบปากพูดออกมาเบาๆ เหมือนเด็กดื้อที่ผิดแล้วไม่อยากจะยอมรับผิดจนต้องโดนผู้ใหญ่เอ็ดขึ้นมาอีกครั้งนั่นแหละถึงจะยอมหงอ

 

“ยังจะเถียงอีก”

 

“ฮื่อ ขอโทษก็ได้ ว่าแต่เข้ามาได้ยังไงครับ” เขารีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีหากยังดันทุรังต่อไปมีหวังโดนอีกคนเทศน์อีกยกใหญ่แน่ๆ

 

“ประตูไม่ได้ล็อค” คำเฉลยถูกเอ่ยออกมาให้คนตัวเล็กถึงบางอ้อและนึกขึ้นได้ว่าคนในหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยล็อคประตูกันเท่าไหร่นักในยามกลางวันเพราะมียามคอยตรวจตราและมีการรักษาความปลอดภัยที่เยี่ยมยอดอยู่แล้ว

 

“เอ่อ...หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอครับ” แบมแบมเอียงคอถามอีกคนที่เห็นว่ากำลังจ้องเขาไม่ว่างตามาได้สักพักใหญ่ๆ แล้วแถมดวงตาคมคู่นั้นดูดุกว่าปกติหลายเท่าตัว

 

เหมือนมีไฟลุกอยู่ในนั้นด้วยนะเนี่ย...เอ๊ะ หรือคิดไปเองกันนะ?

 

“หลอกกันเหรอ” คำพูดที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แทบไม่ได้ผิดเผกไปจากเดิมแต่กลับทำให้แบมแบมรู้สึกเสียวสันหลังวาบแล้วรีบถามกลับไปด้วยความงุนงงไม่น้อย

 

“ครับ?”

 

“...” ร่างหนาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเขาเพียงแค่ยกโทรศัพท์ที่เขาถือติดมือมาด้วยจากบ้านขึ้นมาโชว์หน้าจอให้คนตัวเล็กได้เห็นถึงข้อความล่าสุดที่เขาเพิ่งส่งไปเองกับมือ

 

อา ดูเหมือนว่าไฟในลูกตานั่นเขาจะไม่ได้คิดไปเองนะ...

 

“แหะๆ พี่มาร์ควิ่งมาเหรอ” ร่างบางหัวเราะแหะๆ ออกมาเขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าอีกคนเข้ามาด้วยสลิปเปอร์สำหรับใส่อยู่บ้านที่ดูก็รู้ว่าคนเนี๊ยบแบบอีกฝ่ายไม่น่าลืมเปลี่ยนได้ถ้าไม่ใช่เพราะรีบเร่งจริงๆ แถมมาโผล่บ้านเขาภายในไม่ถึงสองนาทีหลังจากอ่านข้อความเขาได้แบบนี้นั้นไม่น่าใช่คนที่เดินมาแน่ๆ

 

“...” ชายหนุ่มร่างสูงไม่ได้ตอบคำอะไรกลับไปแค่เพียงหมุนตัวกลับแล้วเดินลงบันไดไปเท่านั่น แต่นั่นก็ทำให้คนผิดรีบก้าวเดินตามไปทันทีอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากให้ความซุ่มซ่ามของตัวเองเกิดขึ้นจนต้องถูกดุอีก

 

“พี่มาร์คคคคคคค เดี๋ยวก่อนน โกรธผมเหรอครับ” เมื่อลงมาถึงชั้นล่างเรียบร้อยแล้วเขาก็รีบวิ่งอ้อมไปยืนดักหน้าคนตัวโตกว่าทันทีทั้งยังกางแขนออกทั้งสองข้างขวางไม่ให้อีกคนเดินต่อไปได้

 

“...”

 

“พี่มาร์ค อย่าเงียบสิครับ ผมขอโทษ” แต่ความเงียบที่ได้รับกลับมาจากคนที่ไม่ช่างพูดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนมีชนักติดหลังยิ่งร้อนรนยิ่งไปให้ ยิ่งยามที่เขาเดินเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าวเพื่อเอ่ยขอโทษนั้นอีกฝ่ายกลับเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อย่างมองหน้านั่นอีก

 

“...”

 

“น้องแบมขอโทษนะครับ ดีกันนะๆๆ เดี๋ยววันนี้จะยอมเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่มาร์คทั้งวันเลยนะครับ” ร่างน้อยไม่ยอมแพ้ทั้งยังส่งมือไปเขย่าแขนแกร่งเหมือนกำลังเรียกร้องความสนใจแถมยังเขย่งตัวไปมาพยายามให้ตัวเองไปโผล่ในระดับสายตาอีกฝ่ายให้ได้แต่ก็ยังคงได้รับความเงียบงันกลับมา

 

“...”

 

อย่างนี้ต้องใช้ไม้ตาย...

 

“น้าาาา ดีกับน้องแบมนะ วันหลังจะไม่ทำอีกแล้ว” สุดท้ายหัวทุยๆ ก็เลื้อยไปถูไถต้นแขนแกร่งของอีกคนอย่างออดอ้อนทันทีแล้วเงยหน้าวางคางเกยเอาไว้ที่ต้นแขนแกร่งสบตากับคนที่มองลงมาอย่างออดอ้อนทำตาปริบๆ ที่ถ้าหากเป็นแบมแบมเมื่อสองสามเดือนก่อนมาเห็นคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำอะไรแบบนี้แน่ๆ แต่เพราะตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วน่ะสิ!

 

“เฮ้อ” สุดท้ายคนเงียบก็ถอนหายใจออกมาหนักๆ ซึ่งนั่นถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแบมแบมเพราะแปลว่าอีกคนเริ่มใจอ่อนแล้วถึงอ้าปากเตรียมจะออดอ้อนเพิ่งไปอีกซักประโยคสองประโยค

 

“พี่มะ...อื้อออออ เอ็บอ้า (เจ็บน้า)” แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดออกไปจนจบประโยคแก้มยุ้ยก็ถูกดึงยืดออกพร้อมกันทั้งสองข้างจนเหมือนเจ้าก้อนอุ๋งๆ ตัวน้อย

 

นี่คงเป็นอะไรแรงที่สุดที่เขาจะทำให้อีกคนเจ็บได้...

 

มาร์คอดไม่ได้ที่จะคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย

 

“อย่าทำแบบนี้อีก” คนตัวสูงกว่าพูดออกมาแบบดุๆ แต่ก็ยังไม่ปล่อยเจ้าก้อนโมจิในอุ้งมือออกแถมยังยืดออกมากกว่าเดิมจนคนที่มีพื้นที่เนื้อแก้มเยอะต้องรีบพยักหน้าหงึกๆ กลัวเพราะกลัวว่าแก้มจะขาดเสียก่อน

 

“ไอ๊อำแอ๊ว (ไม่ทำแล้ว)” มือหน้ายอมละมือออกมาในที่สุดย้ายไปวางแปะลงบนกลุ่มผมนิ่มแล้วตบลงเบาๆ สองสามทีแทน

 

แปะ

 

 

 

 

“เป็นห่วง เข้าใจไหม”




#พี่หมอมบ




“เป็นห่วง เข้าใจไหม” ประโยคที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาตรงๆ ตามประสาอีกฝ่ายที่เป็นคนไม่ช่างพูดหากแต่ก็พูดทุกอย่างที่เห็นว่ามันควรจะพูดออกมา และนิสัยตรงๆ นั่นเองทำให้คนตัวเล็กหน้าเห่อร้อนออกมาทันที

 

“ครับ...”

 

“ไปกินข้าว” เขาว่าสั้นๆ แล้วดึงรั้งที่ข้อมือเล็กให้เดินตามออกไปด้วยกัน

 

“อ้าว มาร์คไปไหนมาลูก จู่ๆ ก็วิ่งหายออกไปม๊าตกใจหมด” ทันทีที่พวกเขาทั้งสองคนก้าวเข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังใหญ่อีกหลังที่อยู่ติดกันแล้วก็มีเสียงอ่อนหวานของผู้หญิงผู้กุมอำนาจใหญ่สุดในบ้านต้วนแห่งนี้และมีศักดิ์เป็นมารดาแท้ๆ ของมาร์ค ต้วนที่ถึงแม้ปีนี้เธอจะอายุย่างเข้าเลขห้าแล้วหากแต่ความสวยสะคราญไม่สร่างจนเหมือนสาววัยสามสิบต้นๆ เท่านั้น

 

“...” คำถามของเธอไม่ได้รับการตอบกลับเป็นคำพูดจากลูกชาย หากแต่ร่างหนาแค่เพียงเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยเพื่อให้มารดาของเขาได้เห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตนที่โดนเขาบังเสียมิด

 

“แหะๆ อรุณสวัสดิ์ครับคุณป้า” คนที่โผล่ออกมาจากข้างหลังร่างหนาเอ่ยทักทายคนอายุมากกว่าอย่างสนิทสนมพร้อมทั้งยกมือไหว้ตามแบบมารยาทไทยด้วยความเคยชิน ซึ่งหญิงสาวก็ยกมือรับไหว้ด้วยท่าทีเงอะงะเล็กน้อยเพราะความไม่คุ้นชินในวัฒนธรรมแบบไทยๆ หากแต่เพราะวัฒนธรรมที่น่าสนใจทำให้เธอเต็มใจที่จะเรียนรู้พวกมันจากหนุ่มน้อยข้างบ้าน

 

“สวัสดีจ๊ะหนูแบมแบม” เธอตอบกลับเป็นภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ ที่เรียนรู้มาจากเด็กน้อยตรงหน้า แต่ถ้าหากให้เทียบกับคนต่างชาติที่เรียนภาษาไทยแล้วก็ถือว่าจัดอยู่ในเกณฑ์ดีเพราะออกเสียงได้ถูกต้องชัดเจนมากพอสมควร

 

“สวัสดีครับ” แบมแบมตอบกลับไปอีกครั้งเป็นภาษาไทยเช่นกันพลางก้าวเดินออกมาจากทางด้านหลังของมาร์คเพื่อมาหยุดตรงหน้าหญิงสาว

 

“หิวหรือยังลูก ป้าทำกับข้าวไว้เยอะเลย มีไข่เจียวแบบไทยที่หนูสอนทำคราวก่อนด้วยนะ” ผู้อาวุโสถามเด็กน้อยตรงหน้าทั้งยังจับจูงมือนิ่มให้เดินตามไปทางห้องอาหารของบ้านด้วยกัน

 

“จริงเหรอครับ! ตื่นเต้นจังแบมอยากกินเร็วๆ แล้วสิ~” เสียงหวานร้องออกมาอย่างตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้ยินถึงเรื่องอาหารที่ไม่ว่าจะเป็นอะไรแบมแบมก็ชอบมันทั้งหมดนั่นแหละ

 

“จริงสิคะ วันนี้หนูต้องมาเป็นหนูทดลองให้ป้าด้วยนะว่าเป็นยังไงบ้าง”

 

“มันต้องอร่อยแน่นอนอยู่แล้วครับคุณป้าทำอะไรก็อร่อย” เด็กหนุ่มว่าอย่างมั่นใจทั้งยังยกมือขึ้นมาทั้งสองข้างชูนิ้วโป้งขึ้นมาทำเป็นท่าเยี่ยมให้อีกฝ่ายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพลางยกมือขึ้นมาหยิกแก้มยุ้ยเบาๆ อย่างที่อดจะหมั่นเขี้ยวไม่ได้

 

“แหม ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้”

 

“ผมเปล่านะครับ ความจริงทั้งนั้นเลย”

 

“อยากจะได้มาเป็นลูกชายจริงๆ ตามาร์ควันๆ นี่พูดแทบนับประโยคได้เลยมั้ง” เธอว่าพร้อมทั้งลูบหัวเด็กน้อยที่ตัวพอๆ กับเธออย่างเอื้อเอ็นดู ความจริงเธออยากได้ลูกสาวอีกคนมาคอยออดอ้อนแบบนี้บ้างแต่พยายามกับสามีเท่าไหร่ก็ไม่มาสักทีเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลยแถมลูกชายคนเดียวที่มีก็แสนจะนิ่ง ครั้งสุดท้ายที่บอกรักแม่คงตอนประถมล่ะมั้งนั่น

 

“ฮื่อ พูดแบบนี้เดี๋ยวพี่มาร์คเสียใจร้องไห้ฮือๆ นะครับ” ร่างน้อยว่าพลางแกล้งยกมือขึ้นมาถูกใต้ตาเบาๆ ทำท่าเหมือนร้องไห้ทั้งยังแกล้งทำเสียงสะอึกสะอื้นเพื่อความสมจริงเข้าไปอีก

 

“ร้องไห้มันจริงเถอะจ๊ะ ครั้งสุดท้ายที่ร้องนี่ตอนไหนก็จำไม่ได้แล้ว นานเหลือเกิน” คนเป็นมารดาว่าเหลือบมองลูกชายตัวโตที่เดินตามมาข้างหลังเงียบๆ ประหนึ่งว่าตนไม่ได้อยู่ที่นี่ซะอย่างนั้น ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนก็เดินเข้ามาในห้องทานอาหารของบ้านเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งทรุดตัวลงนั่งที่มุมหนึ่งของโต๊ะทานอาหารทรงกลมตามสไตล์บ้านคนจีน

 

“แต่ถึงยังไงคนอื่นก็อิจฉาคุณป้านะครับมีลูกชายหล่อขนาดนี้ เรียนเก่งอีกต่างหาก”

 

“เหรอจ๊ะ งั้นหนูเอาไหม ป้ายกให้ฟรีๆ เลยฝากเลี้ยงดูด้วย” เธอพูดอย่างทีเล่นทีจริงทำให้แบมแบมสตั๊นไปแวบหนึ่งก่อนจะตอบกลับ

 

“อ่า ยกให้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอครับแต่แบบผมคงเลี้ยงพี่มาร์คไม่ไหวหรอกครับ เลี้ยงตัวเองยังจะไม่รอดเลย ฮ่าๆ”

 

“แหมว่าไปนั่น ป้าจะบอกอะไรให้นะ พ่อคนเนี้ยแค่ม๊าแค่ขอให้ไปออกงานแทนล่ะเลี่ยงแล้วเลี่ยงอีก แต่พอให้ไปชวนเรามาทานข้าวถึงกับวิ่งโร่ไปถึงบ้านนู้น น่าตีจริงเชียว” ความจริงที่หลุดออกมาจากปากของเธอทำให้แบมแบมอดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม

 

“ม๊า” คนเป็นลูกชายที่นี่งเงียบมาตั้งแต่แรกเอ่ยออกมาเสียงเข้ม พร้อมทำยังทำตาดุส่งไปทางมารดาของเขาที่หากเป็นแบมแบมคงอดไม่ได้ที่จะหวาดๆ กับสายตานั้น ทว่าคนเป็นมารดานั้นกลับคุ้นชินแถมไม่มีแม้แต่ความหวั่นเกรงใดๆ ทั้งสิ้น

 

“อะไรคะคุณชายต้วน ดิฉันก็พูดความจริงทั้งนั้น”

 

“ลงมือกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวก็ปวดท้องอีก” และมาร์ครู้ดีว่าเขาไม่มีทางทำอะไรมารดาได้อยู่แล้ว แหงสิ ขนาดที่ว่าร้ายๆ อย่างป๊าเขายังยอมสยบให้อย่างเขาจะไปเหลืออะไรกัน สุดท้ายเขาจึงได้แต่เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทนเพราะเห็นว่าน่าจะง่ายกว่าการหยุดมารดาให้เลิกขายเขา

 

“อ้ะ จริงสิ มัวแต่คุยเพลินๆ รีบลงมือเร็วเด็กๆ” หญิงวัยกลางคนดูเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้เพราะมัวแต่คุยเพลินจึงปล่อยให้ทั้งสองคนได้ทานอาหารมื้อแรกของวัน

 

“คุณป้าไม่ทานด้วยกันเหรอครับ” แบมแบมถามอีกฝ่ายเมื่อเห็นว่ามีเพียงเขากับพี่มาร์คที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามทานอาหารเท่านั้น แต่คุณป้ากลับนั่งที่หัวโต๊ะดูพวกเขาทานเท่านั้น

 

“ป้าทานกับป๊าของมาร์คเรียบร้อยแล้วจ๊ะ” เมื่อได้ยินดังนั้นคนตัวเล็กก็พยักหน้าหงึกหงักแล้วตักข้าวเข้าปากคำโตเคี้ยวตุ้ยๆ โดยมีมือใหญ่ของลูกชายเจ้าของบ้านตักนั่นตักนี่ให้คนตัวเล็กที่กินไปคุยกับมารดาเขาไปเสียงเจื้อยแจ้วไป

 

กว่าพวกเขาจะจัดการมื้อเช้าเสร็จก็กินเวลามากกว่าปกติไปมากพอสมควรหากแต่ก็ไม่มีใครว่าอะไร แถมยังยินดีเสียอีกที่มีความสดใสของเด็กหนุ่มมาทำให้บ้านหลังใหญ่ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น หลังจากมื้ออาหารเช้าผ่านไปแบมแบมก็ทำตัวเป็นผู้มาเยือนทีดีโดยการไปขลุกอยู่ในครัวกับนายหญิงของบ้านหลังนี้เพื่อเป็นลูกมือขนมอยู่หลายชั่วโมงจนส่งพายเข้าไปในเตาอบนั่นแหละถึงจะโดนคุณนายของบ้านไหว้วานให้เอากาแฟยกมาให้ลูกชายของเธอที่นั่งอ่าน Textbook เล่มหนาอยู่ในสวนที่ประจำของเขา

 

แกร๊ก

 

“กาแฟครับพี่มาร์ค” เสียงแก้วเซรามิคที่ถูกวางลงเบาๆ บนโต๊ะสีขาวที่ตั้งอยู่ใต้ร่มไม้กลางสวนสวยพร้อมทั้งคนตัวเล็ก

 

“ขอบคุณ” ชายหนุ่มละสายตาและความสนใจจากหนังสือตรงหน้าแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วยกแก้วกาแฟร้อนนั่นขึ้นมาจิบซึ่งแบมแบมที่มองดูอยู่ตั้งแต่แรกก็อดไม่ได้ที่จะถามออกมา

 

“ไม่ขมเหรอครับ” สารภาพตามตรงตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยกินกาแฟเลยแม้แต่สักครั้งเพราะไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินและไม่ชอบอะไรขมๆ ด้วย สิ่งเดียวที่ชอบในกาแฟคือกลิ่นของมันยาวคั่วสดใหม่มันทำให้เขาสดชื่นมากกว่าดื่มมันเสียอีก

 

“ชินแล้ว”​ คนที่ติดกาแฟส่ายหัวช้าๆ แล้วตอบ

 

หรือว่ามันจะไม่ขมมากกันนะ?

 

“ขอลองชิมได้ไหมครับ” เพราะเห็นว่าอีกคนดื่มมันเป็นประจำแถมคนรอบตัวส่วนมากก็ดื่มมันบ่อยๆ เลยทำให้ทัศนคติของแบมแบมต่อกาแฟนั้นเปลี่ยนไป จึงอยากจะลองชิมเพื่อลองอะไรใหม่ๆ บ้าง

 

“...” มาร์คไม่ได้ตอบคำอะไรแค่เพียงยื่นแก้วกาแฟในมือของเขาส่งให้อีกคนรับไปจิบเบาๆ

 

“อึก แหยะ” เพียงแค่จิบเล็กๆ ก็ทำให้ความขมปี๋ไล่ลามไปทั่วทั้งลิ้น แวบแรกแบมแบมอย่าจะถุยมันทิ้งเสียตรงนั้นแต่ติดที่ว่าอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบเลยไม่อยากจะแสดงอาการเสียมารยาทแบบนั้นออกไปจึงทำได้แค่เพียงกล้ำกลืนฝืนทนกลืนมันเข้าไปเท่านั้น

 

“ไม่เห็นจะอร่อยเลย” เขาเบ้ปากน้อยๆ ขณะที่แลบลิ้นสีสดออกมาความขมยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้นเรียกสายตาเอื้อเอ็นดูจากร่างหนาได้อย่างดี รอยยิ้มบางๆ เผยออกมาจากมุมปากของเขาแต่แบมแบมก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นมัน ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา

 

“มีวิธีที่ทำให้ไม่ขมนะ” ชายหนุ่มว่าออกมาพลางปิดหนังสือตรงหน้าลงแล้วเอาไปวางเอาไว้บนโต๊ะ

 

“เอ๋ ยังไงเหรอครับ” คนตัวเล็กถามอย่างอยากรู้ไม่น้อยเพราะที่ผ่านมาเขามักได้ความรู้อะไรใหม่ๆ จากอีกฝ่ายยามทีเขาถามมันออกไป

 

“เขยิบมาสิ” และเมื่อเด็กน้อยได้ยินคำบอกแบบนั้นก็ยอมเขยิบลากเก้าอี้เข้าไปหาอีกฝ่ายจนเข่าของพวกเขาทั้งสองคนชนกันทันทีโดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกลงไปในกับดักของพรานหนุ่มเข้าเสียแล้ว...

 

หมับ

 


“อื้อ!” 





#พี่หมอมบ





“อื้อ!” สัมผัสอุ่นๆ ที่ถูกประกบลงที่ริมฝีปากอิ่มด้วยอวัยวะแบบเดียวกันโดยไม่ตั้งตัวทำให้คนตัวเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่น้อยเตรียมจะเด้งตัวหนีด้วยความตกใจแต่ติดที่มือหนาที่วางอยู่ตรงท้ายทอยของเขานั้นทำให้เขาไม่สามารถขับหนีไปไหนได้จึงได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อใจเต้นแรงอยู่แบบนั้น

 

ความเปียกชื้นจากลิ้นอุ่นร้อนที่ยังคงมีรสชาติขมของกาแฟดำติดอยู่ที่ปลายลิ้นของเขาที่กำลังละเลียดชิมตั้งแต่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นด้วยความตกใจให้ค่อยๆ เผยออ้าออกเปิดช่องทางให้เขาสามารถเข้ามาเชยชิมความหวานล้ำที่อยู่ภายใน ลิ้นหนาที่รุกรานเข้ามาตวัดไปทั่วโพรงปากของร่างน้อยเกาะเกี่ยวลิ้นนิ่มที่พยายามหดหนีการไล่ล่านั้นด้วยความตื่นตระหนก

 

ร่างบางที่ถูกรวบตัวด้วยท่อนแขนแกร่งและดึงรั้งให้มานั่งบนตักแกร่งโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกท่อนแขนแข็งแรงราวกับคีมเหล็กกักกันเอาไว้ในอ้อมกอดจนดิ้นไม่หลุด มากที่สุดที่ร่างน้อยจะทำได้คือการพยายามยันอกแกร่งเอาไว้เพื่อไม่ให้พวกเขาใกล้กันไปมากกว่านี้แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก

 

จูบอุ่นๆ ที่เริ่มทวีความร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แรงต่อต้านที่มีในตอนแรกค่อยๆ หดหายไปทีละน้อยจนสุดท้ายเจ้าลูกกวางตัวน้อยที่ตกเป็นเหยื่อของราชสีห์ร้ายก็ต้องยอมโอนอ่อนไปในที่สุดเพราะตอนนี้ในหัวของเขามันขาวโพลนไปหมดแล้ว

 

“หายขมหรือยัง” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามชิดริมฝีปากอิ่มที่เขาเพิ่งถอนออกมาเพียงเล็กน้อยเพื่อให้คนบนตักได้พักหายใจแต่ดูเหมือนว่าจูบเมื่อครู่จะดูดวิญญาณร่างเล็กไปด้วยเสียแล้ว

 

“...”

 

“ไม่ตอบเหรอ?” เขากระตุกยิ้มบางๆ เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่สดใสราวกับลูกกวางน้อยในระยะประชิดที่ตอนนี้ฉายแววมึนงงเหมือนวิญญาณยังไม่กลับเข้าร่างยังไงยังงั้น

 

“...”

 

“งั้นขออีกทีนะ” เพราะอย่างนั้นราชสีห์หนุ่มผู้หิวโหยจึงคว้าโอกาสในตอนที่เหยื่อตรงหน้าไม่ทันตั้งตัวช่วงชิงริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง...และอีกครั้งอย่างไม่รู้จักอิ่ม...โดยพวกเขาทั้งสองคนไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าการกระทำเหล่านั้นตกอยู่ในสายตาของใครบางคนที่ยืนหลบอยู่ใต้เงาไม้ซึ่งห่างไปไม่ไกลแต่ก็สามารถเห็นเหตุการณ์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

 

“ดูเหมือนว่าการจะได้หนูแบมมาเป็นลูกคงไม่ยากเท่าไหร่” เธอพูดออกมาเบาๆ กับตัวเองและแย้มยิ้มออกมาแล้วหมุนตัวกลับไปในตัวบ้านเพราะดูแล้วขนมที่เธอยกมาให้จะเป็นหมันไปเสียแล้ว สุดท้ายหญิงวัยกลางคนเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดีปล่อยให้เด็กๆ ได้มีเวลาปลูกต้นรักกันไปในสวนนั่นแหละ

 

ถึงจะไม่ใช่ในฐานะลูกชายแต่เป็นลูกสะใภ้ก็ไม่แย่เท่าไหร่...

 

“อื้อ...พะ...พอก่อนครับ” เสียงหวานที่สั่นน้อยๆ เอ่ยห้ามคนตัวโตที่ปล่อยริมฝีปากอิ่มให้เป็นอิสระแล้วแต่กำลังยุกยิกอยู่ที่ซอกคอนิ่ม มือนิ่มข้างนึงพยายามดันไหล่แกร่งออกส่วนอีกข้างพยายามหยุดมือไม้เลื้อยที่สอดเข้าไปลูบไล้ใต้สาบเสื้อของเขาตอนไหนก็ไม่ทราบได้ เรี่ยวแรงที่ถูกดูดไปจากจูบร้อนค่อยๆ ฟื้นคืนกลับมาแต่ก็ไม่มากพอที่จะหยุดร่างหนาได้

 

“ฮื่อ พี่มาร์ค” สุดท้ายเขาก็งอแงออกมาเพราะไม่สามารถต่อกรอะไรกับอีกคนได้เลยทำได้แค่ต้องยอมนั่งนิ่งๆ ในอ้อมกอดแกร่งยอมให้อีกคนทำตามอำเภอใจจนพอ แต่พอจะยอมอยู่นิ่งๆ ลมหายใจอุ่นกับมืออุ่นๆ เหล่านั้นที่ปัดผ่านร่างกายของเขากำลังทำให้เขาเสียสติอีกครั้ง ก้อนเนื้อในอกเต้นถี่ระรัวจนน่ากลัวว่ามันจะเด้งออกมาจากอกในนาทีใดนาทีหนึ่งก็ได้

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

ฮือ แม่จ๋า หัวใจแบมจะหลุดออกมาจากอกมั้ย

 

“พี่มาร์คครับ พอแล้ว...นะ”

 

“อืม” เจ้าของตักครางรับในลำคอเบาๆ เหมือนรับรู้แต่ยังคงยุกยิกอยู่ที่ซอกคอนิ่ม สัมผัสเปียกชื้นตรงผิวบางๆ แถวลำคอกับความเจ็บแปล๊บที่เกิดขึ้นทำให้แบมแบมสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าอีกคนกำลังทำอะไรอยู่

 

ฮือ เอาพี่มาร์คคนนิ่งกลับมานะ!

 

“พี่มาร์ค...อื้อ” เจ้าลูกกวางตัวน้อยเอ่ยเรียกราชสีห์หนุ่มอีกครั้งหมายจะขอความเมตตาแต่ก็ถูกช่วงชิงลมหายใจไปอีกครั้งด้วยสัมผัสหนักๆ แต่ไม่ได้มีการรุกรานใดๆ แค่เพียงกดจูบหนักๆ ค้างเอาไว้ครู่นึงเท่านั้น ก่อนจะเลื่อนไปกดจูบหนักๆ ที่แก้มนิ่มและสูดลมหายใจเอากลิ่นจำกายอันหอมกรุ่นที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นแป้งเด็กที่แบมแบมชอบทาเข้าเต็มปอด ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกมามองเจ้าก้อนนุ่มนิ่มในอ้อมกอดที่ตอนนี้ก้มหน้างุดๆ ไม่ยอมสบตากับเขา

 

“ปะ...ปล่อยก่อนครับ” ร่างน้อยเมื่อเห็นว่าอีกคนยอมหยุดแล้วจึงพยายามลุกออกจากตักแกร่ง ในใจตอนนี้อยากจะวิ่งกลับบ้านไปให้รู้แล้วรู้รอดแต่ติดที่ท่อนแขนแกร่งกลับตวัดรวบเขาเข้าไปในอ้อมกอดแน่นกว่าเดิมเสียนี่

 

“คุยกันก่อน” มาร์คว่าด้วยน้ำเสียงโทนเดิมของเขาทว่าสายตากลับทอประกายอบอุ่นมองคนในอ้อมกอดที่ไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมาเห็นเพราะมัวเอาแต่ซ่อนใบหน้าแดงซ่านไว้

 

“คุยเรื่องอะไรครับ” 

 

ไม่คุยแล้วได้ไหม ในฐานะคนเขินก็ได้

 

“เรื่องของเรา” น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นมาจนแบมแบมรู้สึกได้ หัวใจดวงน้อยๆ เต้นแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อได้ยินคำว่า ‘เรา’ ที่หลุดออกมาจากปากอีกคน ความคาดหวังมากมายผุดขึ้นมาในหัวตามแบบฉบับของคนที่แอบชอบเขาอยู่

 

“...”

 

“ตั้งใจฟังจะพูดแค่ครั้งเดียว” มาร์คเชยคางแบมแบมขึ้นเพื่อให้มาสบตากันตรงๆ แก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อนั้นน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย

 

“...”

 

“ชอบนะ”คำง่ายๆ ที่มีความหมายตรงตัวถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากคนไม่ช่างพูดแต่ทุกคำที่พูดคือความจริงใจแบบที่เจ้าตัวก็ไม่คิดจะปิดบังอะไร

 

“...” ชะ...ชอบเหรอ?!

 

“ผะ...ผมก็ชอบพี่มากเหมือนกันครับ” ในวินาทีนั้นไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจทำให้คนตัวเล็กมีแรงฮึดกล้าสารภาพความรู้สึกของตัวเองออกมาเช่นกันแม้จะเขินอยู่มากก็ตาม

 

Will you go out with me? (ลองมาคุยๆ กันดูไหม)” แต่สุดท้ายเขาก็แพ้แบบน็อคดาวน์ด้วยประโยคเดียวจากคนตรงหน้าที่เอ่ยถามออกมานิ่งๆ ราวกับว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศยังไงยังงั้น

 

Will you go out with me?

 

Will you go out with me?

 

Will you go out with me?

 

บึ้ม!

 

ฮื่อ น้องบัมมั่ยขอลับลู้อัลไลแล้ว!!!

 

“ไม่ตอบอีกแล้ว...” ชายหนุ่มหัวเราออกมาเบาๆ เมื่อเห็นท่าทางประหลาดของคนตัวเล็กที่กำลังอ้าปากค้างแล้วก็หุบแล้วก็อ้าปากออกมาอีกครั้งเหมือนคนที่กำลังพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

 

“ไม่ตอบถือว่าตกลงนะ” 

 

“...”​ เดี๋ยวสิ...นี่เขาตกลงแล้วเหรอ?

 

 

 

“ขอค่ามัดจำด้วยครับ :)”

 


 

100%

 

 

______________________________

 

ได้เหรอพี่มาร์ค แบบนี้ก็ได้เหรอออออ

ตอนนี้อาจจะสั้นกว่าทุกทีนะคะเพราะแค่อยากเล่าคดีกาแฟให้ทุกคนได้อ่านเฉยๆ


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #พี่หมอมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 841 ครั้ง

1,892 ความคิดเห็น

  1. #1770 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 04:16
    พี่มาร์คคคคคค ทำไมดีแบบนี้ๆๆๆๆๆๆๆๆ
    เงียบๆแต่กิน(น้องแบมแบม)เรียบ นิยามหมอมาร์คที่แท้ทรู >/////<
    #1770
    0
  2. #1713 [[ *.* ]] (@zadnd) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 20:10
    กาแฟหวานขึ้นมาเลยสิน๊าา
    #1713
    0
  3. #1646 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 23:11
    ตอนนี้คือดีอะ!! ฟินมากเลยค่ะไรท์
    #1646
    0
  4. #1083 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 06:24
    พี่มาร์คพูดน้อย แต่การกระทำไม่น้อยนะคะ งื้อออออออ
    #1083
    0
  5. #975 MTBB97 (@zooyujang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:23
    แหมมมมาร์ค แล้วพี่มาร์คคนที่พูดน้อยไปใหนนะคิคิ
    #975
    0
  6. #427 marin93 (@marin93) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:02
    ต่อน่าาาาา
    #427
    0
  7. #426 cartoona007 (@cartoona007) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 01:44
    พี่หมอร้ายนะจ๊ะ
    #426
    0
  8. #425 KunpimookTuan9397 (@jarja_love) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 00:02
    มัดจำยังไงงงง
    #425
    0
  9. #424 Mimimonss (@9090mint) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 20:26

    อยากอ่านต่อแบ้วววว
    #424
    0
  10. #423 Preaw326 (@Preaw326) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:17
    ก็รักกันดีนี่หน่าา ทำไมถึงเลิกกันล่ะะ
    #423
    0
  11. #422 pncpncp (@pncpncp) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:05
    กัดผ้าห่มแน่นนน ฮื่อออออ ไรท์กำลังจะฆ่านุ TT
    #422
    0
  12. #421 Pairahgase (@Pairahgase) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:56
    หูยยพี่มาร์คร้ายเงียบค่ะะ
    #421
    0
  13. #419 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 19:47
    เขินนนนน อยากรู้จังทำไมถึงแยกกัน ไม่น่าใช่ปัญหาหามือที่สามด้วยยย
    #419
    0
  14. #418 Patpatcharee10 (@Patpatcharee10) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:47
    งื้อ..ต่อเลยไรท์
    #418
    0
  15. #417 katay19_mtb2got7 (@katay19_mtb2got7) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:28
    เขิลที่เขาจูบกันหรือเขาบอกชอบกันดีอ่ะ
    #417
    0
  16. #416 Tarn Hathairat (@tarnhs) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:12
    เขินนนน
    #416
    0
  17. #415 UsaneeSangchot (@UsaneeSangchot) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:09
    งื้อ เขินนนนนนน
    #415
    0
  18. #414 Maneerat Siangsai (@maneerat_) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 15:18
    ละมุนตุ้มสุดไรสุด ฮื่อออ
    #414
    0
  19. #413 Believeinlucky (@believeinlucky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:46
    ฮื่อออคนบ้าาาาาาา
    เขินนะวุ๊ยยยย อะไรจะรุกแรงขนาดนี้คะพี่คะ!!!!!!
    น้องช๊อคไปแล้วมั้งน่ะ
    #413
    0
  20. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:25
    โง้ยยยยย พี่มาร์คทำเราเขิน ><
    #412
    0
  21. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:17

    อ๊าาาาาเขินแล้วววว

    #411
    0
  22. #410 mooham_ja (@mooham_ja) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 13:54
    มีขอค่ามัดจำอีกเหรอพี่มาร์คโอ๊ยยยไม่ไหวแล้วเขินแทนแบม
    #410
    0
  23. #409 Kamonnet223 (@Kamonnet223) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 13:22
    โอ้ยยน้องเปลืองตัวเวอร์
    #409
    0
  24. #408 มิรา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 12:20

    โอ้ยหัวใจทำงารหนักเพราะเขินมาก

    #408
    0
  25. #407 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:49
    คนซึนคนเงียบหายไปไหน555
    #407
    0