(เปิดโอน) ▽ #markbam ; HEARTBEAT #พี่หมอมบ ▽

ตอนที่ 23 : BEAT 19 -- 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 757 ครั้ง
    19 ก.ย. 62

     

 

________________________________________________________

 


________________________________________________________

 

 

 


  ________________________________________________________




เปิดโอนแล้วน้าา

รีบมาสั่งกันเยอะๆ น้า <3

รายละเอียดตามลิงค์เลยคับ 


  ________________________________________________________


ช่องทางการติดต่อ #Twitter

หมอมาร์ค : @marktuan_hb

น้องแบม : @bambam_hb

:)

  ________________________________________________________


        


        และแล้วเวลาที่ทุกคนอยากและไม่อยากให้มาถึงก็มาถึง คนตัวเล็กถูกพาตัวไปเตรียมตัวผ่าตัดตรงตามเวลาที่เจ้าหน้าที่นัดเอาไว้ แบมแบมที่ถูกพาตัวไปด้วยสติไม่เต็มร้อยเท่าไหร่นักเนื่องจากอาการตื่นเต้นและหวาดหวั่นที่ปะปนกันไป ดังนั้นใครบอกให้ทำอะไรเจ้าตัวก็ทำตาม จนตอนนี้มาสิ้นสุดที่เตียงผ่าตัดกับสายระโยงรยางค์ที่โยงเข้ากับตัวเขาเต็มไปหมด

 

ความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรอบตัวเป็นพยาบาลที่ไม่คุ้นเคยกับคุณหมออีกท่านที่เข้ามาเตรียมการก่อนผ่าตัดที่เขาไม่เคยพบ เพราะแบบนั้นแล้วทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดมีอาการแพนิคจนฟังคนรอบข้างรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง จนสุดท้ายร่างสูงที่แสนคุ้นเคยก็เดินเข้ามาในชุดสีเขียวกับผ้าปิดปากที่บดบังไปเสียครึ่งหน้า เหลือเพียงดวงตาคมที่ฉายแววอ่อนโยนนั่น

 

“เป็นอะไรครับเกร็งเชียว” เสียงทุ้มของอีกฝ่ายทำให้จิตใจอันงุ่นง่านของแบมแบมสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขายืนอยู่บริเวณปลายเตียงที่ห่างออกไปพอสมควรเพื่อให้พยาบาลช่วยใส่ถุงมือแพทย์และเสื้อคลุมสีเขียวอีกชั้น ก่อนที่เขาจะเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงผ่าตัดข้างๆ ร่างบางที่เริ่มตัวสั่นเหมือนลูกนกตัวน้อยๆ

 

“พี่มาร์ค...แบมกลัว” แบมแบมเอ่ยออกมาเสียงสั่นจากความตื่นกลัว ยามมีสายอะไรต่อมิอะไรโยงเข้ามาติดกับตัวกอปรกับเสียงเครื่องจับสัญญาณชีพ คลื่นหัวใจและอะไรต่อมิอะไร ทำให้คนตัวเล็กเริ่มหวั่นวิตกจนกลั่นตัวออกมาเป็นน้ำใสๆ เอ่ยคลอกลบดวงตาหวานซึ้งจนฉ่ำวาว สรรพนามเรียกขานเดิมถูกหยิบยกมาใช้อีกครั้งในยามนี้ ที่เขาต้องการที่พึ่งมากที่สุด

 

“อดทนหน่อยนะครับคนเก่ง อีกไม่นานเราก็จะหายแล้ว” มาร์คพยายามพูดปลอบโยน ใจอยากจะโน้มตัวลงไปจูบซับน้ำตาแลกอดปลอบเสียด้วยซ้ำยามเห็นน้ำใสๆ นั่น หากแต่เพราะประเด็นเรื่องการรักษาความสะอาดรวมไปถึงความเหมาะสมเนื่องจากมีคนนอกอยู่เต็มไปหมด ทำให้เขาต้องหักห้ามใจและพยายามเอ่ยปลอบคนตัวเล็กอย่างสุดความสามารถแทน

 

“พี่สัญญาว่าถ้าเราตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เราอยากจะไปไหน อยากจะกินอะไรพี่จะพาไปทุกที่” เขาลดตัวลงไปเอ่ยกระซิบกับคนตัวเล็กให้ได้ยินกันเพียงสองคน ยามรับทิชชูมาจากพยาบาลเพื่อซับน้ำตาให้คนที่นอนอยู่เองกับมือ

 

“สัญญานะ...”

 

“สัญญาครับ แต่เราก็ต้องสัญญากับพี่เหมือนกัน...”

 

“...” แบมแบมนิ่งไปเพื่อรอฟังคำขอจากคุณหมอหนุ่มอย่างตั้งใจยามประสานสายตากับอีกฝ่ายที่หากสังเกตดีๆ แล้วจะเห็นถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในใจลึกๆ ของเขาเช่นกัน

 

“สัญญานะว่าจะตื่นขึ้นมาหากัน...อย่าให้พี่รอนานนะครับ” ยังไงต่อให้เป็นศัลยแพทย์มือทองที่ชื่อดังแค่ไหน ก็เป็นมนุษย์เดินดินธรรมดาคนนึง ที่มีความกลัวในทุกครั้งที่ต้องรับฝากความหวังจากคนรอบข้าง รับฝากชีวิตของคนไข้เอาไว้บนบ่า ย่อมมีความกดดันเป็นธรรมดา ยิ่งในกรณีนี้คนที่เขาต้องลงดาบนั้นเป็นเจ้าของหัวใจ เป็นคนที่เขาจะเสียไปไม่ได้ ยิ่งทำให้ความเครียด ความกดดันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

“ไม่สัญญาได้ไหม แต่จะพยายามให้ถึงที่สุดครับ” คำตอบแบบนั้นของคนตัวเล็กเรียกสายตาและน้ำเสียงดุๆ ของคุณหมอได้เป็นอย่างดี

 

“แบมแบม...”

 

“ฮะๆ สัญญาก็ได้ ว่าที่แฟนหล่อขนาดนี้ผมไม่ปล่อยให้รอนานหรอกครับ” เขายิ้มทะเล้นออกมาและหัวเราะแห้งๆ หมายคลายบรรยากาศกดดันรอบตัวให้ไม่ดูเครียดจนเกินไป...แม้จะดูเป็นการหลอกตัวเองก็ตามทีเถอะ

 

“พูดแล้วนะครับ พี่ก็จะทำให้ดีที่สุด”

 

“อย่ากดดันตัวเองนะครับ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมเชื่อว่าพี่ทำดีที่สุดแล้ว...ผมรักพี่นะ” คำรักถูกหยิบยกมาเอื้อนเอ่ยในยามนี้ แม้ทั้งสองจะให้คำสัญญากันว่าจะกลับมาแต่ในความเป็นจริงแล้ว ในเรื่องของความตายนั้นพวกเขาหาใช่พวกเขาเป็นผู้กำหนดมัน

 

ฉะนั้นแล้วในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังมีลมหายใจ ยังรู้สึกตัวจึงควรใช้โอกาสนี้พูดมันออกไป ใครจะไปรู้ว่าในวันพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร จะได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหรือจะหลับไปตลอดกาลสู่นิทรารมย์อันเป็นนิรันดร์

 

“รักเหมือนกันครับ” เป็นครั้งแรกที่น้องบอกรักเขาก่อนเป็นคำรักที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขและหวาดหวั่นไปในคราวเดียวกัน

 

เขากำลังกลัว...กลัวว่านี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้ยินคำนี้จากคนๆ นี้

 

“พร้อมหรือยังครับคนเก่ง” เวลาสำหรับบทสนทนาได้หมดลงแล้วยามพยาบาลสาวก้าวเข้ามาพยักหน้าเล็กน้อยส่งสัญญาณให้นายแพทย์หนุ่มยามที่ได้เตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

 

“...” แม้จะพยักหน้าตอบรับแต่นัยต์ตาคู่นั้นฉายแววหวาดหวั่นอย่างชัดเจนแต่เป็นความหวาดหวั่นจากพื้นฐานของมนุษย์แต่ไม่หวาดกลัวอีกต่อไป เพราะเขาเชื่อ...เชื่อว่าเขาจะปลอดภัยเมื่อชีวิตของเขาอยู่ภายใต้การดูแลจากอีกฝ่าย และเขาเชื่อว่าถ้าหากเขาไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นั่นก็เป็นเพราะอีกคนได้ทำอย่างสุดความสามารถของเขาแล้วจริงๆ...

 

“ไม่ต้องกลัวนะครับ แค่จะหลับไปเป็ปเดียวเดี๋ยวก็ตื่นขึ้นมาแล้ว...” ชายหนุ่มยกยิ้มออกมาแม้ใบหน้าครึ่งนึงของเขาจะอยู่ภายใต้หน้ากาก แต่แบมแบมก็มองเห็นรอยยิ้มนั้นได้จากสายตาของอีกฝ่าย ซึ่งนั่นเป็นตอนเดียวกับแพทย์ช่วยผ่าตัดมายืนข้างเตียงเพื่อทำการวางยาสลบคนไข้กับพยาบาลที่เอาสายออกซิเจนมาใส่ให้

 

“อืม...ง่วงจัง” แบมพูดออกมาเบาๆ เหมือนคนเพ้อพร้อมกับดวงตาที่เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ แล้วปิดลงพร้อมกับสติของเขาที่ขาดหายไป ก่อนที่เขาจะไม่รู้สึกตัวก็มีเสียงกระซิบเบาๆ เหมือนดังมากจากที่ไกลๆ พร่ำบอกเขา

 

“นิดเดียวนะคนดี แล้วรีบตื่นขึ้นมาหาพี่นะ”

 

“จะเริ่มการผ่าตัดแล้วนะครับ” หลังจากที่ตรวจเช็คว่าน้องได้หลับไปแล้วคุณหมอหนุ่มก็พูดขึ้นให้เหล่าพยาบาลและคุณหมอร่วมผ่าตัดอีกสองคนได้ตื่นตัว พยาบาลคนนึงได้ทายาฆ่าเชื้อบริเวณทรวงอกคนตัวเล็ก ส่วนอีกคนก็ยื่นมีดให้นายแพทย์หนุ่ม การผ่าตัดเริ่มไม่นานนักจู่ๆ เสียงเครื่องร้องเตือนทำให้ทุกคนหันไปมองที่หน้าจอไม่ไกลที่มีพยาบาลคนนึงยืนอยู่ตรงหน้าเครื่องนั้น

 

ตื๊ดๆๆๆ 

 

“คุณหมอคะ Acute heart failureค่ะ!” 

** (ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นใหม่อย่างรวดเร็วหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลวที่มีอาการคงที่แต่กลับแย่ลงในเวลาไม่นาน) 

 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นนายแพทย์ผู้นำผ่าตัดก็เบิกตากว้าง ร่างกายรู้สึกชาวาบเหมือนโดนน้ำเย็นๆ สาดใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เขารีบเอ่ยสั่งการขณะที่สายตาเหลือบมองไปยังหน้าจอที่บอกถึงสัญญาณชีพผู้ป่วยที่กำลังลดฮวบอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่เป็นกังวล

 

“ไม่นะ...” เขาพูดออกมาเบาๆ แบบแทบที่จะไม่มีเสียงหลุดออกจากปากแม้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะทำให้เขาสามารถควบคุมสติและตัดสินใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว หากแต่ประสบการณ์ไม่เคยทำให้เขารู้สึกชาชินกับวินาทีแห่งความเป็นความตายเลยสักนิด ยิ่งกับเคสนี้ไม่มีวันที่เขาจะไม่รู้สึกอะไร ภายในอกแกร่งเขารู้สึกรวดร้าวราวกับเป็นตัวเขาเสียเองที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัด จิตวิญญาณของเขากำลังดิ้นทุรนทุรายราวกับจะขาดใจไม่แพ้กัน

 

ได้โปรดแข็งใจอีกหน่อยนะครับ...อย่าเพิ่งทิ้งพี่ไป

 

กับคนบางคน...ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อไล่ตามความรักที่ไขว่คว้าไม่ถึง

 

ถ้าเราทิ้งพี่ไป...

 

แต่พอได้มาแล้ว...กลับไม่รู้จักรักษามันเอาไว้ให้ดีพอ

 

พี่จะอยู่ยังไง...




#พี่หมอมบ





‘เด็กดี...ตื่นขึ้นมาหาพี่ได้แล้วนะครับ’

 

‘เป็นคนนอนขี้เซาแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’

 

‘คิดถึงจะตายแล้วนะครับ ได้โปรดตื่นขึ้นมาหาพี่เถอะ’

 

เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนดังก้องเหมือนสะท้อนมาจากที่ไกลๆ เสียงนั้นฟังดูคุ้นเคยเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหน ทว่าต่อให้เขาพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกแต่ในความรู้สึกคือเขาคนนี้สำคัญมากๆ แต่ทั้งที่เป็นยังงั้นทำไมจึงนึกไม่ออกก็ไม่ทราบได้ 

 

ดังนั้นแล้วเขาจึงพยายามลืมตาขึ้นเผื่อจะได้พบใครคนนั้นแล้วนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง ทว่าต่อให้เขาพยายามเท่าใดเปลือกตาที่แสนหนักอึ้งกลับไม่เปิดออกดั่งที่ใจต้องการ ไม่เพียงแค่ดวงตา หากแต่เป็นทั้งร่างกายทุกส่วนนั้นหนักอึ้งไปหมด ราวกับว่าเขาไม่ใช่เจ้าของร่างกายนี้อีกต่อไป

 

เจ้าตัวง่วงงุนเริ่มกัดกินสติของเขาอีกครั้งนึงพร้อมกับเสียงทุ้มนั้นที่ฟังดูห่างไกลออกไปเรื่อยๆ จนเขาฟังไม่ได้ศัพท์ แม้จะอยากฟังต่อแต่ดูเหมือนว่าตัวเขาไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เลย

 

ง่วงจัง...ขอนอนต่ออีกหน่อยได้หรือเปล่านะ?

 

“แบมแบม...” ชายหนุ่มเอ่ยร้องเรียกคนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของหัวใจของเขาเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่ทราบได้เพราะตั้งแต่คนตัวเล็กออกจากห้องผ่าตัด เขาก็แทบจะไม่ได้ห่างจากข้างเตียงนี้ ยกเว้นก็ตอนมีคนไข้หรือเคสผ่าตัดจำเป็นที่ต้องรักษาเท่านั้น 

 

แม้จะมีเจบีหรือเพื่อนของคนตัวเล็กอย่างยูคยอมมาผลัดเปลี่ยนให้เขาได้ไปพักผ่อนหรือชำระล้างร่างกาย แต่เป็นตัวเขาเองที่รีบจัดการธุระเหล่านั้นด้วยความรวดเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้กลับมาอยู่ข้างกายร่างน้อยด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ว่าเขาจะเป็นคนแรกที่ได้เจอน้องทันทีที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมา

 

ดวงตาคมทอดมองไปที่เรือนร่างของคนหน้าหวานที่นอนหลับไม่ได้สติกว่าสองสัปดาห์แล้ว ร่างกายบอบบางดูซูบผอมกว่าที่เคยเป็น แม้จะมีอาการบวมจากการให้น้ำเกลือบ้าง แต่เพราะการไม่ได้รับสารอาหารจากอาหารจริงๆ ทำให้ร่างกายเขาซูบลงไปอยู่ดี

 

มือหนากำลังเริ่มลงมือบีบนวดลงไปบนกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของคนที่ยังไม่ได้สติด้วยแรงพอเหมาะ นี่เป็นสิ่งที่เขาเริ่มทำเป็นกิจวัตรเพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อเกิดอ่อนแรงจากการไม่ได้ใช้งาน แต่มันก็ช่วยได้ไม่เยอะมากนักเพียงเป็นการประวิงเวลาที่จะเกิดอาการนั้นให้ช้าลงเท่านั้น

 

สภาพของคุณหมอหนุ่มตอนนี้ก็ดูอิดโรยไม่แพ้กันเพราะตลอดเวลากว่าสองสัปดาห์นี้ เวลานอนของเขารวมกันทั้งหมดยังไม่ถึงยี่สิบชั่วโมงดีเลยด้วยซ้ำ จะนอนเยอะหน่อยก็วันที่มีเคสผ่าตัดที่เขาจำเป็นต้องจัดการจริงๆ นอกเหนือจากนั้นคุณหมอหนุ่มคนนี้ก็ไม่รับเคสใดๆ อีก เป็นการขอใช้โควต้าลาพักร้อนที่มานั่งดูแลคนป่วยบนเตียง ที่เหล่าพยาบาลแล้วคนสนิทที่เดินเข้าออกเริ่มชินตาเสียแล้ว

 

ตัวเขารู้ดีว่าการอดหลับอดนอน ทนฝืนสังขารแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะทำ หากแต่เขาเองก็ไม่อาจข่มตานอนหลับได้เช่นกัน จนต้องรอให้ร่างกายชีทดาวน์ตัวเองจนผล็อยหลับไปเพราะควาเหนื่อยล้า แต่ไม่นานนั้นตัวเขาก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

 

เขามักฝันถึงทุ่มหญ้าสีเขียวขจีอันกว้างใหญ่ ที่มีกลิ่นไอดินผสมปะปนไปกลับกลิ่นเฉพาะแบบของธรรมชาติและกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ไม่ทราบชนิด ในฝันเขาเดินก้าวเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะพบกับทุ่มดอกไม้สีสวยอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

พร้อมกับร่างของใครบางคนที่นอนอยู่กลางทุ่งดอกไม้นั้น...ใครบางคนที่อยู่ในชุดผู้ป่วยสีเขียว นอนหลับตาพริ้มหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ใครคนนั้นที่เขารู้จักเป็นอย่างดี

 

‘แบมแบม...’ ในฝันเขาเอ่ยเรียกชื่อร่างบางออกไปและรีบก้าวเดินหมายจะไปหาร่างนั้น ทว่าต่อให้เขาพยายามก้าวเท้าเข้าไปเท่าไรก็ไม่ถึงจุดที่คนตัวเล็กนอนหลับไหลอยู่เสียที เขาจึงก้าวเท้าให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวิ่งแต่มันก็ไม่ถึงตรงๆ นั้นเสียที เขาวิ่งจนไม่ทันสังเกตว่าบรรยากาศรอบตัวนั้นได้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ที่มีแสงสว่างอยู่ไกลๆ เหมือนเป็นปลายทาง กับร่างของน้องที่หายวับไป

 

‘พี่มาร์ค’ เสียงหวานดังขึ้นข้างหลังทำให้คนตัวสูงหันกลับไปมองทันทีและเขาก็ได้เห็นคนที่เขาวิ่งตามกำลังยืนยิ้มบางๆ ให้เขาในชุดสีขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้จะดูแปลกตาแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ถามอะไร เพราะความเป็นห่วงนั้นมีมากกว่า ฝ่ามือใหญ่รีบคว้าจับคนตัวเล็กให้ขยับเข้ามาใกล้ หมายจะดูให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายปลอดภัยไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ หากแต่มือเขากลับปัดผ่านแขนคนตัวเล็กไปราวกับคว้าอากาศ

 

‘แบมแบม...ทำไม’ เขาครางชื่ออีกฝ่ายออกมาเบาๆ ในลำคออย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่เขาพยายามจะคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่ามันกลับไม่สำเร็จเลย

 

‘พี่มาร์ค...’ ร่างน้อยไม่ได้ตอบคำอะไรกลับไปหากแต่เอ่ยเรียกชื่อของเขาอีกครั้งนึงพร้อมกับลอยห่างออกไปด้วยรอยยิ้มบางๆ นั่นทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างและรีบก้าวเดินตามไปแต่ขาของเขากลับก้าวไม่ออกได้ดังใจนึก เขาก้มมองที่ขาเจ้าปัญหาของตนกับร่างบางที่ลอยห่างออกไปไกลเรื่อยๆ

 

‘แบมแบม รอพี่ก่อน แบมแบม!’ เขาตะโกนออกมาจนสุดเสียง ตะโกนออกมาจนรู้สึกแสบคอไปหมด แต่มันก็ไม่สามารถหยุดอีกฝ่ายได้เลย...

 

“แบม...ไม่! แบมแบม!” 

 

เฮือก!

 

เสียงทุ้มร้องตะโกนออกมาจนสุดเสียง สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ชื้นเหงื่อ นัยต์ตาคมเบิกกว้าง มือหนายกขึ้นเสยผมชื้นเหงื่อที่ตกลงมาปรกหน้าลวกๆ ดวงตาคมเหลือบไปมองนาฬิกาดิจิตัลที่ติดไว้บนผนัง พบว่าเขาเผลอหลับไปได้สี่ชั่วโมงกว่าถือเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุดหลังจากวันนั้น...

 

เขาไม่รอช้ารีบลุกจากที่นอนในห้องพักแพทย์เพื่อไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็วและรีบแต่งเนื้อแต่งตัวก้าวเดินออกจากห้องไป

 

“แบมแบม...” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกชื่อคนที่ยังคงนอนไม่ได้สติบนเตียงเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสลงบนแก้มนิ่มที่เย็นเฉียบเนื่องจากเครื่องปรับอากาศ มือหนาเลื่อนไปกระชับผ้าห่มให้สูงขึ้นเพราะกลัวว่าน้องจะหนาว ดวงตาคมมองไปที่เครื่องบอกสัญญาณชีพที่มีอัตราการเต้นของหัวใจโชว์อยู่ด้วยความสบายและไม่สบายใจในคราวเดียวกัน

 

สบายใจที่มันบ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่ของอีกคน

 

ไม่สบายใจที่แม้จะยังมีชีวิตอยู่หากแต่ยังหลับใหลไม่ได้สติจนน่ากลัว

 

เขาละสายตาจากหน้าจอนั่นแล้วโน้มตัวเองจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากมนเบา ก่อนจะสะดุ้งยามหูได้ยินเสียงเครื่องสัญญาณเมื่อครู่ร้องเตือนขึ้นมา ดวงตาของเขาเบิกกว้างยามเงยหน้ากลับขึ้นไม่มองที่หน้าจอมอนิเตอร์แล้วพบว่าอัตราการเต้นของตัวใจที่คงที่เมื่อครู่ จู่ๆ ก็ลดฮวบไปกว่าครึ่งและยังคงลดลงเรื่อยๆ ไวกว่าความคิดเขารีบกดปุ่มเรียกพยาบาลในทันทีพร้อมกับสั่งการให้พยาบาลเตรียมเครื่องมือแพทย์มาพร้อมกัน

 

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

 

เสียงนั้นดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ยามที่สัญญาณชีพนั้นลดต่ำลงกว่าเกณฑ์มากๆ พยาบาลที่วิ่งมาพร้อมกับเครื่องปั๊มหัวใจ รีบเซ็ตค่าคลื่นไฟฟ้าตามแพทย์สั่งอย่างรู้งาน และจัดเตรียมทุกอย่างอย่างเป็นระบบโดยมีพยาบาลคนนึงมาผลัดกับนายแพทย์หนุ่มเพื่อทำ CPR แทน

 

“คุณหมอคะ เครื่องพร้อมแล้วค่ะ” มาร์คพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรับสิ่งที่พยาบาลยื่นให้มาถือไว้

 

“1 2 เคลียร์!”

 

“ไม่มีการตอบสนองค่ะ” พยาบาลที่ยืนอยู่หน้าเครื่องปั๊มหัวใจพูดขึ้น นั่นทำให้ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นเป็นเท่าตัว

 

“เพิ่มความถี่คลื่นไฟฟ้าด้วยครับ”

 

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณหมอ”

 

“1 2 เคลียร์!”

 

ความพยายามครั้งที่สองยังคงไม่ส่งผลรวมไปถึงครั้งที่สามและสี่ที่ตามมาติดๆ เช่นกัน

 

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ดดดดดดดดด

 

“ไม่นะ...” เขาพูดออกแม้จะอยากกู่ร้องออกมาดังแค่ไหนก็ตามแต่ร่างกายของเขากลับรู้สึกอ่อนล้าหมดแรง กราฟอัตราการเต้นของหัวใจที่โชว์เป็นเส้นตรงยาวๆ บนหน้าจอทำให้เขาแทบจะขาดใจลงตรงนั้น แม้จะพยายามอ้อนวอนขอให้มีปาฏิหาริย์กับพระเจ้าอีกสักคราหากแต่มันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เสียแล้ว...

 

“ไม่...” เขาพูดขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้และลงมือ CPR ร่างน้อยอีกครั้งแทนที่พยาบาลสาวที่กำลังจะหยุดมือ เมื่อไม่เห็นการตอบสนองของคนไข้

 

“พอถอะหมอ...แบมไปสบายแล้ว” จนสุดท้ายเป็นเจบีที่เดินแหวกกลุ่มพยาบาลเข้ามาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ พร้อมกับมือหนาที่จับที่ข้อมือใหญ่ของคุณหมออีกคน แม้ในใจเข้าก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน มือของเขาสั่นเทิ้ม ดวงตาคมแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่จวนเจียนจะไหลออกมาจากความเศร้าโศกยามพบความจริงที่ว่าน้องชายอันเป็นที่รักของเขากำลังจะจากโลกนี้ไปแล้ว

 

เจบีเดินไปประชิดเตียงคนไข้พร้อมกับจับมือนิ่มที่เย็นเฉียบของน้องขึ้นมานาบแก้ม มองไปที่เสี้ยวหน้าเนียนที่มีหน้ากากออกซิเจนที่ครอบอยู่ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสิ่งสุดท้ายที่กำลังรั้งลมหายใจอันรวยรินของน้องเขาอยู่...

 

“เอ่อ...คุณหมอคะ” พยาบาลคนนึงพูดขึ้นมายามเห็นนายแพทย์หนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่ข้างเตียงเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงอย่างทำอะไรไม่ถูก

 

“หมอ...ผม...ยอมแพ้แล้ว” เจบีพูดออกมาด้วยน้ำเสียงขาดห้วงน้ำตาลูกผู้ชายไหลลงมาเป็นทางยาวพร้อมกันไปสบตากับมาร์คที่เงยหน้าขึ้นมายามมีคนเรียกหาดวงตาคมของนายแพทย์หนุ่มคนนั้นฉายแววเสียใจไม่แพ้กัน

 

“...” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่เงยหน้าไปสบตาพยาบาลแล้วพยักหน้าให้หนึ่งทีเป็นสัญญาณให้ถอดเครื่องช่วยหายใจคนไข้ได้ ก่อนเขาจะยืนขึ้นเพื่อมองดูคนที่เขารักสุดหัวใจจากไปจนวินาทีสุดท้ายในลมหายใจของอีกฝ่าย

 

“หลับให้สบายนะน้องพี่...” เจบีกดจูบที่มือนิ่มของแบมแบมพร่ำกระซิบบอกคำรักกับน้องชายของตัวเองที่ปรารถนาจากก้นบึ้งของหัวใจหวังให้อีกฝ่ายได้ตื่นขึ้นมาฟังอีกสักครั้ง ก่อนจะผละออกไปเพื่อให้ใครอีกคนที่สำคัญกับน้องของเขาไม่แพ้กันได้เข้ามากล่าวลาบ้าง

 

“แบมแบม...” มาร์คเอ่ยเรียกชื่อคนรักของเขาด้วยความหวังต่อให้เป็นวินาทีสุดท้ายเขาก็ยังจะหวัง มือหนากอบกุบมือบางที่ไร้แรงต่อต้านเอาไว้

 

“จะไม่ตื่นขึ้นมาหาพี่จริงๆ เหรอ...?”

 

“จะทิ้งพี่ไปแบบนี้จริงๆ เหรอคนดี”

 

“จะเอาคืนพี่ไม่เห็นต้องล้อกันเล่นแรงแบบนี้เลย”

 

 




“ตื่นขึ้นมาเถอะ...ขอร้องล่ะ”




#พี่หมอมบ





(Special Part : BamBam)

 

‘แบมแบม...’

 

อืม...ใครกันนะเรียกเราอีกแล้ว...

 

ผมพยายามเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาอย่างยากลำบาก ก่อนจะมองไปรอบๆ เพื่อตามหาที่มาของเสียงที่กำลังดังก้องนั้น หากแต่เมื่อมองไปรอบๆ แล้วกลับพบเพียงห้องกว้างๆ สีขาวกับเตียงสีขาวที่ผมกำลังนอนอยู่เท่านั้น

 

‘จะไม่ตื่นขึ้นมาหาพี่จริงๆ เหรอ...?’

 

‘จะทิ้งพี่ไปแบบนี้จริงๆ เหรอคนดี’

 

พี่มาร์คเหรอ...?

 

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งทำให้ผมพยายามฝืนสังขารค่อยๆ ดันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง เพื่อที่จะมองหาที่มาของเสียงอันแสนคุ้นเคยนั้น แต่เมื่อได้มองไปรอบๆ กลับพบว่าห้องที่ผมอยู่นี้ไม่มีประตูรวมไปถึงจุดสิ้นสุด จะเรียกห้องก็ไม่ถูกสักเท่าไรนัก พื้นที่สีขาวกว้างๆ น่าจะถูกต้องมากกว่า

 

 ‘จะเอาคืนพี่ไม่เห็นต้องล้อกันเล่นแรงแบบนี้เลย’

 

‘ตื่นขึ้นมาเถอะ...ขอร้องล่ะ’

 

“พี่มาร์ค...พี่อยู่ไหนน่ะ" ผมเรียกหาเจ้าของเสียงที่ไร้ที่มานั่น และเริ่มออกเดินห่างจากเตียงไปเรื่อยๆ จนพบกับประตูบานนึง

 

“จะเปิดออกไปจริงๆ เหรอ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลังของผมในจังหวะที่ผมกำลังจะแตะไปที่ลูกบิดนั่น เป็นเสียงเย็นๆ ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ขนอ่อนหลังคอของผมตั้งชันอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อหันกลับไปกลับไม่พบใคร

 

“ใครน่ะ” ผมถามออกไปและเริ่มมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เหตุการณ์ไม่ปกติรอบตัวทำให้ผมรู้สึกหวาดหวั่น สัญชาตญาณกำลังกู่ร้องเตือนถึงอะไรบางอย่าง เป็นความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเดินทางไกล แต่ก็มีอะไรสักอย่างที่ติดค้างอยู่เลยทำให้อยู่ตรงนี้ ที่น่าแปลกคือเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

 

“จะเปิดออกไปจริงๆ น่ะเหรอ?” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ทำให้ผมรู้ว่ามันไม่ได้มาจากข้างหลังหรือตรงไหน

 

“จะเปิดออกไปจริงๆ เหรอ?” หากแต่มันดังกังวาลอยู่ในหัวของตัวผมเองซ้ำไปซ้ำมาไม่จบสิ้นจนน่าปวดหัว จนผมต้องปิดเปลือกตาลงแน่นและเอามืออุดหูเอาไว้ด้วยที่หวังว่าเสียงนั้นจะเงียบ แต่ทว่ามันกลับดังเหมือนเดิมและดังขึ้นเรื่อยๆ 

 

‘แบมแบม...’ เสียงของพี่มาร์คดังขึ้นอีกครั้งเรียกให้ผมต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งและพบว่าพื้นที่สีขาวเมื่อครู่เปลี่ยนไปเป็นทุ่งหญ้ากว้างเขียวชะอุ่มเสียแล้ว แต่ประตูสีขาวเมื่อครู่ยังคงอยู่ตรงหน้าเขามิได้เปลี่ยนแปลง

 

‘จะไม่ให้โอกาสพี่อีกแล้วเหรอครับ’

 

“เสียงมาจากตรงนี้...” ผมพูดขึ้นมาเบาๆ หลังจากพบว่าเสียงดังกล่าวนั้นดังออกมาจากอีกฟากฝั่งของประตู ดังนั้นผมจึงไม่รอช้าเปิดประตูนั้นออกทันที ก่อนจะชะงักเท้าเมื่อพบว่าหนทางข้างหน้าเต็มไปด้วยขวากหนาม มีปลายทางคือคนรักซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสว่างอันเจิดจ้านั่น

 

“จะไปจริงๆ น่ะเหรอ” เสียงเย็นๆ นั่นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสายลมอ่อนๆ ที่พัดมาห่อหุ้มร่างกายของผมเอาไว้ให้รู้สึกสบายและหนักอึ้งในเวลาเดียวกัน

 

‘พี่เข้าใจแล้ว’ เสียงทุ้มของคนรักดึงความสนใจของผมเอาไว้อีกหน ใบหน้าหล่อเหลาที่เศร้าสร้อยนั่นปรากฎร่องรอยแห่งความโศกเศร้าและน้ำตา ความอ่อนแอของคนแข็งแกร่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้หัวใจของผมหายวาบ

 

‘ลาก่อนนะครับคนดี...’ ประโยคบอกลากับท่าทีที่กำลังหันหลังกลับทำให้ผมรู้สึกร้อนรน สัญาชาตญาณกู่ร้องเตือนผมว่าหากไม่รีบไปหาอีกฝ่ายตอนนี้ผมจะไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว

 

“ไม่...พี่มาร์ครอก่อน รอผมด้วย!” ผมพยายามก้าวขาที่หนักอึ้งข้ามผ่านประตูไปอย่างยากลำบาก หนทางข้างหน้าเริ่มมืดมิดขึ้นเรื่อย เสียงหวีดหวิวของลมที่กรีดตัดผ่านอากาศนั้นเหมือนกับมีคนกำลังกรีดร้อง หากแต่ผมก็ไม่สนใจมันสายตายังคงมุ่งไปข้างหน้าที่มีแผ่นหลังกว้างของใครคนนึงกำลังจะก้าวเดินจากไป ผมจึงพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นเท่าที่ตัวผมจะทำได้ จนคนที่ผมไขว่คว้าเข้ามาอยู่ในระยะที่ผมเอื้อมถึงได้...

 

หมับ

 

และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนภาพจะตัดไปเป็นความมืดพร้อมกับสติของผมที่ไม่สามารถรับรู้ถึงอะไรได้อีก

 

“พี่มาร์ค...!”

 

(End BamBam’s Part)

 

เฮือก!!!

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

 

“คะ...คุณหมอคะ สัญญาณชีพกลับมาแล้วค่ะ” เรือนร่างบอบบางของผู้ป่วยติดเตียงจู่ๆ ก็เกิดอาการกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงอัตราการเต้นของหัวใจจากเครื่องมอนิเตอร์ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้พยาบาลที่มองอยู่เอ่ยเรียกนายแพทย์เจ้าของไข้อย่างแทบไม่เชื่อสายตา 

 

“!!!” คุณหมอเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาจากฝ่ามือนิ่มทั้งน้ำตา และพบว่าคนที่มีลมหายใจรวยรินเมื่อครู่กลับมาแทนที่ด้วยอัตราถี่กระชั้นเหมือนคนที่กำลังพยายามฮุบอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว

 

“เครื่องช่วยหายใจ...แบม!” เขารีบเอ่ยสั่งการให้พยาบาลนำเครื่องช่วยหายใจมาใส่ให้คนตัวเล็กอีกครั้งพลางรีบหยัดยืนเต็มความสูงเพื่อจะตรวจอาการอีกคนได้ ซึ่งนั่นเป็นตอนเดียวกับเปลือกตาสีอ่อนเหลือบลืมขึ้นมาอีกครั้ง จนเห็นแก้วตาสวยหลังเปลือกตานั่น

 

“พี่...มาร์ค” สีหวานที่แหบพร่าของคนที่ไม่ได้ดื่มน้ำมาหลายสัปดาห์เอ่ยเรียกชื่อเขา ดวงตาคู่สวยนั้นกำลังสั่นระริกเหมือนกำลังหวาดกลัว ร่างน้อยพยายามยกมือนิ่มที่ไร้เรี่ยวแรง และสั่นน้อยๆ มาแตะเบาๆ ที่แก้มสากเหมือนต้องการพิสูจน์ว่าคนตรงหน้าเขาเป็นคนจริงๆ ที่สามารถจับต้องได้ มิใช่ภาพมายา

 

มือใหญ่วางซ้อนมือเล็กไปอีกทีเพื่อให้แนบแก้มของเขาได้สนิท น้ำใสๆ ไหลลงมาเป็นทางยาวจากความปลื้มปิติโดยไม่สนใจว่าจะมีใครมองดูอยู่ สำหรับเขาตอนนี้การที่คนตรงหน้าฟื้นขึ้นมานั่นก็เพียงพอแล้วที่เขาคิดเพ้อฝันไปเพียงผู้เดียว



 

 

“พี่อยู่นี่ เรากลับมาหาพี่แล้ว ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณ...”

 

 




 

100%

 

 

______________________________

 

ยังมีคนรออยู่หม้ายยยย

ขอโทษที่หายไปนานค่ะ

เพราะว่าช่วงนี้ฝึกงานเลยยุ่งมากๆ เพราะมีโปรเจ็คต้องทำ

ฮื่อออออ

;;



TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #พี่หมอมบ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 757 ครั้ง

1,915 ความคิดเห็น

  1. #1915 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:59
    น้องลูกกกกกก แบบไม่อยากให้น้องไปจริงๆ อะ ฮืออออ
    #1915
    0
  2. #1914 นานา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:18

    ขอบคุณค่ะ น้ำตาจิไหล น้องกลับมาได้แล้วนะพี่หมด

    #1914
    0
  3. #1913 0876417669 (@0876417669) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 06:05
    น้องฟื้นแล้ว
    #1913
    0
  4. #1912 iMerCutE'z ;'3* (@mercutegirl) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:55

    งื้อออออออ ต้อนรับกลับมาครับลูกกกกด

    พิมาร์คน้องฟื้นแล้ว ดูแลน้องดีๆ น๊าาาาา

    #1912
    0
  5. #1911 Ngamnat Hadchaiyaphum (@1006443) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 17:56
    เค้าดีใจเค้าลุ้นมากดีใจที่น้องกลับมาาาาาา
    #1911
    0
  6. #1910 JinLeeChK (@JinLeeChK) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 06:56
    แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เกือบไปแล้ววววว
    #1910
    0
  7. #1909 Nisa_9397 (@Nisa_9397) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 21:52
    ลุ้นใจจะขาด
    #1909
    0
  8. #1908 jum1398 (@jum1398) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 21:13
    น้องงงงงงงงง. ต่อไปนี้พี่มาร์คดูแลน้องดีๆนะ
    #1908
    0
  9. #1907 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:35
    น้องกลับมาแล้ววววววววววววว
    #1907
    0
  10. #1906 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 20:10
    ฮืออออออ น้องลูกกกกกกกก พระเจ้าคุ้มครองนะลูกนะ ฮืออออออ
    #1906
    0
  11. #1905 มิรา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 19:36

    คือดีใจสุดๆ

    #1905
    0
  12. #1904 0948760391 (@0948760391) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 18:04

    ฮืออออ น้องกลับมาหาพี่มาร์คเเล้วววววว ดีใจเเทนนนนน
    #1904
    0
  13. #1903 Pure-26 (@Pure-26) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 17:50
    น้องกลับมาแล้ววววว
    #1903
    0
  14. #1902 Ploylymtbb (@Ploylymtbb) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 15:42
    น้้องกลับมาแล้ววววววว&#8203; เย้ๆๆๆๆๆๆ
    #1902
    0
  15. #1900 seetonmaidai (@seetonmaidai) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 15:34
    ขอบคุณไรต์ค่ะ ฮืออออออ
    #1900
    0
  16. #1899 Yamm\' Py (@yamm-py) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 14:19
    รออออออ
    #1899
    0
  17. #1898 Bcat(=•¥•=) (@Ohho_ok) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 14:08

    น้องกลับมาแล้ว พี่ลุ้นมาก

    #1898
    0
  18. #1897 nunoat222 (@nunoat222) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 12:37
    น้องกลับมาแล้ว ดีใจที่สุด หมดเรื่องร้ายๆสักทีนะลูก
    #1897
    0
  19. #1896 Bampita777 (@Bampita777) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 11:32
    โอ๊ยยยย น้องกลับมาแล้ว ลุ้นหัวใจจะวาย
    #1896
    0
  20. #1895 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 11:17
    ในที่สุดก็กลับมาซะทีแบมแบม
    #1895
    0
  21. #1894 pncpncp (@pncpncp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 10:30
    น้องกลับมาแล้ววว &#12640;&#12640;&#12640;&#12640;&#12640;&#12640;&#12640;&#12640;
    #1894
    0
  22. #1893 NanNiieu (@NanNiieu) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 10:09
    โอ๊ยยยยยยย น้องกลับมาแล้ว มีกำลังใจทำงานละะะะะ
    #1893
    0
  23. #1892 Geniezz (@Geniezz) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:54
    ฮืออออออ
    #1892
    0
  24. #1891 นานา (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 16:15

    ไรท์คะได้โปรดเอาน้องกลับมานะคะ ขอร้องค่ะ มันทนไม่ได้จริงๆ น้องอดทนมาตลอดตั้งแต่หนีมาจนมาเจอกันอีกสงสารน้อง....ได้โปรดนะคะ????????????

    #1891
    0
  25. #1889 NanJack_IGOT7 (@NanJack_IGOT7) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 16:58
    ขอให้เป็นแค่ความฝันๆ
    #1889
    0