(เปิดโอน) ▽ #markbam ; HEARTBEAT #พี่หมอมบ ▽

ตอนที่ 19 : BEAT 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 666 ครั้ง
    23 ก.ค. 62

     

 

________________________________________________________

 


________________________________________________________

 

 

 


  ________________________________________________________



ช่องทางการติดต่อ #Twitter

หมอมาร์ค : @marktuan_hb

น้องแบม : @bambam_hb

:)

  ________________________________________________________


        


        

“แบมแบม...” คนตัวสูงเอ่ยเรียกคนที่ยังนั่งเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่างด้วยความหวังว่าเขาจะยอมหันกลับมาฟังกันสักนิด

 

“ถ้าคุณหมอไม่มีธุระอะไรแล้วผมขอตัวพักผ่อนก่อนนะครับ” ทว่าถ้อยคำที่แสดงชัดถึงความห่างเหินจากอีกฝ่ายทำให้คนโตกว่ารู้สึกเจ็บปวด ทุกอย่างมันเป็นเพราะตัวเขาคิดอะไรตื้นๆ

 

“คนดีฟังพี่สักนิดเถอะนะครับ” เขาพยายามอ้อนวอนอย่างที่ไม่เคยทำกับใคร ด้วยเพราะรู้ดีว่าถ้าหากตนไม่ทำอะไรสักอย่างช่องว่างระหว่างทั้งคู่จะยิ่งห่างขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีวันที่จะกลับมาต่อติดได้เหมือนเดิม

 

“สนุกไหมครับ...” 

 

“หมายความว่ายังไง...”

 

“ผมถามว่าสนุกไหม ล้อเล่นกับความรู้สึกผมนะสนุกหรือเปล่า” คำถามของคนตัวเล็กที่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้กันมันทำให้ร่างของนายแพทย์หนุ่มชาวาบ ใบหน้าของเขารู้สึกชาเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นโดนฟาดลงมาอย่างแรง เพียงเพราะคำถามเรียบๆ จากอีกฝ่าย

 

“มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดนะ”

 

“คุณเคยถามผมใช่ไหมครับว่าถ้าคุณมีคนอื่นผมจะทำยังไงและผมก็บอกคุณว่าผมแค่จะถอยให้หากคนที่คุณเลือกไม่ใช่ผม”

 

“แบม...”

 

“ในสถานการณ์แบบนี้ผมคงไม่ต้องถามแล้วมั้งครับว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร ถ้าหากคนมันหมดรักกันแล้วต่อให้ผมดันทุรังมันก็ไปไม่รอด” 

 

“ไม่...ได้โปรดฟังพี่ก่อนนะ”

 

“ผมฟังมามากพอแล้วครับ...” ยิ่งร่างน้อยพยายามปิดโอกาสและสร้างกำแพงขึ้นมากันร่างหนาสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มร้อนรนมากเท่านั้น คำว่าพอของคนตรงหน้าเหมือนกับน้ำกรดที่ราดลงมากลางใจของเขาจนปวดแสบปวดร้อนไปหมด เขาไม่สามารถทานทนได้เลยหากน้องจะหมดหวังในตัวเขาแล้วอยากจะเดินจากไป

 

ฟุบ

 

“ขอร้องล่ะ...”

 

“พี่จะทำอะไร ลุกขึ้น...!” 

 

ในวินาทีนี้เขายอมแลกทุกอย่างเพียงเพื่อจะหวังว่าคนที่เขารักที่สุดจะยอมให้โอกาสได้อธิบายแม้เพียงสักนิด เขายอมแลกแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของตัวเอง หากศักดิ์ศรีที่มีมันจะทำให้ตัวเขาไม่ต้องเสียร่างบางไปชายหนุ่มก็จะยอมทิ้งมันอย่างง่ายดาย

 

“พี่ขอโทษ ขอโทษที่ไม่เคยบอกอะไรเราเลย ขอโทษที่เอาแต่คิดและตัดสินใจทุกอย่างแทนเรา ได้โปรดให้พี่ได้อธิบายสักครั้ง” มือใหญ่ส่งมากุมมือนุ่มเอาไว้แล้วอ้อนวอนทั้งๆ ที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น ไม่คิดจะลุกขึ้นแม้คนตัวเล็กกว่าจะพยายามฉุดรั้งให้ลุกขึ้นก็ตามที

 

“พอแล้ว ฮึก ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ ทำไมถึงทำแบบนี้” สุดท้ายคนใจแข็งก็ยอมใจอ่อนอย่างง่ายดายพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบสองแก้มนุ่ม นึกโกรธตัวเองที่ไม่สามารถทำใจแข็งให้ได้มากกว่านี้ เพียงเพราะอีกฝ่ายยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของเขาแล้วโยนมันทิ้งอย่างไร้ค่ามันก็ทำให้กำแพงสูงในใจพังทลายลงมาอย่างง่ายดาย

 

นายมันคนโง่แบมแบม...เป็นคนโง่ที่รักเขาหมดใจ

 

เมื่อเห็นหยาดน้ำตาของคนรัก ร่างหนาที่คุกเข่าอยู่จึงรีบลุกขึ้นแล้วรีบดึงรั้งร่างระหงเข้ามาในอ้อมกอดหวังปลอบประโลม ทีแรกร่างน้อยขืนตัวหนีเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมนั่งนิ่งๆ ให้มือใหญ่ลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ

 

“ขอโทษนะ อย่าร้องไห้ได้ไหมครับ เราจะหายใจไม่ออกเอานะ” มาร์คกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนแลร้อนรนเพราะความเป็นห่วงพลางใช้นิ้วหัวแม่มือปาดคราบน้ำตาออกจากแก้มนวลอย่างเบามือ

 

“ถ้าไม่อยากให้ร้องแล้วทำไมต้องทำให้ผมเสียใจด้วย” เสียงหวานที่ขาดห้วงจากแรงสะอื้นตัดพ้อออกมา ขณะผละออกจากอ้อมกอดแกร่งเพื่อมามองหน้ากัน แววตาของเขาฉายชัดถึงความน้อยใจปะปนไปกับความเสียใจ

 

“ขอ...”

 

“ไม่อยากฟังคำขอโทษแล้ว...มาอธิบายไม่ใช่เหรอเอาแต่ขอโทษกันอยู่ได้” ประโยคตำหนิจากอีกฝ่ายทำให้คนตัวสูงกลืนถ้อยคำขอโทษลงไปในลำคอ มันเหมือนเป็นการเตือนสติให้รู้ตัวว่าเขาควรเลิกเอาแต่ขอโทษเสียที ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องทั้งหมดให้คนตัวเล็กฟังอย่างละเอียดไม่พลาดแม้สักเรื่อง เนื่องจากได้รับบทเรียนชั้นดีจากครั้งนี้แล้วว่าเรื่องเพียงเล็กน้อยก็สามารถนำพาไปสู่ปัญหาใหญ่ได้

 

“แบบนี้ผมก็แย่งพี่มาจากเขาหรือเปล่า” น้ำตาเหือดแห้งหายไปยามที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแทนที่ด้วยใบหน้าที่ครุ่นคิดปะปนไปกับความไม่สบายใจ

 

“เราเคยพูดเองไม่ใช่เหรอไม่ว่าใครจะมาก่อนมันสำคัญที่หัวใจของเราเลือกใคร” ชายหนุ่มตอบออกมาพลางจับมือนิ่มมาวางลงบริเวณอกแกร่งข้างซ้ายของเขาที่เป็นตำแหน่งของหัวใจ

 

“และหัวใจของพี่เลือกเรา” หากมันจะดูเป็นการเห็นแก่ตัวแต่ถ้าได้รักกับคนของหัวใจ เขาก็ยอมที่จะโดนตราหน้าว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว

 

“อีกอย่างถ้าจะให้พูดกันจริงๆ แล้วถึงพี่จะโตมากับจินยองแต่แฟนคนแรกของพี่คือเรา ถึงตอนนั้นเราจะบอกเลิกพี่ไปก็เถอะ...” ท้ายประโยคเขาลดเสียงลงมาเหมือนกับพูดกับตัวเองมากกว่า

 

“แล้วระหว่างพี่เจบีกับพี่จินยองล่ะพี่รู้เรื่องหรือเปล่า”

 

“เพิ่งรู้ทั้งหมดเมื่อวันก่อนครับจินยองเล่าให้ฟังแต่แค่จากฝั่งเดียวพี่ไม่รู้เหมือนกัน” แบมแบมพยักหน้าลงเล็กน้อยอย่างเห็นด้วยเพราะมันเป็นเรื่องของเขาทั้งสองคน คนนอกอย่างตัวเองแม้จะเป็นห่วงแต่ทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ แต่ก็อดจะคิดไม่ได้ว่าโลกนี้ช่างกลมเสียจริงคนใกล้ตัวของเขาสามารถโคจรมาพบบรรจบกันได้ขนาดนี้เลยเหรอ...

 

“หายโกรธพี่นะครับ” เสียงทุ้มติดจะง้องอนเอ่ยพร้อมกับก้มตัวลงมาให้ใบหน้าของพวกเขาเสมอกัน นั่นทำให้คนตัวเล็กหลุดจากภวังค์ความคิดมาสบตาคมที่ฉายแววอ้อนวอน

 

“อย่าคิดแทนผมอีก...มีอะไรต้องบอกผมนะครับ ไม่เอาแบบนี้อีกแล้ว” เงื่อนไขถูกเอ่ยออกมาแทนที่จะเป็นคำตกลงเพราะเรื่องราววุ่นวายนี้เกิดจากการคิดแทนกันเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะคิดมากจนไม่คำนึงถึงผลที่อาจจะตามมา

 

“พี่สัญญา กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะครับ...” คำสัญญาอย่างจริงใจถูกเอื้อยเอ่ยและส่งผ่านมาทางดวงตาคมนั่นราวกับเป็นคำสัตย์สาบานที่ลูกผู้ชายอกสามศอกจะไม่ทำผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

“ไม่...” 

 

“อ้าว” คำปฏิเสธนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าคมคายฉายแววงุนงงอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่เข้าใจว่าตัวเองพลาดตรงไหนไป

 

“จนกว่าผมจะมั่นใจว่าพี่เคลียร์ตัวเองหมดแล้วจริงๆ ระหว่างนี้เราจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมนะครับคุณหมอ” สถานะเก่าที่ถูกเรียกใหม่พร้อมกับเน้นเสียงอย่างชัดเจนทำให้นายแพทย์หนุ่มนิ่งไป แม้ใจจะไม่อยากยอมรับหากแต่ก็เข้าใจว่านี่คือบทลงโทษของผู้ชายมักง่ายแบบเขา

 

“ถ้านั่นเป็นสิ่งที่เราต้องการ...พี่จะทำ” เขายอมเพราะเขารู้ว่าน้องยอมลงให้มากแล้วจริงๆ มาร์คจนไม่คิดว่าคนเห็นแก่ตัวแบบเขาจะได้รับ ที่ร่างน้อยยังไม่ยอมกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็เข้าใจเพราะตัวเองเป็นคนทำลายความเชื่อใจของอีกฝ่ายลง ดังนั้นแล้วต่อให้ต้องใช้เวลาพิสูจน์นานแค่ไหนเพื่อให้อีกคนไว้วางใจอีกครั้งเขาก็ยอม

 

“ครับ เชิญคุณหมอกลับไปทำงานได้แล้วครับ” มือเรียวผายไปทางประตูซึ่งเป็นการไล่อย่างโจ่งแจ้งด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูน่าหมั่นเขี้ยวสำหรับคนมองจนอยากจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มยุ้ยๆ นั่นเสียทีแต่ก็ทำได้เพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกไปแต่โดยดี

 

หลังจากที่ร่างสูงออกไปแล้วคนในห้องก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ถึงแม้ความทุกข์ใจจะหายออกไปเกือบทั้งหมดแล้ว แต่ความเจ็บปวดยามนึกถึงยังคงมีอยู่ต่อให้จะได้รับการเยียวยารักษาจากความจริงแล้วก็ตามที แต่เพราะยังเป็นแผลสดมันยังต้องใช้เวลาในการสมาน 

 

หลายคนอาจคิดว่าการยอมแบบนี้ช่างเป็นเรื่องที่โง่เขลา แต่ในมุมของใครบางคนในเรื่องความรักไม่มีเรื่องถูกหรือผิดต่างคนก็ต่างมุมมอง มันไม่ง่ายเลยที่เราจะ move on ด้วยการตัดคนๆ นึงออกไปจากชีวิต ยิ่งถ้าหากคนนั้นเป็นคนที่เราคิดว่าใช่แล้วล่ะก็การที่จะลบเขาออกไปจากชีวิตยิ่งยากเข้าไปใหญ่

 

ความรักน่ะไม่มีเหตุผลอะไรมากหรอก ก็เพราะว่า ‘รัก’ยังไงล่ะ





#พี่หมอมบ





ย้อนกลับมาทางด้านคนที่ขอตัวออกมาข้างนอกก็ลอบถอนหายใจเล็กน้อย ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนจะปิดประตูลงคือบรรยากาศที่แสนอึดอัดและกำแพงสูงของน้องชายตน ถึงแม้โดยพื้นเพนิสัยของแบมแบมจะเป็นคนโกรธยากหายง่ายและใจเย็นเอามากๆ หากแต่สำหรับเรื่องแบบนี้เจบีไม่สามารถคาดเดาใจน้องตัวเองได้เลยว่าเรื่องราวของทั้งสองคนนั้นจะไปทางไหน

 

หวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดีนะ...

 

เขาได้แต่ภาวนาในใจถึงแม้เขาจะแอบไม่พอใจบ้างที่อีกฝ่ายบิดบังเรื่องแบบนี้กับน้องของเขาจนเข้าข่ายหลอกลวง แต่ถ้าลองคิดในมุมถ้าตัวเขานั้นเป็นหมอมาร์คเขาว่าการตัดสินใจเรื่องแบบนี้ค่อนข้างยากลำบากพอสมควร ด้วยเพราะปัญหาสุขภาพของแบมแบมเองมีข้อจำกัดหลายๆ อย่างทำให้ไม่ควรมีเรื่องคิดมากหรือกระทบกระเทือนจิตใจจนอารมณ์ขึ้นลงๆ มากเกินไป มันทำให้การตัดสินใจระหว่างการเปิดเผยกับการปิดบังนั้นยากที่จะเลือก เจบีแอบคิดว่าถ้าหากเป็นตัวเขาที่ต้องตัดสินใจเขาก็คิดหนักเป็นแน่เพราะเขาก็กลัวว่าถ้าน้องรู้อาจจะแอบคิดมากตลอดเวลาจนสุขภาพอ่อนแอลงก็เป็นได้

 

“คุณ...” เสียงใสๆ ดุจดั่งระฆังแก้วที่ก้องกังวานดังขึ้นข้างหลังของเจ้าของแผ่นหลังกว้างทำให้เขาต้องหันไปพบกับร่างเพรียวของใครคนนึงที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว

 

“จินยอง”

 

“ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม” จินยองพูดด้วยท่าทางนิ่งสงบแต่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายในใจของเขานั้นสั่นไหวหวาดหวั่นเพียงใด

 

“...” 

 

“ครั้งสุดท้าย...” ความเงียบกับใบหน้าที่แสดงถึงความไม่มั่นใจของเจบีฉายชัดขึ้นมาจนคนที่รักษาอาการด้วยท่าทางนิ่งสงบดวงตาไหววูบและรีบกล่าวเสริมขึ้นมาทันที

 

“เอาสิ” นั่นทำให้ร่างหนาถอนหายใจออกมาเบาๆ จึงตอบตกลงแล้วเดินนำไปก่อนเพื่อหาที่ที่เหมาะสมให้ได้คุยกัน

 

 พวกเขาทั้งสองคนเดินออกมาที่บริเวณสวนหย่อมของโรงพยาบาลเป็นเวลากว่าสิบนาทีแล้วที่ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันโดยไร้บทสนทนา หนึ่งคนกำลังจ้องใบหน้าหวานนิ่งๆ อย่างรอคอย ส่วนอีกคนกลับหลบสายตาอย่างไร้ความมั่นใจยามถูกจับจ้อง

 

“ทำไมคุณถึงหนีมา” เป็นเจบีที่เอ่ยทำลายความเงียบก่อนเมื่อเห็นใบหน้าลำบากใจของอีกคน ที่เขารู้ดีว่ามีคำพูดมากมายอยากจะพูดกับเขาแต่ไม่กล้าพูดออกมา

 

“ผมขอโทษ” จินยองไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกคำนี้ออกมา อาจเป็นเพราะเขาได้ทำอะไรลงไปแบบไม่ทันได้ยั้งคิดจนเผลอทำร้ายจิตใจของคนที่เขาเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นน้องชายของอีกฝ่ายจนอาการทรุดหนัก คงเป็นความรู้สึกผิดที่ยากจะลบล้าง

 

“ผมว่าคำขอโทษมันไม่ใช่เหตุผล เพราะงั้นบอกเหตุผลที่แท้จริงมาเถอะครับ” เจบียอมรับว่าตัวเองอาจดูเป็นคนใจร้ายที่เอ่ยคาดคั้นอีกฝ่าย หากเป็นทุกทีเขาคงเข้าไปกอดแล้วค่อยๆ ตะล่อมถามแต่คราวนี้เรื่องราวมันดูยืดเยื้อทั้งยังมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องจนบานปลายไป เขาจึงเลือกที่จะถามตรงๆ ให้มันชัดเจนไป

 

“...”

 

“ผมทำอะไรผิดเหรอ? หรือเพราะคุณไม่ได้รักผมมาตั้งแต่แรก...” เมื่ออีกฝ่ายเงียบเขาจึงคาดคั้นอีกฝ่ายมากขึ้น จากใจคนที่ถูกตัดการติดต่อมาร่วมหลายเดือนโดยที่ไม่รู้แน่ชัดว่าทำอะไรผิดไป มันอดไม่ได้ที่จะคิดไม่ดีจนต้องตัดพ้อออกมา

 

“ไม่! รักสิ...ผมรักคุณ” จินยองสวนขึ้นมาในทันที นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่เขามั่นใจจนพูดได้เต็มเสียงที่สุดในยามนี้

 

“แล้วทำไม...” ดวงตาคมฉายแววไม่เข้าใจออกมาอย่างชัดเจนยามได้สบตากับดวงตาของอีกฝ่ายที่ดูสับสนและเจ็บปวด

 

เจ็บปวดงั้นเหรอ...ทำไมล่ะ?

 

“ผมต่างหากต้องถามคุณว่าที่ผ่านมาคุณไม่ได้รักผมเหรอ ทำไมถึงต้องทำแบบนั้น” เป็นฝ่ายจินยองบ้างที่เอ่ยตัดพ้อออกมา กระบอกตาของเขาเริ่มเห่อร้อนเป็นสัญญาของหยาดน้ำใสๆ ที่กำลังรื้นขึ้นมา

 

“ผมทำอะไร”

 

“ทำไมคุณถึงต้องไปนอนกับคนอื่น ทำไม...” ท้ายประโยคเสียงหายไปเพราะก้อนสะอื้นที่ขึ้นมาจุกที่อกจนคนตัวเล็กต้องพยายามกลืนมันกลับไป

 

“หา? คุณหมายความว่ายังไงกัน” ชายหนุ่มรู้สึกมึนงงเหมือนโดนอะไรหนักๆ ทุบหัวกับข้อกล่าวหาที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เขาคาดเดามาตลอดหลายเดือน

 

นอนกับคนอื่น...เขาเนี่ยนะ!?

 

เมื่อเห็นใบหน้าที่ตกใจเหมือนคนไม่รู้เรื่องอะไรทำให้เส้นความอดทนมันขาดผึงออกมา จินยองจึงพูดทุกอย่างที่ตัวเองเห็นและรับรู้ออกมาทั้งหมด

 

“ผมกล้าสาบานต่อหน้าพระเจ้าเลยจินยองผมไม่ได้นอนกับใครวันนั้น” เมื่อเขาได้รับฟังเรื่องทั้งหมดแล้วก็พูดกับคนตรงหน้าด้วยใบหน้ากับน้ำเสียงที่จริงจัง ดวงตาทั้งสองคู่สบกันอย่างไม่มีใครหลบใครบ่งบอกถึงความจริงใจในทุกถ้อยคำ

 

“แล้วที่ผมเห็นคุณจะอธิบายว่ายังไง” เสียงหวานที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไม่ให้มันสั่นเครือจนน่ารำคาญเอ่ยถามอีกคนอย่างไม่เข้าใจ มันอาจจะดูตลกแต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากอีกฝ่าย เพียงแค่คำสาบานลอยๆ มันกลับทำให้เขาไขว้เขวจากความเชื่อจากสิ่งที่เห็นไปแล้วกึ่งหนึ่ง

 

“วันนั้นผมเมามากจริงๆ จนภาพตัดแต่ก่อนที่ผมจำได้คือผมน็อคบนโซฟาแต่ตื่นมาอีกทีก็อยู่บนเตียงแล้วแถมตอนตื่นมาทั้งห้องก็มีแค่ผม” นั่นคือความจริงจากปากของเจบีกับสิ่งที่เขารับรู้ยามเข้าตื่นขึ้นมาในห้องเพื่อนวันนัน้

 

“แต่วันนั้นคุณก็เมานี่ คุณอาจจะเผลอ...” 

 

“เผลอ? เหอะ จินยองคุณก็รู้ว่าผมเมาแล้วเป็นยังไง ยิ่งภาพตัดขนาดนั้นคุณคิดว่าผมจะตื่นขึ้นมาทำอะไรใครได้จริงๆ เหรอ” คำว่าเผลอจากปากจินยองทำให้เจบีหัวเราะเหอะออกมาจากในลำคอเพราะเขาแทบจะไม่เชื่อหูเลยว่ามันจะออกมาจากปากของคนที่เขารัก และนั่นก็ทำให้เขาแอบจะคิดไม่ได้ว่าที่ผ่านมาพวกเขารู้จักกันดีอย่างที่พวกเขาทั้งสองคนคิดหรือเปล่า

 

“...” การสวนกลับกับท่าทางไม่พอใจของเจบีทำให้จินยองสะอึก นี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีแบบนี้กับเขา ที่สำคัญคือเหตุผลที่อีกฝ่ายยกขึ้นมาต่างหากมันทำให้เขาคิดได้ถึงอุปนิสัยของเจบียามเมาว่าเป็นยังไง เพราะตัวเองก็เคยรับมือมันมาหลายครั้งหลายคราแล้วกับการแบกคนหลับกลับห้อง

 

ทำไมถึงไม่คิดถึงจุดนี้เลยนะ...

 

จินยองถามตัวเองในใจอย่างสับสน คงเป็นเพราะความโกรธปะปนไปกับความเสียใจมันบังตาจนทำให้ไม่เห็นหรือไม่คิดถึงความจริงใจ ความซื่อสัตย์ของอีกฝ่ายที่มอบให้ตลอดมา

 

“ผมรู้ว่าวันนั้นผมผิดที่ไม่ได้โทรบอกคุณว่าจะไม่กลับแต่ผมเมามากจริงๆ ผมขอโทษ แต่เรื่องแบบนี้ทุกทีเราก็คุยกันได้ไม่ใช่เหรอจินยองแล้วทำไมคุณถึงไม่ถามผม ไม่บอกอะไรผมเลยแถมยังหนีมาแบบนี้” คนตัวสูงลดเสียงลงมาเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายและเริ่มให้อารมณ์มาอยู่เหนือตัวเอง

 

“ผม...” ท่าทางเปราะบางและสับสนของจินยองทำให้อารมณ์กรุ่นๆ เมื่อครู่หายวับไปอย่างง่ายดายพร้อมกับขายาวที่ก้าวไปประชิดอีกคน

 

“คุณบอกผมได้หรือเปล่าว่าคุณเป็นอะไร...คุณคิดอะไรอยู่กันแน่” มือใหญ่ทั้งสองข้างจับมือของจินยองทั้งคู่เอาไว้แล้วใช้นิ้วโป้งไล้ไปที่หลังมือของอีกคนเบาๆ อย่างถนุถนอมและคุ้นเคย ทั้งยังถามเสียงอ่อนเพราะเขาอยากรู้จริงๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหน้า คนที่มีเหตุผล เข้าใจ และคอยอยู่ข้างๆ เขาตลอดมา คนคนนั้นหายไปไหนทำไมถึงเหลือแต่จินยองที่เจบีไม่เข้าใจราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

“ผมน่ะ...รักคุณมากเลยนะแต่ผมก็คิดตลอดว่าผมไม่เหมาะสมกับคุณเลย” สุดท้ายทำนบที่กลั้นน้ำตาเอาไว้ก็แตกออก หยาดน้ำใสๆ ไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยจนอาบแก้มนวลมันทำให้เจบีรู้สึกร้อนรน เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำให้อีกคนร้องไห้ออกมาโดยมีเขาเป็นต้นเหตุ เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายร้องไห้ต่อหน้าเขาอย่างหมดมาด

 

“ไม่เลยจินยอง ไม่เลย...” เสียงทุ้มพยายามพูดปฏิเสธในสิ่งที่อีกคนคิดมากไปพลางในนิ้วของเขาปาดน้ำใสๆ นั่นออกอย่างเบามือแต่ต่อให้ปาดเช็ดยังไงมันก็ไหลลงมาเรื่อยๆ ราวกับไม่มีวันหมด ไหลลงมากพร้อมกับความรู้สึกทุกอย่างที่อยู่ในใจจินยอง เรื่องที่เก็บกดเอาไว้ตลอดมา เรื่องที่ไม่สบายใจ 

 

“ผมขอโทษที่ไม่เคยสังเกตว่าคุณรู้สึกยังไง เพียงเพราะคุณยิ้มผมก็คิดว่าทุกอย่างปกติดี” ทุกๆ เรื่องมันทำให้เจบีรู้สึกตกใจไม่น้อย ในวินาทีนี้เขารู้แล้วว่าเป็นเขาเองต่างหากที่เป็นคนละเลยอีกฝ่ายเพราะคิดว่าตัวเองรู้จักและสังเกตอีกฝ่ายออกทั้งหมดแต่หากความจริงแล้วมันไม่ใช่เลยสักนิด เพราะการละเลยนี่มันทำให้ความรู้สึกของจินยองที่มีต่อเขามันทำให้ทั้งสองคนห่างกันขึ้นโดยไม่มีใครรู้ตัว หลักฐานคือความเชื่อมั่นที่ถูกทำลายไป

 

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก เป็นผมที่ไม่เคยพูดอะไรออกมาเอาแต่เก็บไว้คนเดียว” ใช่ เรื่องราวทั้งหมดเกิดจากความไม่เข้าใจและไม่กล้าพูดทั้งหมดออกมา หากจะพูดกันจริงๆ เรื่องของความรักไม่มีใครถูกไปทั้งหมดหรือผิดไปทั้งหมดหรอก ต้องคอยช่วยกันปรับแก้ มิฉะนั้นแล้วช่องว่างในหัวใจของทั้งคู่จะห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นความเคยชินและชินชาจนไม่รู้สึกอะไร

 

“จินยอง...รู้ใช่ไหมว่าผมรักคุณมาก” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบาหวิวเหมือนคนไม่มีสติยามได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด

 

“...รู้สิ” เพราะเขาตัวเขาเองก็รักเจบีมากไม่แพ้กัน...

 

“แต่ถ้าความรักของผมมันทำร้ายคุณมากขนาดนี้ เรากลับไปเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ไหม” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยแววตาที่เสียใจไม่แพ้กันแต่ไม่รู้ทำไมเขากลับคิดว่าวิธีนี้ดูเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตัวของเขาทั้งคู่แล้ว

 

“...” จินยองนิ่งเงียบไปยามได้ยินคำนั้น มันทำให้รู้ว่าการตัดสินใจต่อจากนี้มันอาจเป็นการสิ้นสุดในความสัมพันธ์นี้ แต่แปลกที่มันกลับไม่เจ็บอย่างที่จินยองคิด ราวกับว่าลึกๆ ในหัวใจของเขาก็ยอมรับมันเช่นกัน

 

“เราลองถอยคนละก้าว เป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนที่คอยดูแล ปลอบใจ อยู่ข้างๆ อย่างจริงใจ เพื่อนที่ไม่มีวันจะทิ้งกัน” 

 

“ได้สิ” นั่นคือการตัดสินใจของจินยอง การตัดสินใจครั้งสุดท้ายในความสัมพันธ์แบบคนรักของทั้งคู่ที่จบลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุด

 

มันอาจฟังดูพิลึกทั้งๆ ที่พวกเขาน่าจะไปต่อกันได้ แต่ทว่าหัวใจของทั้งสองมันกลับรู้สึกว่าทุกอย่างมันมาถึงทางตันแล้ว...กับคนบางคนต่อให้พยายามให้ตายหรือรักกันมากแค่ไหน อาจจะเหมาะเป็นได้แค่เพื่อน เพื่อนที่ไม่ควรพัฒนาเป็นอะไรมากกว่านั้น เพื่อนที่ไม่อยากจะเสียไปและอยากจะเก็บรักษาแต่ความสัมพันธ์ดีๆ นี้เอาไว้ ต่อให้ต่างคนต่างรักกันแค่ไหนแต่มันก็ไม่สามารถไปต่อได้อีกแล้ว

 

หมับ

 

“หยุดร้องไห้ได้แล้วปาร์คจินยอง” ร่างหน้าโอบรั้งคนตัวเล็กที่กำลังโศกาเข้ามาอ้อมกอดอบอุ่น ขณะที่จินยองก็ซุกเข้าไปในอ้อมกอดนั้นพยายามซึมซับความอบอุ่นนี้ให้มากที่สุด นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เขาจะได้กอดกันและกันแบบนี้เพราะในสักวันหนึ่งวันใดในอนาคตมันอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นของคนอื่น

 

ถึงแม้จะเสียใจแต่หัวใจกลับยอมรับการสินใจระหว่างพวกเขาในครั้งนี้...

 

“ขอบคุณนะที่คอยดูแลมาตลอด” 

 

“ขอบคุณเหมือนกันที่คอยสนับสนุนผมทุกเรื่อง” คำขอบคุณที่จริงใจของคนทั้งคู่ถูกเอื้อนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับอ้อมกอดที่ผละออกจาก พวกเขาต่างรู้ดีว่าหลังจากวันนี้ไปคงไม่ได้เจอกันบ่อยอีกเหมือนเมื่อก่อน หนึ่งคือต่างคนต่างมากจากคนละฟากฝั่งของโลก อีกหนึ่งเหตุผลคือพวกเขาไม่มีด้ายแดงผูกกันไว้อีกต่อไปแล้วจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหมั่นมาเจอกันอีกแล้ว...

 

“ขอฝากตัวใหม่อีกครั้งนะครับจินยอง” ร่างสูงก้าวถอยหลังเว้นระยะระหว่างทั้งคู่พร้อมยื่นมือมาข้างหน้า ยิ้มบางๆ ให้จินยองที่จำได้ว่ามันเป็นรอยยิ้มแบบที่เขาได้รับในวันแรกที่พวกเขารู้จักกัน ภาพรอยยิ้มที่เขาจะเก็บมันไว้ในหัวใจตลอดไป

 

“เช่นกันครับเจบี” ทั้งสองคนจับมือกันเป็นการเริ่มความสัมพันธ์ในแบบเพื่อนกับจบความสัมพันธ์ของคนรักเอาไว้แต่เพียงเท่านั้นและจะฝังเก็บความรู้สึกดีๆ และความทรงจำทั้งหมดเอาไว้ในหัวใจตลอดกาล...




#พี่หมอมบ




“แบมแบมเพื่อนพี่มาเยี่ยม” เสียงของเจบีที่เพิ่งเปิดประตูเดินเข้ามาพอดีดังขึ้นทำให้แบมแบมที่กำลังจมอยู่ในโลกแห่งจินตนาการกับหนังสือเล่มโปรดเงยหน้าขึ้นมามองแล้วจึงเอ่ยถามไป

 

“ใครเหรอครับ...พี่จินยอง” ใบหน้าหวานที่ดูไม่ค่อยมีเลือดฝาดแสดงถึงความประหลาดใจไปครู่นึง คำว่าเพื่อนไม่ทำให้แบมแบมแปลกใจเท่าไรนักเพราะพี่ชายได้มาบอกแล้วตั้งแต่สองวันก่อนเรื่องสถานะนี้ แต่แบมแบมก็ไม่ได้ถามถึงเหตุผลเพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า ทว่าที่น่าแปลกใจคือคนที่เปลี่ยนจากแฟนกลับไปเป็นเพื่อนจะสามารถเข้าหน้ากันติดแล้วมาด้วยกันได้ง่ายๆ ทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันนี่สิ

 

“นั่งก่อนสิครับ”

 

“แบมแบม...” รอยยิ้มแบบประหม่าถูกส่งมาให้คนป่วยเหตุเพราะเรื่องที่ตนทำลงไปไม่ใช่เรื่องที่จะให้อภัยกันง่ายๆ หากแต่แบมแบมที่ควรจะมึนตึงหรือโกรธเคืองจินยองกลับมอบรอยยิ้มสดใสเหมือนดั่งเช่นทุกทีให้แทนเสียนี่

 

“คุยกันไปก่อนนะเดี๋ยวผมกลับมา” เจบีเมื่อเห็นรอยยิ้มแบบนั้นของน้องชายก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะนึงจึงเอ่ยขอตัวออกไปข้างนอก เพราะอยากให้เวลาทั้งสองได้คุยกันเนื่องจากได้รู้เรื่องมาจากปากจินยองว่าได้รู้สึกและสนิทกับแบมแบมโดยบังเอิญ

 

“พี่มาขอโทษกับเรื่องแย่ๆ ที่พี่ได้ทำลงไป” เมื่อเจบีออกไปแล้วผู้มาใหม่ก็เปิดประเด็นขึ้นมาทันที เขาก้มหัวลงเล็กน้อยเป็นการขอโทษแม้ตนจะอายุมากกว่าก็ตาม ใบหน้าหล่อเหลาติดออกไปทางหวานเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเป็นทุกข์ไม่น้อยจากเรื่องที่ตัวเองทำลงไป

 

“อ้ะๆ พี่ไม่ต้องก้มหัวให้ผมหรอกครับ ผมรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ผมพอจะเข้าใจพี่ครับ” เพราะเห็นใบหน้าทุกข์ใจของอีกฝ่ายกอปรกับก่อนหน้านี้ก็เคยสัมผัสตัวตนที่แท้จริงของอีกฝ่ายมาก่อน ทำให้พอจะรู้ว่าอีกคนไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร อีกอย่างเขาเข้าใจว่าอีกฝ่ายทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ฉะนั้นแล้วสำหรับแบมแบมการมาขอโทษอย่างจริงใจก็เพียงพอแล้ว คำขอโทษมันมีค่าเสมอหากผู้พูดนั้นพูดออกมาจากใจจริงๆ ไม่ใช่พล่อย 

 

การให้อภัยง่ายๆ สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าเป็นพ่อพระแม่พระเสียเหลือเกินแต่สำหรับคนแบบแบมแบมเขากลับมองว่าคนเราสามารถทำผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น ยิ่งถ้าคนคนนั้นรู้สึกผิดและเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจมาแล้ว เขาก็ควรที่จะได้รับโอกาสที่จะแก้ตัวอีกสักครั้ง นั่นคือสิ่งที่พระเจ้าสอนเรามาตลอดคือการรู้จักให้อภัยและโอกาสผู้อื่นเสมอ

 

“ขอบคุณนะครับ” ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอกเมื่อได้พูดขอโทษออกไปให้อีกคนได้รับรู้ อดจะคิดไม่ได้ว่าทำไมน้องช่างเป็นเด็กที่อ่อนโยนและมีเมตตาขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่คนรอบข้างจะหลงรักและพร้อมจะปกป้องเขา

 

“อื้อ สบายใจแล้วใช่ไหมครับ” รอยยิ้มบางๆ ถูกส่งให้อีกครั้งกับน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจ ในยามนี้จินยองก็ได้รู้ว่าน้องดูโตกว่าเขาเสียอีก ทั้งสภาวะทางอารมณ์หรือการวางตัว

 

“ความจริงวันนี้พี่จะมาลาด้วย” จินยองพยักหน้าลงหนึ่งทีตอบรับคำถามของคนบนเตียงก่อนจะพูดต่อ

 

“เห พี่จะไปไหนกัน”

 

“พี่จะกลับอเมริกาแล้วครับ จบโทมาหลายเดือนแล้วแต่ไม่กลับบ้านซักทีจนที่บ้านจะแจ้งความคนหายแล้ว” คำพูดติดตลกแต่ทำให้คนฟังสลดลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

“เสียดายจังทั้งๆ ที่สนิทกันแล้วแท้ๆ” น้ำเสียงที่ดูหงอยเหงาถูกช้อนขึ้นมาสบกับดวงตาคู่สวยของจินยอง ทำให้คนจะกลับบ้านรู้สึกไม่อยากกลับขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

“ไว้หายแล้วบินมาหาพี่สิ” 

 

“ได้เหรอครับ” เมื่อได้ยินคำชักชวนแบบนั้นคนที่ดูหงอยๆ ลงก็เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งด้วยดวงตาเป็นประกาย หากนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงลูกสุนัขตัวน้อยๆ ยามเห็นเจ้าของถือโซ่เตรียมพาไปเดินเล่นก็คงจะคล้ายๆ กัน

 

“พี่จะตั้งตารอเลยล่ะ”

 

“ดีลลล~” 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“ขออนุญาตครับ” บทสนทนาของทั้งสองคนต้องหยุดแค่เพียงเท่านั้นยามเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับเสียงทุ้มของนายแพทย์หนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมเจบีพอดี

 

“ถ้าอย่างงั้นพี่ขอตัว...” เมื่อจินยองเห็นว่าผู้มาใหม่เป็นใครเขาจึงเอ่ยขอตัว มันคงเป็นควันหลงหรือเอฟเฟคจากเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้จินยองไม่อยากพาตัวเองไปอยู่ในจุดต้นเหตุของการไม่สบายใจของแบมแบม ดังนั้นอะไรเลี่ยงได้เขาควรจะเลี่ยงนั่นคือสิ่งที่เขาคิด

 

หมับ

 

“ผมยังมีเรื่องอยากคุยกับพี่จินยองเยอแยะเลย ยังไม่กลับไม่ได้เหรอครับ” แต่เหมือนแบมแบมจะพออ่านความคิดอีกฝ่ายได้ มือนุ่มจึงเอื้อมไปคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

 

คนที่เอ่ยขอตัวเมื่อได้ยินเสียงแกมของร้องจากคนเด็กกว่าก็ได้แต่มองไปที่เจบีกับมาร์คอย่างลังเล ก่อนที่ทั้งสองคนนั้นจะพยักหน้าให้ทีนึงเหมือนช่วยตัดสินใจเขาจึงยอมอยู่และกลับลงไปนั่งที่เดิม

 

“ก็ได้ครับ”

 

“ผลตรวจเนื้อเยื่อออกมาแล้วครับ ผมจึงมาแจ้งผล” เมื่อเห็นว่าเรื่องจะกลับหรือไม่กลับจบลงเรียบร้อยแล้วนายแพทย์หนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบกระดาษออกมาจากซองใส่เอกสารที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อเช้า

 

“เป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ” เมื่อได้ยินคำว่าผลตรวจก็ทำให้ญาติคนไข้รวมไปถึงคนนอกอย่างจินยองหันมาสนใจได้ในทันที ใบหน้าของทั้งหมดดูมีความหวังผิดกับตัวคนไข้เองกลับนั่งฟังนิ่งๆ ไม่ได้แสดงความคาดหวังหรือตื่นเต้นอะไรมากมาย เพราะสำหรับเรื่องนี้...แค่กับเรื่องนี้คนตัวเล็กมักจะพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าอย่าคาดหวังจะได้ไม่ผิดหวัง ยามผลลัพธ์ไม่เป็นดังต้องการ

 

“เป็นข่าวดีครับ หัวใจของผู้บริจาครายนี้สามารถเข้ากับคนไข้ได้” ทว่าผลลัพธ์ในครานี้ทำให้คนฟังทั้งหมดตาโตขึ้นมาด้วยความแตกตื่นราวกับไม่อยากจะเชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยิน หลายปีที่ตามหาหัวใจที่เขากันได้ กว่าสิบหัวใจที่ถูกตรวจแต่พวกเขาก็พบกับความผิดหวังมาโดยตลอดเพราะมันเข้ากันไม่ได้ แม้จะมีคนตายเป็นทุกวัน แต่คนที่ยอมบริจาคร่างกายกลับมีเพียงหยิบมือ ยิ่งกับอวัยวะที่ต้องการการปลูกถ่ายหรือสับเปลี่ยนแบบนี้แล้วมันยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

 

“จริงเหรอครับคุณหมอ แล้วเราจะผ่าตัดได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่” เสียงทุ้มที่ดังกว่าปกติด้วยความดีใจถามเสียงระรัวเหมือนกลัวใครจะมาแย่งถามยังไงยังงั้น

 

“เร็วที่สุดคืออีกสองอาทิตย์ครับ เราต้องตรวจร่างกายคนไข้อย่างละเอียดอีกครั้งและเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆ ด้าน” มาร์คตอบด้วยท่าทางที่นิ่งสงบด้วยเพราะเป็นแพทย์ทำให้เขาสามารถเก็บงำความตื่นเต้นเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มยินดีนั้นได้อย่างแนบเนียน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าภายในใจของเขาลิงโลดเพียงไหน ถ้าไม่ติดว่าเขาไปหมออาจจะเห็นชายหนุ่มกระโดดชกอากาศพร้อมทั้งกู่ร้องออกมาดังๆ ด้วยความดีใจแล้วก็เป็นได้ นึกขอบคุณใครก็แล้วแต่ที่ได้มอบของขวัญอันล้ำค่านี้ให้แก่หัวใจของเขาโดยเฉพาะพระเจ้า

 

ขอบคุณครับที่พระองค์ไม่พรากเขาไปจากผม...ขอบคุณจริงๆ

 

 

 

 

100%

 

 

______________________________

 

เลามาแน้วววว

หลังจากหายไปหลายวันต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ

เพราะว่าเริ่มฝึกงานแล้วดูดพลังหนักมากๆ จนกลับมาถึงบ้านก็สลบเลย

บวกกับช่วงน้ีมีเรื่องมากมายให้คิดจนรู้สึกหมดไฟไป

แต่กำลังอยู่ในช่วงฮีลตัวเองอยู่งับ! ไม่หายไปไหนแน่นอน

คิดเห็นยังไงติชมกันได้เน้อ รออ่านอยู่นะฮับ <3


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #พี่หมอมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 666 ครั้ง

1,913 ความคิดเห็น

  1. #1783 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 09:15
    กว่าจะยอมคุยได้สักทีนะปาร์คจินยองงงง แต่ก็นั้นแหละ ใครไปเห็นแฟนตัวเองอยาก่ในสภาพนั้นก็เข้าใจผิดกันทั้งนั้น แถมภูมิคุ้มกันของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันด้วยยยยย ถือว่าเป็นบทเรียนนะะะะ
    เป็นบทเรียนให้อีพี่หมอด้วยยยยย

    เด็กน้อยก็ช่างเป็นคนดีจริงๆนะลูกกกกกกก ให้โอกาสพี่เขาได้อธิบายและให้อภัยด้วยยยย
    โกรธกันไปก็มีแต่เจ็บกันทั้งสองฝ่าย กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ต้องเวลาหายไปตั้ง 4ปีแล้ว
    กลับมาเจอกันได้ ก็มีความสุขจริงๆได้สักทีนะลูกกกกกกก
    #1783
    0
  2. #1756 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 18:47
    ดีใจกับน้องด้วยยย ขอให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีนะลูกกก
    #1756
    0
  3. #1727 skyw777 (@skyw777) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:56
    ดีใจกับน้องด้วยยยย คนเก่งง เป็นกำลังใจให้คุณไรท์เตอร์ด้วยฮับ
    #1727
    0
  4. #1726 MP0102 (@MP0102) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 00:59
    มันดีต่อใจมากจริงๆเบนอ่ะแยยอบอุ่นมาก //เราสะอึกกับประโยคที่บอกว่ามีคนตายเยอะแต่คนที่บริจาคมีเพียงหยิบมือมากเลยค่ะไรเตอร์ฮื่อออ
    #1726
    0
  5. #1725 pncpncp (@pncpncp) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:00
    ในที่สุดดดด
    #1725
    0
  6. #1724 jacksonwangg7th (@jacksonwangg7th) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:59
    ฮืออออ หลังจากม่าหนักหน่วงมานาน แงงงงง
    #1724
    0
  7. #1722 jpty_ (@jpty_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 17:41
    ในที่สุดน้องก็ไม่ได้รักษาตัวไปตลอดเเล้ว
    #1722
    0
  8. #1721 มิรา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 16:51

    สู้ๆนะคะไรท์ สนุกทุกตอนค่ะ

    #1721
    0
  9. #1720 Chontitata (@Chontitata) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 15:50
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจเสมอ รอน้องกับพี่หมอเสมอค่ะ
    #1720
    0
  10. #1719 LolliAngle (@PuiizMT) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 13:25
    น้องจะหายแล้วใช่มั้ย อยากให้นองออกไปใช้ชีวิตแบบคนปกติกับพี่หมอสักที
    #1719
    0
  11. #1718 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 11:26
    ดีใจกับพี่มาร์คและน้องแบม ส่วนเรื่องจินยองกับเจบีนั้นอยากให้กลับมาจีบกันอีกครั้งแต่คราวนี้จินยองต้องเป็นฝ่ายจีบเจบีบ้างนะ
    #1718
    0
  12. #1717 mai_mtbb (@mai_mtbb) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 11:12
    ดีจังน้องจะได้เปลี่ยนหัวใจแล้ว ขอให้หายไวๆนะ ส่วนพี่เจบีกับจินยองเรารู้สึกเศร้าอ่อนๆอยากให้เค้ากลับมาคบมารักกันแบบถอยคนล่ะก้าวเพื่อเรียนรู้แล้วกลับมารักกันใหม่อะไรแบบนี้แต่ก็เคารพการแต่งของไรท์แหละเพราะชีวิตจริงก็ไม่มีใครสมหวังทุกอย่าง
    #1717
    0
  13. #1716 dekdeepupay (@dekdeepupay) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 14:22
    เลิกได้ ก็จีบใหม่เนาะๆ
    #1716
    0
  14. #1711 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 16:33
    ถอยก่อนอะดีแล้ว เดี๋ยวค่อยปรับตัวแล้วกลับมารักกันใหม่ก็ยังไม่สาย
    #1711
    0
  15. #1710 แค่คนอินดี้ (@0942845903) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 15:06
    เจบีกับจินยองคือแบบ ฮื่อ ทำถูกนะที่ถอยออกมาเป็นเพื่อนกัน แต่เราก็อยากให้สมหวังกันนนน
    #1710
    0
  16. #1709 kekawiw (@kekawiw) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 08:28
    อ่านส่วนของเพ่บีแล้วน้ำตาไหล อยากให้รักกัน. แบบไม่ถอยคนล่ะ ก้าว. &#128546;&#128546;
    #1709
    0
  17. #1708 jitlada110711 (@jitlada110711) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 23:51
    อยากให้เจบีจินยองสมหวัง&#8203; นะพลีสสใจบางไแหมดแย้ววแงงง
    #1708
    0
  18. #1707 jeab-mtbb9397 (@jeab-mtbb9397) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 22:31

    ไหงเป็นงี้อ่ะ..สงสารทั้งคู่เลย
    #1707
    0
  19. #1706 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 21:17
    อยากให้แบมทิ้งมาร์ค
    #1706
    0
  20. #1705 0876417669 (@0876417669) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:43
    เราอยากให้เจบีกับจินยองสมหวังจังเราสงสาร
    #1705
    0
  21. #1704 pimpan0124 (@pimpan0124) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:29

    แง่งงง เพื่อนหรอ


    #1704
    0
  22. #1703 mmxiii (@Myfeww) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 19:58

    คำว่าเพื่อน
    #1703
    0
  23. #1702 Pong05 (@Pong05) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 19:03
    อยากให้เขากลุบมารักกันอ่ะ
    #1702
    0
  24. #1701 SugarBrowniie (@namtarn_zapp) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 16:08
    อึนกับคู่บีจินเลยอะ มันโหวง ๆ แหะ แต่ก็นั่นแหละ ถอยคนละก้าวจะได้มองเห็นกันกว้างขึ้น
    #1701
    0
  25. #1700 มิรา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 14:54

    กวังว่าจากนี้อะไรๆจะดีขึ้นไป

    #1700
    0