(เปิดโอน) ▽ #markbam ; HEARTBEAT #พี่หมอมบ ▽

ตอนที่ 16 : BEAT 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5641
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 718 ครั้ง
    13 มิ.ย. 62

     

 

________________________________________________________

 


________________________________________________________

 

 

 


  ________________________________________________________



ช่องทางการติดต่อ #Twitter

หมอมาร์ค : @marktuan_hb

น้องแบม : @bambam_hb

:)

  ________________________________________________________


        


        

แกร๊ก

 

“กลับมาแล้วเหรอ” เสียงของคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นหันมาถามคนที่เพิ่งเดินเข้าห้องมาในเวลาตีหนึ่งกว่าคนที่เป็นทั้งอดีตคู่หมั้นและเพื่อนสมัยเด็ก

 

“อืม ทำไมยังไม่นอน” คุณหมอหนุ่มถามเมื่อหันไปมองนาฬิกาบนผนังและพบว่าเลยเวลานอนของอีกฝ่ายมานานมากแล้ว

 

“มีเรื่องอะไรให้คิดนิดหน่อยน่ะ” จินยองที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาพูดพลางยิ้มบางๆ แต่คนมองกลับเห็นว่ารอยยิ้มนั้นคือรอยยิ้มของคนที่กำลังปิดซ่อนความเหนื่อยล้าอยู่เขาจึงเลือกเดินมาทรุดตัวนั่งที่โซฟาอีกตัวแทนที่จะเดินเข้าห้องนอนไป

 

“มีอะไรหรือเปล่า” คำถามที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยของเพื่อนสนิททำให้คนที่มีเรื่องอึดอัดมารบกวนจิตใจรู้สึกลังเลเพียงนิดว่าตัวเองจะปรึกษาอีกคนดีไหม ใจนึงกลัวว่าตัวเองจะเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องของเขาไปทำให้อีกฝ่ายปวดหัว

 

“ถามหน่อยสิ” แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะพูดออกไปเพราะทุกครั้งที่มีเรื่องไม่สบายใจ ร่างสูงมักเป็นที่พึ่งและเป็นคนคอยให้คำปรึกษากับเขาได้ดีที่สุด

 

“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายเพียงความเงียบงันกับการกดหน้าลงหนึ่งครั้งเท่านั้นที่แสดงถึงคำอนุญาต

 

“ถ้าใครคนนึงพยายามเข้ามาในโลกของเรา มาทำให้เรามอบความไว้วางใจแต่แล้ววันนึงเรากับพบว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องหลอกลวงนายจะทำยังไง?”

 

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเป็นเรื่องหลอกลวง” นายแพทย์หนุ่มไม่ได้ตอบออกมาเป็นคำตอบหากแต่ตอบกลับมาเป็นคำถามที่ทำให้คนถามก่อนต้องนิ่งคิดถึงมุมมองที่แตกต่าง

 

“เพราะมีคนมาบอกและได้เห็นด้วยตาตัวเอง” เขาพูดไปตรงๆ ถึงเหตุผลในความคิด

 

“เคยถามเขาตรงๆ หรือเปล่า” คำถามที่สองจากเพื่อนทำให้จินยองสะอึกเพราะเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยทั้งที่มันเป็นสิ่งแรกที่เขาควรจะทำแท้ๆ

 

“...ไม่” เสียงตอบอย่างแผ่วเบาทำให้ร่างหนาถอนหายใจออกมาช้าๆ เมื่อพอเข้าใจภาพรวมคร่าวๆ แล้วว่าเพื่อนสมัยเด็กของเขาหนีอะไรมาและพอจะจับจุดได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพลาดตรงไหน สิ่งที่เขาควรและทำได้ตอนนี้คือชี้ให้เพื่อนเห็นว่าอีกฝ่ายพลาดตรงไหนไป

 

“การเชื่อในสิ่งที่เห็นเป็นสิ่งที่ดีนะจินยองแต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เราเห็นจะเป็นอย่างที่เราเข้าใจเสมอไป”

 

“...”

 

“ฉันคิดว่าถ้าใครคนนั้นสามารถฝ่ากำแพงเข้ามาในโลกของนายได้แปลว่าเขาต้องมีความพยายามที่มากพอตัว ไม่น่าจะเข้ามาเล่นๆ หรอก” นายแพทย์หนุ่มอธิบายช้าๆ เพื่อให้คนฟังได้มีเวลาคิดตามกับสิ่งที่เขาเอ่ย

 

“นายคิดแบบนั้นเหรอ...”

 

“ไม่รู้สิ มันก็เป็นแค่การคาดเดาจากคนนอกที่ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด ฉันไม่รู้จักเขา นายต่างหากเป็นคนรู้จักเขา...ตัวตนของคนๆ นั้นที่นายสัมผัสได้ ทุกคำพูด ทุกการกระทำของเขามีน้ำหนักพอไหม ทำให้นายเชื่อมั่นได้มากขนาดไหน”

 

“...”

 

“บางทีความรักก็ทำให้คนตาบอด แม้เรื่องเล็กน้อยก็สามารถเก็บไปคิดมากได้ สามารถทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะมันเกิดจากการที่เราเริ่มเห็นว่าเขาสำคัญจนเราไม่อยากเสียไปจนเริ่มหวาดระแวง เพราะงั้นความเชื่อใจเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ไงล่ะ”

 

“...”

 

“ฉันก็ไม่ใช่คนเก่งเรื่องความรักอะไรแบบนี้มากนักหรอก แต่จินยองนายลองมองหลายๆ ด้าน คิดหลายๆ มุม กับความรักใช้แค่ตรงนี้หรือตรงนี้ไม่ได้หรอกนะ” ชายหนุ่มชี้นิ้วไปบริเวณที่ขมับก่อนจะเลื่อนไปตรงบริเวณอกข้างซ้ายพลางเคาะเบาๆ

 

“หมายความว่ายังไง”

 

“กับความรักนายจะใช้แค่สมองตัดสินถูกผิดอย่างเดียวก็ไม่ได้ต้องใช้หัวใจด้วย แต่ก็อย่าให้ความรักในหัวใจของนายมาบดบังตาจนไม่มองความเป็นจริง”

 

“...”

 

“ถ้าสมองนายบอกว่าสิ่งที่นายเห็นเป็นการลวงหลอก ลองถามหัวใจหรือยังว่าที่ผ่านมาความรู้สึกที่เขาพยายามสื่อมามันเป็นความจริงหรือเปล่า?”

 

“...”

 

“ลองดูนะ” มาร์คเอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้เพื่อให้เพื่อนได้ลองคิดทบทวนก่อนที่จะหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงพลางเอื้อมมือไปตบหัวเพื่อนเบาๆ เพื่อให้กำลังใจแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง

 

ในขณะที่จินยองยังคงนั่งอยู่ที่เดิมตกอยู่ในห้วงแห่งความคิดของตนเพื่อลองฟังเสียงเล็กๆ ในหัวใจที่กำลังกู่ร้องพยายามบอกอะไรบางอย่าง เสียงเล็กๆ ที่เขาไม่คิดจะใส่ใจเพราะกลัวจะเจ็บจนเลือกจะปัดมันทิ้งมาหลายคราทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่คนแบบนั้นแต่พอเป็นเรื่องนี้กลับสูญเสียความเป็นตัวเองไปเกือบทั้งหมด

 

หรือเราจะลองดูซักตั้ง?

 

คำถามเล็กๆ ผุดขึ้นมาในหัวใจ การที่เราหนีมาโดยไม่ได้บอกหรือถามไถ่ความจากอีกฝ่ายมันไม่ใช่สิ่งที่ฉลาดเลยนะจินยอง...ที่ผ่านมานายก็เป็นคนมีเหตุมาตลอดไม่ใช่เหรอ...?

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นมือเรียวจึงเอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้าขึ้นมาเพื่อล็อคอินเข้าช่องทางโซเชียลที่เขาตัดขาดไปร่วมเดือนและเมื่อเปิดขึ้นมาก็พบกับการแจ้งเตือนจากคนๆ เดียวที่ทิ้งข้อความเอาไว้ทั้งตัวอักษรทั้งเสียงมากมายหลายร้อยข้อความ นิ้วเรียวค่อยๆ เลื่อนอ่านทีละข้อความตั้งแต่แรก

 

หายไปไหน...

 

ทำไมติดต่อไม่ได้

 

เป็นอะไรหรือเปล่า?

 

ฉันจะเป็นบ้าแล้วนะไปตามหาที่ไหนก็ไม่เจอ

 

ถ้ากลับมาแล้วติดต่อมาด้วยนะ

 

เขาบอกว่านายยกเลิกสัญญาหอไปแล้ว

 

นี่มันเกิดอะไรขึ้นจินยองนายหายไปไหน

 

ฉันทำอะไรให้นายไม่พอใจหรือเปล่า

 

(ที่รักได้โปรดตอบกลับผมหน่อย ห่วงจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว) 

 

(ถ้าผมทำอะไรผิดไปผมขอโทษ)

 

(จินยองสองอาทิตย์แล้วนะที่นายหายไปขอร้องล่ะส่งข้อความกลับหาผมหน่อยเถอะ)

.

.

ข้อความมากมายเริ่มพร่าเลือนยามเมื่อหยาดน้ำใสรื้นขึ้นมาปกคลุมรอบดวงตาคู่สวย มันคงเป็นเพราะความคิดถึงเสียงนั้น คิดถึงอ้อมกอด คิดถึงความอบอุ่น ความทรงจำมากมายซึ่งถูกสร้างขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไหลบ่าเข้ามาในหัว นิ้วเรียวที่สั่นน้อยๆ พยายามพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

 

JY : เราออกมาคุยกันหน่อยไหม...

 

ข้อความนั้นถูกอ่านและตอบกลับอย่างรวดเร็วในระยะยะเวลาอันสั้นราวกับว่าคนอีกฟากกำลังรอคอยข่าวคราวของเขาอยู่

 

JB : ขอบคุณพระเจ้า หายไปไหนมา

 

JB : ให้ตายสิ ผมกำลังจะเป็นบ้าแล้วรู้ไหม

JB is calling...

 

อีกฝ่ายตอบกลับอย่างรวดเร็วแต่ดูเหมือนแค่การพิมพ์จะไม่ทันใจอีกฝ่ายเพราะไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็มีสายเรียกเข้าจากแอพเด้งขึ้นมาแทนหน้าต่างการแชท นั่นทำให้จินยองเม้มปากเข้าหากันน้อยๆ แล้วเลือกที่จะกดตัดสายจากนั้นค่อยพิมพ์ข้อความตอบกลับไปแทน

 

JY : เจอกันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงที่ร้านกาแฟในโรงพยาบาล

 

JB : ทำไมถึงคุยตอนนี้ไม่ได้ นายเป็นอะไรกันแน่?

 

ร่างเพรียวไม่สนใจที่จะตอบเขาถามข้างบนแต่เลือกที่จะตัดบททันที

 

JY : ตามนี้นะ...

 

ข้อความอีกมากมายถูกส่งมาแต่เขาไม่ได้อ่านมัน เขาแค่เพียงปิดการแจ้งเตือนหลังแล้ววางอุปกรณ์สื่อสารคว่ำหน้าจอเอาไว้บนโต๊ะกระจกใส

 

พรุ่งนี้มันคงจะจบ...

 

...ไม่ว่าจะดีหรือร้าย




#พี่หมอมบ




“พี่เจบีเป็นอะไรหรือเปล่า?” แบมแบมถามขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายที่มักจะมีรอยยิ้มให้เขาเสมอกับกลายเป็นเคร่งเครียดขึ้นหลังจากจับโทรศัพท์มือถือ

 

“พี่...” ไม่ได้เป็นอะไร...เขาอยากจะตอบน้องชายแบบนั้นหากแต่พอเห็นสายตาที่ฉายชัดถึงความเป็นห่วงและเขาไม่ชอบการโกหกยิ่งโดยเฉพาะกับน้องชายตัวน้อยซึ่งระหว่างพวกเขาแทบไม่มีเรื่องจะปิดบังกันแล้ว ยิ่งไม่กล้าพูดปดเข้าไปใหญ่

 

“ถ้าไม่สะดวกใจจะเล่าไม่เป็นไรนะครับ” คนเป็นน้องว่าอย่างเข้าอกเข้าใจไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเพราะทุกคนล้วนมีเรื่องอยากเล่าและไม่อยากเล่ากันทั้งนั้น

 

“เปล่า เล่าได้แต่พี่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากไหนก่อน” ดวงตาคมฉายแววสับสนอย่างสังเกตเห็นได้ชัด คนตัวเล็กจึงหยับลงจากเตียงคนไข้เพื่อเดินมานั่งข้างๆ พี่ชายบนโซฟาตัวยาวสำหรับคนมาเยี่ยม

 

“แบมมีเวลาฟังพี่ทั้งวัน” คนเป็นพี่เมื่อได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมาบางๆ ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดคร่าวๆ ให้น้องฟัง

 

“อ่า งั้นแสดงว่าพี่คนนั้นที่หายไปจู่ๆ ก็กลับมาเหรอ” มือเรียวลูบคางตัวเองเบาๆ อย่างใช้ความคิดสมองกำลังประมวลผลการกระทำและคาดเดาความคิดของบุคคลที่สามที่พวกเขาทั้งสองคนกำลังพูดถึง

 

“อืม”

 

“ถ้าเขากลับมาแบบนี้แปลว่าเขาหายโกรธแล้วหรือเปล่า”

 

“พี่ไม่รู้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพี่ทำอะไรผิด” เจบีส่ายหัวน้อยๆ ทั้งถอนหายใจออกมายาวเหยียด สมองเขาตอนนี้มันตื้อไปหมดราวกับคนโง่ที่คิดอะไรไม่ออก

 

“แล้วก่อนที่พี่คนนั้นหายไปพี่ไปทำอะไรไม่ดีมาหรือเปล่า”

 

“ไม่นะ...คืนก่อนหน้านั้นพี่ไปแฮงค์เอ้าท์กับเพื่อนและบอกเขาแล้ว” ชายหนุ่มพยายามคิดตามกับคำถามของน้องแต่ก็นั่นแหละ เขาคิดมาเป็นเดือนแล้วกับปัจจัยนี้แต่มันก็ไม่มีความน่าจะเป็นใดๆ เลย

 

“ยากจังแฮะ พรุ่งนี้เราคงจะได้รู้”

 

“คิดว่านะ...”

 

“อย่าทำหน้าเครียดซี่ ระดับพี่ชายของผมแล้วแค่นี้จิ๊บๆ” ไม่ว่าเปล่ามือนุ่มก็ส่งไปยืดแก้มของพี่ชายอย่างไม่เกรงกลัว ซึ่งคนที่โดนลูบคมก็ไม่ได้ดุอะไรเพียงแค่หัวเราะอยู่ในลำคอกับท่าทีน่ารักของน้องชายเท่านั้น

 

พี่ก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น

 

(พี่เจบีเจอพี่คนนั้นหรือยัง?) เสียงสดใสของน้องชายที่มาตามสายโทรศัพท์ทำให้คนที่นั่งไม่ติดอยู่ในร้านกาแฟซึ่งเป็นจุดนัดพบรู้สึกใจชื้นขึ้นมา

 

“ยัง พี่ว่าเดี๋ยวจะส่งข้อความไปหาเขาเหมือนกัน”

 

(อืออ สู้ๆ นะครับทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี) คำให้กำลังใจจากคนเป็นน้องทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา

 

“เราล่ะ เจ้าหน้าที่มารับไปตรวจหรือยัง” เขาถามกลับเพราะก่อนที่เขาจะลงมามีพยาบาลเดินมาแจ้งเรื่องการตรวจร่างกายของน้องที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน

 

(มาแล้วครับ นี่เพิ่งลงจากลิฟต์)

 

“แฟนเราล่ะ”

 

(เขาบอกกำลังเดินมาหา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเดินมาทำไมในเมื่อเดี๋ยวก็เจอในห้องตรวจ) เสียงหวานบ่นออกมาให้คนฟังอดหมั่นไส้ไม่ได้เลยแกล้งแซวไป

 

“อันนี้คือจะขิงพี่เรื่องแฟน?”

 

(เปล่าซักหน่อยยยยยยย!) คนโดนหาว่าขิงแหวกลับออกมาเสียงดังกว่าเดิมซึ่งนั่นเป็นการช่องให้อีกคนได้แหย่

 

“เสียงดังทำไม ร้อนตัวนะเนี่ย”

 

(เปล่านะ ไม่คุยด้วยแล้ว) เมื่อเถียงไม่ได้เขาจึงเลือกที่จะเอ่ยตัดบทแทนทำให้คนโตกว่าหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเอื้อเอ็นดู ริมฝีปากที่ทีแรกยิ้มออกมาบางๆ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้างจนดวงตาของเขากลายเป็นเส้นขีดๆ

 

“หึ”

 

(ไม่ต้องมาหัวเราะหึๆ เลย แค่นี้นะครับ) เสียงหวานติดจะแง่งอนเอ่ยทำท่าจะวางหูไปจริงๆ ทำให้คนเป็นพี่ต้องรีบพูดสวนขึ้นมา

 

“Hey, Don’t you know how much I love you?”

 

(อะไรเล่า ไม่รู้หรอก ไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ) เพราะโดนแกล้งก่อนดังนั้นแบมแบมจึงทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เมื่อได้ยินประโยคที่แสนคุ้นเคยจากปากพี่ชายที่สมัยยังเด็กมักได้ยินเป็นประจำ

 

“I love you with all my heart.” แต่คนเป็นพี่รู้ดีว่าน้องเขินและทุกครั้งที่น้องงอนแค่บอกรักเดี๋ยวก็หาย...แบบนี้ไง

 

(เหมือนกันนั่นแหละ...กับพี่คนนั้นพาเขากลับมาให้ได้นะครับ)

 

หลังจากวางสายไปชายหนุ่มจึงกดเข้าแอพสนทนาเพื่อส่งข้อความหาใครอีกคนที่เขานัดเอาไว้เมื่อพบว่าเวลาล่วงเลยจากที่นัดกันไว้มาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว

 

JB : ผมนั่งอยู่ร้านกาแฟนะ...

 

หากแต่ทางด้านของใครอีกคนที่ความจริงแล้วมาถึงเมื่อสิบนาทีก่อนหากแต่เห็นว่าอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์กับใครก็ไม่ทราบเพราะเป็นภาษาไทยที่เขาไม่รู้จึงเลือกที่จะยืนดูอยู่ห่างๆ รอให้อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์เรียบร้อยแล้วจึงค่อยเข้าไป

 

มือเรียวยกขึ้นเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าอย่างประหม่าเพียงเพราะเห็นเสี้ยวหน้าหล่อเหลาจากมุมข้าง ก่อนที่คิ้วเขาจะขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าคนที่เขามองอยู่กำลังหัวเราะออกมาทั้งแย้มยิ้มกว้าง จนทำให้เขาอยากรู้ว่าคนที่อีกฝ่ายคุยด้วยเป็นใคร...

 

ใครนะที่ทำให้คุณสามารถยิ้มและหัวเราะได้มากกว่าผม...

 

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ขาเรียวเผลอขยับก้าวเข้าไปเรื่อยๆ จนห่างกันแค่เพียงสามสี่เมตร ใกล้พอที่จะได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจน 

 

บทสนทนาที่ทำให้ใจดวงน้อยหล่นวูบจนแตกร้าว...

 

“Hey, Don’t you know how much I love you?”

 

ใครกันนะ...?

 

“I love you with all my heart.” 

 

ใครกันที่เป็นคนๆ นั้นของคุณ...

 

จินยองก้าวถอยหลังช้าๆ ตรงหน้าอกข้างซ้ายของเขารู้สึกวูบโหวงอยากจะหันหลังวิ่งหนีแต่ทำไมขาทั้งสองข้างกลับรู้สึกไร้เรี่ยวแรงก็ไม่รู้

 

ปึก

 

“ข...ขอโทษครับ” เพราะมัวแต่เดินก้าวถอยหลังทั้งยังไม่มองรอบข้างจนแผ่นหลังเผลอชนเข้ากับคนอื่นที่เดินสวนมาพอดีจนเกือบล้มลงไปดีที่อีกฝ่ายช่วยพยุงเอาไว้ได้ทัน

 

“จินยอง?”

 

“มาร์ค...” เสียงเรียกแสนคุ้นเคยทำให้ร่างเพรียวหันไปมองและพบว่าคนที่เขาชนคือเพื่อนสมัยเด็ก

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมทำหน้าแบบนั้น” นายแพทย์หนุ่มถามอย่างเป็นห่วงเมื่อได้สบตาเพื่อนสนิทและพบว่าดวงตาคู่นั้นกำลังสั่นระริกเหมือนแก้วที่มีรอยแตกร้าวจนพร้อมจะลดเอียดเป็นเม็ดทราย

 

“ฉัน...” ริมฝีปากสีสวยกัดเข้าหากันแน่นยามค่อยๆ ยืนขึ้นอีกครั้ง คำพูดของเพื่อนเมื่อคืนดังขึ้นมาในใจราวกับย้ำเตือนสติ

 

‘อย่าให้ความรักในหัวใจของนายมาบดบังตาจนไม่มองความเป็นจริง’

 

นั่นสินะ...อย่าให้มันบังตาจนไม่เห็นความจริง

 

จินยองสูดลมหายใจเข้าช้าๆ หลับตาลงเหมือนรวบรวมสติและลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อตั้งสติได้ เป็นตอนเดียวกับโทรศัพท์เขามีแจ้งเตือนเข้ามาพอดี ดวงตาติดออกไปทางหวานซึ้งเหลือบไปมองและกดเปิดข้อความนั้นและพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

 

JY : กำลังเข้าไป

 

“มาร์คช่วยอะไรหน่อยได้ไหม...”

 

“อะไร?” นายแพทย์หนุ่มถามเมื่อเห็นว่าสีหน้าและแววตาของเพื่อนเปลี่ยนไปแบบไม่เห็นเค้าเดิม

 

“ขอโทษนะ แต่ช่วยตามมากับฉันที” มือเรียวคว้าท่อนแขนแกร่งให้เดินตามไปด้วยกันก่อนจะเปลี่ยนเป็นควงเอาไว้หลวมๆ เมื่อเดินมาถึงหน้าโต๊ะของใครบางคน ใครคนที่ทำให้มาร์คเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยยามเขาเงยหน้าขึ้นมาพอดี

 

“ไงคุณเจบี” จินยองเป็นคนเอ่ยทักทายอีกฝ่ายก่อนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่ช่างดูเยือกเย็นเสียเหลือเกิน

 

“จินยอง...นี่มันเรื่องอะไรกัน” คนที่นั่งอยู่ถามอย่างงุนงงมองสลับไปมาระหว่างสองคนที่ไม่คิดว่าจะเดินมาด้วยกันได้

 

“ขอแนะนำให้รู้จัก...มาร์ค ต้วนคู่หมั้นของผม”

 

“!!!/!!!” คำแนะนำที่ทำให้คนฟังทั้งสองคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจหนึ่งคือคนที่ถูกลากเข้ามาในสถานการณ์นี้อย่างไม่รู้ที่ไปที่มา อีกหนึ่งคือคนที่นิ่งค้างไปเหมือนโดนคอนปอนด์หนักๆ ทุบหัวจนคิดอะไรไม่ออกโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าประโยคแนะนำเมื่อครู่ถูกได้ยินโดยใครอีกคน...

 

ใครคนที่ไม่ควรมาอยู่ตรงนี้...ในเวลาแบบนี้...

 

 

 

 

“คู่หมั้นงั้นเหรอ...?”

 



#พี่หมอมบ





M. : พี่แวะซื้อกาแฟก่อนนะเดี๋ยวเดินไปหา

 

B. : ครับ บุรุษพยาบาลเพิ่งเอารถเข็นมารับพอดี

 

M. : ยังไงก็ต้องผ่านร้านกาแฟเดี๋ยวเจอกันนะครับ

 

คนตัวเล็กส่งสติ๊กเกอร์แมวทำท่าโอเคตอบกลับไปขณะที่ละจากหน้าจอโทรศัพท์เพื่อมองตรงไปข้างหน้า วันนี้เขามีนัดไปเข้าเครื่องสแกนร่างกายเพื่อตรวจเช็คดั่งที่ต้องทำเป็นประจำเพราะว่าอาการของเขาแม้จะยังทรงตัวแต่ก็สามารถทรุดลงเมื่อไรก็ได้จึงต้องตรวจให้ละเอียดและเฝ้าระวังอยู่เสมอๆ

 

แต่ถึงสภาพร่างกายของร่างน้อยจะทรุดลงหลังจากกลับมาจากทะเลอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนทำให้เขาไม่สามารถเดินเหินไปไหนไกลได้ด้วยขาของตัวเองเพราะมันเหนื่อยง่ายแถมยังไม่สามารถกลับไปเรียนกับเพื่อนๆ ได้ จริงอยู่ที่มันทำให้คนตัวเล็กรู้สึกแย่ไม่น้อยกับร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ของตัวเอง ทว่าเพราะได้รับกำลังใจที่ดีจากพี่ชายรวมไปถึงคนรักทำให้เขามีกำลังใจและยังมีพลังบวกเพื่อให้กำลังใจกับตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ

 

เมื่อนึกถึงพี่ชายทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงยามนึกถึงใบหน้าของพี่ชายเมื่อคืนที่แสดงออกถึงความเคร่งเครียดแลกังวลมากแค่ไหน ส่วนตัวแบมแบมไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อหรือเคยเห็นภาพคนพิเศษของพี่ชายแต่เท่าที่ฟังดูเหมือนเขาคนนั้นจะสำคัญกับพี่ชายของเขามาก เขาจึงอยากภาวนาให้ทั้งสองคนกลับมาคืนดีได้ปรับความเข้าใจกัน

 

“หืม นั่นพี่มาร์คนี่ กำลังยืนคุยอยู่กับใครกันนะ” แบมแบมพูดขึ้นมากับตัวเองเบาๆ เมื่อรถเข็นของเขาเข็นมาอยู่บริเวณร้านกาแฟทำให้สายตาของเขาเหลือบเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยกำลังยืนคุยกับใครอีกคนที่เขาไม่เห็นหน้าเพราะมุมที่เขาอยู่นั้นทำให้เห็นแค่แผ่นหลังของมาร์คที่บังคู่สนทนาที่ตัวเล็กกว่าจนมิด

 

“พี่ต้นครับ ผมขอแวะไปทักพี่หมอมาร์คซักครู่ได้ไหม” คนตัวเล็กเอี้ยวตัวเพื่อหันไปเงยหน้าคุยกับพี่บุรุษพยาบาลที่เขารู้จัก เนื่องด้วยพักรักษาตัวมานานทำให้รู้จักบุรุษพยาบาลไปด้วย

 

“ได้ครับ” บุรุษพยาบาลรับคำแล้วยอมเปลี่ยนทิศรถเข็นไปทางร้านกาแฟแต่พอคนตัวเล็กหันกลับมามองอีกทีก็พบว่าบุคคลปริศนาคนนั้นกำลังจับต้นแขนคนรักของเขาแล้วดึงรั้งให้เดินไปหยุดที่โต๊ะหนึ่งซึ่งมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

พี่เจบี?

 

ยามผู้ชายคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเขาทำให้ร่างน้อยสามารถเห็นเสี้ยวหน้าของคนนั้นได้อย่างชัดเจนและพบว่าเป็นพี่ชายของตนจนอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เขาไม่รู้ว่าทั้งสามคนนั้นกำลังพูดอะไรกันแต่เพราะรถเข็นที่เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนทันประโยคล่าสุดที่ถูกเอ่ยออกมาจากปากของบุคคลปริศนาที่คนตัวเล็กยังไม่เห็นหน้า

 

“ขอแนะนำให้รู้จัก...มาร์ค ต้วนคู่หมั้นของผม”

 

(Special Part : BamBam)

 

“ขอแนะนำให้รู้จัก...มาร์ค ต้วนคู่หมั้นของผม” วินาทีที่ผมได้ยินประโยคนั้นจากบุคคลที่ผมยังไม่เห็นหน้ามันทำให้ผมรู้สึกสมองมึนงงเหมือนโดนค้อนปอนด์หนักทุบหัวเข้าอย่างจัง โลกของผมดูเหมือนจะหยุดหมุนทั้งๆ ที่ทุกคนยังใช้ชีวิตกันตามปกติ หัวใจของผมดูเหมือนจะหยุดเต้นทั้งๆ ที่มันก็ยังบีบตัวอยู่ในช่วงอก

 

“คู่หมั้นงั้นเหรอ...?” ผมทวนประโยคนั้นออกมาเหมือนกำลังคุยกับตัวเองแต่มันกลับดังพอจนทำให้ทั้งสามคนตรงหน้าผมหันขวับกลับมามองผมด้วยใบหน้าที่ตกใจไม่แพ้กัน

 

“แบมแบม...” ชื่อของผมถูกเอื้อนเอ่ยโดยบุคคลปริศนาด้วยน้ำเสียงที่ผมคลับคล้ายคลับคลาว่ารู้จัก นั่นทำให้ผมค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นไปจนได้เห็นถึงใบหน้าของเขาคนนั้นซึ่งทำให้ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องมากกว่าเดิม

 

“พี่จินยอง...?” ใช่ บุคคลปริศนาเมื่อครู่คือพี่จินยองที่ผมรู้จัก พี่ชายคนใหม่ที่แสนดียอมมาเป็นเพื่อนคุยเล่นยามว่างกับคนป่วยร่างกายอ่อนแอของเขา...

 

‘จริงสิพี่จินยองเคยบอกว่ามารอคู่หมั้นใช่ไหมครับ’

 

‘อื้อ ใช่แล้ว เขาเป็นหมออยู่ที่นี่น่ะ’

 

.

.

 

‘อยากได้คำใบ้แบบไหนหล่ะ’

 

‘อืมมม ก็กว้างๆ หน่อยครับแต่ต้องไม่กว้างเกินไปนะ!’

 

‘ขอพี่คิดก่อนนะ...อ่า ใบ้ว่าจบนอกแล้วกัน’

 

.

.

 

‘จริงสิช่วงนี้พี่เห็นพวกผู้ช่วยพยาบาลเข้าเม้าท์กันเรื่องคุณหมอมาร์คด้วยนะ’

 

‘เม้าท์กันเรื่องอะไรเหรอครับ?’

 

‘เรื่องแฟนหมอมาร์คน่ะ เหมือนมีคนเห็นว่าไปไหนมาไหนด้วยกันหลายครั้งแล้วด้วยนะ แต่ยังไม่มีใครเห็นหน้าชัดๆ ซักที’

 

.

.

 

‘ว่าแต่ทำไมเดี๋ยวนี้ใจลอยเก่ง ลอยไปหาใครครับกิ๊กเหรอ’

 

‘เปล่า...’

 

‘คิก ล้อเล่นน่า อย่าทำหน้าเครียดสิเดี๋ยวตีนกาขึ้นนะ’

 

‘แล้วถ้าพี่มีคนอื่นจริงๆ ล่ะ เราจะทำยังไง?’

 

ประโยคบทสนทนามากมายไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับไฟล์ข้อมูลที่ถูกเปิดขึ้นมาเรื่อยๆ แบบที่ผมไม่ได้ร้องขอทุกอย่างเป็นไปตามหลักธรรมชาติของมันรวมถึงสมองประมวลผลปะติปะต่อเรื่องให้เสร็จสรรพ แม้ผมจะยังรู้สึกมึนงงสับสนกับสิ่งตรงหน้าก็ตาม

 

“แบมแบมฟังพี่ก่อนนะ...” เสียงทุ้มต่ำของพี่มาร์คดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าของเขาที่โน้มต่ำลงมาเพื่อคุยกับผม นั่นทำให้ผมได้หลุดออกมาจากภวังค์ของตัวเองและสบตากับดวงตาคมๆ ที่กำลังฉายแววร้อนรนพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่เลื่อนมาหมายจะกอบกุมมือของผมที่วางอยู่บนตัก

 

“อย่า...!” ไวกว่าความคิดผมชักมือหนีรัศมีมือใหญ่นั่นอย่างรวดเร็ว สายตาที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดฉายชัดบนดวงตาคมคู่นั้น ผมรู้ดีว่าการทำแบบนั้นไม่ใช่สิ่งที่เด็กดีอย่างผมควรจะทำแต่ว่า...

 

แต่ว่า...ตอนนี้ผมไม่พร้อมจะรับฟังหรือพยายามเข้าใจอะไรไปมากกว่าที่เป็นอยู่อีกแล้ว ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ได้ มันตื้อไปหมดไม่เจ็บปวด ไม่โกรธ ไม่รู้สึกอะไรนอกจากความวูบโหวงในช่องอกราวกับว่าผมเผลอทำอะไรหล่นหายไปอย่างไม่ทันระวัง

 

หากแต่ความวูบโหวงนั้นเป็นเพียงการอุปทานถึงความรู้สึกในรูปธรรม ในความเป็นจริงแล้วในหลักนามธรรมผมกำลังรู้สึกอึดอัดตรงช่วงอกแม้จะพยายามหายใจเข้าเท่าไหร่ก็รู้สึกว่ามันไม่ทั่วท้อง

 

“น้องแบม...” เสียงของพี่จินยองทำให้ผมต้องหันไปมองเขา ใบหน้าของพี่เขาตอนนี้กำลังแสดงถึงความลำบากใจและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเหมือนเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับผมแต่ผมไม่พร้อมจะรับฟังในตอนนี้ ผมเหลือบสายตาไปมองพี่ชายของตัวเองที่ตอนนี้ใบหน้าฉายแววเคร่งเครียดแบบที่ผมไม่เคยเห็นทำให้ผมพอจะผูกเรื่องได้คร่าวๆ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่ผมมีอารมณ์อยากจะมาซักไซร้หรือถามไถ่เรื่องของคนอื่น

 

“พี่ต้นครับ ช่วยพาผมออกไปจากตรงนี้ที” ผมพูดขึ้นกับพี่บุรุษพยาบาลที่ดันต้องมาได้ยินและตกอยู่ในสถานการณ์แปลกประหลาดร่วมกับผม ผมพยายามสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ หมายจะให้อาการคับแน่นในช่วงอกบรรเทาลงไปบ้าง

 

“เดี๋ยวแบมแบม เราต้องฟังพี่ก่อน” แต่เพราะเสียงห้ามของคุณหมอมาร์คทำให้บุรุษพยาบาลไม่กล้าเข็นพาผมไปไหน

 

“พี่ต้น! อึก...” ผมเผลอข้นเสียงใส่พี่ต้นไปโดยไม่ได้ตั้งใจแต่เพราะความเสียวปลาบที่วิ่งแล่นขึ้นมากลางอกทำให้ผมไม่สามารถพูดออกมาได้จนจบประโยค ผมยกมือขึ้นมาทาบอกแล้ววคลึงเบาๆ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ช่วยให้ผมหายใจออกก็ตาม ผมหายใจเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหมือนคนเพิ่งวิ่งมาราธอนมาหากแต่ต่อให้พยายามหายใจเข้ามากเท่าไรก็เหมือนกับไม่มีอากาศเข้าไปยังไงยังงั้น

 

“แบมแบม/แบมแบม!” เสียงของพี่เจบีกับพี่มาร์คดังขึ้นพร้อมๆ กันเมื่อเขาทั้งสองคนเห็นผมอาการแย่ลงเรื่อยๆ พี่เจบีเดินมานั่งยองข้างๆ รถเข็นของผมแล้วเอื้อมมือเพื่อมาหยิบยาและส่งให้ผมอมไว้ใต้ลิ้น

 

“ปะ...ปล่อยนะ อย่ามาจับ อึก” ผมพูดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นว่าพี่มาร์คทำท่าจะมาจับบริเวณข้อมือของผมซึ่งเป็นตำแหน่งของชีพจร นั่นทำให้เขายอมยกมือขึ้นเหนือหัวเชิงยอมแพ้แล้วเลือกจะพูดกับผมเสียงอ่อนติดจะร้อนรนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าผมอาการยังไม่ดีขึ้นทั้งๆ ที่กินยาไปได้พักหนึ่งแล้ว

 

“เด็กดีอย่างน้อยให้พี่ดูอาการก่อนนะ...” ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่ดื้อด้านในเวลาแบบนี้เพราะอย่างน้อยคนตรงหน้าก็เป็นหมอประจำตัวของผม แต่ผมยังดึงดันที่จะไม่ให้เขาเข้าใกล้ไปมากกว่านี้

 

“ไม่...ผม...” ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวและค่อยๆ มืดลงนั่นเป็นสัญญาณที่ผมรู้ดีว่าผมกำลังจะหมดสติเพราะไม่สามารถหายใจได้ทันอย่างที่ควรจะเป็น สติของผมค่อยๆ พร่าเลือนกับความวุ่นวายรอบข้างที่ดังขึ้น

 

บ้าจริง ทำไมนายอ่อนแอแบบนี้นะแบม

 

“แบมแบม! ส่งตัวเขาไปที่ห้องฉุกเฉินเดี๋ยวนี้ครับ”

 

นั่นเป็นเสียงความวุ่นวายสุดท้ายที่ผมได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลงพร้อมกับสติของผม...

 

และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่าอยากจะหลับไปตลอดกาล...

 

(End Special Part : BamBam)

 

 

 

100%

 

 

______________________________

 

น้องงงงงงงงง

อย่าเป็นอะไรนะลูกกกก ฮรุกกก

คิดเห็นยังไงเม้นท์บอกกันได้นะฮับ รออ่านอยู่น้า


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #พี่หมอมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 718 ครั้ง

1,890 ความคิดเห็น

  1. #1794 Phanatsadaaa (@Phanatsadaaa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 22:51
    คือจินยองเเบบเธอ2รอบเเล้วนะ!!!!
    #1794
    0
  2. #1781 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 07:15
    งื้ออออ หนูลูกกกกกกก อดทนไว้นะลูกกก เข้มแข็งนะลูกกกกกก
    จินยอง!!!! นึกว่าจะคิดได้แล้วซะอีกกกกกกกกก
    #1781
    0
  3. #1740 0948760391 (@0948760391) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 17:53
    จินยองไม่น่าพูดอย่างงั้นเลยอะ
    #1740
    0
  4. #1680 นานา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 00:06

    พี่หมอต้องเอาน้องกลับมาให้ได้นะ....แอดจ๋าสงสารน้องนะคะมันบีบหัวใจตามน้องเลย

    #1680
    0
  5. #1652 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 11:03
    อ่าไม่ไหวแล้วน้องต้องตื่นนะ พี่มาร์คช่วยด้วย
    #1652
    0
  6. #1635 XCIIIXCVII (@onlybboy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:29
    จินยอง have a สตินะ ทำไมเทอปสดไม่มีเหตุผลเลย
    #1635
    0
  7. #1622 Zai33333333 (@Zai33535823) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 02:12
    สงสารน้อง ครั้งแรกที่หลับแล้วไม่อยากตื่น
    #1622
    0
  8. #1620 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 21:15
    แบมลูกกกกก ต้องตื่นนะ จินยองก็คือไม่เคยถามเลยสักครั้ง เฮ้อออออ
    #1620
    0
  9. #1610 MM_MB (@maemetggt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:48
    จินยอง เทอกำลังจะฆ่าน้องนะ!!!
    #1610
    0
  10. #1598 NanJacksonGOT7 (@NanJacksonGOT7) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 08:16
    ทำไมไม่หัดฟังความจริงบ้างจินยอง มัวแต่คิดเองเออเอง แล้วก็ดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยว แล้วดูสิทำให้ใครอีกกี่คนต้องมาเจ็บปวดเพียงเพราะความขี้ขลาดของตัวเองน่ะห๊ะ
    #1598
    0
  11. #1597 Octaidol (@Octaidol) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:59
    พีค พีค พีค คือระเบิดตู้มมมม ในครั้งเดียว
    #1597
    0
  12. #1596 41124112 (@41124112) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:47

    ลำไยจินยอง!!! สงสารแบมมาก

    #1596
    0
  13. #1595 MB8997 (@MB8997) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:53
    ไม่รู้จะสงสารใคนก่อนดีแบมๆก็โดนหลอก พี่บียังมาคิดเรื่องไร้สาระและเรื่องน้องชายตัวเอง
    #1595
    0
  14. #1594 MB9397TH (@MB9397TH) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:13

    อ่านเป็นรอบที่ 3 แล้ว น้ำตาไหลแล้วค่ะ ช่วยมาต่อให้คนอ่านได้วางใจว่าน้องแบมจะไม่เป็นไรให้หน่อยนะคะ...เรื่องนี้สนุกมาก รออ่านตอนต่อไปอยู่ค่ะ
    #1594
    0
  15. #1593 Pong05 (@Pong05) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:12
    น้ำตาคลอเลยอ่ะสงสารน้องจัง
    #1593
    0
  16. #1592 Bamsoonjung (@sryko1a) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 23:08
    สงสาน้องอ่ะ บางทีก็อยากให้น้องหลับไป ไม่ต้องเจ็บต้องทรมารแล้ว
    #1592
    0
  17. #1591 jeab-mtbb9397 (@jeab-mtbb9397) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:54

    ม่าหม้อใหญ่..สงสารน้องที่สุด..ตื่นมาแล้วย้ายไปรักษาที่อื่นมั้ยลูก...เจ็บปวดเกินไปแล้ว
    #1591
    0
  18. #1590 Pairahgase (@Pairahgase) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:52
    ฮือน้องงงอย่าเป็นอะไรนะ
    #1590
    0
  19. #1589 peuaknoi (@peuaknoi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:35

    น้อง อย่าเป็นอะไรเลยนะ
    #1589
    0
  20. #1588 MyDBB (@MyDBB) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:34
    ฮื่ออ น้องงงงง
    #1588
    0
  21. #1587 Ngamnat Hadchaiyaphum (@1006443) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:20
    ลุ้นยิ่งกว่าลุ้นน้องแบมอย่าเป็นอะไรเลยนะค่ะ พลีสสสสสสส
    #1587
    0
  22. #1586 MarkB93 (@0992414017) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:05

    แบมอย่าอยากหลับไปตลอดเลยนะ
    #1586
    0
  23. #1585 Pear17pear (@Pear17pear) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:04

    สู้ๆนะเเบมเเบม
    #1585
    0
  24. #1584 Pear17pear (@Pear17pear) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:04
    ฮือออสงสารเเบมเเบมม
    #1584
    0
  25. #1583 Geniezz (@Geniezz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 21:33
    เอาจินยองไปต้ม!
    #1583
    0