(เปิดโอน) ▽ #markbam ; HEARTBEAT #พี่หมอมบ ▽

ตอนที่ 11 : BEAT 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 736 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

     

 

________________________________________________________

 


________________________________________________________

 

 

 


  ________________________________________________________



ช่องทางการติดต่อ #Twitter

หมอมาร์ค : @marktuan_hb

น้องแบม : @bambam_hb

:)

  ________________________________________________________


        


        

M. : วันนี้พี่มีเคสไปกินข้าวไปด้วยไม่ได้นะครับ

 

M. : ต้องกินข้าวให้หมดรู้ไหม

 

ข้อความที่เพิ่งส่งมาถูกเปิดอ่านก่อนที่คนอ่านจะส่งสติ๊กเกอร์รูปหมูทำท่าโอเคกลับไป จากนั้นคนตัวเล็กที่อยู่ในชุดของโรงพยาบาลเขียวอ่อนก็หยิบช้อนขึ้นมาเริ่มลงมือทานอาหารในถาดตรงหน้าของตน ขณะที่สายตาก็จับจ้องไปที่ทีวีที่กำลังฉายรายการตลกช่วงบ่ายอยู่ เพราะว่าต้องกินข้าวคนเดียวดังนั้นมื้อนี้คนตัวเล็กเลยใช้เวลานานมากกว่าปกติกว่าจะกินอาหารทั้งหมดได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่สำหรับแบมแบมที่ช่วงนี้มีคุณหมอรูปหล่อมากินข้าวด้วยกันเกือบทุกมื้อแล้วพอมื้อไหนไม่มีอีกคนกลับรู้สึกกินไม่ค่อยลงยังไงยังงั้น

 

อาการหนักเกินไปแล้วแฮะเรา...

 

เขาคิดในใจขณะที่เลื่อนโต๊ะเลื่อนสำหรับทานอาหารของผู้ป่วยไปอีกมุมนึงของห้องหลังจากทานเรียบร้อยแล้วจากนั้นก็เหลือบสายตาขึ้นไปมองนาฬิกาสีเงินที่แขวนอยู่บนผนังก่อนจะตัดสินใจเดินไปหยิบหนังสือนวนิยาย ใส่รองเท้าแตะและก้าวเดินออกจากห้องไป

 

“น้องแบมแบมจะไปไหนคะ” เสียงของพยาบาลสาวที่เค้าทเตอร์เอ่ยถามเมื่อเห็นคนหน้าหวานที่อยู่ในชุดผู้ป่วยกำลังเดินผ่านไปที่ลิฟต์

 

“ไม่เดินเล่นที่สวนชั้นสิบครับพี่น้ำผึ้ง” คนตัวเล็กตอบตามตรงพลางยิ้มทักทายพยาบาลคนสวยที่รู้จักมักจี่กันดีเพราะอีกฝ่ายมักจะมาวัดความดันเขาเกือบทุกวัน

 

“ให้พี่เรียกบุรุษพยาบาลให้ไหมคะ” เธอถามอย่างเป็นห่วงเพราะวอร์ดชั้นที่เธออยู่นั้นเป็นแผนกเฉพาะของผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับหัวใจดังนั้นทุกอย่างจึงต้องมีการระมัดระวังเป็นพิเศษ ยิ่งอาการของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่นับวันเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ แล้วเธอยิ่งต้องระวัง

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากเดินย่อยมากกว่า” คนหน้าหวานส่ายหัวน้อยๆ และบอกความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆ

 

“อย่าหักโหมมากนะคะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกดปุ่มนี้ได้เลยนะ” น้ำผึ้งว่าขณะที่ลุกเดินออกมาจากเค้าท์เตอร์เพื่อเอากำไลเล็กๆ คล้ายๆ นาฬิกาข้อมือหากแต่บนหน้าจอมีเพียงปุ่มเพียงปุ่มเดียวเท่านั้นซึ่งเอาไว้สำหรับคนไข้วอร์ดนี้โดยเฉพาะเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นและเพื่อจะได้ช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

 

“ครับ ผมจะระวัง ขอตัวก่อนนะครับ” ร่างบางยิ้มรับและตอบตกลงก่อนจะเดินไปกดลิฟต์เพื่อลงไปที่สวนหย่อมของโรงพยาบาลที่อยู่ชั้นสิบซึ่งเป็นดาดฟ้าที่เขียวชอุ่มมีต้นไม้ปกคลุมเต็มไปหมด

 

ขาเรียวก้าวเข้ามาตามทางเดินที่มีหินเรียบๆ วางต่อกันเป็นทางยาว จุดหมายปลายทางของเขาคือม้านั่งหินอ่อนที่ประจำใต้ต้นไม้หอมที่แผ่กิ่งก้านสลายสร้างความร่มเย็น ทว่าพอเดินไปถึงในระยะที่มองเห็นโต๊ะหินนั่นเขาก็ผมว่าตรงนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ก่อนแล้ว ครั้นจะไปนั่งที่โต๊ะอีกตัวที่อยู่อีกฝากก็ทำไม่ได้เพราะตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่แล้วทำให้ด้านนั้นถูกแดดปกคลุมไปทั้งหมด

 

“เอ่อ...มีคนนั่งตรงนี้ไหมครับ?” เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นและยังไม่อยากกลับไปนั่งอุดอู้ในห้องพัก คนตัวเล็กจึงเลือกที่เดินไปหยุดที่ข้างโต๊ะเพื่อถามถึงที่ว่างอีกสามที่ที่เหลืออยู่

 

“???” แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดเพราะใบหน้าหล่อเหลาติดออกไปทางจะหวานหน่อยนั่นกำลังฉายแววงุนงงอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้แบมแบมเลือกที่จะถามใหม่อีกครั้งในภาษากลางที่ใช้กันทั่วโลกอย่างภาษาอังกฤษแทน

 

Have anyone sit here?”

 

“Oh! No, you can take it.”

 

“Thank you.” เมื่อได้ยินคำตอบที่ต้องการคนตัวเล็กก็เอ่ยขอบคุณและทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับคนแปลกหน้าก่อนบรรยากาศรอบข้างจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้งเมื่อคนทั้งสองคนเข้าไปอยู่ในโลกของหนังสือ

 

“ผมเพิ่งสังเกต คุณก็อ่านเรื่องนี้เหมือนกันเหรอ” เสียงหวานของอีกคนดังขึ้นทำให้แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่อ่านพลางเหลือบไปมองหน้าปกหนังสือที่อีกฝ่ายยกขึ้นมาโชว์ให้เขาดู

 

“ครับ บังเอิญจัง”

 

“นั่นสิ ผมไม่เคยเห็นใครอ่านแนวนี้เลย คู่หมั้นผมบอกว่ามันน่าเบื่ออ่านแล้วจะหลับ” อีกฝ่ายว่าด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากยามพูดนั้นทำให้ใบหน้านั้นดูดีขึ้นไปอีกขนาดที่ว่าคนเป็นผู้ชายด้วยกันยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชม

 

“เหมือนกันครับ ดีใจจังที่เจอคนอ่านแนวเดียวกัน”

 

“นั่นสิ แล้วคุณเคยอ่านเรื่อง...ไหม” เขาถามต่ออย่างลุ้นๆ และพูดชื่อหนังสือเรื่องหนึ่งออกมาที่แบมแบมรู้จักมันดีเพราะเขาเคยอ่านมันซ้ำอยู่หลายรอบเช่นกัน

 

“เคยครับ ผมชอบศาสตร์และศิลป์ในการเขียนของนักเขียนคนนี้มากโดยเฉพาะเรื่อง...”

 

“คุณคิดเหมือนผมเลย เรื่องนั้นเป็นเรื่องโปรดของผมเลยนะ”

 

“ผมก็เหมือนกัน แล้ว...” ราวกับคลื่นวิทยุสองคลื่นที่ปรับจูนเข้าหากันทั้งสองคนปิดหนังสือตรงหน้าลงและเริ่มพูดคุยกันแลกเปลี่ยนความคิดจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมงโดยที่พวกเขาเองก็ไม่รู้ตัว

 

“อ่า นานๆ เจอคนที่คุยกันถูกคอ เผลอแป๊ปเดียวเย็นซะแล้ว”

 

“นั่นสิครับ อีกเดี๋ยวผมต้องไปแล้ว ก่อนคุณหมอจะเข้ามาตรวจรอบเย็น” แบมแบมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเหลือบดูเวลาและพบว่าใกล้ได้เวลาที่เขาควรจะไปแล้ว

 

“งั้นเหรอครับ เสียดายจัง...” อีกฝ่ายว่าอย่างเสียดายเพราะนานๆ เขาจะเจอคนที่คุยกันถูกคอ

 

“ไว้โอกาสหน้ามาคุยกันอีกก็ได้ครับ ผมมาที่นี่บ่อยๆ”

 

“งั้นดีเลย เอ ว่าแต่ผมเพิ่งสังเกตว่าคุณใส่ชุดสีเขียวนี่เป็นแผนกอะไรเหรอครับ”

 

“แผนกผู้ป่วยพิเศษโรคหัวใจครับ” แบมแบมตอบออกมาตรงๆ หากเป็นคนอื่นคงจะรู้สึกแย่ไม่น้อยเมื่อต้องพูดถึงอะไรแบบนี้แต่สำหรับเขาคือยอมรับได้แล้ว อีกอย่างมันไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ถึงแม้ทุกวันนี้จะต้องตั้งความหวังแบบลมแล้งๆ รอวันที่จะมีหัวใจที่เข้ากันได้มาเปลี่ยนถ่าย แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ความหวังซะทีเดียวถูกไหม

 

“ผมขอโทษที่เสียมารยาท...” คนถามเอ่ยขอโทษด้วยสีหน้าลำบากใจนึกโทษตัวเองที่หลุดปากถามออกไปอย่างเสียมารยาทเพราะความพลั้งเผลอและความอยากรู้

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

“ถ้างั้นพรุ่งนี้เรามาเจอกันอีกดีไหม ช่วงนี้ผมมารอคู่หมั้นเลิกงานเกือบทุกวัน เลยอยากมีเพื่อนคุยและอ่านหนังสือด้วย” ชายหนุ่มแปลกหน้าเสนอขึ้นมานั้นทำให้แบมแบมพยักหน้าน้อยๆ เป็นการตกลง

 

“ได้ครับ ผมน่าจะลงมาช่วงบ่ายๆ ประมาณวันนี้”

 

“แล้วเจอกันครับ

 

ในตอนที่แบมแบมกำลังจะลุกขึ้นเข้าก็นึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่รู้จักชื่ออีกฝ่ายเลย ทั้งๆ ที่คุยกันมาตั้งหลายชั่วโมงแล้วเขาจึงเอ่ยถามออกไปพร้อมแนะนำชื่อตัวเองเสร็จสรรพ

 

“จริงสิ คุยกันมาตั้งนานผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ผมแบมแบมครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” 



 

“จินยองครับปาร์ค จินยองยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”




#พี่หมอมบ




“ไปเล่นซนที่ไหนมาครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นทันทีที่คนตัวเล็กเปิดประตูห้องกลับเข้ามาและพบกับร่างสูงใหญ่ที่ยืนกอดอกเป็นยักษ์วัดแจ้งอยู่หน้าประตู ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ทำให้แบมแบมรู้สึกตัวหดเล็กลงกว่าเดิม

 

“เปล่าเล่นซนนะ แค่ไปนั่งเล่นที่สวน” คนตัวเล็กปฏิเสธขึ้นมาทันควันเมื่อได้ยินคำว่าเล่นซนแต่ก็ไม่กล้าพูดเสียงดังมากนักเพราะเรื่องนี้ตนมีส่วนผิดที่กลับมาช้าจริงๆ

 

“ทำไมไม่ให้พยาบาลพาไปครับ อันตรายรู้ไหม” คุณหมอหนุ่มว่าเสียงดุ ใบหน้าคมเข้มที่ทุกทีมักจะมีรอยยิ้มบางๆ ตอนนี้เรียบนิ่งทำให้คนตัวเล็กที่แอบมองต้องหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตาดุๆ นั่น

 

“ไม่อยากรบกวนนี่ อีกอย่างทุกทีผมก็เดินไปเองได้” แบมแบมพูดขึ้นมาเสียงเบาแต่เพราะทั้งห้องนั้นเงียบสงบมากและมีเพียงพวกเขาแค่สองคน จึงไม่เป็นการยากที่อีกคนจะได้ยินประโยคเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ในใจลึกๆ จะไม่เห็นด้วยกับท่าทางที่ห่วงเกินไปนั่นเท่าไรนัก

 

“เมื่อก่อนพี่ไม่ว่าแต่ไม่ใช่ตอนนี้”

 

“ทำไมล่ะ ผมก็ระวังเหมือนทุกทีนั่นแหละ” เสียงหวานถามอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอีกคนถึงต้องทรีตเขาเหมือนคนอ่อนแอขนาดนั้น ทั้งที่ๆ ผ่านมาเขาก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด

 

“พี่จะไม่ตอบว่าทำไมเพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วนะครับ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยท่าทางที่นิ่งสงบไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มแต่นั่นดูเหมือนจะไปสะกิดโดนต่อมอะไรของคนฟังเข้าเสียแล้ว

 

“พี่หมอเลิกขี้ห่วงเกินไปได้แล้ว...” และประโยคที่หลุดออกมาโดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองนั้นเองทำให้คนฟังนิ่งอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัด

 

“แบมแบม...” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยเสียงที่แหบพร่าเหมือนคนที่เพิ่งค้นหาเสียงของตัวเองเจอ ดวงตาคมที่ติดดุตอนแรกฉายชัดถึงความผิดหวัง เสียใจและไม่เข้าใจ

 

“ขะ...ขอโทษครับ” และสายตารวมถึงท่าทางเหล่านั้นก็ตกอยู่ในสายตาของผู้พูดเองทั้งหมดทำให้เขาต้องรีบเอ่ยขอโทษในทันที ความรู้สึกผิดก่อตัวขึ้นมาเต็มหัวใจเพราะความเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวของตัวเขาเองนั้นกำลังทำให้คนที่เขารักเสียความรู้สึก

 

“ช่างเถอะ พี่คงห่วงเรามากเกินไปจริงๆ” มาร์คว่าและยกยิ้มบางๆ ให้คนตรงหน้า สายตาของเขาว่างเปล่าจนทำให้คนมองต้องรีบก้าวเท้าเข้าไปใกล้พลางส่งมือไปจับที่สาบเสื้อกาวน์ราวกับกลัวว่าถ้าไม่จับไว้อีกคนอาจจะหายไปยังไงยังงั้น

 

“ไม่ใช่นะ ผมแค่ปากไวไปหน่อย พี่หมออุตส่าห์หวังดีแท้ๆ” แบมแบมเอ่ยอย่างละล่ำละลักเพราะกลัวว่าถ้าไม่รีบพูดอาจจะไม่ได้พูดอีก เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึก ไม่อยากให้อีกคนเสียใจ เพราะเรื่องราวทุกอย่างมันกำลังจะไปได้ดีดังนั้นเขาจึงไม่อยากให้มันพังลงไปเพียงเพราะคำพูดพล่อยๆ ของเขา

 

“อย่าคิดมากนะครับ” เสียงทุ้มอ่อนลงทันทีเมื่อเห็นท่าทางรู้สึกผิดของคนรัก เขายอมรับว่าทีแรกแอบรู้สึกไม่โอเคเท่าไหร่นักกับคำพูดของอีกฝ่าย แต่เพราะท่าทางรู้สึกผิดของคนตัวเล็กกอปรกับการตกตะกอนทางความคิดรวมถึงความเข้าใจในอุปนิสัยของอีกฝ่ายทำให้เขารู้ว่าที่น้องพูดนั้นก็มีเหตุผลเช่นกัน

 

“ผม...ฮึก ขอโทษ” ยิ่งมาร์คไม่แสดงท่าทีโกรธเคืองแถมยังแสดงท่าทีที่เข้าอกเข้าใจดีนั้นทำให้แบมแบมยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิมเป็นหลายเท่าตัวจนก่อเป็นน้ำใสๆ ที่เอ่อคลอเคลือบดวงตาคู่สวย

 

“ไม่เอาไม่ร้องสิ เรื่องแค่นี้เอง” นั่นทำให้คุณหมอหนุ่มร้อนอกร้อนใจขึ้นมาในทันทีรีบรั้งร่างนุ่มนิ่มเข้ามาในอ้อมกอดพลางลูบหัวลูบหลังปลอบประโลมเป็นการใหญ่

 

“...”

 

“มาคุยกันหน่อยดีไหม” คุณหมอว่าแบบนั้นเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่ายืนซุกอกเขานิ่งๆ ไม่ยอมพูดอะไร

 

“...”

 

“พี่ขอโทษที่บังคับเรามากเกินไป”

 

“ผม...”

 

“ชู่ว ฟังก่อนครับ”

 

“...”

 

“พี่แค่เป็นห่วงกลัวเราเป็นอะไร เพราะเรามีคนเดียวในโลกถ้าเราเป็นอะไรไปพี่คงอยู่ไม่ได้แน่ๆ” มาร์คอธิบายถึงเหตุผลของตัวเองอย่างชัดเจนซึ่งนั่นทำให้คนฟังกระชับอ้อมแขนของตัวเองที่กอดรอบเอวสอบแน่นกว่าเดิมด้วยหัวใจที่รู้สึกอบอุ่นกับความรักความห่วงใยที่อีกคนแสดงออกมา

 

“...”

 

“เพราะงั้นเรามาเจอกันครึ่ง ให้พี่พยาบาลไปด้วยแต่ให้เขาดูแลอยู่ห่างๆ ตกลงไหม”

 

“แต่แบมเกรงใจ...” ร่างน้อยว่าเสียงเบาหวิวถึงแม้จะรู้สึกดีที่อีกคนเป็นห่วงแต่ด้วยนิสัยเป็นคนขี้เกรงใจที่รักษายังไงก็ไม่หายจึงทำให้เขาต้องเอ่ยออกไป

 

“ไม่ต้องเกรงใจครับเป็นหน้าที่ของเขา การเกรงใจเป็นสิ่งที่ดีแต่ไม่ใช่ในกรณีนี้”

 

“เข้าใจแล้วครับ” และเพราะเหตุผลของคนโตกว่านั่นทำให้แบมแบมหยักหน้าตกลงในที่สุด นั่นทำให้คุณหมอหนุ่มยกยิ้มบางๆ แล้วประทับจุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากมนที่มีกลุ่มผมนุ่มปกคลุมอยู่

 

“เด็กดี”

 

“ฮื่อ พี่หมอไม่โกรธแบมแล้วใช่ไหม” คนตัวเล็กถามอย่างไม่แน่ใจขณะที่เอาคางเกยอกแกร่งทั้งยังส่งสายตาอ้อนๆ เหมือนลูกแมวตัวน้อย

 

ไม่ชอบสายตาผิดหวังแบบนั้นเลย...

 

“น่ารักขนาดนี้โกรธลงได้ยังไง” มือหนาส่งมาลูบแก้มนุ่มเบาๆ ใจนึงอยากจะหยิกแก้มอูมๆ นั่นซักทีเพราะความหมั่นเขี้ยวแต่ก็กลัวน้องจะช้ำเลยต้องหักห้ามใจเอาไว้

 

“พูดแล้วนะ”

 

“ว่าแต่ถึงฉากคืนดีได้หรือยัง”

 

“ไหนบอกไม่โกรธ”

 

“ไม่โกรธครับแต่พี่หมออยากได้ฉากคืนดี”

 

“ฉากคืนดีอะไรครับ” 

 

“ก็แบบนี้ไง...” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นทำให้แบมแบมรู้สึกไม่ปลอดภัยจึงรีบดันตัวเองออกจากอีกคนแต่นั่นก็ช้าไปเสียแล้ว...

 

“!!!”

 

สัมผัสอุ่นนุ่มที่ประกบลงมาที่กลีบปากนุ่มอย่างแม่นยำทำให้ร่างน้อยที่ตั้งรับไม่ทันเผลอเผยอปากด้วยความตกใจ จนเป็นโอกาสทำให้วายร้ายได้รุกล้ำเข้ามาในโพรงปากตักตวงความหอมหวานและช่วงชิงลมหายใจเป็นนานจนแข้งขาของเขาอ่อนระทวยไปหมด

 

“ยังหวานเหมือนเดิมเลย...”

 

“...”

 

 



“ขอชิมอีกทีได้ไหมครับ?”





#พี่หมอมบ





“พี่หมอกลับแล้วนะครับ” คุณหมอหนุ่มว่าพลางกระชับผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงบริเวณอกร่างบาง ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้วซึ่งเป็นเวลาที่เด็กน้อยในปกครองของเขาควรที่จะเข้านอนและเป็นเวลาที่คุณหมอควรจะกลับไปพักผ่อนเช่นกัน

 

“ขับรถกลับดีๆ นะครับ” ร่างน้อยว่าขณะที่หลับตาพริ้มรับสัมผัสอบอุ่นที่กดลงมาที่กลางหน้าผากมน

 

จุ๊บ

 

“ฝันดีครับ เจอกันพรุ่งนี้เช้า”

 

“อื้อ พี่หมอ” ในตอนที่นายแพทย์หนุ่มกำลังจะหยัดตัวเพื่อกลับไปยืนเต็มความสูง ไหล่กว้างก็ถูกดึงรั้งให้โน้มลงมาอีกครั้ง

 

ฟอด

 

“ฝันดีเหมือนกันครับ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกผมด้วย” ก่อนที่สัมผัสอ่อนหวานที่แสนนุ่มนวลราวกับปีกเสื้อขยับปีกก็สัมผัสเบาๆ ที่แก้มสากของคุณหมอ

 

“ครับ” ทางด้านคนที่ได้รับสัมผัสนั้นก็หัวเราะในลำคออย่างอิ่มเอมแล้วยืนเต็มความสูงอีกครั้งก่อนจะเดินหมุนตัวออกจากห้องไป

 

ติ๊ง

 

เสียงลิฟต์ที่แจ้งเตือนผู้โดยสารยามที่เคลื่อนมาถึงชั้นที่คุณหมอต้องการ ขายาวก้าวเดินออกไปตามทางเดินก่อนจะเปิดประตูบานหนึ่งที่อยู่สุดทางเดินที่ซึ่งเป็นห้องพักแพทย์

 

“นึกว่าคืนนี้จะต้องนอนโรงพยาบาลซะแล้ว” เสียงหวานของใครคนนึงดังขึ้นทันทีที่มาร์คเปิดประตูเข้าไปทำให้คุณหมอหนุ่มที่ทีแรกมีรอยยิ้มกว้างนั้นค่อยๆ จางลงเหลือเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเพียงเท่านั้น

 

“โทษที พอดีติดเคสน่ะ”

 

“ติดเคสหรือติดคนไข้กันแน่” น้ำเสียงแซวแบบทีเล่นทีจริงหากแต่ทำให้คนฟังใจหาย ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที

 

“หมายความว่ายังไง?”

 

“ล้อเล่นน่า ทำหน้าจริงจังไปได้~” จินยองว่าแบบนั้นขณะหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังเกินเบอร์ของคุณคู่หมั้น

 

“กินอะไรหรือยัง” มาร์คที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ ตะกอนหนักๆ ในหัวใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่มันหายไปยามที่ได้อยู่กับร่างน้อยอีกคนที่ป่านนี้น่าจะเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราอันแสนหวานไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ยังเลย แต่ดึกแบบนี้คงกินอะไรหนักมากไม่ได้แล้ว” คำตอบของอีกคนทำให้มาร์คที่อยู่ในภวังค์ความคิดหันกลับมาสนใจในคู่สนทนาอีกครั้ง

 

“บอกแล้วว่าไม่ต้องมารอ ทรมานตัวเองเปล่าๆ” เขาเอ็ดอีกฝ่ายเสียงดุ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นห่วงไม่อยากให้อีกฝ่ายมาเสียสุขภาพกินข้าวไม่ตรงเวลาเพราะเขา อีกส่วนลึกๆ แล้วชายหนุ่มกำลังกลัว...

 

ใช่ เขายอมรับอย่างน่าไม่อายเลยว่ากลัวน้องรู้

 

หลายวันที่ผ่านมานี้เขาคิดอะไรมากมายและพยายามหาทางออกของปัญหาทุกๆ เรื่องที่เกิดขึ้นแต่ก็มืดแปดด้านไปหมด ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าต้นไฟมันอยู่ที่ไหนแต่เพราะเขารู้ว่าต้นไฟคราวนี้ไม่ใช่ไฟที่จะใช้น้ำก็ดับได้ต่างหากล่ะ มันจึงทำให้เขามานั่งลำบากใจและวิตกกังวลอยู่แบบนี้

 

หลายคนอาจจะมองว่าเขาเป็นคนเลวที่ทำเหมือนคบซ้อนแบบนี้ซึ่งเขายอมรับอย่างน่าไม่อายเลยว่าตัวเองเลวจริงๆ แต่ถ้าหากเป็นคนเลวแล้วยังรักษาคนรักจริงๆ เอาไว้ได้เขาก็ยอมที่จะเลว เพราะสถานะของเขาตอนนี้มันช่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียเหลือเกิน มันยากนะที่จะเลือกระหว่างความต้องการของหัวใจกับความถูกต้อง

 

เพราะทั้งสองคนเป็นต่างเป็นคนสำคัญที่เขาต้องการรักษาเอาไว้...

 

หนึ่งคือคนที่อยากจะก้าวเดินไปด้วยจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต...

 

อีกหนึ่งคือคนที่เหมือนน้องชายแสนบอบบางที่เขาอยากให้มีความสุข...

 

“องค์พ่อลงอีกแล้ว จุ๊ๆ บอกแล้วไงว่ามารอได้ ดีกว่าอยู่ห้องเฉยๆ น่าเบื่อจะตาย” 

 

“งั้นก็ไปเที่ยวสิ”

 

“ขี้เกียจ...”

 

“เฮ้อ ก็เป็นซะอย่างเนี้ย” ร่างหนาถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางยื่นมือไปโยกหัวอีกคนเบาๆ 

 

“ถอนหายใจเหรอคุณหมอ ถอนหายใจใส่ผมเหรอ?”

 

“ติงต๊อง กลับได้แล้ว” จากทีแรกมือหนาวางไว้เฉยๆ บนกลุ่มผมนิ่มเปลี่ยนเป็นผลักออกเบาๆ ทันที ก่อนที่คนตัวสูงกว่าจะก้าวยาวๆ ไปคว้าเอากระเป๋าทำงานของเขาที่วางไว้บนโต๊ะข้างหลังกับของๆ อีกคนรวบติดมือมาด้วยอย่างว่องไว ก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องนำอีกคนออกไป

 

“รับอะไรดีครับ” เสียงของบริกรหนึ่งเอ่ยถามลูกค้าทั้งสองคนมาหยุดทานอาหารที่ร้านอาหารขนาดกลางแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลซึ่งยังเปิดให้บริการอยู่

 

“ผมเอา... จินยองจะกินอะไร” คุณหมอหนุ่มเป็นคนเริ่มสั่งก่อนจะถามคนที่นั่งตรงข้ามของตัวเองที่จู่ๆ ก็นั่งเหม่อเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

 

“...”

 

“จินยอง?” เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากอีกคนมาร์คจึงเรียกชื่ออีกฝ่ายอีกครั้งจนเขาหลุดจากภวังค์มาสบตากัน

 

“ว่าไงนะ”

 

“ถามว่าจะกินอะไร”

 

“อ่า...เอาเหมือนมาร์คเลย”

 

หลังจากบริกรรับเมนูและเดินจากไปแล้วร่างหนาก็หันมาถามคนตัวเล็กที่มีอาการที่ผิดแปลกไป

 

“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็นั่งเหม่อ ไม่สบายเหรอ” ไม่ว่าเปล่ามือหนาก็ส่งมาอังที่หน้าผากมนเพื่อเช็คดูในขั้นเบื้องต้น

 

“เปล่า แค่คิดกำลังอะไรเพลินๆ น่ะ” ร่างบางเอ่ยขณะที่ยกยิ้มบางๆ กลบเกลื่อนและพยายามปัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวออกไปให้หมด

 

กรุ๊งกริ๊ง

 

เพราะโต๊ะที่ทั้งสองคนนั่งอยู่นั้นอยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้าเท่าไหร่นัก ทั้งยังร้านอาหารแห่งนี้เป็นเพียงร้านอาหารขนาดกลางเท่านั้น จึงไม่แปลกที่คนในร้านจะได้ยินเสียงกระดิ่งหน้าประตูยามมีคนเข้าออก

 

“ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงของพนักงานที่รอต้อนรับดังขึ้นยามเมื่อลูกค้าคนใหม่เข้ามาที่ซึ่งจินยองไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นักเพราะฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่อง

 

“มารับอาหารที่สั่งไว้ครับ”

 

“รบกวนขอทราบชื่อด้วยค่ะ”

 

“...ครับ” แต่ทว่าน้ำเสียงของผู้มาใหม่นั้นทำให้คนที่นั่งหันหลังหาประตูทางเข้าอย่างร่างบางชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะถึงแม้เขาจะฟังประโยคเหล่านั้นไม่ออกแต่น้ำเสียงที่แสนคุ้นเคยนั้นทำให้ร่างทั้งร่างชาวาบเหมือนโดนแช่แข็ง

 

“!!!”

 

เสียงนี้มัน...

 

“มีอะไรหรือเปล่า?” ทางด้านนายแพทย์หนุ่มที่เงยหน้ามาเห็นร่างเล็กกำลังทำหน้าแปลกๆ เลยอดไม่ได้ที่จะถาม หากแต่เขาก็ไม่ได้รับคำตอบกลับเพราะอีกคนกลับค่อยๆ หันหลังมองไปที่เค้าท์เตอร์คิดเงินที่อยู่ทางอีกฟากของร้านซึ่งมีผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังให้พวกเขาอยู่

 

“...” สายตาของจินยองจับจ้องไปที่แผ่นหลังกำยำนั่นด้วยแววตาที่สั่นระริก ไม่ใช่แค่เพียงเสียงที่เขาคุ้นเคย แต่แผ่นหลังนั่นเขาก็รู้สึกคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างมากถึงแม้จะไม่ได้เห็นใบหน้าของอีกคนก็ตามที

 

คนตัวเล็กมองคนที่อยู่บริเวณเค้าท์เตอร์คิดเงินนั้นอย่างไม่ละสายตา ภายในหัวมีความคิดมากมายตีกันเต็มไปหมด สมองสั่งการให้ลุกขึ้นเดินไปดูตรงๆ เพื่อพิสูจน์เลยว่าใช่หรือไม่ใช่คนในความคิดเขา แต่หัวใจกลับปฏิเสธด้วยความหวาดหวั่นว่าความจริงที่จะตามมาจะเป็นความจริงที่เขาไม่อยากเจอ จวบจนเจ้าของแผ่นหลังนั้นเดินออกจากร้านไปจินยองก็ยังคงมองจนลับตาและไม่ได้ลุกไปอย่างที่คิด

 

“คนรู้จักเหรอ” มาร์คถามเนื่องจากในมุมที่พวกเขาทั้งสองคนนั่งอยู่นั้นทำให้สามารถเห็นได้เพียงแผ่นหลังกว้างๆ ของผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น

 

“เปล่า แค่เสียงเหมือนคนที่รู้จักเฉยๆ” เสียงของชายหนุ่มทำให้คนที่นั่งตัวแข็งทื่อได้เรียกความสนใจกลับมาสู้บุคคลที่มาด้วยกัน

 

“งั้นเหรอ ตกใจหมดนึกว่าเป็นอะไร”

 

“ฮ่ะๆ โทษที” เขาหัวเราะแห้งๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อในใจกำลังภาวนาอ้อนวอนต่อพระเจ้าไม่ขอให้คนตรงหน้าเขาถามอะไรไปมากกว่านี้

 

ขอร้องล่ะ...อย่าถามอะไรเลยนะ

 

เพราะตัวเขาไม่พร้อมจะตอบคำถามใดๆ

 

 

 



ไม่พร้อมที่จะพูดถึงใครอีกคนที่อยู่ในหัวใจที่แสนเหวอะหวะดวงนี้จริงๆ...

 

 

 


100%

 

 

______________________________

 

มาแล้วว

คำถามท้ายบท คุณแม่คิดว่าใครอีกคนคือใคร? (9397 คะแนน)

สำหรับครึ่งหลังนี้ภาษาอาจจะแปลกหน่อยนะคะ

พอดีช่วงนี้มีเรื่องเครียดๆ หลายเรื่องหัวเลยไม่ค่อยแล่น

แต่ยังอยากแต่งให้ทุกคนอ่านเลยพยายามทำมันออกมา

ถ้าไม่ถูกจริตต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ

yy'


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #พี่หมอมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 736 ครั้ง

1,909 ความคิดเห็น

  1. #1793 Phanatsadaaa (@Phanatsadaaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 15:24
    เห็นแก่ตัวที่สุดอ่ะจินยอง อิพี่ด้วยอยากให้น้องเกลียดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆ
    #1793
    0
  2. #1776 Beaujungf (@jaejoong2528) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 06:16
    มันดีที่นายจะอยู่เคียงข้างคนที่เปรียบเสมือนน้องชายนาย
    แต่มันไม่โอเคคคคค ที่นายโกหกหลอกลวงอีกคนไงงงงงงมาร์คอี้เอินต้วนนนนน
    พูดสิ!!!!!!!!!!!! น้องก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลซะหน่อยย
    เราเชื่อว่าถ้านายพูด น้องจะเข้าใจจจจจจจจจ
    #1776
    0
  3. #1649 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 09:07
    สงสารน้องอ่ะ
    #1649
    0
  4. #1226 A'Ice JiJa (@icezy1jaypark2) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:10

    น้องแบมหนีไปลูกกกกกกกก เสียความรู้กับหมอมาร์ค
    #1226
    0
  5. #1220 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 07:38
    โถ่น้องแบมลูกแม่
    เสียความรู้สึกกับมาร์คมาก
    #1220
    0
  6. #1087 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:52
    เห็นแก่ตัวกันหมดเลยค่ะ ฮืออออออ

    น้องลูกกกกก
    #1087
    0
  7. #1006 Black???? (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 21:47

    แย่มากรักเผื่อเลือกคิดบ้างไหมคนที่มารู้ทีหลังจะเสียความรู้สึกแค่ไหนแล้วน้องก็เป็นโรคหัวใจแถมจินยองก็รู้แล้วยังมาเจอน้องน้องจะรู้สึกว่าตัวเองถูกทรยศแค่ไหน

    #1006
    0
  8. #1005 Olivia1995🍃 (@KMK1995) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:48
    ทำใจอยู่นานไม่กล้าอ่าน กลัวน้องแบมทรุด
    #1005
    0
  9. #1004 นานา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:41

    ขอบอกอีกคนเลยค่ะว่าไม่กล้าเข้ามาอ่านกลัวลูกรู้ความจริงแล้วลูกจะทรุด สงสารแบมค่ะ พี่หมอใจร้ายพี่มีคู่หมั้นแล้วกลับมารักน้องอีกทำไม รู้ง่าน้อง อาการไม่ดี.เฮ้อ....ไร้ท์คะต้องต้องไม่จากเราไปใช่มั้ยคะ.....พลีส ช่วยน้องเถอะ

    #1004
    0
  10. #1003 Byaphat (@Porsche_poshh) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:45
    ไม่กล้าอ่าน รอผ่านดราม่าไปก่อนถึงกลับมาอ่าน ทำใจไม่ได้ หน่วงมากแค่อ่านคอมเม้น
    #1003
    0
  11. #1002 Smile Diamond (@fonsmilediamond) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:02
    ตอนจบน้องแบมตายรึเปล่าคะ?? กลัวใจไรท์ ไม่เอาแบบนั้นนะ ฮือๆๆ
    #1002
    0
  12. #1001 chis_kan1043 (@chis_kan1043) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:13
    คือตอนนี้จะเข้ามาอ่านก็ต้องทำใจอยู่นิดนึง กลัวว่าจะรู้ความจริงแล้วใจน้องล่ะ กลัวเหมือนกันนะ แงงงงง
    #1001
    0
  13. #999 pncpncp (@pncpncp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:10
    เจบี...
    #999
    0
  14. #998 Believeinlucky (@believeinlucky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:04
    เจบี..........ใช่มั้ยคะ
    แง๊ สงสารทุกคนเลย ทำไงดี
    ฮื่อออออออออ
    #998
    0
  15. #997 MM_MB (@maemetggt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:42
    สงสารน้องนะ ป่วยกายและจะต้องมาเจ็ยที่ใจอีกกก
    #997
    0
  16. #996 Bamsoonjung (@sryko1a) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:13
    เจบีรึเปล่า
    #996
    0
  17. #995 Jatunamsee (@Jatunamsee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:27
    สงสารทุกคนเลยอ่าา ก่อนจะกดอ่านคือต้องทำใจก่อน งื้ออออ
    #995
    0
  18. #994 appleit1986 (@appleit1986) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:25
    อ่านแล้วเหมือนเป็นโรคหัวใจ...แต่ก็อยากอ่าน
    #994
    0
  19. #993 ploylovely632 (@ploylovely632) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:58
    นี่ต้องทำใจทุกครั้งที่จะเข้ามาอ่าน เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วกลัวมากเลยนะ กลัวเข้ามาแล้วความแตก แต่มันคงได้แตกแน่ๆ ไรท์คงไม่ปล่อยไปง่ายๆแน่เลย ฮือ~~~ ซอฟๆกับใจรีดและนุ้งแบมของน้องด้วยนะคะไรท์
    #993
    0
  20. #992 Octaidol (@Octaidol) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:15
    สงสารทุกคนเลย เหมือนจะหาทางออกง่ายแต่มันก็ยากที่จะทำ
    #992
    0
  21. #991 Chontitata (@Chontitata) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:52
    สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ แต่อย่าม่านาน สงสารลูก
    #991
    0
  22. #990 สะใภ้มกโพ. (@bamsuayyyyyyy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:09
    เห้อออออ สงสารแบม

    ㅠㅠ
    #990
    0
  23. #989 JKhottest0115 (@JKhottest0115) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:39
    พี่บีแน่เลย
    #989
    0
  24. #988 peuaknoi (@peuaknoi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:31
    น้องแบม ออกมาหาแม่มาลูก สงสาร
    #988
    0
  25. #987 MTBB97 (@zooyujang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:27
    อะไรคืออาการน้องแย่ลงเรื่อยๆไม่เอานะสงสารน้องอ่ะฮรื่ออ
    #987
    0