(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 9 : ROOM VIII : DATE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 982 ครั้ง
    11 เม.ย. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room VIII

Date

________________________________________________________

 

 

 

  

  ________________________________________________________

 

สองอาทิตย์ถัดมา

 

@ซุปเปอร์มาร์เก็ตนอกโซนมหาลัย

 

“พี่มาร์คครับพรุ่งนี้เราจะกินอะไรกันดี” เสียงหวานเอ่ยถามชายหนุ่มร่างหนาที่กำลังเข็นรถเข็นตามหลังเขามาอย่างเงียบๆ ตอนนี้พวกเขากำลังมาเดินซื้อของสดเข้าห้องสำหรับอาทิตย์ใหม่ที่กำลังจะมาถึงและสำหรับตะกร้าปิกนิคของพวกเขาที่จะไปสวนสนุกกันในวันพรุ่งนี้ด้วย

 

“อะไรก็ได้” เสียงทุ้มตอบกลับมาแบบนั้นตามแบบฉบับของเจ้าตัวทำให้แบมแบมที่เดินอ่านลิสต์กระดาษของที่ต้องซื้อที่เจ้าตัวจดมาต้องเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวสูง

 

“แล้วอะไรก็ได้นี่มันหน้าตาเป็นยังไงครับ” ร่างน้อยถามเพราะนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เขาถามอีกฝ่ายไปมักจะได้รับคำตอบมาเป็นแบบนี้จนบางครั้งคนตัวเล็กก็อยากรู้ความต้องการของอีกคนมากกว่าที่เขายอมให้ตัวเองเป็นคนตัดสินใจเองไปเสียหมด

 

“แล้วแต่นาย” และคำตอบแบบเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้งทำให้คนตัวเล็กกว่าต้องหยุดเดินขณะที่อมลมเข้าที่แก้มยุ้ยพองขึ้นเล็กน้อยอย่างน่ารัก

 

“ตอบแบบนี้อีกแล้วนะครับ” มาร์คหันมามองคนตัวเล็กที่กำลังอมลมอยู่ในปากแถมดวงตากลมโตกำลังค้อนให้เขาน้อยๆ เมื่อเขาจนขายาวต้องหยุดเดินแล้วหันมามองตรงๆ

 

“ขอโทษ...” คำขอโทษหลุดออกมาจากปากของมาร์ค ต้วนอย่างง่ายดายซึ่งถ้าหากเป็นทุกทีกับคนอื่นแล้วอย่าหวังว่าจะได้รับมันง่ายๆ แต่ดูเหมือนว่าแบมแบมจะเป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกเรื่องของชายคนนี้ไปเสียแล้ว

 

“ผมไม่อยากได้คำขอโทษซักหน่อย ผมอยากรู้ความต้องการของพี่นี่นา” เสียงหวานพูดอย่างงอนๆ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาจนถึงตอนนี้ก็มีแต่อีกฝ่ายตามใจเขาอยู่เรื่อย ไม่ค่อยออกความเห็นไม่บอกความต้องการของตน จนมาคราวนี้แบมแบมเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเอาเสียเอง

 

ก็อยากรู้จักพี่มาร์คมากกว่านี้นี่นา

 

“เข้าใจแล้วไว้คราวหน้าพี่จะคิดมานะ” ชายหนุ่มที่แทนตัวเองว่าพี่ทุกครั้งที่จะต้องง้องอนคนน่ารักซึ่งเขารู้ดีว่าการที่เขาแทนตัวแบบนี้จะทำให้ใจดวงน้อยอ่อนยวบได้อย่างง่ายดาย

 

“แล้วแบมจะคอยดู” และเป็นดั่งที่ว่าไว้ไม่ผิดแม้แต่สักนิดเพราะสุดท้ายแล้วร่างบางก็ยอมปล่อยเรื่องนั้นไปและพวกเขาสองคนก็เริ่มเดินอีกครั้งเพื่อไปซื้อของตามใบที่จดมาจนเดินมาถึงแคชเชียร์หมายที่จะจ่ายเงิน

 

“ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยาสีฟัน ครีมโกนหนวด ข้าวสาร ไข่ นม...” ในตอนที่พวกเขากำลังต่อแถวเพื่อรอจ่ายเงินอยู่นั้น คนตัวเล็กก็ทวนรายการของที่อยู่ในรถเข็นอีกครั้งเพื่อตรวจดูว่าพวกเขาซื้อของใช้ครบหรือยัง

 

“อ้ะ...พี่มาร์คผมลืมหยิบเต้าหู้มาอ่า” แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาจากรถเข็นบอกชายหนุ่มที่กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างเพลินตาด้วยน้ำเสียงงุ้ยๆ อย่างน่าเอ็นดู

 

“เดี๋ยวฉันไปเอามาให้ รอตรงนี้” ชายหนุ่มร่างสูงว่าแบบนั้นขณะที่วิ่งไปที่มุมของสดทันที

 

แบมแบมมองภาพแผ่นหลังกว้างที่วิ่งเหยาะๆ ห่างออกไปนิ่งขณะที่อมยิ้มน้อยๆ กับความใจดีเล็กน้อยๆ ของอีกฝ่าย ตั้งแต่วันนั้นที่พวกเขาตกลงที่จะพัฒนาความสัมพันธ์จากพี่รหัสน้องรหัสเป็นคนคุยกันก็ผ่านมาได้สักพักแล้ว ถึงแม้ว่าถ้าหากมองจากมุมคนนอกแล้วระหว่างพวกเขาอาจจะดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากจนสังเกตเห็นได้ชัดเพราะพวกเขาดำเนินชีวิตประจำวันกันแบบปกติ

 

แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองคนนั้นรู้กันดีอยู่เต็มอกว่ามีหลายสิ่งระหว่างพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพยายามปรับตัวเข้าหากันมาขึ้นโดยที่คนหนึ่งพยายามพูดมากขึ้นเพราะได้รับบทเรียนว่าแค่การกระทำมันอาจจะไม่มากพอให้อีกคนเข้าใจหรือรับรู้ได้ทั้งหมดหรือจะเป็นอีกคนที่กล้ามากขึ้นที่จะเผยความคิด ความรู้สึกหรือบอกว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร จนทุกอย่างมันกลายเป็นความพอดิบพอดีที่พวกเขาทั้งคู่ได้เติมเต็มซึ่งกันและกัน

 

หากจะถามว่ามาขนาดนี้แล้วทำไมไม่คบกันไปเลยให้มันจบๆ ไป แบมแบมก็คงจะตอบได้ไม่ยากว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้อาจจะไม่ต่างจากคู่รักที่ออกไปไหนมาไหนด้วยกันก็จริง แต่ในด้านความรู้สึกและหลายๆ อย่างมันยังไม่ชัดเจนมากพอที่จะให้ดำเนินไปถึงขั้นนั้น

 

สำหรับพวกเขาทั้งสองคนแม้จะไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันจริงจังๆ แต่ต่างคนต่างก็รับรู้ได้ว่าควรจะต้องใช้เวลาในการศึกษากันและกันให้มากกว่านี้ ความรู้สึกก็เช่นกันสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนรู้สึกอยู่ตอนนี้มันก็เป็นเหมือนต้นกล้าต้นอ่อนๆ ยังไม่สามารถเอาลงดินได้ เป็นต้นกล้าที่กำลังเติบโตขึ้นจากการดูแลของพวกเขาทั้งสองคนรอจนถึงวันที่มันโตและแข็งแรงมากพอที่จะลงดินและเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกยากที่จะถอนโคนมันออกมา ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเย็นและเหมือนได้พักผ่อนเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ มัน

 

ครืดดดดด ครืดดดดด

 

ในตอนนั้นเองที่แบมแบมกำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นโทรศัพท์ที่เขาใส่เอาไว้ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนโทรเข้ามาทำให้เจ้าตัวต้องรีบควักหยิบออกมาดูที่หน้าจอเพื่อดูว่าใครเป็นคนโทรมา

 

Mr.Sleepy Zzz

 

“หืม พี่มาร์คโทรมามีอะไรหรือเปล่านะ” แบมแบมพูดออกมาเบาๆ อย่างสงสัยและรีบกดรับทันที

 

“ว่าไงครับพี่มาร์ค”

 

(What kinda tofu do you want, Bam?) (แบมนายต้องการเต้าหู้แบบไหน?)

 

อ่า จริงสิเราบอกเขาแค่ว่าเต้าหู้นี่นา ไม่ได้บอกว่าแบบไหน

 

เสียงทุ้มที่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างซีเรียสที่ให้แบมแบมเดาดูเล่นๆ แล้ว คาดว่าตอนนี้ชายหนุ่มร่างหนาคงกำลังยืนขมวดคิ้วอยู่แถวตู้เย็นที่วางขายเต้าหู้หลายๆ แบบอยู่เป็นแน่เพราะไม่รู้ว่าจะต้องหยิบแบบไหนมา

 

 “The yellow one” (อันสีเหลืองครับ)

 

คนตัวเล็กบอกไปแบบนั้นเพราะถ้าหากจะบอกว่าเอาเต้าหู้ไข่อีกฝ่ายคงไม่รู้จักเป็นแน่

 

(Light or Dark?) (เหลืองอ่อนหรือเหลืองเข้ม) แต่ดูเหมือนว่าคำถามถัดมาจะทำให้แบมแบมรู้สึกอย่างตบหน้าผากตัวเองเบาๆ ซักฉาดที่ยอมให้คนไม่เคยเข้าครัวอย่างชายหนุ่มเดินไปซื้อเต้าหู้ให้ด้วยความไม่คิดถึงว่าสำหรับคนไม่เคยทำอาหารแล้วแค่เต้าหู้ก็จะสามารถทำให้เป็นเรื่องยุ่งยากได้

 

“Light one, please” (อันอ่อนครับ) เสียงหวานตอบอย่างใจเย็นและคุยอีกสองตามคำก่อนที่จะวางหูไป ไม่นานหลังจากนั้นมากนักก็เห็นชายหนุ่มร่างสูงเดินกลับมาด้วยใบหน้าที่คิ้วยังคงตีกันยุ่ง ในมือของเขาถือหลอดเต้าหู้ไข่อยู่สองหลอดที่ดูยังไง้ยังไงก็ขัดกับใบหน้าหล่อเหลาราวคุณชายนั่น แต่สำหรับแบมแบมแล้วมันกลับดูน่าเอ็นดูจนต้องแอบลอบยิ้มน้อยๆ

 

“ได้แล้ว” เสียงทุ้มบอกแบบนั้นแล้ววางเต้าหู้ไข่สองหลอดนั่นลงไปในรถเข็น

 

“ขอบคุณนะครับ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นขณะที่ยกยิ้มเหมือนอ้อนๆ ให้คนตัวสูงที่ชอบทำหน้านิ่งจนเป็นนิสัย กระทั่งมุมปากบางจะกระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยที่คนอื่นอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นมันแต่ทว่าแบมแบมนั้นสามารถมองเห็นมันได้อย่างชัดเจน

 

“ทั้งหมด $385 ค่ะ (ประมาณหมื่นนิดๆ - ไรท์)” เสียงของพนักงานแคชเชียร์พูดขึ้นหลังจากที่สแกนบาร์โค้ดสินค้าทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

 

“ซักครู่นะครับ” แบมแบมว่าแบบนั้นพลางหยิบกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมาหมายจะหยิบเงินสดที่มีติดไว้ในกระเป๋าออกมาจ่าย แต่มันก็ช้ากว่าชายหนุ่มร่างหนาอีกคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังมากนักเพราะเขาชิงยื่นบัตรเครดิตสีดำส่งให้พนักงานไปเสียก่อนแล้ว

 

“อ้ะ พี่มาร์คไม่ต้องครับเดี๋ยวผมจ่ายเอง” คนตัวเล็กเมื่อเห็นแบบนั้นก็รีบโบกมือไปมาในอากาศให้พนักงานเป็นเชิงว่าอย่าเพิ่งรูดการ์ดที่ได้รับไปพร้อมกับยื่นเงินสดของตัวเองให้พนักงานแทน

 

แต่ยังไม่ทันที่พนักงานจะรับเงินนั้นไปแทนมือหนาก็คว้าจับมือนิ่มเอาไว้และรั้งกลับมาที่เดิมพร้อมกับพยักหน้าให้พนักงานคนนั้นทีนึงเป็นเชิงว่าให้จัดการที่เหลือต่อได้ ก่อนจะก้มลงมาพูดกับคนตัวเล็กกว่าด้วยน้ำเสียงดุน้อยๆ

 

หมับ

 

“อย่าดื้อ”

 

“หงึ ไม่ได้ดื้อซักหน่อย” เด็กตัวน้อยเถียงออกมาทันทีพร้อมกับทำปากขมุบขมิบพูดออกมาแบบไร้เสียงเมื่อโดนอีกฝ่ายขัดใจ

 

คงมีแต่เรื่องนี้หล่ะมั้งที่มาร์ค ต้วนไม่ยอมตามใจแบมแบม...

 

“พี่จ่ายให้ผมอีกแล้ว แถมไม่ยอมรับเงินคืนไปซักครั้ง” เสียงหวานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงกึ่งงอนกึ่งไม่พอใจ

 

“ฉันจ่ายหน่ะดีแล้ว” เขาว่าสั้นๆ ขณะที่เซ็นต์ลายเซ็นต์ของตัวเองลงไปในหน้าจอเพื่อยืนยันการชำระเงินก่อนที่จะรับบัตรเครดิตและใบเสร็จมาเก็บใส่กระเป๋า

 

“ดีตรงไหนกัน เงินพี่เยอะมากเหรอครับ” แบมแบมเริ่มบ่นออกมาในตอนที่พวกเขาช่วยกันถือถุงจากซุปเปอร์มาเก็ตเดินออกมาทางลานจอดรถ ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกคือแบมแบมถือแค่ถุงเดียวเนื่องจากแย่งมาถือไม่ทัน ส่วนเหลืออีกเกือบสิบถุงนั้นเป็นคนตัวสูงถือเดินออกมา

 

“อืม” คำตอบสั้นๆ ดังออกมาจากในลำคอของมาร์ค ต้วนที่ทำให้แบมแบมต้องอ้าปากค้างน้อยๆ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมาต่อดี

 

 


 

เป็นผู้ชายที่น่าหมั่นไส้จริงๆ ให้ตายสิ!




#รูมเมทมบ




วันรุ่งขึ้น

 

05:30 AM.

 

บรรยากาศในยามเช้าตรู่ที่แม้แต่ไก่ยังไม่ทันตื่นมาขันของเช้าวันใหม่ของแบมแบมได้เริ่มขึ้น ตอนนี้คนตัวเล็กกำลังง่วนอยู่ในครัวเพื่อจัดเตรียมอาหารเช้าแบบเบาง่ายๆ สำหรับคนสองคนและอาหารมื้อเที่ยงเพื่อจัดใส่ตระกร้าปิคนิกที่เขาจะเอาไปกินกันที่สวนสนุก

 

“แค่นี้คงพอหล่ะมั้ง...” คนตัวเล็กพูดออกมาเบาๆ หลังจากที่วางแซนวิชสองคู่ยักษ์ลงไปในกล่องทัพเพอร์แวร์เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะหยิบกล่องเปล่าอีกใบมาใส่สลัดผักลงไปและหยิบกล่องผลไม้ที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืนในตู้เย็นออกมา

 

“จริงสิ ยังไม่ได้ชงกาแฟเลย” ร่างน้อยว่าแบบนั้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้ชงกาแฟสำหรับคนอีกคนที่ชอบดื่มกาแฟดำเป็นชีวิตจิตใจ

 

หลังจากที่เวลาผ่านไปร่วมสี่สิบนาทีร่างน้อยก็จัดการกับงานในครัวเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเงยขึ้นไปมองนาฬิกาบนผนังห้อง

 

“จะหกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าที่เขาเลือกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายซึ่งแบมแบมก็ใช้เวลาแค่เพียงสิบกว่านาทีในการอาบน้ำแต่งตัวและเดินออกมาจากห้องน้ำ

 

“พี่มาร์คครับ” และเป็นเหมือนดั่งเช่นทุกวันจนกลายเป็นกิจวัตรไปเสียแล้วที่จะต้องมีเสียงใสๆ ราวกับระฆังแก้วยามเช้าที่จะมาปลุกชายหนุ่มขี้เซาให้ตื่นจากนิทราพร้อมกับมือนิ่มที่ส่งมาเขย่าที่ต้นแขน

 

“...”

 

“พี่มาร์คคค ตื่นเร็วครับวันนี้เราจะไปสวนสนุกกันนะ” แบมแบมว่าแบบนั้นพร้อมกับเขย่าให้แรงขึ้นจนคนที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขมวดคิ้วน้อยๆ 

 

วันนี้ตื่นง่ายแฮะ ไม่เสียแรงที่เมื่อคืนบังคับให้เข้านอนไว

 

ร่างน้อยคิดในใจและยังคงเขย่าแขนแกร่งอย่างต่อเนื่องไม่ลดละ

 

“พี่มาร์คคคค อาหารเช้าก็เสร็จแล้วนะครับตื่นซี่!” เสียงหวานลากยาวและดังขึ้นกว่าเดิมจนสุดท้ายดวงตาคมที่หลับก็ค่อยๆ เหลือบลืมขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาสีเข้มที่อ่อนแสงเจือปนไปด้วยความง่วงงุนสบเข้ากับดวงตากลมโตที่มักสดใสอยู่เสมอ

 

“อือ” และเป็นเหมือนเช่นสเต็ปเดิมคือเสียงทุ้มตอบรับในลำคอเบาๆ แต่คราวนี้เพิ่มเติมด้วยท่าทีที่เหมือนจะปิดเปลือกตาเพื่อจะหลับต่อไปอีกรอบ

 

“ตื่นแล้วก็ลุกเลยนะครับ ไม่งั้นแบมจะโกรธแล้วนะ” เมื่อได้ยินดังนั้นคนขี้เซาที่กำลังจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้งก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ไม่ฉายแววง่วงงุนอีกต่อไปหากแต่มันกลับดูแวววับแบบแปลกๆ ที่ซึ่งร่างน้อยไม่ทันได้สังเกตเห็นมัน

 

“...” มาร์ค ต้วนไม่ได้พูดอะไรออกมาเขาเพียงแค่สบตากับคนที่ยืนอยู่นิ่งๆ อยู่เพียงครู่ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นไปทางคนตัวเล็ก

 

“ยื่นมือขึ้นมาแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ จะให้ผมดึงเหรอ” แบมแบมถามออกมาขณะที่นิ้วเรียวชี้ไปที่มือของอีกฝ่ายที่พยักหน้าน้อยๆ ตอบรับ ทำให้ร่างน้อยอดที่จะเอ่ยแซวไม่ได้หากแต่ก็ยอมเอื้อมมือไปจับหมายจะดึงขึ้นอยู่ดี

 

“อ้อนเป็นเด็กเลยนะครับ” 

 

หมับ

 

ฟึ่บ!

 

“เห้ยยย”

 

ตุบ

 

และทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาทีที่มือนิ่มสัมผัสเข้ากับมือหนาเพราะทันทีที่คนตัวเล็กส่งมือไปจับนั้นคนที่นอนอยู่ก็ออกแรงดึงโดยที่แบมแบมไม่ทันจะได้ตั้งตัวจนเซล้มลงมานอนทับร่างหนาทั้งตัว

 

“พี่มาร์คค เล่นอะไรเนี่ยย” คนที่ถูกดึงล้มลงไปร้องโวยออกมาและพยายามจะลุกออกจากตัวร่างหนาทันทีที่ตั้งตัวได้แต่มันก็ช้ามากนักเมื่อเทียบกับคนเจ้าเล่ห์ที่จ้องเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วเพราะท่อนแขนแกร่งได้ตวัดรัดเอวบอบบางล็อคไว้กับตัวเขาอย่างรวดเร็วและแนบแน่น

 

หมับ

 

“พี่มาร์คปล่อยแบมเดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงหวานพูดออกมาติดดุน้อยๆ ขณะที่เขาดันตัวขึ้นมาจากอกแกร่งเพื่อสบกับดวงตาคมที่จ้องมองมาก่อนอยู่แล้วแต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ในสายตาของมาร์ค ต้วนแล้วนี่ไม่ต่างอะไรไปจากลูกแมวขนปุกปุยตัวน้อยๆ ที่กำลังขู่ฟ่อๆ อย่างน่ารักเลย

 

“Morning kiss first...” ว่าจบคนที่นอนอยู่ข้างใต้เป็นเบาะกิตติมศักดิ์ก็ใช้นิ้วชี้ของมืออีกข้างที่ว่างอยู่จิ้มไปที่แก้มซ้ายของตัวเองเบาๆ

 

“ไม่ครับ” แน่นอนว่าคนที่ถูกพันธนาการเอาไว้ก็เอ่ยปฏิเสธทันควันพร้อมกับหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที

 

“หึ ได้...” มาร์คว่าแบบนั้นก่อนที่เขาจะพลิกตัวร่างระหงให้ลงไปนอนใต้ร่างของเขาแทนอย่างรวดเร็วพร้อมกับยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้จนร่างน้อยต้องขืนหน้าหนีทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ต้องเป่ารดโดนที่ซอกคอขาวซึ่งเป็นจุดไวสัมผัสจนแบมแบมต้องร้องเรียกคนที่คร่อมอยู่ข้างบนเสียงสั่น

 

“พะ...พี่มาร์ค” 

 

“My morning kiss...” คนตัวสูงเอ่ยทวงสิ่งที่เขาจะต้องได้ในทุกเช้าจากคนตัวเล็ก หากแต่ปกติแล้วมันจะเป็นชายหนุ่มเสียมากกว่าที่เป็นคนฉวยโอกาสไม่ใช้มาทวงขอ(แกมบังคับ)แบบเช้านี้

 

“โอเคๆๆ ยอมแล้ว ถอยหน้าออกไปก่อนสิครับ” สุดท้ายก็เป็นแบมแบมที่เป็นฝ่ายยอมยกธงขาวก่อนและบอกให้คนเจ้าเล่ห์ถอยหน้าห่างออกไปก่อนซึ่งเขาก็ยอมทำตามอย่างโดยดี

 

จุ๊บ

 

แบมแบมดันตัวขึ้นไปจูบแก้มสากข้างซ้ายเบาๆ ถ้าเรียกให้ถูกคือเอาแค่ปากสัมผัสไวๆ แล้วรีบถอยห่างจะถูกต้องเสียมากกว่า

 

“พอใจหรือยังครับ...”

 

หลังจากที่มาร์ค ต้วนได้รับสิ่งที่ต้องการแล้วเขาก็ยอมลุกไปอาบน้ำแต่งแต่โดยดีและมานั่งกินข้าวเช้าที่โต๊ะกินข้าวพร้อมแบมแบมจนเสร็จ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นไปก่อนเพราะมีโทรศัพท์เข้ามาพอดี

 

“พี่มาร์คครับเสร็จหรือยังครับ” พอแบมแบมล้างจานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยถามอีกฝ่ายหลังจากที่ได้ยินว่าเสียงคุยโทรศัพท์ได้เงียบลงไปได้สักครู่หนึ่งแล้ว

 

“เสร็จแล้ว” มาร์คตอบสั้นๆ ขณะที่กำลังหยิบกระเป๋าเงินและโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงโดยไม่ทันรู้ตัวว่าร่างเล็กได้เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับถือขวดครีมกันแดดมาด้วย

 

“พี่ทาครีมกันแดดหรือยังครับ”​ แบมแบมเอ่ยถามแม้จะรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าคำตอบที่จะได้ต้องเป็นแบบไหน

 

“ยัง”

 

ว่าแล้ว...

 

และคำตอบที่ได้รับก็เป็นดังที่คนตัวเล็กรู้ไว้ตั้งแต่ต้นเพราะเขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ไม่ค่อยจะดูแลตัวเองสักเท่าไหร่ แต่ก็ช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกินที่ขนาดไม่ดูแลตัวเองยังไงผิวของเขาก็ยังขาวกว่าใครหลายๆ คน แม้อาจจะมีคร้ามแดดไปบ้างแต่ก็ไม่ได้ดูแทนหรือดำเลย กลับทำให้ดูสมชายชาตรีมากขึ้นไปอีก

 

“งั้นก็ทาหน่อยเถอะครับ สวนสนุกแดดมันแรง” ร่างบางว่าแบบนั้นพร้อมกับยื่นขวดครีมกันแดดที่ตัวเองถือติดมาไปให้อีกคน

 

“ไม่เอา ไม่ชอบ” และเขาก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิดแม้เพียงเสี้ยววินาทีตามแบบฉบับผู้ชายที่ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากและไม่ชอบทาครีมเพราะเกลียดความเหนียวเหนอะหนะ

 

“ไม่ชอบก็ต้องทาครับ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นและยื่นขวดครีมกันแดดไปยัดใส่มืออีกฝ่ายทันทีทำให้คนตัวสูงต้องหันมามองตรงๆ ก่อนที่เขาจะชะงักและเงียบไปพร้อมกับกวาดตามองร่างบอบบางตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“ไปเปลี่ยนชุด” เสียงทุ้มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและจริงจังจนแบมแบมได้แต่มองตาปริบๆ ด้วยความงุนงงที่จู่ๆ หัวข้อบทสนทนาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

 

“ทำไมครับ ชุดนี้ก็ดีอยู่แล้วนี้เย็นสบายดีออก” คนน่ารักถามกลับอย่างงงๆ ขณะที่ก้มลงมองชุดที่ตัวเองใส่

 

ก็ปกตินี่แค่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเอง

 

“ไปเปลี่ยน” มาร์คย้ำอีกครั้งด้วยใบหน้าที่จริงจัง เนื่องจากเมื่อตอนที่ร่างน้อยมาปลุกกับตอนที่กินข้าวเขาไม่ได้ทันสังเกตเห็นเสื้อผ้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจนเพราะมัวแต่แกล้งกับจ้องหน้าคนตัวเล็ก พอได้มาเห็นอีกฝ่ายเต็มๆ ตาและได้สังเกตชัดๆ อีกทีแล้วมันทำให้ต่อมหวงที่ไม่เคยถูกปลุกขึ้นมาถูกสับสวิตซ์ขึ้นมาอย่างง่ายดาย

 

เสื้อยืดสีขาวบางๆ กับกางเกงยีนส์ขาสั้นเลยเข่าลายขาดๆ เนี่ยนะ?

 

“จะให้ผมเปลี่ยนไปใส่ชุดไหนหล่ะครับ” ร่างน้อยถามด้วยแววตาที่ใสซื่อเพราะคิดว่าที่คนตัวสูงให้เปลี่ยนอาจจะเป็นเพราะเห็นว่ามันไม่เข้าหรือไม่ดีอะไรประมาณนั้น

 

“ฉันจะเลือกให้เอง” ว่าจบมาร์คก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าของแบมแบมและหยิบเสื้อกับกางเกงออกมาในเวลาอันสั้นพร้อมกับยื่นให้แบมแบม

 

“...” แบมแบมมองเสื้อกับกางเกงที่ถูกยื่นมาให้นิ่ง ก่อนจะกระพริบตาถี่ๆ และจ้องมองเสื้อผ้าชุดนั้นอีกครั้งเผื่อว่าตัวเองจะตาฝาดไป

 

“เปลี่ยนซะ” มาร์คเอ่ยเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ยอมรับเสื้อผ้านั้นไปสักที

 

“พี่กำลังล้อผมเล่นใช่ไหมครับ” เสียงหวานถามออกมาเผื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอาจจะเป็นการล้อเล่นหรือมุกตลกร้ายๆ จากคนที่ไม่ค่อยมีอารมณ์ขันแต่เท่าที่ประเมิณจากสายตาและน้ำเสียงแล้วดูเหมือนว่ามันจะไม่มีการล้อเล่นเลยแม้แต่ซักกระผีกริ้นเดียว

 

“พี่มาร์คอากาศวันนี้มัน 33 องศานะครับ ไม่ใช่ 3!!!” คนที่ถูกสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดแหวออกมาเสียงดังกว่าเดิมเพราะสิ่งที่อีกฝ่ายยื่นมาให้คือเสื้อฮู้ดแขนยาวสีแดงกับกางเกงยีนส์ขายาวที่แค่มองดูก็รู้สึกร้อนจนเหงื่อแทบจะตก

 

“แล้ว?”

 

“ยังจะมาแล้วอีก พี่ให้ผมใส่ฮู้ดกะจะให้ผมเป็นลมตายก่อนได้เล่นเครื่องเล่นเหรอครับ”

 

“ไม่เป็นลมหรอกน่า”

 

“ขนาดนี้แล้วไม่ให้ผมใส่เสื้อคอเต่าข้างในด้วยเลยหล่ะครับ” คนตัวเล็กเอ่ยอย่างประชดประชันแต่ดูเหมือนว่าคนฟังจะดูเห็นดีด้วยเสียแบบนั้น

 

“ได้เหรอ”

 

เอิ่ม...

 

“พี่มาร์ค!” แบมแบมเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเข้มด้วยความหน้ามึนของอีกฝ่ายและยังคงไม่เลิกที่จะให้เขาเปลี่ยนชุดจนร่างบางต้องร้องงอแงออกมาอย่างไม่เข้าใจ

 

“ไม่เปลี่ยนอ่ะ ทำไมต้องเปลี่ยนด้วย ร้อนจะตายชัก” 

 

“ฉันหวง” สองคำสั้นที่หลุดออกมาจากคนตัวสูงทำให้คนตัวเล็กชะงักไปก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“หัวเราะอะไร” มาร์คถามอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นักที่จู่ๆ ร่างน้อยก็หัวเราะออกมา

 

“แล้วพี่หล่ะครับหวงอะไร” คนน่ารักตอบคำถามกลับด้วยคำถาม ปากอิ่มแย้มยิ้มออกมาบางๆ อย่างน่ารัก

 

“...” คนไม่ช่างพูดไม่ได้พูดอะไรออกมาหากแต่สายตาของเขาก็สามารถเป็นคำตอบชั้นดีให้ร่างน้อย

 

“ถ้างั้นผมเปลี่ยนเป็นตัวนี้แทนได้ไหมครับ” คนตัวเล็กพูดต่อรองขณะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อยืดคือวีสีเขียวอ่อนออกมาและหยิบกางเกงยีนส์ขายาวที่มาร์คหยิบออกมาให้ตั้งแต่แรกมาถือ

 

“...” ซึ่งคนตัวสูงยังคงไม่พูดอะไรเพียงแค่มองมานิ่งๆ เท่านั้นซึ่งทำให้แบมแบมถอนหายใจออกมาเบาๆ ที่ไม่ได้เกิดจากความอึดอัดหากแต่เพราะทั้งขำทั้งฉิวเสียมากกว่า

 

“นะครับพี่มาร์ค ดูสิอากาศวันนี้ร้อนจะตายขนาดพี่ยังใส่เสื้อสบายๆ เลยนะ” คนที่โดนสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดว่าแบบอ้อนพร้อมทั้งกระพริบตาปริบๆ ราวกับเด็กน้อยกำลังขอขนมกิน

 

“เฮ้อ ก็ได้” สุดท้ายแล้วคนเย็นชาในสายตาคนอื่นก็เป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ให้กับความน่ารักตาใสของร่างน้อยพร้อมกับยอมเอาเสื้อฮู้ดที่ถืออยู่ในมือไปเก็บเข้าตู้คืนที่เดิม

 



 

 

“ขอบคุณครับ”





#รูมเมทมบ




สวนสนุก

 

10:30 AM

 

กว่าทั้งสองคนจะเดินทางมาถึงสวนสนุกก็ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมงกว่าเพราะว่าการเดินทางจากหอพักมาถึงท่าเรือข้ามฟากไปฝั่งแผ่นดินแบบที่สามารถให้รถขับขึ้นไปได้ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์จะมีเพียงแค่สี่รอบเท่านั้นและกว่าพวกเขาจะขับรถจากท่ามาสวนสนุกก็ใช้เวลาอยู่พอสมควร

 

“แดดแรงกว่าที่คิดแฮะ” แบมแบมพูดออกมาเบาๆ หลังจากที่เขาเปิดประตูก้าวลงจากรถพบเจอกับไอแดดที่อุ่นเรียกได้ว่าร้อนอยู่พอสมควร

 

แปะ

 

“ใส่เอาไว้” แต่ดูเหมือนว่าเสียงบ่นเรื่องลมฟ้าอากาศที่ร่างน้อยบ่นกับตัวเองเบาๆ นั้นจะได้ยินไปถึงหูกับสารถีสุดหล่อที่เดินเอาหมวกแก๊ปสีขาวของตัวเองมาใส่ให้ร่างน้อย

 

“แล้วพี่หล่ะครับ?”​ คนตัวเล็กถามกลับเสียงใสขณะที่จะทำท่าถอดหมวกใบนั้นคืนแต่ติดว่ามือหนาได้วางแปะเอาไว้บนหัวของเขาจนถอดหมวกออกมาไม่ได้

 

“มีอีกใบ” เขาว่าแบบนั้นแล้วหยิบหมวกสีดำทรงเดียวกันอีกใบออกมาโชว์ให้ร่างน้อยดูก่อนที่เขาจะใส่มัน เมื่อร่างน้อยเห็นแบบนั้นแล้วจึงเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายเบาๆ และเลิกพยายามที่จะถอดมัน

 

“ขอบคุณครับ” 

 

หลังจากที่พวกเขาทั้งสองคนเขาคิวซื้อตั๋วเสร็จเรียบร้อยจึงเดินเข้าไปข้างในสวนสนุกและได้ค้นพบว่าการมาสวนสนุกในวันเสาร์แบบนี้นั้นเป็นความคิดที่ผิดมากๆ เพราะถึงจะคาดเอาไว้ตั้งแต่ก่อนจะมาแล้วว่าคนต้องเยอะมากแน่ๆ แต่ก็ไม่ทันคาดคิดว่าจะเยอะขนาดนี้

 

“คนเยอะจัง...”​ แบมแบมพูดออกมาให้ได้ยินกันแค่สองคน ดวงตากลมโตเหลือบขึ้นไปมองคนตัวสูงกว่าอย่างรู้สึกเป็นห่วงไม่น้อยเพราะเขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นพวกที่ไม่ชอบโผล่ไปที่ๆ มีคนเยอะหรือเสียงดังวุ่นวายแบบนี้แต่เขาก็ยังยอมมาโดยไม่ปริปากบ่นอะไรซักคำตั้งแต่ร่างน้อยเป็นคนเอ่ยชวนตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว เขายอมตกลงมาด้วยกันอย่างง่ายดาย

 

“ไปเถอะ” ว่าจบมือใหญ่ก็คว้ามาจับมือนิ่มและดึงให้เดินตามไปด้วยกัน เจ้าของมือนิ่มมองภาพแผ่นหลังกว้างสลับกับมือของพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังจับกันอยู่นิ่งๆ ก่อนจะลอบยิ้มกว้างออกมา ความอบอุ่นจากมือหนึ่งส่งผ่านมาให้อีกคนทำให้ดวงใจดวงน้อยๆ อุ่นวาบไปหมด

 

“จะเล่นอะไร” เสียงทุ้มถามขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่พวกเขาเดินมาถึงทางแยกที่มีป้ายบอกทางเกี่ยวกับเครื่องเล่นหลากหลายชนิดทำให้แบมแบมต้องเงยหน้าขึ้นไปมองป้ายนั่นและตัดสินใจได้ทันที

 

“บ้านผีสิงครับ” เมื่อได้ยินดังนั้นพวกเขาก็เริ่มออกเดินอีกครั้งพากันไปทางที่บ้านผีสิงตั้งอยู่

 

เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาที่เพิ่งเปิดสวนสนุกทำให้คิวต่อแถวบ้านผีสิงแถวยังไม่ยาวมานักเพราะส่วนมากคนส่วนใหญ่จะรีบแห่ไปเล่นเครื่องเล่นที่มีความนิยมมากกว่าก่อน แบมแบมแอบลอบมองบ้านหลังใหญ่ที่กินอาณาเขตกว้างด้วยแววตาแอบหวั่นๆ 

 

ถ้าหากจะให้ยอมรับตามจริงแล้วเจ้าตัวนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างกลัวสิ่งเร้นลับอะไรแบบนี้มากพอสมควรแต่ต่อให้กลัวขนาดไหนก็อยากที่จะดูหนังผีหรือมาบ้านผีสิงอยู่ดีนั่นแหละ เหมือนคนที่รู้ว่ากินอาหารปิ้งย่างมากมันไม่ดีแต่ก็จะกินอะไรประมาณนั้น

 

“คิวต่อไปเชิญครับ” เสียงของพนักงานหนุ่มที่ยืนตรวจตั๋วตรงทางเข้าบอกทั้งคู่หลังจากที่ปล่อยคู่ก่อนหน้าไปได้ครู่หนึ่ง ปกติแล้วระเบียบของบ้านผีสิงที่นี่คือปล่อยตัวเป็นคู่หรือกลุ่มไม่เกินห้าคนซึ่งนั่นจะทำให้ข้างในไม่แออัดและเหมือนเป็นจิตวิทยาอย่างนึงเมื่อน้อยคนในที่มืดๆ เย็นๆ จะทำให้ประสาทสัมผัสของมนุษย์ตื่นตัวเพิ่มมากขึ้น

 

ทันทีที่แบมแบมก้าวเท้าเข้าไปในบ้านผีสิงได้สามสี่ก้าวจนรู้สึกได้ถึงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศเรียกได้ว่าขนลุกเกรียวกันเลยทีเดียว กอปรกับความเงียบสงบและมืดมิดเข้ามาแทนที่ทำให้คนตัวเล็กเดินเข้าไปชิดกับคนตัวสูงโดยอัตโนมัติ

 

“หนาวเหรอ” เสียงทุ้มของร่างหนาที่ก้มลงมากระซิบข้างหูทำให้เจ้าของมันสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังพอยั้งตัวไว้ได้ทัน

 

“เปล่าครับ” แบมแบมพยายามตอบกลับไปให้เสียงนิ่งที่สุดเพราะไม่อยากแสดงอาการให้พี่รหัสของตนรู้ว่าตัวเองนั้นกำลังตื่นกลัวอยู่

 

“...” เมื่อได้ยินร่างเล็กยืนยันแบบนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเขาแค่เพียงเดินไปตามลูกศรที่ถูกวาดด้วยสีเรืองแสงบอกทางบนพื้นหลังจากที่ตาเริ่มคุ้นชินกับความมืดแล้วอะไรๆ มันก็ง่ายมากขึ้น

 

หลังจากทั้งคู่เดินมาได้สักครู่หนึ่งก็ถึงบันไดทางขึ้นที่โอ่อ่าตกแต่งด้วยหยากไย่ใยแมงมุม หัวกะโหลกและอีกมากมายตามคอนเซ็ปของบ้านผีสิงเด๊ะๆ ซึ่งหลังจากที่พวกเขาเดินจนมาถึงบันไดขั้นสุดท้ายบนสุดจู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะต่ำๆ และยานๆ เพื่อเพิ่มความหลอนกอปรกับจู่ๆ ก็มีลมเย็นๆ พัดมาแผ่วๆ จากทางด้านหลังของทั้งคู่

 

“หึๆๆๆๆๆๆๆ”

 

“พะ...พี่มาร์ค” เสียงหวานของแบมแบมที่เริ่มสั่นน้อยๆ หลังจากที่ลมเย็นๆ นั่นปะทะเข้ากับต้นคอด้านหลังให้เสียววูบ มือเรียวที่ตอนแรกจับกันอยู่เปลี่ยนไปคล้องต้นแขนแกร่งเอาไว้หลวมๆ

 

“...” ความใกล้ชิดที่เพิ่มมากขึ้นจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของคนตัวเล็กไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มเจ้าของต้นแขนพูดอะไรและยังคงพาร่างน้อยเดินไปตามทางเรื่อยๆ อย่างมั่นคง

 

ตึงๆๆๆๆๆๆ

 

หลังจากเดินกันมาได้อีกสิบกว่าก้าวจู่ๆ ก็มีเสียงเหมือนคนวิ่งตามมาข้างหลังทำให้แบมแบมต้องเหลียวหลังไปมองทันทีตามสัญชาตญาณและสิ่งที่ร่างน้อยเห็นนั้นทำให้ดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างด้วยความช็อค

 

“พี่มาร์คคคค!!! วิ่งเร๊ววววววว!!!” ก่อนที่มือนิ่มที่คล้องต้นแขนแกร่งอยู่เมื่อครู่จะเปลี่ยนกลับไปคว้าที่มือใหญ่พร้อมกับออกแรงดึงให้วิ่งไปพร้อมกันทันที

 

“แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก” เสียงหอบเหนื่อยของแบมแบมหลังจากที่พวกเขาวิ่งพากันเข้ามาในห้องๆ หนึ่งที่มีคราบเลือดสาดติดเต็มไปหมดจนดูน่ากลัว หากถ้าเป็นปกติแล้ววิ่งในระยะสั้นๆ แค่นี้คงไม่ทำให้คนตัวเล็กที่ตื่นมาวิ่งเกือบทุกเช้าเหนื่อยได้ ทว่าเป็นเพราะความตกใจกอปรกับวิ่งร้องโวยวายมาทั้งทางต่างหากจึงทำให้เกิดอาการหอบเหนื่อยจนมือหนาต้องเอื้อมมาลูบหลังช้าๆ

 

“กลัวแล้วจะเข้ามาทำไม” เสียงทุ้มที่ไม่มีแววเหนื่อยหอบหรือตื่นกลัวถามคนที่กำลังหอบตัวโยนด้วยสายตาที่เอื้อเอ็นดูคนที่เขาดูก็รู้แล้วตั้งแต่ทางเข้าว่าตื่นกลัวมากแค่ไหนแต่ก็ยังพยายามแสร้งว่าไม่เป็นอะไร

 

“แบม...แบมไม่ได้กลัวซักหน่อย แค่ตกใจเท่านั้นแหละ”​ แบมแบมเอ่ยโกหกออกไปคำโตขณะที่ยืนขึ้นเต็มความสูงอีกครั้งพร้อมกับเงยหน้าสบตากับคนตัวสูงกว่าผ่านแสงสลัวๆ ที่มีในห้อง

 

ให้ตายก็ไม่ยอมรับง่ายๆ หรอกว่ากลัว

 

“...”​ มาร์คที่ได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับกระตุกยิ้มออกมาแต่เพราะในห้องที่พวกเขาอยู่นั้นไฟค่อนข้างสลัวถึงมืดจงทำให้ร่างบางไม่ได้เห็นมัน

 

พวกเขาทั้งสองคนเริ่มออกเดินอีกครั้งหลังจากที่ร่างน้อยหายเหนื่อยแล้ว ทั้งคู่เดินกันไปจนสุดมุมห้องอีกด้านหนึ่งที่มีประตูไม้สลักเก่าๆ อยู่ หลังจากที่พวกเขาเปิดตู้ออกไปด้วยฝีมือของร่างสูงเรียบร้อยแล้วก็ได้เห็นสะพานที่ทำจากเหล็กในอีกด้านของประตูที่แสนมืดมิดจนมองไม่เห็นรอบข้าง เห็นแค่เพียงทางเดินบนสะพานแคบๆ สำหรับสองคนเบียดกันได้เท่านั้น

 

แบมแบมที่เห็นว่าสะพานนั้นไม่น่าจะมีอะไรน่ากลัวเพราะหลังจากที่ทั้งคู่ยืนดูอยู่เกือบห้าวิแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงตัดสินใจเดินนำร่างหนาไปก่อนหมายจะโชว์ว่าตัวเองไม่ได้กลัวจริงๆ อย่างที่อีกฝ่ายสบประมาทเอาไว้

 

แต่ทว่า...

 

กึงๆๆๆ หมับ กึงๆๆๆ

 

หลังจากที่ทั้งคู่เดินกันไปได้ถึงเกือบครึ่งสะพานจู่ๆ ก็มีแสงสีแดงช้ำเลือดช้ำหนองวาบขึ้นมาจากข้างใต้สะพานปรากฎให้เห็นถึงฝูงซอมบี้ที่หน้าตาเน่าเฟะดูน่าสยดสยองหลายตัวยืนอยู่ข้างล่างพร้อมกับยื่นมือขึ้นมาเขย่าสะพานบ้างและหนึ่งในมือพวกนั้นก็มีมือหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าแบมแบม

 

“อ้ากกกกก พี่มาร์ค พี่มาร์ค!!!” และทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทันทีที่ฝ่ามือเย็นๆ ของซอมบี้ได้สัมผัสเข้ากับข้อเท้าบอบบาง เจ้าของข้อเท้านั้นก็สะดุ้งตัวโยนและกระโดดลอยขึ้นจากพื้นไปกอดคอคนที่เดินตามมาข้างหลังทันที

 

“...!!!” ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างที่ตวัดโอบรอบเอวคอดทันทีตามสัญชาตญาณด้วยความตกใจไม่น้อย สภาพของทั้งสองคนตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากลิงอุ้มแตงไม่มีผิดที่คนนึงยืนส่วนอีกคนเกาะเอาไว้จากข้างหน้าหันหน้าเข้าหากัน

 

“พี่มาร์คเดินซี่ เดินๆๆๆๆๆๆ” คนที่บอกไม่ได้กลัวแต่กลับกระโดดขึ้นมากอดคอกับเอาขารัดเอวสอบแน่นไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยแถมตอนนี้กำลังหลับตาปี่เอาหน้าซุกเข้าไปที่ซอกคอแกร่งพร้อมกับเอ่ยสั่งให้อีกฝ่ายที่ยืนนิ่งอยู่นั้นเริ่มเดิน

 

“ไม่มีอะไรแล้ว” หลังจากที่ขายาวเดินก้าวผ่านฝูงซอมบี้ใต้สะพานนั้นจนมาถึงจุดที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยแล้ว เสียงทุ้มก็เอ่ยกระซิบข้างๆ หูบอกคนที่ยังซุกอยู่ที่ซอกคอเขาแน่นไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

 

“ฮือ ไม่เอาแล้วพี่มาร์คพาแบมออกไปเลยนะ” แต่ดูเหมือนคนเก่งที่นั่งยันนอนยันยืนยันเมื่อครู่ว่าไม่กลัวจะหายเข้ากลับเมฆไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่เด็กน้อยที่กำลังงอแงบ่นเสียงอู้อี้อยู่ที่ซอกคอแกร่ง

 

“ลงมาก่อนแบม” เสียงทุ้มว่าแบมแบมนั้นพลางคลายอ้อมกอดของเขาที่กอดรัดเอวบางไว้เมื่อครู่ออก แต่ดูเหมือนว่าคนที่เกาะตัวเขาอยู่นั้นจะไม่ยอมคลายแรงกอดรัดที่ขาเลยแม้แต่น้อย

 

“ไม่เอา แบมไม่เดินแล้วพี่มาร์คพาแบมออกไป” เสียงหวานดังอู้อี้มาจากแถวคอคนตัวสูงที่ทำให้เจ้าของซอกคอนั้นต้องลอบถอนหายใจกับลอบยิ้มอย่างเอ็นดูปนขบขันไม่น้อย

 

แล้วก็บอกว่าไม่กลัว

 

“รู้แล้วครับ แต่แบบนี้พี่เดินลำบาก ลงมาก่อนเปลี่ยนเป็นขี่หลังพี่แทน” มาร์คเอ่ยบอกคนตัวเล็กเสียงนุ่มและอ่อนโยนที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะสามารถพูดกับใครได้ด้วยน้ำเสียงแบบนี้

 

“งือ ก็ได้” สุดท้ายเด็กน้อยที่พยายามทำตัวเป็นหนุ่มเมื่อครู่ก็ยอมคลายแรงกอดรัดที่ขาออกและลงมายืนกับพื้นดีๆ ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไปขึ้นขี่หลังคนตัวสูงแทนอย่างที่คุยกันไว้เมื่อครู่และตลอดทั้งทางที่เหลือในบ้านผีสิงแบมแบมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเพราะเขาเอาแต่ซุกหน้าเข้ากับซอกคอแกร่งตลอดทั้งทาง...

 

เขาว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปรวดเร็วเสมอเพราะเผลอเพียงครู่เดียวพระอาทิตย์ยามเช้าช่วงสายๆ ก็เคลื่อนที่จากทิศจะวันออกมาสู่ทิศตะวันตกใกล้จะลาลับขอบฟ้าเสียแล้ว

 

“หกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย...” แบมแบมที่เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เป็นสีส้มอมชมพูก่อนจะก้มลงมามองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองและพบว่าตอนนี้เข็มยาวกำลังจะเข้าสู่เลขหกเต็มตัวเสียแล้ว

 

“พี่มาร์คเราไปนั่งชิงช้าสวรรค์ก่อนกลับกันเถอะครับ” ร่างน้อยกันไปชวนผู้ชายตัวสูงที่วันนี้ยอมตามใจตนทั้งวันโดยไม่ปริปากบ่นไม่ว่าจะอากาศร้อนหรือคนเยอะแค่ไหนก็ตาม

 

“อืม” 

 

ชิงช้าสวรรค์ที่กำลังค่อยๆ เคลื่อนที่ขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างในเมื่อมองออกมาทางกระจกสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามมากมายรอบๆ ได้เกือบ 360 องศาแถมยิ่งตอนนี้เป็นเวลาโพล้เพล้พระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าแล้วทำให้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมม่วงราวกับหลุดออกมาจากในโลกนิทานเสียอย่างนั้น

 

“พี่มาร์ค วันนี้ขอบคุณมากนะครับพี่ยอมตามใจผมทั้งวันเลย” แบมแบมพูดขึ้นหลังจากที่พวกเขาขึ้นมานั่งบนชิงช้าได้สักพัก คำขอบคุณที่หลุดออกจากปากอิ่มทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหันไปมองวิวข้างนอกจากทางกระจกใสหันกลับมาสบตานิ่งๆ พร้อมกับพูดออกมาด้วยความจริงใจไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด

 

“ฉันเต็มใจ” ซึ่งประโยคสั้นๆ เพียงแค่สามพยางค์ของเขานั้นก็ทำให้แบมแบมมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนที่ร่างน้อยจะหันออกไปดูวิวทางหน้าต่างบ้างจนกระทั่งตอนที่ตู้ชิงช้าสวรรค์ที่พวกเขานั่งกันอยู่นั้นกำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้จุดที่สูงที่สุดเข้ามาเรื่อยๆ

 

ก่อนที่แบมแบมพูดออกมาเบาๆ หากแต่ก็ดังพอที่จะให้ใครอีกคนได้ยินด้วย ขณะที่ดวงตากลมโตที่เหม่อมองออกไปข้างนอกยังคงไม่ได้หันกลับมามองใครอีกคนที่ร่างน้อยไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ากำลังถูกเขาจ้องมองอยู่ด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

“เขาว่ากันว่าถ้าหากคนที่มาเดทกันได้จูบกันตอนที่ชิงช้าสวรรค์เคลื่อนถึงตำแหน่งสูงสุด...”

 

“...”

 

“...พวกเขาจะได้คบกันและรักกันตลอดไป”

 

“งั้นเหรอ” เสียงทุ้มที่ตอบกลับมาเจือไปด้วยเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ จนทำให้คนที่มองออกไปข้างนอกต้องหันกลับมาและพบว่าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อครู่ได้เปลี่ยนมานั่งคุกเข่าบนพื้นจนใบหน้าของพวกเขาทั้งสองคนได้อยู่ในระดับเดียวกันเรียบร้อยแล้วพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับรูปสลักก็ค่อยๆ เคลื่อนที่เข้ามาใกล้ใบหน้าสวยหวานขึ้นเรื่อยๆ 

 

“พี่รู้ไหมครับว่าถ้าพี่ทำแบบนี้มันจะหมายถึงอะไร” แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเคลื่อนที่เข้าใกล้ได้มากกว่านั้น คนตัวเล็กก็ยกเอามือเรียวมาดันที่อกแกร่งเอาไว้เบาๆ เสียก่อนพร้อมกับถามคำถามด้วยใบหน้าที่จริงจัง

 

“I know...(ฉันรู้...)” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบาๆ ขณะที่ยังคงเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้โดยไม่สนใจแรงดันน้อยนิดที่อกจากมือของร่างบาง

 

“ถ้าพี่ทำหลังจากนี้พี่จะเล่นๆ กับผมไม่ได้แล้วนะ” แบมแบมยังคงพูดขึ้นมาพร้อมกับสบกับดวงตาสีเข้มที่ฉายแววมั่นคงของคนตรงหน้าเขาอย่างค้นหาว่ามันมีแววตาลังเลใจเจือปนอยู่ในนั้นไหมแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มี

 

“I know...(ฉันรู้...)”

 

“เพราะผมไม่สามารถก้าวถอยหลังกลับไปได้อีก...” 

 

“ชู่ว...” มาร์คส่งเสียงเป็นเชิงให้คนตัวเล็กหยุดพูดในตอนที่หน้าผากของพวกเขาทั้งสองคนสัมผัสกันเบาๆ ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันเพื่อมองหาดวงตาอีกคู่ของตัวเองในนัยต์ตาของกันและกัน จนกระทั่งชิงช้าสวรรค์ได้เคลื่อนเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดนั่นก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ริมฝีปากของคนทั้งสองคนได้สัมผัสเขาหากันอย่างช้าๆ นุ่มนวลราวกับขนนก อบอุ่น อ่อนโยนและหอมหวาน

 

พวกเขาค่อยๆ แลกเปลี่ยนน้ำหวานกันอย่างไม่รีบร้อน ต่างคนต่างเชยชิมซึ่งกันและกัน เปลือกตาสีอ่อนของทั้งคู่ค่อยๆ หลับลงภายหลังเปลือกตานั้นไม่ได้มีแต่ความมืดมิดเหมือนดั่งเคยหากแต่มันกำลังปรากฎภาพใบหน้าของใครอีกคนได้อย่างชัดเจน

 

เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะถี่รัวในกระเช้าชิงช้าสวรรค์ที่เงียบสงัดมีเพียงพวกเขาทั้งสองคนนั้นดังมากพอที่จะทำให้ทั้งสองคนได้ยินเสียงหัวใจของพวกเขาที่กำลังเต้นประสานไปเป็นจังหวะเดียวกัน ราวกับว่าเวลาได้หยุดหมุน ฝูงผีเสื้อด้วยน้อยนับล้านตัวได้บินหมุนวนอยู่ในท้อง 

 

ก่อนที่ริมฝีปากของคนทั้งสองคนจะค่อยๆ ถอนออกจากกันเพียงนิดก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยอะไรขึ้นมาบางอย่างเบาๆ ชิดริมฝีปากอิ่มแล้วค่อยประกบปากลงไปอีกครั้งอย่างที่ยากจะถอนตัวขึ้นมาราวกับว่าพวกเขากำลังหลงอยู่ในวังวนแห่งความหอมหวานของกันและกันนี้...

 

 


 

 

“ไม่เคยบอกว่าจะล้อเล่น...”

 

 

 



120%

 

 

______________________________

 

แด่ความเวิ้นเว้อของฉันนี้ เอาไปเลยจ้ะ 120%

ยาวมากกก ยาวกว่าทุกตอนที่แต่งมาเลยค่ะ ฮือ

หวังว่าจะชอบกันและไม่เบื่อไปซะก่อน หงึ

แต่เขายังไม่ได้คบกันนะเออ เราไม่ปล่อยให้คบกันง่ายๆ หรอก หึ -.,-

//ทำหน้าชั่วร้าย


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 982 ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2975 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 05:32

    อื้อหือออเป็นคนพูดน้อย แต่ชัดเจนทุกการกระทำ??????????????????????????????’???’?

    #2975
    0
  2. #2961 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 06:05
    งืออออออออ
    #2961
    0
  3. #2951 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 01:56
    แงงงง พี่เขามาแรงงงง
    #2951
    0
  4. #2924 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 13:20
    ฮื่อออเขินนนน
    #2924
    0
  5. #2897 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:23
    ข่วนตัวเองเจ็บไปหมดแล้วเขิน
    #2897
    0
  6. #2881 Bless_bee (@Bless_bee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 12:02
    จิกกกกหมอน....อ๊ากกกก...
    #2881
    0
  7. #2865 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 18:04
    เขินนนน
    #2865
    0
  8. #2848 Ak31 (@Ak31) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 14:06
    อิพี่น่ารัก อิน้องก็น่ารัก งื้อออ
    #2848
    0
  9. #2815 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:11

    โรแมนติคสุด ๆ เลยอ่ะ

    #2815
    0
  10. #2785 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 17:36
    ฮื่ออออออ โรแมนซ์สุดๆ😭
    #2785
    0
  11. #2642 เด็กสามัญ (@lecolas) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 18:14
    กัดผ้าเช็ดหน้าแรงมากตอนนี้ หวานแบบ หวานม๊ากกกก หวานน้ำตาลขึ้นสุด TT ดีงาม สวยงาม ใจสั่นมาก
    #2642
    0
  12. #2617 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 18:34
    หวานมากกกกกก โรแมนติกสุดๆ
    #2617
    0
  13. #2066 Prince victim (@grace8p) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 13:15
    ไรท์ ตัวเองง เค้าเริ่มงงละ ว่าตกลงมาร์คแทนตัวเองว่าอะไร ก่อนไปสวนสนุกแทนตัวเองว่าฉัน ตอนอยู่ในบ้านผีสิงแทนตัวเองว่าพี่ พอออกมาแทนว่าฉันอีก!5555 ส่วนแบมปกติแทนตัวเองว่าแบม แต่ตอนขึ้นชิงช้าแทนว่าผม คือเราอ่านแล้วมันก็สะดุดง่ะ ฝากด้วยน้าค้า
    #2066
    1
    • #2066-1 เบลามี่ 'จี (@Gift1906) (จากตอนที่ 9)
      8 พฤษภาคม 2561 / 10:25
      อันนี้จงใจนะคะ เราอยากให้มันเป็นแบบพูดคุยปกติก็จะฉันกับผม แต่ถ้าเป็นฉากที่เริ่มอ้อน หรือพี่เขาง้อน้องอยากให้แทนตัวอีกระดับนึงน่ะค่ะ ถ้าทำให้สับสนต้องขอโทษด้วยนะคะ
      #2066-1
  14. #1913 Kimsky (@fahhun9494) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 12:36
    ไม่อ่อนโยนเลยย ฮืออออ
    #1913
    0
  15. #1695 P.L.Y (@pukpikply) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 12:07
    อะไรทำให้พี่เปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ ><
    #1695
    0
  16. #1667 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 07:24
    ละมนไปอีกก
    #1667
    0
  17. #1474 tunty0505 (@tunty0505) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 08:57
    โอ้ยยยย เขิน
    #1474
    0
  18. #1370 beamkd2 (@BeamKd) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:41
    เขอนเเรงมากกกกกก
    #1370
    0
  19. #1173 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 02:33
    เขินนนนนนโว้ยยยยฮืออออตือดีอ่ะ
    #1173
    0
  20. #1124 iSanior (@N0oanN) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 02:23
    เงินพี่เยอะมากหรอครับ5555+ ถามได้ตรงใจมาก ปล.เราอ่านแล้วลืมไปเลยว่าน้องเปลี่ยนจากเรียก รุ่นพี่ มาเป็น พี่มาร์คละ
    #1124
    0
  21. #1013 Smilelyy99 (@Aeelaw51) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 16:19
    งื้อออออออออขอมาร์คคนนึ้งงงงงงงงงงงงงงพลีสส 555
    #1013
    0
  22. #935 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 15:19
    ง้อว ก็ไม่ได้จะเล่น ๆ อยู่แล้วอะ ฮิฮิ
    #935
    0
  23. #869 bever2017 (@bever2017) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 12:56
    อื้อหือ ใจละลายแล้ว
    #869
    0
  24. #852 Ploymark93 (@Ploymark93) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 00:54
    โอ้ยยยยยยยยย เขินว้อย สงวหกสเสเหกงดหกงดสงหกสด ;/////////////;
    #852
    0
  25. #850 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 00:08
    แอบร้ายนะคะคุณมาร์ค หึหึ
    #850
    0