(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 8 : ROOM VII : DEEP KISS

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,022 ครั้ง
    9 เม.ย. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room VII

Deep Kiss

________________________________________________________

 

 

 

  

  ________________________________________________________

 


(แต่ผมจะจำเอาไว้ว่าคนแรกที่มารับโทรศัพท์แทนคนที่ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัวอย่างมาร์ค...)

 

“...”

 

(ชื่อแบมแบม)

 

หืม?

 

ประโยคถัดมาจากคนปลายสายที่ร่างบางรู้แค่ว่าชื่อโจอี้ก็ทำให้คนตัวเล็กได้รู้ความจริงเกี่ยวกับพี่รหัสเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง

 

แกร๊ก

 

“พะ...พี่มาร์ค” ยังไม่ทันที่แบมแบมจะได้พูดอะไรกับคนในสายต่อประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดกว้างขึ้นอีกครั้งเผยให้เห็นถึงชายหนุ่มร่างหนาที่มีร่างกายกำยำและมีมัดกล้ามเนื้อที่แสนดูดีจนน่าอิจฉาที่อยู่ในสภาพผ้าขุนหนูผูกอยู่ที่เอวแบบลวกๆ และยังคงมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่

 

“เอามานี่” เขาว่าสั้นๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์ที่แบมแบมเอาแนบหูคุยอยู่เอาไว้คุยต่อเอง

 

“มีอะไร” เสียงทุ้มกรอกลงไปใบหน้าคมคายฉายแววรำคาญปลายสายไม่น้อย

 

(...) แบมแบมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตอบอะไรกลับมาหากแต่แวบนึงสายตาคมก็ได้เหลือบมามองคนตัวเล็กอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะละไป นั่นทำให้แบมแบมต้องคิดเองเออเองว่าชายหนุ่มคงไม่อยากให้เขามาฟังตอนคุยโทรศัพท์ที่อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวก็เป็นได้ เขาจึงเลือกที่จะก้าวเดินเพื่อจะเลี่ยงไปทางห้องครัวแทน

 

หมับ

 

แต่ยังไม่ทันที่แบมแบมจะได้ก้าวเดินไปไหนข้อมือเรียวก็ถูกมือหนาที่ไม่ได้อุ่นเหมือนทุกทีเพราะอีกฝ่ายเพิ่งอาบน้ำเสร็จคว้าเอาไว้ไม่ให้ไปไหนจนกระทั่งคนตัวสูงคุยธุระทำคนที่โทรมาเสร็จเรียบร้อยและวางสายลง

 

“คุยอะไรกับโจอี้” มาร์คถามออกมาขณะที่มือใหญ่ยังคงไม่ปล่อยข้อมือบอบบางให้หลุดพ้นจากพันธนาการ

 

“ไม่ได้คุยอะไรครับ ผมแค่จะรับเรื่องเอาไว้เฉยๆ แต่เขาก็ไม่ได้บอกอะไรนอกจากจะโทรมาใหม่แต่พี่ออกจากห้องน้ำมาพอดีเลยได้คุยกัน” เสียงหวานร่ายยาวตอบตามจริงไม่ได้บิดเบือนแต่อย่างใดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยว่าใบหน้านวลของเขานั้นกำลังฉายแววกังวลกับอะไรสักอย่างที่มีต้นเหตุมาจากประโยคสุดท้ายที่ได้ยินจากโจอี้

 

“มันไม่ได้พูดอะไรแปลกๆ กับนายใช่ไหม” คนตัวสูงถามต่อเนื่องจากตาคมเพราะใบหน้าที่ฉายแววกังวลนั้นไม่สามารถหลุดพ้นไปจากสายตาที่แสนลึกล้ำของเขาไปได้

 

“ไม่นะครับ เขาแค่บอกว่าพี่ไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งเรื่องส่วนตัวเท่านั้น” ร่างน้อยว่าแบบนั้นโดยที่เผลอใช้น้ำเสียงเหมือนคนน้อยใจโดยไม่รู้ตัวซึ่งนั่นทำให้คนถามอย่างมาร์ค ต้วนนิ่งไปครู่นึงขณะที่มองใบหน้าหวานของคนตัวเล็กกว่าที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาเหมือนดั่งเช่นปกติและปากอิ่มนั้นแอบงองุ้มเข้าหากันเหมือนเด็กน้อยที่กำลังทำความผิดหรือกำลังคิดกังวลเรื่องบางเรื่องอยู่

 

“ไม่ใช่...”

 

“...”

 

“นายไม่ใช่คนอื่น” และไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจที่แข็งดั่งหินผาและเย็นชาดั่งหิมาลัยของร่างหนาให้พูดประโยคนั้นออกไป เขาแค่เพียงรู้สึกว่าต้องพูดประโยคนี้ออกมาก็เพียงเท่านั้นแต่สิ่งที่เขารับรู้ในตอนนี้มีเพียงปากอิ่มที่กำลังอมยิ้มขึ้นมาน้อยๆ หลังจากที่เขาได้พูดประโยคนั้นออกไปเท่านั้น

 

“ขะ...เข้าใจแล้วครับ” ร่างน้อยตอบแบบตะกุกตะกักก่อนที่จะเอ่ยเปลี่ยนเป็นเรื่องอื่นทันที

 

“เอ่อ พี่มาร์คครับพรุ่งนี้ไปวิ่งตอนเช้าด้วยกันไหม”

 

“...” ชายหนุ่มไม่ตอบหากแต่พยักหน้ารับน้อยๆ เหมือนดั่งเช่นทุกที

 

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมปลุกตอนเช้านะครับ” เสียงหวานพูดต่อหลังจากเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับเมื่อครู่

 

แต่แล้วดวงตากลมก็ต้องเบิกขึ้นกว้างอีกครั้งซึ่งเป็นรอบที่สามของวันที่เกิดจากการกระทำที่มักจะมาเหนือความคาดหมายของพี่รหัสของเขา

 

“พะ...”

 

จุ๊บ

 

“ครับ”

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

“พี่มาร์คครับ ตื่นเถอะครับ” เสียงหวานของแบมแบมดังขึ้นขณะที่มือนิ่มส่งไปเขย่าต้นแขนแกร่งเหมือนดั่งเช่นทุกครั้ง

 

“...”

 

“พี่สัญญาว่าจะตื่นไปวิ่งกับผมเช้านี้นะครับ” คนตัวเล็กพูดต่อหลังจากที่ได้ค้นพบว่าถ้าหากมีเรื่องอะไรน่าสนใจจะทำให้อีกฝ่ายตื่นง่ายขึ้น ซึ่งตั้งแต่หลังจากที่ร่างน้อยรู้ความจริงข้อนั้นก็ได้ทดลองดูและพบว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ จึงพยายามใช้มันในทุกๆ วันเท่าที่เขาจะคิดเรื่องน่าสนใจที่เอามาหลอกล่อให้อีกฝ่ายตื่นได้น่ะนะ

 

“...อืม” ได้มันก็ได้ผลดั่งเช่นหลายครั้งที่ผ่านมาเพราะเสียงทุ้มได้ขานตอบรับฮึมฮัมในลำคอที่เป็นสัญญาณที่ดีถึงการจะตื่นขึ้นจากห้วงแห่งนิทราของคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เปิดเปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทขึ้นอย่างๆ ช้าและสบเข้ากับตัวตากลมโตของคนที่ยืนปลุกอยู่ข้างเตียงของเขา

 

หลังจากนั้นเกือบยี่สิบนาทีทั้งสองคนก็พากันลงมาที่สนามกีฬาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหอพักมากเท่าไหร่นัก ทั้งสองคนวิ่งวนอยู่ในสนามกีฬานั้นอยู่เกือบชั่วโมงก่อนที่จะมานั่งพักดื่มน้ำตรงเก้าม้านั่งข้างๆ ขอบสนามมองดูผู้คนที่ออกมาวิ่งเหมือนกันหากแต่เพราะตอนนี้เพิ่งหกโมงครึ่งเท่านั้นซึ่งเป็นเวลาที่ค่อนข้างเช้าจึงทำให้คนไม่เยอะเหมือนดั่งเช่นช่วงเจ็ดโมงเป็นต้นไป

 

“พี่มาร์คครับ ก่อนกลับเรามาวิ่งแข่งกันก่อนกลับไหม” แบมแบมจู่ๆ ก็พูดขึ้นหลังจากที่นึกความคิดอะไรดีๆ ออกมาได้

 

“...” มาร์คมองใบหน้าหวานที่ชวนเขาไปแข่งนิ่งๆ อยู่ครู่นึงก่อนจะถามออกมา

 

“แข่งแล้วได้อะไร”

 

“อ่า จริงสิแข่งอย่างเดียวคงไม่สนุกงั้น...” เสียงหวานเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อใช้ความคิดก่อนที่มือเรียวทั้งสองข้างจะยกขึ้นมาประกบกันเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้

 

“ถ้างั้นคนแพ้ต้องยอมทำตามที่คนชนะบอกอะไรก็ได้อย่างนึงดีไหมครับ” ร่างน้อยเสนอความคิดออกมาเพราะโดยส่วนตัวแล้วเจ้าตัวค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองมีโอกาสที่จะชนะอีกฝ่าย เนื่องจากเมื่อครู่ที่พวกเขาวิ่งด้วยกันอีกฝ่ายมักจะวิ่งด้วยอัตราเร็วที่ช้ากว่าเขา เพราะงั้นคนตัวเล็กเลยคิดว่าตัวเองน่าจะชนะอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

 

“Deal” และเมื่อคนตัวสูงตอบตกลงรับข้อเสนอนั้นร่างบางก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างกระหยิ่มใจ

 

ทีนี้แหละจะขอให้สัญญาว่าจะยอมตื่นง่ายๆ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยปลุก!

 

แต่แล้วความฝันที่แบมแบมหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้อีกฝ่ายทำตามที่ตนขอต้องเป็นอันแตกสลายไปตรงหน้าเพราะทันทีที่เริ่มออกตัวจากจุดสตาร์ทจนถึงเส้นชัยที่พวกเขากำหนดกันเอาไว้แบมแบมก็ไม่สามารถวิ่งทันคนตัวสูงกว่าได้เลย

 

ไม่สิ เรียกว่าเทียบไม่ติดฝุ่นเลยดีกว่า

 

เพราะว่าจู่ๆ คนที่แบมแบมคิดว่าน่าจะวิ่งช้ากว่าจนเพราะเห็นดูรักการนอนเป็นชีวิตจิตใจไม่น่าจะวิ่งได้ไวกลับกลายเป็นว่าขายาวๆ ของเขานั้นกลับเคลื่อนที่ได้เร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

 

“ฮื่อ แพ้แล้วอ่า” แบมแบมว่าแบบนั้นขณะที่ล้มตัวลงไปนั่งกองกับพื้นหลังจากวิ่งมาถึงเส้นชัยที่เขาเป็นคนกำหนดเอาไว้เองโดยมีคนตัวสูงยืนอยู่แบบที่ไม่มีแม้กระทั่งอาการหอบเหนื่อยหรือเหงื่อสักหยด

 

“ทำไมพี่ถึงวิ่งเร็วจังเมื่อกี้ยังวิ่งช้าอยู่เลย” เสียงหวานว่าขณะที่ทำหน้าหงึใส่อีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัวซึ่งนั่นทำให้คนยืนอยู่ก้มลงมามองด้วยแววตาเอื้อเอ็นดู

 

“ถ้าฉันวิ่งนำหน้าแล้วใครจะระวังหลังให้นาย” ประโยคยาวๆ ที่ไม่ค่อยจะหลุดออกมาจากปากคนที่ชอบเงียบถูกเอ่ยออกมาซึ่งนำพามาถึงความขวยเขินบนแก้มใสที่เห่อร้อนน้อยๆ เพราะเขาเข้าใจความหมายแฝงในประโยคนั้นได้ดี

 

คนบ้า...

 

“แล้วพี่มาร์คจะให้ผมทำอะไรหล่ะครับ” แบมแบมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมาประจันหน้ากับพี่รหัสอีกครั้งพร้อมกับถามออกมาเพราะยังไงสัญญาก็ต้องเป็นสัญญา

 

“ต้องไม่ยากเกินความสามารถผมนะครับ”​ เสียงหวานเอ่ยดักคอเอาไว้ก่อนเพราะกลัวจะเจอให้ทำอะไรแบบแผลงๆ เกินกว่าที่เจ้าตัวจะทำได้

 

“ไม่ยากเกินไปหรอก...” คนสูงกว่าว่าแบบนั้นขณะที่เขาเดินขยับเข้ามาใกล้คนตัวเล็กก้าวหนึ่งจนระยะห่างระหว่างทั้งสองคนนั้นกว้างแค่เพียงหนึ่งไม้บรรทัดเท่านั้น

 

Just stand and…” เสียงทุ้มเอ่ยเว้นช่วงไปเล็กน้อยพร้อมกับโน้มตัวลงมาช้าๆ มือหนาเชยคางของคนตัวเล็กขึ้นให้ได้องศาที่พวกเขาสามารถมองเห็นใบหน้าของกันและกันได้ชัดเจนก่อนที่เขาจะพูดต่อจากที่ค้างเอาไว้เมื่อครู่

 

“…Just deep kiss.”

 

สิ้นประโยคนั้นริมฝีปากของทั้งสองคนก็มาสัมผัสกันและกัน ริมฝีปากอุ่นร้อนที่ก้มลงมาจูบปากอิ่มแผ่วๆ อย่างนุ่มนวล ค่อยๆ กดคลึง ดูดดุนมันอย่างอ่อนโยน ก่อนที่ลิ้นร้อนจะค่อยๆ ถูกส่งเข้ามาแตะลิ้มชิมรสในโพรงปากที่แสนหอมหวานของคนตัวเล็ก ชายหนุ่มค่อยๆ ละเลียดลิ้มชิมรสความหอมหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้านั้นช้าๆ อย่างหวนแหนและไม่ปล่อยให้น้ำหวานแม้แต่เพียงสักหยดหยาดของคนตัวเล็กได้เล็ดรอดไป

 

ความอ่อนโยนของชายหนุ่มร่างหนาทำให้ดวงตากลมโตค่อยๆ หลับลงอย่างช้าๆ ในหัวของร่างน้อยตอนนี้มีเพียงแต่ความว่างเปล่าและขาวโพลนไปหมด บรรยากาศรอบข้างที่เคยมีเสียงนกน้อยขับขานหรือเสียงผู้คนพูดคุยกันกลับเงียบสงัดไปหมด สิ่งเดียวที่แบมแบมสามารถรับรู้ได้มีเพียงริมฝีปากอุ่นร้อนของคนตรงหน้าที่สัมผัสตนด้วยความอ่อนโยน ถนุถนอมและก้อนเนื้อในอกที่พองฟูซึ่งกำลังเต้นเป็นจังหวะถี่ระรัวราวกับว่าจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้

 

จุมพิตครั้งนี้ต่างจากที่ผ่านมาอย่างเทียบไม่ติด มันไม่ใช่การกระทำที่เพียงแค่ริมฝีปากสองคนสัมผัสกันมันลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น และแน่นอนว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจากการบังคับแต่อย่างใด

 

 

 

ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจากการ

 

...เต็มใจ...




#รูมเมทมบ

 



“แบมแบมมมม” เสียงแหลมใสของยองแจดังแหวกอากาศออกมาจนคนรอบข้างหันมามองแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปเพราะพวกเขาเริ่มคุ้นชินกับเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ที่มาก่อนตัวของยองแจกันเสียแล้ว

 

“ยองแจ...จินยอง...” แบมแบมที่นั่งอยู่ที่โต๊ะในโรงอาหารกลางหันไปตามเสียงเรียก เนื่องจากว่าอาจารย์ที่สอนคาบเช้าขอยกเลิกคลาสกระทันหันด้วยเหตุผลบางประการทำให้พวกเขาไม่ต้องมาเรียนตอนเช้าและนัดเจอกันที่โรงอาหารตอนเที่ยงแทน

 

“ตอบแม่มาเดี๋ยวนี้นะ หนูไปทำอะไรมา!?” และทันทีที่ก้นของยองแจสัมผัสลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแบบพร้อมๆ กับจินยอง จู่ๆ ยองแจก็เกิดอยากจะสวมบทคุณแม่เข้ามาเสียดื้อจนแบมแบมได้แต่มองตาปริบๆ ส่วนจินยองได้แต่ถอนหายใจและมองเพื่อนสนิทจอมติงต๊องของตนด้วยความเอือมระอาจากการเล่นใหญ่ของเพื่อน

 

“ปะ...เปล่าน้า” คนที่จู่ๆ กลายเป็นลูกตอบแบบนั้นเพราะไม่เข้าใจว่าเพื่อนสนิทกำลังหมายถึงเรื่องอะไร

 

“จะเปล่าได้ยังไงในเมื่อรูปเด่นหลาอยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งมหาลัยแบบนี้” ไม่พูดเปล่าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นที่ยองแจถือมาด้วยตั้งแต่แรกถูกส่งมาให้แบมแบมดู

 

“นะ...นี่มัน” และเมื่อร่างบางได้เห็นมันก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจพอๆ กับใบหน้านวลที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุกจนเจ้าของต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้าของตัวเอง เมื่อได้เห็นของตัวเองกับพี่รหัสจอมขี้เซาโชว์หราอยู่บนหนังสือพิมพ์มหาลัยจริงๆ 

 

แถมเป็นฉากตอนที่พวกเขากำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่ม ถึงแม้รูปนั้นจะถูกซูมถ่ายมาจากมุมสูงของตึกจากที่ไกลๆ แต่มันก็ชัดเจนมากพอที่ทำให้รู้ว่าทั้งสองคนนั้นคือใคร

 

“คบกันแล้วเหรอ” จินยองที่เงียบมาตั้งแต่แรกถามขึ้นนิ่งๆ เมื่อเห็นอากัปกริยาของเพื่อนสนิทที่ดูก็รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์เป็นเรื่องจริงแล้วดูเหมือนว่าเพื่อนของพวกเขานั้นจะไม่มีท่าทีรังเกียจเดียจฉันท์หรือโดนบังคับแต่อย่างใด

 

“...” ซึ่งแบมแบมไม่ได้ตอบคำใดๆ ไม่ยอมเอาใบหน้าหวานที่ซุกอยู่กับอุ้งมือของตัวเองออกมาเช่นกัน เขาแค่เพียงส่ายหนารัวๆ เท่านั้น

 

“ว่าไงนะ!? อื้อ!!” เสียงของยองแจโพล่งขึ้นมาอีกครั้งด้วยความดังจนทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว ร้อนถึงจินยองที่รีบเอามือตะครุบปิดปากเพื่อนสนิทข้างกายแล้วหันไปก้มหัวขอโทษขอโพยคนรอบข้างแล้วยิ้มเจื่อนๆ ให้

 

“ยองแจเบาๆ สิ” จินยองว่าเสียงดุแล้วหยิกที่เอวเพื่อนสนิทเบาๆ แต่ก็แรงพอที่จะสร้างความเจ็บปวดให้ยองแจได้

 

“ขอโทษๆ ตกใจจนลืมตัวไปหน่อย ฮือ” คนที่ทำผิดรีบขอโทษยกใหญ่ก่อนที่บทสนทนาจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้งหนึ่ง

 

“ยังไม่ได้คบกันแล้วเป็นอะไรกันหล่ะแบมแบม” คราวนี้เป็นจินยองที่เป็นคนถามเองเพราะดูเหมือนว่าถ้าหากเขายังคงยอมปล่อยให้ยองแจพูดอะไรไปมากกว่านี้ จากเรื่องที่จะรู้กันแค่นี้เห็นทีจะได้รู้กันทั้งโรงอาหารกลางกระมัง

 

“กะ...ก็แค่พี่น้อง”​ แบมแบมค่อยๆ ลดมือลงแต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาและอ้อมแอ้มตอบเสียงเบาๆ แก้มใสยังคงมีสีระเรื่อเจือปนอยู่อย่างน่าเอ็นดู

 

“พี่น้องเขาไม่จูบกันหรอกนะ” เป็นยองแจที่พูดออกมาและดูเหมือนว่าประโยคนี้จะไปจี้โดนกลางใจของคนฟังเข้าจังๆ สังเกตได้จากใบหน้าที่แสดงออกถึงความขวยเขินเมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความคิดมากและกังวลปะปนกันไปหมด

 

“ขะ...ขอโทษ” และการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของแบมแบมนั้นชัดเจนจนยองแจต้องรีบเอ่ยขอโทษทันทีเพราะเขาไม่คิดว่าการพูดตรงๆ แบบนั้นออกมาจะทำให้เพื่อนสนิทรู้สึกไม่ดีได้ขนาดนี้

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ก็แจแจพูดความจริงนี่นา” คนที่ได้รับคำขอโทษมาส่ายหัวน้อยๆ เงยหน้าขึ้นยกยิ้มให้เพื่อนบางๆ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมากก่อนที่แบมแบมจะพูดต่อด้วยใบหน้าที่ดูก็รู้ว่าพยายามฝืนยิ้มมากแค่ไหน

 

“อีกอย่างมันก็แค่จูบทักทายปกตินั่นแหละแบบที่คนยุโรปเขาชอบทำกันหน่ะ”

 

“แบมแบม.../แบมแบม...” จินยองและยองแจเรียกชื่อเพื่อนสนิทหน้าหวานตรงหน้าพร้อมกันอย่างเป็นห่วงเพราะคนที่ดูเหมือนไม่คิดอะไรและชอบคิดในแง่ดีเสมอมาอย่างแบมแบม มันก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนของเขาจะไม่เก็บเรื่องอะไรมาคิดเลย

 

“ผู้ชายเหมือนกันไม่เป็น...”

 

“นายกำลังพยายามหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่าแบมแบม” จินยองพูดโพล่งขึ้นมาในตอนที่แบมแบมยังไม่ทันพูดได้จบประโยคดีซึ่งนั่นทำให้คนที่ถูกพูดถึงต้องเงียบไปอีกครั้งพร้อมกับกัดปากอิ่มน้อยๆ ตามความเคยชินเวลาใช้ความคิดหรือกังวลอะไร

 

“แบม...แบมไม่รู้...” คนที่กำลังจะถูกต้อนเขามุมเรื่อยๆ ตอบแบบนั้น บรรยากาศบนโต๊ะของพวกเขาเต็มไปด้วยความซีเรียส ไม่สดใสดั่งเฉกเช่นทุกที

 

แปะ

 

“ดูทำหน้าเข้า มีอะไรอยากระบายไหม”​ เป็นจินยองที่กู้สถานการณ์กลับมาได้อีกครั้งด้วยการวางมือลงบนหัวเพื่อนสนิทและลูบเบาๆ เหมือนกำลังปลอบโยนและเอ่ยถามออกมาอย่างอ่อนโยนจนแบมแบมรู้สึกใจชื้นมากขึ้น

 

หมับ

 

“ใช่ๆ พวกเราเป็นเพื่อนกันนะถ้าเพื่อนมีอะไรไม่สบายใจพวกเราก็พร้อมจะรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา” ยองแจกล่าวเสริมพร้อมกับกุมมือนิ่มของเพื่อนสนิทเอาไว้พร้อมกับบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจจนคนได้รับแบบแบมแบมเริ่มยิ้มออกจากใจจริง

 

“แบมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างแบมกับพี่เขาคืออะไร...”​ สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมเผยความในใจลึกๆ ที่เขาแอบซุกซ่อนเอาไว้ออกมาให้เพื่อนทั้งสองคนได้รับรู้

 

“เขาไม่เคยพูดอะไรเลยเหรอ” ยองแจถามเสียงอ่อนเพราะคนเราถ้าหากรู้สึกดีๆ กับอีกฝ่ายที่มากพอจนขนาดที่ว่าจูบกันขนาดนี้แล้วจะให้ไม่พูดอะไรเลยมันก็ดูแปลกไปหน่อยหรือเปล่า

 

“ไม่เคย...”​ แบมแบมตอบเสียงเบาใบหน้าหวานที่มักสดใสอยู่เสมอแอบหม่นหมองลงจนสังเกตได้

 

“แล้วความรู้สึกของแบมหล่ะ” จินยองถามต่อ

 

“แบมก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ...แบมก็แค่รู้สึกดีที่มีพี่เขาในทุกวัน ชอบเวลาที่พี่เขาสัมผัส...ตรงนี้มันเต้นแรงเหมือนจะเด้งหลุดออกมาข้างนอกให้ได้” ร่างบางว่าแบบนั้นพลางชี้ไปที่อกข้างซ้ายที่เป็นตำแหน่งของหัวใจและในตอนที่แบมแบมกำลังพูดถึงมาร์คนั้นใบหน้าหวานก็ฉายชัดถึงความสุขโดยที่เขาไม่รู้ตัวว่าได้แสดงดีหน้าแบบนั้นออกมา

 

“งั้นเราจะบอกอะไรให้นะเกี่ยวกับความรู้สึกของแบมน่ะ” จินยองพูดออกมาเสียงนุ่มที่เจือปนไปด้วยความเอื้อเอ็นดูเหมือนเห็นอาการเหมือนเด็กน้อยที่กำลังหลงทางอยู่ในวังวนแห่งความรักครั้งแรกนั่น

 

“อะไรเหรอ”

 

“แบมแบมชอบพี่เขาเข้าอย่างจังแล้วล่ะ รู้ตัวไหม?”

 

ย้อนกลับไปที่ห้านาทีก่อนหน้าที่ทั้งสามคนกำลังคุยกันโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัวเลยว่ามีชายหนุ่มอีกสามคนได้นั่งหันหลังอยู่โต๊ะที่ถัดออกไปทางข้างหลังของพวกจินยองและยองแจมาตั้งแต่ต้นและได้ยินบทสนทนาทั้งหมด

 

“ยังไม่ได้คบกันแล้วเป็นอะไรกันหล่ะแบมแบม” 

 

“กะ...ก็แค่พี่น้อง

 

“พี่น้องเขาไม่จูบกันหรอกนะ” 

 

“ขะ...ขอโทษ” 

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ก็แจแจพูดความจริงนี่นา”

 

“อีกอย่างมันก็แค่จูบทักทายปกตินั่นแหละแบบที่คนยุโรปเขาชอบทำกันหน่ะ”

 

“แบมแบม.../แบมแบม...”

 

“ผู้ชายเหมือนกันไม่เป็น...”

 

“นายกำลังพยายามหลอกตัวเองอยู่หรือเปล่าแบมแบม”

 

“แบม...แบมไม่รู้...” 

 

“ดูทำหน้าเข้า มีอะไรอยากระบายไหม”​ 

 

“ใช่ๆ พวกเราเป็นเพื่อนกันนะถ้าเพื่อนมีอะไรไม่สบายใจพวกเราก็พร้อมจะรับฟังและช่วยแก้ไขปัญหา”

 

“แบมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าความสัมพันธ์ระหว่างแบมกับพี่เขาคืออะไร...”​

 

“เขาไม่เคยพูดอะไรเลยเหรอ”

 

“ไม่เคย...”​

 

“แล้วความรู้สึกของแบมหล่ะ”

 

“แบมก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ...แบมก็แค่รู้สึกดีที่มีพี่เขาในทุกวัน ชอบเวลาที่พี่เขาสัมผัส...ตรงนี้มันเต้นแรงเหมือนจะเด้งหลุดออกมาข้างนอกให้ได้”

 

“งั้นเราจะบอกอะไรให้นะเกี่ยวกับความรู้สึกของแบมน่ะ”

 

“อะไรเหรอ”

 

“แบมแบมชอบพี่เขาเข้าอย่างจังแล้วล่ะ รู้ตัวไหม?”

 

“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมไอ้มาร์ค” เสียงของเจบีที่นั่งอยู่ข้างซ้ายเพื่อนสนิทหน้าตายที่ตอนนี้ก็ยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา

 

“อืม” มาร์คเพียงแค่ตอบสั้นๆ ในลำคอเท่านั้น

 

“ก็ดี แต่กูอยากจะบอกอะไรไว้อย่างนึง...คนอย่างน้องมันไม่ใช่คนที่มึงจะมาเล่นๆ หรือทำชุ่ยๆ ได้หรอกนะเพราะงั้นถ้าไม่ชอบก็ปล่อยเขาไปตั้งแต่ตอนนี้” แจบอมพูดต่อถึงแม้เขากับน้องรหัสของเพื่อนสนิทจะไม่ได้คุยกันมากแต่คนอย่างเจบีไม่เคยดูคนผิดเพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าแบมแบมเป็นแบบไหนและเขาก็ไม่อยากให้น้องเสียใจเพราะยังไงเขาก็เอ็นดูน้องคนนี้เหมือนกับน้องชายของตัวเอง

 

“แต่ถ้ามึงชอบก็อย่ารอช้าขืนยังทำมึนๆ แบบนี้ระวังจะถูกคนอื่นแย่งไป” แจ็คสันพูดเสริมซึ่งสิ่งที่เขาพูดนั้นอาจจะแฝงไปด้วยน้ำเสียงที่เหมือนล้อเล่นแต่หากความเป็นจริงแล้วพวกเขาก็รู้ดีว่ากลุ่มน้องรหัสพวกเขาดังในหมู่รุ่นพี่หรือเพื่อนๆ ด้วยกันมากแค่ไหน ด้วยความน่ารักแบบนั้นทำให้ถูกจับตามองและหมายปองจากคนมากมายแต่ที่เพราะยังไม่มีใครกล้ามาจีบมากมายเพราะยังเกรงกลัวพวกเขานั่นแหละ แต่ก็ไม่หมายความว่าจะไม่มีคนกล้าเสี่ยงใช่ไหมล่ะ

 

“กูไม่ได้เล่นๆ” มาร์คพูดออกมาสั้นๆ ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองและหันหลังเดินไปหาน้องรหัสของตัวเองที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหลังพวกเขา

 

“พะ...พี่มาร์ค” ซึ่งแบมแบมที่เห็นแบบนั้นก็เอ่ยเรียกชื่อของคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะโผล่มาในตอนนี้ได้แถมนั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ โดยที่เขาไม่ทันสังเกตด้วยความตกใจไม่น้อย

 

 

 

 

“มากับฉัน”








#รูมเมทมบ





“มากับฉัน” เสียงทุ้มพูดขณะที่คว้าข้อมือเล็กให้เดินตามไปด้วยกันท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่ยอมลุกขึ้นเดินตามไปตามแรงดึงและท่ามกลางสายตาของคนมากมายที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็นเนื่องจากทั้งสองคนนั้นกำลังเป็นประเด็นที่คนพูดถึงมากมายที่สุดในเช้านี้

 

“พี่มาร์คครับเราจะไปไหนกัน...”

 

“...”

 

“พี่มาร์ค” เสียงหวานที่เอ่ยถามคนที่เดินอยู่ข้างหน้าแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบมาสักทีเพียงแค่ดึงข้อมือเล็กให้เดินตามเขาไปเท่านั้น จนกระทั่งพวกเขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่กลางสวนหย่อมหลังอาคารอเนกประสงค์ที่มีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นมากมายจนสามารถแผ่ปกคลุมให้ความร่มเย็นกับผู้คนที่เข้ามาเดินเล่นได้ดี

 

“...”

 

“...” 

 

บรรยากาศทั้งสองกลับเข้าสู่ความเงียบงันหนึ่งคนกำลังเสหลบตามองไปทางนู้นทางนี้ ส่วนอีกคนกำลังใช้สายตาคมเข้มจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่คิดวางตาจนกระทั่งคนที่ไม่ค่อยชอบพูดเสียเท่าไหร่นักจะเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน

 

“ที่พูดหน่ะจริงๆ เหรอ” เขาถามออกมาตรงๆ เหมือนดั่งเช่นทุกทีหากเขามีข้อสงสัยอะไรที่ต้องการจะรู้

 

ได้ยินจริงๆ ด้วยสินะ...

 

“พี่หมายถึงเรื่องอะไรเหรอครับ” และถึงแม้คนถูกถามจะรู้ตัวดีว่าผู้ถามกำลังหมายถึงเรื่องอะไรแต่เขาก็ยังดีมึนทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวพลางมองนกมองไม้ไปเรื่อยจนคนตัวสูงกว่าต้องขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน

 

“แบมแบม...นายรู้ดีว่าฉันกำลังหมายถึงเรื่องอะไร” เสียงทุ้มกดลงต่ำกว่าเดิมทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเข้าสู่สภาวะกดดันมากกว่าเดิมจนคนตัวเล็กที่รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นเผลอลอบกัดปากอิ่มของตัวเอง

 

“พี่ต้องการคำตอบแบบไหนล่ะครับ” ร่างบางตอบคำถามด้วยคำถามขณะที่ดวงตากลมโตยอมเคลื่อนมาสบเข้ากับดวงตาดุๆ ของคนที่ตรงหน้าเขาที่มองมาก่อนตั้งแต่แรกแล้ว

 

“ความรู้สึกนาย...จริงๆ” มาร์คว่าแบบนั้นน้อยครั้งนักที่เขาจะสนใจเรื่องความรู้สึกคนอื่นรอบกายขนาดนี้ หากแต่เมื่อพอเป็นเรื่องของแบมแบมแล้วเขาก็ไม่สามารถเลี่ยงได้เลยที่จะไม่สนใจใยดี

 

“...”

 

“แบมแบม...” ทว่าสิ่งที่เขาได้รับตอบกลับมานั้นมีเพียงแต่ความเงียบงันจนสุดท้ายแล้วเขาต้องเอ่ยคาดคั้นอีกครั้งด้วยการเรียกชื่ออีกฝ่ายจนกระทั่งคนตรงหน้าเขาเป็นฝ่ายทนไม่ไหวเสียเอง

 

“ถ้าพี่รู้แล้ว...เรื่องระหว่างเราจะเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่าครับ”

 

“หมายความว่ายังไง” คนตัวสูงถามอย่างไม่เข้าใจในความหมายของคำพูดของร่างน้อยเสียเท่าไหร่นัก

 

“ถ้าพี่รู้...พี่จะเปลี่ยนไปไหม พี่จะเบื่อผมหรือเปล่า” 

 

“...”

 

“ถ้ารู้ว่า...เจ้าก้อนเนื้อในอกของผมก่อนนี้มันเต้นไม่เป็นส่ำทุกครั้งที่ได้สบตา สัมผัสหรือเข้าใกล้ผู้ชายที่ชื่อมาร์ค ต้วน...”

 

แต่ดูเหมือนว่าการที่คนตัวเล็กได้เริ่มพูดสิ่งที่แอบซุกซ่อนเอาไว้ในจิตใจออกมาแล้วครั้งนึง มันก็พรั่งพรูหลุดออกมาอย่างไม่ขาดสาย คำถามมากมายแฝงไปด้วยความกังวลที่ถูกหลบซ่อนเอาไว้จากทุกคนถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจนมาร์คทำได้แต่เพียงยืนฟังอย่างเงียบๆ เท่านั้น

 

“...”

 

“พี่จะยังคงอยู่ตรงนี้ไหม” เสียงหวานเอ่ยออกมาราวกับจะตัดพ้อกับคนที่ไม่เคยพูดอะไรออกมาให้ชัดเจนเลยสักครั้ง มีเพียงแค่คนตัวเล็กที่ต้องพยายามหักห้ามใจและห้ามปรามตัวเองไม่ให้คิดอะไรเลยเถิดไปมากกว่าคำว่าพี่น้อง

 

“ร้องไห้ทำไม” ร่างหนาไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ที่ร่างบางถามออกมา เขาเพียงแค่ก้าวเข้ามาใกล้ๆ คนตัวเล็ก มือใหญ่ถูกยกขึ้นไปประคองใบหน้านวลที่ตอนนี้ดวงตากลมโตราวกับลูกกวางน้อยนั่นกำลังมีน้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะหยดแต่เพราะเจ้าของมันกำลังพยายามอดกลั้นอย่างสุดความสามารถไม่ให้มันไหลออกมา

 

“ผมเปล่า...” เขาพูดปดคำโตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่ก้าวถอยหลังหนีคนตัวสูงกว่าออกไปหนึ่งก้าวจนคนที่ก้าวเข้ามาก่อนนั้นได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“ฉันพูดไม่เก่ง...” เขาเริ่มพูดออกมาขณะที่ดวงตาคมที่ฉายแววจริงจังกำลังสบเข้าไปในดวงตาอีกคู่หนึ่งของแบมแบมที่ถูกปกคลุมด้วยม่านน้ำใสๆ อยู่

 

“...”

 

“เพราะงั้นหวังว่านี่จะเป็นคำตอบของคำถามทั้งหมดที่นายอยากจะรู้ได้” มาร์คพูดออกมาเป็นประโยคยาวเยียดซึ่งน้อยครั้งนักที่เขาจะพูดยาวๆ ออกมาขนาดนี้ แต่ถึงแม้มันจะผิดวิสัยของเขายังไงก็ตามทีแต่ใครสนกันล่ะ...สำหรับชายหนุ่มตอนนี้แล้วความรู้สึกของคนตัวเล็กตรงหน้าเขาสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

 

หมับ

 

“!!!” 

 

“ทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะคนที่ชื่อแบมแบม” ไม่พูดเปล่าร่างหนาก็ก้าวเข้ามาใกล้คนตัวเล็กกว่าอีกครั้งพร้อมกับแขนแกร่งที่ตวัดรอบเอวบางรั้งร่างระหงให้เซเข้ามาในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นยิ่งกว่าใคร

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

 

เสียงหัวใจแกร่งที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นมันกำลังเต้นถี่รัวจนเหมือนจะกระเด็นหลุดออกมาจากอกแกร่ง เสียงหัวใจที่ทำให้คนที่ถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดเพื่อจะฟังมันต้องเม้มปากเข้ากัน ความรู้สึกของแบมแบมตอนนี้นั้นกำลังตีกันมั่วไปหมดทั้งดีใจ สับสน คาดหวังและอีกมากมายจนคนตัวเล็กไม่สามารถควบคุมมันได้

 

always think action speaks lounder than words but you don’t. So, (ฉันคิดเสมอว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูดแต่ไม่ใช่สำหรับนายเพราะอย่างนั้น...)”

 

“...”

 

“เรามาลองคุยๆ กันดีไหม?”มาร์คก้มลงมากระซิบข้างๆ หูของคนที่กำลังซุกหน้าอยู่กับอกของเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ จนคนได้รับนั้นรู้สึกหัวใจพองฟูจนแทบจะล้นอก ความรู้สึกแย่ๆ เมื่อครู่หายไปแล้วเหลือแต่เพียงความอบอุ่นอยู่ในใจ

 

“คำตอบล่ะ” เขาถามขึ้นมาอีกครั้งและรอฟังสิ่งที่เขาอยากรู้อย่างใจเย็น ก่อนที่อ้อมกอดนั้นจะกระชับเข้ามาแน่นกว่าเดิมหลังจากที่ได้ยินคำตอบที่เขาเฝ้ารอและต้องการที่จะได้ยิน

 



 

“ครับ”

 

 

 

100%

 

 

______________________________

 

ยังเด้อยัง ยังไม่ได้คบกันเน้

ทุกคนต้องใจเย็นๆ 555555555

คาดว่าหลายคนคงมีคำถามว่าทำไมต้องใส่ภาษาอิงเข้าไปด้วย

คือปกติพี่มาร์คกับน้องแบมใช้ภาษาอังกฤษคุยกันนะคะ

ในเรื่องทีนี้ไรท์อย่างใส่อิงเข้าไปในบางช่วงเพื่อความกร๊าวใจส่วนตัว ไม่มีอะไรเลย แวววว


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.022K ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2960 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 21:58
    แต่พี่จูบเค้าไปแล้วนะ?
    #2960
    0
  2. #2950 missnight__ (@missnight17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 01:20
    พูดไม่เก่งแต่กอดเก่ง จูงเก่งงง
    #2950
    0
  3. #2923 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:55
    พี่แค่พูดไม่เก่ง
    #2923
    0
  4. #2896 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:03
    คุย คบ?
    #2896
    0
  5. #2864 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 17:53
    คุยๆ...อะไรของเเก!!!!
    #2864
    0
  6. #2849 rjisubb (@rjisubb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 15:32
    เนี่ยอ่านมารอบ2แล้วตอนถามความในใจเราจะอ่านแบบผ่านๆข้ามๆไปทุกครั้งเลยเพราะอะไรหรอ555เพราะเขิลอ่านไม่ได้555
    #2849
    0
  7. #2812 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 17:07
    พี่เค้าพูดไม่เก่งถนัดปฏิบัติน่ะแบม
    #2812
    0
  8. #2790 Finzerhun (@Finzerhun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 02:20
    ละมุนไปหมด อบอุ่นไปหมด ฮืออเขินเหลือเกินเจ้าค่ะ
    #2790
    0
  9. #2784 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 16:59
    คนคุยไม่มีสิทธิ์ดิฟคิสระครับ จุ้บๆก้ไม่ควร!!!!
    #2784
    0
  10. #2715 brrrrrrrra (@fanshoi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 16:48
    จริงๆตอนนี้มาร์คควรบอกว่าเรามาลองคบกันไหม จูบลูกชั้นไปขนาดนั้นยังมาคุยอะไรกันอีกกก
    #2715
    1
  11. #2616 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 18:27
    ลองคุยๆแบบไหนกันนะถึงจูบลูกเลา
    #2616
    0
  12. #1984 gan8824 (@gan8824) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 21:05
    คุยๆ นี่ยังไง?><
    #1984
    0
  13. #1815 `Gyeommdefs. (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 00:28
    คุยๆนี่คือคบยัง55555
    #1815
    0
  14. #1693 P.L.Y (@pukpikply) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:57
    อ้ากกกกกกกกก ขอรถพยาบาลหน่อย
    #1693
    0
  15. #1659 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:59
    หู้ว ดีพกลางมหาลัยเลยเหรอคะพี่มาร์ค น้องร้อง เราก็ใจไม่ดีตามเลยฮื่อ
    #1659
    0
  16. #1168 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 21:36
    แหมมมมกว่าจะยอมพูดนะคะ
    #1168
    0
  17. #934 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 15:07
    นึกว่าจะขอเป็นแฟนเลย แต่จะดีพก็ดีพเลย ยอมจำอพมาร์ค 555555
    #934
    0
  18. #816 keyprince (@patty62442) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 18:22
    เขินมากก ฮือ
    #816
    0
  19. #810 Blackhill (@aas77958) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 15:17
    รักอ่ะ โอ้ยยเขินมากอะ
    #810
    0
  20. #753 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 23:28
    ต้องให้กระตุ้นนะคุณพี่รหัส 5555
    #753
    0
  21. #732 tanwilai21 (@tanwilai21) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 19:02
    เขินก็เขิน แต่กลัวคำว่า "คุยกัน"ของอีคนพี่นี่แหละ 555#คนขี้ระแวง
    #732
    0
  22. #731 sary2b (@sary2b) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 17:51
    อ่อนระทวยหมดแล้ว>//<
    #731
    0
  23. #730 aommiibunnie (@aommiibunnie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 15:22
    เขินมากไม่ไหวแล้ววววช่วยด้วยยยยย
    #730
    0
  24. #727 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 15:10
    เท่านี้ก็พอใจเล้ว รับผิดชอบน้องสักนิด555
    #727
    0
  25. #726 bever2017 (@bever2017) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 14:50
    ใยเจ้าไม่ขอน้องแบมเป็นแฟนเลยล่ะ ฮึ คุณพี่มาร์ค
    #726
    0