(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 5 : ROOM IV : FRESHY CAMP

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 850 ครั้ง
    26 มี.ค. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room IV

Freshy Camp

________________________________________________________

 

 

 

  

  ________________________________________________________

 


“แบมแบมนายเห็นประกาศเรื่องกิจกรรมรับน้องหรือยัง” เสียงของจินยองเอ่ยถามเพื่อนสนิทร่างเล็กที่กำลังเก็บของลงกระเป๋าหลังเลิกเรียนวิชาคาบบ่าย

 

“อืม เห็นแล้วล่ะ พรุ่งนี้แล้วใช่ไหม” เจ้าของชื่อพยักหน้าหงึกหงักขณะที่ตอบเพื่อนสนิทไป

 

“ใช่ๆ เห็นพี่เจบีบอกว่าต้องจับคู่ไปกับพี่รหัสด้วยนะ” จินยองพูดเสริมขณะที่บอกสิ่งที่ตัวเองรู้มาจากพี่รหัสที่อยู่ห้องเดียวกันที่มีตำแหน่งเป็นประธานนักศึกษาคนปัจจุบัน

 

“จริงเหรอ ทำไมแบมไม่เห็นรู้เรื่องเลยอ่ะ” คราวนี้แบมแบมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากเก็บของตรงหน้าเสร็จแล้วด้วยใบหน้าที่แปลกใจพอสมควรกับเรื่องที่เพิ่งรู้มา

 

“อื้ม ความจริงพี่รหัสทุกคนเขาจะรู้อยู่แล้วน่ะ แต่เรามาเตือนแบบอีกรอบเพราะ...” จินยองพยักหน้าน้อยๆ แล้วพูดต่อหากแต่ละตรงช่วงเหตุผลไว้ไม่พูดต่อเพราะพวกเขาต่างรู้กันดีว่าพี่รหัสของแบมแบมเป็นคนแบบไหน

 

“เห้อออ แล้วพรุ่งนี้รุ่นพี่เขาจะยอมตื่นไหมเนี่ย เขานัดหกโมงใช่ไหม” คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเจ้าตัวแอบกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับพี่รหัสแสนขี้เซาของเขา ขนาดทุกวันนี้ตารางเรียนเช้าสุดเก้าโมง เขายังปลุกแล้วปลุกอีกนี่หกโมงเช้าเลยนะ หกโมงเช้าน่ะ! ไม่ต้องลุกขึ้นมาตั้งแต่ตีห้าเพื่อปลุกเลยเหรอ

 

“ใช่ๆ ห้ามเลทด้วยนะแบมไม่งั้นมีบทลงโทษด้วย” คราวนี้ยองแจเป็นคนเอ่ยเสริมซึ่งนั่นยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกหนักใจมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

ฮือ แบมไม่อยากโดนลงโทษตั้งแต่เริ่มนะ

 

และแล้วเวลานั้นก็ไม่คอยท่า (เพราะปลายนิ้วของเราเอง คริๆ : ไรท์) เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วจนผ่านไปอีกวัน

 

ขณะที่เป็นเวลาตีห้านิดๆ แล้วแบมแบมก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนมาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมกับมานั่งจุมปุ๊กอยู่ขอบเตียงของพี่รหัสที่ยังคงนอนหลับหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอไม่มีสะดุด

 

ต้องรีบหน่อยแล้วเดี๋ยวไม่ทัน...

 

“รุ่นพี่ครับ...” เสียงใสเอ่ยออกไปพร้อมกับมือเรียวที่ดึงผ้าห่มอีกฝ่ายออกเหมือนดั่งเช่นทุกวันที่ต้องมาปลุกร่างหนา

 

“...” และแน่นอนสิ่งแรกที่มักจะทักทายเขาเสมอเมื่อเริ่มปลุกอีกฝ่ายคือความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศเบาๆ ดังเป็นเพื่อนเขา

 

“รุ่นพี่ครับ ได้เวลาตื่นแล้วนะครับ” เสียงใสยังคงเอ่ยออกมาอีกครั้งขณะที่สะบัดผ้านวมผืนหนาให้ไปกองแถวปลายเตียง ก่อนที่มือเรียวจะส่งมาเขย่าที่ต้นแขนแกร่งด้วยความแรงที่เยอะพอสมควร

 

“...” แต่ถึงกระนั้นคนปลุกยากยังไงก็ยังคงเป็นคนปลุกยากและขี้เซาอยู่วันยังค่ำเพราะลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอนั้นไม่ได้สะดุดเลยแม้แต่นิด

 

“รุ่นพี่ครับ พวกเรากำลังจะสายแล้วนะครับ” แบมแบมยังคงไม่ย่อท้อขณะที่ยกนาฬิกาข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูและพบว่าตอนนี้ใกล้จะตีห้าครึ่งแล้วถ้าอีกฝ่ายยังไม่รีบตื่นขึ้นมาทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำพวกเขาอาจจะโดนลงโทษแน่ๆ

 

“อือ...” ในที่สุดคนที่โดนก่อกวนการนอนก็เริ่มส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ และเริ่มขยับตัวน้อยๆ ส่วนนึงเพราะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่มากระทบตัวเขา อีกส่วนน่าจะเพราะเสียงหวานกับแรงเขย่าจากมือเรียวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อนนั่นเอง

 

“รุ่นพี่ครับ ตื่นไปอาบน้ำเถอะครับ” ร่างบางที่เห็นแบบนั้นก็รีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิมเพราะเกรงว่าถ้ายังปล่อยไว้อีกครู่นึงอีกฝ่ายต้องเคลิ้มหลับอีกครั้งเป็นแน่

 

“อืม...”​ เสียงทุ้มตอบรับเบาๆ ในลำคอที่ไม่รู้ว่าเป็นการตอบรับเพราะเข้าใจแล้วจริงๆ หรือเป็นการตอบรับไปแบบนั้นตามประสาคนง่วงกันแน่

 

“อืมแล้วก็ลุกขึ้นสิครับ” คนตัวเล็กเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มงอแงเพราะเขาไม่อยากโดนลงโทษจริงๆ เพราะอย่างนั้นตอนนี้ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เจ้าตัวก็ต้องปลุกพี่รหัสร่างสูงคนนี้ให้ตื่นขึ้นมาให้ได้

 

“รู้แล้ว...” เสียงทุ้มที่แหบพร่าตามประสาคนที่เพิ่งตื่นนอนพูดออกมาเบาๆ ขณะที่ตาคมที่ฉายแววง่วงงุนเต็มเปี่ยมก็ค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างช้าๆ

 

เห้อ ในที่สุดก็ตื่น...ขอบคุณสวรรค์!

 

แบมแบมคิดในใจขณะที่ยืนขึ้นเต็มความสูงหลังจากที่เห็นว่าพี่รหัสของตนดูเหมือนจะไม่น่ากลับเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราอีกต่อไปแล้ว

 

ความจริงแล้วเมื่อคืนก่อนที่จะเข้านอนร่างน้อยนั้นได้คุยกับอีกฝ่ายไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วเรื่องกิจกรรมรับน้องที่ต้องเอาพี่รหัสไปด้วย ซึ่งอีกฝ่ายก็รู้ดีตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพราะเคยผ่านมันมาก่อนแถมยังยอมให้สัญญาด้วยการพยักหน้าว่าจะยอมตื่นเช้าไป ถึงแบบนั้นทีแรกคนตัวเล็กก็อดไม่ได้เหมือนกันที่จะแอบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอได้เห็นว่าอีกฝ่ายยอมตื่นขึ้นมาจริงๆ (แม้จะปลุกยากเหมือนทุกทีก็เถอะ) ก็โล่งใจไปเปราะนึง

 

“หลบหน่อย” ในขณะที่แบมแบมกำลังคิดอยู่นั้นเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเหนือตัวทำให้เจ้าตัวหลุดออกจากภวังค์ความคิดของเขาและได้พบว่าภาพระดับสายตาตรงหน้าของเขานั้นเป็นสีเทาไปเสียแล้ว

 

ซึ่งสีเทาที่ว่าไม่ได้เกิดจากสภาวะผิดปกติทางร่างกายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นสีเทาจากเสื้อยืดสีเทาที่รุ่นพี่ของเขาใส่นอนที่ตอนนี้ลุกขึ้นจากเตียงและยืนขึ้นเต็มความสูงเรียบร้อยแล้ว

 

“อะ ขอโทษครับ”​ แบมแบมรีบเอ่ยขอโทษและก้าวถอยหลังออกไปสองสามก้าวพลางยกมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เก้อ

 

พอมายืนใกล้ๆ รุ่นพี่แบบเมื่อกี้แล้วรู้เลยว่าเราสูงแค่อกเขาเองนะเนี่ย

 

“...” มาร์คมองคนตัวเล็กนิ่งๆ อยู่ครู่นึงแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่ขายาวจะก้าวไปทางห้องน้ำและตามมาด้วยเสียงประตูห้องน้ำที่ถูกปิดลงจากมือหนาที่ก้าวเข้าไปเรียบร้อยแล้ว

 

“ฮู่ว ยังพอมีเวลาเหลือทำอาหารเช้าง่ายๆ ดีกว่า” หลังจากที่ร่างหนาเข้าไปในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว แบมแบมก็เป่าลมออกจากปากเบาๆ จนผมหน้าม้าที่มาปรกหน้าของเจ้าตัวเด้งขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะมองนาฬิกาและตัดสินใจเดินเข้าครัวไป

 

06:00 AM

 

ลานกว้างหน้าหอพัก

 

“ฮัลโหลๆ เทสต์ๆ เอาล่ะมากันครบหรือยังครับ” เสียงทุ้มของรุ่นพี่ผู้ชายคนนึงพูดใส่ไมค์ที่ดังก้องไปทั่วลานข้างหน้าให้ทุกคนได้ยินกันดังขึ้นและดึงความสนใจของทุกคนที่อยู่แถวนั้นให้มองไปทางเดียวกัน

 

“น่าจะครบแล้วแหละเนอะ เอาเป็นว่าถ้าใครมาหลังจากนี้จะถือว่ามาสายและจะมีบทลงโทษนะครับ” พี่เขาว่าต่อขณะที่ยิ้มให้ทุกคนที่มองมาอย่างเป็นมิตร

 

“ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนสำหรับคนที่ยังไม่รู้จักผม ผมชื่อยุนโฮอยู่ปีสี่เป็นประธานสภานักศึกษาที่จะมารับผิดชอบกิจกรรมในวันนี้ทั้งหมดนะครับ” เขาพูดแนะนำตัวให้ทุกคนฟังโดยเฉพาะเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาใหม่ที่ไม่น่าจะรู้จักพี่เขาแน่ๆ

 

“กิจกรรมในวันนี้เราจะเล่นเป็นกลุ่มละหกคน แบ่งออกเป็นสามฐานใหญ่ๆ ที่เด็กปีหนึ่งทุกคนต้องเล่นร่วมกับพี่รหัสของพวกคุณและเพื่อนๆ ได้สนิทกันมาขึ้น โดยแต่ละฐานจะเป็นฐานต่อเนื่องกัน ผมแนะนำว่ายิ่งคุณทำกิจกรรมในแต่ละฐานเสร็จเร็วเท่าไหร่ก็มีผลดีต่ออีกฐานดีเท่านั้น กลุ่มที่เล่นทุกฐานผ่านเสร็จเป็นกลุ่มแรกพวกคุณจะได้รางวัลเป็นทริปล่องเรือสำราญหรูฟรีสามวันสองคืนพร้อมกับเมดและคนจัดการดูแลทุกอย่างๆ ดีแต่ว่าถ้าหากคุณเป็นกลุ่มสุดท้ายแล้วล่ะก็พวกก็มีบทลงโทษที่พวกคุณไม่อยากได้รับและคาดไม่ถึงแน่” ยุนโฮร่ายออกมายาวในขณะที่น้องๆ ทุกคนตั้งใจฟังและมีรีแอ็คชั่นตอนช่วงพูดถึงรางวัลและบทลงโทษพอสมควร

 

“ถือว่าทุกคนทราบสิ่งที่ควรจะทราบแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ทุกคนเริ่มจับกลุ่ม กลุ่มละหกคนและมารับกระเป๋าเป้กับพี่สตาฟที่ยืนสแตนบายอยู่ตรงนั้นและเริ่มกิจกรรมได้เลยครับ รายละเอียดกิจกรรมแรกจะใส่ไว้ในกระเป๋า ส่วนกิจกรรมต่อๆ ไปพวกคุณจะทราบได้ก็ต่อเมื่อพวกคุณทำกิจกรรมในฐานก่อนหน้าเสร็จแล้วเท่านั้น...ผมขอให้พวกคุณโชคดีและสนุกสนานไปกับกิจกรรมของพวกเรา ขอบคุณครับ” พูดจบชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีตำแหน่งเป็นประธานสภานักศึกษาก็หมุนตัวเดินกลับไปคุยกับสตาฟคนอื่นๆ ข้างหลัง ส่วนทางด้านผู้ที่ต้องร่วมกิจกรรมก็เริ่มจับกลุ่มกันและเริ่มทยอยไปรับกระเป๋าที่จุดที่มีสตาฟยืนอยู่

 

“แบมแบม จินยอง รีบไปกันเถอะ!” เสียงหวานติดจะแหลมใสของยองแจดังขึ้นทำให้เจ้าของชื่อทั้งสองคนที่ถูกเรียกหันไปมองยองแจที่เดินมาพร้อมกับพี่รหัสของเขา

 

“อื้อ ไปสิๆ” แบมแบมตอบรับขณะที่หันไปโค้งให้พี่รหัสของเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนอยู่กับเพื่อนสนิทของเขาเป็นการทักทายอย่างมีมารยาท

 

“สวัสดีครับ พี่เจบี พี่แจ็คสัน” ซึ่งคนที่อายุมากกว่าทั้งสองคนนั้นก็พยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนที่จะเป็นแจ็คสันที่หันไปพูดกับเพื่อนสนิทอีกคนของเขาที่ยืนเงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่ลงมาจากห้อง

 

“ไงไอมาร์ค ตื่นหรือยัง”

 

“...” และสิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือความเงียบงันที่แสนคุ้นเคยกับสายตาเนือยๆ ปนง่วงนอนของเพื่อนสนิทที่ถูกถามและพยักหน้าตอบรับช้าๆ

 

“ว่าแต่พวกเราอยู่กลุ่มเดียวกันอีกแล้วว่ะ เหมือนตอนปีหนึ่งไม่มีผิด” แจ็คสันพูดต่อขณะที่ยกแขนขึ้นพาดบ่าเจบีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนที่จะถูกเจ้าของบ่าปัดออกอย่างไร้เยื่อใย

 

“เลิกพูดมาก ไปทำกิจกรรมได้แล้ว”​ ว่าจบเขาก็เดินนำไปพร้อมกับคว้าข้อมือจินยองน้องรหัสเขาไปด้วย

 

“นั่นสินะๆ เราก็รีบไปกันเถอะน้องหมวย” แจ็คสันยังคงพูดเสียงระรื่นแล้วยกมือขึ้นพาดบ่าน้องรหัสร่างเล็กของตนและรีบเดินตามเพื่อนไป

 

“เอ่อ...” แบมแบมที่เห็นว่าคนอื่นเดินไปหมดแล้วก็แอบเหลือบมองพี่รหัสของตนที่ยืนนิ่งๆ อยู่ข้างๆ

 

“ไปเถอะ” และดูเหมือนว่าเขาจะรู้ว่าร่างน้อยจะพูดอะไรเพราะเสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นมา ขณะที่มือหนาแตะไปที่ข้อศอกของแบมแบมเบาๆ เหมือนเป็นเชิงให้ออกเดินไปด้วยกัน...



#รูมเมทมบ



“สรุปกิจกรรมแรกเป็นอะไรเหรอครับ” แบมแบมเอ่ยถามเจบีที่เป็นคนเปิดกระเป๋าเพื่อหยิบกระดาษเกี่ยวกับรายละเอียดกิจกรรมแรกไว้อยู่

 

“เราต้องหาธงของทีมเราให้ครบหกอันโดยที่จะมีคนๆ นึงคอยถือเป้และเก็บธงเอาไว้ แต่คนที่เป็นคนดูแลเป้นั้นห้ามเท้าสัมผัสพื้นตลอดทั้งวัน” แจบอมร่ายออกมายาวถึงรายละเอียดทั้งหมดพร้อมกับหันรูปธงของทีมพวกเราที่แต่ละธีมจะไม่เหมือนกันให้ทุกคนดู

 

“โห แล้วใครจะถือเป้ พวกเราทีมชายล้วนเลยนะเนี่ย” เสียงของยองแจถามขึ้นมาขณะที่มองไปที่สมาชิกในทีมทุกคน จริงอยู่ที่ถ้าไม่นับพวกพี่รหัสพวกเขาก็อยู่ในหมวดเด็กหนุ่มร่างบางตัวเล็กก็จริงแต่ถึงจะตัวเล็กร่างบางยังไงก็เป็นผู้ชายคนนึง น้ำหนักก็ต้องแตกต่างจากผู้หญิงมากอยู่แล้วเพราะงั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องแบกใครคนนึงตลอดทั้งวันต่อให้มีการผลัดเปลี่ยนกันก็ตามที

 

“ใครน้ำหนักเบาที่สุดล่ะ” สิ้นคำถามของแจ็คสันสายตาของทุกคนก็เริ่มหันไปมองกันและกันและสุดท้ายก็หันมามองรวมกันที่คนๆ เดียวที่ดูหุ่นบางตัวเล็กที่สุดในบรรดาพวกเขา...แบมแบม

 

“เอ่อ...ผมเหรอครับ?” เจ้าตัวถามด้วยใบหน้าเหลอหลาขณะที่นิ้วเรียวชี้เข้าตัวเองซึ่งไม่ต้องรอให้ใครมาตอบหรือพูดอะไรเพิ่ม กระเป๋าเป้สีเขียวสว่างที่อยู่ในมือของคนที่เป็นประธานนักศึกษาก็โยนให้ร่างน้อยทันที

 

“แล้วใครจะเป็นคนแบกคนแรก” แบมแบมที่รับกระเป๋าเป้ใบนั้นมาแบบงงๆ ขณะมองซ้ายมองขวาสลับไปมาระหว่างแต่ละคนที่เริ่มคุยกันถึงคนแบก

 

อ่าๆ สรุปแบมต้องเป็นคนดูแลเป้สินะ

 

คิดได้ดังนั้นแบมแบมก็เอาเป้ขึ้นมาสะพายหลังตนและปรับสายข้างๆ ให้กระชับเพื่อความสะดวก

 

“ฉันเอง” เสียงทุ้มของคนที่ยืนเงียบมาตลอดตั้งแต่ทีแรกเอ่ยออกมาให้ทุกคนได้ยินพร้อมกับเดินไปหันหลังย่อตัวตรงหน้าแบมแบมที่มัวแต่สนใจกระเป๋าเป้ไม่ได้สนใจฟังที่คนอื่นพูดกันเมื่อครู่จนเพื่อนสนิทอย่างยองแจต้องเอ่ยเรียก

 

“แบ่มแบ๊มม! ขึ้นขี่หลังพี่รหัสนายสิ ยืนเด๋ออยู่ได้”

 

“หะ หา? อ่อ โอเคๆ ขออนุญาตนะครับรุ่นพี่” แบมแบมหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักตกลงแล้วยื่นมือไปเกาะไหล่กว้างของคนตัวสูงกว่าแล้วกระโดดขึ้นหลังพี่รหัสของตนที่เอามือรอรับอยู่แล้ว

 

มือใหญ่ที่สอดเอาไว้ใต้ขาเรียวกระชับเข้ามาให้แน่นกว่าเดิมเล็กน้อยทำให้ช่วงแผ่นท้องเรียบของแบมแบมแนวชิดไปกับแผ่นหลังของคนตัวสูงกว่าอย่างไม่มีที่ว่างให้แม้แต่มดตัวน้อยเดินแทรกผ่านได้

 

“เกาะดีๆ เดี๋ยวตก” เสียงทุ้มพูดออกมากับแบมแบมเมื่อเขาเห็นว่าคนตัวเล็กแค่เพียงจับปลายเสื้อของเขาตรงบ่าเอาไว้หลวมๆ แค่นั้น

 

“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ” แต่ร่างน้อยก็ปฏิเสธออกมาเบาๆ เนื่องจากรู้สึกแปลกๆ ที่ต้องขึ้นมาขี่หลังอีกฝ่ายแม้เขาจะเป็นพี่รหัสตนก็ตาม ซึ่งการปฏิเสธนั่นก็ทำให้คนที่เป็นคนแบกถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยืนขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง

 

“เหวออ” นั่นทำให้แบมแบมที่โดนแบกอยู่เกือบต้องหงายหลังลงไปเพราะระดับความสูงที่จู่ๆ เปลี่ยนแปลงไปจนต้องเอามือโอบกอดรอบคออีกฝ่ายเอาไว้อย่างตกใจไม่น้อย ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นจับไหล่กว้างของคนแบกอย่างรวดเร็วไม่จับเพียงแค่ปลายเสื้อเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป

 

“หึ” ชายหนุ่มร่างหนาที่เห็นคนตัวเล็กกว่าที่อยู่บนหลังของเขาและกำลังโอบรอบคอเขาอยู่เนื่องจากกลัวตกหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ ก่อนจะออกเดินพร้อมกับคนอื่น

 

“รุ่นพี่จะดื่มน้ำหน่อยไหมครับ” หลังจากที่ทุกคนเริ่มทำกิจกรรมไปได้ครู่ใหญ่ๆ แบมแบมก็เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำที่เขาสอดเอาไว้ตรงที่ใส่ขวดน้ำตรงข้างกระเป๋าเป้ที่หยิบลงมาจากห้องพร้อมกับเปิดฝา หยิบหลอดที่พับเก็บเอาไว้ข้างในออกมาแล้วยื่นไปตรงหน้าของคนที่แบกตนอยู่

 

“อืม”​ มาร์คตอบรับมาเบาๆ พร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อจะไปดูดน้ำจากหลอดแต่ว่าเพราะหลอดนั้นถูกพับตรงส่วนใกล้ปลายหลอดเพื่อให้ปิดฝาได้ มันจึงทำให้หลอดน้ำนั้นแตกจนมีน้ำไหลออกมาข้างๆ

 

“อ้ะ รอแป๊บนะครับ” เมื่อแบมแบมที่เห็นแบบนั้นเลยใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือขวดเอื้อมไปจับหลอดเพื่อปิดตรงรูที่แตกให้คนตัวสูงสามารถดูดน้ำได้ง่ายขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เขากำลังเอามือโอบรอบคอของอีกฝ่ายอยู่จนเหมือนเป็นการกอดคอกันกลายๆ

 

และเนื่องจากอากาศในวันนี้ค่อนข้างร้อนอบอ้าวพอสมควรทำให้คนที่มาจากเมืองหนาวอย่างร่างหนามีเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าและแผ่นหลังเต็มไปหมด แถมยิ่งต้องแบกคนตัวเล็กไว้บนหลังจนแนบชิดกันแล้วอีกทำให้ความร้อนเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

“เดี๋ยวผมเช็ดเหงื่อให้นะครับ”​ แบมแบมที่เห็นแบบนั้นจึงเอ่ยออกมาเหมือนขออนุญาตพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีอ่อนของตัวเองออกมา

 

“...” เมื่อเขาไม่เห็นพี่รหัสตัวเองพูดหรือบ่นอะไรออกมาสักคำจึงถือว่านั่นเป็นคำตกลงและเริ่มเอาผ้าเช็ดหน้าสีขาวค่อยๆ ซับไปบนใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของอีกฝ่ายเบาๆ

 

หน้าใสจัง...

 

แบมแบมคิดในใจอย่างที่จะอดชื่นชมเขาไม่ได้ขณะที่มือเรียวยังคงซับเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ผุดพรายขึ้นมาให้อีกฝ่าย

 

“อะแฮ่มๆ น้องแบมแบมเช็ดเหงื่อให้พี่ๆ เพื่อนๆ บ้างสิครับ” ในตอนนั้นเองที่บทสนทนาระหว่างคนสองคนมีแต่ความเงียบงันเหมือนดั่งเช่นปกตินั้น เสียงทุ้มติดขี้เล่นของแจ็คสันก็ดังขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่แสนกวนอารมณ์ก็ถูกยื่นมาใกล้ๆ มาร์คและแบมแบม

 

“เอ่อ ได้สิครับ ถ้ารุ่นพี่ไม่รังเกียจหล่ะก็...” แบมแบมเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ตอบตกลงพร้อมกับยื่นมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าอยู่ไปทางที่แจ็คสันยืนอยู่

 

แต่ยังไม่ทันที่ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นจะได้สัมผัสลงบนใบหน้าคมคายของแจ็คสันขายาวของมาร์คก็เดินไปข้างหน้าเสียก่อนพร้อมกับเสียงทุ้มของคนไม่ช่างพูดจะเอ่ยออกมาเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่ไม่กี่คน

 

“รำคาญ”

 

“โถ่ พี่มาร์คคะ พี่มาร์คลืมความรักระหว่างพี่กับแจ็คการีนคนนี้แล้วเหรอคะ!? ทำไมพี่ถึงทำเย็นชากับน้องได้ถึงเพียงนี้...เพราะมันใช่ไหมคะพี่!”

 

ทว่าแจ็คสันก็คือแจ็คสันต่อให้เพื่อนเดินหนีไปพร้อมกับคำว่ารำคาญกระแทกหน้าแล้วนั้นเขาก็ไม่สนใจพร้อมทั้งยังเดินตามไปเดินดักหน้าเพื่อนสนิทเอาไว้พร้อมกับแกล้งดัดเสียงเล็กเสียงน้อยด้วยท่าทางที่สะดีดสะดิ้ง ก่อนจะแกล้งทำเป็นกระทืบเท้าปึงปังและพูดต่อ

 

“ตอบแจ็คกา...โอ๊ย! ไอ้มาร์คมึงเหยียบติงกูทำม๊ายยยยยยย!!!”

 

เสียงทุ้มของแจ็คสันร้องโอดโอยออกมาเสียงดังพร้อมกับยกเท้าขึ้นข้างนึงแล้วกระโดดหยองแหยงไปมาเนื่องจากโดนเพื่อนสนิทเหยียบเข้าเต็มๆ ก่อนจะเดินจากไปนิ่งๆ ก่อนจะที่มาร์คหันกลับมาหลังจากเดินจากไปได้สามสี่ก้าว

 

“โทษที มองไม่เห็น :)” ชายหนุ่มว่าแบบนั้นพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ และหันกลับไปเดินไปข้างหน้าอีกครั้งโดยที่ไม่ได้หันมาสนใจเพื่อนสนิทอีก

 

ไม่ได้ตั้งใจ แต่มึงเหยียบแถมขยี้ซ้ำอีกสองทีด้วยเนี่ยนะ!?

 

แจ็คสันคิดในใจก่อนที่จะยกกำปั้นขึ้นมากำอย่างหมายมั่น

 

 

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึ๊งงงงงงงง”



#รูมเมทมบ



เวลาช่วงเช้าผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงเวลาเที่ยงวันที่ดวงอาทิตย์แผ่แสงจ้าตรงกลางหัวของทุกคน เสียงประกาศของพี่ปีสี่ดังมาจากลำโพงที่ติดไว้ทั่วบริเวณที่แจ้งให้มารวมตัวกันที่โรงอาหารกลางเพื่อรับข้าวกล่องและทำกิจกรรมพิเศษสำหรับช่วงพักกลางวัน

 

“มากันครบแล้วนะครับ” เสียงทุ้มของยุนโฮพี่ปีสีคนเดิมที่ถือไมค์ลอยยืนอยู่กลางโรงอาหารดังขึ้นทำให้ทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวรวมทั้งเสียงจ้อกแจ้กจอแจก็หายไป

 

“ต่อไปนี้ผมจะประกาศกิจกรรมพิเศษสำหรับช่วงพักกลางวันนะครับ ตอนนี้พวกคุณทุกคนจะได้รับข้าวกล่องไปคนละกล่องพร้อมกับช้อนส้อมแล้วถูกไหมครับ”

 

“ครับ/ค่ะ”

 

“ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่มีอะไรยากพวกคุณแค่เพียงต้องจับคู่กับพี่รหัสหรือน้องรหัสของคุณและผลัดกันป้อนข้าวอีกฝ่าย ห้าม! ตัดกินเองเด็ดขาดนะครับ”

 

“โหยยยย...” สิ้นประโยคข้างบนเสียงจ้อกแจ้กจอแจก็ดังขึ้นอีกครั้งบ้างก็เสียงโอดครวญ บ้างก็เสียงบ่นปะปนกันมั่วไปหมดจนคนที่ถือไมค์พูดอยู่ตรงกลางโรงอาหารต่อรีบพูดต่อด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพื่อกลบเสียงทุกคน

 

“อย่าเพิ่งร้องครับ เพราะมีกฎอีกข้อหนึ่งที่พวกคุณจะต้องทำคือก่อนที่พวกคุณจะป้อนกันแต่ละคำนั้นจะต้องพลัดกันถามคำถามเกี่ยวกับอีกฝ่ายเพื่อจะได้สนิทกันมากขึ้นโดยคนถามจะเป็นคนป้อน คนตอบต้องตอบก่อนจึงจะกินได้ พลัดกันไปเรื่อยๆ แบบนี้จนหมดนะครับ” ยุนโฮพูดจนจบพร้อมยกยิ้มกว้างให้จนเห็นฟันสีขาวสะอาดตาครบทุกซี่พร้อมกับมองไปรอบๆ และพูดต่อ

 

“Enjoy your lunch!” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินกลับไปนั่งตรงโต๊ะทานอาหารสำหรับสต๊าฟทุกคนปล่อยให้ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนเริ่มทำกิจกรรมที่เขาแจ้งไปโดยมีสต๊าฟบางส่วนเดินตรวจดูรอบๆ เพื่อไม่ให้มีใครแอบโกงได้

 

ทางด้านแบมแบมหลังจากกติกาเกี่ยวกับกิจกรรมเรียบร้อยแล้วเขาก็เอื้อมมือไปหยิบกล่องข้าวที่ได้รับมาและเปิดมันออกพร้อมกับหันไปถามพี่รหัสของตนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ กัน

 

“รุ่นพี่ครับ เรามาเริ่มทานกันเลยไหมครับ”

 

“อืม” มาร์คตอบสั้นๆ และหยิบกล่องข้าวมาเปิดออกและรัยช้อนส้อมที่น้องรหัสส่งมาให้

 

“งั้นผมขอเริ่มก่อนนะครับ” เสียงหวานว่าแบบนั้นพร้อมกับตักข้าวขึ้นมาหนึ่งคำและยื่นไปตรงหน้าอีกฝ่ายบริเวณปาก

 

“ทำไมรุ่นพี่ถึงชอบนอนหล่ะครับ” คำถามแรกถูกเอ่ยออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่แบมแบมไม่ต้องเสียเวลานั่งคิดเลยแม้แต่น้อย

 

“ก็ง่วง” คำตอบเพียงสองพยางค์สั้นก็ได้ถูกเอ่ยตอบออกมาทันทีด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เสมือนหนึ่งในเอกลักษณ์ประจำตัวชายหนุ่มไปเสียแล้ว ขณะที่เขาก็อ้าปากรับช้อนนั้นเข้าปากโดยที่มีน้องรหัสร่างเล็กเป็นคนป้อนนิ่งๆ

 

“ทำไมถึงเรียกแจ็คสันว่าพี่” หลังจากที่มาร์คกินข้าวช้อนนั้นเรียบร้อยแล้วเขาก็ตักข้าวในกล่องที่ตัวเองถืออยู่บ้างพร้อมกับยื่นไปจ่อที่ปากของคนตัวเล็ก ขณะที่เสียงทุ้มก็ถามออกมาในจังหวะเดียวกันด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งกึ่งง่วงงุนเหมือนดั่งเช่นทุกที

 

“ก็เพราะเขาเกิดก่อนผมไงครับ” คำถามของร่างหนานั้นทำให้แบมแบมรู้สึกฉงนในใจไม่น้อยเพราะไม่คิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายจะถามนั้นจะมีชื่อบุคคลที่สามเข้ามาด้วย แต่คนถูกถามก็ยอมตอบไปตรงๆ แม้จะไม่เข้าใจถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายว่าจะอยากรู้ไปทำไมก็ตามที

 

“ทำไมถึงปลุกยากหล่ะครับ” คนตัวเล็กถามคำถามที่สองออกมาทันทีที่เคี้ยงข้าวหมด

 

“ไม่ได้ปลุกยาก แต่ไม่อยากตื่น” และคำตอบของร่างหนาก็ทำให้คนถามอ้าปากค้างน้อยๆ อย่างแทบไม่เชื่อหู ขณะที่แอบโอดครวญในใจ

 

แบบนี้ก็ได้เหรอ แล้วไอ้ที่ลำบากปลุกอยู่ทุกวันนี่คืออาร๊ายยยยยยย

 

“ฉันก็เกิดก่อน ทำไมไม่เรียกฉันว่าพี่” คำถามถัดมาจากคนที่ไม่ค่อยพูดทำให้แบมแบมหยุดโวยวายในใจขณะที่เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ อย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นักว่าทำไมอีกฝ่ายถึงยังคงวนเวียนกับเรื่องสรรพนามที่เขาใช้เรียกพี่อีกคนกับตัวเขา

 

หรือว่าเราจะทำอะไรให้เข้าไม่พอใจกันนะ?

 

“ผมก็เรียกรุ่นพี่ว่ารุ่นพี่นะครับ...” แบมแบมตอบไปแบบนั้นเพราะตั้งแต่เจอกันวันแรกจนวันนี้ไม่มีครั้งไหนที่เขาไม่เรียกอีกฝ่ายว่ารุ่นพี่

 

คงไม่หรอกมั้ง...

 

“ทำยังไงถึงจะปลุกได้ง่ายขึ้นเหรอครับ” แบมแบมปัดความคิดที่ว่าตัวเองอาจจะทำอะไรผิดไปออกไปก่อนจะถามต่อถึงสิ่งที่เขาปรารถนาอยากจะรู้ที่สุดในตอนนี้เพราะเจ้าตัวนั้นมีหน้าที่ปลุกพี่รหัสตัวโตเกือบทุกวันที่อีกฝ่ายมีเรียนเช้าแต่ก็ไม่ยอมตื่น เพราะอย่างนั้นแล้วถ้ารู้ไว้ก็คงจะดีกว่าแถมไม่ต้องลำบากเรียกจนคอแห้งอีกด้วย

 

“ถ้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจ” มาร์คตอบกลับแบบไม่ต้องหยุดคิดเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับเอ่ยถามคำถามต่อไปของเขาทันทีราวกับว่าคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

“ไม่เอารุ่นพี่...ทำยังไงถึงจะเป็นพี่”

 

“อ่า...คงต้องสนิทกันมากกว่านี้หล่ะมั้งครับ” แบมแบมมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายที่คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนไม่ค่อยจะเข้าใจคำตอบของเขาเท่าไหร่นัก

 

อย่าว่าแต่เขาไม่เข้าใจเลยเพราะแม้แต่เราเองยังไม่รู้เลยว่าจะตอบยังไงดี

 

“ข้อเสนอที่น่าสนใจแบบไหนเหรอครับ” คนตัวเล็กถามต่ออย่างอยากรู้เพราะเขาเองนั้นก็ไม่เข้าใจถึงคำกำจัดความของคำว่าน่าสนใจของอีกฝ่ายเหมือนกัน

 

“ไม่รู้ ถ้าพูดออกมาแล้วสนใจก็คือสนใจ” และคำตอบมึนๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้ร่างน้อยเข้าใจเพิ่มมากขึ้นแม้แต่น้อยก็ถูกเอ่ยตอบออกมาโดยคนที่ถูกถามซึ่งนั่นทำให้แบมแบมอยากจะยกมือขึ้นตบหน้าผากของตัวเองเข้าฉาดใหญ่เสียสักที หลังจากที่ได้ยินคำตอบ

 

ช่วยได้มากเลยครับ ขอบคุณ...

 

“ทำยังไงถึงจะสนิท” คราวนี้เป็นตาของมาร์คที่ต้องเป็นคนเอ่ยถามและชายหนุ่มก็เอ่ยถามออกมาต่อจากคำตอบที่แล้วของร่างน้อยที่ตอบมากำกวมจนทำให้เขารู้สึกสงสัยใคร่รู้มากกว่าเดิม

 

“อ่า...” ซึ่งนั่นทำให้คนที่ถูกถามต้องอ้ำอึ้งไปเล็กน้อยและเงียบเสียงลงขณะที่เริ่มใช้ความคิด โดยที่มีอีกฝ่ายนั่งเงียบรอฟังคำตอบอย่างใจเย็นอยู่เช่นกัน

 

“...”

 

“มันเป็นความรู้สึกมากกว่านะครับ เราอาจจะต้องคุยกันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น ออกไปไหนด้วยกัน ผมหมายถึงทำกิจกรรมหลายอย่างร่วมกันจนทำให้เรารู้สึกสนิทกันมากขึ้นน่ะครับ...”

 

แบมแบมร่ายออกมายาวเหยียดและแอบวนไปวนมาพอสมควรเพราะเจ้าตัวเองนั้นก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าควรจะตอบคำถามแบบนี้ยังไงเพราะมันค่อนข้างเป็นเรื่องของความรู้สึกและต้องใช้เวลา

 

อีกอย่างถ้าหากถามว่าแค่คำเรียกทำไมต้องทำให้มันวุ่นวาย ร่างน้อยคงจะตอบกลับคำถามไปด้วยคำถามเหมือนกันว่า ถ้าหากคุณไม่ได้คุยกับใครบ่อยๆ หรือไม่ได้คุยกับคนที่รู้สึกว่าสนิทด้วย คุณจะพูดกับเขาแบบไหนกัน?

 

“แล้วช่วงนี้รุ่นพี่สนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษไหมครับ”

 

อย่างน้อยถ้ารู้ว่าเขาสนใจอะไรก็น่าจะคิดข้อเสนอเวลาไปปลุกได้ง่ายมากขึ้นมากกว่ารู้กว้างๆ แค่เพียงคำว่าน่าสนใจน่ะนะ

 

“นาย...” คำตอบสั้นๆ แค่เพียงคำเดียวออกมาจากปากบางของอีกฝ่ายซึ่งนั่นทำให้คนรอฟังคำตอบอยู่ต้องขานรับแบบงงๆ เพราะนึกว่าเขาเรียกตน

 

“ครับ?”

 

“สนใจ...นาย” เสียงทุ้มพูดออกมาอีกครั้งพร้อมกับขยายความให้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าที่แสดงความงุนงงที่ฉายชัดออกมาบนใบหน้าน่ารักของคนตัวเล็ก ซึ่งนั่นทำให้คนฟังใบหน้าร้อนเริ่มผะผ่าวและรีบเสหลบตามองไปที่กล่องข้าวที่ตนถืออยู่ทันทีพร้อมกับพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงรับรู้และพยายามข่มความรู้สึกพองฟูในอกให้แฟบลงไป

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...

 

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ผลัดกันถามผลัดกันป้อนกันอีกคนละสามสี่คำถามจนกระทั่งมาถึงคำสุดท้ายที่แบมแบมจะต้องเป็นคนป้อนและถามคำถาม

 

“นี่คำสุดท้ายแล้วครับ รุ่นพี่อ้าปากสิครับ” เสียงหวานว่าแบบนั้นโดยที่ไม่มีคำถามอะไรเหมือนดั่งเช่นเมื่อครู่ ขณะที่มือเรียวยื่นช้อนออกไปจ่อที่ปากอีกฝ่าย

 

“คำถามล่ะ?” และนั่นทำให้คนที่จะต้องถูกถามก็เอ่ยทวง

 

“ผมนึกไม่ออกแล้วหน่ะครับ เอาเป็นว่าผมหวังว่าเราสองคนจะสนิทกันมากขึ้นว่าเดิมนะครับรุ่นพี่” แบมแบมว่าแบบนั้นขณะที่ช้อนตาขึ้นสบกับดวงตาคมพร้อมยกยิ้มน้อยๆ อย่างน่ารัก

 

I will. ซึ่งนั่นทำให้มาร์คต้องนิ่งมองใบหน้าสวยหวานกว่าผู้หญิงหลายๆ คนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับสั้นๆ กับเสียงที่อยู่ในลำคอแต่มันก็มากพอที่จะให้แบมแบมได้ยินก่อนที่เขาจะยอมรับข้าวคำสุดท้ายนั้นเข้าปากไปในที่สุด

 

 

 


100%

 

 

______________________________

 

มาแล้วเจ้าค่ะ

ตอนนี้อาจจะสั้นๆ ไปหน่อยไม่ค่อยมีอะไรมากนะคะ

เพราะไรท์อยากให้มันดูค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเลยอาจจะน่าเบื่อไปนิ๊ดด

ต้องขอโทษด้วยเน้ออ ยังไงก็จะพยายาม(ดันทุรัง) ต่อไปค่ะ TT



เหงาๆ ไปเม้ามอยกันได้ที่ TWITTER : @giftaplus

หรือไปหวีดกันต่อกันได้ใน TAG : #รูมเมทมบ โลดดดด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 850 ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2957 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:45
    นาย...
    #2957
    0
  2. #2920 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 10:20
    สนใจแบมเหรอจ๊ะ
    #2920
    0
  3. #2913 GOT7FOR7YOU (@GOT7FOR7YOU) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:57
    บ้า บ้าที่สุด เขินเป็นบ้า
    #2913
    0
  4. #2893 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 21:22
    นาย คำเดียว ทำเค้าเขินเลยอ่ะ
    #2893
    0
  5. #2878 beamkd2 (@BeamKd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 16:23
    กลับมาอ่านรอบสาม555ก็เขินอยู่ สนใจ...นาย
    #2878
    0
  6. #2861 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 16:22
    เขิงงงงงงงงง
    #2861
    0
  7. #2808 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 22:53
    พี่เค้าพูดขนาดนี้แล้วยังจะไม่สนิทกับพี่เค้าอีกเหรอ
    #2808
    0
  8. #2779 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 13:14
    แล้วแบมสนิทกับพี่แจ็คสันรึไง ถถถ
    #2779
    0
  9. #2778 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 13:13
    มาร์คต้วน วิน!!! แงงงง
    #2778
    0
  10. #2613 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 18:07
    รุกใหญ่เลยน๊า
    #2613
    0
  11. #2496 ออมม่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 18:17

    น่ารัก ป้อนกันไปมา พี่จะสนิทกับน้องได้ไหมนะ

    #2496
    0
  12. #1805 `Gyeommdefs. (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 22:00
    งื้อออ ชอบพี่ม้าคอะ
    #1805
    0
  13. #1688 P.L.Y (@pukpikply) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 11:23
    ตรงไปตรงมามากเลยค่ะรุ่นพี่><
    #1688
    0
  14. #1654 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 22:14
    ความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไปแบบนี้ อบอุ่นมากเลยนะ
    #1654
    0
  15. #1156 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 15:41
    สนใจตรงไหนหรอคะ55555
    #1156
    0
  16. #931 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:38
    น่าจะถามต่อเนอะว่าไมถึงสนใจ อิอิ เขินนนนนอะ น่ารักดี
    #931
    0
  17. #909 banitazeem (@banitazeem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 23:34
    'นาย..' 'สนใจ..นาย' กี้สสสๆๆเขินหนักมาก~
    #909
    0
  18. #524 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 07:32
    โอ้โหหหหหหมาร์ค รุกแบบน้องไม่ทันตั้งตัวเลย
    #524
    0
  19. #465 JustMB97 (@Itsmin973) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:45
    อร๊ายยยย><
    #465
    0
  20. #394 Bporsche_ (@Porsche_poshh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 17:25
    ชอบพล็อตเรื่องในแต่ละตอน สนุกมากค่ะ
    #394
    0
  21. #373 impraan17 (@impraan17) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 14:33
    ถามกันไป มึนกันไป นุ่มๆ ละมุนดี. ชอบค่ะ วิธีเขียนยรรยายแบบนี้มันทำให้สร้างความรู้สึกแบบไม่เวอร์ค่ะ ใจคนเรามันมีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป จนถึงพีคสุด 
    #373
    0
  22. #345 Ploymark93 (@Ploymark93) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:34
    ชอบคำว่าสนใจนายมาก ฮื่อออ ใจเต้นเเรงเเทนเเบมไปเเล้วว TT
    #345
    0
  23. #344 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:54
    หืม ชัดเจนได้อี้กค่าาา
    #344
    0
  24. #336 bamsuayyyyyyy (@bamsuayyyyyyy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 20:24
    เขินๆๆๆๆๆ ฮืออออออออ
    #336
    0
  25. #335 Ppeechicken (@Ppeeechicken) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 19:57
    เขินนนนนนนนนนนนโอ้ยเขินนนนนนนสนใจนายโอ้ยยยยยยยยยยยยเขินแม่งงง
    #335
    0