(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 18 : ROOM XVI : Surprise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,050 ครั้ง
    27 พ.ค. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room XVI

Surprise

________________________________________________________

 

 

 

  ________________________________________________________

 


“ผมถามได้ไหมทำไมพี่ต้องโกรธขนาดนั้น...” แบมแบมว่าขณะที่พวกเขาเดินกลับเข้ามาในห้องของพวกเขาเองอีกครั้ง

 

“หวง...ไม่ชอบให้คนอื่นเข้าใกล้” เสียงทุ้มตอบออกมาตรงขณะที่คว้าเอวเล็กมากอดเอาไว้จากทางข้างหลังหลวมๆ ขณะที่เอาคางเกยไหล่บอบบาง

 

“แต่ยูคไม่ใช่คนอื่นนะครับ” 

 

“จะใช่ไม่ใช่ก็ไม่ชอบ” ชื่อของบุคคลที่สามถูกเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งแต่สำหรับครั้งนี้นั้นมันทำให้คนตัวสูงรู้สึกไม่พอใจข้างในก็จริง หากแต่เขาก็สามารถควบคุมไม่แสดงมันออกมาได้เป็นอย่างดีแล้วตอบออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจนจนร่างน้อยต้องอมยิ้มออกมาน้อยๆ กับมุมที่ไม่ค่อยจะได้เห็นของคนรัก

 

“ดูสิทำหน้านิ่งอีกแล้ว ยิ้มหน่อยสิครับ”​ 

 

ร่างบางที่หมุนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งที่กอดเขาเอาไว้หลวมๆ แล้วหันหน้ามาหาพร้อมกับเอามือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นวางนาบลงไปที่แก้มสากทั้งสองข้างโดยมีท่อนแขนแกร่งตวัดมาโอบรัดเอวบางเอาไว้หลวมๆ อย่างหวงแหน ก่อนที่แบมแบมจะใช้นิ้วโป้งทั้งสองข้างกดไปที่มุมปากของคนตัวโตกว่าแล้วดันขึ้นเบาๆ จนมันกลายเป็นรอยยิ้มที่น้อยครั้งนักที่จะได้เห็นมันบนใบหน้าของร่างหนา

 

“ทำไมขี้หวงจังครับ หืม?” ก่อนที่เขาจะละมือออกแล้วเปลี่ยนมาคล้องที่ต้นคอแกร่งเอาไว้หลวมๆ

 

Because of you...Only you.” 

 

“Really?” ร่างระหงหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วถามคนรักกลับไปอย่างอารมณ์ดี

 

“Really.”

 

“งั้นสงสัยต้องให้รางวัลกับคนขี้หวงดีเด่นหน่อยแล้ว”

 

จุ๊บ~

 

“...!” สิ้นคำพูดของร่างน้อยเขาก็เขย่งตัวขึ้นมาพร้อมกับกดปากอิ่มลงบนอวัยวะส่วนเดียวกันของคนตัวสูงอย่างรวดเร็วแล้วถอนออกและส่งยิ้มหวานๆ ไปให้คนที่ชะงักค้างไปแล้วเสียอีกที

 

“แต่ได้รางวัลแล้วก็ต้องโดนลงโทษสำหรับคนชอบทำลายข้าวของ...” ว่าจบร่างระหงก็ผละตัวออกไปทันทีพร้อมกับยกยิ้มบางๆ แล้วเอียงคอเล็กน้อยให้มาร์คที่มองมาอย่างงงๆ

 

“...”

 

“พี่ห้ามเข้าใกล้ผมในระยะสองเมตร ห้ามโดนตัว สัมผัส ล่วงเกิน เอาเปรียบผมใดๆ ทั้งสิ้นเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์” เสียงหวานร่ายออกมายาวเหยียดแล้วก้าวถอยหลังออกไปอีกหนึ่งก้าวซึ่งเป็นระยะประมาณสองเมตรพอดีจากที่เขากะทางสายตา

 

“Seriously?” คนที่ถูกลงโทษถามออกมาอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหูและคำตอบที่เขาได้กลับมากลับไม่ใช่คำยืนยันหากแต่เป็น...

 

“งั้นเปลี่ยนเป็นสามเมตร...”

 

“แบมแบม...”

 

“หรือจะเอาห้าเมตรครับ?” แบมแบมถามอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่าด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มบางๆ ประดับเอาไว้ที่ไม่ต่างอะไรกับปีศาจตัวน้อยๆ ที่สามารถปราบราชาปีศาจตัวร้ายให้อยู่หมัดแล้วยอมยกมือสองข้างขึ้นมาเสมอหัวอย่างยอมแพ้

 

วันรุ่งขึ้น

 

“อ้าว ยังไม่ดีกันอีกเหรอ” เสียงของแจ็คสันถามขึ้นหลังจากที่เห็นคู่รักนักกิน(กับนักเปย์) เดินออกมาจากห้องแล้วยืนห่างกันเป็นโยชน์ต่างจากทุกทีที่แทบจะเป็นเงาตามกันยังไงยังงั้น

 

“ดีกันแล้วครับ แต่แค่มีคนโดนลงโทษเฉยๆ” แบมแบมยกยิ้มหวานพร้อมตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีแล้วเดินลั้ลลาไปควงแขนเพื่อนสนิททั้งสองคนเดินนำไปที่ลิฟต์โดยไม่สนใจคนที่อยู่เบื้องหลังที่มองตามมาเลยสักนิด

 

“ลงโทษ?” เจบีหันไปถามเพื่อนสนิทหน้านิ่งที่ตอนนี้กำลังขมวดคิ้วทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ที่ดูก็รู้ว่าไม่พอใจกับบทลงโทษนี้มากแค่ไหนหากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

นี่มันหัวหน้าสมาคมเกลียมัวชัดๆ...

 

“ห้ามเข้าใกล้ โดนตัว สัมผัส ล่วงเกิน เอาเปรียบใดๆ ในระยะสามเมตรเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์” คนที่ถูกลงโทษนั้นร่ายบทลงโทษของตัวเองออกมาที่คาดว่าน่าจะเป็นประโยคแรกและประโยคเดียวที่ยาวที่สุดของวันให้เพื่อนฟัง

 

“พรืดดดดด ขอโทษๆ หึๆๆ ฮ่าๆๆๆ โอยยย กูไม่ได้ตั้งใจจะขำนะแต่... หึๆ ก๊ากๆๆๆๆ ไอ้มาร์คคนกลัวเมียโว้ยยย” ทันทีที่ชายหนุ่ม

 

พูดจบแจ็คสันก็หลุดหัวเราะพรืดออกมาอย่างแรงและดังไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรมใดๆ ทั้งสิ้น ไม่สนแม้ว่ากำลังถูกเพื่อนตวัดสายตามามองด้วยสายตาอาฆาตแค้น...

 

ใครสนล่ะนานๆ จะได้มีโอกาสหัวเราะมันต้องเอาให้คุ้ม

 

แจ็คสันคิดในใจพร้อมกับตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ ก่อนที่จะเดินกอดคอกับเจบีเดินนำหน้าคนต้องโทษไปทั้งเสียงหัวเราะที่ไม่ยอมเงียบลงง่ายๆ

 

“อ้าว ยูคนายอยู่ชั้นนี้เหรอ” ในตอนที่พวกเขากำลังเดินไปที่ลิฟต์แล้วเจอคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันพอดีเปิดประตูห้องของเขาออกมาพอดี

 

“ใช่ ฉันได้อยู่กับรุ่นพี่ปีสองที่ไม่มีรูมเมทน่ะ” ยูคยอมตอบพลางปิดประตูห้องให้เรียบร้อยพร้อมกับไปหยุดยืนข้างๆ แบมแบมแล้วตวัดแขนขึ้นคล้องคอเพื่อนสนิทอย่างเคยชินตั้งแต่เด็กๆ โดยที่คนตัวเล็กก็ไม่ได้ว่าอะไรสักคำ

 

“...”​ หากแต่สำหรับคนอื่นที่ไม่ได้คุ้นชินด้วยแล้วนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่ร่างหนาอีกคนที่กำลังยืนมองไปที่ทั้งสองคนนั้นด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งกว่าเดิม หากแต่เพราะบทเรียนเมื่อวานทำให้เขาไม่พูดอะไรออกมาทว่าสายตากลับบ่งบอกได้ดีถึงความไม่พอใจเท่าไหร่นักและกำลังเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

 

“อ่าจริงสิ ขอแนะนำให้รู้จักอย่างเป็นทางการนี่พี่เจบีเป็นประธานนักศึกษาพี่รหัสจินยอง นั่นพี่แจ็คสันเป็นรองประธานพี่รหัสยองแจ ส่วนคนนั้นพี่มาร์คเป็นพี่รหัสแบม...” แบมแบมเอ่ยแนะนำพลางผายมือไปที่รุ่นพี่ทั้งสามคนเพื่อให้เพื่อนสนิทได้รู้จักอย่างเป็นทางการเนื่องจากเมื่อวานมีเหตุทำให้ไม่ได้แนะนำอย่างถูกต้องเขาเลยถือโอกาสนี้ในการแนะนำทุกคน จนกระทั่งมาถึงชายหนุ่มร่างหนาคนสุดท้ายที่ยืนทำหน้านิ่งทำให้แบมแบมเว้นช่วงไป

 

“แค่พี่รหัสเหรอ?” ยูคยอมถามกลับออกมาด้วยสายตาที่รู้ทันเพื่อนสนิทร่างบางที่ดูเหมือนยังพูดไม่จบประโยคแต่ก็ยังอ้ำอึ้งไม่พูดต่อไปเสียแบบนั้น ก่อนที่ร่างน้อยจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้าแล้วพูดต่อออกมา

 

“แล้วก็เอ่อ...เป็นแฟนแบม” 

 

“...” มาร์คที่ได้ยินแบบนั้นก็หันขวับกลับมามองใบหน้าหวานของคนรักที่ตอนนี้แก้มใสกำลังขึ้นสีระเรื่อน่าเอ็นดูอย่างแทบไม่เชื่อหู อารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จางหายไปอย่างรวดเร็ว แววตาแข็งกระด้างแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนเมื่อมองไปที่คนตัวเล็กที่กำลังเขินอายเมื่อได้พูดถึงสถานะของพวกเขาซึ่งท่าทางของทั้งสองคนก็ตกอยู่ในสายตาของยูคยอมทั้งหมด

 

“หึๆ เจ้าหมูเอ๊ยย” ยูคยอมหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ แล้วเอามือโยกหัวเพื่อนสนิทตัวน้อยเบาๆ อย่างขบขันในท่าทางที่เขาไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นมาก่อนจากนั้นเขาจึงหันกลับมาแนะนำตัวเองให้รุ่นพี่ทั้งสามคนรู้จัก

 

“ผมคิมยูคยอมครับเป็นเด็กแลกเปลี่ยนแล้วก็เป็นเพื่อนสนิทเจ้านี่ตั้งแต่อนุบาล...”

 

“...”

 

“อ้อ ลืมบอกอีกอย่างนึง พวกผมเป็นญาติกันครับ” 

 

“หา!?” สิ้นประโยคนั้นของยูคยอมยองแจก็ร้องออกมาอย่างตกใจจนร้อนถึงจินยองต้องรีบเอามือตะครุบปากเพื่อนเอาไว้เสียก่อนที่เพื่อนที่อาศัยร่วมชั้นคนอื่นจะเปิดประตูออกมาด่าเสียก่อน

 

“ตกใจอะไรแรงขนาดนั้น แค่เป็นญาติกันเอง” ยูคยอมแซวยองแจอย่างขำๆ เมื่อเห็นท่าทางตกใจของเพื่อนใหม่ที่ตอนนี้กำลังเบิกตากว้างแล้วเอามือชี้ไปมาระหว่างเขากับแบมแบมโดยมีมือของจินยองยังคงปิดปากอยู่ มันจึงดูเป็นภาพที่ตลกและแปลกไม่น้อย

 

“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อวานหล่ะ” จินยองเป็นฝ่ายถามออกมาแทนคนอื่นที่คาดว่าน่าจะมีคำถามแบบนี้ในใจอยู่เช่นกัน ส่วนยองแจก็พยายามพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยเพื่อซัพพอร์ทคำถามเพื่อน

 

“ก็อยากเห็นอะไรบางอย่างก่อนหน่ะ แล้วก็คิดว่าถ้าไม่รีบบอกคงจะมีคนเข้าใจผิดแน่ๆ ใช่ไหมครับรุ่นพี่” ยูคยอมยักไหล่น้อยๆ แล้วว่าขณะที่ท้ายประโยคเบนสายตาจากหน้าจินยองไปมองที่มาร์คที่มองมาทางเขาอยู่เช่นกันแล้วยกยิ้มบางๆ ออกมาที่ถ้าเป็นแบมแบมคงเรียกมันว่ารอยยิ้มกวนอารมณ์น่ะนะ

 

“แนะนำตัวกันเสร็จแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” แบมแบมที่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ พูดเปลี่ยนเรื่องแล้วดึงยูคยอมให้หันหลังเดินออกไปทางลิฟต์ด้วยกันโดยที่มีคนอื่นเดินตามกันมา




#รูมเมทมบ




สี่วันผ่านไป

 

หงุดหงิด...

 

นี่คือคำที่อยู่ในหัวของมาร์ค ต้วนตลอดสี่วันที่ผ่านมาที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน ไม่สิ เขารู้สาเหตุแถมรู้วิธีที่จะกำจัดความหงุดหงิดนี้ดีเสียด้วยแต่ติดที่ว่าเขาไม่สามารถทำมันได้ต่างหากจึงก่อเกิดเป็นความหงุดหงิดสะสมจนใครก็เข้าหน้าเขาไม่ติดนอกเสียจากแบมแบมคนเดียว

 

ถ้าหากจะถามถึงสาเหตุแล้วหล่ะก็...

 

“เจ้าปิ๊งป่องเย็นนี้ออกไปกินไอศกรีมที่นอกโซนกัน” เสียงของแบมแบมเอ่ยชักชวนญาติที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทของเขาอย่างอารมณ์ดีขณะที่เดินไปเกาะแขนเขาอย่างอ้อนๆ โดยทิ้งมาร์คที่เดินมาด้วยกันให้ต้องยืนนิ่งมองด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์

 

ตั้งแต่ยูคยอมย้ายมานั้นทั้งคู่ก็ทำตัวติดกันเป็นปลาท่องโก๋จนทุกคนรู้สึกได้และจนเลิกกลายเป็นประเด็นแล้วเพราะเริ่มคุ้นชินกับภาพของลูกพี่ลูกน้องคู่นี้ หากแต่คงมีแต่มาร์ค ต้วนกระมังที่ยังไม่ชินกับมันเสียทีและอาจจะคงไม่มีทางชินกับมันง่ายๆ แน่ แต่เพราะคำว่าทั้งสองคนเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมันก็ทำให้เขาโล่งใจได้เปราะนึงว่าพวกเขาจะไม่มีทางเกินเลยไปในทางอื่นแน่ๆ

 

“กินอีกแล้วเหรอ เหนียงนี่ใหญ่จนจะฟาดหน้าฉันได้แล้วนะ” คนถูกชวนแกล้งพูดด้วยเสียงหน่ายๆ พลางเอามือไปดึงเหนียงอันแสนนุ่มนิ่มคนตัวเล็กกว่าเล่นจนเจ้าของมันเอามือฟาดเข้ากลางหลังของคนดึงดังป๊าบ

 

“อย่าดึงสิ! เดี๋ยวมันยาน” แบมแบมปัดมือเพื่อนออกแล้วเอามือลูบตรงเหนียงของเขาลงเบาๆ ราวกับว่ามันจะช่วยเก็บกลับไปได้ยังไงยังงั้นซึ่งยูคยอมเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแอบกัดเล็กๆ

 

“ติงต๊อง”

 

“เหมือนนายไงที่ชอบคุยกับปิ๊งป่อง” และสงครามน้ำลายก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้งจากคนสองคนที่ไม่เคยคุยกันดีๆ ได้เกินสองประโยคสุดท้ายก็เปิดศึกตบตีฟาดฟันวาจากันที่ร้อนแรงจนไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรกเพราะหาจังหวะไม่ได้เนื่องจากมันช่างไฟแลบเสียเหลือเกิน

 

“ฮึ่ย ไม่คุยกับนายแล้ว” สำหรับศึกครั้งนี้นั้นดูเหมือนว่าแบมแบมจะเป็นฝ่ายปราชัยเพราะเจ้าตัวนั้นกำลังอมลมเข้าเต็มทั้งสองข้างแล้วปล่อยออกมาแรงๆ อย่างขุ่นเคือง ก่อนจะเดินถอยหลังไปหาคนตัวสูงที่ยืนอยู่เงียบๆ มาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

 

“พี่มาร์คคคค ยูคแกล้งแบมมม” เสียงหวานเอ่ยฟ้องคนรักพร้อมกับบึนปากน้อยๆ เหมือนเด็กน้อยที่ถูกขัดใจ

 

“ไปกินข้าวเถอะ” แต่ดูเหมือนว่าคนที่อารมณ์ไม่ดีสะสมตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้จะไม่มีอารมณ์เล่นหรือพูดคุยด้วยเท่าไหร่เพราะเขาแค่พูดออกมาสั้นๆ แล้วเดินนำร่างบางที่มางอแงใส่ไปนิ่งๆ และยังคงรักษาระยะห่างสามเมตรตามที่เจ้าตัวต้องการเอาไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา ทิ้งไว้แต่คนที่ตั้งบทลงโทษได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างที่เริ่มเดินนำไปไกลแล้ว

 

หงึ อาการคุ้นๆ...

 

“พี่มาร์คคคค งอนแบมเหรอออ” คนตัวเล็กที่รีบวิ่งตามหลังคนรักมาเดินล้อมหน้าล้อมหลังขณะที่คนไม่สบอารมณ์พยายามเดินเลี่ยงเช่นกัน

 

“เปล่า” เขาปฏิเสธทั้งๆ ที่ใบหน้ายังคงบึ้งตึงบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจนจนร่างน้อยรู้สึกได้

 

“ไม่งอนแล้วทำไมต้องทำหน้าบึ้งหล่ะ” เสียงหวานว่าอย่างกระเง้ากระงอดขณะที่ก้าวไปใกล้อีกฝ่ายจนประชิดตัวอีกคนแต่นั่นก็เป็นจังหวะเดียวกับคนตัวสูงที่ก้าวถอยหลังออกไปทันทีเช่นกันจนคนตัวเล็กต้องท้วงออกมา

 

“พี่จะถอยทำไมเนี่ย”

 

“ก็นายบอกเองว่าห้ามเข้าใกล้เกินสามเมตร” และคำตอบของมาร์คนั้นทำให้แบมแบมได้รู้ว่าคนตรงหน้าขี้ประชดกว่าที่คิดแต่มันก็ทำให้คนตัวเล็กยิ้มกว้างออกมามากกว่าเดิม

 

หมับ

 

“!”

 

“พี่จะบอกว่าพี่ไม่อยากกอดผมแล้วเหรอครับ” คนตัวเล็กที่กระโดดโถมตัวเข้าไปกอดร่างหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาจากอกแกร่งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ ที่มันสามารถทำให้ก้อนเนื้อในอกแกร่งเต้นผิดจังหวะได้อย่างง่ายดาย

 

“เปล่า แต่นายเป็นคนกำหนดบทลงโทษเองไม่ใช่เหรอไง” เขาพยายามมองข้ามคนตรงหน้าไปทางอื่นโดยที่มีคนตัวเล็กพยายามโผล่หน้าให้ไปอยู่ในระยะสายตาอีกคนจนสุดท้ายเป็นร่างหนาที่ถอนหายใจออกมาน้อยๆ อย่างยอมแพ้แล้วก้มหน้ามองในที่กอดเอวเขาเอาไว้หลวมๆ แล้วเอาคางเกยตรงอกเงยหน้ามองเขาอยู่

 

“ดูสิทำหน้าบึ้งแบบนี้เดี๋ยวแก่ไวนะครับ ยิ้มหน่อย” มือนิ่มเอื้อมไปดึงแก้มสากให้ยืดออกเบาๆ แล้วดันขึ้นให้เป็นรอยยิ้มที่ดูตลกแต่คนที่ชอบทำหน้านิ่งก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

“แบมแบม...” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่แบมแบมรู้สึกคุ้นเคยมันอย่างดีดังขึ้นข้างหลังร่างน้อยทำให้เจ้าของชื่อหันไปมองทันทีพร้อมกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

“ม๊า...” ก่อนคนที่จะเป็นฝ่ายไปกอดร่างหนากอดจะผละออกอย่างรวดเร็วกลับไปยืนข้างร่างสูงดีๆ โดยที่ผู้หญิงร่างท้วมคนนั้นที่มีศักดิ์เป็นแม่ของร่างบางจะเดินก้าวเข้ามาใกล้ทั้งคู่มากกว่าเดิม

 

“ม๊ามานี่ได้ยังไง” แบมแบมถามอย่างงุนงงกับการปรากฎตัวของมารดาที่ควรจะอยู่ที่ไทยหากแต่ตอนนี้โผล่มายืนตรงหน้าเขาโดยไม่บอกไม่กล่าวเสียแล้ว

ม๊ามาเยี่ยมเจ้ายูคกับอาโกวแล้วถือโอกาสนี้มาเซอร์ไพร์สเราแต่ไม่คิดว่าจะถูกเซอร์ไพร์สเสียเอง” คนเป็นมารดาว่าแบบนั้นขณะที่ท้ายประโยคได้เบนสายตาจากลูกของตัวเองไปมองชายหนุ่มอีกคนที่ยื่นข้างๆ ลูกของเขาที่กำลังยืนนิ่งมองเธอสลับกับคนที่ยืนข้างๆ เขาด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความงุนงงกับภาษาที่เขาไม่เข้าใจ

 

“อ่า แบมว่าพวกเราไปหาร้านกาแฟนั่งคุยกันไหมครับ” คนตัวเล็กเสนอเพราะดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วนั้น เขาคงมีเรื่องที่ต้องบอกคนเป็นแม่หลายเรื่องอยู่ ซึ่งเมื่อคนเป็นแม่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าน้อยๆ ทำให้แบมแบมต้องกระตุกชายเสื้อคนข้างกายแล้วดึงให้เดินตามไปด้วยกัน

 

“พี่มาร์คนี่มะม๊าผม...มะม๊านี่พี่มาร์คเป็น เอ่อ...” เมื่อพวกเขาเข้ามานั่งในร้านกาแฟร้านหนึ่งที่อยู่ในโซนมหาลัยแล้วแบมแบมก็เอ่ยแนะนำแม่ของตัวเองให้ร่างหนารู้จักอย่างเป็นทางการซึ่งมาร์คก็ค้อมหัวให้อีกฝ่ายน้อยๆ อย่างทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ก่อนที่แบมแบมจะแนะนำคนที่นั่งข้างๆ ตนให้มารดารู้จักเป็นภาษาไทยเช่นกันหากแต่ก็ต้องอ้ำอึ้งเรื่องสถานะที่คราวนี้ไม่ได้เป็นความเขินหรือไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้นแต่เป็นความกังวล

 

ม๊าจะรับได้ไหม...

 

“แฟนสินะ” และเป็นคนแก่กว่าที่พูดออกมาอย่างดูออกตั้งแต่แวบแรกซึ่งการพูดออกมาตรงๆ นั้นทำให้แบมแบมพยักหน้าลงช้าๆ อย่างไม่คิดปิดบังเช่นกัน

 

“ครับ”

 

“เธอเป็นอะไรกัน” ก่อนที่มารดาของร่างน้อยจะหันไปคุยกับมาร์คเป็นภาษาอังกฤษด้วยใบหน้าท่าทางที่สุภาพ หากแต่ก็คาดเดาอารมณ์หรือความคิดใดๆ ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

 

He’s my boyfriend.” เสียงทุ้มตอบออกไปตรงๆ เช่นกันพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาผู้ใหญ่ตรงๆ

 

“เธอเป็นเกย์เหรอ” คนที่เป็นผู้ใหญ่ถามออกไปตรงๆ ที่ทำให้แบมแบมที่นั่งอยู่เตรียมอ้าปากตอบแทน ถ้าไม่ติดที่สายตาคมกริบของคนเป็นแม่จะหันมามองเหมือนปรามๆ ทำให้เจ้าตัวต้องกัดปากฉับแล้วยอมนั่งเงียบๆ

 

“ผมไม่ได้เป็นเกย์แต่ผมเป็นผู้ชายที่รักเขาครับ” มาร์คตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นกับแววตาที่แสนมั่นคงไม่ฉายแววหวั่นไหว แม้คำถามถัดมานั้นจะเป็นคำถามที่หากเป็นคนอื่นคงจะรู้สึกไม่ดีที่ถูกถามแบบนั้นก็ตามที

 

“ทั้งๆ ที่เป็นผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ”

 

“ผมไม่สนว่าเขาจะเพศไหน แต่ขอแค่มีแบมยืนอยู่ข้างๆ ผมก็พอแล้วครับ” 

 

“งั้นเหรอ...” คนที่เป็นผู้ใหญ่ว่าสั้นๆ ขณะที่สบตากับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนตรงหน้านิ่งๆ อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ ที่แม้แต่แบมแบมเองก็ไม่เข้าใจความหมายของมันเหมือนกันว่าการพยักหน้านั้นหมายถึงอะไร

 

“...”

 

“...” บรรยากาศบนโต๊ะกลับมาเงียบสงบโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาจนสุดท้ายก็เป็นคนตัวเล็กที่รวบรวมความกล้าพูดออกมากับมารดาที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันที่ถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบเบาๆ อยู่

 

“เอ่อ...ม๊าโกรธแบมหรือเปล่า”

 

“โกรธเรื่องอะไร” คนเป็นแม่ถามออกมานิ่งๆ ด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มบางๆ ที่คนเป็นลูกก็คาดเดาไม่ได้ว่าภายใต้รอยยิ้มและท่าทางสงบนิ่งนั้นกำลังคิดอะไรอยู่

 

“ก็แบบแบมคบกับพี่มาร์ค” เสียงหวานว่าขยายความคำถามของตน มือนิ่มบีบแน่นอยู่ใต้โต๊ะและชื้นไปด้วยเหงื่อรวมไปถึงใบหน้าและสายตาที่บ่งบอกถึงความกังวลที่ตกอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ทั้งหมด เธอจึงวางแก้วกาแฟที่ถืออยู่ลงแล้วสบตาลูกชายของตัวเองตรงๆ

 

“แล้วคบกับเขาเรามีความสุขหรือเปล่าหล่ะ” 

 

“มีฮะ” คำตอบที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาแทบทันทีที่มารดาถามจบโดยไม่มีการอ้ำอึ้งใดๆ นั่นทำให้หัวใจของคนเป็นแม่ก็คลายความกังวลได้ทั้งหมด

 

“อืม แค่นั้นแหละที่ม๊าต้องการ ม๊าไม่โกรธหรอกว่าเราจะรักจะชอบใคร” เธอพูดน้ำเสียงอ่อนโยนติดจะเอ็ดลูกตัวน้อยที่เธอเคยคิดเล่นๆ มาตลอดว่าลูกคนนี้ไม่น่าจะได้เป็นสามีใครซึ่งมันก็เป็นไปตามเธอคาดเอาไว้จริงๆ

 

“ม๊าพูดจริงๆ เหรอ” คนตัวเล็กว่าอย่างตื่นเต้นจนมาร์คที่แม้จะฟังบทสนทนาภาษาไทยบนโต๊ะไม่ออกก็พอจะคาดเดาความรู้สึกได้เช่นกัน

 

“แต่แอบมีแฟนไม่บอกม๊าเนี่ยน่าหยิกให้เนื้อเขียวจริงเชียว” หญิงวัยกลางคนพูดแล้วค้อนให้ลูกน้อยเล็กน้อยแบบทีเล่นทีจริงที่ทำให้ร่างน้อยฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ารักแล้วพูดเสียงอ้อนๆ เหมือนดั่งที่ชอบทำกับม๊าของตัวเอง

 

“ก็แบมกลัวมารับไม่ได้นี่นา”

 

“เรื่องแค่นี้เอง เราจะเป็นอะไรก็ลูกม๊าคราวหลังอย่าปิดบังอีกหล่ะ” เธอว่าแบบนั้นก่อนที่จะหันไปพูดกับชายหนุ่มร่างหนาอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ลูกชายของเธอ

 

“พ่อหนุ่มชื่อมาร์คใช่ไหม”

 

“ครับ”

 

“จากนี้ไปฝากดูแลเจ้าแบมมันด้วยนะถ้าดื้อก็ตีได้เลย” 

 

“ม๊า!”

 

คำพูดที่ไม่ต่างอะไรกับการยอมรับกลายๆ ที่ทำให้เสือยิ้มยากอย่างมาร์ค ต้วนสามารถยิ้มกว้างออกมาได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่เสียงทุ้มจะกล่าวออกมาราวกับเป็นคำมั่นสัญญาต่อหน้าผู้ใหญ่และรวมไปถึงคนตัวเล็กที่เมื่อได้ยินแก้มใสก็เห่อร้อนออกมาทันที

 

 

 

“จะดูแลอย่างดีเลยครับ”

 



 

100%

 

 

______________________________

 

พูดแล้วนะขุ่นพี่

ต่อหน้าม๊าเขาแถมคุณพวกมี๊นักอ่านที่เป็นพยานอีกหลายพันคนนะ


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.05K ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2969 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 09:50
    ประโยคนั้นคือตายยยย
    #2969
    0
  2. #2932 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 00:17
    He's my boyfriend... อร้ายยยยย
    #2932
    0
  3. #2905 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:13
    เปิดทางแล้ว
    #2905
    0
  4. #2873 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:43
    เขิงงงง
    #2873
    0
  5. #2825 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 14:21

    ผ่านด่านคุณแม่แล้วแบบนี้ฉลุยเลยจร้า

    #2825
    0
  6. #2796 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 12:29
    ทางสะดวกกกก //แบมลงโทษเค้าแต่ไปใกล้เค้าเองเนี่ยนะ
    #2796
    0
  7. #2629 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:46
    เข้าทางแม่ยายสะด้วย
    #2629
    0
  8. #2368 Chansmile11 (@Chansmile11) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 19:08
    ม๊าเปิดทางให้แล้ววววววววววว
    #2368
    0
  9. #2365 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 18:17
    แบมมม ม๊าเปิดทางแล้ว โดนแน่
    #2365
    0
  10. #2311 ohyoyae26 (@ohyoyae26) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 05:32
    น้องงงงงโดนตีแน่ๆ
    #2311
    0
  11. #2304 _Bamban♡ (@0933674476) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:55
    รับปากเเล้วนะจะดูเเลเป็นอย่างดีอ่ะ
    #2304
    0
  12. #2303 jooo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 22:13

    ขุ่นพรี่รับปากแล้วเนอะ

    #2303
    0
  13. #2302 mam_suphasorn (@mam_suphasorn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 12:20
    งื้ออออ ม๊าน่ารัก^^
    #2302
    0
  14. #2301 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 07:50
    ง่อวววผ่านฉลุยค่า555
    #2301
    0
  15. #2300 Bporsche_ (@Porsche_poshh) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 04:36
    มาค่าาา มาต่อออ
    #2300
    0
  16. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  17. #2297 peuaknoi (@peuaknoi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 21:40
    ม๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาา คือดี!
    #2297
    0
  18. วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:29
    รักม๊าาา เยิ้ปปป ❤
    #2296
    0
  19. #2295 yongggggg (@yongggggg) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:21
    งื้อลงแล้วววว
    #2295
    0
  20. #2294 Fonnnnnni (@Fonnnnnni) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 20:19
    รออออออออ
    #2294
    0
  21. #2293 Aye_with_an_A (@Aye_with_an_A) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 19:54
    งุ้ยยยยย ชอบเรื่องนี้มากค่ะไรท์ ขอบคุณที่แต่ง ขอบคุณที่อัพนะคะ เมื่อวานนอยๆ มาอ่านแล้วก้อสบายใจขึ้นเลยน้า
    #2293
    0
  22. #2292 0622745020chom (@0622745020chom) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 19:07
    คิดถึงนิยายเรื่องมากกก ในที่สุดก็อัพ
    #2292
    0
  23. #2291 zzyo.BB (@yositayst) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 18:44
    ม๊ายกน้องให้เขาง่ายจังล่าา555 น่ารักกก
    #2291
    0
  24. #2290 PaphawarinSaetae (@PaphawarinSaetae) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 18:35
    รอค่าาา
    #2290
    0
  25. #2289 wilair72 (@wilair72) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 18:24
    ม๊าพูดแบบนี้ก็เข้าทางมาร์คสิ
    #2289
    0