(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 16 : ROOM XIV : GO BACK 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,794 ครั้ง
    5 พ.ค. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room XIV

Go Back 2

________________________________________________________

 

 

   

  ________________________________________________________

 


“พี่มาร์ค?”

 

“...” สิ้นเสียงเรียกที่แสนคุ้นเคยเจ้าของไหล่กว้างที่นั่งหันหลังอยู่นั้นก็หันกลับมาหาคนที่เรียกเขาด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งตามแบบฉบับของเขา

 

“พี่มาได้ยังไง...” เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่แสนคุ้นเคยที่ไม่เจอกันเกือบจะครึ่งเดือนแล้ว คนที่คาดหวังว่าให้เขาตอบข้อความ หากแต่ไม่ได้คาดหวังไว้ขนาดที่ว่าจะได้เจอตัวเป็นๆ ในตอนนี้แถมในห้องรับแขกของบ้านตัวเองอีกต่างหาก

 

“นั่งเครื่องบินมา” คำตอบที่ถ้าหากหลุดออกมาจากปากคนอื่นนั้นคงไม่แคล้วโดนประทุษร้าย หากแต่เพราะว่าร่างน้อยนั้นรู้จักอีกฝ่ายดีว่าคำตอบที่เขาพูดออกมานั้นคือคำตอบของคำถามที่ไม่ได้ต้องการจะกวนอวัยวะเบื้องล่างแต่อย่างใด

 

“เอ่อ ผมหมายถึงทำไมก็พี่...”​ คนตัวเล็กพยายามขยายความแม้ตอนนี้เจ้าตัวเองนั้นก็ยังคงจับต้นชนปลายได้ไม่ถูกสักเท่าไหร่

 

แหงสิ จู่ๆ คนที่ควรจะอยู่อีกซีกโลกมาโผล่ตรงหน้าใครบ้างไม่ตกใจ

 

“มาเอาคำตอบ”

 

“คำตอบอะไรครับ?” คนหน้าหวานถามอย่างงุนงงว่าตนมีคำถามสำคัญอะไรที่ยังไม่ได้ตอบอีกฝ่ายด้วยเหรอ

 

“หายไปไหนมา” และเขาก็ได้ถึงบางอ้อเมื่อได้ยินสิ่งชายหนุ่มบอก ภาพข้อความในโปรแกรมแชทผุดเข้ามาในหัวพร้อมกับความกระจ่างในทุกเรื่อง

 

“พี่บินจากอเมริกามาหาผมด้วยเรื่องแค่นี้เหรอครับ”​ คนหน้าหวานพูดอย่างอึ้งๆ และเหลือเชื่อในความมาร์ค ต้วนของอีกฝ่ายที่สามารถบินข้ามเส้นศูนย์สูตรมาเพียงเพื่อคำตอบเดียวเป็นความมาร์ค ต้วนที่ไม่มีใครเหมือนและไม่มีใครกล้าเหมือนเลยมากกว่า

 

“หายไปไหนมา” แต่เพราะสิ่งที่ร่างน้อยพูดออกมานั้นยังไม่ใช่คำตอบที่คนตัวสูงต้องการเพราะงั้นเขาจึงถามมันออกมาอีกครั้งด้วยใบหน้าเรียบนิ่งคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ที่สามารถบ่งบอกได้ดีว่าเขาจะถามอยู่อย่างนี้จนกว่าจะกระจ่างชัดในคำตอบของคำถามที่เขาต้องการจะรู้

 

“อ่า มิติอาหารไทยครับ...”​ สุดท้ายคนตัวเล็กก็ต้องยอมตอบออกมาเบาๆ พลางยู่ปากอิ่มน้อยๆ ขณะที่เสมองไปที่โซฟาที่อยู่ข้างหลังร่างหนาพร้อมกับบิดตัวไปมาเบาๆ เหมือนเด็กตัวน้อยที่ทำความผิดเอาไว้และกำลังจะถูกจับได้ในไม่ช้านี้

 

“What?” แต่เพราะเสียงหวานนั้นพูดออกมาเบามากเสียจนนึกว่าคุยกับยุงที่บินผ่าน

 

“มิติอาหารไทยครับ” แบมแบมพูดดังขึ้นกว่าเดิมขณะที่ยังคงเสมองไปรอบๆ ห้องรับแขกในบ้านของตนที่ปกติแล้วเดินผ่านอย่างไม่ค่อยสนใจ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมวันนี้ดูน่าสนใจมากขึ้นหลายเท่าตัวก็ไม่รู้

 

“คืออะไร?”​ ชายหนุ่มถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ร่างน้อยตอบออกมาและคนตอบเองนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายคำนี้ยังไงดี จึงเลือกที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงออกมาสไลด์เปิดแล้วจิ้มไปที่ Application ที่ชอบเอาไว้อัพรูปอัพสตอรี่เล่นๆ ประจำวันแล้วยื่นให้ชายหนุ่มดูภาพเหล่านั้น

 

“ประมาณนี้ครับ...” เจ้าตัวตอบแบบอ้อมแอ้มขณะที่ปล่อยมือออกจากโทรศัพท์หลังจากที่อีกฝ่ายรับไปเรียบร้อยแล้ว

 

ก็ให้ดูแล้วจะขมวดคิ้วทำไมอีกอ่ะ...

 

ร่างน้อยคิดในใจตอนที่กำลังแอบเหลือบมองปฏิกิริยาตอบรับหลังจากได้เห็นรูปถ่ายของเขาที่ไปกิน กิน กินแล้วก็กินซึ่งมีทั้งรูปถ่ายทั้งภาพเคลื่อนไหวเลยทีเดียว

 

“จะบอกว่าหายไปกินมา?” เสียงทุ้มถามขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจขณะที่เงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตอีกคู่ที่กำลังเหลือบๆ มองตนอยู่

 

หงึกๆๆ

 

ไร้ซึ่งคำตอบที่เป็นเสียงหากมีแต่เพียงการกระทำที่พยักใบหน้าขึ้นลงหงึกหงักซึ่งก็มาเพียงพอที่จะทำให้ร่างหนาสามารถรับรู้คำตอบได้อย่างง่ายดาย

 

“Seriously?”

 

หงึกๆๆ

 

“...” บรรยากาศในห้องตกลงสู่ความเงียบงันหนึ่งคือเด็กน้อยที่กำลังสารบาปกับคนตรงหน้า ส่วนอีกหนึ่งคือคนที่ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาในตอนนี้ดี ใจนึงก็รู้สึกโล่งใจที่ร่างน้อยไม่ได้เป็นอะไรแล้วหายไป อีกใจนึงก็เป็นความรู้สึกแปลกๆ ที่เจ้าตัวเองนั้นก็เรียกมันไม่ถูกเหมือนกันว่าคืออะไรจะโกรธเคืองก็ไม่ใช่ น้อยใจก็ไม่เชิง มันมึนงงๆ ราวกับว่าเพิ่งโดนค้อนปอนด์ทุบหัวลงมาแรงๆ ยังไงยังงั้น

 

อย่างว่าแหละนะชายหนุ่มที่ทั้งชีวิตเป็นที่หนึ่งมาเสมอ ทุกคนให้ความสำคัญ ไม่เคยถูกละเลย ไม่เคยแพ้ใคร หากแต่ตอนนี้เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับสิ่งที่เรียกว่าอาหารไทยที่มาดึงความสนใจจากคนสำคัญของเขาไปเสียหมดสิ้นนี่สิ

 

“พี่มาร์คโกรธเหรอ...” คนตัวเล็กถามออกมาเสียงอ่อยขณะที่เดินไปเขย่ามือใหญ่เบาๆ เหมือนกำลังง้องอนกลายๆ

 

อ้อนไว้ก่อนเป็นต่อ!

 

“เปล่า...” เขาปฏิเสธออกมาเบาๆ และไม่พูดอะไรขึ้นมาอีก นั่นทำให้แบมแบมต้องเริ่มใช้สมองว่าจะเปลี่ยนบรรยากาศน่ากระอักกระอ่วนตรงหน้านี้ให้ดีขึ้นได้อย่างไรดี

 

นึกออกแล้ว!

 

“พี่มาร์คกินข้าวหรือยังครับ” คำถามที่จู่ๆ ก็ถูกพูดโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้คนตัวสูงเลยคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างงงๆ แต่ก็ยอมตอบออกมาตรงๆ ไม่ได้ปิดบังอะไร

 

“ยัง”

 

“ถ้างั้นไปกินหมูกระทะกันครับ” แบมแบมพูดต่ออย่างแข็งขันและร่าเริงพร้อมกับจับมือหนาแล้วลากให้เดินไปด้วยกันทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของมือใหญ่ตอบตกลงหรือใดๆ ทั้งสิ้น

 

“มันคืออะไร?” เนื่องด้วยเป็นคนต่างชาติดังนั้นแล้วชื่อเมนูที่ร่างน้อยพูดออกมานั้นทำให้ฟังแล้วไม่คุ้นหูแถบเจ้าตัวเองก็ทับศัพท์ออกมาจากภาษาไทยทำให้ฟังยากขึ้นไปอีกจนไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย

 

“เดี๋ยวไปถึงแล้วก็รู้เองครับ” ส่วนทางด้านเจ้าบ้านนั้นแทนที่จะหันกลับมาอธิบายให้ฟังแต่เพราะความอยากกินร่วมด้วยกับความหิวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนจะเจอหน้าอีกฝ่ายทำให้คนตัวเล็กเลี่ยงที่จะอธิบายแล้วใช้การลากพาไปแทน

 

ตลาดนัดกลางคืน

 

@ร้านหมูกระทะแห่งหนึ่งที่แบมอ่านรีวิวมา

 

ฉ่าาา

 

“หู้ยยยย อร่อยสุดย๊อดดดดด ง่ำๆ ฮรุก น้ำตาจะไหล” เสียงของคนตัวเล็กที่ดูตื่นเต้นกับหมูกระทะตรงหน้าราวกับเป็นขุมทรัพย์ยังไงยังงั้น ขณะที่เขาใช้ตะเกียบคีบหมูชิ้นแรกที่สุกแล้วออกมาจากเตาจากนั้นก็จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดที่เนื้อพริกเป็นเนื้อพริกเนื้อกระเทียมเป็นเนื้อกระเทียมจนหมูนั้นชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำจิ้มแล้วค่อยส่งเข้าปากอิ่มอย่างรวดเร็ว

 

รสสัมผัสแรกที่ลิ้นสามารถลิ้มรสได้สามารถมอบความฟินให้คนตัวเล็กที่อยากหมูกระทะมาหลายเดือนต้องชื่นชมไม่ขาดปากขณะที่เริ่มหยิบชิ้นอื่นมาจิ้มน้ำจิ้มส่งเข้าปากตามๆ กันโดยที่มีชายหนุ่มร่างหนาคีบเนื้อดิบขึ้นมาวางบนเตานั้นเงียบๆ แบบที่ร่างน้อยไม่ได้สังเกตเห็นเพราะตั้งแต่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในร้าน คนหน้าหวานก็เอาแต่มองโต๊ะนู้นโต๊ะนี้ด้วยความหิวโซ จนพอเตาตัวเองมาตั้งก็รีบจัดการลงหมูอย่างรวดเร็ว

 

“ฮือ อร่อยอะไรขนาดนี้” และในขณะที่กินนั้นก็ยังอดที่จะชื่นชมได้ไม่ขาดปาก จนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันหากแต่กำลังถูกลืมโดยสิ้นเชิงได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างยอมแพ้แล้วส่ายหัวน้อยๆ ดวงตาคมมองคนที่มีความสุขกับการกินอาหารตรงหน้าอย่างเอื้อเอ็นดู

 

แค่เขามีความสุขก็พอแล้ว...

 

“พี่มาร์คไม่กินเหรอ อร่อยนะ!” หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ที่คนที่หลุดไปอยู่ในมิติหมูกระทะก็เงยหน้าขึ้นมาถามอีกเพราะสังเกตเห็นว่าจานของอีกฝ่ายยังคงสะอาดเอี่ยมอ่องไม่มีร่องรอยการกินเลยแม้แต่น้อย

 

“ยังไม่หิว” ชายหนุ่มบอกเพราะเอาจริงๆ แล้วแค่เขาเห็นคนรักกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วนั้นความหิวกระหายก็หายไป

 

“ไม่หิวก็ต้องกินครับ พี่ผอมลงไปตั้งเยอะ!” ใช่นี่เป็นความจริงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยแม้แต่น้อยเพราะว่าตอนนี้แก้มสากตอบลงไปอย่างเห็นได้ชัดซึ่งนั่นเป็นร่องรอยหลักฐานของคนที่เอาแต่ทำงานไม่ยอมกินข้าวโดยไม่ต้องสงสัยหรือสืบหาอะไรเพิ่มเลยแม้แต่น้อย

 

“...”

 

“อ่ะ อ้าปากสิครับ อ้าม” และเมื่อเห็นว่าแฟนหนุ่มของตัวเองยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้อง มือเรียวก็จัดการคีบหมูที่สุกแล้วมาจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดแล้วยื่นไปจ่อที่ปากอีกฝ่าย

 

“...” มาร์คยอมอ้าปากรับหมูชิ้นนั้นไปแต่โดยดีและเขาก็ได้ลิ้มรสชาติอาหารที่ไม่คุ้นเคยหากแต่รสชาติก็ไม่แย่อย่างที่เขาคิดถือว่าดีเลยทีเดียว

 

“อร่อยไหมครับ” คนป้อนถามอย่างลุ้นๆ เพราะดูจากสีหน้าเรียบนิ่งของชายหนุ่มแล้วไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลยว่าชอบหรือไม่ชอบ

 

“ก็ใช้ได้” คนที่เพิ่งได้ลองชิมหมูกระทะครั้งแรกว่าแบบนั้น หากแต่ก็ยอมยกตะเกียบขึ้นอีกครั้งจากเดิมที่เป็นคนคีบเอาหมูดิบขึ้นเตาให้ร่างเล็กเปลี่ยนเป็นคีบหมูเข้าปากแทนและภาพนั้นก็ทำให้ร่างน้อยยิ้มกว้างออกมา

 

ใครจะไปคิดหล่ะว่าวันนึงจะได้มานั่งกินหมูกระทะร้านธรรมดาๆ กับคนอย่างพี่มาร์คน่ะ

 

เขาคิดในใจไม่ใช่ว่าชายหนุ่มจะเป็นคนหัวสูงหรือติดหรูอะไรแบบนั้น แต่เพราะว่าปกติแล้วพวกเขาจะไปกินข้าวกันแต่ในร้านอาหารที่มีการตบแต่งและบริการที่หรูหราแต่นั้นเพราะสภาพแวดล้อมบังคับและส่งผลให้พวกเขาเป็นไปตามมัน เพราะงั้นภาพเหล่านั้นกลายเป็นความเคยชินพอเปลี่ยนมาเป็นอะไรแบบนี้มันก็ดูอบอุ่นหัวใจไปอีกแบบดี หากจะว่ากันจริงๆ แล้วอำนาจแห่งเงินตราเป็นเพียงแค่ตัวแปรย่อยช่วยให้มีความสุขเพราะ...

 

การที่มีคำว่าเราต่างหากที่ทำให้พวกเขามีความสุขอย่างแท้จริง

 

“แค่ใช้ได้เหรอครับ อร่อยมากเถอะ” แบมแบมแย้งออกมาเพื่อทวงความยุติธรรมให้เจ้าหมูกระทะแสนอร่อยตรงหน้าโดยหารู้ไม่ว่านั่นเป็นการเปิดทางให้คนช่างเงียบได้พูดประโยคที่ทำให้แก้มใสต้องร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิด

 


 

 

“ไม่...นายอร่อยที่สุด”





#รูมเมทมบ





“ไม่...นายอร่อยที่สุด”

 

ฉ่าาาาา

 

“คนบ้า...พูดอะไรออกมาไม่อายปาก” คนตัวเล็กพูดออกมาเป็นภาษาไทยเบาๆ ที่ชายหนุ่มไม่สามารถได้ยินหรือถ้าได้ยินก็คงฟังไม่ออกพลางก้มหน้าเอามือทั้งสองข้างขึ้นมานายแก้มที่กำลังเห่อร้อนของตัวเองเอาไว้

 

“ว่าแต่พี่มาร์คจะอยู่ที่นี่อีกกี่วันครับ” คนเขินพูดเปลี่ยนเพื่อเปลี่ยนหัวข้อของบทสนทนาให้เป็นไปทางอื่น

 

“Four...” เขาพูดขึ้นมาสั้นๆ หากแต่ไม่ได้บ่งบอกลักษณะนามต่อท้ายว่าเป็นอะไรทำให้ร่างน้อยต้องทึกทักเอาเองว่าน่าจะเป็นวันแต่ก็ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

 

“สี่วัน?” 

 

“อีกสี่ชั่วโมง” ทว่าคำตอบที่ร่างบางได้รับดูเหมือนว่าจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดเท่าไหร่นักเพราะมาร์คนั้นส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะตอบขึ้นมาที่ทำให้คนถามต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

“อย่าล้อกันเล่นสิครับ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นและพยายามปักใจเชื่อว่าสิ่งที่อีกคนพูดมานั้นเป็นเรื่องล้อเล่นแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมสัญชาตญาณของเขากำลังกู่ร้องประท้วงอยู่ในใจลึกๆ ว่านี่ไม่ใช่การล้อเล่น

 

“ฉันไม่ได้ล้อเล่น”

 

นั่นไงหล่ะ...

 

“พี่กำลังจะบอกว่าพี่นั่งเครื่องบินมาเป็นวันเพื่อมาเจอหน้าผมไม่กี่ชั่วโมงแล้วใช้เวลาอีกหนึ่งวันเพื่อบินกลับไปเหรอครับ?” คนตัวเล็กที่กำลังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งพูดออกมายาวเหยียดเพื่อสรุปสถานการณ์ที่เจ้าตัวคิดว่ามันไม่น่าจะมีที่คนบ้ามากพอที่จะทำได้ขนาดนี้บนโลก

 

“อืม” และดูเหมือนว่าคนบ้าแบบนั้นจะมานั่งอยู่ตรงหน้าร่างน้อยเสียแล้วแถมยังดูสติดีครบถ้วนและยอมรับออกมาเหมือนเป็นเรื่องไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงใดๆ เลย เขาทำเหมือนกับว่าไทยกับอเมริกาห่างกันเหมือนเดินไปเซเว่นหน้าปากซอยยังไงยังงั้นไม่มีผิด

 

ป๊าบ!

 

นั่นทำให้แบมแบมตกยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองเข้าฉาดใหญ่จนเหม่งน้อยๆ นั้นเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจมัน

 

“พี่มันบ้า...”

 

“ไม่ได้บ้า” คนถูกกล่าวหาทักท้วงเรียกความบริสุทธิ์ให้ตัวเองเพราะสำหรับเขาแล้ว การที่ต้องทนเมื่อยบนเครื่องบินเกือบวันเพื่อได้มาเห็นใบหน้าที่แสนคิดถึงของคนรักแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็คุ้มแสนคุ้ม

 

“แล้วมีคนปกติที่ไหนเขาทำแบบนี้กันครับ...”

 

“ฉันไง”

 

“...” สุดท้ายก็เป็นคนหน้าหวานที่ยอมยกธงขาวยกมือขึ้นทั้งสองข้างพร้อมกดหน้าลงน้อยๆ เหมือนเป็นเชิงว่ายอมแพ้แล้วเพราะดูเหมือนว่าคนหัวแข็งตรงหน้าจะไม่ยอมรับง่ายๆ ว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่มันสุดกู่เกินไป

 

“รีบกินเถอะครับเรายังมีเวลาอีกชั่วโมงก่อนที่พี่จะต้องไปสนามบิน” คนตัวเล็กว่าพลางหยิบตะเกียบเพื่อคีบหมูบนเตาที่สุกแล้วไปวางลงบนจานของอีกคนเพราะหลังจากที่รู้ว่าคนรักจะต้องกลับไปในอีกสี่ชั่วโมงความอยากอาหารเมื่อครู่ก็หายไปหมดสิ้น

 

“ไม่กินแล้วเหรอ” ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นว่าตอนนี้บนจานของเขากำลังมีเนื้อหมูเต็มไปหมดด้วยฝีมือของอีกคนที่เมื่อกี้ยังกินไม่สนใจตนอยู่เลย

 

“ผมอยากเห็นพี่กินเยอะๆ มากกว่า พี่ซูบลงไปตั้งเยอะรู้ตัวไหมครับ” คนน่ารักว่าขณะที่นั่งเท้าคางเอียงคอมองใบหน้าหล่อเหลาของคนรักที่ดูซูบและแก้มตอบลงไปอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากการทำงานจนไม่มีเวลากินข้าวให้ตรงเวลา

 

“...” มาร์คเมื่อได้ยินคนตัวเล็กว่าแบบนั้นแล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่คีบหมูพวกนั้นใส่ปากกินโดยมีแบมแบมเป็นคนจัดการเอาหมูมาเติมให้ไม่ขาด

 

บรรยากาศบนโต๊ะกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งหากแต่ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดแต่เป็นความเงียบที่ต่างคนต่างซึบซับช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกันและกันขณะที่มีเพลงเปิดคลอเบาๆ จากทางร้านทำให้แบมแบมต้องร้องคลอตามออกมาเบาๆ

 

(Credit : เพลงเวลาแห่งรัก - นิว จิ๋ว)

 

“ตราบใดยังมีลมหายใจสักวันต้องได้เจอคนที่ใจตามหาเวลาแห่งรัก...นานเท่าไรไกลเท่าไรไม่สำคัญ”

 

“...”

 

“มันคุ้มค่าที่หัวใจได้เฝ้ารอกันและกัน ช่างแสนวิเศษเมื่อฉันได้พบเธอ ผ่านเวลาจนหากันจนเจอ...”

 

“...”

 

“เธอเข้ามาทำให้ใจมีหัวใจ พรุ่งนี้จะเป็นเช่นไรไม่สำคัญแค่เธอกับฉันมีความรักคอยนำทาง...”

 

“...”

 

“ฉันพร้อมจะเดินทาง...ข้ามผ่านเวลาชีวิตที่เหลือกับเธอ” เสียงหวานที่ร้องเพลงภาษาไทยนั้นออกมาจนจบโดยที่ไม่ละสายตาจากดวงตาคมที่จ้องมองมาและนั่งฟังอย่างตั้งใจเช่นกันราวกับเขารู้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะสื่ออะไรบางอย่างถึงเขาผ่านทางเสียงเพลงที่เขาเองฟังไม่เข้าใจ หากแต่สามารถรับรู้ได้ด้วยหัวใจและรู้สึกชอบมัน

 

“แปลว่าอะไร” มาร์คถามขึ้นมาหลังจากที่เพลงนั้นได้จบลง

 

“ไม่บอกปล่อยให้งง” คนน่ารักตอบแล้วแลบลิ้นสีสดออกมาอย่างกวนๆ จนร่างหนาต้องเอ่ยคาดโทษ

 

“เดี๋ยวจะโดน” 

 

“ขู่ตลอดดด เอาไว้ถ้าถึงเวลาผมจะบอกคำแปลกับพี่นะครับ” ร่างน้อยว่าแบบนั้นพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้ร่างหนา

 

“เมื่อไหร่หล่ะ”

 

“เมื่อผมมั่นใจว่าพี่ควรจะรู้มัน” สุดท้ายพอมาร์คได้ยินเหตุผลของร่างบางแล้วก็ต้องยอมพยักหน้ายอมรับในคำพูดของเขาถึงแม้จะอยากรู้อย่างไรก็ตามที

 

“ว่าแต่พี่อิ่มหรือยังครับ” คนตัวเล็กที่เห็นว่าอีกฝ่ายหยุดกินไปได้สักครู่แล้วจึงถามออกมาซึ่งร่างสูงก็พยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วแบมแบมจึงหันไปเรียกพนักงานเพื่อให้มาคิดเงินที่โต๊ะพลางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองเพื่อจะหยิบกระเป๋าเงินหมายจะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีเลี้ยงแขกต่างแดนผู้หล่อเหลา

 

เอ๋...เดี๋ยวสิ

 

ทว่ากระเป๋าเงินที่ควรจะอยู่ในที่ของมันกลับว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย นั่นทำให้ร่างน้อยนึกย้อนไปถึงตอนออกจากบ้านและนึกขึ้นได้ว่าตอนออกมานั้นมัวแต่รีบลากร่างหนาออกมาจากบ้านดันเขาขึ้นรถแล้วออกมาโดยที่เอาโทรศัพท์ติดตัวออกมาเพียงเครื่องเดียว

 

“ทั้งหมด 650 บาทครับ” 

 

“แหะๆ ซักครู่นะครับ”

 

และประจวบเหมาะกับพนักงานที่เดินมาคิดเงินที่โต๊ะแล้วพูดแจ้งยอดทำให้คนที่ตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวสักกะแดงเดียวได้แต่ยิ้มอ่อนแล้วหัวเราะแห้งๆ ตอบเขาไปเป็นภาษาไทยก่อนจะหันมาเรียกอีกคนด้วยน้ำเสียงอ่อนอ่อย

 

“พี่มาร์คครับ...”

 

“?”

 

“ผมลืมเอากระเป๋าเงินมา...” ร่างน้อยพูดแบบอ้อมแอ้มพลางเอานิ้วก้อยเกาที่ท้ายทอยตัวเองเบาๆ แก้เก้อ

 

“How much?” นั่นทำให้ร่างหนาที่นั่งฟังอยู่หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหันไปถามพนักงานชายที่ยืนรออยู่ จนพนักงานชายคนนั้นต้องทำหน้าเหวอเล็กน้อยเพราะไม่คุ้นชินกับคนต่างชาติหากแต่ก็พอฟังออกว่าเขาพูดถึงอะไรจึงก้มหน้าลงเขียนตัวเลขสามตัวลงบนกระดาษที่เขาถือติดมาด้วยแล้วหันไปให้ลูกค้าดู

 

“Here...” มาร์คหยิบแบงค์สีเทาออกมาจากกระเป๋าตังค์แล้วยื่นให้พนักงานก่อนจะลุกขึ้นยืนทำท่าจะเดินออกจากร้านจนแบมแบมต้องเอ่ยท้วง

 

“พี่มาร์คแล้วเงินทอนหล่ะครับ”

 

“Tips”

 

“ทิปบ้าบออะไรเยอะขนาดนี้ครับ ยี่สิบบาทก็พอแล้ว” แบมแบมว่าอย่างนั้นขณะที่หันไปรับเงินทอนจากพนักงานชายแล้วยื่นแบงค์ยี่สิบกลับไปให้พนักงานคนนั้นก่อนจะนำเงินที่เหลือไปยื่นคืนเจ้าของที่แท้จริงของมัน

 

“พี่ต้องเลิกนิสัยใช้เงินเป็นเบี้ยได้แล้วนะครับ” ร่างน้อยว่าแบบดุๆ อย่างไม่เห็นด้วยเท่าไหร่กับนิสัยการใช้เงินแบบนี้ของคนรักที่ถึงแม้มันจะเป็นเงินจำนวนเล็กน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับทั้งหมดที่เขามี หากแต่เงินก็เป็นเงินจะมากจะน้อยเท่าไรก็มีค่า

 

“เข้าใจแล้ว” ร่างหนากดหน้าลงพร้อมกับตอบออกมาที่ไม่รู้ทำไมสำหรับแบมแบมแล้วรู้สึกว่ามันเป็นเพียงการรับคำส่งๆ เท่านั้น

 

ไว้ค่อยคุยอย่างจริงจังวันหลังแล้วกัน

 

“งั้นกลับรถกันเถอะครับเดี๋ยวพี่ไปขึ้นเครื่องไม่ทัน” คนตัวเล็กเอ่ยแล้วเริ่มเดินไปพร้อมกับคนตัวสูงก่อนที่จะมีมือหนาที่แสนอบอุ่นเอื้อมมาสอดประสานมือนิ่มกุมเอาไว้ด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนทางด้านเจ้าของมือนิ่มนั้นก็ได้แต่หลบซ่อนใบหน้าเห่อร้อนเอาไว้

 

“ลูกชุบไหมจ้ะลูกชุบบบบบบ” เสียงเรียกลูกค้าของแม่ค้าร้านหนึ่งดึงความสนใจของแบมแบมเอาไว้จนต้องหันไปตามทางเสียงที่มาทันทีด้วยสายตาเป็นประกาย ก่อนที่จะดึงมือหนาให้เดินตามไปอีกทางทันที

 

“พี่มาร์คมานี่ก่อนๆ”

 

“ลูกชุบไหมจ้ะพ่อหนุ่ม ชิ้นละบาทเลยจ้า” แม่ค้าที่เห็นว่าลูกค้าได้มาหยุดยืนหน้าร้านก็พูดด้วยอย่างเป็นกันเองพร้อมกับยื่นกล่องพลาสติกกับที่คีบขึ้นมาเตรียมรอลูกค้าสั่ง

 

“เอาครับ! เอาอันนี้สอง...อันนี้ด้วยแล้วก็อันนั้น อันนั้น อันโน้นด้วยครับป้า” คนน่ารักเอ่ยสั่งแม่ค้าอย่างตื่นเต้นไม่น้อยเมื่อได้เห็นหนึ่งในขนมที่ชอบกิน (แม้ความจริงแล้วจะชอบทุกอย่างก็ตามทีเถอะ)

 

“เท่าไหร่ครับป้า”

 

“ยี่สิบบาทจ้า” แม่ค้าตอบพลางหยิบถุงหิ้วออกมาเพื่อจะใส่กล่องที่บรรจุลูกชุบแล้วลงไป

 

“พี่มาร์คจ๋า...”​ ส่วนทางด้านคนตัวเล็กเมื่อรู้ราคาเรียบร้อยแล้วก็หันไปหาคนที่ยืนเงียบๆ อยู่ข้างกันพร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงอ้อนๆ ที่ทำให้ชายหนุ่มสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าถ้าเสียงแบบนี้มาเมื่อไหร่แปลว่าร่างบางต้องการจะอ้อนขออะไรบางอย่างกับเขาแน่ๆ ซึ่งถ้าหากเป็นในสถานการณ์แบบนี้เดาได้ไม่ยากเลยว่ามันจะเป็นอะไร

 

“แบมขอยี่สิบน้า จะเอาไปจ่ายค่าขนม” และนั่นก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ต่างจากที่ชายหนุ่มคาดหมายเอาไว้เลยแม้แต่น้อยเพราะคนน่ารักนั้นแบมือนิ่มข้างที่ว่างอยู่มาตรงหน้าชายหนุ่มพร้อมกับกระพริบตาพริบๆ พูดอย่างเสียงอ้อนกว่าเดิมที่ดาเมจมันรุนแรงมากพอที่ทำให้ก้อนเนื้อในอกแกร่งอ่อนยวบได้อย่างง่ายดาย

 

 


 

ให้ตายสิ ทำให้หลงมากขนาดนี้อย่าคิดเลยว่าจะหนีไปไหนได้อีก...





#รูมเมทมบ





“อือ...พอแล้วครับพี่มาร์คจะถึงสนามบินแล้ว” เสียงหวานเอ่ยทักท้วงออกมาเบาๆ ขณะที่มือนิ่มวางเอาไว้ที่อกแกร่งทั้งสองข้างแล้วดันมันไว้เบาๆ เพื่อไม่ให้คนตรงหน้าขยับเข้ามาใกล้เพื่อช่วงชิงลมหายใจของเขาได้อีก

 

ตอนนี้พวกเขาทั้งอยู่คนอยู่ในท่วงท่าที่แนบชิดสนิทที่แบมแบมโดนจับขึ้นมนั่งตักแกร่งหันหน้าเข้าหากันอยู่บนเบาะหลังบนรถโดยมีคนขับรถที่เป็นคนของร่างหนาขับรถไปเงียบๆ ไม่แสดงถึงการรับรู้หรือเห็นใดๆ ทั้งสิ้นว่ากำลังมีคนช้างหลังสองคนกำลังจูบกันดูดดื่มครั้งแล้วครั้งเล่ามาตลอดทางจนปากอิ่มเริ่มเจ่อบวม เสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่ร่างน้อยใส่อยู่เริ่มหลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นต้นแขนขาวนวลกับแผ่นอกบอบบางที่มีรอยกลีบกุหลาบสีสวยประดับเต็มไปทั่ว

 

“อืม” เสียงทุ้มขานรับแบบของไปทีขณะที่ริมฝีปากร้อนก็แกล้งขบเม้มที่เม็ดบัวสีสวยเบาๆ อย่างหยอกล้อสลับกับกดจูบเบาๆ จนเจ้าของเม็ดบัวนั้นตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความเสียวที่แล่นวาบไปทั่วร่างกาย

 

“อืมแล้วก็หยุดสิครับ” ร่างบางพูดเสียงเบากับคนที่ยังคงยุ่งอยู่ตรงอกของเขาด้วยน้ำเสียงและลมหายใจที่ติดขัดๆ อะไรบางอย่างในร่างกายกำลังจะถูกปลุกเร้าขึ้นมา พอๆ กับเจ้าของตักแกร่งเองนั้นก็ไม่ได้ต่างกันเพราะตอนนี้ที่ก้นนิ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ตื่นตัวจนแข็งกำลังดุนดันก้นของแบมแบมขึ้นมา

 

ถ้าไม่รีบห้ามตอนนี้เห็นทีจะไม่หยุดได้ง่ายๆ อีกแล้ว

 

คนตัวเล็กคิดในใจขณะที่หางตาเหลือบมองออกไปนอกกระจกแล้วเห็นสนามบินที่เป็นที่หมายของพวกเขาอยู่ไม่ไกล

 

“ขออีกนิดน่า” มาร์คพูดอย่างเอาแต่ใจขณะที่เลื่อนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นมาจากตรงอกของร่างระหงขึ้นมาประกบริมฝีปากอุ่นร้อนของเขาที่ปากอิ่มที่แสนหอมหวานกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้อีกครั้งพร้อมกับมอบจุมพิตที่แสนร้อนแรงและดูดดื่มให้คนที่ไม่รู้ประสีประสาหายใจแทบไม่ทัน

 

กว่าเขาจะถอนออกก็กินเวลาไปเกือบห้านาทีจนกระทั่งรถจอดสนิทแล้วนั่นแหละมาร์คถึงจะยอมหยุดแล้วติดกระดุมเสื้อคนตัวเล็กกลับเข้าไปดีๆ โดยที่เจ้าของของมันกำลังนั่งเอาหน้าผากซบลงไปที่แถวซอกคอแกร่งเพื่อพักหอบหายใจถี่ๆ หลังจากโดยช่วงชิงลมหายไปเมื่อครู่

 

“อยากกลับไปกลับฉันไหม” ชายหนุ่มถามออกมาข้างหูนิ่มแล้วกดจูบลงเบาๆ ที่แก้มนุ่มอย่างหวนแหน

 

ฟึ่บๆๆ

 

“...” คนตัวเล็กส่ายหัวแทนคำตอบเพราะต่อให้ความคิดถึงต่อคนตรงหน้าจะมีมากแค่ไหน หากแต่ความคิดถึงบ้านกับอาหารนั้นก็มีมากไม่แพ้กันดังนั้นแล้วร่างน้อยจึงต้องเลือกตัวเลือกที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะได้กลับมาอีกครั้ง

 

“ตามใจ” ชายหนุ่มว่าแบบนั้นแม้ในใจลึกๆ แล้วเขาอยากจะจับร่างน้อยมัดติดกับตัวเองไว้แล้วพากลับอเมริกาไปพร้อมกันเสียเดี๋ยวนี้ แต่เพราะเขาเข้าใจดีว่าคนตรงหน้าอยากจะอยู่บ้านที่ต้องรอตั้งหลายเดือนกว่าจะได้กลับมาครั้งนึง

 

“คุณมาร์คครับได้เวลาแล้วครับ” เสียงของคนขับรถพูดออกมากับเจ้านายของตนเมื่อเห็นว่าตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่เขาควรจะไปแล้วก่อนจะไม่ทันเครื่องบิน ซึ่งชายหนุ่มก็พยักหน้ารับน้อยๆ ขณะที่เอาปลายนิ้วของเขาไล้ไปที่แก้มนิ่มเบาๆ

 

“อย่าลืมตอบข้อความนะ ไม่งั้นจะมาหาอีก”

 

“อีกสิบวันก็จะเปิดเทอมแล้วครับไม่ต้องมาเลยนะ” เมื่อได้ยินคำประกาศิตจากปากของคนที่มักพูดจริงทำจริง แบมแบมเลยต้องรีบเงยหน้าออกจากซอกคอแกร่งแล้วส่ายหัวรัวๆ พร้อมกับเอ่ยแย้งทันที

 

“...” เขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรแค่ยักไหล่เบาๆ เชิงไม่ยี่หระแต่สำหรับแบมแบมนั้นรู้ดีเลยว่านั่นไม่ต่างอะไรกับการพูดว่า...ถ้าไม่ทำตามสัญญาอีกก็จะมา...ติดอย่างเดียวคือแค่ไม่ได้พูดออกมาเป็นคำพูดเท่านั้นแหละ

 

“ให้ผมลงไปส่งนะครับ” คนตัวเล็กว่าขณะที่ขยับตัวลงจากตักแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้ไปโดนอะไรบางอย่างที่ไม่ควรแตะต้องตอนนี้เพราะมันไม่ยอมสงบลงง่ายๆ เสียทีน่ะสิ

 

“ไม่ต้อง ดึกแล้วเขาจะไปส่งนาย” มาร์คปฏิเสธพลางลูบหัวที่มีกลุ่มผมนิ่มของคนข้างกายเบาๆ ก่อนที่จะหันไปเปิดประตูลงจากรถก่อนที่จะเป็นเขาเสียเองที่จะไม่ยอมทำตามสัญญาแล้วลากร่างน้อยบินกลับไปด้วยเสียก่อน

 

ครืดดดด

 

“เดินทางปลอดภัยนะครับ ถึงแล้วส่งข้อความมาบอกผมด้วย” หลังจากที่ประตูรถได้ถูกปิดลงโดยมือหนา คนน่ารักที่อยู่ข้างในก็ลดกระจกหน้าต่างลงเพื่อคุยกับคนที่ยังยืนอยู่เดิมเพื่อจะรอดูรถที่ร่างบางนั่งอยู่เคลื่อนออกไปก่อนจึงจะยอมเดินไป

 

“...”

 

“แล้วก็...รักนะครับ” ในตอนที่รถกำลังจะเคลื่อนตัวออกนั้นแล้วแบมแบมก็พูดประโยคนั้นนออกมาอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่ขวยเขินกับคำพูดของตัวเองไม่น้อยแล้วรีบปิดกระจกขึ้นซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับรถหรูที่เคลื่อนออกไปโดยที่นำพาหัวใจแกร่งติดไปด้วย เพราะดูเหมือนว่าคนที่ยืนอยู่นั้นจะยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมสักพัก ก่อนที่ริมฝีปากบางจะหยักยิ้มออกมาน้อยๆ ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาจากที่น่ากลัวกลายเป็นอบอุ่น อ่อนโยนและน่าค้นหาขึ้นเป็นเท่าตัว

 

ทำให้ตกหลุมรักมาขึ้นทุกวันจริงๆ สิน่า...

 

.

 

 

สิบวันผ่านไป

 

“อื้ม แบมถึงแล้วม๊ากำลังจะเข้าห้องแล้ว คร้าบๆ ไว้จะโทรหาใหม่นะ รักเหมือนกันฮะ” เสียงของแบมแบมที่กำลังเอาไหล่ประคองโทรศัพท์ของตัวเองให้แนบกับหูเพื่อคุยกับมารดาที่โทรมาหา ขณะที่มือสองข้างกำลังลากกระเป๋าเดินทางใบเขื่องสองใบมาหยุดยืนที่หน้าห้อง 

 

ก่อนที่จะปล่อยมือจากที่ลากกระเป๋าเพื่อใช้มือนึงจับโทรศัพท์ที่วางสายแล้วมาถือไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ควานหาพาสปอร์ตของมหาลัยของตัวเองในกระเป๋าสะพายที่เอาไว้ถือขึ้นเครื่องมาด้วย

 

ติ๊ดๆ

 

เมื่อหาเจอแล้วเจ้าตัวก็นำมันไปทาบลงตรงที่สแกนตรงประตูจนมันมีเสียงร้องเป็นสัญญาณเตือนสองครั้งพร้อมกับประตูที่ปลดล็อค มือเรียวจึงจับด้ามจับประดูเพื่อเปิดประตูห้องให้เปิดกว้างออกแล้วขนกระเป๋าสองใบเข้าไปในห้อง

 

“พี่มาร์คมาถึงแล้วเหรอ...” สิ่งแรกที่ร่างน้อยสัมผัสได้คือไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศที่ตกกระทบผิวตน นั่นทำให้คนตัวเล็กเอื้อมมือไปเปิดสวิตท์ไฟที่ผนังเพื่อขับไล่ความมืดภายในห้องให้หายไป

 

ขาเรียวก้าวเดินไปถึงตรงโซนห้องนอนเพื่อจะหาคนที่บินมาถึงก่อนเขาตั้งแต่เมื่อวานและภาพที่เขาเห็นนั้นทำให้ดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างขึ้นด้วยความงุนงงปนแปลกใจเพราะแทนที่ห้องนอนที่ควรจะมีเตียงอยู่สองเตียงคนละฝากฝั่งของห้องโดยหนึ่งเป็นของเขาอีกหนึ่งเป็นของอีกคน แต่ตอนนี้เตียงทั้งสองนั้นหายไปเหลือเพียงเตียงคิงไซส์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องพร้อมด้วยโต๊ะข้างหัวเตียงใหม่ทั้งสองข้างที่เข้าชุดกัน

 

หรือเข้าผิดห้อง? เป็นไปไม่ได้ก็เมื่อกี้เราใช้พาสปอร์ตแตะเข้ามานี่

 

ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังสับสนงุนงงกับสิ่งที่เจอตรงหน้านั้นจู่ๆ ก็ถูกจู่โจมโดยอ้อมกอดแกร่งที่แสนอบอุ่นและคุ้นเคยเป็นอย่างดีสวมกอดจากด้านหลังจนคนขี้ตกใจต้องสะดุ้งน้อยๆ

 

“พี่มาร์ค!”

 

“...” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรตอบรับคนในอ้อมกอด หากแต่กระชับอ้อมกอดแกร่งให้แน่นกว่าเดิมพร้อมกับสูดกลิ่นจำกายที่แสนคิดถึงเข้าเต็มปอด

 

“เดี๋ยวก่อนครับ พี่มาร์คเตียงผมหายไปไหน?” ร่างเล็กขยับตัวให้หลุดออกจากอ้อมกอดแกร่งที่รัดแน่นซึ่งมาร์คก็ยอมปล่อยอย่างง่ายดาย ขณะที่เงยหน้าขึ้นสบกับดวงตากลมโตที่กำลังฉายแววงุนงงต้องการคำตอบ

 

“คืนมหาลัยไปแล้ว” ชายหนุ่มตอบตามจริงเพราะตามระเบียบของหอพักพวกเขามีสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นยกเว้นที่อยู่บนผนังหรือที่จะทำให้เกิดการทุบทำลายเพื่อสร้างใหม่ พวกเขามีสิทธิทั้งหมดโดยที่ถ้าหากจะเปลี่ยนสามารถแจ้งมหาลัยให้เอาคนมาคนของที่เป็นทรัพย์สินมหาลัยออกได้เพื่อจะนำชิ้นใหม่เข้ามา

 

“ได้ไงกัน”

 

“อยากได้เตียงใหม่เฉยๆ” เสียงทุ้มว่าแบบนั้นทำให้คนตัวเล็กต้องโต้กลับไปทันที

 

“แล้วทำไมต้องเอาของผมออกด้วยหล่ะครับ”

 

“ซื้อเตียงเดียวใช้สองคนประหยัดกว่า” มาร์คพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งๆ เหมือนกับว่าที่ตนทำนั้นถูกแล้ว ตรงตามที่ร่างน้อยเคยว่าเขาคราวที่แล้วเรื่องการใช้เงินเพราะงั้นมาคราวนี้เจ้าตัวจึงตั้งใจทำตามที่ร่างน้อยเคยพูดเอาไว้อย่างเคร่งครัด

 

“...” ซึ่งเหตุผลที่ร่างหนาบอกออกมานั้นทำให้แบมแบมถึงกับไปต่อไม่ถูกและอยากจะยกมือขึ้นมากุมขมับเสียเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดว่าจู่ๆ ร่างกายก็ถูกยกลอยขึ้นโดยคนตัวสูงที่ชอบใช้เงินในการแก้ปัญหาในชีวิต

 

“เหวอออ พี่มาร์คจะทำอะไร” คนตัวเล็กร้องออกมาเบาๆ เมื่อถูกอุ้มตัวลอยจนต้องรีบคว้าต้นคอแกร่งเพราะกลัวตกยามที่ขาไม่ได้แตะพื้นแล้ว

 

“พิสูจน์ไง”

 

“พิสูจน์อะไรครับ” คนหน้าหวานที่งุนงงกับคำพูดแปลกๆ ของคนรักที่พูดขึ้นมาสั้นๆ

 

“พิสูจน์ว่าเตียงใหม่แข็งแรงกว่าของเก่ามากแค่ไหน...”

 

“ดะ...เดี๋ยวสะ...อุ๊บ”

 

.

 

.

 

.

 

 


“พะ...พี่มาร์คแบม อื้อ เหนื่อย...ไม่ไหวแล้ว”

 

 

“ขออีกรอบนะครับคนเก่ง”



  

 

100%

 

 

______________________________

 

มันก็จะซูมเข้าโคมไฟแล้วได้ยิิน(อ่าน)แต่เสียงเนอะ

ฮริ้ง


TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.794K ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2976 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มกราคม 2563 / 07:54

    พบคนติดแฟนหนึ่งอัตรา

    #2976
    0
  2. #2967 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 09:32
    ประหยัดดีโนะะะ
    #2967
    0
  3. #2946 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 06:23
    ประหยัดดีเน้อ แหมมมม!!! เตียงเดียวนอนสองคน
    #2946
    0
  4. #2937 B3erry (@B3erry) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 15:38
    อยากจะแหมมมมมม ไปถึงดาวอังคาร
    #2937
    0
  5. #2930 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 23:50
    จ้าาาาาา
    #2930
    0
  6. #2903 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 23:44
    เพิ่งกลับมาเอง กระหายหรอ
    #2903
    0
  7. #2883 Bless_bee (@Bless_bee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กันยายน 2561 / 20:42
    ขอถุงเลือดเพิ่มหน่อยค๊าา...มโนเป็นของหวานน
    #2883
    0
  8. #2871 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:26
    ม๊าคคคคคคคค
    #2871
    0
  9. #2821 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 21:42

    ให้น้องพักก่อนพี่มาร์คน้องพึ่งเดินทางกลับมา

    #2821
    0
  10. #2803 Finzerhun (@Finzerhun) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 22:39
    คนมึนนน
    #2803
    0
  11. #2794 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 09:01
    พี่มาร์คเป็นคนหื่นและกวนตีนแบบนี้หรอ5555+
    ลองเตียงใหม่สินะ
    #2794
    0
  12. #2626 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:20
    เอวครากแน่ๆลูกเอ้ย
    #2626
    0
  13. #2241 bbboobb (@bbboobb) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 12:05
    คิดถึงมากอะเนอะ
    #2241
    0
  14. #1992 Ppeechicken (@Ppeeechicken) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 20:35
    แค่กๆ แค่ก แค่กๆๆๆ มะ มาร์ค ใจเยนๆน้องเพิ่งกลับมาโอโห เอาสะเลือดชั้นแทบหมดตัว
    #1992
    0
  15. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  16. #1990 Surunda (@Surunda) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 07:36
    เง้ยยยยย น้องเพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆนะม้าคคคคค
    #1990
    0
  17. #1989 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 06:45
    เอาแต่ใจกับน้องตลอดดดเด
    #1989
    0
  18. #1988 DaDa Suttida (@dadajibi1990) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 03:18
    น้องเพิ่งมาถึงไง ให้น้องพักบ้างง
    #1988
    0
  19. #1987 Fonnnnnni (@Fonnnnnni) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:06
    รออออออออ
    #1987
    0
  20. #1986 Lyn. (@sryko1a) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:31
    🌚🌝🌚🌝🌚🌝
    #1986
    0
  21. #1985 Minnies05 (@Minnies05) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:29
    อะไรกันเนี่ยยย โอ้ยยยยย
    #1985
    0
  22. #1981 Icemb (@reikaice) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 19:50
    พี่มาร์คคนหื่น :P
    #1981
    0
  23. #1980 por_pla4u (@por_pla4u) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:43
    กรี๊ดดดดดดด
    #1980
    0
  24. #1979 Lovely_MB37ALL (@sawassdeethai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:18
    ขนาดไม่มาเป็นฉากยังเขิน
    #1979
    0
  25. #1978 Love AmeriThaiKong (@pinkyantz1126) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 17:38
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆ พี่มาร์คไม่พูดพร่ำทำเพลงไรเลย น้องกลับมาไม่ทันได้พักก็จัดซะน้องเพลียเชียว โอ้ยยยยยยยยย
    #1978
    0