(end)▿#MARKBAM ; ROOMMATE #รูมเมทมบ ❞ [ft. GOT7]

ตอนที่ 14 : ROOM XIII : GO BACK

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,580 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

     

 

________________________________________________________

 

Room XIII

Go Back

________________________________________________________

 

 

   


  ________________________________________________________

 

เจ็บ...

 

ทันทีที่ดวงตากลมลืมตื่นขึ้นมาจากนิทราอันแสนหวานความรู้สึกแรงที่เขาสัมผัสคือความปวดร้าวไปทั่วร่างกายราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ ร่างบางพยายามดันตัวเองขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงอย่างยากลำบาก ขณะที่กวาดสายตามองสภาพตัวเองที่ตอนนี้มีรอยประทับตรากลีบกุหลาบสีแดงแสดงความเป็นเจ้าประปรายไปทั่วร่างเลยไปถึงเตียงนอนของเขาที่อยู่ในสภาพยับยู่ยี่

 

ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ ห้องเพื่อหาชายหนุ่มที่เขาตระกองกอดไว้ทั้งคืน หากแต่อ้อมกอดอันอบอุ่นนั้นไม่อยู่เสียแล้ว แม้กระทั่งเตียงนอนก็เย็นเยียบไม่มีไออุ่นของใครคนนั้นเหลืออีกต่อไป เสื้อผ้าที่เขาจำได้ลางๆ ว่าถูกถอดโยนวางระเกะระกะเต็มพื้นได้ถูกเก็บไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ หากแต่ความเงียบสงัดของห้องที่บ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่นอกจากคนตัวเล็กทำให้น้ำใสๆ รื้นขึ้นมาในดวงตาคู่สวยพร้อมกับเสียงสะอื้นที่เจ้าของมันพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

 

“ฮึก...”

 

พี่ไปไหน...ทิ้งกันแล้วเหรอ?

 

ร่างน้อยไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ตนเองนั้นกำลังร้องไห้ด้วยเหตุผลไหนกันแน่เพราะตอนนี้ความรู้สึกของเขามันตีกันมั่วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นความสับสน เสียใจ ตื่นกลัว หรือเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจหลังจากที่ตื่นมาไม่เห็นคนที่นอนอยู่ข้างกายเขาทั้งคืน

 

คนที่เฝ้ากระซิบบอกคำรักอยู่ข้างๆ หู...

 

แกร๊ก

 

เสียงเปิดประตูดังขึ้นไม่นานก่อนที่จะตามมาด้วยร่างสูงที่เดินถือถุงอาหารเข้ามา เขาเอามันไม่วางเอาไว้บนโต๊ะที่ครัวก่อนจะเดินมาที่เตียงหมายจะมาปลุกร่างน้อยที่เขาคิดว่าน่าจะยังหลับอยู่ให้ตื่น

 

“แบมแบม!” แต่ทว่าภาพแรกที่เขาเห็นกลับไม่ใช่คนหน้าหวานที่กำลังนอนหลับไหลเหมือนดั่งเช่นตอนที่เขาเห็นตอนก่อนเดินออกไป หากแต่ตอนนี้เป็นใบหน้าหวานที่แก้มนวลเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลหยดลงมาเป็นสายธารแห่งความเศร้าโศก พอๆ กับเรือนร่างบอบบางที่สั่นราวกับลูกนกตัวน้อยที่ตกลงมาจากรัง

 

“พะ...พี่มาร์ค ฮึก” คนตัวเล็กเอ่ยเรียกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขณะที่เงยหน้าขึ้นสบตาคมอีกคู่ผ่านม่านน้ำตาที่รื้นขึ้นมากลบตาจนภาพตรงหน้านั่นพร่ามัวไปหมด

 

หมับ

 

“ร้องไห้ทำไม” ไวกว่าความคิดชายหนุ่มก็รวบร่างน้อยขึ้นมานั่งบนตักแกร่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับกอดเอาไว้หลวมๆ อย่างปลอบโยน

 

“ฮึก แบมกลัว...”​ เมื่อความอบอุ่นที่ถวิลหาโอบล้อมทั่วร่างกายคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้ตอบด้วยเสียงสะอื้นนั้นก็ซุกตัวเข้าหาอกแกร่งทันที

 

“กลัวอะไรครับ ฝันร้ายเหรอ” มาร์คพูดกับคนในอ้อมกอดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขณะที่โยกตัวไปมาเบาๆ เหมือนปลอบโยนคนที่กำลังร้องไห้แยเหมือนดั่งเช่นเด็กน้อย

 

“...” แบมแบมส่ายหัวน้อยๆ ขณะที่ยกมือมากอดที่เอวสอบแน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายนั้นจะสลายหายไปในอากาศ

 

“ไม่ได้ฝันร้ายแล้วกลัวอะไรครับ”​ ชายหนุ่มถามอีกครั้งเพื่อหาคำตอบที่ทำให้คนที่ไม่ต่างอะไรกับดวงใจของเขาร้องไห้จนตัวโยน

 

“ผม...แบม...กลัวว่าพี่จะทิ้งแบมไปจริงๆ” คนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะตื่นกลัวพูดความในใจออกมาได้อย่างง่ายดายพร้อมกับเอาใบหน้าซุกเข้ากับซอกคอแกร่งแน่นกว่าเดิม

 

 “ทำไมคิดว่าพี่จะฟันแล้วทิ้งหล่ะ” ชายหนุ่มถามเสียงอ่อนความรู้สึกเปียกชื้นจากหยดน้ำตาที่เปียกชื้นที่ไหลโนลำคอแกร่งลงไปดึงเสื้อเชิ้ตเนื้อดี่เขาใส่อยู่นั้นทำให้ร่างหนารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่นัก

 

ดูเหมือนว่าคำรักที่พร่ำกระซิบบอกเมื่อคืนคงจะไม่พอ...

 

“ก็พี่...ก็พี่...” คนตัวเล็กอ้ำอึ้งอยู่ในลำคอแต่ก็ไม่พูดออกมาหากแต่แค่นั้นก็มากเพียงพอให้คนที่เป็นเบาะรองนั่งกิตติมศักดิ์ให้ร่างน้อยสามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย

 

“เพราะตื่นมาแล้วไม่เจอพี่เหรอ” ราวกับนั่งอยู่ในใจถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากร่างหนานั้นทำให้คนตัวเล็กที่กำลังขวัญเสียพยักหน้าหงึกหงักอย่างยอมรับ

 

“พี่ออกไปซื้อข้าวให้เราต่างหาก กลัวเราจะหิวตอนตื่นมาไง” ชายหนุ่มผู้ที่ไม่สนใจหรือคิดจะดูแลใครหากแต่พอเป็นแบมแบมแล้วเขาก็ยอมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนละคน จากชายผู้เย็นชากลับกลายเป็นชายที่อบอุ่นกว่าดวงอาทิตย์ที่ต่อให้เข้าใกล้ยังไงก็ไม่มีวันแผดเผาร่างน้อยตรงหน้า หากแต่จะกลับโอบอุ้มดูแลอย่างดี

 

“อย่าออกไปไหนโดยที่ไม่บอกแบมอีกนะครับ” เด็กน้อยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจปนอ้อนๆ ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้าของของมันด้วยน้ำเสียงหวานๆ และดวงตากลมโตที่ฉ่ำน้ำ

 

“เข้าใจแล้วครับ ไม่ร้องแล้วนะ” มาร์ครับคำอย่างง่ายดายพลางจูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาเปราะแก้มนวลเบาๆ อย่างอ่อนโยนซึ่งถ้าหากคนอื่นได้มาเห็นมุมนี้แล้วคงจะต้องมองกันตาค้างอย่างไม่เชื่อสายตาเป็นแน่ที่คนหัวแข็งไม่ยอมฟังใครแถมยังแข็งกระด้างอย่างมาร์ค ต้วนนั้นจะสามารถเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

 

“อื้อ” เสียงหวานตอบรับในลำคอเบาๆ แขนเรียวที่กอดเอวสอบไว้หลวมๆ นั้นก็ขยับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับดวงตาทั้งสองคู่ที่สบประสานกันและกันจะค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้กันมากขึ้น จนกระทั่งริมฝีปากทั้งสองคนจะสัมผัสเข้าหากันอีกครั้งเบาๆ แม้จะไม่มีการรุกล้ำเข้ามาแต่อย่างใดเป็นเพียงแค่การกดจูบเบาๆ แล้วถอนออกแค่นั้น หากแต่ก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกของทั้งคู่อุ่นวาบขึ้นมา

 

“แล้วคำตอบที่พี่ถามเมื่อคืนหล่ะ” เสียงทุ้มถามออกมาหลังจากที่ถอนจูบแล้วพร้อมกับจัดท่าให้คนตัวเล็กใหม่โดยที่ให้ร่างบางนั่งหันหน้าเข้าหาเจ้าตัวทั้งๆ ที่ยังอยู่บนตักแกร่งแบบนั้น

 

“คะ...คำตอบ...” คำถามนั้นทำให้ผู้ที่ถูกถามหายใจติดขัดพลางรีบเสหลบตาไปทางอื่น พอๆ กับแก้มใสที่เริ่มเป็นสีระเรื่อราวกับลูกตำลึงสุก

 

คบกับพี่นะ...

 

เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำกับใบหน้าที่แสดงออกถึงความรักของมาร์คเมื่อคืนแม้มันจะเลือนลางในความทรงจำของคนเมา หากแต่มันก็ชัดเจนอยู่ในใจว่าภาพนั้นคือเรื่องจริงแล้วตอนนี้คนในความทรงจำนั้นกำลังมาเรียกร้องเอาคำตอบ

 

“คบกับพี่นะครับ” และถ้าหากว่าคนที่หายเมาแล้วคิดที่จะแกล้งโมเมหรือทำเป็นจำไม่ได้แล้วล่ะก็ชายหนุ่มเขาก็พูดออกมาอีกครั้งต่อหน้าตรงๆ โดยไม่มีการเหนียมอายใดๆ ทั้งสิ้น

 

ร้ายจริงๆ...

 

“...” แบมแบมได้แต่แอบคิดในใจหลังจากที่โดนดักทุกทางแล้ว หากจะให้ลุกหนีไปตอนนี้ก็ทำไม่ได้เพราะสังขารก็ไม่เอื้อแถมตอนนี้ถูกจับขึ้นมานั่งบนตักแกร่งแบบนี้แล้วดูยังไงก็ไม่น่าพ้นอยู่ดีและนั่นทำให้ทางเลือกของร่างน้อยเหลือเพียงแค่อย่างเดียวคือต้องตอบคำถามนี้เท่านั้น

 

“เราเป็นของพี่แล้วนะครับอย่าลืมซะหล่ะ ขาดแค่สถานะที่ชัดเจนเท่านั้น” คนที่ปกติแล้วพูดแทบจะนับคำได้แต่พอได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของตัวเองแล้วนั้นกลับกลายเป็นคนที่พูดออกมายาวๆ ได้เสียอย่างนั้น ยิ่งไปกว่านั้นคือทุกถ้อยคำที่หลุดออกมานั้นไซร้กำลังจะทำให้คนฟังเขินจนหน้าแทบระเบิด

 

“แบม...แบมขอ...”

 

“ถ้าจะบอกว่าขอเวลาพี่คงจะให้ไม่ได้แล้ว” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะพูดได้จนจบประโยคมาร์คก็เอ่ยดักคอขึ้นมาเสียก่อนราวกับล่วงรู้ล่วงหน้ามาแล้วว่าคนบนตักเขากำลังจะพูดหรือคิดอะไร

 

“คำตอบ?”​ เขายังคงเอ่ยคาดคั้นคนหน้าหวานอีกครั้งขณะที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนสุดท้ายแบมแบมเลือกที่จะเอามือขึ้นมาปิดใบหน้าที่เห่อร้อนของตน

 

ฮื่อ เขินจะตายอยู่แล้ว

 

“ไม่รู้” คนที่เอามือปิดหน้าตอบออกมาเสียงอู้อี้ซึ่งนั่นทำให้คนฟังเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่สายตาของเขาจะฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมา

 

“ไม่รู้?” เขาทวนคำพร้อมกับยกยิ้มมุมปากน้อยๆ พลางยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูนิ่มเบาๆ

 

“สงสัยต้องพิสูจน์แบบเมื่อคืนอีกรอบสินะ”

 

“!!!” สิ้นคำพูดของชายหนุ่มคนที่เอามือปิดหน้าก็เอามือที่ปิดหน้าออกเปลี่ยนมาเป็นดันอกแกร่งแทน

 

“มะ...ไม่เอา ตอบแล้วครับๆ แบมตอบก็ได้” เสียงใสรีบเอ่ยระรัวเพราะกลัวว่าจะโดนจับกดอีกรอบ

 

แค่นี้ก็จะลุกไม่ไหวอยู่แล้ว ถ้าโดนอีกรอบมีหวังไม่ต้องบินกลับบ้านกันพอดี

 

“...?”​ มาร์คเลิกคิ้วขึ้นอีกครั้งและนั่งเงียบมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดรอคอยฟังคำตอบที่ต้องการ

 

“ครับ”

 

“ครับอะไร” เขาแกล้งทำเป็นตีมึนไม่รู้ไม่ชี้กับคำตอบสั้นๆ ไม่มีบริบทอะไรเพิ่มเติมของร่างน้อย

 

“ก็ที่พี่ถามไงครับผมตอบแล้วนี่ไง” แบมแบมพยายามขยายความถึงแม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งตีหน้ามึนเพื่อทำให้ตนเขินอาย

 

“พูดถึงเรื่องอะไรอยู่เหรอ”

 

ให้ตายสิทำไมตีหน้ามึนได้ขนาดนี้เนี่ย

 

“คบก็คบไงครับ!” ร่างบางพูดออกมาเสียงเข้มขณะที่ปากอิ่มงุ้มเข้าหากันน้อยๆ เพราะโดนกลั่นแกล้งแต่ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้

 

“พูดแบบนี้เหมือนไม่เต็มใจดูเหมือนต้องจัดอีกรอบจริงๆ สินะ...” มาร์คพูดแค่นั้นขณะที่ทำท่าเหมือนจะดันร่างเล็กลงบนเตียงอีกครั้งจริงๆ ร้อนถึงคนที่ตอนนี้ระบมไปทั้งร่างต้องรีบเอ่ยห้ามเสียงระรัว

 

“ไม่เอา! แบมเต็มใจม้ากมาก เต็มใจกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว แบมจะมีพี่คนเดียว พี่คือที่หนึ่งในใจตลอดไปครับ!!!” เขาพูดออกมาเสียงดังกว่าเดิมแถมรัวออกมาประหนึ่งจะแร็ปยังไงยังงั้นซึ่งนั่นทำให้คนที่ชอบแกล้งหัวเราะออกมาในลำคอเบาๆ

 

“หึ พูดแล้วนะ หลังจากนี้จะขอเลิกพี่ก็ไม่ปล่อยเราไปแล้วนะ”

 

“ผมสิต้องกลัวพี่ขอเลิก” แบมแบมพูดขณะทำปากขมุบขมิบตามไปด้วยแต่เพราะว่าทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถได้ยินคำพูดทั้งหมดอย่างง่ายดาย

 

“ไม่มีวันนั้นหรอก...สาบานได้” เขาเชยคางแบมแบมขึ้นให้มาสบตากันตรงๆ กับนัยต์คมที่ฉายแววไม่ได้ล้อเล่นและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังในทุกคำพูด

 

 


 

“แล้วผมจะคอยดู”



 

“งั้นก็ดู(แล)กันจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเลยนะ :) ”





#รูมเมทมบ





“น้องแตงเฮียว่าเลิกส่องเถอะครับ” เสียงทุ้มของแจ็คสันที่พยายามเอ่ยเตือนแฟนตัวน้อยของตัวเองที่ยืนอยู่หน้าประตูมาได้สักพักแล้ว หากแต่ร่างบางก็หาได้จะสนใจไม่

 

“จินยองนายว่าสองคนนั้นจะออกมากี่โมง แจว่าไม่ออก” ยองแจที่ตอนนี้พาร่างของตัวเองมาอยู่ห้องของจินยองและกำลังส่องตาแมวมองประตูห้องของเพื่อนสนิทอีกคนที่อยู่ตรงข้าม

 

“ฉันว่าน่าจะเย็นๆ เพราะเมื่อเชื่อพี่มาร์คออกมาซื้อข้าวแล้วรอบนึง” จินยองที่นั่งพิงแจบอมอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาตอบโดยที่ไม่ละสายตาจากหนังสือมามองคนถามเลยสักนิด

 

“ทำไมคิดแบบนั้นหล่ะ” คนที่ยืนส่องประตูอยู่หันมาถามเพื่อนสนิทที่อ่านหนังสืออยู่แถมยังดูมั่นใจมากเสียด้วยว่าสองคนที่พวกเขากล่าวถึงนั้นจะออกมาภายในวันนี้แน่ๆ

 

“ตามไฟล์ทกลับแบมคือพรุ่งนี้เพราะงั้นตู้เย็นพวกเขาจะต้องโล่งเลยต้องออกมาหาอะไรกินไงหล่ะ” คนที่ถูกถามร่ายคำตอบออกมาอย่างวิเคราะห์จนยองแจต้องอ้าปากค้างเพราะตนคิดไม่ทันถึงเหตุผลพวกนั้นเลยแม้แต่น้อยเลยน่ะสิ

 

“แต่แบมอาจจะลุกไม่ไหวจนออกมาไม่ได้ก็ได้” ยองแจเอ่ยถึงความเป็นไปได้อีกข้อที่ผุดขึ้นมาในหัวเพื่อถกกับเพื่อนสนิท

 

“พนันกันไหมหล่ะ ฉันว่าแบมต้องออกมา” จินยองที่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือแล้วยกยิ้มให้กับคนที่ยืนอยู่แถวประตูและกำลังมองมาทางตน

 

“ได้! คนแพ้ต้องวิ่งไปกลับตรงหน้าหอแล้วตะโกนบอกรักแฟนตัวเองนะ” ยองแจตอบตกลงทันควันแถมยังเสนอบทลงโทษอีกเองด้วย

 

“ตกลง...” จินยองตอบตกลงในทันทีเช่นกันเพราะตนมั่นใจมากว่าศึกครั้งนี้เจ้าตัวเองจะไม่แพ้

 

ทำไมน่ะเหรอ?

 

เพราะแบมแบมมีนิสัยคล้ายเขาอย่างนึงเกี่ยวกับคนรักน่ะสิ...ถ้าติดแล้วก็จะติดมากแถมคนที่ชอบอ้อนแบบแบมแบมนั้นถ้าเพิ่งผ่านศึกรักกันมาอย่างนี้แล้วไม่ยอมห่างกันง่ายๆ หรอก 

 

เขามั่นใจ...

 

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมงจนเป็นเวลาบ่ายสามกว่าเกือบสี่โมงแล้วผลตัดสินก็มาในรูปการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์

 

ครืดดดดด ครืดดดดด

 

“ฉันชนะ”​ เสียงของจินยองเอ่ยขึ้นหลังจากที่เสียงสั่นของโทรศัพท์ที่เป็นแจ้งเตือนถึงการมีข้อความเข้ามาในไลน์กลุ่มของพวกเขาทั้งสามคน

 

B. : ไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม

 

“เห้ยยย! ทำไมแบมทำแบบนี้” ยองแจร้องโอดครวญออกมาเบาๆ เมื่อเห็นข้อความเหล่านั้นที่ไม่ต่างอะไรกับคำบอกกลายๆ เลยว่าเขากำลังจะแพ้พนันที่ตัวเองเป็นคนเสนอข้อเดิมพันเองเสียด้วย

 

นี่มันปลาหมอตายเพราะปากชัดๆ!

 

“อย่าลืมที่ตกลงกันไว้หล่ะ” คนที่ชนะพนันอย่างจินยองเอ่ยทวงอย่างอารมณ์ดีขณะที่จิ้มโทรศัพท์ตอบตกลงคำชวนของเพื่อนที่อยู่ห้องตรงข้ามไปด้วย

 

“ฮือออ แบมไม่รักแจน” ส่วนคนที่แพ้พนันแล้วนั้นก็ได้แต่ร้องงอแงตัดพ้อหาว่าเพื่อนสนิทอีกคนไม่รักจนอย่างงู้นอย่างงี้อยู่คนเดียว...

 

“หมวยรักเฮียยยยย! หมวยรักเฮียยยยย! หม๊วยรั๊กเฮี้ยยยยย!!!” เสียงแหลมสูงของยองแจที่ดังไปทั่วบริเวณข้างหน้าหอพักจนทำให้เด็กมหาลัยที่กำลังเดินเข้าออกรวมไปถึงบนห้องต้องชะโงกออกมาดูจากระเบียงหลังจากได้ยินเสียงดังหรือเรียกว่าแหกปากโวยวายก็ว่าได้ดังขึ้น

 

“นั่นยองแจกำลังทำอะไรเหรอ” แบมแบมที่เดินลงมาโดยที่มีแฟนหนุ่มหมาดๆ ช่วยประคองเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่ยืนดูอยู่ก่อนแล้วอย่างงงๆ

 

“แพ้พนันหน่ะ” จินยองที่ยืนกอดอกมองขณะที่ปิดปากหัวเราะกับท่าทางเหนื่อยหอบแถมยังเสียงดังไปทั้งบริเวณตอบแบมแบม

 

“พนันอะไรกันอ่ะ” คนที่เพิ่งลงมาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรถามออกมาอย่างที่ตามไม่ทันเท่าไร่นัก

 

“พนันว่านายจะออกจากห้องตอนไหนหน่ะ”​

 

เดี๋ยวนะ...ทำไมเอาเรื่องของแบมมาพนันกันได้เนี่ย!?

 

“แบมนายจะกลับพรุ่งนี้ใช่ไหม” จินยองเอ่ยถามเพื่อนสนิทหลังจากที่พวกเขาสั่งอาหารกับบริการเรียบร้อยแล้ว

 

“เลื่อนไฟล์ทไปก่อนน่ะเพราะร่างกายไม่เอื้อเท่าไหร่” คนที่ถูกถามส่ายหัวเล็กน้อยแล้วตอบขณะที่แอบเหลือบมองไปที่คนที่นั่งติดกับตนที่เป็นสาเหตุทำให้เขาต้องเลื่อนไฟล์ทตั๋วเครื่องบินออกไปกลับวันเดียวกับร่างสูงที่จัดการเลื่อนตั๋วเครื่องบินของตัวเองด้วยเช่นกัน

 

“ไม่กลับได้ไหม” คนที่เงียบมาตลอดพูดขึ้นมาพร้อมกับหันหน้ามาสบตากับคนตัวเล็กตรงๆ

 

“ได้ที่ไหนครับ ผมบอกที่บ้านแล้วว่าจะกลับ”

 

“งั้นฉันกลับไปกับนายด้วย” ร่างหนาที่หากเป็นเทอมที่ผ่านๆ มาพอหมดเทอมเมื่อไหร่เขาก็มักจะบินกลับบ้านทันที คงจะมีแต่ปีนี้ที่งอแงอออกอาการไม่อยากกลับบ้านตัวเองเพราะกำลังติดใครบางคนแถวนี้เข้า

 

ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกคือต่อจากนี้คงไม่อยากห่างจากคนตัวเล็กถึงจะถูกมากกว่า

 

“ต้องกลับบ้านตัวเองสิต้องไปช่วยพ่อทำงานไม่ใช่เหรอ” แบมแบมกล่าวถึงเหตุผลที่เขาเองก็รู้ดีเพราะร่างหนาเคยบอกถึงแพลนคร่าวๆ ในปิดเทอมนี้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรไปจากลูกนักธุรกิจคนอื่นที่ต้องกลับไปช่วยงานครอบครัวเพื่อเตรียมพร้อมที่จะขึ้นตำแหน่งผู้กุมบังเหียนหลักของบริษัท

 

“ช่างสิ” เสียงทุ้มตอบพร้อมกับยักไหล่เชิงไม่ยี่หระนั่นทำให้คนหน้าหวานต้องยู่ปากน้อยๆ แล้วตอบกลับ

 

“ช่างได้ยังไงครับเดี๋ยวตีเลย”

 

“ตีสิ แต่ระวังคืนนี้ไม่ได้นอน” ชายหนุ่มพูดประโยคนั้นออกมาได้อย่างสบายๆ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องธรรมดาทั่วไปอยู่ไม่ใช่เพราะสองแง่สองง่ามยังไงยังงั้น

 

“พี่มาร์ค!” ร่างน้อยแหวออกมาพอๆ กับแก้มใสที่เปลี่ยนเป็นสีระเรื่ออย่างน่ารัก

 

“อะแฮ่มๆ ใจเย็นเด้อ เห็นหัวพวกกูหน่อยยังอยู่ตรงนี้จ้า” เป็นแจ็คสันที่เอ่ยขัดบทสนทนาของคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่คุยโต้กันไปมาราวกับว่าบนโต๊ะนี้มีเพียงพวกเขาแค่สองคนยังไงยังงั้น

 

“ทดลองทำตัวเป็นอากาศอีกแล้ว...” ยองแจพูดออกมาเบาๆ กับจินยองที่นั่งติดกันที่กำลังพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วยแต่ด้วยความยองแจนั้นต่อให้พูดเบาๆ แค่ไหนก็ได้ยินกันทั้งโต๊ะอยู่ดี นั่นเลยทำให้แบมแบมแก้มแดงกว่าเดิมแล้วแอบหยิกเอวหนาของคนรักเบาๆ เป็นการเอาคืน

 

ชอบทำให้อายอยู่เรื่อยเลย!

 

ห้าวันถัดมา

 

@สนามบิน

 

“พี่มาร์คไปแล้วครับเดี๋ยวไปขึ้นเครื่องไม่ทัน” เสียงหวานของแบมแบมที่เอ่ยบอกแฟนหนุ่มที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆ กันในเลานจ์วีไอพีที่สนามบินเพื่อรอเวลาขึ้นเครื่อง

 

“ไม่ไปแล้วฉันจะไปกับนาย” คนตัวโตพูดออกมาอย่างเอาแต่ใจขณะที่เปิดแอปพลิเคชันในโทรศัพท์หมายจะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับไทยตามร่างน้อยไปจริงๆ ทำให้คนตัวเล็กต้องรีบคว้าโทรศัพท์เครื่องหรูของเขาเอาไว้เสียก่อนที่เขาจะเผลอไปกดซื้อเข้าจริงๆ

 

ยิ่งเป็นคนพูดจริงทำจริงอยู่ ไม่ได้ๆ

 

“ได้ที่ไหนกันหล่ะครับ ไม่งอแงสิ” แบมแบมว่าแบบนั้นพลางกดปิดหน้าเลือกไฟล์ทตั๋วเครื่องบินลงพร้อมกับลบแอปเสร็จสรรพเพื่อกันให้เขาไม่ทำอะไรผลีผลามตามที่ใจอยากจริงๆ

 

“ไม่ได้งอแง” คนที่กำลังแปลงร่างเป็นเด็กหนุ่มร่างหนาที่กำลังติดแฟนแจเถียงด้วยใบหน้านิ่งๆ ตามแบบฉบับของเจ้าตัวจนคนที่เด็กกว่าต้องเอ่ยบอกอีกครั้งว่าที่เขาทำอยู่นั้นเนี่ยเรียกว่ากำลังงอแง

 

“นี่แหละครับที่เรียกว่างอแง” 

 

“...” นั่นจึงทำให้ร่างหนาเงียบไปทันทีพร้อมกับคิ้วเข้มที่ขมวดมุ่นแบบที่ไม่พอใจเท่าไรนักตามประสาคนที่มันทำอะไรตามใจตัวเองเสมอพอมีอะไรมาขัดใจก็มักจะหงุดหงิดง่าย

 

“อีกแค่สามอาทิตย์ก็เจอกันแล้วครับ สมัยนี้แค่วีดีโอคอลหากันเห็นหน้ากันง่ายนิดเดียว” คนหน้าหวานพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบพร้อมกับส่งยิ้มหวานๆ มาเป็นทัพหน้าคู่กับสายตาและน้ำเสียงอ้อนๆ ให้คนเย็นชาต้องใจอ่อนยวบ ความรู้สึกไม่พอใจเมื่อครู่ปลิวหายไปกับสายลมราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทันที

 

“ถ้าไม่โทรมานะน่าดู” ชายหนุ่มเอ่ยคาดโทษที่เป็นคำบอกกลายๆ ว่าเขายอมแพ้แล้วเรื่องจะซื้อตั๋วเครื่องบินตามร่างน้อยกลับบ้าน

 

หากจะว่ากันจริงๆ มาร์คนั้นแพ้ตั้งแต่เป็นแบมแบมแล้วต่างหาก...

 

“คร้าบบบบ เดี๋ยวผมจะโทรหาพี่เช้าสายบ่ายเย็นเลยคอยดู” แบมแบมพูดแบบโอเวอร์พลางยกยิ้มทะเล้นซึ่งเมื่อมาร์คเห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับกดจูบหนักๆ ที่แก้มนิ่มขณะที่สูดกลิ่นหอมจำกายร่างน้อยเข้าเต็มๆ ปอดอีกครั้งเพราะเดี๋ยวจะไม่ได้เจอกันเกือบเดือน 

 

โดยที่เจ้าตัวหารู้ไม่ว่าคนที่บอกว่าจะโทรเช้าสายบ่ายเย็นนั้น พอกลับไปเหยียบแผ่นดินบ้านเกิดตัวเองแล้วก็จะหายวับขาดการติดต่อไปในมิติที่เรียกว่าอาหารไทย จนอาจทำให้คนบางคนที่อยู่อีกซีกโลกหัวฟัดหัวเหวี่ยงลงแดงไปข้างเลยทีเดียวเชียวแหละ...

 




#รูมเมทมบ




(Wed)

 

M. : ทำอะไรอยู่ 13:10

 

B. : กำลังจะอาบน้ำครับ พี่ล่ะ? 19:22

 

M. : อยู่ที่บริษัท 19:25

 

(Thu)

 

B. : อ่า จริงสิเวลาห่างกันตั้ง 11 ชม.นี่เนอะ 10:11

 

B. : พี่คงนอนแล้ว ฝันดีนะครับ 10:11

 

B. : Sent a photo 10:12

 

M. : คิดถึง... 11:02

 

(Sat)

 

B. : ก็โทรหาสิครับ 13:59

 

--- สายที่ไม่ได้รับ M. --- 14:02

 

--- สายที่ไม่ได้รับ M. --- 15:05

 

--- สายที่ไม่ได้รับ M. --- 18:47

 

M. : แบมแบม? 18:48

 

 

(Tue)

 

B. : อ่า...ผมลืมชาร์จแบต ขอโทษครับ 07:15

 

M. : หายไปไหนมา? 07:15

 

B. : ตอบไวจังนี่มันตีหนึ่งแล้วไม่ใช่ครับที่นู่น 07:16

 

M. : หายไปไหนมา?? 07:16

 

(Fri)

 

B. : ยุ่งๆ นิดหน่อยครับ 17:17

 

B. : พี่มาร์คทำงานเป็นไงบ้างครับ? 17:18

 

B. : ... 21:30

 

B. : หายยยย 21:33

 

(Sat)

 

B. : หงะ พี่มาร์คโกรธผมหรือเปล่าที่ไม่ได้ตอบ 11:16

 

B. : พี่มาร์คคคคคคคคคคค 11:28

 

--- สายที่ไม่ได้รับ B. --- 15:00

 

--- สายที่ไม่ได้รับ B. --- 17:55

 

“หายไปไหนกันนะ” แบมแบมพูดขึ้นมาเบาๆ ขณะที่มองข้อความที่ตัวเองส่งไปตั้งแต่เมื่อวานจนตอนนี้ก็ยังไม่ขึ้นอ่านเสียที

 

โกรธหรือเปล่านะ

 

เขาคิดอย่างกังวลและรู้สึกผิดไม่น้อยที่ตั้งแต่เขากลับมาบ้านนั้นก็แทบจะไม่ได้คุยกับคนรักเลย ไม่เพียงแค่นั้นยังตอบช้าแบบมากๆ ทั้งที่เคยสัญญาว่าจะโทรหาเขาเช้า สาย บ่าย เย็น หากแต่เอาจริงๆ แล้วช่วงตลอดเวลาเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขามัวจะตะลอนเที่ยว กิน ช็อปทั่วไทย หลังจากที่อยู่ที่นู่นได้แค่ดูรีวิวแล้วจดลิสต์เอาไว้อย่างจริงจังทุกวัน พอกลับมาแล้วก็เหมือนคนเสียสติที่เที่ยวแวะไปนู่น โฉบมานี่ ที่ไหนเขาว่าดี เขาว่าอร่อย เขาว่าเด็ดเจ้าตัวก็ไปมาหมดแล้ว...

 

มากแค่ไหนนั้นเจ้าตัวเองก็จำไม่ได้แล้วแต่ว่าน้ำหนักขึ้นมาเกือบสี่กิโลกรัมเข้าไปแล้วเท่านั้นเอง...

 

“เฮ้อออ หรือว่าจะเป็นอะไรกันนะ” เหนือสิ่งอื่นใดนักนอกจากความกลัวที่คนรักจะโกรธเคืองแล้ว คือความกังวลที่มีมากกว่าเพราะกลัวว่าคนที่อยู่อีกฟากหนึ่งของโลกนั้นอาจจะเป็นอะไรเข้าโดยที่ตนไม่รู้และไม่สามารถติดต่อได้

 

ครืดดดดด ครืดดดดด

 

“พี่มาร์ค...อ่า ไม่ใช่แฮะ” ในตอนที่กำลังเหม่อและจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นั้นโทรศัพท์ในมือเรียวก็สั่นเป็นสัญญาณว่ามีคนโทรเข้ามา ทำให้เจ้าตัวสะดุ้งน้อยๆ ซึ่งคนแรกที่ร่างน้อยนึกถึงและอยากให้โทรมาตอนนี้นั้นคือคนที่กำลังติดต่อไม่ได้ในตอนนี้ ทว่าเมื่อก้มลงมองที่หน้าจอแล้วกลับไม่ใช่คนที่เขาคิด

 

แต่เป็น...

 

‘เจ้าโย่งชอบคุยกับปิ๊งป่อง’

 

ครืดดด กริ๊ก

 

“ว่าไงคยอม” แบมแบมสไลด์รับสายนั้นเมื่อมันเริ่มสั่นเป็นครั้งที่สามและกรอกเสียงลงไปอย่างร่าเริงแม้ในใจลึกๆ จะรู้สึกผิดหวังไม่น้อยที่ไม่ใช่ใครอีกคน

 

(จะบอกว่าวันนี้ไปกินหมูกระทะด้วยไม่ได้แล้วนะ) เสียงทุ้มของปลายสายตอบกลับมาและประโยคของเขานั้นทำให้ร่างน้อยเบิกตากว้างกว่าเดิมเล็กน้อยแล้วรีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

 

“ทำไมหล่ะ? เทแบมเหรอ?​ จะเป็นคนแบบนี้ใช่ไหม? ใช่สิ คำว่าเพื่อนของเรามันสั้น เพื่อน!” เขาพูดระรัวจนแทบจะไม่มีช่องไฟให้พักหายใจหรือให้ใครได้ขัดพร้อมกับตบมุกเองในท้ายประโยคเสียงดังกว่าปกติ

 

(สติเด้อสติ ผมไปตะลุยทัวร์กินอาหารกับคุณมาจะสองอาทิตย์แล้วนะครับคุณแบมแบม จนตอนนี้ท้องอืดเพราะอาหารไม่ย่อยแล้วโว้ยยยยยย!!!) และเมื่อมีโอกาสได้พูดคยอมหรือคิม ยูคยอมก็รีบโต้กลับมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าจนเรียกว่าเป็นการโวยวายก็ไม่ผิด

 

“ทำมาเป็นบอบบางแค่อาหารไม่ย่อยเอง” คนตัวเล็กยักไหล่แล้วตอบไปราวกับอาการอาหารไม่ย่อยของอีกฝ่ายนั้นเป็นเพียงเรื่องขี้ปะติ๋วยังไงยังงั้น

 

(อ้อเหรอออ ใช่สิ ใครจะกระเพาะหลุมดำแบบแกกกก) ยูคยอมแผดเสียงออกมาอีกครั้งจนแบมแบมต้องดึงเอาโทรศัพท์ออกจากหูเล็กน้อย

 

“น่าๆ แต่จะไม่ไปจริงๆ เหรอ เนี่ยเดี๋ยวเลี้ยงช็อคโก้ปั่นด้วยเลย” เมื่อเห็นว่าเพื่อนมีแนวโน้มว่าจะไม่ไปด้วยแน่ๆ ร่างบางจึงเปลี่ยนแผนเป็นเอาของกินมาล่อกับพยายามใช้เสียงหวานแบบอ้อนๆ เสริมเข้าไปด้วยแต่สำหรับยูคยอมที่เจอมุกนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนั้น...

 

(สิบแก้วก็ไม่ไปโว้ยยยย) ก็...เรียกได้ว่ามีภูมิคุ้มกันพอตัวกันเลยทีเดียวแหละ

 

“แต่...” และเมื่อเห็นว่าแผนแรกไม่ได้ผลคนที่เป็นคนต้นคิดเรื่องการไปกินหมูกระทะจึงต้องเปลี่ยนไปใช้แผนสำรองที่เขาได้เตรียมเผื่อเอาไว้ในหัวก่อนแล้ว

 

(ไม่มีแต่ รู้ว่าจะพูดอะไรแค่นี้นะ บาย!)

 

แกร๊ก ตู้ด ตู้ด ตู้ด

 

“ดะ...เดี๋ยว...” แน่นอนว่าคนที่โทรเข้ามานั้นรู้ดีว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นโดยที่ไม่ต้องฟังอะไรเพิ่มเพราะฉะนั้นเขาจึงพูดแทรกเพื่อตัดบทแล้วรีบชิงกดวางหูไปเสียก่อน จนคนตัวเล็กนั้นต้องอ้าปากค้างเพราะพูดไม่ทัน

 

“จะเอาแบบนี้ใช่ไหม? สาธุ๊ ขอให้ปิ๊งป่องไม่คุยด้วย เพี้ยง!” แบมแบมบ่นออกมาใส่โทรศัพท์พร้อมกับมีอาการเคืองอีกคนไม่น้อยที่ตัดสายทิ้งไปโดยที่ไม่รอฟังเขาพูดแม้แต่น้อย

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“คุณแบมแบมคะ” ในตอนที่กำลังก่นคำสาปแช่งคนที่กดหูทิ้งอยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องนอนเจ้าตัวพร้อมกับเสียงเรียกของแม่บ้านในบ้านก็ดังขึ้นทำให้เจ้าของห้องต้องลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูเพื่อคุยกับคนที่มาเรียก

 

“ครับ” 

 

“มีคนมาขอพบค่ะ” เธอรายงานบอกถึงเหตุผลทันทีและนั่นทำให้คิ้วโก่งเรียวต้องเลิกขึ้นเล็กน้อยเพราะเท่าที่จำได้เขาไม่ได้นัดใครเอาไว้ตอนนี้

 

“ใครครับ”

 

“เอ่อ...ไม่ทราบค่ะเป็นคนต่างชาติ คือดิฉันก็พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยได้ก็เลย...” หญิงสาวว่าแบบนั้นพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิดที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดีมากพอ ในขณะที่เอ่ยรายงานคนที่เป็นหนึ่งในเจ้านายของบ้านหลังนี้เช่นกัน

 

“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวแบมลงไปดูเอง” ซึ่งคนใจดีอย่างแบมแบมก็ส่ายหัวน้อยๆ อย่างไม่ซีเรียสหรือโกรธอะไรที่เพราะเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะมีต้นชีวิตเท่ากัน

 

หืม ข้างหลังคุ้นๆ แฮะ...

 

และเมื่อขาเรียวก้าวเดินลงจากบันไดไปสู่ห้องรับแขกใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของบ้านนั้นก็ได้พบกับแผ่นหลังกว้างราวกับภูผาสูงใหญ่ที่พร้อมจะปกป้องทุกสิ่งของใครคนนึงที่ดูคุ้นเคยเสียจนภาพใบหน้าของใครคนนึงจะแวบเข้ามาในหัว

 


 

 

“พี่มาร์ค?”

 


  

100%

 

 

______________________________

 

ค่ะ พี่มาร์คเอง

พี่มาร์คไงจะใครหล่ะ

จาก LA. บินลัดฟ้ามาสู่มิติอาหารไทยแห่งแดนสยามประเทศ



TWITTER : @giftaplus

COMMENT / SCREAM TAG : #รูมเมทมบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.58K ครั้ง

2,978 ความคิดเห็น

  1. #2966 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 17:29
    สติเด้อสติ55555
    #2966
    0
  2. #2945 sophitkongkaew (@sophitkongkaew) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 23:10
    ตามหาเมีย
    #2945
    0
  3. #2929 YanisaCH (@YanisaCH) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 16:46
    มาไกลเน๊อะ?
    #2929
    0
  4. #2910 markbamforever (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 05:02

    รักไรซ์จังยิ่งอ่านยิ่งหลง....พี่มาร์คคนซึนแอบตามน้องมาล่ะสิ

    #2910
    0
  5. #2902 Pent SG (@porpentt) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 23:37
    ตามมาหรอ
    #2902
    0
  6. #2870 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 21:17
    น่าน555555
    #2870
    0
  7. #2820 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 18:10
    ทนคิดถึงน้องไม่ไหวใช่ไหมล่ะ
    #2820
    0
  8. #2792 Eve-krD (@Eve-krD) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 08:36
    น้องหายแค่ไม่กี่ชั่วโมง บินมาตามเลยอ่ะงอมาร์คค55555
    #2792
    0
  9. #2625 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:06
    ทนไม่ไหวแล้วนุ
    #2625
    0
  10. #2432 KevinMBGOT7 (@KevinMBGOT7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 22:18
    ถึงกับบินลัดฟ้ามาเลยทีเดียว5555
    #2432
    0
  11. #2090 เฮกเซนเอง (@eyelove123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 11:01
    พี่คะ555555
    #2090
    0
  12. #1905 MBKY;LH (@withmbky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 11:46
    ทนความคิดถึงไม่ไหววหรอ 555555
    #1905
    0
  13. #1892 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 20:27
    แจ๊คพอต 555555555
    #1892
    0
  14. #1889 Ploymark93 (@Ploymark93) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 12:00
    คิดถึงน้องจนทนไม่ไหวใช่มั้ย555555555
    #1889
    0
  15. #1886 หลินจือ (@aingfah1) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 05:16
    ต้องคิดถึงน้องขนาดไหนหรอคะเนี่ย555555
    #1886
    0
  16. #1881 lovemarkbam_got7 (@lovemarkbam_got7) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:59
    >///< มาหาแล้ววว
    #1881
    0
  17. #1827 Nuthatchakorn Kosaisoontorn (@numwan_melody565) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 13:31
    พี่มาร์คก็ทนความคิดถึงไม่ได้ เขามากากันจริงๆด้วยแงงงงง
    #1827
    0
  18. #1823 oOchocoOo (@kkwang00) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 07:16
    555555 สุดท้ายก็ต้องมาหาจริงๆสินะ
    #1823
    0
  19. #1821 `Gyeommdefs. (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 01:36
    เจอคยอมแล้วจะหึงโหดอีกมั้ยเนี่ย
    #1821
    0
  20. #1804 khunjeg (@khunjeg) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 21:37
    จ้าพ่อคนรวย
    #1804
    0
  21. #1802 Tam egbs (@tamthanaporn2542) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 21:25
    ลงทุนเด้อ
    #1802
    0
  22. วันที่ 27 เมษายน 2561 / 21:17
    เค้าบินมาแล้ววว5555555555
    #1799
    0
  23. #1794 Gifttippzo (@Gifttippzo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 20:34
    หงว่อวววว คิดถึงจนมาหา งุ้ย น่าร้ากกกกกก><
    #1794
    0
  24. #1778 อารยา07 (@Areeya_01) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 20:05
    โว้ยยยยยย อิพี่มาร์คคคคค จากLA ฮือออออ ความคิดถึงนี้555555555
    #1778
    0
  25. #1777 bambammb2 (@BambamMB) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 19:26
    ตายแล้วววทนคิดถึงน้องไม่ไหวละซี่อิพี่
    #1777
    0