[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 6 : Chapter 5 :: การทดสอบ(สุดท้าย) IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,916
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 302 ครั้ง
    19 มี.ค. 63

            เบื้องหลังประตูสีดำสนิทชวนขนหัวลุกนั้นมิได้น่าพรั่นพรึงดั่งที่คิดไว้ เด็กหนุ่มที่กลั้นใจเปิดประตูแถมด้วยการเตรียมใจเจอกับสิ่งน่าหวาดหวั่นกลับต้องแปลกใจแทน เมื่อภายในห้องที่เขาก้าวเข้ามานั้นมีเพียงสีขาว ทุกอย่างขาวสะอาด รอบด้านมีเพียงผนังสีขาวสว่าง สิ่งเดียวภายในห้องนี้ที่มิได้ถูกฉาบด้วยสีขาวคือแท่นหินขนาดใหญ่พอให้หนึ่งคนขึ้นไปนอนกลิ้งได้อย่างสบาย มันวางเด่นอยู่กลางห้องจนกลายเป็นจุดวางสายตาของเขาทันทีที่ก้าวเข้ามา

 

            จากที่จินตนาการไว้มากมาย

            ไม่มีภาพใดตรงกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเลย

 

            “ไง คาดิเนียล กำลังคิดว่าเข้ามาผิดห้องอยู่รึไง”เสียงกลั้วหัวเราะนั้นทำให้เขาต้องกวาดสายตามองหาที่มา แต่ก็ยังพบเพียงพื้นที่สีขาวล้วนเช่นเดิม

            น้ำเสียงทะเล้นนั้นบอกได้เพียงว่าคนพูดคงเป็นคนประเภทที่อยู่ตรงข้ามกับผู้ดูแลของเขาอย่างสิ้นเชิง ขนาดไม่รู้จักกันมาก่อน ยังพูดเป็นกันเองกับเขาเสียขนาดนี้

 

            “อ่า ครับ”เด็กหนุ่มตอบอย่างไม่มั่นใจนักว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเขาหรือไม่ การเดินเก้ๆกังๆเข้าหาแท่นกลางห้องที่ดูจะเป็นจุดดึงสายตาที่สุดนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากบุคคลปริศนาอีกระรอก และคราวนี้คาดิเนียลได้รู้ว่ามีบุคคลปริศนามากกว่าหนึ่ง

 

            “ยินดีต้อนรับสู่การทดสอบภาคปฏิบัติ”เสียงทุ้มตามปกติของชายหนุ่มที่สูงกว่าเสียงแรกอยู่เล็กน้อยเอ่ยกับผู้เข้าทดสอบที่กำลังมึนงง ถ้าคาดิเนียลเข้าใจไม่ผิด น้ำเสียงนั้นเจือแววเอ็นดูเขาอยู่ไม่น้อย

 

            “ถึงจะบอกว่าภาคปฏิบัติ แต่หน้าที่นายก็มีแค่นอนล่ะนะ”เสียงทุ้มที่เหย้าแหย่เขาตั้งแต่ก้าวเข้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง และประโยคบอกเล่านั้นก็ทำให้คาดิเนียลขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า

           

            นอนงั้นรึ

          แค่นอน

          ไม่มีทางเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

 

          “เราจะเริ่มกันเลยนะ เอาล่ะ ถอดโลหะควบคุมพลังเวทย์ออกแล้วช่วยตอบคำถามตามความจริงด้วย”มาคัสเอ่ยด้วยเสียงนุ่มคล้ายจะปลอบโยนลูกหมาที่กำลังสับสนได้ที่ สังเกตได้จากสายตาที่กลอกไปมาหาต้นเสียงเช่นนั้น

            ไม่แปลกหรอกที่ไฮบ์กับเพียวซึ่งมีสัญชาตญาณต่ำกว่าทรานส์จะไม่อาจรับรู้ได้ว่าห้องกระจกที่เขานั่งอยู่นี้อยู่ส่วนใดของห้อง


 

           คาดิเนียลพยักหน้าน้อยๆแล้วเลื่อนแหวนสีเงินวงหนาออกจากนิ้วชี้เรียว วางสมบัติชิ้นแรกที่อยู่เคียงข้างเขามานานไว้ในกล่องเหล็กที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก่อนจะหายไปในทันทีที่แหวนตกกระทบผืนผ้าที่บุอยู่ภายใน พลังเวทย์ที่เอ่อล้นออกมาจากร่างกายไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ที่สามารถควบคุมพลังตนเองได้ดีอย่างเขา

 


แม้จะไม่รู้ว่าต้นเสียงมาจากจุดใด แต่สิ่งที่เขาต้องทำก็คือผ่านการทดสอบนี้ไปให้ได้ ร่างสูงหยุดยืนอยู่ห่างแท่นหินเกือบหนึ่งช่วงแขน ก่อนจะต้องขยับเข้าใกล้และก้มลงพิจารณาวัตถุตรงหน้าอย่างละเอียดเมื่อได้ยินประโยคถัดมาจากผู้คุมการทดสอบ

 

            “ช่วยบรรยายลักษณะของแท่นที่เห็นหน่อย คุณมองเห็นมันเป็นสีอะไร ขนาดใหญ่แค่ไหน และทำจากวัสดุอะไร มีลักษณะอย่างไร เอาเท่าที่บอกได้นะ ไม่ต้องละเอียดมากหรอก”

 

คาดิเนียลชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถาม

“ผมไม่แน่ใจเรื่องสี แต่มันดูเหมือนหิน สีเข้ม ออกเทา มีสีดำสีขาวแทรกอยู่ในเนื้อ”คาดิเนียลเพ่งมองเนื้อหินตรงหน้า มือหนาลูบผ่านพื้นผิวขรุขระ หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิดเมื่อต้องสรรหาคำมาอธิบายให้ตรงกับสิ่งที่เขาเห็นมากที่สุด

 

เขาเคยอ่านเจออะไรเช่นนี้มาก่อน การทดสอบพลังเวทย์โดยใช้เกณฑ์จากสิ่งที่เห็น วัตถุเดียวกันทว่าแต่ละคนนั้นมองเห็นต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญสามารถบอกระดับพลังเวทย์ของคนๆนั้นได้จากการอธิบายลักษณะของสิ่งที่เห็น

 

“มันมี อ่า ไม่รู้สิครับ ผมว่ามันคือแร่ มีแร่แทรกอยู่ แต่ไม่เยอะเท่าไร เป็นผลึกสีใส ผิวขรุขระ บางอันมีสีเงินเคลือบอยู่ด้วย”คาดิเนียลอธิบายต่อ เขาพยายามสื่อสารออกมาให้ดีที่สุด ทั้งลูบ ทั้งเคาะ ทั้งก้มลงมองใกล้ๆ ท่าทางเอาจริงเอาจังของเด็กหนุ่มอยู่ในกรอบสายตาของอาจารย์ทั้งสอง จาซันเผยรอยยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ยินผู้เข้าทดสอบบรรยายสิ่งที่เห็น ในขณะที่มาคัสพยักหน้าน้อยๆ สีหน้าเคร่งเครียดอย่างใช้ความคิดแทบไม่ต่างจากคาดิเนียล

 

“ขนาดล่ะ แท่นนั่นใหญ่แค่ไหน เป็นรูปทรงยังไง”จาซันเอ่ยถามต่อ  

 

“ใหญ่พอให้ผมนอนได้สบาย เกือบเท่าเตียงของห้องรับรอง แต่เล็กกว่าเกือบฟุตเห็นจะได้ รูปทรงของมันเป็นแท่นสี่เหลี่ยมผืนผ้า สูงจากพื้นประมาณเอวของผมครับ”ไฮบ์หนุ่มแสดงความสูงของแท่นด้วยการวางมือลงบนส่วนหน้าตัด ด้านบนนี้เป็นส่วนเดียวของแท่นหินที่ราบเรียบ จากคำพูดของผู้คุมการทดสอบ นี่คงเป็นเตียงสำหรับเขาในวันนี้ หากมันขรุขระเหมือนผิวโดยรอบ นี่อาจเป็นการนอนที่ทรมานที่สุดในชีวิต

 

 

“คิดว่าไงมาคัส”

“หึ นายเก็บอาการไม่ได้เลยนะจาซัน”

คำพูดรู้ทันนั้นเรียกรอยยิ้มกว้างจากร่างที่หนากว่า

 

ผู้คุมการทดสอบทั้งสองนั่งอยู่หลังกระจกเวทมนต์แบบพิเศษเช่นเดียวกับห้องทดสอบอื่น ประโยคใดที่พวกเขามิได้ตั้งใจสื่อสารกับคนในห้องทดสอบย่อมไม่อาจหลุดรอดออกไปถึงหูอีกฝ่าย คาดิเนียลจะไม่มีทางได้ยินผลการประเมิน จนกว่าการทดสอบนี้จะสิ้นสุดลง

ซึ่งมาคัสก็ไม่อยากให้ผู้เข้าทดสอบได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะพูดเท่าใดนัก มันอาจเป็นภาระหนักเกินไปกับการคาดหวังในครั้งนี้

 

“นายคิดว่าเด็กนั่นมองเห็นคิมเบอร์ไลต์ใช่ไหม ประเมินสูงเสียจริงนะ”

“หรือนายไม่คิดแบบนั้นล่ะมาคัส สีหน้านายเองก็เก็บอาการไม่อยู่เหมือนกัน”

 

คิมเบอร์ไลต์ หินอัคนีชนิดหนึ่ง มันอาจเป็นเพียงหินธรรมดาหากไม่ใช่เพราะหินชนิดนี้เป็นต้นกำเนิดของอัญมณีที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

ต้นกำเนิดของเพชร

 

“แร่เหล่านั้นอาจเป็นเพียงไมก้า”มาคัสเผื่อทางเลือกไว้มิให้ตนเองและสหายคาดหวังในตัวเด็กร่างสูงเกินพอดี

หากแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาทอประกายวาบเมื่อคิดว่าตนเองกำลังจะได้เจียระไนเพชรเม็ดงามที่ไม่ได้ออกมาให้เห็นบ่อยๆ

 

หากหินที่คาดิเนียลมองเห็นเป็นคิมเบอร์ไลต์จริง

 

ตัวเขาก็เปรียบได้กับสิ่งล้ำค่าในยุครุ่งเรืองของเวทมนต์

 

“ไม่ลองก็ไม่รู้ มาดูกันว่าเราจะได้เพชร หรือแร่ที่ใช้การไม่ได้”จาซันเอ่ยด้วยดวงตาเป็นประกายนึกสนุกตามนิสัย หากแต่ริมฝีปากที่มิได้แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเช่นเคยนั้นบ่งบอกว่าเขากำลังจริงจังเพียงใด

 

สินแร่ชั้นดี

หากเจียระไนพลาดเพียงนิด คงนับเป็นความผิดครั้งใหญ่

 

“เจ้าหนู ทำได้ดีมาก เรื่องตอบคำถามน่ะพอแค่นี้”จาซันเอ่ยกับผู้เข้าทดสอบที่ยังก้มๆเงยๆอยู่แถวๆแท่นด้วยกลัวว่าตัวเองอาจจะพูดอะไรผิดพลาดไป ผู้คุมการทดสอบทั้งสองจึงได้หายเงียบไปหลายนาที เมื่อได้ยินว่าตนทำได้ดี ไฮบ์ตระกูลหมาป่าก็ยิ้มกว้างจนตากลายเป็นขีด คล้ายเวลาเจ้าตูบได้รับคำชมจากเจ้านาย

 

“คราวนี้ขึ้นไปนอนเลยเจ้าหนู ฉันรู้ว่ามันไม่สบายนักหรอก แต่นอนไปเถอะ”

“เพราะหลังจากนี้ไอ้ที่ไม่สบายจริงๆน่ะกำลังจะเกิด”

 

            จาซันเอ่ยประโยคที่คล้ายจะข่มขู่ในทีด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้ขนคอลุกชัน ดวงตาจับจ้องร่างที่กระโดดพาตนเองขึ้นบนแท่นที่ผู้คุมการทดสอบไม่อาจมองเห็น

            เขากำลังตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่ไหวดังที่มาคัสค่อนขอดไว้ตอนต้น แม้ปกติจะไม่ใช่คนชอบเก็บอาการอยู่แล้วก็ตามที

 

จาซันมั่นใจว่าคาดิเนียลเป็นเด็กที่จูนิเอลเอ่ยถึงในห้องอาหาร เพราะบรรยากาศรอบตัวเด็กหนุ่มร่างสูงคนนี้ช่างน่าหวั่นเกรง เป็นลักษณะเฉพาะของผู้เป็นที่รักของพระเจ้า เกิดมาพร้อมความพิเศษบางอย่าง ช่างน่าอิจฉาเสียเหลือเกิน

 

“เด็กนี่อย่างกับมีป้ายแปะไว้ว่า สวัสดีครับ ผมน่ะเจ๋ง”จาซันหันไปทำเสียงล้อเลียนผู้เข้าทดสอบด้วยสีหน้าขึงขังกับคนข้างๆ ซึ่งก็เรียกเสียงหัวเราะจากมาคัสได้เป็นอย่างดี

 

            “เลิกเล่นแล้วจัดการตอนสำคัญเสียที กางเวทย์ป้องกันให้หนากว่าปกติ ฉันหวั่นใจว่าเราจะเจอปัญหาใหญ่”มาคัสตบบ่าเรียกสติคู่หูที่มาอยู่ตรงนี้เพราะพรสวรรค์ในการใช้เวทย์ป้องกันที่ไม่เป็นสองรองใครในสถาบันเชนโต ส่วนตัวเขานั้นมีสายงานเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในการทดสอบครั้งนี้

 

            หากไคมัสกล่าวว่าตัวเองชำนาญการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเวทมนต์

            มาคัสนั้นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและเวทมนต์เช่นกัน

 

            การทดสอบของไฮบ์ เล่นกับจิตใจ ไม่ใช่ร่างกาย

            หากพลาดเพียงนิด มิใช่แค่บาดเจ็บสาหัส

            แต่วิญญาณของผู้เข้าทดสอบจะแหลกสลาย

 

            ระหว่างการทรมาณทรานส์ด้วยลูกเล่นมากมาย กับการด่ำดิ่งลงในความทรงจำของไฮบ์และเพียว

 

            ไม่ว่าการทดสอบแบบใด

 

            ล้วนอันตราย


            “ผ่อนคลายนะคาดิเนียล ช่วงแรกจะมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ หรือหายใจไม่ออก ไม่ต้องตกใจ แค่พยายามนอนนิ่งๆ เดี๋ยวจะดีขึ้นเอง”

            ฉับพลันที่สิ้นเสียงชี้แจงของผู้คุมการทดสอบ รอบตัวคาดิเนียลก็ปรากฏลูกแก้วขนาดพอจะบรรจุทั้งแท่นหินและตัวเขาไว้ภายใน มองด้วยตาแล้วมันดูเปราะบางเสียจนอาจปริแตกเพียงแค่เขาทุบเบาๆ แต่พลังเวทย์ที่เคลือบผนังแก้วบางๆไว้นั้นแข็งแกร่งเสียจนคนที่นอนอยู่ภายในเริ่มอึดอัดคับแน่นในอก

 

            ลูกแก้วนี้เป็นทั้งเกราะป้องกันและกรงขังในเวลาเดียวกัน มันตัดขาดเขาออกจากโลกภายนอก ไม่ถึงกับเป็นมิติแยก แต่เป็นเหมือนเขตแดนป้องกันการรบกวนทุกประการที่อาจขัดขวางการทดสอบ

 

            อุก!

 

            เด็กหนุ่มเจ้าของดวงตาเรียวรีและดาวดวงน้อยที่หางตาเพิ่งเข้าใจคำเตือนของมาคัสในวินาทีนี้เอง

           

            ความรู้สึกราวถูกฉกชิงลมหายใจจู่โจมกะทันหัน พร้อมกันกับความร้อนไร้ที่มาที่สุมอยู่กลางอก แต่คาดิเนียลนั้นยึดมั่นในคำสั่ง ร่างสูงจึงฝืนตัวมิให้บิดเกร็งเพราะความปวดแสบ ระบายความทรมานด้วยการกำมือแน่นเสียจนข้อนิ้วซีดขาว ดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนสะท้อนภาพของกลุ่มหมอกจางๆที่ก่อตัวขึ้นภายในกรอบแก้ว ลมหายใจที่ถี่กระชั้นเพราะร่างกายประท้วงว่ากำลังขาดอากาศดึงเอาหมอกเย็นยะเยือกเข้าดับความร้อนในร่างกาย หากแต่นั่นมิได้ช่วยให้สติสัมปชัญญะของเขาฟื้นคืน มันกลับช่วงชิงการรับรู้สุดท้ายของเขาไป   

 

            “เอาล่ะเจ้าหนู มาดูสิว่านายจะพาตัวเองไปได้ถึงไหน”น้ำเสียงที่แสดงความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิดของจาซันนั้นมิได้เข้าหูคาดิเนียล ไม่ใช่เพราะกระจกเวทมนต์ทำหน้าที่ของมัน แต่เพราะไฮบ์หนุ่มตระกูลหมาป่านั้นได้เข้าสู่การหลับใหลอย่างสมบูรณ์ด้วยเวทมนต์ของมาคัส

 

            การทดสอบภาคปฏิบัติของไฮบ์และเพียวนั้นเหมือนกัน เป้าหมายเพื่อดึงเอาขุมพลังที่ลึกที่สุดในตัวผู้เข้าทดสอบออกมา หากมันมีพลานุภาพเทียบเท่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ

 

            ฟังดูแสนจะง่ายดาย หากมิใช่เพราะขุมพลังที่ว่านั้นไม่อาจนำออกมาใช้โอ้อวดได้ตามต้องการ แม้แต่ผู้ใช้เวทย์ขั้นสูง ก็มีน้อยคนที่ควบคุมพลังเวทย์สูงสุดของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ การจะปลดปล่อยพลังเวทย์ที่รุนแรงที่สุดออกมาในคราวเดียวนั้น ตลอดชีวิตคนๆหนึ่งอาจไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็เป็นได้ แต่ในการทดสอบนี้ หน้าที่ของจาซันและมาคัสคือพยายามกระตุ้นให้ผู้ทดสอบปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมาให้ใกล้เคียงกับคำว่ารุนแรงที่สุด

 

            ศัพท์ที่ใช้กับปรากฏการณ์นี้คือ การระเบิดพลังเวทย์

 

            และเงื่อนไขในการระเบิดพลังเวทย์นั้นก็คล้ายกับการทำให้ทรานส์ลอส คือกระตุ้นความรู้สึกรุนแรงของไฮบ์และเพียว ทั้งเศร้า สุข หวาดกลัว โกรธ หรือความฝักใฝ่ในตัณหา หากเกิดความรู้สึกรุนแรงมากพอ ผนวกเข้ากับเวทมนต์ของมาคัสแล้วจะก่อให้เกิดการระเบิดพลังเวทย์ในเวลาสั้นๆ เมื่อถึงตอนนั้น เวทย์ป้องกันของจาซันจะช่วยปกป้องทั้งตัวผู้เข้าทดสอบ ผู้คุมการทดสอบ และความเสถียรของมิตินี้

           

            วิธีการที่ทำให้เกิดความรู้สึกรุนแรงอันเป็นปัจจัยหลักสำคัญนั้นก็คือ ใช้ความทรงจำของเจ้าตัว ความทรงจำทั้งดีและร้ายที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกจะถูกใช้เป็นตัวกระตุ้นชั้นดี หากแต่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์บุกรุกกล่องความทรงจำของผู้อื่น ผู้ที่ต้องดำดิ่งลงสู่ห้วงกาลเวลาย้อนกลับเหล่านั้นคือตัวผู้เข้าทดสอบเอง ด่ำดิ่งลงในสมอง จิตใจ และความรู้สึกของตนเองในช่วงเวลาต่างๆ หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและเวทมนต์คือสังเกตปฏิกิริยาที่ผู้ต้องมนต์แสดงออก หากการเดินทางในจิตใจของตัวเองนั้นนำไปสู่กระจกสะท้อนภาพอดีตที่เหมาะสมต่อการกระตุ้น มาคัสจะต้องเร่งเร้าให้มันทวีความรุนแรงขึ้นด้วยการขังผู้เข้าทดสอบไว้กับความทรงจำนั้น

 

            หากสุข ก็จะสุขครั้งแล้วครั้งเล่า

 

            หากเศร้า ก็ต้องเศร้าซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

            หากหวาดกลัว ก็ต้องหลงอยู่ในความทรงจำนั้นราวชั่วกัปกัลป์

 

            จนกว่าจะเกิดการระเบิดพลังเวทย์


 

          และหากผิดพลาด ไฮบ์หรือเพียวผู้โชคร้าย ก็จะไม่อาจออกมาจากความทรงจำนั้นได้ชั่วนิรันดร์


 

            สำหรับบางคน คงทรมานยิ่งกว่าตาย


 

            “เริ่มแล้วนะมาคัส”จาซันเอ่ยเสียงเบาหวิวด้วยกลัวจะรบกวนสมาธิของเพื่อนสนิท แต่เมื่อเห็นหมอกในลูกแก้วเริ่มทอประกายสีแดงจางๆก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมา


 

            คาดิเนียลค้นเจออะไรบางอย่างในกล่องความทรงจำของตัวเองเข้าให้แล้ว

 



            “ดาเนียล สุขสันต์วันเกิดนะลูก”


          ชื่อที่เรียกกันในครอบครัวมาพร้อมภาพของมารดาที่ส่งยิ้มละไมมาให้ ทำให้เด็กน้อยในวัย 12 ปีต้องส่งยิ้มตอบ และรอยยิ้มน่ารักนั้นก็แผ่กว้างออกไปอีกเมื่อพบว่าสิ่งที่ดิ้นขลุกขลักจนดันฝากล่องของขวัญเปิดออกคือลูกแมวตัวน้อยสีน้ำตาลอ่อน มันส่งเสียงเล็กๆทักทายเขาทันทีที่สบตากัน

 

          ในตระกูลของเขารู้กันดีว่าแมวนั้นต้องห้าม มิใช่เพราะเกลียด แต่เพราะสงสาร


          หากแมวต้องมาอยู่ท่ามกลางกลิ่นไออบอวลของหมาป่าทั้งฝูง ทั้งไฮบ์ และทรานส์ คงไม่ใช่สิ่งที่มันคาดหวังจะได้เจอ

         

โชคดีที่ครอบครัวของคาดิเนียลแยกออกมาจากบ้านใหญ่ ทั้งพ่อและแม่ของเขาเป็นไฮบ์ก็จริง แต่ก็ควบคุมสัญชาตญาณของตัวเองได้ดี พี่ชายของเขาเป็นทรานส์ แต่ปีนี้ก็ได้เข้าเรียนที่สถาบันชื่อดังจึงไม่ได้กลับบ้านบ่อยนัก ในขณะที่ตัวเขา ยังเด็กเกินกว่าจะบอกได้ว่าเป็นไฮบ์หรือทรานส์ กระนั้นเขาก็มั่นใจว่าจะไม่ทำให้เจ้าตัวน้อยในอ้อมกอดนี้ต้องหวาดกลัว

 

          เขาชอบแมวมาก มากจนเรียกได้ว่าหลงใหล

          และคิดว่าคงจะดูแลมันได้ดีมากกว่าใครๆ


 

          จนกระทั่งสูญเสียมันไป ในวันที่พี่ชายเขาลอสเพราะอาการบาดเจ็บ


         

พี่ชายเขาเป็นทรานส์ที่แข็งแกร่ง ในช่วงลอสและต้องทรมานกับพิษบาดแผลจนไม่ได้สติ ก็ไม่ต่างอะไรกับหมาป่าหนุ่มที่เกรี้ยวกราดและกระหายในการล่า

          ทันทีที่สัตว์ตัวจ้อยปีนเข้าสู่ห้องนอนอันเป็นอาณาเขตโดยไม่ตั้งใจ จึงต้องจบชีวิตลงในสภาพที่ไม่ดีนัก

 

          ภาพที่เด็กน้อยเข้ามาเห็นนั้นสร้างความรู้สึกราวกับโดนฉีกกระชากร่างเสียเอง

         

หนึ่งในความทรงจำแสนเจ็บปวดของคาดิเนียลฉายวนซ้ำเป็นรอบที่เท่าไรไม่มีใครรู้ สีหน้าซีดเผือดนั้นน่าสงสารในสายตาผู้คุมการทดสอบ หากแต่หมอกรอบตัวก็ยังเป็นเพียงสีแดงอ่อน ราวกับไวน์แดงที่เจือจาง บ่งบอกว่ามันไม่รุนแรงพอ

 

มาคัสตัดสินใจปลดปล่อยเด็กหนุ่มออกจากวังวนนั้น และปล่อยให้เขาเดินทางต่อ

 

หลายครั้งที่คล้ายจะได้เจอขุมทรัพย์ แต่ก็จบลงที่ความล้มเหลว

 

จนกระทั่ง

 


“ดีน”

เสียงเล็กๆในความทรงจำที่พร่ำเรียกเขาด้วยชื่อเฉพาะที่มีเพียงเจ้าของร่างกายผอมบางเท่านั้นที่ใช้

คาดิเนียลเผยรอยยิ้มที่อบอุ่นสุดขั้วหัวใจ

“อ


 

เฮือก


 

คาดิเนียลกระตุกเกร็ง อกหนาสะท้อนเฮือกจนลอยเหนือแท่นหิน จาซันที่มองภาพนั้นอยู่เบิกตาโตอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้

 

            “เกิดอะไรขึ้น มาคัส”

 

            “ฉันไม่แน่ใจ”มาคัสขมวดคิ้วมองภาพเด็กหนุ่มที่เริ่มทุรนทุรายจนตัวงอ หมอกรอบตัวแดงจัด และกำลังแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นโทนสีที่น่าหวาดหวั่น

 

            “ท่าจะไม่ดีแล้วนา”จาซันมองลูกแก้วที่ตอนนี้กลายเป็นสีก่ำแดงของโกเมนสลับกับใบหน้าของเพื่อนสนิท แม้จะน่ายินดีที่มีปฏิกิริยารุนแรงเสียที แต่อาการชักจนตัวลอยของคาดิเนียลนั้นก็ทำเอาจาซันถึงกับเหงื่อซึมขมับด้วยกลัวจะเกิดความผิดพลาดขึ้น

 

            เขาไม่อยากกลายเป็นผู้ทำลายเด็กคนหนึ่งด้วยมือตัวเอง

 

            มาคัสกัดริมฝีปาก พยายามทบทวนว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้เข้าข่ายกลุ่มอาการใดบ้าง จนสุดท้ายก็ได้คำตอบ

           

“อาการต่อต้าน ความทรงจำบางส่วนของเขาถูกผนึกไว้ด้วยอะไรสักอย่าง”

           

“แล้วไง จะเจาะเข้าไปไหม”จาซันถามกลับทันควัน แม้ไม่เคยเห็น แต่เขาเคยได้ยินว่ามีเวทย์บางประเภทที่ผนึกความทรงจำได้ ความทรงจำแบบไหนกันที่ต้องเก็บงำไว้ไม่ให้เจ้าของได้สัมผัสมันอีก บางทีมันอาจจะเป็นวัตถุดิบชั้นดี

 

            “ไม่ได้ หากฝืนเจาะเข้าไป อาจทำให้เขาเป็นอันตราย เราควรเลี่ยงไปใช้ความทรงจำส่วนอื่น”

            “แต่นี่คือปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ลองมา เราอาจจะได้ผลที่เกินคาด”

            “คำว่าอาจจะ ไม่คุ้มพอจะเสี่ยง”

           

            สิ้นคำขาดของมาคัส จาซันกลืนน้ำลายด้วยไม่บ่อยนักที่ร่างผอมบางจะมีสีหน้าจริงจังจนน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ เขายอมรามือเสียดีกว่าต้องเผชิญหน้ากับคนข้างๆ

 

            มาคัสใช้เวทย์ของตนผลักดันเด็กหนุ่มออกจากวังวนที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้แค่มันอันตรายเกินกว่าที่จะเสี่ยง

 

            ความทรงจำเรื่องใดที่ถูกผนึกเอาไว้ เหตุใดมันจึงทำให้ร่างสูงที่นอนทอดกายอยู่นั้นมีปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรงคล้ายพลังเวทย์ดิ้นรนจะระเบิดออก

 

            เหตุการณ์น่าเศร้าหรือ

            ไม่ใช่ ใบหน้านั้นเปื้อนยิ้มขึ้นชั่วขณะหนึ่ง เป็นยิ้มยินดีที่แสนไร้เดียงสา

 

            เหตุการณ์เปี่ยมสุขหรือ

            ไม่ใช่ เพราะวินาทีถัดมา คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากัน ผิวแก้มเนียนละเอียดนั้นซีดเผือดฉับพลันราวเผชิญสถานการณ์เลวร้าย

 

            “มาคัส เฮ้ อะไรเนี่ย”จาซันที่เริ่มควบคุมอาการตัวเองไม่อยู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน เมื่อหมอกสีจัดเริ่มบิดมวนอย่างรุนแรงภายในกรอบทรงกลม

 

“เด็กนั่นไม่ยอมออกมา”

            “เขาพยายามจะขุดลึกลงไปด้วยความตั้งใจของตัวเอง แบบนี้อาจจะแย่ก็ได้”

            มาคัสขบริมฝีปากตัวเองอย่างแรง เขากำลังตัดสินใจ ยิ่งหมอกหนานั้นทอประกายสีแดงจัดจนเกือบจะกลายเป็นสีเลือดเท่าไร เขายิ่งไม่อาจยับยั้งความกระหายในความอยากรู้ของตัวเองได้เท่านั้น

 

“หรืออาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้น”

            เสียงทุ้มพึมพำคล้ายบอกตัวเอง หากแต่จาซันอยู่ใกล้พอจะได้ยิน ร่างหนากว่าหันมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ เมื่อครู่เพิ่งห้ามเขาเสียงแข็ง ตอนนี้จะกลับคำงั้นหรือ

 

            “เสริมแรงป้องกัน”

            “ได้เลย”

            สิ้นคำสั่งที่ผ่านการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้ว ในฐานะคู่หู จาซันตอบสนองอย่างฉับไว เขาเสริมเวทย์ป้องกันรอบห้องสีขาวปลอดนี้อีกหลายชั้น จนมั่นใจว่าต่อให้ระเบิดใดๆก็ไม่อาจทะลุออกไปได้ เพราะหากมีอะไรผ่านเกราะนี้ออกไปทำลายความเสถียรของมิติพื้นที่นี้แล้ว คงกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ต่อให้เขามีสิบชีวิตก็ไม่พอชดใช้

 

            ครืน

         

            เปรี้ยง!!!

 

            ชั่วอึดใจที่เกราะป้องกันเสร็จสมบูรณ์ เสียงกัมปนาทดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องทดสอบ แรงสั่นไหวรุนแรงจนกระจกเวทย์ส่งเสียงปึงปังเขย่าขวัญคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งจนไม่อาจนั่งติดเก้าอี้ สีฟ้าสว่างจ้าจนมาคัสและจาซันไม่อาจลืมตาต้านแสงได้ แว่วเสียงปริแตกของอะไรบางอย่างที่ทำให้จาซันใบหน้าถอดสี ในขณะที่มาคัสทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยผลสะท้อนกลับของพลังเวทย์

 

            ลูกบอลแก้วที่มาคัสสร้างขึ้น แตกละเอียด

 

            ในขณะที่เกราะป้องกันบางส่วนสูญสลายไปราวไม่เคยมีอยู่

           

            จาซันแทบกระโดดกอดคู่หูของตนเมื่อสัมผัสได้ว่าเกราะชั้นนอกสุดที่สร้างเสร็จหมาดๆนั้นยังคงทำหน้าที่ของมัน

 

            เกือบไปแล้ว

            เกือบตกงาน

            ไม่สิ

            เกือบโดนฆ่าตายไปแล้ว จาซัน

 

            “ไหนบอกว่าเอาอยู่ไงจาซัน นายตั้งใจทำงานจริงๆหรือเปล่า”มาคัสหยัดตัวขึ้นจากพื้น จ้องเขม็งไปทางคนที่ทั้งยิ้มทั้งเบะปากคล้ายจะร่ำไห้

            “ตั้งใจสิ แต่นี่มัน

 

            ยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยคก็ต้องหันขวับไปมองสภาพภายในห้องทดสอบ ภาพที่เห็นทำให้จาซันเบิกตากว้างเหงื่อกาฬซึมแผ่นหลังพร้อมๆกับความหนาวที่หลังคอ ไม่ต่างอะไรกับมาคัสที่ยืนอยู่ข้างกัน

 

            “อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิ เจ้าเหมียว”

 

          ผู้คุมการทดสอบไม่อาจจับใจความได้ว่าร่างสูงที่ลุกขึ้นนั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่บนแท่นหินนั้นพึมพำอะไร รู้แค่การที่ผู้เข้าทดสอบตื่นขึ้นมาเองหลังปรากฏการณ์ระเบิดพลังเวทย์นั้นไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ ในเมื่อหมอกควบคุมของมาคัสยังอยู่ และมันกำลังแดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง


            “อะไรเนี่ย”


            “จาซัน เวทย์ป้องกัน!

 

            เปรี้ยง!!!

 

เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทที่ไม่ต่างอะไรกับครั้งแรก แตกต่างกันตรงที่เกราะชั้นนอกสุดถูกทำลายลงไม่เหลือดี โชคดีของจาซันหรืออะไรก็แล้วแต่ช่วยให้มิติพื้นที่นี้ไม่แตกสลายตามไปด้วย ผู้คุมการทดสอบทั้งสองวิ่งฝ่าหมอกควันเข้าไปหาร่างที่ทิ้งตัววูบตกจากแท่นหินลงกระแทกพื้นห้องทดสอบอย่างแรง

 

            “เป็นอะไรรึเปล่า คาดิเนียล คาดิเนียล”

            “เฮ้ๆ ตื่นสิเจ้าหนู”

 

            ให้ตายสิ ไม่เหลือแรงแล้ว

 

          คาดิเนียลหัวเราะกับตัวเองเบาๆ สติสุดท้ายของเขากำลังจะดับวูบ แม้จะได้ยินเสียงอาจารย์ทั้งสอง แต่เขาไม่อาจตอบสนองได้

 

            การระเบิดพลังเวทย์ครั้งแรกของไฮบ์หนุ่มนั้นสร้างรอยร้าวให้กับเกราะชั้นนอกสุด ซ้ำยังทะลุทะลวงออกไปสร้างช่องโหว่เล็กๆให้กับมิติพื้นที่ เมื่อเกิดรอยปริแตกเช่นนี้ ไม่ยากเลยที่เขาจะสัมผัสได้ถึงตัวตนของคนที่เขาเฝ้าติดตามมาทั้งวัน

 

            เจ้าเหมียวของเขากำลังทุกข์ทรมาน พลังเวทย์เหือดแห้งจนน่าใจหายแต่กลับไม่เสถียรดังที่ควรจะเป็น

            ไม่บอกก็รู้ว่าคนทางนู้นกำลังฝืนตัวเองไม่ให้ลอส

 

            อะไรบางอย่างในตัวเขาดิ้นรนจะออกไปหาคนที่กำลังทุรนทุรายอยู่ในมิติไหนสักแห่ง

           

            และเขาก็ไม่ลังเล ที่จะปล่อยมันออกไป

 

           

           


      

            อ่า นิ่งไปแล้ว

 

            หยุดงอแงแล้วสินะ

 

            ดีแล้ว


อย่าปล่อยให้คนอื่นแกล้งขนาดนั้นสิ

 

มันน่าหงุดหงิด



hf

 

            ห้องรับรองถูกใช้เป็นที่พักฟื้นของเพียว ไฮบ์และทรานส์ ทั้งสองพันมิติ มุมต่างๆในห้องสีอ่อนที่มีสวนสวยให้นั่งมองถูกจับจองด้วยร่างอ่อนระโหยของผู้เข้ารับการทดสอบทั้งสองพันคน

 


            หนึ่งในนั้นคือไฮบ์หนุ่มเจ้าของผมสีทรายที่นั่งชันขาข้างหนึ่งอยู่บนขอบหน้าต่าง ดวงตาเหม่อมองไกลออกไปภายนอกที่มีเพียงความมืดมิดก็จริง แต่จิตใจเขานั้นลอยออกไปไกลกว่านั้น ไกลกว่ามิติที่เขาอยู่

 


            เป็นเรื่องแปลกที่รอยแตกร้าวอันเกิดจากการระเบิดพลังเวทย์ของคาดิเนียลเมื่อวานยังไม่ถูกซ่อมแซม ร่างสูงเดาเอาว่าเพราะผู้ดูแลคนปัจจุบันคือรองผู้อำนวยการสถาบันเชนโตซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องความมุทะลุ ชอบทำงานที่ต้องใช้กำลังสมชายชาตรีมากกว่าการนั่งดูแลมิตินับพันที่ต้องใช้ความละเอียดลออและแสนจะจุกจิก เหตุนั้นร่องรอยความเสียหายเล็กน้อยที่เขาสร้างไว้จึงไม่ถูกตรวจพบ

           


            ต้องยอมรับว่าเขาออกจะดีใจด้วยซ้ำไปที่รอยปรินั้นยังไม่ถูกปิด เพราะตอนนี้การติดต่อกับใครบางคนแสนจะง่ายดาย ถึงแม้อีกฝ่ายจะยังไม่ยอมตอบอะไรเขาเป็นเรื่องเป็นราวทั้งที่เขาเพียรส่งเทเลพาธีไปทักทายตั้งแต่ลืมตาตื่นจากอาการสลบไสลด้วยใช้พลังงานเกินขีดจำกัด ถ้าเป็นทรานส์ก็คงลอสไปแล้ว

 


            เขาหลับไปถึงสิบสองชั่วโมง การทดสอบจบลงในยามที่แสงแรกของพระอาทิตย์อาบขอบฟ้า กว่าเขาจะลืมตาขึ้นมา ก็พบว่าแสงสุดท้ายได้ทิ้งร่องรอยสีชมพูจางๆไว้บนแผ่นนภาเสียแล้ว

 


            วันที่สองของการทดสอบกำลังจะจบลง เหลือเวลาอีกหนึ่งวันให้เขาได้ฟื้นตัว ในขณะเดียวกัน ก็เหลือเวลาเพียงหนึ่งวันที่ทรานส์ทั้งหลายต้องดิ้นรนให้รอดพ้นจากอาการลอส


 

            คนที่ส่งเพียงความเงียบกลับมาให้เขานั้น ก็เป็นหนึ่งในชีวิตที่กำลังเอาตัวรอดอยู่ในมิติใดมิติหนึ่ง


 

            เทเลพาทีเป็นรูปแบบหนึ่งของการแลกเปลี่ยนพลังเวทย์ สามารถใช้ในการสื่อสารระยะใกล้ที่พลังเวทย์สามารถเดินทางถึงกันได้โดยตรง คาดิเนียลมั่นใจว่าเจ้าเหมียวได้ยินเขาเพียงแต่ไม่ยอมตอบแต่โดยดี ที่ไฮบ์หนุ่มมั่นอกมั่นใจว่ากำลังโดนพยศก็เพราะอีกฝ่ายสูบพลังเวทย์ของเขาไปร่นระยะเวลาลอส แต่กลับไม่ยอมคุยกับเขาสักคำ


 

ดื้อ


           

            “โลภมากเสียจริง”

            “แบบนี้คงให้ไปเปล่าๆไม่ได้แล้วมั้ง”

            รอยยิ้มบางๆแต้มอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีสด คาดิเนียลหัวเราะในลำคอแบบที่ถ้าส่งเสียงนี้เป็นเทเลพาทีไปคนที่กำลังโลภใช้พลังเวทย์ของคนอื่นอยู่คงจะต้องพองขนขู่ฟ่ออย่างไม่รู้ตัว

 

            “กำลังทำอะไรอยู่หรอครับ ดูอารมณ์ดีนะ”


            เสียงจากหน้าประตูห้องรับรองมาพร้อมกับกลิ่นหอมหวานของชาและขนมอบ ราวกับภาพของเมื่อวานลอยขึ้นมาทับซ้อน จูนิเอลมาพร้อมรถเสบียงเช่นเคย แตกต่างที่ครั้งก่อนเขาเข้ามาในยามบ่าย แต่เวลานี้นั้นพลบค่ำจนไม่เหมาะกับการจิบชา คาดิเนียลสังเกตว่าในรถเสบียงมีอาหารจานหลักอยู่ด้วย คงจะเป็นมื้อเย็นของเขาในวันนี้

 

            “ก็แค่นั่งเล่นน่ะครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยตอบหลังกระโดดลงจากขอบหน้าต่างแล้วเดินมาประจำที่ตรงโต๊ะกลมกลางห้อง จูนิเอลยกอาหารออกมาวางเรียงรายแต่ยังคงยืนเฉยด้วยท่วงท่าสง่าเช่นเดิม


            คาดิเนียลยิ้มจนตากลายเป็นขีดอันเป็นท่าไม้ตายที่เขามั่นใจว่ามันใช้ได้ผลกับผู้ดูแลของเขาเสมอ

           

“นั่งด้วยกันสิครับ”

           

สิ้นคำขอที่ติดน้ำเสียงอ้อนนั้น จูนิเอลก็ได้แต่ลอบขำแล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมหรี่มองเด็กหนุ่มที่ตักอาหารเข้าปากเคี้ยวจนแก้มอูม ทั้งที่ดูแข็งแรงดีแต่กระแสพลังเวทย์รอบๆตัวกลับยังไม่สมดุลเท่าที่ควร

           

            “ดูเหมือนพลังเวทย์ของคุณจะฟื้นตัวช้านะครับ”

 

            ปฏิกิริยาตอบกลับมีเพียงรอยยิ้มจากคนที่ยังเคี้ยวอาหารตุ้ยๆ

 

            จะให้บอกได้อย่างไรว่าพลังเวทย์ที่ฟื้นฟูถูกใช้ไปกับการเอาใจใครบางคน จนเขาเองก็อดคิดไม่ได้ว่ากำลังโดนหลอกใช้อยู่หรือเปล่า

 

            ถึงอีกฝ่ายจะตั้งใจหลอกใช้เขาก็ไม่ได้สนใจนักหรอก เพราะอย่างไรเสีย หนี้ครั้งนี้ก็ต้องมีคนได้ชดใช้ให้เขาอย่างแน่นอน

           

            “ไม่เป็นไร เรายังเหลือเวลาอีกมาก”จูนิเอลเอ่ยคล้ายปลอบ

 

            คาดิเนียลเป็นนักเรียนคลาสพิเศษอย่างไม่ต้องสงสัย หากจะมีข้อเสียสักข้อสองข้ออย่างการฟื้นฟูพลังเวทย์ได้ช้า ก็ไม่ทำให้ความน่าสนใจในตัวเด็กหนุ่มคนนี้ลดน้อยลง


 


            “คุณจูนิเอลครับ”

 

            คนถูกเรียกเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเป็นการอนุญาตให้อีกฝ่ายพูดต่อ คาดิเนียลดื่มน้ำไล่อาหารลงคอ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยคำถามที่ค้างคาใจ

 

            นิสัยช่างซักช่างถามนี้ติดตัวเขามาจนยากจะแก้เสียแล้ว แม้คำถามเหล่านั้นอาจทำให้เขาดูน่าสงสัยก็ตามที

 

            “โดยปกติแล้ว ทรานส์ต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะหายจากการลอสหรอครับ”

 

            สีหน้าประหลาดใจของจูนิเอลนั้นไม่ผิดจากที่คาดิเนียลคาด เขาคิดว่าอาจารย์หนุ่มจะถามอะไรกลับ หากแต่จูนิเอลทำเพียงมองลึกเข้าไปในดวงตาที่มีสีคล้ายกาแฟสดรสแก่จัด ประกายในดวงตาเรียวนั้นมีเพียงความอยากรู้อยากเห็น และอาจารย์หนุ่มก็ไม่ได้รังเกียจกับการอธิบายเรื่องต่างๆให้สมาชิกของสถาบันได้เรียนรู้

           

“ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคนครับ”

 

            เสียงนุ่มเอ่ยตอบ เป็นการเปิดประโยคเพื่อนำไปสู่การอธิบาย

 

“แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำสามวันขึ้นไป หากสาเหตุการลอสรุนแรงมาก อาจใช้เวลาเป็นเดือน ซึ่งกรณีนั้นจะเสี่ยงต่อการสูญเสียความเป็นมนุษย์และกลับคืนสู่จิตวิญญาณสัตว์ป่า”


 

            “กรณีของทรานส์ที่จะเข้าเรียนในสถาบันเชนโต ต้องฟื้นฟูตัวเองให้ได้ภายใน 30 ชั่วโมง”

 

            ความวูบไหวในดวงตาของคาดิเนียลทำให้จูนิเอลเผยรอยยิ้มบางๆ

 

            นี่สินะ สาเหตุที่ถาม


            เด็กคนนี้อาจเคยได้ยินอะไรมา เกี่ยวกับการทดสอบทรานส์ของสถาบันเชนโต หรือไม่ อาจมีทรานส์ที่เขารู้จักเข้าร่วมการทดสอบในปีนี้

 

            อดสงสัยไม่ได้ว่าคนรู้จักคนนั้น จะน่าสนใจเหมือนเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาหรือไม่

 

           

            “ทางที่ดีที่สุดคือต้องแอบขโมยพลังของไฮบ์และเพียวซึ่งมักจะปลดปล่อยพลังเวทย์บางส่วนออกมาตามธรรมชาติ ทรานส์ที่จะอยู่รอดในสถาบันเชนโตต้องแอบขโมยพลังเวทย์เหล่านั้นโดยไม่ให้เจ้าของรู้ตัว”

           

            “เราขโมยพลังเวทย์กันได้ด้วยหรือครับ”คาดิเนียลเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยขณะถาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกมองว่าเวลาสนใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ จะราวกับมีหูและห่างปุกปุยโผล่ออกมาสะบัดไหวๆ จูนิเอลยิ้มเอ็นดูไม่ต่างอะไรกับที่ยูจีนเคยทำ

 

            “เป็นความสามารถของทรานส์ที่กำลังลอส พวกเขาจะเป็นเสมือนแอ่งน้ำที่เกือบจะแห้งขอด หากมีแม่น้ำไหลผ่าน น้ำในแม่น้ำย่อมไหลเข้าเติมเต็มแอ่งเหล่านั้น มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปันน้ำของพวกเขา หากปล่อยให้น้ำจากแม่น้ำทะลักเข้าไปก็จะทำให้ถูกกลืนกิน ถ้าทรานส์ตักตวงพลังเวทย์จากไฮบ์และเพียวอย่างโจ่งแจ้ง ก็เหมือนเสนอตัวไปเป็นเขี้ยวให้เขานั่นล่ะครับ”


 

            ดูเหมือนจะมีคนกำลังเสนอตัวให้เขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

            หรืออาจจะตั้งใจ

 

          คาดิเนียลใช้ความพยายามมากมายในการห้ามไม่ให้ริมฝีปากตัวเองคลี่ออกเป็นรอยยิ้มชั่วร้ายแบบที่ชอบทำเวลานึกถึงทรานส์คนพิเศษ

 


          “แล้วทรานส์ที่เข้าทดสอบ จะขโมยพลังเวทย์จากใครล่ะครับ”

 

            “ผู้ดูแล เราจัดให้ผู้ดูแลของทรานส์ทุกคนที่เข้ารับการทดสอบเป็นไฮบ์หรือเพียว หากแต่เด็กๆพวกนั้นยังไม่รู้วิธีการขโมยหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็ดึงพลังมาตามความกระหาย การทดสอบของทรานส์นั้นวัดว่าพวกเขามีความสามารถในการแย่งชิงพลังมาเพื่อฟื้นฟูตัวเองได้มากเท่าไร แล้วค่อยไปสอนการขโมยแบบแนบเนียนกันทีหลัง”

 

            อ่า

            งั้นเจ้าเหมียวก็คงเก่งกาจน่าดู จึงได้ใช้พลังของเขาอย่างตะกละตะกลามเช่นนี้

           

            หากอาซาเอลเป็นผู้ประสบภัยกลางทะเลทรายที่กำลังกระหายจนลำคอแทบกลายเป็นผง คาดิเนียลก็คงเป็นเจ้าของโอเอซิสขนาดใหญ่ที่ไม่ลังเลจะเติมเต็มความกระหายนั้น ราวกับกำลังบรรจงป้อนหยาดน้ำดับกระหายจนน้ำใสเอ่อล้นขอบปากของผู้ประสบภัยและไหลอาบชโลมไปทั้งร่างกาย


 

            นัยแฝงในความเอื้ออาทรนั้นราวน้ำตาลที่เคลือบผลไม้พิษ

 

เขาใจดีพอจะช่วยเหลือคนเดือดร้อนโดยไม่หวังอะไรตอบแทน


ยกเว้น หากคนๆนั้นมีสิ่งที่เขาปรารถนา สักวันเขาจะต้องเอามาเป็นสิ่งตอบแทนน้ำใจที่เขาให้ไป


           

สำหรับเจ้าแมวน้อย เขากำลังคิดอยู่ว่าอยากได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน และคงตั้งใจขบคิดอย่างหนัก จนกว่าจะได้พบกัน

 


hf

 

อาซาเอลในร่างแมวตัวจ้อยนอนเก็บขาเรียบร้อยอยู่บนโซฟาเบดในห้องรับรอง หากใครสักคนมีความสามารถในการอ่านสีหน้าของแมวได้ คงรู้ว่าอาซาเอลกำลังหงุดหงิดเพียงใด

 


หายไปไหนแล้ว เขายังไม่หายลอสเลย จู่ๆมาหายไปแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน

 


บ่นพึมพำในใจทั้งที่รู้ว่าส่งไปไม่ถึงคนโดนบ่น จะส่งไปได้อย่างไร เขาต้องเก็บพลังเวทย์ไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่ยอมใช้อย่างสิ้นเปลืองไปกับการส่งเทเลพาทีหรอก

 

จริงๆแล้วเจ้าหมาป่านั่นก็ควรเก็บพลังเวทย์ไว้ให้เขาดีกว่าเอาแต่ส่งเสียงทุ้มๆมากวนใจ ไม่รู้จะอยากคุยอะไรนัก ทั้งที่ถ้าเขาผ่านการทดสอบไปได้ จะคุยเท่าไรเขาก็ไม่ได้รังเกียจสักหน่อย

 

อาซาเอลเพียงดื้อดึงเอาแต่ใจและถือดี แต่ไม่ได้หยาบคายขนาดไม่รู้จักบุญคุณ

 

ใครดีมาเขาก็ดีตอบ และการที่คนๆนั้นช่วยเหลือเขาทั้งในวันนี้และเมื่อวาน อาซาเอลถือว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี

 

แต่หากมีท่าทีจะคุกคามเขาอีก ถึงตอนนั้นจะได้เห็นดีกัน

 

“เจ้าแมวน้อย”

เสียงใสๆมาพร้อมกลิ่นหอมที่ทำให้แมวน้อยซึ่งกำลังอ้าปากหาวหวอดกระโดดลงจากโซฟา ส่งเสียงร้องเหมียวๆเอาใจผู้ดูแล

 

การเป็นแมวนี่มันก็ดีตรงที่จะได้ยินเสียงสองจากใครต่อใครนี่ล่ะ รู้สึกได้รับความรักมากกว่าปกติ

 

            “ร้องเหมียวๆจะอ้อนเอาอะไรครับคุณอาซาเอล เผื่อผมจะช่วยหามาให้”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นด้านหลังแบคอนทำให้เจ้าตัวน้อยที่กำลังคลอเคลียคนตัวเล็กอยู่ต้องเหลือบตาขึ้นมอง

 

            “อูย”

            เสียงทุ้มอย่างเด็กหนุ่มดังลอดจากปากเล็กๆของทรานส์ที่กำลังทำตัวสมเป็นแมวมากกว่าปกติ อาซาเอลถอยออกจากมือนุ่มๆที่กำลังลูบหัวลูบหางเขาอยู่

 

            ก็คุณหมอชาร์ลที่เดินตามมากำลังส่งสายตาน่ากลัวมาหาเขานี่นะ ไม่เอาไม่เสี่ยงดีกว่า

 

            “ดีขึ้นหรือยัง”อาซาเอลพยักหน้าให้กับผู้ดูแลที่ดูก็รู้ว่ากำลังอารมณ์ดีที่ได้แหย่คนสนิทของตัวเอง

 

            จู่ๆก็กลายเป็นเครื่องมือในการหยอกล้อกันของคู่รักไปเสียได้ อาซาเอลเอ๋ย

 


แม้จะลอสและอ่อนเพลียหนักหนาสาหัส แต่อาซาเอลไม่ได้หลับยาวอย่างที่คิดไว้ เขาตื่นมาช่วงสายของการทดสอบวันที่สอง ตลอดหลายชั่วโมงที่แบคอนเทียวไปเทียวมาระหว่างมิติอื่นกับห้องรับรองที่เขามานั่งอาบแดด หมอชาร์ลตามติดผู้ดูแลของเขาเป็นเงาตามตัว แม้ไม่มีเวลาได้สนทนากัน แต่เด็กหนุ่มก็พอจะดูออกถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่

 

สัญชาตญาณที่ตื่นตัวกว่าปกติเพราะกำลังลอสบอกเขาว่าร่างสูงที่เดินตามผู้ดูแลของเขาต้อยๆนั้นเป็นทรานส์ แถมเป็นทรานส์ในตระกูลสุนัขเสียด้วย อาจเป็นหมาป่าเหมือนใครบางคนที่เขาสัมผัสได้ว่ากำลังหลับใหลอยู่ในมิติอื่น จนกระทั่งแสงสุดท้ายลับขอบฟ้า เขาถึงรับรู้ได้ว่าคนที่เอาแต่จมอยู่ในห้วงนิทราเพิ่งลืมตาตื่น แถมยังส่งเทเลพาทีแปลกๆมาหาเขาอีก


 

ไง

 

จะบอกว่าเป็นการทักทายยังถือว่าเสียมารยาทเลย

 


ถ้าไม่ติดว่าเทเลพาทีนั้นตามมาด้วยพลังเวทย์อบอุ่นแบบที่เขาเคยสัมผัสมาแล้วครั้งหนึ่งตอนย่ำรุ่งในห้องทดสอบภาคปฏิบัติ อาซาเอลคงก่นด่าอีกคนจนไม่เหลือดี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงทุ้มที่ดังก้องในหัวเขาเป็นระยะสลับกับการถ่ายพลังเวทย์นั้นชวนให้อยากจะสบถอะไรใส่ไปสักรอบ จะได้หยุดพูดคนเดียวในหัวเขาเสียที

 

“อยากทานอะไรไหม”คำถามของแบคอนดึงทรานส์หนุ่มออกจากภวังค์ความคิดที่ชวนให้หงุดหงิดแต่ก็อบอุ่นแปลกๆ ในเมื่อพลังเวทย์ของคนที่เขากำลังนินทาในใจนั้นยังไหลเวียนอยู่ในร่าง ต้องใช้เวลาสักหน่อยในการปรับให้กลายเป็นพลังเวทย์ของเขาเอง

 

แอบหวั่นใจจะโดนแบคอนจับได้ว่าแอบสูบพลังของใครคนอื่นมา

 

เด็กหนุ่มในร่างสัตว์ตัวจ้อยจึงคล้อยตามผู้ดูแลไปเสียทุกอย่าง วางอะไรให้ทานก็ทานอย่างว่าง่ายเพราะไม่อยากถูกจับผิด แม้การกินอาหารในร่างนี้จะดูตะกละตะกลามไปบ้าง แต่ทั้งหมอหนุ่มและผู้ดูแลตัวเล็กของเขาก็ยังนั่งมองนิ่งๆไม่แสดงอาการใด

 


อาซาเอลลอบมองคนทั้งสองพูดคุยกันในขณะรอเขาทานอาหาร

 

บางทีสองคนนี้อาจจะเป็นผู้ผูกพันธะกับเขี้ยว

 

คุณแบคอนกำราบทรานส์ที่ตัวใหญ่กว่าตัวเอง แถมดูจะแข็งแกร่งกว่าแบบนี้ได้อย่างไรกัน

 

อดคิดไม่ได้ว่าแล้วอย่างเขานี่จะรอดไปได้สักกี่น้ำ

 

เอาเถอะ อย่างไรเสียก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้ ถ้าต้องไปเป็นทาสของใคร เขายอมตายเสียดีกว่า


 

แบคอนมองสำรวจร่างที่ปกคลุมด้วยขนสีดำเป็นมันกับรูปร่างเพรียวชวนมอง อาซาเอลทานอาหารเสร็จเรียบร้อยและกำลังใช้ขาหน้าเกี่ยวผ้าเช็ดปากขึ้นซับคราบเปื้อนออกจากใบหน้าเล็กแทนที่จะเลียทำความสะอาดตัวเองแบบที่แมวทั่วไปทำกัน


วันนี้แมวน้อยอาซาเอลดูดีกว่าตอนออกจากห้องทดสอบมากจนแบคอนรู้สึกแปลกใจ เพราะเขามีงานด่วนจนต้องวิ่งวุ่นตลอดทั้งวัน แทนที่จะได้อยู่กับทรานส์ตัวน้อยเพื่อเป็นแหล่งพลังงานตามหน้าที่ หากอาซาเอลไม่ได้ขโมยพลังเวทย์จากเขา แล้วเด็กคนนี้ฟื้นตัวได้ด้วยพลังเวทย์ของใคร

 

“นายฟื้นตัวเร็วไปหรือเปล่า”

สรรพนามที่ดูสนิทสนมระหว่างผู้ดูแลกับทรานส์หนุ่มทำให้ร่างสูงอีกคนขมวดคิ้วฉับ หากแต่ยังไม่แสดงอาการอะไรมากนักเพราะเขาเองก็ถูกชะตากับเด็กหนุ่มคนนี้อยู่ไม่น้อย ดูจากความทะเล้นในแววตาและการโต้ตอบกับผู้ผูกพันธะของเขาแล้วก็บอกได้ทันทีว่าทั้งคู่เป็นคนประเภทเดียวกัน

 

“อ้าว แบบนี้ไม่ดีหรอครับ คิดว่าคุณแบคอนอยากให้ผมผ่านการทดสอบเสียอีก”

ร่างเล็กหัวเราะร่าก่อนจะดีดหูเล็กของแมวน้อยเบาๆเป็นการสั่งสอนที่ต่อปากต่อคำกับเขา อาซาเอลส่งเสียงแง้วแล้วกระโดดหนีไปตั้งหลัก แม้จะไม่เจ็บอะไรเลยแต่ก็แสร้งเป็นผู้เสียหายไว้ก่อน

 

“ฉันทึ่งในตัวนายจริงๆ ทั้งที่โดนเจ้าไคมัสทดสอบ แต่กลับลอสในสภาพมีสติครบถ้วน ตอนนี้ก็ฟื้นตัวได้เร็วจนน่าสงสัยอีก”

 

ไคมัส

 

อาซาเอลทวนชื่อซ้ำในความคิด ในที่สุดเขาก็ได้รู้เสียทีว่าเจ้าโรคจิตนั่นชื่ออะไร

คอยดูเถิด จะต้องหาโอกาสเอาคืนให้ได้สักครั้ง ไม่ว่าคนๆนั้นจะใหญ่โตมาจากไหนก็ตาม แมวน่ะอาฆาตแรง ไคมัสควรจะได้รู้ไว้

 

 “อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ไม่ใช่เพราะคุณรู้อยู่แล้วหรอว่าผมเก่ง ถึงได้ถูกใจผมน่ะ”หากเป็นเวลาปกติชาร์ลและแบคอนคงได้เห็นสีหน้ายียวนของเด็กหนุ่มผมสีดำเจ้าของดวงดาวเล็กๆสามดวงบนแก้ม แต่ในเวลานี้ภาพตรงหน้าเป็นเพียงแมวน้อยที่ดวงตากลมสีเหลืองเหลือบเขียวนั้นทอประกายแวววาวอย่างนึกสนุก

 

น่ารักน่าชังเสียจนชาร์ลได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้จะเคืองขุ่นในใจไปเพื่ออะไรในเมื่ออีกฝ่ายทะเล้นเสียเหลือเกิน หากต้องตามหวงผู้ผูกพันธะของตนกับเด็กคนนี้ คงต้องเหนื่อยอีกนาน

 

“ขอให้ช่างพูดแบบนี้ไปตลอดเถอะนะอาซาเอล เจอกันในสถาบันเมื่อไรจะทำให้พูดไม่ออกเชียว”


 

เสียงหัวเราะดังก้องในห้องรับรอง บทสนทนาระหว่างคนทั้งสามเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนหนึ่งด้วยแบคอนพยายามอยู่กับอาซาเอลให้ได้นานที่สุดก่อนจะถึงเวลาพักผ่อน อาจารย์หนุ่มรับรู้ได้ว่าแมวน้อยตรงหน้าดึงพลังเวทย์ของเขาไปทีละน้อยอย่างเกรงอกเกรงใจ กระนั้นพลังเวทย์ของอาซาเอลก็เสถียรดีเสียจนแบคอนไม่ต้องกังวลอย่างที่คิดไว้ เมื่อถึงเวลาพักผ่อนผู้ดูแลหนุ่มจึงเดินนำอาซาเอลไปยังห้องพักเช่นเดียวกับเมื่อวาน ไม่มีการถ่วงเวลา เพราะสำหรับทรานส์ที่กำลังฟื้นตัว การนอนหลับพักผ่อนนั้นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด


 

ไม่มีอะไรเยียวยาตัวเองได้ดีไปกว่าตัวเองอีกแล้ว แม้จะดึงพลังงานของคนอื่นมามากเพียงใด หากไม่มีเวลาให้ร่างกายได้ปรับตัวก็สูญเปล่า


 

 

 

“เห็นนายดีขึ้นมากฉันก็สบายใจ หวังว่ามื้อเย็นในวันพรุ่งนี้เราคงจะได้ร่วมโต๊ะกันอีกนะอาซาเอล”

 

ร่างเล็กกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตูห้องพักให้ทรานส์ตัวน้อย

 

เวลาทดสอบจะสิ้นสุดลงตอนมื้อค่ำในวันที่สามของการทดสอบ มีเพียงผู้ผ่านการทดสอบเท่านั้นที่จะได้เข้าร่วม เป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อสมาชิกใหม่ของสถาบันเชนโตและเหล่าคณาจารย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักตลอดสามวัน การเฉลิมฉลองสิ้นสุดการทำงานและแสดงความยินดีกับเหล่านักเรียนใหม่ทั้งหมด ในมิติปกติ ในขณะที่ผู้สอบตกจะต้องถูกส่งกลับบ้านพร้อมๆกับมิติต่างๆที่ต้องปิดลง

 

จะเป็นครั้งแรก ที่ผู้ผ่านการทดสอบได้พบหน้ากัน

 

เป็นช่วงเวลาที่ไฮบ์หนุ่มตระกูลหมาป่าคนหนึ่งรอคอยจนอดไม่ได้ที่จะส่งเทเลพาทีไปกวนใจใครอีกคน


 

ฝันดีนะ



 

อืม

 

อาซาเอลในร่างกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ด้วยหูกับหางที่ยังไม่ยอมหายไปพลิกตัวฝังหน้าลงกับหมอน ไม่กี่อึดใจหลังจากแบคอนคล้อยหลังไปเขาก็กลับกลายเป็นร่างนี้ นั่นเป็นสัญญาณอันดีว่าอีกไม่นานช่วงลอสของเขาจะผ่านพ้นไป หากแต่ตอนนี้ทรานส์หนุ่มอยากจะให้ตัวเองกลับไปอยู่ในร่างแมวตัวน้อย จะได้ซ่อนสีหน้าประหลาดๆกับริ้วแดงที่พาดอยู่บนแก้มนี้ได้ คนที่กำลังสับสนกำมือแน่นทุบลงบนหมอนนุ่มซ้ำๆเพื่อระบายอารมณ์


อารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดจากความไม่เข้าใจตัวเอง

เกิดมายี่สิบปีก็เพิ่งจะเคยเป็นอย่างนี้ น่าหงุดหงิดเสียจริง น่าหงุดหงิดจนอยากกางเล็บข่วนหน้าคนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้สักรอยสองรอย

 

ให้ตายสิ

เป็นบ้าอะไรเนี่ย

 

 


 

หากคาดิเนียลที่นอนอมยิ้มเพราะคำสั้นๆคำเดียวที่ส่งกลับมาได้เห็นสีหน้าของคนตอบ เขาคงอยากเรียนรู้เวทย์เกี่ยวกับการร่นเวลาเสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้ จะได้หดช่วงเวลาระหว่างตอนนี้กับมือค่ำในวันพรุ่งให้สั้นลงไปอีก ไม่เช่นนั้นเสียงครางตอบรับในลำคอสั้นๆคงจะวนเวียนอยู่ในหัวเขาจนยิ้มเป็นคนเสียสติไปเสียก่อน

 

อยากจะทานมื้อค่ำมันเสียตอนนี้เดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำไป










ฮือออ เจ้าแมวน้อย เจ้าเด็กดื้อ จะไปทำตัวน่ารักกับเขาแบบนี้ไม่ได้


เดี๋ยวตอนเจอกันโดนเขาขย้ำจะไม่มีใครช่วยนะ อิอิ



ตั้งแต่แต่งฟิคเรื่องนี้เราก็เสียสติไปเลยค่ะ เขินกับฟิคตัวเอง เขินกับความรุกแรงของคุณแดนเขา


ตอนนี้สั้นหน่อย(รึเปล่า) ไว้เจอกันตอนหน้านะคะ



ปล. ยังไม่ได้แก้คำผิดเลยค่ะ ถ้าเจอก็ขอโทษด้วยนะคะ พรุ่งนี้จะจัดการให้เรียบร้อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 302 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2341 Comeandfawkme (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 13:08
    ดื้อมาก
    #2,341
    0
  2. #2291 atom_k (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 20:43
    ชอบความอ้อนยากฟัดเเรงๆ
    #2,291
    0
  3. #2031 kopai0901 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:41

    เจ้าเหมียวน่ารักปายแล้ววววววว ดะเน่วก็ขยันกวนจริ๊ง555

    #2,031
    0
  4. #2014 No10051 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:33
    แงงงงง ดีนน่ารักจังเจ้าหมาอบอุ่นเอ้ยยยยย แก๊ประหว่างเจ้าลูกหมาตัวโตๆส่ายหูส่ายหางน่ารักๆ

    กับหมาป่าตัวเต็มวัยจ่าฝูงเปี่ยมพลังอำนาจ มันแบบกร๊าวใจมากๆเลยแม่จ๋า คือมันดีย์มากๆ เฮ้ออออแพ้อ่ะทำไมน่ารักจังแม่จ๋า แงแออออ
    #2,014
    0
  5. #2009 2000CB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 10:53
    น่ารักกกกก
    #2,009
    0
  6. #1982 Aommma16 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 09:43
    แง้ เจ้าไฮบ์หมาป่า น่ารักอ่ะ ฮืออ แต่ใครคือคนที่อยู่ในความทรงจำที่ตกผลึกอันนั้นอ่ะ อยากรู้มากๆๆๆ
    #1,982
    0
  7. #1954 mheeknut (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 01:35
    อยากรู้ว่าใครที่ได้เป็นคนเรียกดีน ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้
    #1,954
    0
  8. #1953 mheeknut (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 01:34
    ฮือออออออแออออแแแแ ฝันดีนะ กุตายยยยยยยยย น่ารักว๊อยยยยยยย น้องงงงงงงงง อาซาเอลลูกแม่ เขินคุณคาดิเนียลเค้านะคะ เขินนนนนนนนน อรัากกกกก
    #1,953
    0
  9. #1864 Tnsr (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 07:02
    ไรท์จะกลับมาอัพต่อยังอ่า ตอนนี้ติดมากไม่กล้าอ่านจนถึงตอนล่าสุดเลยกลัวค้าง😂
    #1,864
    0
  10. #1833 เฌอแตมเป็นแมว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 11:14
    อุกี้ดดดด แค่บอกฝันดีแล้วตอบว่าอืมก็ทำให้เขินได้ นี่มันอะไรกันเนี่ยๆๆๆ อยากให้เขาเจอกันแล้วววว >//<
    #1,833
    0
  11. #1824 aimo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 14:55
    อย่าทำตัวน่าแกล้งซี่อาซาเอล หึ่ยยยย เขินมากกกกกกกกก ความทรงจำที่ถูกปิดนั้นคืออะไรอะ เกี่ยวข้องกันแน่ๆเลยยย แงงงง
    #1,824
    0
  12. #1775 Danikniel (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 19:35
    โง้ยยยน คุณคะ!! แค่คำสั้นๆว่าฝันดี กับ อืม ดิฉันก็เขินม้วน เขินบิด เขินจนแทบบ้าแล้วง่าา ไรท์เก่งมากๆเลยทำให้เขินได้ขนาดนี้ อุแงงง้ ขอบคุณนะคะ รักเรื่องนี้ รักไรท์ กรี๊ดดดด เปงบ้า ฮรึกก ขอกอดทีนึงได้มั้ยคะ >\\<
    #1,775
    0
  13. #1705 LeafST (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 11:36
    งุ้ยยยยยย แค่เขาดึงพลังเวทย์กันไปใช้ แอบคุยเทเลพาธีกัน แค่นี้ก็เขินแล้ว แง้งงงง น้องเหมียวกับเจ้าหมา
    #1,705
    0
  14. #1652 khimmee56 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 22:49
    เขินนนนนน เจ้าแมวน้อยยอมตอบแล้ว แถมยังเขินกันอีก
    #1,652
    0
  15. #1643 crazy girll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 22:07
    ฮือออ มันดีมากเลยค่ะ ขอกอดไรท์สักสองกอด เป็นแนวที่ไม่เคยอ่านแต่แบบ อ่านแล้วหยุดไม่ได้ เป็นกำลังใจให้ในทุกๆตอนต่อไปนะคะ
    #1,643
    0
  16. #1638 Yiping98 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 23:35
    -ต้าวบ้าาาาาาาาาาาาาา-///////-
    #1,638
    0
  17. #1572 RealThxnB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 19:51
    อ่านแค่นี้ก็เขิลจะตายอยู่แล้ว ถ้าได้เจอกันจริงๆ ไม่ตายหรอออ ฮือออออ
    #1,572
    0
  18. #1563 lettuce.platalayleuk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 01:28
    โอ๊ยเขินนนนนนนนน!! นี่ขนาดยังไม่ได้เจอกันนะ
    #1,563
    0
  19. #1538 มนอจ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 22:36

    ฮืออออ ให้ตายยยย ยิ้มเป็นบ้าเลยยยย

    #1,538
    0
  20. #1526 Slateman_sw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 18:09
    ความทรงจำวัยเด็กจองคาดิเนียลนี่ต้องเกี่ยวข้องกับอาซาเอลแน่เลย มีอะไรที่พิเศษด้วยกันทั้งคู่แบบนี้นี่มันฮึ้ยๆๆ

    คู่พระเจ้าสร้างมาหรอ ความทรงจำตอนนั้นมันโหดร้ายมากหรือยังไงทำไมต้องถูกผนึกไว้ แต่เขินคู่นี้จังอีกใจก็กลัวเพราะคุณทรานส์เค้าดูฝังใจแล้วก็คงจะไม่ยอมเป็นเขี้ยวให้ใครง่ายๆ แน่ๆ เพราะทั้งบ้านก็ยังไม่เคยมีใครเป็นเขี้ยวอะเนอะ ลุ้นละคับอยากรู้ว่าเจอกันแล้วจะเป็นไง
    #1,526
    0
  21. #1505 Tannx2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 13:31
    ทำไมเขินจังวะ ขนาดเขายังไม่ได้เจอกันยังเขินขนาดนี้เลย ชอบอ่ะ หาอ่านยากมากฟิคแนวแฟนตาซี ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค้าบบบ
    #1,505
    0
  22. #1497 the grl n her sunflower (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 04:38
    เห็นด้วยกับรีดคนอื่นเลยค่ะ บรรยายได้น่าตื่นเต้นมาก เข้าใจความคิดของมาคัสและจาซันเลย เวลาเห็นคาดิเนียลต้องรู้สึกว่าพระเจ้าสร้างมาตอนกำลังอารมณ์ดีแน่ๆ ฟิลมาเลยค่ะ ตื่นเต้นกับการทดสอบมากๆ รู้ที่มาที่ไปของพลังเวทย์แสนอบอุ่นนั้นเลยค่ะ อาซาเอลในร่างแมวน้อยช่างน่าเอ็นดู หมอชาร์ลกับแบคอนก็น่ารัก เขินมากๆค่ะอย่าว่าแต่ไรท์เลย อ่านไปยิ้มไป เป็นนิยายที่ทำให้ตอนนึงมีหลายอารมณ์มากๆ อยากให้เจอกันใจจะขาดแล้ว แมวน้อยต้องดื้อและพยศสุดๆแน่นอน คุณหมาป่าเค้าจะกำราบยังไงคะตื่นเต้นไปหมด
    #1,497
    0
  23. #1489 atmosphere_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 19:57
    ฮืออออเขิน! น่ารักมากเลยแง้ หยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะ;/////;
    #1,489
    0
  24. #1488 mhyunb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 15:09
    ฮื่ออออ ชอบมากภาษาดีมากเเง้้้้ ถูกจริตเรามากกกกกก อยากนัดเจอไรท์เเล้วกระโดดกอด คือไม่รู้จะอธิบายออกมายังไงเเบบชอบมากๆ ฮื่อ่่อออออ รักนะคะ เขียนสนุกมากจริงๆ
    #1,488
    0
  25. #1434 katziiez (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 14:02
    ตื่นเต้นตามตอนที่คาดิเนียลเข้าไปทดสอบเลยค่ะ นึกสงสัยเลยว่าความทรงจำนั้นของเขาคืออะไร ทำไมต้องโดนสะกดปิดกั้นไปแบบนั้นด้วย แถมยังทำให้น้องระเบิดพลังเวทย์ออกมาได้อีก จารย์ยังอึ้งกับพลังลูกศิษย์ในอนาคตเลย ร้ายกาจๆ
    อยากจะแหมมมมมมให้รอบจักรวาลใส่คานิเนียลจังเลยค่ะ อาศัยช่วงมิติทะลุส่งกระแสจิตไปคุยกับอาซาเอลเนอะ หึ(?) แมวน้อยก็พอกันอ่ะ จิ๊กพลังเขามาแล้วก็เงียบเลยนะ ผู้ดูแลกับคุณังเอ๊ะเลย หายเร็วเหลือเกินงี้ ไม่สงสัยยังไงไหว
    เขิง แงงงงงง เหมือนรู้สึกว่าใกล้เข้าไปทุกทีๆแล้วนะ จะได้เจอกันแล้ว แล้วก็หมั่นไส้คาดิเนียลมากๆด้วย แค่คำว่าอืมคำเดียวนี่เก็บเอาไปเพ้อได้ขนาดนี้ น่าตีจริงๆ ; )

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 เมษายน 2561 / 14:09
    #1,434
    0