[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 4 : Chapter 3 :: การทดสอบ II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 311 ครั้ง
    13 ก.ค. 62

            ในยุคที่เวทมนต์เป็นสิ่งพบเห็นได้ทั่วไป ก็ยังมีสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำได้

 

            ยกตัวอย่างเช่นการบิดมิติเพื่อสร้างพื้นที่ทดสอบส่วนบุคคลนับพันมิติในห้วงเวลาเดียวกัน ตามคำบอกเล่าของหมอหนุ่มที่พยายามหาบทสนทนาเพื่อทำให้เจ้าของเรือนผมสีรัตติกาลในคืนเดือนมืดคลายจากความประหม่าที่ต้องปลดเปลื้องอาภรณ์ทุกชิ้นต่อหน้าคนที่ไม่คุ้นเคย แม้เจ้าของกลุ่มดาวบนแก้มซ้ายจะดูไม่ได้เขินอายเท่าที่ชาร์ลคิด ติดจะมั่นอกมั่นใจในสัดส่วนของตัวเองเสียด้วยซ้ำ เช่นนั้นการชวนคุยจึงกลายเป็นการบรรเทาความหวาดวิตกของหมอหนุ่มต่อพลังคุกรุ่นที่พวยพุ่งจากใครบางคนหน้าประตูเสียมากกว่า

 

            ด้วยบทสนทนาอันยาวนานที่อาซาเอลทำได้เพียงเป็นผู้ฟัง ทำให้เขารู้ว่าพื้นที่ตนเหยียบ อากาศอุ่นๆที่ใช้หายใจ หรือแม้แต่แสงแดดยามสายที่ไล้ตามผิวหน้าเมื่อเขายืนสูดอากาศอยู่ริมหน้าต่างในห้องรับรองที่แบคอนเดินนำมาส่ง พร้อมคำเชิญให้พักผ่อนตามอัธยาศัยก่อนเข้ารับการทดสอบในขั้นตอนต่อไปนั้น ไม่ใช่ของจริง ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งจำลองที่เกิดขึ้นในมิติพื้นที่ของผู้อำนวยการสถาบันเชนโตเออูโนผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นจอมเวทย์แห่งยุค

 

            ทุกอย่างสมจริงเสียจนชายหนุ่มต้องยื่นหน้าออกไปรับแสงแดดอุ่นๆแล้วสูดกลิ่นไอแดดเข้าเต็มปอดอีกครั้ง แพขนตาสีเดียวกับเส้นผมทิ้งตัวเคลียบนแก้มที่ประดับด้วยจุดเล็กๆสามจุดเมื่ออาซาเอลหลับตาลง เขาทำตามคำแนะนำอย่างดี แบคอนกล่าวกับเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มทะเล้นว่าหลังจากนี้จะเป็นของจริง และเพื่อลดความตึงเครียดของผู้เข้าทดสอบจึงอนุญาตให้ทำตัวตามสบายเท่าที่จะทำได้ ได้ยินแบบนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่า ถ้าทำตัวตามสบายของเขาคือการหนีออกไปก่อนการทดสอบจริงจะเริ่ม เช่นนั้นเขาจะยังได้รับอนุญาตให้ทำตัวตามสบายอีกหรือไม่

 

            ผู้เข้ามาใหม่ได้แต่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองคนที่ยืนหันหลังให้ ไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้เข้ารับการทดสอบรูปงามที่แสนจะขี้เล่น เดาได้เลยว่าอาซาเอลน่ะเจ้าคารมไม่เป็นรองใคร เพราะแค่ครึ่งวันที่แบคอนต้องเดินไปไหนมาไหนกับเขาคนนี้ก็โดนเกี้ยวไปเสียหลายรอบจนคนอายุมากกว่าต้องลอบขำกับความกะล่อนของเด็กหนุ่ม

 

            ทั้งที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ทำตัวเป็นแมวหนุ่มเจ้าสำราญ ตอนนี้กลับนั่งอาบแดดเหมือนลูกแมวตัวน้อยๆเสียได้ ตอนประชิดตัวกันครั้งแรกเขาก็สัมผัสได้อยู่แล้วว่าทรานส์คนนี้ต้องสืบเชื้อสายแมวสักสายพันธุ์ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแค่ แมว จริงๆตามข้อมูลที่เจ้าตัวให้กับชาร์ลตอนสัมภาษณ์ในห้องตรวจ

ถึงแม้จะรู้สึกติดใจกับสิ่งที่ผู้เข้าทดสอบพยายามปิดบังอยู่บ้าง แต่ภาพซ้อนของเจ้าขนฟูที่นอนขดอยู่ริมระเบียงอาบแดดยามสายอย่างเกียจคร้านนั้นก็ทำให้แบคอนหลุดขำออกมาเบาๆ ซึ่งนั่นเพียงพอจะเรียกให้แมวน้อยหันมามองด้วยแววตาฉงน และเปลี่ยนเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นว่าผู้เข้ามาใหม่คือใคร

 

เป็นแมวที่ไม่รังเกียจหมาเอาเสียเลย

ในเมื่อแบคอนเป็นไฮบ์ในตระกูลจิ้งจอก แต่อาซาเอลก็ไม่มีท่าทีรังเกียจรังงอนอย่างที่ไฮบ์หรือทรานส์ตระกูลแมวส่วนใหญ่เป็น ราวกับคุ้นเคยกลิ่นจิ้งจอกเป็นอย่างดี

 

“ผมคิดว่าคุณควรทานอะไรสักหน่อย”

แม้ว่าหลังจากนี้สิ่งที่ทานเข้าไปจะไม่มีประโยชน์ใดๆเลยก็ตาม

 

ได้แต่คิดด้วยความเห็นใจเมื่อจินตนาการถึงสิ่งที่อีกคนกำลังจะได้เจอ มันเป็นกระบวนการทดสอบที่ถูกกำหนดมาแล้ว เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าดูแลผู้เข้าทดสอบตามหน้าที่

 

แบคอนเข็นรถใส่อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มเข้ามาในห้องรับรอง ทำหน้าที่แนะนำอาหารแต่ละอย่างราวพนักงานต้อนรับในโรงแรมหกดาว แม้ในที่สุดแล้วอาซาเอลจะขอเพียงชาร้อนถ้วยเดียวก็ตาม

 

“หากต้องการอะไรเพิ่มเติม คุณสามารถสั่นกระดิ่งตรงนี้เพื่อเรียกผมได้นะ”นิ้วเรียวชี้กระดิ่งสีเงินที่วางคู่มากับกาน้ำชาบนโต๊ะกลางห้อง

 

“คุณจะไม่อยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยหรอ”

แววกระเง้ากระงอดในน้ำเสียงนั้นทำให้แบคอนหลุดหัวเราะอีกครั้ง ได้แต่เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเอ็นดูว่าเขามีงานที่ต้องทำ นั่นคือการดูแลผู้เข้ารับการทดสอบคนอื่นในมิติอื่น ปลายเสียงของคนตัวเล็กกว่าที่ติดจะอ่อนล้านั้นทำให้อาซาเอลล้มเลิกความตั้งใจจะตื้อให้อีกคนอยู่ต่อ การต้องทำงานหลายอย่างในห้วงเวลาเดียวกันแต่ต่างมิติคงหนักหนามากพอแล้ว

 

เจ้าแมวหนุ่มสร้างรอยยิ้มให้ผู้ดูแลได้อีกระรอกเมื่ออาซาเอลก้มๆเงยๆเหมือนหาของอยู่แถวๆรถเสบียง จบด้วยการยื่นพายแอปเปิ้ลหน้าตาน่าทานให้แบคอนพร้อมกำชับให้อีกคนทานก่อนไปทำงานต่อ

 

หากอาซาเอลได้เข้าเรียนที่เชนโต เดาได้เลยว่าเขาต้องกลายเป็นศิษย์คนโปรดของอาจารย์แบคอนแน่นอน แม้ว่าเด็กหนุ่มจะยังไม่รู้ก็ตามว่ากำลังสร้างคะแนนความนิยมให้กับหนึ่งในอาจารย์สุดเคี่ยวของสถาบัน

 

 

 

            อีกครั้งที่ต้องอยู่คนเดียว

 

            เขาอยากจะหาอะไรสักอย่างทำ แต่รอบตัวกลับมีเพียงห้องโล่งกว้างที่แสงแดดและสายลมถ่ายเทได้อย่างสะดวก โซฟาเบดหนึ่งตัว โต๊ะไม้ขนาดกลางที่มีกระดิ่งและกาน้ำชาวางอยู่ สุดท้ายคือรถเสบียงที่แบคอนเพิ่งเข็นเข้ามา

 

            ไม่มีอะไรให้ทำเลย

 

            นั่นคือสิ่งที่อาซาเอลสรุปได้

 

            ในเมื่อในห้องไม่มีอะไรน่าสนใจ เป้าหมายของเขาจึงกลายเป็นด้านนอกหน้าต่าง ที่อย่างน้อยก็มีวิวสวนสวยให้ได้มอง แปลงดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆในอากาศดึงดูดให้ผีเสื้อมารวมกันอยู่แถวนี้ ธรรมชาติสมจริงที่ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าหากปีนข้ามหน้าต่างออกไปแล้วเดินทะลุแมกไม้เหล่านั้น จะไม่สามารถออกไปด้านนอกได้จริงๆหรือ

            แต่ตอนนี้อาซาเอลเกียจคร้านเกินกว่าจะพิสูจน์ จึงได้แต่เท้าคางทอดสายตาไปไกลอย่างไร้จุดวางสายตา

 

 

            ครืนนน

 

 

            บางอย่างสั่นไหว ไม่ใช่สิ ทุกอย่างกำลังสั่นไหว ขนทั่วตัวพากันลุกชันตามสัญชาตญาณเตือนภัย และสิ่งที่ยืนยันว่าอาซาเอลไม่ได้คิดไปเองว่าห้องกำลังสั่นคือเครื่องครัวบนรถเสบียงและกาน้ำชาบนโต๊ะที่สั่นกระทบกันเบาๆส่งเสียงดังกริ้กๆ

 

            กึง!

          ถ้าตอนนี้เขากำลังโดยสารอยู่บนเรือ แรงเขย่าเมื่อครู่คงเกิดจากการชนก้อนภูเขาน้ำแข็ง มันรุนเรงจนเข่าข้างหนึ่งทรุดลงกับพื้น

 

            จู่ๆความอึดอัดคล้ายอากาศกำลังถูกแย่งชิงก็โจมตีเขา อาซาเอลเกาะขอบหน้าต่างแน่นพยายามทรงตัวไม่ให้ล้มไปกองกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ภาพสวนสวยเริ่มพร่าเลือนเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า

 

            เกิดความผิดปกติบางอย่างกับมิตินี้ อย่าบอกนะว่ามันกำลังจะพังทลาย ถ้าเป็นเช่นนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับมิติทั้งหมด หากมันเกิดหลอมรวมกัน ผลลัพธ์คงไม่น่าพิสมัยเท่าไร

            แต่สถานการณ์ตอนนี้ก็ย่ำแย่เหมือนกัน กระแสพลังรอบตัวเริ่มแปรปรวน พลังเวทย์ในตัวเขาเริ่มได้รับผลกระทบ

           

            รู้สึกเหมือนกำลังจะลอส!

           

            ใบหน้าได้รูปเหยเกเพราะความเจ็บปวดในอกและสารพางค์กายที่กำลังสั่นระริกประท้วงความปั่นป่วนของพลังเวทย์

           

            ชั่วพริบตาที่ทรานส์หนุ่มรู้สึกเหมือนหูกับหางกำลังจะโผล่ออกมา เขากระพริบตาถี่เพื่อไล่หยดน้ำตาที่ตีตื้นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวด และเมื่อกระพริบตาอีกครั้ง เขามองเห็นอะไรบางอย่างที่สุดปลายสายตา ตรงพุ่มไม้ที่กั้นระหว่างสวนสวยกับป่าทึบ

 

            หมาป่า

          ตัวใหญ่มากเสียจนแมวอย่างเขาแข้งขาสั่นไม่รู้ตัว

 

            หมาป่า ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ ไหนบอกว่าเขาเป็นผู้เข้าทดสอบเพียงคนเดียวในมิตินี้ หรือนั่นจะเป็นหนึ่งในพนักงานที่เกิดลอสจากผลกระทบความผิดปกติของมิติงั้นหรือ

 

            ไม่ใช่ บางอย่างกรีดร้องบอกเขาและเร่งเร้าให้หนีจากตรงนี้ อาซาเอลเกิดไม่เข้าใจสัญชาตญาณเอาตัวรอดของตัวเองก็วันนี้ หากนั่นเป็นหมาป่าก็หมายถึงเขาอาจจะเป็นทรานส์หรือแค่สัตว์ธรรมดา ทำไมต้องหนี

 

            เฮือก!

            นัยน์ตาสีดำสนิทที่เคยทอประกายยามหยอกล้อผู้อื่นเบิกกว้างและฉายแววหวาดหวั่นเมื่อชั่ววินาทีที่บรรยากาศสั่นไหวอีกครั้ง ภาพตรงหน้าคล้ายจะปริแตกเหมือนกระจกเงาที่สะท้อนภาพเหล่านั้นเกิดรอยร้าว ไกลออกไปตรงนั้นไม่ใช่หมาป่าอีกต่อไป แต่เป็นร่างสูงของเด็กหนุ่ม เด็กหนุ่มที่ดูแล้วสูงไปกว่าเขาไม่เท่าไร แต่ช่วงไหล่กว้างกว่ามากแม้มองจากระยะไกลเช่นนี้

 

            เพียงเห็นแค่ด้านหลัง ก็ก่อให้เกิดความกลัวพุ่งพล่านขึ้นจากภายใน

           

            ทรานส์งั้นหรอไม่ใช่ แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว

            ทรานส์ไม่มีทางส่งกลิ่นอันตรายต่อทรานส์ด้วยกันเช่นนี้!

            คนๆนี้เป็นอะไรกันแน่

 

            “คุณอาซาเอล!!

           

            กึง!!

 

            จู่ๆความวูบโหวงก็เกิดขึ้นในช่องท้องราวกับตกจากที่สูง แล้วความเจ็บปวดทรมานเหมือนจะลอสได้ทุกวินาทีก็หายไป เขาสามารถหายใจได้เป็นปกติ มองภาพทุกอย่างได้ชัดเจน มีเพียงเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับและหลังที่ชื้นเหงื่อเท่านั้นที่ยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นั้นไม่ปกติ

 

            “เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

            ในที่สุดอาซาเอลก็หาที่มาของเสียงเจอ แบคอนยืนอยู่ข้างเขา แขนเล็กประคองเขาที่กึ่งนั่งกึ่งยืนไว้ ใบหน้าซีดเผือดกับความเปียกชื้นจากเหงื่อของคนในอ้อมแขนทำให้ผู้ดูแลหวั่นวิตก แต่เมื่ออาซาเอลแค่นยิ้มให้ เขาไม่รู้ว่าควรโล่งใจหรือวิตกกว่าเดิม

 

            เมื่อกี้เกิดการปริแตกของมิติ เนื่องจากผู้อำนวยการต้องเดินทางด่วน ช่วงส่งต่อให้รองผู้อำนวยการควบคุมมิติพื้นที่ต่อนั้นเกิดปัญหาบางประการทำให้มิติทั้งหมดเกือบพังทลาย

            แต่ไม่คิดว่าคนๆนี้จะได้รับผลกระทบมากขนาดนี้

 

            หรือไม่ใช่แค่เพราะผลกระทบจากความผิดปกติของมิติ มีบางอย่างกำลังคุกคามอาซาเอลงั้นหรือ

 

            แบคอนได้แต่ขมวดคิ้วและขบริมฝีปากขณะคิดหาสาเหตุที่ทำให้ร่างสูงตัวสั่นเทาได้ถึงเพียงนี้

 

            “ผมดีขึ้นแล้ว ขอบคุณครับ”อาซาเอลเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยเพื่อถอยจากอ้อมแขนของผู้ดูแล แต่ถึงกระนั้นคนตัวเล็กก็ยังขอให้เขาเดินไปนั่งพักที่โซฟาเบดแล้วอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น อาซาเอลพยักหน้ารับรู้อุบัติเหตุครั้งนี้ หากแต่ยังปิดปากเงียบและให้คำตอบเป็นเพียงรอยยิ้มเมื่อแบคอนถามถึงเหตุผลที่ทำให้เขาดูหวาดกลัวกว่าที่ควรจะเป็น

 

            จะบอกได้อย่างไรว่าเหมือนเพิ่งหลุดจากการไล่ล่าของสัตว์ร้ายทั้งที่เห็นเพียงภาพด้านหลังของชายหนุ่มคนหนึ่งเท่านั้น

            แถมนั่นเป็นภาพจริงหรือภาพหลอนที่เกิดขึ้นในหัวเขาก็ไม่อาจบอกได้

 

            “งั้นอยากจะนอนพักสักหน่อยไหม ผมจะอยู่เป็นเพื่อน”สีหน้าวิตกของผู้ดูแลทำให้อาซาเอลไม่อาจดื้อดึง เขาพยักหน้าแล้วเอนตัวลงนอนบนโซฟาโดยมีแบคอนนั่งมองอยู่บนเก้าอี้ไม้อีกตัว

 

            “คุณไม่ต้องไปทำงานแล้วหรอครับ”เสียงกลั้วหัวเราะนั้นทำให้คนถูกถามได้แต่ถอนหายใจ เป็นขนาดนี้แล้วยังมีอารมณ์เล่นได้ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับความทะเล้นของคนๆนี้แล้วจริงๆ

 

            “ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็นอนเถอะครับ”

 

            คนโดนดุหัวเราะเบาๆก่อนจะทิ้งเปลือกตาลง และเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว

 

 

            แม้ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ความรู้สึกถึงอันตรายก็ยังชัดเจน และสิ่งที่ชัดเจนกว่านั้น คือความรู้สึกโหยหา อะไรบางอย่างผลักดันให้เขาเดินเข้าหาภัยอันตรายนั้นด้วยตัวเอง

 


มีบางอย่างกำลังไล่ต้อน

ในขณะที่คิดว่าตัวเองกำลังวิ่งหนีสุดฝีเท้า

กลับกลายเป็นเขากำลังวิ่งเข้าหาอะไรบางอย่างนั้นเสียเอง



hf

 

            “คุณคาดิเนียลเป็นอะไรหรือเปล่าครับ ทางสถาบันต้องขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หวังว่าคุณจะไม่ได้รับอันตราย”

 

            เจ้าของชื่อที่ถูกเรียกละสายตาจากบานหน้าต่างที่ยังคงว่างเปล่า แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงใครบางคนอย่างชัดเจนเมื่อเสี้ยววินาทีที่ผ่านมา ใครบางคนที่ก่อกวนสมาธิของเขามาตลอดทั้งวัน เจ้าของกลิ่นที่ทำให้สัญชาตญาณนักล่าของไฮบ์ตระกูลหมาป่าตื่นตัว แม้แต่ตอนนี้หัวใจของคาดิเนียลก็ยังเต้นแรง ลำคอแห้งผากด้วยความกระหายเพียงแค่คิดว่าเมื่อครู่ใครคนนั้นอยู่ใกล้เพียงใด

 

            “ผมไม่เป็นไรครับคุณจูนิเอล”รอยยิ้มเป็นมิตรจุดขึ้นบนริมฝีปากสีอ่อนมอบให้กับผู้ดูแลของเขา คาดิเนียลเพิ่งสังเกตว่ามีประตูเชื่อมอาคารกับสวนที่เขายืนอยู่ มันเปิดอ้าอยู่ด้านหลังคู่สนทนาของเขา ประตูไม้รูปทรงวิจิตรนั้นควรจะดึงดูดสายตาเขาได้ตั้งแต่แรก หรือบางทีมันอาจจะไม่เคยมีอยู่จนกระทั่งอาจารย์หนุ่มผู้แสนสุภาพสร้างมันขึ้นมา

 

            จูนิเอลเป็นผู้ดูแลของคาดิเนียลในการทดสอบครั้งนี้ ด้วยท่าทีสุภาพและสง่างามราวชนชั้นสูงนั้นทำให้ฝ่ายผู้เข้าทดสอบอดสงสัยไม่ได้ว่าอาจารย์ท่านนี้รับผิดชอบวิชาอะไรในสถาบันเชนโต

           

ถ้าเป็นไปได้คาดิเนียลก็อยากจะเลี่ยงวิชานั้นไปเสีย ดูท่าแล้วคนๆนี้คงรับมือยากไม่ใช่เล่นเลย

 

            “เมื่อครู่เกิดความผิดพลาดระหว่างการเปลี่ยนมือผู้ดูแลมิติ ทำให้มิติทั้งหมดสั่นคลอน แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วล่ะครับ”จูนิเอลอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นตามหน้าที่ เพราะเขารู้ดีว่าผู้เข้าทดสอบตรงหน้ารู้ทุกอย่างอยู่แล้ว สังเกตได้จากความนิ่งสงบในดวงตาเรียวของอีกฝ่าย คาดิเนียลไม่มีแววตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามที่อาจารย์หนุ่มคาด แต่สิ่งที่ผิดคาดคือเขาไม่คิดว่าจะต้องเดินมาเจอกับสนามพลังคุกรุ่นของไฮบ์หนุ่มที่กำลังกระหายอะไรบางอย่าง

 

            วูบหนึ่งเขาเผลอคิดว่านี่เป็นทุ่งสังหารของจ่าฝูงหมาป่า ดีที่จูนิเอลเป็นเพียวจึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร คิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเขาเป็นทรานส์ เมื่อครู่จะประหวั่นในอำนาจของอีกฝ่ายเพียงใด

           

            “ผมคิดว่าคุณจะนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องรับรอง”ผู้ดูแลเดินเข้ามาใกล้ผู้ทดสอบซึ่งดูจะอยู่ผิดที่ผิดทางไปสักหน่อย รอยยิ้มเก้อๆถูกส่งมาจากเด็กหนุ่มเจ้าของลาดไหล่กว้าง ซึ่งคนอายุมากกว่าก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต่อให้เด็กคนนี้ทำผิดมากกว่านี้เขาก็คงโกรธไม่ลง รอยยิ้มนั่นน่าเอ็นดูขัดกับรูปร่างสูงใหญ่เสียเหลือเกิน

 

            “ผมแค่อยากลองอะไรนิดหน่อยน่ะครับ ผมไม่รู้จริงๆว่าห้ามออกจากห้องรับรอง”

 

            “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ ผมบอกแล้วว่าให้คุณทำตัวตามสบาย ซึ่งก็คือจะทำอะไรก็ได้ ต่อให้คุณจะทดลองเดินออกจากมิติพื้นที่นี้อีกกี่ครั้ง ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร”รอยยิ้มรู้ทันบนริมฝีปากอิ่มนั่นย้ำความคิดในหัวของคาดิเนียลอีกครั้ง

 

            นั่นไงล่ะ บอกแล้วว่าคนๆนี้น่ะรับมือยาก

 

 

 

          ก่อนเหตุการณ์ผิดปกติของมิติ

 

            คาดิเนียลถูกทิ้งไว้ตามลำพังในห้องรับรอง เช่นเดียวกับผู้เข้าทดสอบคนอื่นในมิติอื่นๆ

 

          การคาดหวังให้ไฮบ์หนุ่มขี้สงสัยนั่งสงบเสงี่ยมอยู่ในห้องรับรองเงียบๆนั้นเป็นไปไม่ได้เลย และคาดิเนียลก็มีวิธีแก้เบื่อที่เข้ากับนิสัยอยากรู้อยากเห็นของเขามากทีเดียว ทันทีที่จูนิเอลออกจากห้องรับรองเพื่อไปเตรียมการขั้นต่อไป คาดิเนียลก็วางแก้วเปล่าที่เคยมีน้ำผลไม้รสหวานอยู่เต็มลงบนโต๊ะ กระโดดข้ามหน้าต่างออกมาเหยียบหญ้านุ่มๆด้วยเท้าเปล่า ลูกหมาป่าตัวโตในร่างเด็กผู้ชายวิ่งเข้าหาแนวต้นไม้ที่แบ่งเขตสวนกับป่าทึบเต็มฝีเท้า เขารู้ดีว่ามันคือเส้นขอบของมิติพื้นที่นี้

 

            ฟุ่บ

 

          เขามั่นใจว่าพุ่งเข้าใส่ป่าตรงหน้าเต็มแรง แต่แทนที่เท้าจะได้เหยียบลงบนพื้นดินเปียกชื้นหรือใบไม้แห้งที่หล่นทับถมกัน ปลายเท้ากลับสัมผัสได้ถึงยอดหญ้าอ่อนๆเช่นเดิม กลายเป็นเขากำลังวิ่งเข้าใส่ตัวอาคารจนต้องหยัดฝ่าเท้าชะลอความเร็ว ถ้าร่างกายตอบสนองช้ากว่านี้อีกหน่อยคงได้ลิ้มรสเปลือกไม้แข็งๆที่ม้วนขดเป็นตัวอาคารไปแล้ว

 

            ออกไปไม่ได้จริงๆด้วย

 

 

         ร่างสูงหันกลับไปทิศทางเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเดินเข้าหาแนวชายป่าด้วยความเร็วปกติ หยุดยืนตรงขอบมิติแล้วยื่นมือออกไปข้างหน้า ภาพที่มือของเขายื่นสวนเข้ามาข้างๆแขนที่หายไปครึ่งหนึ่งนั้นพิลึกพิลั่นแต่ก็ทำให้เจ้าของแขนตื่นเต้นได้นิดหน่อย คาดิเนียลพลิกแขนไปมาแล้วลองขยับปลายนิ้ว มือที่ยื่นสวนมาขยับตามที่สมองเขาสั่ง ยืนยันว่ามันเป็นมือเขาจริงๆ



 

            ครืน



         

          การสั่นไหวที่เกิดขึ้นโดยรอบส่งสัญญาณให้เด็กอยากรู้อยากเห็นรีบดึงมือกลับ ความเจ็บแปลบที่ท่อนแขนทำให้เขาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ


           

            มีบางอย่างเกิดขึ้นกับมิติ

            หวิดแขนขาดไปแล้วไหมล่ะคาดิเนียล


 

          เสี้ยววินาทีที่ร่างสูงกำลังพิจารณาว่าแขนของเขายังอยู่ดีเหมือนเดิมไหม กลิ่นจางๆที่ก่อกวนจมูกเขากลับชัดเจนเหมือนเจ้าของกลิ่นอยู่ห่างแค่ปลายจมูก

 

            ไม่ใช่ ไม่ใช่ปลายจมูก แต่กลิ่นหอมอ่อนชวนให้อยากจับมาฟัดเล่นนั่นมาจากด้านหลัง สัมผัสได้ถึงตัวตนของใครอีกคนจากห้องรับรองที่เคยว่างเปล่า


 

            หากแต่ความแปรปรวนของมิติโดยรอบกลับทำให้เขาไม่สามารถขยับตัวได้ ทุกอณูในร่างกายตื่นตัว พลังเวทย์ในตัวไม่เสถียร มันพุ่งพล่านเกินพอดี ยิ่งโดนกระตุ้นจากการมีอยู่ของทรานส์ด้วยแล้ว เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ไหว จวนเจียนจะระเบิดทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุลอยู่รอมร่อ การยืนสงบสตินิ่งๆแล้วจิกปลายเท้าลงบนพื้นหญ้าระบายความอึดอัดที่เกิดขึ้นดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด


 

            อยากหันไปใจแทบขาด แต่หากขยับตัวตอนนี้ มิตินี้อาจจะทลายลงด้วยพลังเวทย์ที่ระเบิดออกมาของเขามากกว่าจะปริแตกเพราะการขาดช่วงของพลังที่หล่อเลี้ยงมิติ


 

            กึง


          ความบิดเบี้ยวของมิติหายไปพร้อมกับอาการอึดอัดเจียนระเบิด กลิ่นไอของทรานส์คนนั้นก็กลับไปจางเช่นเดิม คาดิเนียลหันกลับไปมองบานหน้าต่างที่ว่างเปล่า เขายืนจ้องมันอยู่หลายนาทีก่อนที่จูนีเอลจะเข้ามา

 

            ไม่รู้ว่ามองพื้นที่ว่างตรงนั้นด้วยสายตาแบบไหน


            รู้แค่ในอกมันร้อนผ่าวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้


            หากได้เจอกันสักครั้ง เขาอาจจะบอกได้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับความรู้สึกอะไรกันแน่




 

            กลับมาที่ปัจจุบัน ไฮบ์หนุ่มถูกผู้ดูแลพากลับเข้ามาที่ห้องรับรองห้องเดิม จะบอกว่าร่างกายเขากลับมาอยู่ในสภาวะปกติก็พูดได้ไม่เต็มปาก ทั้งที่มิติกลับมาเสถียร กลิ่นไอของทรานส์คนนั้นไม่ได้อยู่ในระดับที่จะกระตุ้นเขาได้ แต่ทำไมพลังเวทย์ในกายกลับยังปั่นปวนอยู่เป็นระยะ คิ้วที่ขมวดเข้าหากันของเด็กหนุ่มร่างสูงนั้นอยู่ในสายตาของผู้เฝ้ามอง แม้จูนิเอลจะยืนพิงขอบหน้าต่างในขณะที่คาดิเนียลนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะกลางห้อง

 

            และทันทีที่ผู้เข้าทดสอบคนเก่งเพ่งมองไปที่แก้วน้ำหวาน แล้วเงยมาสบตาเขาอย่างตั้งคำถาม จูนิเอลก็คลี่ยิ้มบางๆอย่างถูกใจ

 


            ไม่เสียแรงที่ยูจีนประเมินให้อยู่ในคลาสA


 

          “มีอะไรผสมอยู่ในน้ำผลไม้.. ไม่สิ ผสมอยู่ในอาหารทั้งหมดนี้หรอครับ”นิ้วเรียวชี้ไปยังรถเสบียงที่จอดนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ

           

คำตอบที่ได้ยังคงเป็นรอยยิ้ม แต่นั่นก็มากพอให้คาดิเนียลเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร


           

อาหารพวกนี้ผสมสารไม่ก็เกิดจากเวทย์อะไรสักอย่างที่มีผลกระตุ้นพลังเวทย์ในตัวเขา ท่ามกลางเรื่องเล่ามากมายของพี่ชาย ดูเหมือนจะจำได้ลางๆว่าก่อนการทดสอบพลังเวทย์ ผู้เข้าทดสอบจะถูกเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการกระตุ้นทุกรูปแบบให้พลังเวทย์เพิ่มขึ้นสูงสุด สัญชาตญาณทุกอย่างจะทำงานเต็มศักยภาพ เป็นการปลดขีดจำกัดที่ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ซ้ำยังอันตรายมากอีกด้วย


 

ทว่า ระหว่างการเตรียมพร้อมนั้นกลับเกิดเหตุการณ์มิติผิดปกติ ไม่แปลกที่ร่างกายเขาจะได้รับผลกระทบ เมื่อทุกส่วนในร่างกายทำงานเต็มความสามารถ แม้ความผิดปกติเล็กน้อยก็จะส่งผลกระทบยิ่งใหญ่ เหมือนวงน้ำที่กระจายวงกว้างออกเวลาโยนหินกระทบผิวน้ำ


 

การปลดขีดจำกัดความสามารถนั้นเป็นผลที่เกิดขึ้นกับเพียวและไฮบ์เท่านั้น


 

            สำหรับทรานส์แล้ว สภาพแวดล้อมทุกอย่างไม่ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้พลังเวทย์เพิ่มขึ้น


           

แต่มันกระตุ้นให้ทรานส์ ลอส

         


          ยิ่งต้องมาเจอความผิดปกติของมิติเข้าไปอีก เหมือนเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนของทรานส์ที่เข้ารับการทดสอบวันนี้

 


          ชักจะห่วงแมวน้อยของเขาขึ้นมาแล้วสิ ป่านนี้อาจจะกำลังทรมานอยู่ในมิติไหนสักมิติ


 

คาดิเนียลไม่รู้หรอกว่าในขณะที่บอกว่า ห่วง แววตาของเขานั้นเป็นประกายเพียงใด มันวูบไหวด้วยความนึกสนุกจนคนที่มองอยู่อดขนอ่อนลุกชันไม่ได้ แม้จะไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มในความดูแลของเขากำลังคิดอะไร แต่จูนิเอลมั่นใจว่าคงไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่นอน


 

hf


 

โล่งอก

นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เจ้าของกลุ่มดาวน้อยๆบนแก้มซ้ายคิดได้เมื่อได้รับสารจากผู้ดูแล

 

ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาท่ามกลางแสงแดดที่อ่อนลงบ่งบอกว่าเวลาล่วงเลยเข้าช่วงบ่ายของวัน อาซาเอลไม่คิดว่าแบคอนจะปล่อยให้เขาพักนานขนาดนี้ อย่างต่ำๆคงราวสองสามชั่วโมง ตื่นมาก็เจอคนตัวเล็กคะยั้นคะยอให้เขาทานอาหารมากมายทั้งคาวหวานที่ถูกนำออกจากรถเสบียงมาจัดเรียงบนโต๊ะอย่างสวยงาม

 

แบคอนไม่ได้ปล่อยให้เด็กหนุ่มในความดูแลของเขาทานอาหารมากมายตามลำพัง ร่างเล็กทิ้งตัวนั่งร่วมโต๊ะแต่ไม่แตะต้องอาหาร อาซาเอลไม่แปลกใจนัก เพราะตอนนี้ผู้ดูแลของเขาอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ คงไม่เหมาะสมหากนั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกับผู้เข้ารับการทดสอบ เพียงแค่คนตัวเล็กกว่านั่งคุยเป็นเพื่อนเขาก็เพียงพอแล้ว

 

บทสนทนาที่เกิดขึ้นระหว่างแบคอนกับอาซาเอลดูจะเป็นกันเองเหมือนการพูดคุยระหว่างพี่ชายกับน้องชายมากกว่าผู้ดูแลกับผู้เข้ารับการทดสอบ และอาซาเอลก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับการฟังอีกฝ่ายบ่นเรื่องผลกระทบจากความผิดปกติของมิติที่ทำให้ตารางการทดสอบเปลี่ยนแปลงไปหมด

 

และหนึ่งในเรื่องที่แบคอนบ่นนั้นก็ทำให้อาซาเอลรู้สึกโล่งอกอย่างที่บอกไปตอนต้น


 

เดิมทีช่วงเย็นของวันนี้เขาต้องเข้ารับการทดสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่ามันคือนรก แม้ผู้เข้ารับการทดสอบทุกรุ่นจะถูกสั่งห้ามไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการทดสอบ รับประกันการเก็บความลับด้วยเวทย์สัจจะขั้นสูงที่จะเผาผู้ละเมิดเป็นจุลทันทีที่เผยข้อมูลอันมิควรเปิดเผย แต่ผู้คนเหล่านั้นก็ยังหาทางบอกใบ้ให้กับคนนอกรับรู้ได้อยู่ดี

 

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อกล่าวถึงการทดสอบภาคปฏิบัติ ทุกคนจะแสดงอาการหน้าถอดสี จุดรอยยิ้มบิดเบี้ยวอย่างปิดไม่มิด ซ้ำยังพูดไปในทำนองเดียวกันที่อาซาเอลสรุปความได้ว่ามันต้องเป็นนรกสำหรับเขาแน่นอน

 


ถึงแม้ไม่รู้ว่านรกหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เขามั่นใจว่าจะได้เห็นมันในการทดสอบภาคปฏิบัตินั่นล่ะ


 

ทว่า ตารางเวลาเหล่านั้นถูกเปลี่ยนใหม่ เย็นนี้เขาจะต้องเข้ารับการทดสอบความรู้ทั่วไปแทน สำหรับผู้ที่มั่นอกมั่นใจในสติปัญญาอันปราดเปรื่องของตนอย่างอาซาเอลแล้ว การสอบข้อเขียนนั้นดูจะเป็นเส้นทางที่โรยด้วยกลีบดอกไม้มากกว่าพงหนามอย่างการทดสอบภาคปฏิบัติเป็นไหนๆ เป็นข่าวดีที่ทำให้คนเคยหน้าตาซีดเซียวกลับมีสีเลือด แก้มที่ถูกประดับด้วยจุดเล็กๆอูมออกเพราะปริมาณอาหารที่ทานเข้าไป จู่ๆเจ้าลูกแมวก็เจริญอาหารเสียจนคนมองได้แต่ขำ

 

แบคอนไม่แปลกใจที่อีกคนแสดงอาการดีใจออกนอกหน้าที่ตารางการทดสอบถูกเปลี่ยน ถ้าถามความรู้สึกเขาแล้วล่ะก็ เขาเองก็แอบโล่งอกอยู่เหมือนกัน บอกตรงๆว่ายิ่งได้รู้ชื่อผู้ทำการทดสอบภาคปฏิบัติของอาซาเอลแล้วเขายิ่งห่วงเด็กคนนี้เข้าไปใหญ่

 

คงโดนรังแกจนสาแก่ใจเจ้าคนโรคจิตนั่นทีเดียว

 

 

 

 

 

 

“ระหว่างพักผ่อนก็เตรียมตัวไว้ด้วยนะครับ การทดสอบภาคปฏิบัติจะเริ่มขึ้นทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อย ถ้าเป็นไปได้ก็รีบอาบน้ำแล้วนอนอีกสักงีบ”


เมื่อเปิดประตูออกจากห้องทดสอบความรู้ทั่วไป รอยยิ้มกว้างที่แต้มบนริมฝีปากของอาซาเอลก็ต้องหุบฉับลงด้วยคำพูดของคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูอย่างทุกที ทำเอาเด็กหนุ่มอยากจะถอยกลับเข้าห้องทดสอบข้อเขียนแล้วปิดประตูขังตัวเองในนั้นเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป แต่ก็เช่นเดิม ทำได้ที่ไหนกัน คนตัวเล็กตรงหน้านี่คงไม่ได้ลำบากอะไรถ้าอยากจะลากคอเขาออกมา สัญชาตญาณของทรานส์หนุ่มดีพอจะบอกว่าผู้ดูแลของเขามีมุมมืดที่น่ากลัวอยู่

 

ดูเอาจากอาการลนลานของหมอชาร์ลก็พอจะรู้ว่าไม่ควรดื้อกับคนๆนี้



 

แบคอนนำทางอาซาเอลมาส่งยังห้องพัก เป็นห้องพักที่มีพรั่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าห้องรับรองช่วงเช้าหลายเท่า เตียงขนาดใหญ่กลางห้องมีม่านโปร่งบางทิ้งตัวจากเพดานไม้ เนื่องจากอาคารเกิดจากต้นไม้ที่ยังเจริญเติบโตตามปกติ จึงมีดอกไม้ที่เบ่งบานตามธรรมชาติส่งกลิ่นหอมจางๆ เป็นทั้งลวดลายตกแต่งและเครื่องหอมไปในตัว

 

เมื่อผู้ดูแลจากไป เจ้าของห้องในค่ำคืนนี้ก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม มิได้ให้ความสำคัญกับอ่างน้ำร้อนที่มีลักษณะคล้ายบ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติขนาดเล็กที่แอบอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง ถูกกั้นด้วยฉากไม้ที่ไม่ได้ช่วยพรางสายตาเท่าไรหากในห้องนี้มีใครอื่นนอกจากเขา อยากจะทิ้งตัวเข้าสู่ห้วงนิทราเสียเดี๋ยวนั้น ทว่าความปวดร้าวที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุบวกรวมกับความเหนียวเหนอะจากเหงื่อเต็มแผ่นหลังก็ผลักดันให้ต้องหยัดตัวขึ้นอีกครั้ง ขายาวพาตัวเองเข้าใกล้อ่างน้ำในขณะที่มือก็ปลดอาภรณ์บนตัวออกทีละชิ้น

 

สุดท้ายอาซาเอลก็หย่อนตัวลงในน้ำอุ่นกรุ่นกลิ่นน้ำมันไม้หอมจางๆที่ช่วยบรรเทาความอ่อนล้าของร่างกาย กางแขนสองข้างเกาะขอบอ่างใช้หินที่เรียงรายรอบอ่างต่างหมอนรองคอ หลับตาลงทิ้งตัวเองอยู่ในภวังค์ความคิด และเป็นอีกครั้งที่ภาพแผ่นหลังกว้างฉายชัดท่ามกลางความมืดมิดของเปลือกตาที่ปิดสนิท มันไม่ได้สะท้อนในดวงตา แต่มันติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาไม่ใช่ความหวาดกลัวอย่างที่คิด แต่เป็นความคิดถึงราวได้พบสิ่งสำคัญที่สูญหาย

 


ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองด้วยซ้ำ

น่าหงุดหงิดเป็นบ้า

 


คงจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง มิติไหนสักมิติ คนๆนั้นอาจจะกำลังแช่น้ำอยู่เช่นเดียวกัน ไม่ก็หลับเอาแรงอยู่บนเตียง แต่ไม่ว่าอย่างไร อาซาเอลมั่นใจแล้วว่านั่นไม่ใช่ภาพหลอน เขามีตัวตนอยู่สักที่ใกล้ๆนี้ แค่คิดแบบนั้นขนอ่อนก็พากันลุกชันคล้ายต้องลมหนาวทั้งที่แช่อยู่ในน้ำอุ่น อาซาเอลทิ้งตัวลงในน้ำปล่อยตัวเองลงในอ่างจนน้ำอุ่นจัดนั้นท่วมเหนือหัว รอจนกระทั่งผิวหน้าเริ่มแสบจากความร้อนจึงยกตัวขึ้นจากน้ำ

 

พอที

 

เจ้าหมานั่นจะเป็นใครก็ช่าง เขาควรคิดว่าจะทำอย่างไรให้รอดจากการทดสอบภาคปฏิบัติมากกว่ามานั่งนึกภาพของคนที่ไม่รู้จัก

 

ถ้าผ่านการทดสอบไปได้ ก็คงได้เจอกันในสถาบันสักวันหนึ่ง

 

วันนั้นเขาอาจจะได้เข้าใจความรู้สึกประหลาดๆของตัวเองสักที

 

ถึงจะไม่แน่ใจว่าอยากเจอหรือไม่อยากเจอกันแน่ก็เถอะ






บางคนเป็นห่วงคุณอง ถ้าเจอกันจริงๆจะเป็นยังไง

ครึ่งหลังเกริ่นไว้แล้วนะคะว่าที่คุณองรู้สึกมากขนาดนั้นเพราะต่างก็โดนเวทย์กระตุ้นสัญชาตญาณเข้าไป

ตอนเจอกันจริงๆจะเป็นยังไง ไว้รออ่าน(อีกนาน 5555)


ขอโทษที่ไปไม่ถึงตอนที่สปอยไว้นะคะ (สารภาพบาป)

ถ้าลากยาวถึงตอนทดสอบภาคปฎิบัติสงสัยจะยาวจนคนอ่านหลับแน่ๆเลยค่ะ ตัดจบแค่นี้ก่อนเนอะ


โมเม้นรัวมากจนอยากแต่งฟิคสักสิบตอน แต่เอาเข้าจริงพิมพ์จบตอนนึงก็มือหงิกแล้วค่ะ 555555

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีใครอยากอ่านแนวนี้ซะแล้ว :)



Tip

จูนิเอล


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 311 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2340 Comeandfawkme (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 02:17
    คิดถึงเสมอเลย
    #2,340
    0
  2. #2334 9397♡ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 14:53
    จินยองก็มา~
    #2,334
    0
  3. #2010 _FeRnna_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 13:55
    ฮืออรอลุ้นตอนเขา เจอกันเลยต้องป่วนมากแน่นอน
    #2,010
    0
  4. #1980 Aommma16 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 05:04
    รอเลยย
    #1,980
    0
  5. #1950 mheeknut (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:59
    รอทั้งคู่เจอกันคับบบบบ
    #1,950
    0
  6. #1949 mheeknut (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:58
    ขนลุกขนชันขนตั้งทั้งเรื่องเรยยยยยยยยย
    #1,949
    0
  7. #1852 Kun Seumsuu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 13:39

    จินยองงงงงงงงงงง งุ้ยยยย จูนิเอลลลลลลล งี้ต้องมีคู่พี่แจบอมมมมมมม

    #1,852
    0
  8. #1831 เฌอแตมเป็นแมว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 10:15
    กรี๊ดดดดดดด จินยองอ่าาา~ แต่ก็กังวลจริงๆแหละว่าถ้าอาซาเอลกับคาดิเนียลเจอกันจะเป็นไง -3-
    #1,831
    0
  9. #1701 LeafST (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 06:49
    พล็อตเรื่องน่าสนใจมากเลยค่ะ
    #1,701
    0
  10. #1684 Kiimiie (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 10:23
    รอเค้าเจอกันเลยค่ะแบบนี้
    #1,684
    0
  11. #1625 khimmee56 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 23:38
    คือสองคนนี่ยุห้องเดียวกันป่ะแต่คนละมิติเลยไม่เห็นกัน 555 นี่ก็หลงอ่าคุณเบค่อนตลอดเลยว้อยยย แบคอนดิ 5555 เนียลอย่าแกล้งน้องง
    #1,625
    0
  12. #1570 RealThxnB (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 12:15
    เจอกันจริงๆ น้องคงโดนแกล้งแน่ๆ555555555
    #1,570
    0
  13. #1560 lettuce.platalayleuk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 23:13
    รอเค้าเจอก๊านนนนนนน
    #1,560
    0
  14. #1547 unitboyy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 20:45
    อ่านแบคอนเป็นเบค่อนจริงๆชวนหิวเลย 555555
    กว่าจะเจอกันอีกนานเลยหรอ โถ่วววว
    #1,547
    0
  15. #1524 Slateman_sw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 17:14
    ไม่อยากคิดตอนอาซาเอลโดนเจ้าหมาคาดิเนียลแหย่ จะชวนให้หงุดหงิดขนาดไหนนะ 555555 อาจารย์ในสถาบันนี้น่ากลัวจุง
    #1,524
    0
  16. #1520 11_01 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 12:42
    อ่านแบคอนเป็นเบค่อนตลอดเลยอ่ะ แง หนูขอโทษ
    #1,520
    0
  17. #1512 Yesmyboy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 23:59
    อยู่อยากแล้วมั้งเจ้าแมวว
    #1,512
    0
  18. #1446 เด็กติดนม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 13:53

    แมวน้อยของเขา กี้สสสสส นี่ยังไม่เจอกันนะครับแกลายเป็นแมวน้อยของเขาแล้วอะ

    #1,446
    0
  19. #1432 katziiez (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 16:31
    แฟนตาซีได้แบบสะใจเรามากจริงๆค่ะ 👍 คือระหว่างอาซาเอลและคาดิเนียลคงมีบอนด์อะไรสักอย่างที่เชื่อมถึงกันแน่ๆ
    ไม่งั้นคงไม่รู้สึกถึงกันขนาดนี้หรอกเนอะ คิดภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเจอกันจะเป็นยังไง อรุ่ม(?)
    รู้สึกหนักใจแทนอาซาเอลเรื่องสอบภาคปฏิบัติเหลือเกิน มันคงไม่กล้วยๆเหมือนภาคทฤษฎีที่เพิ่งสอบไปแน่ๆ
    ไปค่ะ พักผ่อนเอาแรงเตรียมตัวสอบนะแมวน้อย อิอิ
    เราชอบถ้อยคำ การเรียบเรียงประโยคและภาษาในเรื่องแบบมากๆเลยค่ะ จากใจคนที่ชอบอ่านแนวแฟนตาซี คือสุดจริง ❤

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 15 เมษายน 2561 / 21:29
    #1,432
    0
  20. #1230 lilpeachy_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 03:26
    ตะงู้ยยย ชอบใจเกสท์ในแต่ละตอนมากเลยค่ะ
    #1,230
    0
  21. #1204 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:32
    สนุกมากค่ะ ฮือ
    #1,204
    0
  22. #1200 The Liar (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:48
    โอ้โห คาดิเนียลกระหายอะไรเบอร์นั้น กลัวแทนอาซาเอลเลยอะ ขนลุกแทน
    #1,200
    0
  23. #1082 mintieminter (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 17:06
    ชอบแนวนี้ สนุกมากๆเลยค่ะ
    #1,082
    0
  24. #1074 Ge'Min (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 19:14
    ถ้าได้เจอกัน ไม่พ้นคุณองโดนฟัดๆๆๆๆ 55
    #1,074
    0
  25. #1072 Chn.tt (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 03:13
    สนุกมากเลยค่าาา
    #1,072
    0