[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 21 : Chapter 19 :: คืนจันทร์สีเลือด IV 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

            อากาศหนาวของค่ำคืนยามใกล้เหมันตฤดูทำให้ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นควันสีขาว โพรงจมูกแสบทุกครั้งที่หายใจเข้า กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้แมวสีสนิมชะลอฝีเท้าลงแม้แต่น้อย อาซาเอลอยากตะโกนเรียกเพื่อบอกให้มินาคัสช้าลงสักนิดเพราะเขารู้สึกราวกับได้สูญเสียเท้าทั้งสี่ไปแล้วจากความเย็นที่กัดกินผิวเนื้อเปลือยเปล่าของแมวตัวน้อย

 

            หากไม่ใช่เพราะกำลังทำผิดกฎอยู่นอกหอพักยามวิกาลเขาคงสามารถใช้เวทมนตร์ทำให้ร่างกายอบอุ่นได้ ทว่าสถานการณ์เช่นนี้การไม่ทิ้งร่องรอยพลังเวทเอาไว้ตามทางจะเป็นการดีกว่า

 

            อาซาเอลหอบหายใจเอาอากาศเย็นเฉียบเข้าปอดฟืดใหญ่ก่อนจะเงยมองมินาคัสที่กระโดดไปตามกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ติดหน้าต่างห้องของพวกเขาทั้งสอง ต้นเดียวกับที่เขาเคยปีนลงมาตอนตามหากบกระดาษคราวก่อน

 

            ไม่รู้รีบร้อนอะไรนัก ตลอดทางก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไม่บอกอะไรสักคำ การนิ่งเงียบเช่นนี้ยิ่งทำให้ทรานส์หนุ่มกังวลขึ้นไปอีก

 

            หรือจะโกรธที่เขาวิ่งพรวดพราดตามเจ้าเรดเทลออกมา

 

            “เฮ้ มินาคัส”อาซาเอลรั้งไหล่เจ้าของห้องที่ทำท่าจะพุ่งออกจากประตูทันทีที่เท้าเหยียบพื้นในร่างของชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าเทพบุตร

 

            เพิ่งเข้ามาทางหน้าต่างหมาดๆ จะออกทางประตูไปไหนอีก

 

            “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

 

            “ฉันจะไปดูแจนิวาลหน่อย”

 

            คำตอบของมินาคัสยิ่งทำให้อาซาเอลขมวดคิ้วหนัก แจนิวาลกลับมาก่อนนานโข ป่านนี้คงนอนกลิ้งอยู่บนเตียงไปแล้วกระมัง เหตุใดมินาคัสจึงมีท่าทีร้อนรนนัก

 

            หรือว่า...

 

            ปึง!!

 

            กลายเป็นอาซาเอลเสียเองที่วิ่งพรวดออกมาจากห้องของผู้รักษาสมดุลหนุ่ม สาวเท้าผ่านหน้าห้องตัวเองไปยังห้องของเพียวหนุ่มที่อยู่ติดกัน โดยไม่รักษามารยาทใดๆอาซาเอลทุบประตูบานนั้นรัวแรงเสียจนได้ยินเสียงไม้ลั่น ใบของต้นไม้ที่ก่อเป็นอาคารแห่งนี้ร่วงกราวลงมากองบนหัวและเสื้อผ้าของคนเคาะ บัดนี้หน้าห้องของแจนิวาลแทบไม่ต่างอะไรกับพื้นถนนหน้าโรงเรือนที่เต็มไปด้วยใบไม้กองสุม

 

            รอเพียงชั่วอึดใจเจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าไม่ใคร่พอใจนัก อาซาเอลมองสำรวจเพื่อนหัวจรดเท้าและพบว่าอีกฝ่ายยังครบสามสิบสองดีไม่มีอะไรบุบสลาย มีเพียงหยดน้ำที่เกาะพราวตามเส้นผมบ่งบอกว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เช่นนั้นทรานส์หนุ่มจึงหันมามองร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังตนด้วยสายตาตั้งคำถาม

 

            ยังมิทันได้เอ่ยถามอะไร คนที่ตีสีหน้าคล้ายโลกจะแตกมาตลอดทางก็ก้าวผ่านเขาไปจนมองแทบไม่ทัน ก่อนจะ...

 

            ดึงแจนิวาลมากอดเต็มแรง

 

            อาซาเอลมองภาพนั้นด้วยใบหน้าเหลอหลาทำอะไรไม่ถูก เช่นเดียวกันกับคนถูกกอดที่ตัวแข็งทื่อ มองเจ้าของแขนแข็งแรงที่โอบรอบตัวตนเองสลับกับใบหน้าพิลึกพิลั่นของอาซาเอลคล้ายขอคำอธิบาย แต่ทรานส์หนุ่มทำเพียงส่ายหน้าพรืดบ่งบอกว่าเขาก็สับสนไม่ต่างกัน

 

            ทว่าริมฝีปากที่กำลังจะเอ่ยถามกับฝ่ามือที่เกือบจะดันร่างหนาออกก็ชะงักไว้หนึ่งจังหวะเพราะรับรู้ได้ถึงร่างกายของอีกคนที่สั่นน้อยๆพร้อมกับอ้อมกอดที่กระชับแน่นขึ้น

 

            แจนิวาลผ่อนลมหายใจออกก่อนจะเลื่อนมือขึ้นตบแผ่นหลังกว้างเบาๆสองสามครั้ง

 

            “ฉันคิดว่านายเป็นแมว จริงๆแล้วเป็นงูหรอกหรือ”คนตัวเล็กกว่าเอ่ยกลั้วหัวเราะ และน้ำเสียงนั้นก็ช่วยดึงสติของมินาคัสกลับมา เขาปล่อยร่างของคนที่ตัดพ้อว่ากำลังโดนงูรัดออกก่อนจะถอยออกมาก้าวหนึ่ง มองหน้าเจ้าของห้องให้ชัดอีกครั้ง แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

            “คราวนี้จะมีใครบอกฉันได้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมวิ่งหูตั้งหางชี้กันเช่นนี้”อาซาเอลเผลอยกมือจับเหนือหัวส่วนอีกมือก็ตบปุๆที่ก้นตัวเองเพราะกลัวว่าหูกับหางของเขาจะโผล่ออกมาจริงๆ

 

            เมื่อกี้มันน่าตกใจน้อยเสียเมื่อไร ยิ่งจังหวะดึงเข้ามากอดราวนิยายรักตราตรึงใจนั่นต้องยอมรับว่าสมองเขาขาวโพลนไปชั่วขณะเพราะหาเหตุผลให้การกระทำของเพื่อนสนิทไม่ได้ หากจะเผลอปล่อยหูกับหางออกมาก็คงไม่แปลก

 

            ประตูห้องของเพียวหนุ่มปิดลง อาซาเอลเดินเข้าไปนั่งบนเตียงนุ่มอย่างถือวิสาสะ มือเรียวนวดขาของตัวเองด้วยสีหน้าเหยเก เดิมทีก็ไม่ใช่คนชอบออกกำลังแต่วันนี้ใช้งานร่างกายหนักหน่วงมิใช่น้อย บัดนี้มันจึงประท้วงด้วยความปวดเมื่อย ทว่าคนที่ออกกำลังมาไม่ต่างกันอย่างมินาคัสยังยืนมองเจ้าของห้องนิ่งด้วยสีหน้าอธิบายยาก แจนิวาลเดินมาทิ้งตัวลงข้างเขาก่อนจะหันมากระซิบที่ดังพอให้ได้ยินกันทั้งห้อง

 

            “หมอนั่นเผลอกินผลลูกกวาดพิษเข้าไปหรือไง”

 

            คนฟังได้แต่ไหวไหล่ เพราะไม่รู้ที่มาที่ไปของท่าทางเช่นนั้นจริงๆ

 

            “แจนิวาล”มินาคัสเอ่ยเป็นคำแรกหลังจากเข้ามาในห้องนี้ “เกิดอะไรขึ้น”

 

            คำถามของคนตัวสูงที่ยืนตีสีหน้าพิลึกอยู่นั่นทำเอาคนที่เหลืองงหนัก

 

            ทางนี้สิต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น!

 

            “ถามใหม่สิมินาคัส ฉันงงไปหมดแล้ว”

 

            อาซาเอลพยักหน้าเห็นด้วยกับแจนิวาล มาถึงตรงนี้เพียวหนุ่มเริ่มเสียงห้วนแล้วเพราะหงุดหงิดกับท่าทางของมินาคัส

 

            “นายทิ้งภูตจดหมายไว้”

 

            เอ่ยพร้อมกับโยนหลักฐานใส่มือผู้ที่คาดว่าคงจะเป็นเจ้าของ

 

            แจนิวาลนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลากเสียงตอบรับยาวเมื่อนึกขึ้นได้

 

            “นายเจอมันงั้นหรือ เจอได้ไง มันน่าจะวิ่งไปไกลแล้ว”

 

            “จดหมายอะไร”เป็นอาซาเอลบ้างแล้วที่เริ่มหงุดหงิดเพราะบทสนทนาที่เข้าใจกันอยู่สองคนของทั้งคู่ ทรานส์หนุ่มชะโงกหน้าไปมองกระดาษสีน้ำตาลแผ่นเล็กๆในมือแจนิวาล ยังมิทันได้อ่านมันก็ลุกเป็นไฟหายไปเสียแล้วด้วยแจนิวาลตั้งเงื่อนไขไว้ว่าหากมันกลับมาหาเขาเมื่อใดให้ทำลายตัวเองทันที

 

           

            มินาคัสเริ่มเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่เขาวิ่งตามอาซาเอลออกมา ซึ่งตัวต้นเรื่องที่วิ่งตามกระรอกแปลกหน้าออกไปหน้าตาเฉยก็โดนแจนิวาลมองด้วยสายตาขวางๆไปทีหนึ่ง แต่ทั้งคู่ก็หันมาสนใจมินาคัสอีกครั้งเมื่อผู้รักษาสมดุลหนึ่งบอกว่าวิ่งตามกลิ่นเลือดของแจนิวาลไปถึงอาคารเรียน เพื่อจะพบว่าเจ้าของกลิ่นนั้นไม่ได้อยู่ที่นั่น

 

            มีเพียงกระดาษใบหนึ่งที่เปรอะเลือดหยดเล็กๆ กับลายมือเป็นระเบียบ

 

            นายตามมาผิดทางแล้วไอ้เซ่อ

 

          จังหวะนั้นมินาคัสรู้สึกราวกับโดนตบหน้าจนเซถลา ยิ่งตรวจสอบพลังเวทที่หลงเหลืออยู่ก็พบว่ามันเป็นภูตจดหมายฝีมือแจนิวาลไม่ผิดแน่ นั่นยิ่งทำให้เขาสับสนเข้าไปใหญ่จนต้องวิ่งกลับมาหาอาซาเอลและลากเจ้าแมวตัวป่วนกลับหอพักเพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าของภูตจดหมายนั้นยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่

 

            เมื่อรู้เหตุผลที่ทำให้มินาคัสหน้าซีดเป็นไก่ต้ม แจนิวาลก็หัวเราะออกมายกใหญ่ก่อนจะต้องหุบปากฉับจนเกือบสำลักเมื่อเห็นสีหน้าของคนเล่าที่ไม่ได้สนุกไปด้วยสักนิด

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มคิดว่าตัวเองจะเสียสติไปเสียแล้วในตอนที่ตามกลิ่นเลือดไปแล้วหาตัวคนไม่พบ

 

            “ระหว่างทางฉันบังเอิญเห็นหมาป่าตัวหนึ่งกระโดดออกจากหน้าต่างโถงชั้นหนึ่งของหอพัก ท่าทางไม่ค่อยดีเท่าไร คำรามไม่หยุด น่าจะเพราะใกล้คืนจันทร์สีเลือดละมัง”แจนิวาลนึกไปถึงภาพที่เห็นเมื่อย่ำค่ำ

 

            “ดีที่เขายังไม่ทันเห็น ฉันก็เลยหลบเข้าหลังต้นไม้ แต่พอคิดได้ว่าอาจโดนตามกลิ่นเจอก็เลยหยดเลือดใส่ภูตจดหมายให้มันวิ่งไปอีกทาง กลิ่นเลือดล่อหมอนั่นห่างออกไป ฉันตั้งเงื่อนไขให้ภูตจดหมายวิ่งกลับมาหาฉันหลังจากหนึ่งชั่วโมงหากไม่โดนจับได้ หมอนั่นจะได้กลับเข้ามาในหอพักด้วย ยังไงก็ดีกว่าออกไปเพ่นพ่านข้างนอกจนโดนคนอื่นทำร้าย แต่การที่นายเห็นมันคลี่เป็นกระดาษเช่นนี้ก็แสดงว่าคงโดนเขาตะปบเข้าให้แล้ว”

 

            แจนิวาลห่อไหล่เมื่อคิดว่าหากคนที่โดนตะปบเป็นเขาจริงๆมิใช่ตัวปลอมจะเป็นเช่นไร

 

            มินาคัสถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด

 

            “นายแน่ใจนะว่าไม่ใช่พวกเดียวกันกับคืนก่อน”อาซาเอลเอ่ยถาม แจนิวาลพยักหน้ารับ ทรานส์หนุ่มยังนึกทึ่งในความสามารถของเพื่อน ก่อนหน้านี้ไม่นานแจนิวาลยังสร้างภูตจดหมายไม่ได้เลย ตอนนี้ถึงกับตั้งเงื่อนไขซับซ้อนลงในกระดาษแผ่นน้อยได้แล้ว

 

            “แน่ใจ”เพียวหนุ่มนึกย้อนกลับไปแวบแรกที่เห็นหมาป่า ตัวเขาชาวาบเพราะคิดว่าจะโดนตามแก้แค้นเสียแล้ว แต่เพราะใครอีกคนที่วิ่งตามออกมาทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าหมาป่าตัวนั้นเป็นใคร

 

            ที่ลงทุนตั้งเงื่อนไขให้ภูตจดหมายวิ่งกลับมายังหอพักส่วนหนึ่งก็เพราะเป็นห่วงคนที่วิ่งตามหมาป่าออกไปมากกว่า

 

            “แน่ใจได้อย่างไร”

 

            อาซาเอลขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นแจนิวาลทำสีหน้ามีเลศนัยแต่ไม่ยอมอธิบายต่อ

 

            กลั่นแกล้งเจ้าแมวตัวป่วนจนพอใจแล้วเขาจึงยอมเปิดปาก

 

            “หมาป่านั่นน่าจะเป็นคลินซ์ ฉันเห็นจาฮาฟาวิ่งตามเขาออกไป”

 

            อีกสองคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเขารู้อยู่แล้วว่าคลินซ์เป็นทรานส์ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นทรานส์ตระกูลหมาป่าเช่นกัน

 

            “แล้วตอนนี้สองคนนั้นอยู่ไหน”

 

            คำถามของอาซาเอลพลันทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมา ตอนแจนิวาลกลับเข้าหอพักก็เกือบถึงเวลาปิดประตูแล้ว ซ้ำภูตจดหมายนี่ก็วิ่งไปไกลโข กระทั่งโดนจับได้ในอาคารเรียน เช่นนั้นคนทั้งคู่คงยังอยู่ข้างนอก

 

            “ตอนฉันไปที่อาคารเรียนไม่เจอสิ่งผิดปกติ นอกจากกลิ่นเลือดของแจนิวาลก็ไม่มีกลิ่นอื่นอีก”มินาคัสทบทวนความทรงจำของตนเอง แม้จะไม่ละเอียดนักเพราะมัวแต่กังวลกับเรื่องของแจนิวาลแต่เขามั่นใจว่าไม่พบร่องรอยของคนทั้งคู่

 

            ทว่าพบอย่างอื่นแทน...

 

            “หวังว่าพวกนั้นจะปลอดภัย”แจนิวาลพึมพำ

 

            เพียวหนุ่มเหลือบมองสีหน้าเจ้าของเรือนผมสีดำสนิท กลัวใจคนชอบหาเรื่องใส่ตัวจะพุ่งออกไปตามหาเด็กทั้งสอง ยังดีที่อาซาเอลทำเพียงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดแต่ไม่มีทีท่าจะขยับตัว

 

            อย่างน้อยก็รู้จักประเมินสถานการณ์และประมาณตนขึ้นมาบ้างแล้ว

 

            “ตอนนายกลับมาหาฉัน นายไม่เจอสิ่งผิดปกติอะไรเลยหรือ”

 

            ที่อาซาเอลหน้านิ่วอยู่นั้นไม่ใช่เพราะเรื่องเด็กน้อยทั้งสองเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเรื่องของชายในเสื้อคลุมขาวคนนั้นด้วย แม้พยายามสลัดออกจากหัวแต่ความสงสัยก็ยังเกาะติดจนเริ่มเปลี่ยนเป็นความกังวล

 

            ยิ่งสีหน้าของมินาคัสที่เปลี่ยนไปหลังจากได้ยินคำถามก็ทำเอาทรานส์หนุ่มหนาวต้นคอขึ้นมาเสียเฉยๆ

 

            “นายได้ยินหรือ”มินาคัสถามกลับ เป็นอาซาเอลที่ขมวดคิ้วมุ่นแทน

 

            ได้ยินอะไร เขาเห็นเป็นตัวๆนั่งคุยเป็นเรื่องเป็นราวเลย

 

            “หมายถึงอะไร”

 

            แจนิวาลมองคนสองคนที่คล้ายจะถามหยั่งเชิงกันไปมา เหมือนอยากเล่า แต่ก็ไม่เล่าอยู่อย่างนั้นจนรู้สึกรำคาญจึงเหลือบมองมินาคัสให้พูดออกมาเสียที

 

            “ตอนวิ่งกลับมา ฉันได้ยินเสียงคำรามดังมาจากตึกอำนวยการ ไม่ดัง แต่แฝงความรุนแรงเสียจนพลังเวทธรรมชาติแถวนั้นสั่นสะเทือน”

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มมิได้พูดออกมา แต่ขยับปากบอกสิ่งที่ทำให้คนฟังถึงกับหน้าถอดสี

 

            พลังเวทนั่นเป็นของผู้อำนวยการ

 

            เช่นนั้นแล้ว ผู้อำนวยการเป็นผู้สืบสายเลือดหมาป่างั้นหรือ

 

            เป็นไปไม่ได้

 

            หากเขาคนนั้นสืบสายเลือดหมาป่าจริง ยามเกิดคืนจันทร์สีเลือดอย่าว่าแต่สถาบันแห่งนี้เลย บริเวณโดยรอบกินพื้นที่ภูเขาหลายลูก หรือแม้แต่อาณาจักรนี้อาจล่มสลายไปแล้วก็เป็นได้

 

            “เป็นไปไม่ได้”อาซาเอลเอ่ยด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับรำพึงกับตัวเองเสียมากกว่า กระนั้นมินาคัสที่ได้ยินเต็มสองหูก็ช่วยพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของทรานส์หนุ่ม

 

            “ใช่ เป็นไปไม่ได้ ตอนที่ฉันได้ยินเสียงคำรามนั่น พลังเวทที่ค้ำจุนสถาบันแห่งนี้ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย”

 

            ทั้งสามนิ่งเงียบอย่างใช้ความคิด

 

            นี่มันเรื่องอะไรกัน

 

            “หรือเขามอบหมายให้รองผู้อำนวยการดูแลแทน”แจนิวาลตั้งข้อสงสัย

 

            มินาคัสส่ายหน้า กระทั่งตอนนี้ ในหอพักแห่งนี้ เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงตัวตนของผู้อำนวยการ บรรยากาศของพลังเวทไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมสักนิด หากรองผู้อำนวยการเข้ามาดูแลจัดการแทนเหมือนครั้งทำการทดสอบเข้าเรียน เขาย่อมสัมผัสได้ถึงตัวตนของรองผู้อำนวยการด้วย

 

            แต่นี่ไม่ใช่

 

            ตัวตนที่โอบล้อมสถาบันแห่งนี้ไว้ ยังเป็นคนเดิม

 

            “คืนนี้มันแปลกเกินไปแล้ว ในสถาบันนี้มีคนระดับนั้นกี่คนกันแน่”อาซาเอลรู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังสั่น ทั้งสับสนและหวาดกลัว แต่คำพูดของทรานส์หนุ่มทำให้มินาคัสเกิดตะกอนอะไรบางอย่างขึ้นในใจ

 

            มากกว่าหนึ่งคนงั้นหรือ

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มมองอาซาเอลนิ่งเสียจนคนโดนจ้องรู้สึกตัว หลุดออกจากภวังค์ความหวาดหวั่นที่เกือบกลืนกินเขาไปทั้งตัว แมวหนุ่มบีบมือตัวเองเพื่อเรียกสติที่ยังไม่ครบถ้วนดีนัก เมื่อเห็นว่าเพื่อนยังมองมาไม่หยุดก็คิดว่าคงรอให้ตนเล่าต่อ

 

            “ก่อนนายจะมา ฉันเจอคนๆหนึ่ง เขาคือคนเดียวกับที่ช่วยเราไว้เมื่อคืน”คำพูดของอาซาเอลดึงมินาคัสออกจากความคิดตนเองเช่นกัน ในขณะเดียวกันแจนิวาลก็ขยับเข้ามาฟังใกล้ๆเพราะประหลาดใจกับสิ่งที่เพื่อนบอก

 

            “เขาเป็นใคร”เพียวหนุ่มถามเร่ง

 

            “ไม่รู้ ไม่ใช่รุ่นพี่ อาจจะเป็นอาจารย์ ฉันแกล้งเป็นสัตว์เวทอยู่ก็เลยไม่ได้คุยกับเขามากนัก”อาซาเอลนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเงยมองมินาคัส “เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวขลิบทอง นั่นหมายถึงตำแหน่งอะไร”

 

            เป็นครั้งแรกที่หนึ่งเพียวหนึ่งทรานส์เห็นสีหน้าตกตะลึงของมินาคัสเต็มๆตา

 

            “บนเสื้อคลุมนั่นมีอักขระหรือลวดลายอะไรหรือไม่”มินาคัสก้าวเข้ามาจับไหล่ทั้งสองข้างของเพื่อน แรงบีบทำเอาอาซาเอลตกใจไม่น้อย

 

            แมวหนุ่มที่ขวัญหนีเพราะท่าทีของเพื่อนพยายามตั้งสติทบทวนความทรงจำของตนเอง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายามที่อีกฝ่ายเดินผ่านเขา ปลายเสื้อคลุมสะบัดผ่านหน้าไปนั้นเข้าเห็นลวดลายบางอย่างจริง เส้นไหมสีทองถักทอเป็นลายวิจิตร แต่เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะพิจารณาหรอกว่ามันเป็นลวดลายอะไร ลำพังตั้งสติจากพลังอำนาจที่สัมผัสผิวเนื้อโดยตรงก็ล้มทั้งยืนลงไปหมอบกับดินแล้ว

 

            “เห็น แต่ไม่รู้ว่าเป็นลวดลายอะไร”

 

            มินาคัสมองสบตาที่สั่นระริกของเพื่อนก่อนจะค่อยๆพ่นลมหายใจออกมา ดูเหมือนเขาจะทำให้อีกฝ่ายกลัวเสียแล้ว

 

            “เสื้อคลุมขาวขลิบทอง ในสถาบันนี้มีแค่ห้าคนที่เคยใส่ ทว่ามันก็หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ เพราะสองคนที่เหลืออยู่มิได้ใส่มันให้ใครเห็นนานแล้ว”

 

            อาซาเอลขนลุกซู่เพราะคล้ายจะรู้ว่ามินาคัสกำลังหมายถึงใคร

 

            “มันคือเสื้อคลุมของเหล่าผู้ก่อตั้งสถาบัน”

 

            “ห้าคนหรือ มิใช่ว่าสถาบันแห่งนี้เกิดจากผู้อำนวยการกับรองผู้อำนวยการหรอกหรือ”เพียวหนึ่งเดียวที่ถนัดข่าวสารซุบซิบนินทาแต่มิอาจเข้าถึงข้อมูลลับใดได้ถามอย่างไม่เข้าใจ

 

            ทว่าผู้รักษาสมดุลที่รับรู้เรื่องราวต่างๆมากมาย กับทรานส์หนุ่มที่เคยพบกับผู้ก่อตั้งคนที่สามมาแล้วย่อมเกิดคำถามขึ้นในใจว่าคนที่อาซาเอลพบเป็นคนใดในห้าคนนี้

 

            “อาจารย์คีย์เคยบอกว่ามีห้าคน เขาเป็นหนึ่งในนั้น”อาซาเอลเอ่ยอ้างถึงอาจารย์ประจำวิชาเอาตัวรอดของตน

 

            เดิมทีข้อมูลนี้ก็มิได้เป็นความลับ แค่ไม่แพร่หลาย เพราะคนที่รู้มีแต่ทรานส์ที่เรียนกับอาจารย์คีย์ เลยไม่ค่อยมีใครเอาออกมาเล่าให้ผู้อื่นรู้ถึงสถานะของตนมากนัก ใครจะก่อตั้งแล้วอย่างไรเล่า ยิ่งรู้ว่ามีห้าคนยังจะสมเหตุสมผลกว่ามีแค่สองเสียอีก สถาบันแห่งนี้ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะเกิดจากมือคนเพียงแค่สองคน แม้ทั้งคู่จะเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคก็ตาม

 

            “นายคงเจอกับรองผู้อำนวยการ”มินาคัสบอกด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขารู้ว่าผู้อำนวยการเป็นตัวอันตราย แต่เหล่ากบฏแห่งเชนโตไม่เคยเอ่ยถึงรองผู้อำนวยการสักครั้ง เลยไม่รู้ว่าการที่อาซาเอลไปเจอเขาเข้านั้นน่ากังวลหรือไม่ คงต้องหาทางติดต่อศาสตราจารย์เทนไฮม์เพื่อแจ้งเรื่องนี้

 

            “แต่รองผู้อำนวยการตัวสูงใหญ่ กล้ามเป็นมัดๆมิใช่หรือ”

 

            นักเรียนใหม่ไม่เคยเห็นตัวจริงของรองผู้อำนวยการคนนี้ แม้แต่นักเรียนเก่าก็แทบไม่เคยเห็นเขา ว่ากันว่าคนๆนี้มีร่างกายสูงใหญ่ ดุดัน ถนัดใช้กำลังมากกว่าเหตุผล กระนั้นก็เป็นดั่งหินผาแข็งแกร่งที่ทำให้สถาบันแห่งนี้มั่นคงอยู่ได้ เป็นมือขวาคนสำคัญของผู้อำนวยการ

 

            แต่คนที่อาซาเอลเจอนั้นไม่ใกล้เคียงคำว่าดุดันแม้แต่น้อย กลับกันเขาดูอบอุ่นอ่อนโยนเสียมากกว่า

 

            “คนที่นายเจอไม่ได้มีกล้ามเป็นมัดๆหรือ”แจนิวาลถามอย่างสนใจ ไม่ใช่ใครๆจะมีโอกาสเจอผู้ก่อตั้งสถาบันเสียหน่อย ไม่รู้ว่าเพื่อนคนนี้โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่

 

            “ก็...ไม่มั้ง”

 

            เสื้อคลุมที่เขาสวมใส่ใหญ่กว่าตัวทำให้อำพรางรูปร่างหน้าตาจนบอกไม่ได้ว่ามีกล้ามเนื้อมากแค่ไหน เช่นนั้นอาซาเอลจึงไม่กล้าฟันธงลงไปว่าคนที่เขาเจอมิใช่รองผู้อำนวยการ ทว่ามินาคัสที่รู้ดีว่าในโลกใบนี้เหลือผู้ก่อตั้งเพียงแค่สองคน ส่วนอีกคนติดอยู่ในวังวนของมิติทับซ้อน เช่นนั้นแล้วถ้าอาซาเอลไม่ได้เจอวิญญาณก็ต้องเป็นรองผู้อำนวยการเท่านั้น

 

            “ไม่ต้องกังวล ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้ ตอนนี้แยกย้ายกันนอนเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องใหญ่รอเราอยู่”

 

            มินาคัสที่เห็นว่าเวลาล่วงเลยมาดึกดื่นค่อนคืนแล้วเอ่ยจบบทสนทนา ที่บอกจะจัดการให้ก็คือปรึกษากับเหล่าคณาจารย์แห่งกลุ่มกบฏนั่นเอง ลำพังตัวเขาคงตัดสินใจทำอะไรได้ไม่มากนัก เช่นนั้นต่อให้คุยกันต่อก็ไม่เกิดประโยชน์ จึงตัดบทเพื่อให้หนึ่งทรานส์หนึ่งเพียวได้พักผ่อนหลังมีเรื่องมากมายถาโถมเข้าใส่ติดต่อกันมาหลายวัน

 

            อาซาเอลที่ตอนแรกไม่ได้เหนื่อยอะไร แต่พอได้ยินคำว่านอน สมองก็เห็นแต่ภาพเตียงหนุ่มๆอุ่นสบายทำเอาหนังตาหนักขึ้นมาดื้อๆ เช่นนั้นจึงไม่ปฏิเสธ ร่ำลาเจ้าของห้องเดินตามมินาคัสออกไป ผู้รักษาสมดุลรอจนอาซาเอลเปิดปรตูเข้าห้องถึงจะเดินเข้าห้องตัวเองบ้าง

 

            ทว่าเท้าของทรานส์หนุ่มกลับชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นบางอย่างวางอยู่หน้าประตู

 

            ภูตจดหมายรูปหมาป่าสีเทา

 

            อาซาเอลก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย

 

            “อะไรหรอ”

 

            มินาคัสที่ยังไม่ทันเดินเข้าห้องหันมาถาม เห็นสีหน้าพิลึกพิลั่นของอาซาเอลแล้วบอกไม่ได้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอะไรอยู่ จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะขมวดคิ้วก็ไม่ขมวด กระอักกระอ่วนชอบกล

 

            “เปล่า”

 

            ตอบเพื่อนเร็วๆก่อนจะเดินเข้าห้องปิดประตูดังปึงทำเอาแจนิวาลต้องเปิดประตูออกมาด้วยความตกใจ ทันเห็นแค่หลังของมินาคัสที่เปิดประตูเข้าห้องไป เพียวหนุ่มมองประตูห้องข้างตัวเองได้แต่นึกในใจว่าเจ้าแมวนี่ช่างเป็นเพื่อนข้างห้องที่ไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจคนอื่นซะบ้างเลย


  

hf

 

            แมวหนุ่มทิ้งตัวนั่งบนเตียงใช้ผ้าขนหนูซับน้ำจากเส้นผม ความหนาวสะท้านจากลมหนาวยามใกล้เหมันตฤดูทำให้จำต้องใช้พลังเวทเร่งอุณหภูมิดวงไฟที่ลอยอย่างนิ่งสงบอยู่กลางห้องให้ร้อนขึ้นสักหน่อย แม้หลังจากได้ปลดปล่อยร่างลอสที่แท้จริงไปแล้วครั้งหนึ่งจะทำให้พลังเวทเสถียรขึ้นมาก แต่การประหยัดพลังเวทก็เป็นสิ่งที่ทรานส์พึงกระทำอยู่เสมอ ทว่ากลับมีเรื่องให้ต้องใช้อยู่เรื่อย การเป็นทรานส์มันยากเช่นนี้ คิดแล้วอาซาเอลก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนที่สายตาจะกวาดไปเจอภูตจดหมายที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะหนังสือ ยังดีที่ครั้งนี้มันไม่กระโดดวุ่นวายเร่งให้เปิดอ่าน

           

            อาซาเอลหรี่ตามองอย่างชั่งใจราวกับกระดาษนั่นเป็นกับดักอะไรสักอย่างที่หากแตะต้องโดยไม่ระวังจะทำให้บาดเจ็บ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจจู่ๆก็พลันเต้นระรัวขึ้นมาจนทำให้ใบหน้าที่พยายามปั้นให้เรียบนิ่งเกิดร่องรอยสีแดงเรื่อ ริมฝีปากบางกัดเข้าหากันเหมือนจะช่วยเรียกสติให้ตัวเองได้

 

            จะตื่นเต้นอะไรนัก ก็แค่จดหมายจากเจ้าหมาบ้า

 

            หมาบ้าที่ช่วงนี้ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตา ไม่มาก่อกวนอย่างทุกที

 

            คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อนึกภาพครั้งล่าสุดที่ได้เห็นใบหน้าของคาดิเนียลจากที่ไกลๆ คงเป็นสักสามวันก่อนในห้องอาหารฝั่งตะวันตก เพราะฝั่งตะวันออกคนค่อนข้างหนาแน่น แจนิวาลเลยลากพวกเขาเข้าไปหาข้าวเย็นทานในอาณาเขตของพวกนักล่า นับว่าค่อนข้างสิ้นคิดหากมองว่าใกล้คืนจันทร์สีเลือดเข้าไปทุกที แต่ตอนนั้นพวกเขายังไม่รู้ถึงกำหนดเวลานี้จึงเดินดุ่มๆเข้าไปกินอาหารเย็นหน้าตาเฉย และนั่นทำให้เขาได้เห็นใครบางคนนั่งอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดด้วยใบหน้าอิดโรยราวกับอดนอนมาเป็นเวลานาน ดวงตาเหม่อลอย ซูบลงไปกว่าครั้งสุดท้ายที่อีกฝ่ายโถมเข้ากอดเขาจนใจหาย ชั่ววินาทีหนึ่งอาซาเอลเกือบปรี่เข้าไปหาโดยไม่สนว่ารอบตัวคาดิเนียลจะเต็มไปด้วยหมาป่าทั้งฝูง ก่อนปลายเท้าจะจิกกับพื้นยับยั้งการเคลื่อนไหวเอาไว้เมื่อเกิดไม่เข้าใจว่าเหตุใดต้องเป็นห่วงหมาบ้าคนนั้นถึงเพียงนี้

 

            กระทั่งวันนี้ที่ไม่เจอคนแต่เจอจดหมาย

 

            พลังเวทบางเบาที่อาบไล้บนผิวกระดาษกระซิบด้วยเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหู แม้แต่เสียงยังแผ่วเบาราวกับใกล้หมดแรง อาซาเอลหัวใจกระตุกทีหนึ่งก่อนจะทำตามเงื่อนไขในการเปิดอ่าน จรดริมฝีปากกับแผ่นกระดาษรูปหมาป่าเบาๆ แทนที่จะโมโหอย่างทุกที เขากลับรู้สึกร้อนใจเกินกว่าจะมาก่นด่าหมาบ้าที่สั่งให้เขาจูบกระดาษอีกแล้ว อาจเพราะพลังเวทที่ติดมาด้วยนั้นเบาบางเกินไป ไม่สมกับเป็นจดหมายจากผู้สืบเชื้อสายหมาป่าที่มักจะใช้พลังเวทสิ้นเปลืองอยู่เสมอ

 

            การสร้างภูตจดหมายแม้ไม่จำเป็นต้องใช้พลังเวทมาก ขอแค่ให้เพียงพอต่อการเคลื่อนไหวและใส่เงื่อนไขในการเปิด เว้นแต่จะใส่คำสั่งเพิ่มเติมเหมือนที่แจนิวาลทำอาจต้องใช้พลังเวทมากหน่อย แต่เทียบกับภูตจดหมายรูปหมาป่าครั้งก่อนๆ ครั้งนี้กลับต่างออกไป ราวกับว่าคนสร้างมีพลังเหลือเพียงแค่ใส่เงื่อนไขการเปิดเท่านั้น พลังเวทที่บรรจุอยู่ไม่เพียงพอให้มันวิ่งจากฝั่งตะวันตกมาสุดฝั่งตะวันออกเป็นแน่

 

            เช่นนั้นก็หมายความว่ามีคนนำมาส่งถึงหน้าประตูห้องของเขา

 

            ไง แมวดื้อ

         

          คำแรกของจดหมายทำให้อาซาเอลคิ้วกระตุก นึกเสียดายความห่วงใยที่มีให้ไปเมื่อครู่

 

            ผมไม่อยากเปิดประโยคด้วยการขอโทษ เพราะจดหมายที่ผมส่งให้คุณครึ่งหนึ่งเป็นการขอโทษที่ทำให้คุณหงุดหงิด

 

          ส่วนอีกครึ่งเป็นการทำให้หงุดหงิด อาซาเอลลอบต่อประโยคในใจ

 

            แต่เพราะเรื่องที่ช่วยไฮซันไว้ทำให้คุณพลอยเดือดร้อนไปด้วย ผมขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่สามารถปกป้องคนในฝูงได้ด้วยตัวเอง

 

          และที่สำคัญ ไม่สามารถปกป้องคุณได้อย่างที่เคยสัญญาไว้

 

          อาซาเอลเผลอออกแรงกำกระดาษจนเกิดรอยยับ ไม่รู้ว่าเหตุใดในใจจึงเจ็บปวดขึ้นมาเมื่ออ่านประโยคนี้ ไล่สายตาอ่านประโยคขอบคุณและขอโทษ กับการโทษตัวเองอีกหลายประโยคทำให้รับรู้ได้ว่านอกจากสภาพร่างกายของคาดิเนียลแล้ว สภาพจิตใจของหมาป่าตัวโตนั้นกำลังไม่สู้ดีเท่าใดนัก เขาไม่ได้คลุ้มคลั่งอย่างที่หมาป่าควรจะเป็นเมื่อใกล้คืนจันทร์สีเลือด แต่กลับจมดิ่งราวกับอยู่ท่ามกลางคืนเดือนมืดมิด

 

            อาจมีหลายอย่างที่ผมบอกคุณไม่ได้

 

          แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมอยากบอกคุณมากจริงๆ มันอาจทำให้คุณหงุดหงิดจนผมต้องส่งจดหมายขอโทษให้อีกครั้ง แต่ผมก็อยากบอก

 

          ผมคิดถึงคุณ

 

          ผมอยากกอดคุณตอนนี้เลย อยากกอดคุณจริงๆ

 

          น้ำหนึ่งหยดตกลงบนกระดาษกลายเป็นรอยเปื้อนดวงใหญ่ อาซาเอลขมวดคิ้วมองรอยนั้นที่เพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง เป็นสาม จนกระดาษมีรอยด่างดวงไปทั่ว มือเรียวจึงยกขึ้นแตะแก้มตัวเองและพบว่ามันกำลังเปียก

 

            ร้องไห้หรือ

 

            เหตุใดต้องร้อง

 

            อย่างที่คาดิเนียลเขียน เขาควรจะหงุดหงิดกับถ้อยคำเกี้ยวพาหน้าไม่อายของหมาป่าหนุ่ม แต่ทำไมถ้อยคำเหล่านั้นกลับทำให้เขาน้ำตาไหลเป็นสาย และไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ หัวใจบีบรัดจนต้องทรุดนั่งลงกับเก้าอี้

 

            ดวงตากลมปิดลงไล่หยดน้ำหยดสุดท้าย พยายามบอกตัวเองให้เลิกร้องไห้อย่างไร้เหตุผล ทว่าจู่ๆสมองก็เกิดภาพบางอย่าง ขมับบีบรัดราวกับจะปริแตก หัวใจเต้นรัวเร็วจนความเจ็บที่หน้าอกทวีขึ้น

 

            อัล กอดดีนหน่อยได้มั้ย

 

          ดีนเป็นอะไร

 

          แม่บอกว่าให้ดีนเลิกมาเจออัล

 

          ...

 

          อีกไม่นานพระจันทร์จะเป็นสีแดง แม่บอกว่าดีนจะทำร้ายอัล เพราะงั้นเราก็เลยเจอกันไม่ได้

 

          ทำไมพระจันทร์ถึงจะเป็นสีแดงล่ะ

 

          ไม่รู้ แต่ดีนจะไม่ทำร้ายอัลหรอก ดีลเป็นไฮบ์แล้ว ดีนจะปกป้องอัลเอง ดีลไม่ทำร้ายอัล

 

          อื้อ ดีนไม่ทำร้ายอัลหรอกเนอะ

 

          ถ้อยคำเหล่านั้น ภาพของเด็กสองคนที่กอดกันแน่น คนหนึ่งพร่ำบอกว่าจะไม่ทำร้าย จะปกป้องอีกคนเท่านั้น ยิ่งภาพเหล่านั้นชัดมากเท่าไร อาซาเอลยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเท่านั้น กระทั่งกลายเป็นร้องไห้โฮออกมาราวกับอัดอั้นมานาน ทิ้งร่างลงจากเก้าอี้ หมอบอยู่ที่พื้นพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลไม่หยุด


hf

 

            วันวิปโยคมาถึงแล้ว

 

            อาซาเอลนอนเหม่อมองเพดานห้องด้วยดวงตาบวมปูดจนแม้แต่ตัวเองเห็นเงาในกระจกแล้วยังถึงกับผงะไปก้าวหนึ่ง

 

            ตารางเรียนที่ประตูห้องแจ้งงดการเรียนการสอนด้วยตัวอักษรสีแดงเด่นหรา ไม่แปลกที่สถาบันจะงดคลาสทุกคลาส แม้ที่แห่งนี้จะไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อคุ้มภัยทรานส์หรือผู้อ่อนแอ ออกจะเป็นสนามล่าที่ครบครันเสียด้วยซ้ำ นักเรียนล่านักเรียนถือเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ พิจารณาตัดสินเป็นคดีๆไป แต่หากเกิดเหตุอาจารย์ล่านักเรียนขึ้นมา สถาบันคงเกิดปัญหาใหญ่เป็นแน่ เช่นนั้นสถาบันที่มีอาจารย์ผู้สืบเชื้อสายหมาป่าอยู่มากมาย ซ้ำยังแข็งแกร่งจนเวลาปกติยังน่าหวาดหวั่น นับอะไรกับยามเสียสติเพราะแรงกระตุ้นจากพระจันทร์สีแดงฉาน เช่นนั้นเชนโตเออูโนจึงเข้าสู่ช่วงหยุดชะงัก นิ่งสนิททุกการเคลื่อนไหวชั่วคราว

 

            ห้องพักทุกห้องปิดประตูเงียบ หากสัมผัสประตูเพียงแผ่วเบาจะรับรู้ได้ถึงพลังเวทป้องกันหลายชั้นเท่าที่เจ้าของห้องจะสามารถร่ายได้เคลือบอยู่ทั่วทั้งห้อง เช่นเดียวกับห้องของอาซาเอลที่ไม่เพียงแต่อาณาเขตที่เจ้าของห้องสร้าง ในบรรดาโล่บางๆแต่แข็งแกร่งเหล่านั้นยังมีพลังเวทของผู้รักษาสมดุลและเพียวรวมอยู่ด้วย

 

            มินาคัสกับแจนิวาลมาเคาะประตูห้องเขาตั้งแต่เช้าตรู่ หลังจากชะงักไปกับดวงตาบวมปูดและสีหน้าไม่รับแขกของเขาก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร อาจเพราะอาซาเอลขึงตาใส่ว่าห้ามถาม เช่นนั้นคนทั้งคู่เข้ามาได้ก็ลงมือร่ายเวทสร้างอาณาเขตปลอดภัยกันทันที มินาคัสให้เหตุผลว่าหากอยู่ห้องตัวเอง อาณาเขตของผู้รักษาสมดุลอาจชัดเจนเกินไป การกางอาณาเขตทับซ้อนกันเช่นนี้ทำให้ตรวจสอบได้ยากกว่า ในขณะที่เพียวหนุ่มเพียงบอกว่าอยู่ห้องตัวเองแล้วไม่อุ่นใจเท่าอยู่กันหลายๆคน ดูท่าแล้วคนทั้งคู่ตั้งใจลงหลักปักฐานสร้างป้อมคุ้มภัยในห้องของเขาไม่ผิดแน่ แมวหนุ่มอ่อนเพลียเกินจะไล่จึงทิ้งตัวนอนบนเตียงหันหลังให้แขกไม่ได้รับเชิญ อย่างไรเสียอาจารย์ก็แนะนำให้รวมกลุ่มกันในที่ปลอดภัยและอยู่ให้ห่างจากพวกหมาป่าเข้าไว้ การมีมินาคัสกับแจนิวาลอยู่ด้วยจึงทำให้ทรานส์หนุ่มเบาใจลงไปมาก ไม่นับเสียงจ้อของแจนิวาลที่ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่บ้างเพราะไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำ

 

            เพียวหนุ่มที่เห็นแมวดำขดตัวเป็นกุ้งอยู่บนเตียงบ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ไม่ดีก็ยังไม่คิดคาดคั้น เมื่อคืนแยกกันยังท่าทางดีๆอยู่ เหตุใดวันนี้กลายเป็นเด็กงอแงไปเสียแล้ว กระนั้นกระเพาะของอาซาเอลก็เข้าใจง่ายกว่าเจ้าตัวมาก เสียงร้องโครกครากทำให้แจนิวาลถอนหายใจ หันมองมินาคัสทีหนึ่งจึงออกปากบอกเจ้าของห้องว่าจะไปหาอะไรกินที่ห้องอาหาร ให้แมวหนุ่มขี้หงุดหงิดนอนรออยู่ที่นี่ไปก่อน แม้ตอนนี้ยังเช้าอยู่ พวกหมาป่ายังไม่อันตรายขั้นสุด แต่จะให้ทรานส์ที่มีชะตาดึงดูดอันตรายออกไปเดินเพ่นพ่านก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก อาซาเอลจึงถูกทิ้งไว้ในห้องตัวเองด้วยเหตุนี้

 

            ก้อกๆ

 

          เสียงเคาะประตูทำให้แมวหนุ่มหลุดจากภวังค์ สลัดภาพเด็กน้อยสองคนออกไปก่อนจะหยัดตัวขึ้นจากเตียงอย่างเกียจคร้าน เดินเข้าใกล้ประตูเอื้อมมือไปที่ลูกบิดก่อนจะชะงักอยู่อย่างนั้นเมื่อขนอ่อนทั่วร่างพากันลุกชัน ดวงตาสีรัตติกาลเบิกกว้างก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะส่งแรงดีดตัวเองออกห่างจากประตูไม้

 

            “ใคร!!

 

            อาซาเอลถามเสียงกร้าวเมื่อรับรู้ถึงพลังคุกคามของคนหน้าห้อง

 

            “ซากาน คาดิเนียลฝากของมาให้”

 

            เสียงเข้มของคนหน้าประตูเป็นเสียงที่คุ้นหูทำให้อาซาเอลชั่งใจที่จะเปิด อย่างไรเสียซากานก็เป็นหมาป่า แม้จากเสียงจะยังราบเรียบไม่คล้ายขาดสติ ทว่าบรรยากาศที่แผ่ออกมาทะลุประตูไม้นี่ก็บ่งบอกว่าสภาพร่างกายเขาไม่ปกติแล้ว

 

            ไฮบ์หนุ่มเข่นเขี้ยวตัวเองเมื่อกลิ่นของทรานส์หลังประตูกระตุ้นเลือดในกาย นึกก่นด่าโชคชะตาที่ส่งเขามาเป็นสหายข้างกายคาดิเนียล นอกจากเป็นเพื่อน เป็นลูกฝูง เป็นมือขวาที่ทำเรื่องสำคัญแทนจ่าฝูง มาวันนี้ยังกลายเป็นคนส่งพัสดุส่วนตัวเสียแล้ว แม้อีกฝ่ายจะอ้างว่านี่ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน แต่ซากานก็ยังอดด่าทอจ่าฝูงเอาแต่ใจไม่ได้

 

            เขาเองก็เป็นหมาป่า อะไรทำให้คาดิเนียลมั่นใจว่าเขาจะไม่กัดคออาซาเอลกัน

           

            “วางไว้หน้าห้อง”

 

            เสียงจากในห้องทำให้ไฮบ์หนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ดูเหมือนอาซาเอลจะมิได้มั่นใจในตัวเขาเหมือนที่คาดิเนียลคิด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ หากอาซาเอลไม่รู้จักป้องกันตัว เขาคงกังวลกว่านี้มาก ให้แมวนั่นระวังตัวเสียบ้างก็ดี คาดิเนียลจะได้ไม่ต้องเอาตัวไปเสี่ยงปกป้องให้มากนัก คิดแล้วก็ก้มลงวางพัสดุที่ถือมาไว้หน้าห้อง จังหวะที่หยัดตัวขึ้นเต็มความสูงหางตาพลันเห็นไอเวทสีม่วงพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เท้าทั้งคู่ดีดตัวเองออกจากวิถีกระสุนเวทนั้นทันที

 

            กระสุนเงินเจาะเข้าไปในกำแพงไม้แต่ไม่ทะลุผ่านออกไป ไอเวทสีม่วงอ่อนจางลงพร้อมกับเสียงผู้มาใหม่

 

            “มาทำอะไรลับๆล่อๆหน้าประตูห้องคนอื่น”

 

            ซากานมองตามกระสุนนั้นแล้วได้แต่ข่มอารมณ์พลุ่งพล่านที่เอ่อขึ้นมา พยายามยืนตัวตรงไม่พุ่งเข้าไปฉีกร่างของเพียวหนุ่มเพื่อนสนิทอาซาเอล กระนั้นเสียงขู่ลอดไรฟันก็ยังเล็ดลอดออกมาอยู่ดี

 

            กรรรรร

          ไม่คิดว่านักเรียนใหม่จะมีปืนเวทย์บรรจุกระสุนเงินพกติดตัว ดูท่าคนพวกนี้จะเตรียมตัวรับมือคืนจันทร์สีเลือดได้ดีเกินคาด

 

            แจนิวาลซ่อนมือที่สั่นน้อยๆไว้ด้านหลัง ยังคงรักษาสีหน้าดุดันขณะมองไปที่ลูกฝูงของคาดิเนียล ยอมรับว่าเมื่อครู่แค่ยิงขู่เท่านั้น เขาไม่อาจทำใจปลิดชีพใครได้ แม้มินาคัสจะให้ปืนนี้ไว้ป้องกันตัว แต่ดูเหมือนหากเกิดเหตุร้ายถึงแก่ชีวิตจริง เขาก็คงใช้งานมันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าใดนัก

 

            “แจนิวาล!

 

            แมวหนุ่มถลันตัวออกมาจากห้องทันทีที่ได้ยินเสียงปืน ตามมาด้วยเสียงของเพื่อนสนิท ฝั่งขวามือเป็นแจนิวาลที่มีสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนซ้ายมือคือซากานที่ดวงตาวาวโรจน์ไม่น้อย

 

            “เกิดอะไรขึ้น”เอ่ยถามด้วยไม่เข้าใจในสถาการณ์ แจนิวาลเดินเข้ามายืนข้างอาซาเอล มองสำรวจสหายหัวจรดเท้าว่ายังไม่โดนหมาป่าตรงหน้าฉีกส่วนใดออกไป เมื่อเห็นว่าแมวหนุ่มยังปลอดภัยดีก็ผ่อนลมหายใจออกมา บรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อย

 

            “แค่เรื่องเข้าใจผิด ฉันทำงานของฉันแล้ว ไปล่ะ”ซากานบอกปัดก่อนจะก้าวเร็วๆผ่านหน้าคนทั้งคู่ ตรงไปทางโถงฝั่งตะวันตก

 

            ทันทีที่พ้นสายตาของสองสหาย ไฮบ์หนุ่มก็กุมอกตัวเองที่หัวใจยังคงเต้นระทึก แทบจะต้องสวดมนต์ในใจแล้ว ให้มาเผชิญหน้ากับเพียวและทรานส์ไม่พอ ซ้ำยังมีปืนเวทย์กระสุนเงินอีก คาดิเนียลหนอคาดิเนียล รู้หรือไม่ว่าเกือบส่งเพื่อนมาตายเสียแล้ว

 

            “เข้าห้องก่อน”อาซาเอลออกแรงลากแขนจินิวาลที่ยังมองไปทางที่ซากานจากไป หางตาเหลือบเห็นของที่วางอยู่บนพื้นจึงก้มลงเก็บมาด้วย

 

            “อะไรน่ะ”แน่นอนว่าคนตาไวย่อมเห็นของในมือเพื่อนทันที ภูตจดหมายรูปหมาป่าสีเทากับบอลแก้วที่ภายในบรรจุไอเวทไว้จางๆ

 

            “คาดิเนียลฝากมา”ตอบด้วยเสียงที่ติดจะแหบพร่าอยู่บ้าง ซ้ำดวงตายังเหม่อลอยจนแจนิวาลเลิกคิ้วอย่างสงสัย

 

            “บอลเก็บเสียง”เพียวหนุ่มยื่นหน้าไปใกล้ของฝากในมือทรานส์ที่สะดุ้งหลุดจากภวังค์ เอาของสองชิ้นซ่อนไว้ด้านหลังอย่างไม่รู้ตัว

 

            “อ้อ หวงขนาดนั้นฉันไม่ยุ่งก็ได้”

 

            อาซาเอลแยกเขี้ยวใส่น้ำเสียงล้อเลียนของแจนิวาล ก่อนจะก้มมองของทั้งสองอย่าง พลันนึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

 

            “มินาคัสล่ะ”เอ่ยถามถึงคนที่ออกไปพร้อมกันแต่กลับมาแค่คนเดียว

 

            “เห็นว่าจะไปดูลาดเลารอบๆนี่”แจนิวาลไหวไหล่ ใช่ว่าเขาไม่ออกปากห้าม แต่อีกฝ่ายยกเรื่องตัวเองเป็นผู้รักษาสมดุลดูแลตัวเองได้ขึ้นมาเป็นข้ออ้างเขาก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว ก่อนไปยังยัดปืนสีเงินอันหนึ่งใส่มือเขาบอกให้ใช้ป้องกันตัว แจนิวาลมองปืนเวทย์ในมือแล้วถอนหายใจเฮือกยัดเก็บเข้าไปในถุงเก็บของเวทมนตร์ที่พกติดตัว ใช่ว่าไม่เคยใช้ หากครอบครัวมีฐานะสักหน่อยทุกคนล้วนเคยได้ลองใช้ยุทโธปกรณ์เวทย์เพื่อหาสิ่งที่เข้ากับตัวเอง ปืนนับว่าเป็นสิ่งที่เขาใช้ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้เร็วขนาดนี้

 

            “เป็นทรานส์เหมือนกันแต่ทำไมหมอนั่นถึงชอบดุฉัน ทั้งที่ตัวเองก็ชอบหาเรื่องใส่ตัว”

 

            “รู้ตัวก็ดี พวกนายควรเลิกหาเรื่องใส่ตัวกันทั้งคู่นั่นแหละ”เอ็ดทรานส์ตรงหน้าเผื่อแผ่ไปให้ทรานส์อีกคนเสร็จก็หยิบของกินที่เตรียมมาออกจากกระเป๋าเก็บของ ในกระเป๋าเวทนี้เต็มไปด้วยอาหารที่จัดไว้สำหรับเป็นเสบียงของค่ำคืนนี้ อย่างไรเสียการมีอะไรให้เคี้ยวก็ช่วยให้แจนิวาลสงบจิตสงบใจลงได้บ้าง

 

            “จะกินก่อนหรืออ่านก่อน”พยักเพยิกไปที่ของในมือของเพื่อนสนิทในขณะที่มือก็ตัดสเต็กเข้าปากคำใหญ่

 

อาซาเอลมองของในมือครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจยกภูตจดหมายขึ้นแตะริมฝีปาก พยายามไม่สนใจเสียงล้อเลียนและท่าทางกวนประสาทของแจนิวาล เมื่อภูตจดหมายคลี่ออกก็เห็นลายมือคุ้นตาของคาดิเนียล

 

เปิดมันเมื่อเกิดอันตราย

 

หมายเหตุ : ปิดหูก่อนเปิด

 

ยังดีที่เขาเลือกจะอ่านจดหมายก่อน เพราะดูเหมือนบอลเก็บเสียงนี้จะไม่ได้เก็บสิ่งที่คาดิเนียลอยากให้เขาฟังเอาไว้ เช่นนั้นมันเก็บเสียงอะไรไว้กันแน่ เหตุใดจึงให้เปิดยามมีภัย ทรานส์หนุ่มยกบอลแก้วสีใสที่ภายในมีหมอกควันสีฟ้าจางๆลอยอยู่ ดูก็รู้ว่าเป็นพลังเวทของคาดิเนียล

 

อ่อนแอขนาดนั้นยังมีแก่ใจจะแบ่งพลังมาทำเรื่องแบบนี้

 

อาซาเอลไม่รู้ว่าตัวเองอยากยิ้มหรือร้องไห้กันแน่ แต่ที่แน่ๆเขาไม่เหลือความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญสำหรับจดหมายหรือของจากหมาป่าหนุ่มอีกต่อไปแล้ว

 

อย่างน้อยก็ในยามที่อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจกวนประสาทกัน

 

“ไม่เปิดฟังหรอ อาจจะเป็นคำบอกรักก็ได้นะ”คนที่เคี้ยวขนมปังเต็มปากเอ่ยเย้า ทำเอาอาซาเอลอยากปิดหูแล้วเปิดบอลแก้วใส่แจนิวาลสักครั้ง แต่กลัวว่าสิ่งที่อยู่ในนี้จะไม่เพียงทำให้แจนิวาลหุบปาก แต่ทำให้สหายของเขาตายจากไปเสียก่อน 

 

แมวหนุ่มนั่งลงตรงข้ามเพียวช่างจ้อ เริ่มตักอาหารเข้าปากตัวเองบ้าง จงใจแย่งอาหารชิ้นที่แจนิวาลหมายตาเอาไว้หลายครั้งจนเพียวหนุ่มหงุดหงิดโวยวายขึ้นมา เป็นอันว่าแก้แค้นได้สำเร็จ

 

จบมื้ออาหารไปสองมื้อแล้ว สิ่งที่ทำแก้เบื่อได้ก็ทำไปหมดแล้ว ถึงขั้นนำผลลูกกวาดออกมาคัดผลที่ดีเก็บไว้และผลที่ลีบเล็กทิ้งไป ด้วยเมื่อคืนรีบเร่งเก็บมาเลยยังไม่ได้คัดผลเสียทิ้ง กลิ่นหอมหวานจึงอบอวลไปทั้งห้อง รวมกับกลิ่นของลูกกวาดพิษแล้วทำให้เวียนหัวอยู่ไม่น้อย ภายนอกยังสว่างอยู่ ถึงดูคล้ายไม่มีอันตราย แต่ก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะออกไปเดินเตร่ได้ตามใจ ทว่ามินาคัสที่หายไปตั้งแต่เช้ายังไม่กลับมา

 

“มินาคัสยังไม่กลับมาเลยนะ”อาซาเอลเหลือบมองแจนิวาลที่เริ่มมีสีหน้ายุ่งยากแล้วเช่นกัน

 

ทำไมชอบทำให้เป็นห่วงนัก!

 

เพียวหนุ่มบ่นในใจแต่มิได้พูดออกมา

 

ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วจึงหยิบของบางอย่างออกจากกระเป๋าเวท อาซาเอลตาลุกวาวกระโดดลงจากเตียงมายืนข้างแจนิวาลทันที เบื้องหน้าของทั้งคู่คือลูกแก้วทำนายขนาดพอเหมาะ แน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่เด็กใหม่อย่างพวกเขาควรจะมีในครอบครอง

 

“เอามาจากไหน”หันหน้าไปถามเพียวหนุ่มด้วยสายตาชื่นชมผสมประหลาดใจ

 

“ยืมมาจากอาจารย์ลูอี”

 

“ได้ไง”

 

“บอกว่าสนใจเรียนเฉพาะทางด้านศาสตร์ทำนาย”แจนิวาลตอบด้วยใบหน้าเหยเก

 

อาซาเอลยิ้มแหยพยักหน้าเข้าใจ อาจารย์ลูอีเป็นอาจารย์สอนวิชาการทำนายและพยากรณ์ เป็นชายวัยกลางคนที่ปล่อยผมเผ้ารุงรุงหนวดเคราเฟิ้มจนแทบไม่เห็นใบหน้าจริง แม้มีข่าวลือว่าเป็นคนหล่อเหลาแต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดพิสูจน์ เพราะนิสัยแปลกๆทำให้ไม่ค่อยมีนักเรียนเข้าหา อย่าว่าแต่นักเรียนที่อยากเรียนเฉพาะทางด้วยเลย ขนาดนักเรียนในคลาสเรียนเบื้องต้นที่จะเข้าไปสอบถามเป็นการส่วนตัวยังมีน้อยแสนน้อย ไม่แปลกที่จะตกหลุมพรางแจนิวาล ในเมื่อเพียวหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเรียนหัวกะทิออกปากว่าสนใจ เป็นเขาก็คงยกสิ่งของทุกอย่างให้อย่างกระตือรือร้นเพื่อซื้อใจเด็กอัจฉริยะมาเป็นลูกศิษย์สายตรง

 

“แล้วนายใช้เป็นหรือ”

 

“ทำนายล่วงหน้าไม่ได้ แต่ใช้ดูเหตุการณ์ปัจจุบันได้ โดยต้องมีเงื่อนไขพิเศษ”แจนิวาลว่าพลางกวาดมือไปรอบๆลูกแก้ว นึกอายตัวเองกับท่าทางแบบนี้ นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครเรียนเฉพาะทางด้านศาสตร์การทำนาย เพราะท่าทางราวกับเป็นจอมขมังเวทย์นี้ช่างทำให้กระอักกระอ่วนเหลือเกิน

 

“เงื่อนไขพิเศษอะไร”

 

แจนิวาลไม่ตอบ ทำท่าราวกับกำลังตั้งสมาธิใส่พลังเวทลงในลูกแก้ว โชคดีที่แสงเรืองๆซึ่งปรากฏขึ้นพร้อมใบหน้าของมินาคัสนั้นดึงความสนใจของอาซาเอลไปเสียก่อน ใครจะกล้าพูดเล่าว่าความสามารถของเขาตอนนี้ทำได้เพียงตามหาคนที่เขาเคยพบเท่านั้น ซ้ำยังต้องจินตนาการถึงคนที่ต้องการค้นหาแบบละเอียดยิบทุกสัดส่วนจึงจะได้ผล

 

ทุกสัดส่วนที่หมายถึงทุกอย่างที่รู้จริงๆ

 

แม้จะเคยเห็นไม่ร้อยเปอร์เซ็นแต่บัดนี้ภาพของมินาคัสก็ปรากฏขึ้นมาแล้ว

 

            “นั่นมันที่ไหนกัน”อาซาเอลหรี่ตามองรอบตัวมินาคัสที่คล้ายเป็นโถงทางเดินของตึกใดสักตึก แต่อาซาเอลกลับไม่คุ้นตา

 

            แจนิวาลมองโดยรอบที่ทัศนวิสัยนอกจากแคบแล้วยังไม่ชัดเจนอีกครั้ง พลังของเขายามนี้ก็ทำได้เท่านี้ แต่เมื่อผู้รักษาสมดุลหนุ่มเดินผ่านห้องๆหนึ่งที่ด้านหน้ามีป้ายทองสลักเอาไว้ ทั้งทรานส์และเพียวที่มองภาพนั้นอยู่ก็พลันเกิดหายใจสะดุดขึ้นมา

 

            “ตึกอำนวยการ!!

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2396 เด็กหญิงของwin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 10:32

    สนุกมากกกกก รอเลยจ้าา
    #2,396
    0
  2. #2392 Danini (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:52

    ย๊ากกกก ตื่นเต้นนร

    #2,392
    0
  3. #2390 may-twchn94 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 23:16
    ไปหารองผู้อำนวยการ?
    #2,390
    0
  4. #2389 yeahhhaa (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 14:50

    มินาคัสไปทำอะไรรรรร

    #2,389
    0
  5. #2388 Jupiter Ai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 00:28
    ปังปุเรเย่ไม่ไหว มินาคัสสสๆปทำไรตรงนั้นลูก เพื่อนเป็นห่วงใหญ่แล้ว
    #2,388
    0
  6. #2381 INKzii (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 18:08
    กรี้ด!!! ปังเสมอสำหรับเรื่องนี้ ขอให้คืนนี้ลูกแมวของเราปลอดภัยนะคะ TT__TT
    #2,381
    0
  7. #2380 nongmememm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 00:56
    ตื่นเต้นไปหมดเลย มินาคัสไปทำอะไรแถวนั้น แล้วคืนจันทร์สีเลือดอีก

    จะว่าไปปมเยอะสุดๆไปเลย

    เป็นกำลังใจให้คุณไรท์เสมอนะคับ
    #2,380
    0
  8. #2377 แครอทส้ม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 07:58

    รอนะคะสู้ๆค่าาสนุกมากเลยรอมาตลอดเลยค่ะ

    #2,377
    0
  9. #2366 papanxxx (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 18:51
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณที่มาต่อให้หายคิดถึงค่ะ
    #2,366
    0
  10. #2365 JjJyJh (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 11:02
    มินาคัสสสส เธอจะไปซนที่ไหนนนนน
    #2,365
    0
  11. #2364 Ging Patcharapan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 09:46
    เป็นห่วงคาดิเนียลจังง อาการเป็นยังไงบ้าง แงงงง
    #2,364
    0
  12. #2363 kidt2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2563 / 01:23
    มีแต่ของมาฝาก ไม่ออกมาสักที คถแย่แล้ว
    #2,363
    0
  13. #2362 ฿lackH. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 16:26
    ยังดีเหมือนเดิมเลยฮื่อรอต่อไปน้าค้าเปนกลจให้ค่าปิ้วๆ
    #2,362
    0
  14. #2361 summerdaisy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 20:48
    ดีใจที่คุณไรท์มาต่อมากๆเลยค่ะ คิดถึงเรื่องนี้มากๆเลย นายคาดิเนียลยังอีก ยังไม่ออกมาอีก! ค่าตัวแพงหรือยังไงคะ55555 แต่มาแค่นี้ก็ยังดีค่ะพอหายคิดถึง ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะคะคุณไรท์
    #2,361
    0
  15. #2360 คุณเงามะต้วน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 11:55
    คิดถึงไรท์เสมอๆ ขอบคุณที่มาต่อนะคะ มาต่อเรื่อยๆเลยนะคะ ถ้าช่วงไหนมีธุระ ไม่ว่างหรือนิยายตันเรารอได้นะ แง ;-;
    #2,360
    0
  16. #2359 Phoenix (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 07:54
    แงง เมื่อไหร่เค้าจะได้เจอกัน เจ้าหมาบ้าอยากกอดเจ้าแมวจะตายแล้ว ขอบคุณที่มาต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้และรออยู่เสมอ
    #2,359
    0
  17. #2358 12345ily (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 01:19
    รอเรื่องนี้เสมอ ขอบคุณที่มาต่อนะคะ เดอะเบสฟิคของเนียลองเลย
    เนื้อหาเข้มข้นมากกก นี่ขนาดยังไม่เจอหมาป่าคลั่ง ยังไม่ถึงปมของอัลกับดีนว่าทำไมความจำหาย ก็ยังเครียดเลยย มินาคัสไปทำอะไรที่ตึกนั้นเนี่ย สงสารคาดิเนียลด้วยฮือ เจ้าหมาหมดแรง เค้าจะได้เจอกันเมือไหร่นาหมาแมวเนี่ย
    #2,358
    0
  18. #2357 qnotbi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 23:22
    แงงงงงงคิดถึงคุณไรท์มากๆเลยนะคะ ยังรอเรื่องนี้อยู่เสมอเลย
    #2,357
    0
  19. #2356 punchppsrn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 21:53
    ถ้าทำเล่มบอกเค้านะคะซื้อเเน่ๆติดตามเสมอ เเว้กชอบมากค่ะคุณไรท์ยานิล หายไปนานเเต่เค้าไม่เคยลืมเลย เข้าทวิตตกใจหนักมาก ใจเต้นตุบๆๆๆๆ เหมือนวิ่ง10โล ตื่นเต้นมากค่ะ ดีใจที่กลับมาอัพอีกครั้งนะคะ ขอบคุณมากๆนะคะ เค้ารักงานเขียนของคุณมากๆเลบดีมากเลยค่ะตามหานานเเล้ว อ่านเเล้วรส.เหมือนดูหนังเลยค่ะ เห็นภาพ รู้สึกตามเเล้วก็น่าติดตาม มีสเน่ห์ความน่าค้นหาตามเเบบฉบับของเนื้อเรื่องที่คุณตั้งใจสร้างขึ้นมา ต่อจากนี้ก็สู้ๆนะคะ ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาหายไปไหนอาจจะมีปัญหาอะไรบางอย่าง เเต่ต่อจากนี้ขอให้คุณผ่านปัญหานั้นๆไปได้ด้วยดีนะคะ เรารอซัพพอร์ตติดตามเสมอนะคะ คุณยานิลลล🐱💙💌📝
    #2,356
    0
  20. #2355 69nusty69 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 21:52
    มาสักที คิดถึงเรื่องนี้มาก
    #2,355
    0
  21. #2354 punchppsrn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 21:49
    อุเเง เเต่งดีเหมือนเดิมเพิ่มเติมจากฝากภูติจดหมายมาเเซวกลายเป็นฝากมาปกป้องเเละขอโทษฮือออ ส่วนพ่อมินาคัสเธอไปทำอาไร้ อันตรายม๊าก คัมเเบคค่า กลับม๊า😭
    #2,354
    0
  22. #2353 kimkaispirit (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 21:33
    พระจันทร์สีเลือดแล้ว ลุ้นๆๆๆๆ มินาคัสไปทำอะไรที่นั่น มันอันตรายมั้ยย
    ชอบกลุ่มเพื่อนของอาซาเอลจังเลยย
    ดีใจที่คุณไรท์มาอัพนะคะ;-; ติดตามค่า!
    #2,353
    0
  23. #2352 Mamayyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 18:38
    มินาคัสไปทำอะไรที่ัน่นนนนนนนนนน ละอาซาเอลจะจำได้แล้วใช่ไหมมม ลุ้นมากกกๆๆ
    //คิดถึงมากๆเลยนะคะะ
    #2,352
    0
  24. #2351 P-pin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 18:31
    มินาคัสไปทำอะไรรรรรี
    #2,351
    0
  25. #2350 1unknow1A (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 18:21
    มาแล้ววววฮือลุ้นมากกกกกก
    #2,350
    0