[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 20 : Chapter 18 :: คืนจันทร์สีเลือด III 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

            อาซาเอลคิดว่าเมื่อวานเป็นวันที่สถาบันเชนโตเงียบเหงาที่สุด แต่กลับเทียบไม่ได้เลยกับวันนี้ ชั้นเรียนวิชาเวทมนตร์เบื้องต้น ที่มักแน่นขนัดไปด้วยนักเรียนระดับ beginner และระดับต่ำกว่าเช่นนักเรียนใหม่หรือพวกที่ยังวัดระดับไม่ผ่าน เพราะเป็นวิชาที่ว่าด้วยพื้นฐานของเวทมนตร์ ตั้งแต่ประวัติ บทบาท และการทำงานของเวทมนตร์ในโลกใบนี้ แม้ที่ผ่านมาจะเป็นการบรรยายล้วนแทบไม่ได้ลงมือปฏิบัติ เหตุด้วยนักเรียนในคลาสกว่าครึ่งยังไม่มีโลหะตัวนำเป็นของตนเอง แต่เรื่องราวของเวทมนตร์ก็ยังน่าสนใจเสมอ กระทั่งกับเด็กที่เกิดมาในยุคที่เวทมนตร์รุ่งเรืองถึงขีดสุด เวทมนตร์ก็ยังถือเป็นสิ่งลึกลับ มิมีใครเข้าใจมันอย่างถ่องแท้

 

            ทว่าวันนี้ความลึกลับของเวทมนตร์ก็ยังเทียบไม่ได้กับความหวาดกลัว ยืนยันได้จากจำนวนนักเรียนในชั้นเรียนที่มีเพียงหยิบมือ นับคร่าวๆแล้วเกินสิบไปไม่เท่าไรกระมัง

 

            อาซาเอล แจนิวาล และมินาคัส สามสหายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ฝ่าความหวาดกลัวมาเข้าเรียน กระนั้นสติและสมาธิของทั้งสามก็มิได้จดจ่อกับบทเรียนเท่าที่ควร

 

            เหตุการณ์ขวัญผวาเมื่อคืนยังติดตรึงอยู่ในความรู้สึก แม้แผลของมินาคัสจะหายดีด้วยเวทรักษาที่แจนิวาลช่วยร่ายให้ แม้ดวงตาของอาซาเอลจะกลับมามีสีดำสนิทเช่นเคย แม้แจนิวาลจะหยุดสั่นจากความตื่นตระหนก กระนั้นก็ไม่มีใครสลัดภาพของเขี้ยวหมาป่าที่เฉียดคอหอยตนไปเพียงเสี้ยววินาทีออกไปจากห้วงความคิดได้

 

            แจนิวาลยังคงครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเหตุใดตนจึงทำได้เพียงโยนถุงบุหงารำไปกับร่ายเวทขยายขนาดโง่ๆออกไป ทั้งที่เขารู้ดีว่าในสมองน้อยๆนี้อัดแน่นไปด้วยเวทอื่นมากมายที่อาจช่วยพลิกสถานการณ์ได้ในยามนั้น หากมิใช่เพราะความกลัวบดบังสติปัญญาของเขาเสียสิ้น แม้แต่เวทหน่วงเวลาที่ใครสักคนร่ายเพื่อช่วยพวกเขาไว้ เพียวหนุ่มก็รู้วิธีร่าย แม้ไม่ทรงพลังเช่นนั้น แต่คงทำให้มินาคัสหลบคมเขี้ยวนั้นพ้น

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มมองตรงไปข้างหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาสะท้อนความกังวลอย่างปิดไม่มิด บาดแผลที่ได้รับนั้นถือว่าเล็กน้อย ต่อให้แจนิวาลจะไม่ร่ายเวทรักษาเขาก็สามารถรักษาตัวเองจนหายดีไร้รอยแผลเป็นได้ในเวลาไม่นาน แต่เพราะเห็นสีหน้าซีดเผือดของคนตัวเล็กกับการยืนกรานจะช่วยนั้นแล้วจึงยินยอมให้ความอบอุ่นที่มาพร้อมกับพลังเวทสีม่วงจางๆได้อาบไล้รอบรอยแผล ยอมรับว่าสีหน้ามุ่งมั่นของคนช่างพูดที่เม้มปากแน่นยามใช้เวทน่ามองไม่น้อย แต่เมื่อมองเห็นรอยเลือดที่หยดเป็นทางแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

 

            ไม่มีอะไรระบุตัวตนของคนๆหนึ่งได้ดีไปกว่าเลือดสดๆของคนผู้นั้น

 

            ในเลือดมิได้มีเพียงข้อมูลทางพันธุกรรม กระทั่งอัตลักษณ์ของพลังเวทก็ยังบอกได้จากเลือดไม่กี่หยด

 

            หากคนที่ไม่ควรรู้ ล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของเขาในสถาบันนี้ เพียงลองคิดเล่นๆว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้น พลันสันหลังก็เสียววาบขึ้นมา การตอบโต้ของฝั่งนั้นจะมาในรูปแบบใด ไม่เพียงแต่ตัวเขา เหล่ากบฏ แม้แต่ร่างเล็กๆสองร่างข้างๆเขานี้ย่อมเดือดร้อนไปด้วยเป็นแน่

 

            อาซาเอลเหลือบมองเพื่อนสนิททั้งสองที่ผลัดกันถอนหายใจ ก่อนจะพรูลมหายใจออกมาบ้าง

 

            ความเจ็บปวดที่ร้าวลึกจากภายในจนคล้ายร่างกายจะแตกเป็นเสี่ยงยังรู้สึกได้ชัดเจนจนมือเรียวเผลอยกขึ้นลูบอกตนเองคล้ายปลอบขวัญ เช่นเดียวกันกับภาพความทรงจำหนึ่งที่ฉายชัดขึ้นมายามที่เขาหลับตาลงข่มความเจ็บปวด เป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็น แต่รู้ดีว่ามันคือเศษเสี้ยวความทรงจำที่หายไป

 

ชัด กว่าทุกครั้งที่เคยเห็น

 

ทั้งภาพและเสียง ราวกับเกิดขึ้นอีกครั้งต่อหน้าเขา

 

ภาพของหมาป่าสีดำตัวใหญ่ แววตาวาวโรจน์ราวกับสัตว์สังหารที่ปีนขึ้นมาจากขุมนรกนั่นทำให้ตัวของเขาแข็งทื่อ

 

ทว่าขาที่ควรจะสั่นเสียจนขยับไม่ไหวกลับก้าวอย่างรวดเร็วพุ่งเข้าขวางระหว่างสัตว์ร้ายกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

 

เด็กผู้ชายที่สบตาเขาด้วยแววตาสั่นไหวคลอเอ่อไปด้วยน้ำตา

 

เด็กผู้ชายที่เขากอดเอาไว้แน่นแม้แผ่นหลังจะเจ็บราวกับร่างกายถูกฉีกเป็นสองท่อนด้วยกรงเล็บแหลมที่ฟาดลงมา

 

เด็กผู้ชายที่เขาเอ่ยเรียกด้วยเสียงแหบแห้งก่อนสติจะดับวูบ

 

ดีน

 

ดีนอีกแล้ว

 

ชื่อเดียวกับเด็กน้อยตัวอ้วนป้อมที่เขาเคยเห็นในคืนนั้น ก่อนที่เขาจะทำเรื่องบ้าๆอย่างการจูบคาดิเนียลเสียดูดดื่ม

 

ทว่าดีนที่เขาเห็นนั้นโตขึ้นมาอีกหน่อย เป็นเด็กน้อยที่ร่างกายเติบโตขึ้น โครงหน้ากลมป้อมเริ่มคมชัดส่อแววของหนุ่มรูปงาม

 

เค้าโครงของใบหน้าที่แจนิวาลพร่ำเพ้อว่าราวกับพระเจ้าปั้นแต่ง

 

ใบหน้าของคาดิเนียล

 

เหตุใดเด็กในความทรงจำของเขาจึงละม้ายคล้ายคาดิเนียลได้ถึงเพียงนั้น

 

หรือจะมิได้มีแค่มินาคัสที่เขาลืมเลือนไป

 

ใครอีกคน ก็เคยมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของเขาเช่นกัน

 

แปะๆ

 

“เอาล่ะ ในเมื่อพวกเราได้รู้พื้นฐานการทำงานของเวทมนตร์ไปบ้างแล้ว วันนี้จะให้เรียนภาคปฏิบัติกันสักหน่อย”

 

ความสนใจของสามสหายและนักเรียนของคนอื่นที่พูดคุยกันจอแจก่อนหน้านี้ถูกดึงกลับมาด้วยเสียงปรบมือแปะๆของอาจารย์สูงวัยเจ้าของวิชาเวทมนตร์เบื้องต้น เครายาวๆสีขาวนั่นปกคลุมตั้งแต่เหนือริมฝีปากจนถึงช่วงอกทำให้เสียงของอาจารย์อู้อี้แม้จะใช้เวทขยายเสียง กระนั้นคำว่าภาคปฏิบัติก็ฟังดูน่าตื่นเต้นเสียจนเรียกรอยยิ้มจากนักเรียนได้ในเวลาเช่นนี้

 

“เวทมนตร์สายหลักที่ใช้ยามต่อสู้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือเวทโจมตี เวทป้องกัน และเวทรักษา”อาจารย์เฒ่าเอ่ยด้วยเสียงอู้อี้ลอดกลุ่มหนวดเครา อาซาเอลพยายามตั้งสมาธิอยู่กับสิ่งที่เขาพูดมากกว่าเคราหนาที่ขยับยวบยาบไปมา

 

“กลุ่มที่สามารถเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด และเป็นอันตรายน้อยที่สุดสำหรับมือใหม่ก็คือเวทป้องกัน แต่ใช่ว่าเวทป้องกันจะเป็นเวทระดับต่ำนะ หากใช้จนเชี่ยวชาญ โล่ชั้นดีก็เป็นอาวุธที่น่าหวั่นเกรงเช่นกัน”เมื่ออาจารย์เฒ่าพูดจบก็แว่วเสียงหัวเราะดังมาจากหลังม่านที่กั้นห้องเรียนกับห้องพักอาจารย์ซึ่งอยู่ติดกัน นักเรียนเบนความสนใจไปตามเสียงหัวเราะของบุคคลปริศนา ก่อนจะถูกดึงความสนใจกลับมาที่เจ้าของวิชาด้วยเสียงชายชราที่ดังขึ้นอีกระดับ

 

“โชคดีที่สถาบันของเรามีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญการใช้เวทป้องกันเป็นอันดับต้นของอาณาจักร วันนี้ฉันจะให้เขามาสาธิตและสอนพวกเธอใช้เวทป้องกันแบบง่ายๆ จะได้นำไปใช้ยามจำเป็น เอ้า เข้ามาสิ”ท้ายประโยคแม้อาจารย์เฒ่าจะมิได้เบนสายตาไปมอง แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเขาพูดกับบุคคลที่อยู่หลังม่าน ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของอาจารย์หนุ่มคนหนึ่งก็เดินแหวกม่านสีแดงเลือดนกนั่นออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเสียจนคนมองได้แต่เมื่อยแก้มแทน ดูเขาจะมีความสุขเอามากๆกับการได้มาสอนเด็กใหม่เช่นนี้

 

อาจารย์หนุ่มโค้งให้เจ้าของวิชาที่พยักหน้ารับเบาๆก่อนจะเดินสวนเข้าไปหลังม่านเพื่อพักผ่อนในห้องพักอาจารย์ ยกเวทีให้กับแขกรับเชิญที่เขาลงทุนขอให้ช่วยเนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้นักเรียนใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะน้อย พวกเหยื่อตาดำๆควรจะมีอาวุธติดตัวเอาไว้บ้าง ทว่าการสอนเวทโจมตีไม่ต่างอะไรกับให้เด็กเล็กเอามีดกระดาษไปสู้กับสัตว์ร้าย กระนั้นผู้อาวุโสจึงตัดสินใจว่าสิ่งที่ใช้การได้ดีกว่าคือเวทป้องกัน อย่างน้อยก็ใช้ซื้อเวลาได้บ้าง

 

แรกเริ่มเดิมทีก็ลำบากใจที่จะรบกวนให้อาจารย์ท่านอื่นมาช่วยสอน เพราะอาจารย์ของสถาบันแห่งนี้แต่ละคนล้วนงานล้นมือ แต่ตัวเขาเองก็อายุมากเกินกว่าจะรับมือการสอนภาคปฏิบัติให้กับนักเรียนหนุ่มๆ อยากให้ได้ขยับแข้งขยับขาออกแรงกันโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเผลอทำอาจารย์กระดูกหักไปเสียก่อน โชคดีที่เพียงเอ่ยไปครึ่งประโยค จาซัน ก็กระโดดโลดเต้นอาสาช่วยเหลือทันที ด้วยตัวเขานั้นมีโอกาสได้สอนเพียงนักเรียนในคลาสเรียนขั้นสูง จึงไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกับนักเรียนใหม่หรือพวกเด็กขั้นต้นสักเท่าใดนัก

 

กว่าจะมาถึงมือเขา เด็กน้อยก็จากสถาบันแห่งนี้ไปมากโขแล้ว

 

ทั้งจากเป็น

 

และจากตาย

 

“สวัสดีเจ้าพวกลูกเจี๊ยบ ฉันชื่อจาซัน เป็นอาจารย์สอนเวทป้องกันตัวขั้นสูง หากพวกนายรอดอยู่ในสถาบันแห่งนี้ได้สักสองสามปีก็จะได้เจอกับฉันแน่นอน”

 

เสียงก้องกังวานสะท้อนกลับไปกลับมาอยู่ในห้องที่ผนังเป็นหินอ่อน เสียงของอาจารย์จาซันดังเสียจนพวกประสาทรับเสียงดีอย่างทรานส์และไฮบ์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวถึงกับปวดหูจนต้องร้องโอดโอย แม้แต่เพียวก็ยกมือขึ้นปิดหูกันเป็นแถว

 

จากที่ต้องนั่งฟังเสียงเอื่อยๆของอาจารย์เฒ่ามาครึ่งข่อนวัน จู่ๆเปลี่ยนเป็นเสียงดังลั่นอย่างกระตือรือร้นเช่นนี้ ไม่แปลกที่เหล่านักเรียนจะปรับตัวไม่ทันจนได้แต่ทำหน้าเหยเก ทำเอาอาจารย์หนุ่มที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนออกอาการดีใจมากไปสักหน่อยต้องลดระดับเสียงลงในทันที

 

จาซันกระแอมเล็กน้อยเพื่อประระดับเสียงก่อนจะเอ่ยแก้เก้อ

 

“นี่เป็นสถานการณ์ตัวอย่าง หากโดนจู่โจมกะทันหันแล้วพวกนายไม่มีสติรับมือแบบนี้ มีหวังได้ตายกันหมด”

 

“เวทป้องกันน่ะเจ๋งที่สุดแล้วในการเอาชีวิตรอด”

 

อาจารย์หนุ่มยืดอกอย่างภาคภูมิใจ กระนั้นก็ดูน่าหมั่นไส้ไม่น้อยใจสายตาของทรานส์หนุ่ม

 

ดูยังไงก็แถไม่ใช่รึไง

 

อาซาเอลค่อนขอดในใจก่อนจะลอบแยกเขี้ยวใส่อาจารย์หน้าห้องที่ยังคงยิ้มจนมุมปากเกือบจะชิดใบหูอยู่รอมร่อ

 

อะไรจะดีใจปานนั้น

 

กระนั้นคำพูดของอาจารย์จาซันก็ทำให้แมวหนุ่มฉุกคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาได้

 

เวทป้องกันนั้นใช้พลังเวทน้อยกว่าเวทโจมตีหรือเวทรักษา จะว่าไปแล้วก็เหมาะอย่างมากกับทรานส์หรือผู้มีพลังเวทน้อย แต่เพราะมันไม่น่าสนใจทำให้นักเรียนใหม่ส่วนใหญ่มองข้ามการฝึกฝนเวทชนิดนี้

 

ในตอนที่หมาป่าโจมตี มีเพียงมินาคัสเท่านั้นที่ใช้เวทป้องกัน ส่วนเขานั้นทำได้เพียงเอาเวทโจมตีระดับต่ำเตี้ยเรี้ยดินเข้าห้ำหั่นกับศัตรูที่แข็งแกร่ง พอเสียท่าก็ทำอะไรต่อไม่ได้ ได้แต่พึ่งพาคนอื่น

 

น่าเจ็บใจนัก

 

“เวทป้องกันพื้นฐานอยู่ในลักษณะของโล่ โดยทั่วไปพวกนายจะทำได้เพียงโล่แบนๆที่ทำหน้าที่สกัดกั้นพลังเวทหรือการโจมตีทางกายภาพได้เพียงครั้งสองครั้งก็แตกไม่เป็นท่า เพราะโล่แบนๆแบบนี้มันดูดซับหรือสะท้อนสิ่งที่มาปะทะได้ไม่ดีนัก”

 

ว่าพลางสร้างโล่ใสจากพลังเวทขึ้นมาให้ดูเป็นตัวอย่าง แม้จะหมั่นไส้อาจารย์หนุ่มอยู่ไม่น้อยแต่อาซาเอลก็ตั้งอกตั้งใจดูการสาธิตด้วยดวงตาเป็นประกาย

 

“มันจะดีกว่าถ้าทำให้มันโค้ง”พูดจบพลังเวทที่เรียงตัวเป็นโล่แบนๆก็พลันเปลี่ยนรูปร่างเป็นโล่ครึ่งวงกลม “เห็นไหมว่ามันป้องกันเหนือหัวและช่วงเท้าของพวกนายได้ด้วย” อาจารย์หนุ่มชี้ให้เห็นขอบของครึ่งวงกลมด้านบนและด้านล่างที่เพิ่มพื้นที่ป้องกันให้กับตัวผู้ใช้

 

“และมันจะดีที่สุดถ้าทำแบบนี้ได้”

 

            สิ้นเสียงจาซัน โล่ครึ่งวงกลมก็ขยายออกกลายเป็นลูกบอลกลมใส่ที่โอบล้อมร่างของอาจารย์หนุ่มเอาไว้

 

            “เจ้านี่เรียกว่าบอล เป็นได้ทั้งเวทป้องกันและบางครั้งก็ถูกดัดแปลงไปใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่นใช้คุมตัวศัตรู หรือใช้แทนพาหนะเมื่อใช้คู่กับเวทลม”

 

            ลูกบอลกลมๆลอยขึ้นเหนือพื้นเมื่อด้านล่างของมันปรากฏลมหมุนขึ้นกลุ่มหนึ่ง ไม่ทันกะพริบตาร่างของอาจารย์หนุ่มก็บินฉวัดเฉวียนไปทั่วห้องหินอ่อนแคบๆ เรียกเสียงฮือฮาจากนักเรียนได้กระหึ่ม ก่อนจะกลายเป็นเสียงโวยวายด้วยความตกใจเมื่อลูกบอลใสนั่นบินเฉียดหัวของแต่ละคนไปเพียงไม่กี่คืบ แต่ละคนก้มหัวหลบกันจ้าละหวั่น แม้แต่อาซาเอลเองก็โดนลมหมุนตีอัดหน้าจนชาไปแถบหนึ่ง

 

            “แต่การสร้างบอลมันเปลืองพลังเวท เช่นนั้นการสร้างโล่โค้งๆเฉพาะจุดที่โดนโจมตีย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับลูกเจี๊ยบที่พลังเวทน้อยแบบพวกนาย”

 

            แม้จะเกลียดคำว่าลูกเจี๊ยบที่อาจารย์หนุ่มใช้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าก้อนพลังงานในร่างกายของเขาตอนนี้มันกระจ้อยร่อยเสียเหลือเกิน

 

            “เอาล่ะ เราจะมาเริ่มจากการสร้างโล่แบนๆกันก่อน การจัดเรียงพลังเวทเป็นแผ่นเรียบๆน่าจะง่ายสำหรับพวกนายมากกว่า หากสร้างโล่แบนได้แล้วค่อยพยายามเปลี่ยนรูปร่างของมันโดยไม่ทำให้โล่แตก”

 

            การใช้เวทมนตร์นั้นทำได้หลายแบบ ทั้งการร่ายคาถา การเขียนวงเวทย์ การใช้ยุทโธปกรณ์หรืออุปกรณ์เวทมนตร์ แต่แบบที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือการจัดเรียงพลังเวทตามรูปแบบที่ต้องการใช้

 

            เช่นเดียวกับการจัดเรียงโมเลกุลของสสารอื่นในโลก

 

            พลังเวทเป็นอณูเล็กๆที่เกิดจากพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิต สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติได้ตามธาตุธรรมชาติ แบ่งเป็นประเภทหลัก คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ ตามความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าร่างกายมนุษย์เกิดขึ้นจาก 4 ธาตุนี้ การจัดเรียงของพลังเวทที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันสามารถสร้างเวทมนตร์แบบต่างๆได้มากมาย

 

            ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรง ขอบเขต หรือระยะเวลา ผลของเวทมนตร์ล้วนเกิดจากรูปแบบของการจัดเรียงอณูเวทมนตร์

 

            เช่นเวทลมที่อาซาเอลเคยใช้ก็เกิดจากการเปลี่ยนพลังเวทของตนให้มีคุณสมบัติของลมและเรียงตัวกันเป็นเกลียวเพื่อให้มันหมุนคล้ายพายุขนาดย่อม

 

            เช่นนั้นยิ่งใช้เวทที่พลังรุนแรงหรือกินพื้นที่กว้างเท่าไร ย่อมสูญเสียพลังเวทมากเท่านั้น

 

            จาซันเริ่มสาธิตการเรียงอณูพลังเวทเป็นแผงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยพยายามเรียงให้แต่ละอณูอยู่ชิดกันมากที่สุดเพื่อป้องกันการโจมตีมิให้แทรกผ่านเข้ามาได้ ในการสร้างโล่เช่นนี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคุณสมบัติของพลังเวทใดๆ นอกเสียงจากว่าอยากได้โล่ที่มีพลังโจมตีตามธาตุด้วย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของอนาคตที่เด็กๆทั้งหลายจะเติบโตจนแข็งแกร่งพอจะคิดค้นเวทมนตร์ในแบบของตนเอง

 

            อาซาเอลเม้มปากอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองมินาคัสที่มองมาอยู่เช่นกัน

 

            เมื่อคืนเขาเพิ่งเกือบลอสไปหมาดๆ จะมาใช้พลังเวทเอาตอนนี้เห็นทีจะลำบาก

 

            กระนั้นผู้รักษาสมดุลหนุ่มก็พยักหน้าให้เป็นเชิงอนุญาต

 

            มินาคัสรู้ดีว่าอาการเมื่อคืนของอาซาเอลมิได้เกิดจากพลังเวทไม่เพียงพอหรือจะลอส แต่เกิดจากความทรมานของใครอีกคนต่างหาก

 

            ด้วยระยะห่างระหว่างหอพักกับอาคารเรียนนี้ ต่อให้อาซาเอลใช้เวทในปริมาณมากกว่าเมื่อคืนก็ไม่มีผลอะไร

 

            ตราบใดที่ไม่ได้อยู่ใกล้กับคาดิเนียล

 

            “ไหวไหม”เพียวหนุ่มที่เรียงพลังเวทเสร็จไปแล้วหนึ่งชั้นแบ่งสมาธิที่จดจ่อกับการฝึกฝนเอียงคอมาถามอีกคนที่ยังไม่เริ่มเสียที จนจาซันเดินมาแนะนำให้แจนิวาลเรียงเวทชั้นที่สองเพื่อเพิ่มความทนทานก็แล้ว อาซาเอลก็ยังนั่งนิ่ง

 

            “เอาก็เอาวะ”

 

            แว่วเสียงพึมพำของทรานส์หนุ่มก่อนที่ละอองเวทสีอำพันจะทอประกายเรืองๆ อณูเวทคล้ายฝุ่นแสงล่องลอยรอบตัวผู้เป็นเจ้าของ คนธรรมดามองด้วยตาเปล่าเห็นเป็นก้อนแสงสีฟุ้ง ขมุกขมัวเหมือนมองผ่านกระจกฝ้าจนต้องใช้ความรู้สึกในการจัดเรียงฝุ่นแสงเหล่านี้แทนที่การมองด้วยตา สมาธิทั้งหมดตั้งมั่นกับพลังเวทของตน ค่อยๆจัดระเบียบทีละส่วน ปล่อยให้พลังงานชีวิตหลุดรอดจากการควบคุมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมิให้สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น

 

            ไม่เจ็บปวด

 

            ไม่แน่นหน้าอก

 

            ทุกอย่างเป็นปกติดี จนกระทั่งเวทป้องกันเสร็จสมบูรณ์เป็นโล่แบนๆ ที่หนามากพอไม่ต้องซ้อนถึงสองชั้น ด้วยความหนาที่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพลังเวทผู้สร้าง นั่นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าพื้นฐานพลังเวทของอาซาเอลก็มิได้ด้อยไปกว่าไฮบ์หรือเพียว

 

            การเป็นทรานส์ไม่ได้ทำให้พลังเวทอ่อนแอ แค่ต้องระมัดระวังให้มากเวลาใช้งาน

 

            “ทำได้ดีมากเจ้าลูกเจี๊ยบ ทุกคนเริ่มดัดโล่ให้โค้งได้เลย ระวังให้มาก หากเสียระเบียบไปมันจะแตก แล้วต้องเสียเวลาเสียพลังเวทสร้างกันใหม่”จาซันยิ้มเต็มใบหน้า พยักหน้าพออกพอใจกับผลงานของนักเรียนตัวน้อยทั้งหลาย แม้บางคนจะพลังเวทอ่อนแอแต่ทำตามคำแนะนำอย่างตั้งอกตั้งใจ มองแล้วน่าเอ็นดูกว่าเจ้าพวกไม้แก่เขี้ยวลากดินที่ชอบอวดเก่งอวดพลังกันในชั้นเรียนขั้นสูงของเขาเป็นไหนๆ

 

            น่าเสียดายที่คาดิเนียลไม่อยู่ในชั้นเรียนนี้

 

            เขายังติดใจเจ้าเด็กหมาป่านั่นอยู่มาก อยากรู้ว่าจะเก่งกาจได้สักแค่ไหน

 

            เพล้ง...เพล้งเพล้ง

 

          “เอ้าๆ บอกแล้วไงให้ระวัง”

 

            แม้เอ่ยประโยคคล้ายตำหนิแต่ใบหน้าของจาซันยังคงยิ้มกริ่มอย่างนึกสนุก การเรียนรู้จากความผิดพลาดจะทำให้เด็กน้อยตระหนักว่าเวทป้องกันนั้นทำได้ง่ายแต่ทำให้ดีนั้นยากไม่ต่างจากเวทชนิดอื่น ปราการสุดท้ายก่อนภัยถึงตัวถ้าทำแบบขอไปทีก็มีแต่เอาชีวิตไปทิ้ง

 

            “เฮ้ย ดูนั่น”

 

เสียงจอแจดังขึ้นจากด้านหนึ่งของห้อง เรียกความสนใจจากนักเรียนโดยรอบรวมถึงจาซันที่เลิกคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะผิวปากออกมาอย่างถูกใจเมื่อพบว่าหนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเพื่อนนั้นมีโล่ใสรูปทรงกลมโอบล้อมกายอยู่

 

            “สุดยอดเลยดัสเบล”

 

            อาซาเอลพยายามหรี่ตามองว่าตัวเอกของวันนี้เป็นใครก่อนจะพบว่าเป็นเด็กหน้าตาไม่คุ้น น่าจะอายุน้อยกว่าเขาสักสองสามปี เป็นที่รู้จักของเพื่อนร่วมชั้นหลายคน ด้วยเสียงเรียกชื่อเจ้าตัวที่ดังเซ็งแซ่ไปทั่ว เช่นนั้นคงจะเป็นนักเรียนที่วัดระดับไม่ผ่านจึงต้องซ้ำชั้น

 

            แปลก

 

            เดิมทีเหล่านักเรียนซ้ำชั้นมักจะเฉื่อยชาและไม่ค่อยสนใจบทเรียนสักเท่าไรนัก ดัสเบลคนนี้ถ้าไม่ซ้ำชั้นเพราะเหตุจำเป็นคล้ายเอเดวา ก็คงจะเป็นเด็กเกเรกลับใจ

 

            “ไม่แสดงให้เด็กๆดูหน่อยหรอมินาคัส”อาซาเอลกระทุ้งศอกใส่สีข้างผู้ที่มีพลังเวทแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม สำหรับผู้รักษาสมดุลแล้วคลาสเรียนเช่นนี้คงเป็นเหมือนของเล่นสำหรับเด็กเท่านั้น

 

            ดูเอาเถิด โล่เล็กๆที่ปรากฏขึ้นกันศอกของเขาได้ทันท่วงทีและหายไปโดยไม่มีใครทันสังเกตยกเว้นแต่คนที่ลูบข้อศอกตัวเองป้อยๆเพราะกระแทกเข้าอย่างจังนั่นบอกได้เป็นอย่างดีถึงความเชี่ยวชาญของมินาคัส

 

            เสียงโล่ของอาซาเอลแตกดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะของแจนิวาล ทรานส์หนุ่มเบิกตาโตเพราะเสียดายผลงานที่เพียรสร้างทว่าแตกสลายลงง่ายๆเพียงเพราะเสียสมาธิไปชั่วอึดใจหนึ่ง เพียวหนุ่มปัดมือเบาๆหนึ่งครั้งฝุ่นแสงก็กระจายตัวออกจากกัน โล่ของเขาสลายไปโดยไม่มีเสียงคล้ายแก้วแตก เป็นความแตกต่างระหว่างการตั้งใจปลดพลังเวทกับการสูญเสียการควบคุม

 

            “ผู้ใหญ่แบบไหนอยากข่มเด็กๆกัน เว้นแต่ว่านายก็ยังเป็นแค่เด็กอมมือเหมือนกัน”

 

            มินาคัสหลุดขำเมื่ออาซาเอลคว้าคอของแจนิวาล ออกแรงรัดแน่นขึ้นเล็กน้อยด้วยท่อนแขนผอมๆทว่าแจนิวาลก็ดิ้นรนเสียสมบทบาท ดูเหมือนการปะทะกันด้วยฝีปากจะไม่เพียงพอสำหรับเด็กน้อยทั้งสองเสียแล้ว

 

            “เอาล่ะ วันนี้มีคนทำได้ดีหลายคนนะ ส่วนคนที่ยังไม่พอใจในผลงานตัวเองก็ฝึกฝนต่อไป จงฝึกฝนจนกว่าจะมั่นใจว่าโล่นี้จะช่วยชีวิตพวกนายได้”จาซันเดินกลับไปที่หน้าห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเคย       “ให้เวลาฝึกอีกหนึ่งชั่วโมง แล้วเรามาลองทดสอบกันว่ามันจะช่วยพวกนายได้สักแค่ไหนกัน”

 

            อาซาเอลสบตากับแจนิวาลที่สะบัดตัวจนหลุดจากท่อนแขนของเขาได้สำเร็จ หวังว่าการทดสอบคงไม่ใช่อะไรอย่างการป้องกันการโจมตีของอาจารย์หรอกนะ

 

            “ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่รังแกนักเรียนหรอก”

 

            แว่วเสียงถอนหายใจจากนักเรียนครึ่งห้อง ส่วนอีกครึ่งห้องถึงกับยิ้มกริ่ม ก่อนที่รอยยิ้มจะหายไปเมื่ออาจารย์หนุ่มเอ่ยต่อ

 

            “ฉันจะให้รุ่นพี่ของพวกนายจัดการแทน”

 

            จาซันหย่อนตัวลงนั่งสบายๆบนเก้าอี้ ก่อนนักเรียนที่เขาพามาด้วยจะทยอยเดินเข้ามาในห้อง ด้วยจำนวนพอๆกับนักเรียนในคลาส เมื่อจาซันพยักหน้าอนุญาต รุ่นพี่ก็เริ่มแยกย้ายกันประกบรุ่นน้องจนดูอย่างไรก็เป็นการทดสอบแบบตัวต่อตัวไปเสียแล้ว

 

            “ไม่ต่ำกว่า Intermediate”มินาคัสเอ่ยเบาๆกับเพื่อนสนิททั้งสองที่ใบหน้าเริ่มซีดเผือดแต่ยังทำใจดีสู้เสือ

 

ระดับ Intermediate เป็นระดับที่ 3 จากการทดสอบวัดระดับทั้งหมด 5 ขั้น พูดกันตามตรง หากคนเหล่านี้ตั้งใจจู่โจมเต็มกำลัง มีหวังได้เลือดตกยางออกกันเป็นแน่

 

            สามสหายกวาดสายตามองไปรอบห้อง สังเกตรุ่นพี่ที่มีสีหน้าแตกต่างกัน แต่ก็ทำเอาใจฝ่อไปได้โข กับคนที่มีสีหน้าจริงจังยังไม่น่ากลัวเท่าพวกที่ยิ้มอย่างนึกสนุกคล้ายกับเจอของเล่นชิ้นใหม่

 

            และไอ้คนที่ยิ้มกว้างสุดๆแถมกำลังเดินตรงมาทางนี้นั่นน่ะ ทำเอาอาซาเอลอยากจะวิ่งหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป

 

            “อย่าเดินเข้ามานะเว้ยไอ้จิ้งจอกตัวเหม็น!

 

            “ว่าไงรุ่นน้องตัวน้อยๆของพี่”จิ้งจอกหนุ่มยังคงยิ้มยียวนแม้อีกฝ่ายจะทำสีหน้ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด

 

            “พี่กับผีน่ะสิ นายอายุเท่าฉันนะไอ้จิ้งจอกโสโครก”อาซาเอลเข่นเขี้ยวใส่เพื่อนวัยเด็กที่หันไปทักทายแจนิวาลกับมินาคัสด้วยท่าทีสุภาพ ผิดกับตอนสนทนากับเขาโดยสิ้นเชิง

 

            “รุ่นน้องหัดเคารพรุ่นพี่บ้างสิไอ้แมวสกปรก”

 

            “รุ่นพี่ก็ทำตัวให้น่าเคารพหน่อยสิยูมิล”เสียงเรียบๆของใครบางคนดังขึ้นด้านหลังยูมิล ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของอีกคนที่เดินคู่กันมา

 

            เซออล และดีไฮด์

 

            อาซาเอลยิ้มกว้างให้ทั้งคู่ก่อนจะหันมายิ้มเยาะใส่ยูมิล

 

            “นี่พวกนายอยู่ระดับ Intermediate แล้วหรอ”ทรานส์หนุ่มเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ การที่ยูมิลซึ่งเข้าเรียนก่อนเขาแค่สองปีแต่กลับอยู่ในชั้นเรียนระดับสูงของจาซันได้นั้น ไม่ใช่เรื่องปกติ

 

            “สอบครั้งหน้าถ้าคะแนนดีพอฉันก็จะได้เลื่อนเป็น upper แล้ว เป็นไง เก่งใช่ไหม”จิ้งจอกหนุ่มยืดอกอย่างภาคภูมิ มองผ่านการเบะปากอย่างหมั่นไส้ของอาซาเอลแล้วหันไปก้มหัวขอบคุณแจนิวาลที่เอ่ยชมไม่ขาดปาก นอกจากมีความสามารถแล้วยังต้องขยันเป็นอย่างมากหากอยากเลื่อนขั้นในเวลาอันสั้น เพราะการสอบจัดขึ้นเป็นรอบๆตามกำหนดเวลา การจะขึ้นสู่ Intermediate อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 3 ปี หากอยากเลื่อนขั้นก่อนหน้านั้นต้องรับภารกิจพิเศษจากอาจารย์ ซึ่งภารกิจส่วนใหญ่แสนจะโหดหินจนคนทั่วไปเลือกจะรอเวลาสอบตามกำหนดการณ์เสียมากกว่า

 

            “ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ระดับ Intermediate

 

            ผลั่วะ

           

            !!

 

            จิ้งจอกหนุ่มเซถลาหน้าแทบคว่ำเพราะแรงตบที่หลังรุนแรงจนเสียงดังเรียกความสนใจจากรอบๆ เกือบจะหันไปก่นด่าว่าเพื่อนคนใดช่างลงไม้ลงมือรุนแรงเช่นนี้ ทว่าปากบางๆก็หุบฉับงับลมแทบไม่ทันเมื่อพบว่าคนที่ยืนยิ้มอยู่นั้นคืออาจารย์พิเศษในวันนี้

 

            “ให้มาช่วยน้องฝึกดันมาชวนน้องคุย มันจะได้เรื่องได้ราวมั้ยวะยูมิล”จาซันเอ่ยตำหนิแม้มีรอยยิ้มบนริมฝีปากแต่ตากลับไม่ได้ยิ้มไปด้วย

 

            “ขอโทษครับอาจารย์”

 

            อาซาเอลโล่งอกที่ไม่ต้องตอบคำถามยูมิล จะให้ตอบว่ามินาคัสบอกงั้นหรือ ต้องบอกด้วยกระมังว่าเพราะมินาคัสเป็นผู้รักษาสมดุลจึงรู้

 

แมวหนุ่มหลุดขำเมื่อเห็นสีหน้าเป็นหมาหงอยของยูมิลยามโดนอาจารย์ดุ แต่ก็ต้องหุบยิ้มเมื่อสายตาชวนขนลุกนั่นเบนมาทางเขาเสียเอง ทรานส์หนุ่มกระแอมก่อนจะเริ่มจัดเรียงพลังเวทเป็นโล่อย่างเงียบๆ จนเมื่ออาจารย์หนุ่มเดินผ่านไปแล้ว เสียงหัวเราะเบาๆจึงดังขึ้นจากอีกสี่คนนอกเหนือจากแมวและจิ้งจอกที่ทำได้เพียงถลึงตาใส่เพื่อนและคนสนิทของตน

 

 

 

            “ช่วงนี้ลำบากแย่เลยสิ”ยูมิลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังในขณะที่คอยแนะนำว่าควรสร้างโล่อย่างไรให้แข็งแรงทนทานและไม่เปลืองพลังเวท

 

            ดีไฮด์และเซออลจับคู่กับมินาคัสและแจนิวาล รุ่นน้องและรุ่นพี่แยกกันฝึกตามมุมต่างๆของห้อง เสียงโล่แตกดังพอๆกับเสียงพูดคุย ด้วยคนที่สร้างโล่ได้แล้วจะต้องรับการโจมตีจากรุ่นพี่ให้ได้ 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ ซึ่งโล่ของเด็กใหม่ส่วนใหญ่นั้นยังไม่ดีพอ บางคนหมดแรงจนฟุบกับโต๊ะ โดยมีรุ่นพี่คอยร่ายเวทฟื้นฟูให้อยู่ข้างๆ เมื่อร่างกายพอมีแรงก็ต้องลุกขึ้นมาสร้างโล่ต่อ

 

            แม้จะดูเป็นการฝึกสบายๆเพราะจาซันไม่ใช่คนเข้มงวด แต่เขาก็มิได้ผ่อนปรนลงเลยสักนิดแม้นักเรียนจะเหนื่อยอ่อนกันแล้ว เป็นการฝึกเพื่อเอาตัวรอด มิใช่แค่การเรียนเพื่อให้รู้เพียงเท่านั้น

           

            “เข้าเรียนที่นี่ก็ต้องลำบากอยู่แล้ว จะสบายได้ไง”

 

            ในเมื่อเป็นทรานส์นี่

 

            ท้ายประโยคแมวหนุ่มใช้เทเลพาทีเพื่อให้เพื่อนวัยเด็กได้ยินเพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่ายูมิลกลับเลิกคิ้วคล้ายนั่นไม่ใช่คำตอบที่ต้องการ

 

            “ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น หมายถึงเรื่องคืนจันทร์สีเลือด กับพ่อหมาป่าของนายโน่น”

 

            “อยากโดนโล่ฟาดปากหรือไง”ไม่ว่าเปล่าอาซาเอลยกโล่เวทมนตร์ขึ้นเตรียมกระแทกปากเพื่อนรักตามที่พูด

 

            “ไม่ใช่แบบที่ฉันคิดหรอกหรือ”ยูมิลเกาแก้มแก้เก้อ

 

            แม้รู้ดีว่าอาซาเอลหัวรั้น แต่จากข่าวลือที่ได้ยิน และท่าทีของอาซาเอลในคืนนั้น ก็คิดได้เพียงว่าความสัมพันธ์ของอาซาเอลกับคาดิเนียลนั้นไม่ธรรมดา

 

            ดูเอาเถิด ริ้วแดงๆบนแก้มเพื่อนเขาก็พอยืนยันได้อยู่

 

            แม้แต่พลังเวทก็พลอยระส่ำระสายไปด้วยแล้ว สงสัยจะต้องเปลี่ยนเรื่องก่อนโล่ของเจ้าแมวสกปรกจะแตกเป็นเสี่ยง

 

            “ตั้งสมาธิก่อนไอ้แมวสกปรก ฉันไม่ออมมือหรอกนะ”

 

            ทรานส์หนุ่มแยกเขี้ยวใส่เพื่อนรักที่กลายเป็นรุ่นพี่วางท่าเข้มงวด แม้อยากต่อล้อต่อเถียงแต่ภารกิจตรงหน้าก็ต้องทำให้สำเร็จ อาซาเอลกัดฟันรักษาระเบียบพลังเวทก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

            “มา ลองกัน”

 

            “ไม่สร้างบอลหรือ”จิ้งจอกเลิกคิ้วเมื่อเห็นโล่โค้งขนาดเกือบครึ่งทรงกลม

 

            นิสัยของอาซาเอลเกลียดความพ่ายแพ้เพียงใด ยูมิลย่อมรู้ดี หากเป็นอาซาเอลที่เขารู้จักคงเลือกที่จะสร้างบอลเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนนั้นมิได้ด้อยไปกว่าเพียวหรือไฮบ์

 

            “สร้างเท่าที่จำเป็น ไม่ถูกหรือ”ทรานส์หนุ่มขมวดคิ้วใส่คำถามประหลาดของเพื่อน ก่อนจะต้องขมวดคิ้วหนักขึ้นเมื่อยูมิลคลี่รอยยิ้มเต็มใบหน้า

 

            น่าเป็นห่วงน้อยลงหน่อยแล้วสินะ

 

            ยังมิทันได้เอ่ยปากก็ต้องเบิกตากว้างสบถเสียงหลงเพราะแรงอัดกระแทกที่โจมตีมาไม่ทันตั้งตัว ทิศทางพุ่งเข้าใส่หัวเขาโดยตรงจนแทบยกโล่ขวางไม่ทัน ยูมิลยิ้มร่าเมื่อเห็นสีหน้าขวัญหนีดีฝ่อของเพื่อนสมัยเด็ก เห็นปากบางๆนั่นอ้าพร้อมด่ากราดแต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นขบกรามแน่นเมื่อคลื่นกระแทกอีกระรอกพุ่งมาจากด้านข้าง

 

            อั่ก

 

          โล่กันได้ทัน แต่แรงกระแทกทำเอาร่างผอมโปร่งเสียหลักถอยไปหลายก้าว

 

            ที่บอกว่าไม่ออมมือนั่นไม่ได้โกหกสักนิด ริมฝีปากของยูมิลเหยียดยิ้มน่าขนลุกยามไล่ต้อนเขา

 

            เขากำลังโดนเพื่อนตัวเองไล่ล่า

 

            “สองครั้งแล้วนี่ ทำได้ไม่เลว”

 

            “ให้มันน้อยๆหน่อย...!!

           

            เพล้ง

           

            “ยูมิล!!

 

            อาซาเอลแหวลั่นเมื่อคราวนี้ลมกระแทกพุ่งมาจากด้านหลังทั้งที่เขายังพูดไม่จบประโยค จากการเสียหลักทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวก จะเคลื่อนโล่ไปรับการโจมตีจากด้านหลังนั้นทำไม่ได้ ทว่าร่างกายของทรานส์หนุ่มมิได้รับความเสียหาย เพราะเขาเลือกที่จะสร้างโล่แบนขนาดเล็กขึ้นรับเวทมนตร์ของยูมิลได้ทันท่วงที แม้โล่เล็กจะแตกทันทีที่สัมผัสแรงลมนั้น ทว่าโล่หลักยังคงสภาพอยู่

 

            “ตัดสินใจได้ดี”จาซันที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นเอ่ยชม เขาให้รับการโจมตีให้ได้ 3 ครั้ง แต่มิได้บอกว่าต้องใช้โล่เพียงอันเดียว

 

            ถือว่าไม่ผิดกติกา

 

            ทรานส์หนุ่มยิ้มขอบคุณอาจารย์ของตนก่อนจะตวัดสายตากลับมาที่คนผมแดงตรงหน้า

 

            “โกรธอะไรเล่า ฉันทำตามหน้าที่”จิ้งจอกหนุ่มถอยไปสองก้าวเมื่อโดนแมวขู่ฟ่อย่างเท้าเข้าหา

 

            “จะทำอะไรก็ฟังคนอื่นพูดให้จบก่อนสิโว้ย มีมารยาทบ้างไหมเนี่ย”หมัดแมวต่อยเข้าที่ท้องคนไร้มารยาทเบาๆอย่างเย้าแหย่เสียมากกว่า

 

            เสียงหัวเราะดังขึ้นก่อนจะกลายเป็นเสียงถอนหายใจ

 

            “ทำได้ยังไง”เอ่ยถามขณะเอนหลังพิงผนังหินอ่อนเย็นเฉียบ กวาดสายตามองโดยรอบที่การฝึกยังไม่จบลง คู่ไหนที่ทดสอบเสร็จสิ้นแล้วก็เริ่มจับกลุ่มคุยอย่างออกรส

 

            “ทำอะไร”ยูมิลเลิกคิ้วถาม

 

            “การควบคุมทิศทางแบบนั้น”

 

            “ก็เป็นเวทลมนี่ การเปลี่ยนทิศทางได้ดั่งใจเป็นคุณสมบัติของลม”เอ่ยพร้อมสร้างลมหมุนขึ้นกลุ่มหนึ่ง ก่อนจะขยับเปลี่ยนทิศทางมันด้วยปลายนิ้ว “สนใจหรือ”

 

            “เป็นธาตุที่ฉันควบคุมได้ดีที่สุด”

 

            ยูมิลพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

            “ไว้จะสอนให้”

 

            กรรรร

 

          เสียงขู่ในลำคอของสัตว์ป่าดังขึ้น นักเรียนในห้องตื่นตัวตั้งรับทันทีด้วยเสียงที่ได้ยินนั้นคล้ายกับเสียงของ หมาป่า

 

            “เกิดอะไรขึ้น”ทรานส์หนุ่มพึมพำ ชะเง้อคอมองฝ่ากลุ่มคนข้ามห้องไป หัวใจเต้นระทึกอยู่ในอกเพราะหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมา

 

            “ทรานส์ลอส”

 

            คำสั้นๆของมินาคัสที่เดินมายืนอยู่ใกล้ๆทำเอาอาซาเอลตัวชาวาบ

 

            มีทรานส์ลอสต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้งั้นหรือ ชะตากรรมของคนๆนั้นต่อจากนี้จะเป็นเช่นไรหนอ

 

            อาซาเอลมองตามร่างของจิ้งจอกอาร์กติกตัวน้อย ก้อนขนสีขาวฟูฟ่องในอ้อมแขนของรุ่นพี่คนหนึ่ง ซุกใบหน้าเข้ากับอกของคนอุ้ม

 

            ยังมีสติอยู่

           

            แต่ซ่อนใบหน้าไปก็เท่านั้น

 

            “พาเด็กคนนั้นไปห้องพยาบาลก่อน”จาซันเอ่ยกับคนอุ้ม

 

            “วันนี้ทุกคนทำได้ดีมาก แยกย้ายกันไปทานข้าวเที่ยงได้”

 

            อาจารย์หนุ่มเดินออกไปแล้ว คนอื่นๆก็เริ่มทยอยกันออกไป

 

            แม้ไม่มีใครเอ่ยอะไร แต่แววกระหายในตาของใครหลายคนที่มองตามจิ้งจอกอาร์กติกตัวนั้นกำลังทำให้อาซาเอลโกรธ แม้รู้ดีว่าไม่ควรโกรธ

 

            “ไปเถอะ”แรงตบบนบ่าจากมือหนาของเพื่อนสมัยเด็กเรียกสติคนกำลังกรุ่นโกรธได้ดี

           

            “ขอบใจ”

 

            รอยยิ้มบางๆระบายอยู่บนใบหน้าก่อนที่ยูมิล ดีไฮด์และเซออลจะเดินแยกตัวออกไป แม้จะทิ้งท้ายไว้ว่าจะได้พบกันอีกเร็วๆนี้แต่เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ก็มิได้บอกว่าเมื่อใด ทิ้งไว้เพียงสามสหายที่ตกอยู่ในความเงียบ ด้วยเหนื่อยอ่อนส่วนหนึ่ง และเพราะสีหน้าของอาซาเอลในตอนนี้อีกส่วนหนึ่ง

 

            “มันเป็นเรื่องของธรรมชาติ”เพียวหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเดินนำไปตามโถงทางเดิน มุ่งตรงออกจากตัวตึก

 

            “ไปเถอะ เรายังมีเรื่องต้องทำอีกนี่”อาซาเอลตบไหล่มินาคัสเบาๆ เพราะสายตาผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่มองมาอย่างห่วงใยนั้นทำให้ทรานส์แมวรู้ว่าเขาคงมีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าใดนัก

 

            บ่ายวันนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับการพักผ่อนสำหรับพวกเขา แม้ไม่มีวิชาเรียน แต่ต้นลูกกวาดที่พวกเขาจะต้องเก็บเกี่ยวให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้รออยู่ที่โรงเรือน

 

            ถ้าวันนี้เก็บเกี่ยวไม่ได้ พวกเขาคงซวยเต็มทีแล้ว เพราะต้องเก็บเกี่ยวอีกที ในวันพรุ่งนี้ที่จะเกิดจันทร์สีเลือด

 

            ถ้าเป็นเช่นนั้น คงเป็นพวกเขามากกว่าที่จะโดน เก็บ


hf

 

            “กลับเถอะน่า นี่ไม่ใช่เวลาที่นายจะออกมาเพ่นพ่านได้นะคาดิเนียล”

 

            ซากานเอ่ยเสียงเข้มกับเพื่อนรักที่พ่วงตำแหน่งจ่าฝูงของตนด้วยสีหน้าใกล้ถึงจุดเดือดเต็มที นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขาเอ่ยเตือนสติร่างสูงตรงหน้า ทว่าเจ้าของผมสีทรายยังคงนั่งนิ่งชันเข่าพิงประตูไม้ของห้องที่มีแต่กลิ่นอายของแมวเสียจนเขาคันจมูก

 

            ใจของเขานั้นอยากอยู่เคียงข้างจัสตินเหนือสิ่งอื่นใด แต่เมื่อคาดิเนียลออกมาเดินเตร่นอกห้องในยามนี้ ตัวเขาที่ถูกฝากฝังให้คุ้มกันลูกชายคนรองของตระกูลก็ย่อมต้องทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มความสามารถ แม้เหตุผลที่คนถูกหมายหัวออกมาเดินล่อเป้าจะน่าหงุดหงิดไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าซากานจะไม่เข้าใจ

 

            ตั้งแต่เมื่อเย็นวานที่อาจารย์แบคอนแจ้งข่าวการโดนทำร้ายจนต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในห้องพยาบาลของอูจีสและการหายตัวไปของไฮซัน คาดิเนียลก็มีสีหน้าไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัดที่อีกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวแล้วแม้จันทร์สีเลือดจะยังไม่มาถึง บรรยากาศภายในห้องพักพิเศษนั้นตึงราวกับยางที่โดนดึงจนจวนเจียนจะขาด มิใช่เพียงความคับแค้นที่มีต่อลูกฝูงไร้สมองของคาเดฮัส แต่เป็นอัยที่ตกอยู่ในห้วงความหึงหวง พาลพาโลก่นด่าอูจีสที่อยู่กับไฮซันตามลำพังลับหลังเขา ซ้ำยังมิอาจปกป้องกระต่ายตัวสำคัญของเขาได้ กระนั้นก็ยังห่วงเพื่อนที่เติบโตด้วยกันมาจนอารมณ์แปรปรวนเกินกว่าจะมีใครเข้าหน้าติด

 

            ว่ากันว่าคนใจเย็นเมื่อโกรธจัดนั้นควบคุมไม่ได้ราวพายุ เห็นจะจริง

           

ทว่าบรรยากาศทะมึนนั้นเทียบไม่ได้เลยกับเมื่อคืนที่ไฮซันกลับมาพร้อมสีหน้าตื่นตระหนกพร้อมกับการแจ้งข่าวว่ามีคนโดนลูกหลงเพราะเข้ามาช่วยเขาเอาไว้ พายุลูกใหม่พัดโหมกระหน่ำในใจของคาดิเนียล จ่าฝูงของเขาคงไม่กระเสือกกระสนออกจากห้องทั้งที่ใบหน้าซีดไร้สีเลือดเช่นนี้หากคนๆนั้นมิได้มีนามว่า อาซาเอล

 

            เดิมทียามเด็กหนุ่มคนนี้ดื้อแพ่งก็มีเพียงอัยที่พอปรามกันได้ ตอนนี้แม้แต่อัยก็ไม่อยู่ในอารมณ์จะใจเย็นกับสิ่งใด ซ้ำอาจารย์แบคอนยังเรียกตัวไฮซันไปชี้ตัวรุ่นพี่ที่ทำร้ายเขาและอูจีส อัยกับฮาบัสจึงตามไปด้วยเพื่อปกป้องกระต่ายตัวน้อยและเยี่ยมไข้เพื่อนที่ยังเจ็บหนักอยู่ในห้องพยาบาล

 

            เมื่อเหลือเพียงซากานและคาดิเนียล ผลจึงจบลงที่หมาป่าหนุ่มทั้งสองมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าห้องทรานส์ตระกูลแมวได้เกือบชั่วโมงแล้ว คาดิเนียลรู้ดีว่าวันนี้มีเรียนเพียงครึ่งวัน แต่เจ้าของห้องก็ไม่มีท่าทีจะกลับมาเสียที เช่นนั้นเขาจึงยิ่งร้อนใจ

 

            หากเกิดอะไรขึ้นกับอาซาเอล ต่อให้ร่างกายเป็นผักเช่นนี้ ก็จะตามล่าคนที่ทำร้ายแมวของเขาจนกว่ามันผู้นั้นจะกลายเป็นศพ

 

            “อย่าให้ฉันต้องลากคอนายกลับเข้าห้องนะเพื่อน”

 

            ความอดทนของซากานหมดลงแล้ว เช่นเดียวกับคาดิเนียล

 

            “อาซาเอลยังไม่กลับ”น้ำเสียงแหบแห้งของไฮบ์ตระกูลหมาป่าที่ร่างกายใกล้แตกสลายเต็มทีเป็นที่น่าเวทนาของคนมอง สภาพของคาดิเนียลนั้นต่อให้ซากานใช้แรงเพียงสามส่วนก็คงหิ้วคอกลับเข้าห้องได้สบาย แต่แววตาวาวโรจน์นั่นยังน่าเกรงขามเกินกว่าลูกฝูงจะขัดใจ

 

            “เขาอาจจะมีชั้นเรียนพิเศษของทรานส์”

 

            “ไม่ใช่ในยามนี้ซากาน ใครต่างก็รู้ดีว่าชั้นเรียนของทรานส์ทั้งหมดถูกยกเลิกเพื่อความปลอดภัย”คาดิเนียลกัดฟันกรอดเพราะความแห้งผากในลำคอทำให้เขารู้สึกทรมาน แท้จริงแล้วภายในร่างกายของเขากำลังรู้สึกเหมือนมีทะเลทรายกำลังขยายวงกว้างขึ้นทุกที พลังเวทของเขาแห้งเหือดจนเพียงหายใจยังลำบาก

 

            “ไม่ใช่แค่ทรานส์หรอกที่จะเป็นอันตราย ตัวนายเองเสี่ยงยิ่งกว่าใครทำไมถึงยังไม่รู้ตัว”

 

            ไม่ใช่ไม่รู้ตัว

 

            ไม่ใช่ไม่เข้าใจสิ่งที่ซากานบอก

 

            แต่หากไม่ได้เห็นกับตาว่าอาซาเอลยังปลอดภัยดี การข่มตานอนก็ยากเย็นขึ้นไปอีก เสียงคำรามของจัสตินยังไม่ทำให้เขาปวดร้าวได้เท่ากับจินตนาการมากมายที่ผุดขึ้นมาเพียงแค่นึกไปว่าไอ้พวกเศษสวะพวกนั้นทำอะไรกับอาซาเอลได้บ้างเพียงเพื่อยั่วยุเขา

 

            เสียงจอแจของนักเรียนที่ทยอยกลับมายังหอพักเริ่มดังขึ้นทุกที ซากานข่มอารมณ์คุกรุ่นก่อนจะค่อยๆพยุงคนที่นั่งอยู่กับพื้นขึ้น ไม่คิดถามความเห็นจากคาดิเนียลอีก ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องพาคนๆนี้กลับห้องก่อนที่จะมีคนอื่นมาเห็นสภาพเช่นนี้ของจ่าฝูงตน ด้วยความรีบร้อนซากานจึงมิทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่าคนดื้อรั้นเค้นพลังเวทที่มีน้อยนิดใส่กระดาษสีเทาที่พับซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะหย่อนมันลงที่หน้าประตูห้องของทรานส์ตระกูลแมว

 

            จดหมายภูตรูปหมาป่าแทรกตัวเข้าไปตรงช่องว่างเล็กๆระหว่างขอบประตูกับพื้น นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นเพราะมิอาจเข้าไปภายในห้องได้หากเจ้าของไม่อนุญาต ในขณะที่คนส่งถูกพยุงกึ่งลากไปตามระเบียงสู่ปีกตะวันตกของหอพัก

 

hf

 

            สามสหายเดินห่างออกจากอาคารเรียนด้วยความระมัดระวัง มินาคัสเดินนำหน้าลูกแกะสองตัวที่มองซ้ายมองขวาอย่างน่าเอ็นดูทั้งคู่ห่อไหล่เพราะลมหนาวที่ปะทะร่าง คนตัวสูงที่สุดเกือบจะหลุดขำออกมาเมื่อแจนิวาลเผลอขยับไปชนอาซาเอลจนทรานส์หนุ่มสะดุ้งโหยงคล้ายแมวเวลาตกใจ ทั้งคู่โวยวายใส่กันอยู่พักใหญ่จึงไม่ทันได้สังเกตว่าคนเดินนำกลั้นขำจนหน้าดำหน้าแดง

 

            ดูเหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนจะฝังใจคนช่างโวยวายทั้งสองมากทีเดียว

 

            สองข้างทางที่เคยเต็มไปด้วยสีแดงของใบไม้ยามฤดูใบไม้ร่วงบัดนี้ลำต้นเริ่มทิ้งใบร่วงกองอยู่บนพื้นเป็นพรมสีแดงหม่นๆ อากาศที่เคยหนาวเริ่มจะกลายเป็นยะเยือก ผู้รักษาสมดุลหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง แม้คนทั่วไปจะยังไม่รู้สึกถึงมันแต่เขารู้ดีว่าอากาศกำลังแปรเปลี่ยน อีกไม่นานคงมีการผลัดเปลี่ยนฤดูจากสารทฤดูเป็นเหมันตฤดูแล้ว เช่นนั้นกลางวันจะยิ่งสั้นกว่ายามค่ำคืน แม้ยามเที่ยงวันแสงของดวงตะวันก็อ่อนแรงลงไปมากแล้ว

 

            หน้าหนาวของดินแดนนี้ถือว่าโหดร้ายทีเดียว

 

            “ยังมีร่องรอยการต่อสู้อยู่เลย”เพียวหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสามเดินมาถึงหน้าโรงเรือน แจนิวาลมองไปยังต้นไม้ไร้ใบที่ลำต้นหักเสียหาย พุ่มไม้หนามแถวนั้นเละเทะไม่เหลือเค้าเดิมจนอดเบ้หน้าไม่ได้เมื่อจินตนาการถึงความเจ็บปวดของคนที่กลิ้งไปบนนั้น

 

            “สองคนนั้นมาทำบ้าอะไรแถวนี้ ขนาดฉันมาแทบทุกวันยังอดหวาดๆแถวนี้ไม่ได้ ทั้งเงียบ ทั้งทึบ”อาซาเอลมองรอบตัวแล้วทำสีหน้าแหยงๆ

 

            “คู่รักย่อมอยากหาที่เงียบๆอยู่ด้วยกันมิใช่หรือ”

 

            อาซาเอลเลิกคิ้วมองแจนิวาล ดูเหมือนเพื่อนคนนี้จะรู้เกี่ยวกับข่าวซุบซิบนินทาดีเสียจริง ทว่ามินาคัสก็ทำให้รู้ว่าบางครั้งเรื่องซุบซิบก็มิได้เป็นความจริงเสมอไป

 

            “พวกเขาโดนไล่ต้อนมาจากเรือนกระจก ดูเหมือนจะไปช่วยดูแลต้นไม้แทนเวรของคาดิเนียล”

 

            “เรือนกระจกที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มกับดอกไม้หอมๆย่อมเป็นสถานที่ออกเดทที่ดีกว่าแถวนี้”แจนิวาลพยักหน้ากับตัวเอง ยังคงยึดมั่นกับข่าวรักสามเศร้าในฝูงหมาป่าที่ตนได้ยินมา ไม่สนใจสายตาของอีกสองคนที่มองมาอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความช่างจินตนาการของคนตัวเล็ก

 

            ประตูโรงเรือนถูกผลักเข้าไปช้าๆ เสียงไม้ลั่นเพราะความเก่าทำให้สามสหายคิดว่าแทนที่จะทำความสะอาด ซีมอสควรทุบแล้วสร้างใหม่เสียดีกว่า

 

กล่องกระจกขนาดสองฟุตวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาว ด้านในปรากฏสภาพอากาศหลากหลายรูปแบบบ้างเป็นทะเลทราย บ้างมีหิมะตก บ้างเกิดฝนโปรยปราย ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากพลังเวทของพวกเขาทั้งสาม โดยมีมินาคัสที่มีสัมผัสดีเยี่ยมเกี่ยวกับสภาพอากาศคอยควบคุมเป็นหัวเรือใหญ่

 

            กลิ่มหอมหวานที่กระจายออกมาทำเอาคนชื่นชอบของหวานอย่างแจนิวาลน้ำลายสอ ผลรูปทรงกลมเล็กๆคล้ายลูกกวาดสีเขียวอ่อนติดอยู่กับปลายกิ่งของแต่ละต้น หากสุกงอมแล้วจะมีสีสันและรสชาติแตกต่างกันไป ตามหนังสือกล่าวไว้ว่ายามที่มันยังเป็นผลอ่อนจะมีรสเปรี้ยวเสียจนกินไม่ได้

 

            แจนิวาลนำขวดแก้วสีใสหลายขวดออกมาจากถุงผ้า วางเรียงไว้บนโต๊ะข้างๆกล่องกระจกใบแรก

 

            “กว่ายาจะออกฤทธิ์ใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง แต่ผลไม้จะสุกงอมเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวเมื่อไรขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ เพราะงั้นเผื่อเวลาไว้ว่าเราอาจจะกลับเข้าหอไม่ทันเวลาปิดประตู”เพียวหนุ่มเอ่ยขณะแจกจ่ายขวดแก้วให้สหายทั้งสอง วิธีใช้ยาเร่งผลผลิตเพียงแค่หยดลงบนผลไม้โดยตรงและรอเวลา ทว่าความยากอยู่ที่ขณะเปิดกล่องจะต้องใช้พลังเวทคงสภาพอากาศเอาไว้ครู่หนึ่ง หากพลาดเพียงนิดต้นลูกกวาดจะยืนต้นตายดังที่พวกเขาพลาดมาแล้วหลายครั้ง

 

            อาซาเอลรับขวดแก้วมาแล้วมองหน้าแจนิวาลอย่างครุ่นคิด เพราะสถานการณ์ในช่วงนื้ทำให้เวลาปิดประตูหอร่นเข้ามาอยู่ที่หกโมงตรง โทษของคนที่กลับเข้าหอไม่ทันยกระดับร้ายแรงขึ้นเพื่อขู่พวกที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว

 

            และดูเหมือนพวกเขาสามคนก็เข้าข่ายพวกชอบหาเรื่องใส่ตัวเสียด้วย

           

            เรื่องเวลาเป็นสิ่งที่พวกเขากังวลมาตั้งแต่ต้น เดิมทีจะขาดเรียนวิชาเวทมนตร์เบื้องต้นเพื่อมาที่นี่แต่เช้า แต่เพราะเมื่อวานเกิดเหตุรุนแรงขึ้นบริเวณนี้ ตอนเช้าจึงเต็มไปด้วยพวกกรรมการนักเรียนที่มาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและเก็บหลักฐานต่างๆ พวกเขาจึงต้องถอดใจ เพราะหากใครเห็นว่าเด็กใหม่ปรุงยาเร่งผลผลิตใช้กันเองต่อให้ไม่ถึงกับโดนลงโทษแต่เรื่องก็คงถึงหูอาจารย์กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีก แม้แจนิวาลจะชื่นชอบการเป็นจุดสนใจ แต่การโดนเรียกเข้าห้องอาจารย์ซีมอสก็ถือเป็นยาขมที่อยากหลีกเลี่ยง

 

            “งั้นนายกลับไปก่อน พวกเราสองคนแปลงเป็นแมวแอบเข้าทางหน้าต่างได้”

 

            อาซาเอลเสนอแนวทางที่ทำให้เพียวอย่างแจนิวาลไม่ต้องรับโทษ มินาคัสลักลอบเข้าออกหอพักบ่อยเสียจนรู้เส้นทางปลอดภัยมากมาย คงไม่ยากหากเขาจะแปลงกายแล้วทำตัวสงบเสงี่ยมตามผู้รักษาสมดุลเข้าหอพักไปอย่างเงียบๆ

 

            เพียวหนุ่มมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการรักษาสภาพทะเลทรายในกล่องตรงหน้าพยักหน้ารับน้อยๆ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธทางเลือกนี้ เพราะเขาก็ไม่ได้อยากโดนลงโทษ

 

            เพียวเพียงคนเดียวปิดกล่องกระจกกล่องแรกอย่างเบามือก่อนจะหันมามองอีกสองคนที่มีสีหน้าจริงจังกับงานตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงเข้มอย่างที่ไม่ได้ใช้บ่อยนัก “ถ้ามันกินเวลานานเกินไป พวกนายต้องทิ้งมัน อย่าเสี่ยงอยู่ข้างนอกในเวลาหลังสามทุ่ม อย่างไรเสียนี่ก็ใกล้คืนจันทร์สีเลือดแล้ว เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นคืนนี้จะไม่นับเป็นการตั้งใจทำร้ายร่างกาย มันจะกลายเป็นเหตุสุดวิสัย”

 

            ใบหน้ากลมป้อมพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่ออีกฝ่ายขานรับ

 

            แม้อยากทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วง แต่พวกเขารู้ดีว่ามันไม่คุ้มกับการเอาชีวิตเข้าแลก ทำให้ดีที่สุดโดยรักษาชีวิตไว้ได้คือเป้าหมายของพวกเขา

 

            “เฮ้ นี่อะไรเนี่ย”

 

            อีกสองคนหันไปมองตามเสียงของอาซาเอลและพบว่ามุมกล่องที่อยู่ตรงหน้าทรานส์หนุ่มนั้นปรากฏร่องรอยบางอย่าง มันคือรอยแตกเล็กๆแม้ไม่ถึงกับทะลุทำให้ด้านในเสียหายแต่ก็เห็นได้ชัดเจน

 

            “รอยกัด”มินาคัสที่เสร็จจากงานของตัวเองเดินมาดูใกล้ๆก่อนจะบอกสิ่งที่ทำให้อาซาเอลต้องก้มลงไปมองใกล้ๆ

 

            รอยกัดเล็กๆแต่กัดย้ำๆจนผิวของกล่องบิ่นไป นี่มันรอยกัดที่เกิดจากสัตว์ฟันแทะ

 

            “เจ้าอ้วนนั่นทนรอไม่ไหวแล้วมั้ง”อาซาเอลพูดกลั้วหัวเราะเมื่อนึกถึงเจ้าหญิงของอาจารย์ซีมอส

 

            แม้ไม่คิดว่าท่าทางหยิ่งๆแบบนั้นจะทนกลิ่นหอมหวานไม่ไหวจนมาแทะกล่อง แต่พอคิดไปถึงหุ่นอ้วนกลมของเจ้าสัตว์พิทักษ์นั่นแล้วก็ช่างห่างไกลคำบอกเล่าของเจ้าของที่ว่ามันเลือกกินเสียเหลือเกิน บางทีเจ้าแคนดี้อาจจะแอบกินจุกจิกลับหลังอาจารย์ซีมอสก็เป็นได้

 

            เด็กหนุ่มทั้งสามเร่งมือเพื่อให้งานเสร็จโดยเร็ว แม้หลายกล่องจะมีรอยแทะแต่ก็ไม่ได้รับความเสียหาย หลังจากหยดน้ำยาลงบนผลทุกผลอย่างระมัดระวังก็กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง ท้องของแต่ละคนเริ่มส่งเสียงประท้วงเพราะพวกเขารีบเกินกว่าจะแวะทานอาหารเที่ยงที่โรงอาหารกลาง โชคดีที่เมื่อเช้ามินาคัสเสนอให้แต่ละคนเก็บอาหารทานง่ายๆจากโรงครัวหอพักมาคนละอย่างสองอย่าง เด็กหนุ่มทั้งสามจึงเริ่มตั้งวงปิคนิคเล็กๆเพื่อปลอบประโลมท้องที่หิวโหย

 

            เมื่อมีกลิ่นหอมหวานของผลลูกกวาดเป็นฉากหลังก็ถือเป็นการปิคนิคที่บรรยากาศดีไม่น้อย

 

            “พวกนายคิดว่าเมื่อคืนใครเป็นคนช่วยพวกเราไว้กัน”อาซาเอลเปิดประเด็นหลังจากกลืนแซนวิชที่ทาแยมสตรอเบอร์รี่จนชุ่ม

 

            แม้แจนิวาลจะยังไม่กลืนขนมปังไส้ครีมหอมๆแต่ประเด็นสนทนาที่น่าสนใจก็ทำให้เขาลืมมารยาทบนโต๊ะอาหารไปเสียแล้ว เพียวหนุ่มแสดงความคิดเห็นด้วยแก้มตุ่ยๆที่มีอาหารอยู่เต็ม “ฉันมั่นใจว่าพลังระดับนั้นไม่น่าใช่นักเรียน”

 

            “อาจารย์สักคนในกลุ่ม กบหชตหรือ”

 

            มินาคัสถึงกับถอนหายใจเมื่ออาซาเอลเอ่ยชื่อย่อสิ้นคิดของกลุ่มกบฏแห่งเชนโตออกมาหน้าตาเฉย

 

            “ฉันไม่คุ้นกับพลังเวทเช่นนั้น”การตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ของมินาคัสทำให้รอยย่นที่หัวคิ้วของคนฟังชัดขึ้นไปอีก ถ้ามินาคัสไม่คุ้นก็คงไม่ใช่คนที่พวกเขาเคยพบ เช่นนั้นใครกันทำตัวเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยพวกเขาไว้ในยามวิกฤตซ้ำยังไม่เปิดเผยตัวตน

 

            อาซาเอลกังวล เพราะเขาอาจเห็นความผิดปกติในดวงตาก็ตนก็เป็นได้

 

            ดวงตาสองสีที่ใครเห็นก็ต้องรู้ถึงตัวตนที่เขาเป็น

 

            “อย่างน้อยเขาก็คงไม่ได้คิดร้าย เพราะหากคิด...”แจนิวาลจงใจปล่อยปลายประโยคให้ว่างเปล่าขณะมองไปที่อาซาเอลแล้วยกนิ้วขึ้นมาทำท่าปาดคอพอให้รู้กัน

 

            ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนของผู้อำนวยการและรู้เห็นเรื่องภาชนะที่สอง ด้วยพลังระดับนั้นอาซาเอลคงหายสาบสูญไปเสียตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

            บทสนทนาจบลงพร้อมกับมื้ออาหาร ในขณะที่มินาคัสนั่งนิ่งๆอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง แจนิวาลก็เดินตรวจสอบความคืบหน้าของน้ำยาเร่งผล

 

            อาซาเอลกวาดสายตาไปรอบๆอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะต้องหันควับไปยังคานไม้ของโรงเรือน เช่นเดียวกับมินาคัส สองทรานส์สบตากันก่อนที่อาซาเอลจะกระโดดตัวลอยและแปลงกายเป็นแมวดำเสียกลางอากาศ ฉับพลันร่างเล็กจ้อยสีดำสนิทก็ขึ้นไปยืนอยู่บนคานไม้เหนือหัวแจนิวาล ทำเอาเพียวหนุ่มเบิกตากว้างเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

 

            เสียงขลุกๆดังขึ้นเหมือนแมวกำลังไล่จับหนูอยู่บนฝ้า ไม่กี่อึดใจถัดมาแมวที่ว่าก็กระโดดแผล็วลงมาเหยียบพื้นในร่างของหนุ่มรูปงามที่มีหยากไย่ติดตามผมจนดูน่าขำ เด็กหนุ่มกวาดใยแมงมุมออกจากผมตัวเองด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

 

            “ตามไม่ทัน”

 

            “ตามอะไร ทำอะไรของนายตกอกตกใจหมด”แจนิวาลชักสีหน้าใส่

 

            “มีบางอย่างอยู่บนคาน”อาซาเอลชักสีหน้ากลับ ทำให้เพียวหนุ่มเงยมองเหนือหัวตัวเองเพื่อมองหาบางอย่างที่อาซาเอลว่า

 

            “มันหนีไปแล้ว พลาดไปนิดเดียวแท้ๆ”อาซาเอลเข่นเขี้ยวเพราะเสียดายที่ล่าพลาด มันปราดเปรียวและตัวเล็กกว่าเขาทำให้มุดลอดช่องตรงหลังคาออกไปได้ และเขาก็ไม่ได้อยากออกไปอวดโฉมในร่างของแมวเสียเท่าไรจึงมิได้ตามออกไป

 

            “ไม่ใช่เจ้าแคนดี้รึ”มินาคัสเอ่ยถามและได้คำตอบเป็นการส่ายหน้า

 

            “มันมีหางเป็นพวง ขนสีแดง”อาซาเอลอธิบายตามที่ตนเห็น เพราะอีกฝ่ายเร็วมากเสียจนเกือบมองไม่ทัน แต่จุดเด่นก็คือหางฟูๆสีแดงที่ปัดผ่านหน้าเขาไปเพียงเสี้ยววินาที

 

            ทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะหันไปมองกล่องกระจก

 

            บางทีผู้ต้องหาคดีแทะกล่องคงมิได้มีเพียงหนึ่ง

 

            “สัตว์ป่า สัตว์พิทักษ์ หรือทรานส์”เพียวหนุ่มเอ่ยถาม ทว่าสีหน้าของทรานส์ทั้งสองบ่งบอกว่าพวกเขาก็ไม่รู้เช่นกัน

 

            ได้แต่ภาวนาว่ามันคงเป็นสัตว์ป่าที่หลงเข้ามาเพราะกลิ่นหอมหวานของต้นลูกกวาด ผลไม้ชนิดนี้เป็นที่ชื่นชอบของสัตว์มากมายเพราะรสชาติและคุณค่าทางอาหารที่สูงลิ่ว หากจะมีสัตว์สักตัวสองตัวเดินตามกลิ่นเข้ามาก็คงไม่แปลก

 

            ทว่ามินาคัสมิได้คิดเช่นนั้น โรงเรือนแห่งนี้มีอาณาเขตของซีมอสปกคลุมอยู่จางๆ เป็นเขตแดนคล้ายกับที่ตึกภาคศิลป์คือมีเพื่อป้องกันการบุกรุก พวกเขาเข้ามาได้ก็เพราะอาจารย์หนุ่มอนุญาต

 

            แล้วเจ้าหางเป็นพวงนั่นเข้ามาได้อย่างไร หรือเขตแดนนี้ป้องกันการบุกรุกของมนุษย์เท่านั้น

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มเก็บงำความสงสัยไว้ภายในเพราะไม่อยากให้อีกสองคนเป็นกังวลไปมากกว่านี้

 

           

            ...

 

            เวลาล่วงเลยจนความมืดโรยตัวลงปกคลุมทั่วบริเวณ อุณหภูมิลดฮวบเสียจนร่างกายปรับตัวแทบไม่ทัน มินาคัสจุดดวงไฟเวทขึ้นให้ความอบอุ่นและแสงสว่างภายในโรงเรือนที่บัดนี้ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของผลไม้ใกล้สุกงอม บางผลเริ่มมีสีสันขึ้นมาแล้ว ถือเป็นข่าวดีว่าพวกเขาคงไม่ต้องรอนานนัก ทว่าตามแผนที่วางไว้แจนิวาลคงมิอาจอยู่รอได้ ด้วยเวลาใกล้หกโมงเข้าไปทุกที

 

            เพียวหนุ่มบอกลาพร้อมกำชับหนักแน่นว่าหากมีเหตุไม่คาดฝันให้เอาตัวรอดมากกว่าปกป้องต้นไม้เหล่านี้ในขณะที่ทรานส์ทั้งสองก็เอ่ยย้ำให้เพียวหนุ่มระวังตัว เพราะแม้จะยังไม่ค่ำมืดแต่แสงธรรมชาติได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เส้นทางจากโรงเรือนกลับหอพักใช่จะใกล้ ไม่มีอะไรการันตีว่าคนที่ต้องเดินกลับคนเดียวจะไม่เจออะไรกลางทาง

 

            อาซาเอลเหลือบมองสีหน้าของผู้รักษาสมดุลที่กระวนกระวายอยากเดินไปส่งเขาเสียเหลือเกินจนอดไม่ได้ต้องกระทุ้งศอกเข้าที่สีข้างเพื่อนเบาๆพยักเพยิกคล้ายจะถามว่าจะยืนนิ่งอยู่ตรงนี้จริงหรือ

 

            มินาคัสยกกำปั้นขึ้นเขกกะโหลกคนช่างล้อเข้าเบาๆเสียหนึ่งที

 

            “นายน่าเป็นห่วงกว่าเขาเยอะ ขืนปล่อยนายไว้คนเดียวมีหวังจุดไฟเผาโรงเรือนเสียกระมัง”

 

            ทรานส์หนุ่มหน้ายุ่งเพราะอีกฝ่ายกล่าวหาราวเขาเป็นเด็กเล็ก แต่เมื่อคิดอีกทีก็ไม่กล้าการันตีหรอกนะว่าเขาจะไม่ทำอะไรเสียหาย ใครจะไปรู้เล่าว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากมีใครจู่โจมกะทันหันอาซาเอลก็ไม่เกี่ยงหากต้องขังมันผู้นั้นไว้ในโรงเรือนแล้วจุดไฟเผาเสียให้วอดกันไปข้าง

 

            นั่งๆนอนๆเดินๆกันอยู่อีกพักใหญ่เสียงสวรรค์ก็ดังขึ้น

 

            ตุบ

 

          เสียงเบาๆดังลอดมาจากในกล่องกระจก เมื่อหันไปมองก็พบว่าเมล็ดกลมๆหลากสีสันทยอยหลุดจากขั้วร่วงลงบนพื้นดินพื้นทรายในกล่องล้อแสงจากดวงไฟเป็นประกายไม่ต่างจากอัญมณีสีสวย ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไม่น้อย

 

            ทว่าก็มีบางต้นที่ให้ผลซึ่งดูไม่น่าไว้วางใจ

 

            ตามที่หนังสือกล่าวไว้ว่าผลลูกกวาดนั้นเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ สภาพดิน หรือแม้แต่ปริมาณสารอาหารที่ได้รับ เช่นนั้นก็มีบ้างที่ผลของมันจะกลายเป็นพิษตามสภาพที่เหมาะกับการเจริญเติบโตเป็นผลไม้พิษ

 

            ข่าวร้ายคือหนังสือไม่ได้บอกไว้ว่าปัจจัยที่ทำให้ผลเกิดพิษนั้นคืออะไร ทว่าสัตว์ป่ามีสัญชาตญาณในการเลือกกิน มีบ้างที่พลาดท่าเผลอกินผลพิษเข้าไป แต่พิษจากผลลูกกวาดมิได้ร้ายกาจไปกว่าการทำให้สัตว์ใหญ่ลิ้นชาหรือเกิดอัมพาตชั่วคราวในสัตว์ตัวเล็กๆ

 

            กระนั้นก็ยังมีสัตว์บางชนิดที่ชื่นชอบผลพิษของมัน คงคล้ายคนที่ชอบกินเผ็ดแม้จะทำให้ปวดแสบปวดร้อนตั้งแต่ปากจนถึงท้องแต่ก็ยังหยุดกินไม่ได้ เช่นนั้นพวกเขาจึงต้องเก็บเกี่ยวผลไม้ทั้งหมดใส่ถุงไป ปล่อยให้หน้าที่การเลือกเป็นของผู้บริโภคอย่างเจ้าแคนดี้

 

            ถุงเวทมนตร์เล็กๆหลายใบถูกใช้ในการเก็บผลไม้จากแต่ละต้นแยกกัน เส้นใยของมันถูกเคลือบไว้ด้วยเวทหน่วงเวลาเพื่อใช้ถนอมอาหาร ผลของต้นลูกกวาดนั้นละลายได้ง่ายไม่ต่างจากลูกกวาดจริงๆ ผลไม้ชนิดอื่นอาจเน่าเสีย แต่ผลพวกนี้จะละลายกลายเป็นน้ำหนืดๆและรสชาติจะค่อยๆจืดลงตามเวลาหากไม่เก็บรักษาอย่างถูกวิธี

 

            ถุงแล้วถุงเล่าถูกวางไว้บนโต๊ะในขณะที่ต้นของมันทยอยเหี่ยวแห้งไป นี่คือผลข้างเคียงของการใช้น้ำยาเร่งผล ต้นลูกกวาดทั่วไปหากรักษาสภาพโดยรอบไว้ได้ก็จะเก็บเกี่ยวได้หลายหน แต่ทว่าผลของน้ำยาทำให้พวกมันให้ผลผลิตได้เพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น นั่นหมายความว่าหากครั้งนี้พลาด เห็นทีพวกเขาจะต้องรับบทลงโทษอื่นแทนเสียแล้ว

 

            เฮ้อ

 

            เสียงถอนหายใจของอาซาเอลดังขึ้นเมื่อมินาคัสเก็บผลจากต้นสุดท้ายเสร็จ หนุ่มน้อยแมวดำยืนเท้าเอวมองต้นและใบที่หลุดร่วงไปอย่างเสียดาย พลังเวทที่ทุ่มเทไปตลอดหลายวันมลายหายไปสิ้นในชั่วพริบตา

 

            “ยังไม่เสร็จนะ ต้องเก็บกวาดก่อน”มินาคัสตบบ่าคนที่สีหน้าบ่งบอกว่าอยากกลับไปนอนเต็มทีแล้ว

 

            เวลาตอนนี้ก็เกือบสองทุ่ม มินาคัสเริ่มกังวลเพราะไม่อยากอยู่ข้างนอกนานนัก แต่การทิ้งเศษซากที่อัดแน่นไปด้วยพลังเวทของพวกเขาไว้ท่ามกลางหมาป่าที่ประสาทสัมผัสพัฒนาจนถึงขีดสุดก็มิใช่เรื่องสมควร ในคืนจันทร์สีเลือดพวกนั้นสามารถแยกแยะว่าเจ้าของเศษเสี้ยวพลังเวทเหล่านี้เป็นทรานส์หรือไม่ แข็งแกร่งเพียงใด และแน่นอนว่าหากหมาป่าตนใดได้กลิ่นพลังเวทที่หลงเหลือในดินพวกนี้เข้าคงไม่ลังเลที่จะบุกไปหาเขาและอาซาเอลจนถึงห้องนอน

 

            เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นของเนื้อชั้นดีเลยทีเดียว

 

            เด็กหนุ่มทั้งสองก้มๆเงยๆอยู่กับการเทดินทั้งหมดลงในหลุมกำจัดขยะที่มีระบบเผาไหม้ด้วยไฟเวทของอาจารย์ซีมอสผู้เป็นเจ้าของ ไฟสีน้ำเงินเหล่านี้อุณหภูมิสูงและไม่ทำให้เกิดควัน จากนั้นก็เก็บกล่องกระจกทั้งหมดมาล้างด้วยน้ำในบ่อเล็กๆที่มุมหนึ่งของห้อง เป็นบ่อน้ำแบบเดียวกับที่มีในเรือนกระจก น้ำในบ่อแห่งนี้จะไม่มีวันแห้งเหือด ทุกครั้งที่ระดับน้ำลดลงจะมีน้ำไหลออกมาเติมอยู่ตลอดเวลา ใช้รดน้ำและทำความสะอาดได้อย่างหมดจด เพราะบางครั้งน้ำยา ปุ๋ย ผลและยางของต้นไม้ก็เป็นพิษ ผู้แตะต้องสามารถใช้น้ำนี้ชำระสิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ตามผิวหนังออกได้ มันล้างได้แม้กระทั่งร่องรอยของพลังเวทปริมาณน้อยๆ ซึ่งพลังเวทที่หลงเหลืออยู่บนกล่องกระจกก็ไม่ได้มากมายอะไร

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นในความเงียบเพราะความเหนื่อยล้าทำให้ความช่างพูดของอาซาเอลลดลง

 

            เช่นนั้น เมื่อเกิดการเคลื่อนไหว ประสาทของทรานส์ทั้งสองจึงตื่นตัวทันที

 

            แกรบ

 

          ภาพที่ทั้งสองเห็นคือกระรอกสีแดงตัวโตนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนโต๊ะไม้ มันมีขนปลายหูยาวและขนหางเป็นพวงน่าลูบ ดูน่ารักน่าชังไม่น้อยหากมิใช่เพราะมันกำลังคาบถุงผ้าหน้าตาคุ้นๆไว้ในปากหนึ่งถุงและกำลังยัดอีกถุงลงถุงหน้าท้องของมัน จากสภาพที่ยัดลงไปจนเกือบหมดเหลือแค่ใบเดียวเช่นนั้นบ่งบอกว่ากระเป๋าหน้าท้องนั่นเกิดจากการวิวัฒนาการด้วยเวทมนตร์

 

            กระรอกตัวนี้เป็นสัตว์เวท

 

            ซ้ำยังเป็นขโมยอีกด้วย!

 

            อาซาเอลที่จำได้ดีว่ามันคือเหยื่อที่เขาล่าพลาดไปกระโจนเข้าใส่ทันที สัตว์ตัวน้อยไหวตัวทันกระโดดหนีทั้งที่ถุงผ้ายังคาอยู่ในปาก กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วของมันลดลงเลย ฉับพลันทรานส์หนุ่มนึกถึงสิ่งที่เพิ่งร่ำเรียนขึ้นมาได้ ด้วยร้อนวิชาจึงคิดสร้างบอลกักขังผู้บุกรุกไว้ แต่สร้างได้แค่เพียงครึ่งบอลก็แตกเป็นเสี่ยงเพราะไม่มีสมาธิพอ กระรอกแดงเร่งฝีเท้าก่อนจะกระโจนผ่านรูแคบๆที่เกิดจากรอยแตกของแผ่นไม้ และสัญชาตญาณการล่าบวกกับความหงุดหงิดที่พลาดท่าในคราวแรกส่งให้อาซาเอลแปลงกายเป็นแมวดำกระโดดผ่านช่องแคบนั่นออกไปโดยมิได้ฟังเสียงเรียกด้วยความตกใจของมินาคัส

 

            “อาซาเอล!!

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มรู้สึกเหมือนสติจะแตกก็คราวนี้ กล่องกระจกเหลืออีกสองใบให้ล้าง ทว่าเจ้าทรานส์ตัวแสบนั่นหายลับไปจากสายตาเสียแล้ว

 

            เขามีทางเลือกไม่มากจึงต้องล้างกล่องกระจกอย่างลวกๆ ตรวจตราความเรียบร้อยภายในโรงเรือนภายในเวลาไม่กี่วินาทีก่อนจะดับดวงไฟเวทแล้วแปลงกายเป็นแมวสีสนิมกระโดดตามออกไป สี่เท้าตะกุยดินกระจายไปตลอดทางเพราะความรีบร้อน พยายามใช้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในการตรวจจับหาอาซาเอล แต่สิ่งที่เขาตรวจพบกลับทำให้ประสาทสัมผัสทั้งหมดตื่นตัวด้วยความตระหนก

 

            กลิ่นเลือดของแจนิวาล

 

            แม้เจือจางแต่เขามั่นใจว่าไม่ผิดพลาด

 

            เกิดอะไรขึ้น!!

 

            แมวป่าสีสนิมเปลี่ยนทิศทางในทันที กลิ่นเลือดนั้นลอยมาจากด้านของอาคารเรียน ในขณะที่ตัวตนของอาซาเอลไกลออกไปทางทะเลสาบ ทั้งสองอยู่ตรงข้ามกันทว่ามินาคัสไม่ลังเลที่จะมุ่งไปยังอาคารเรียนด้วยความเร็วที่ทำให้จมูกของเขาเจ็บเพราะลมหนาวปะทะหน้า

 

            แจนิวาลควรกลับไปยังหอพักซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่อาซาเอลอยู่ เหตุใดกลิ่นเลือดของเขาจึงมาจากฝั่งตรงข้าม หรือมีอะไรเกิดขึ้นทำให้เขาต้องหนีไปทางนั้น ความคิดของผู้รักษาสมดุลตีกันวุ่นวายเสียจนจับต้นชนปลายไม่ได้ รู้เพียงว่าต้องตามหาเจ้าของกลิ่นคาวโลหิตนี้ให้พบโดยเร็ว ไม่รู้ว่าที่กลิ่นเจือจางเช่นนี้เป็นเพราะปริมาณน้อยหรือเวลาผ่านไปนานกันแน่ แต่ไม่ว่าอย่างไรมันก็ทำให้คนที่เคยสุขุมเสมอพลันคิดอะไรไม่ออกขึ้นมา

 

hf

 

            แมวดำไล่กวดกระรอกแดงมาอย่างไม่ลดละ เสียงลมหวีดหวิวในโสทประสาทไม่ได้รบกวนสมาธิที่จดจ่ออยู่กับหางฟูๆตรงหน้า อาซาเอลมีสติพอที่จะลบพลังเวทของตนก็ก่อนที่กระรอกตัวจ้อยจะหยุดฝีเท้าเพียงไม่กี่วินาที

 

            ซ้ำจุดที่หัวขโมยเกาะอยู่นั่นยังเป็นบนไหล่ของใครคนหนึ่งเสียด้วย

 

            ราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัว

 

            อาซาเอลบอกไม่ได้ว่าเขาลบพลังเวทได้ทันหรือไม่ หรือคนๆนี้รับรู้ถึงตัวตนของเขาไปเสียแล้ว

 

            ดวงตาสีเหลืองเริ่มมองรอบตัวเพื่อหาทางหนี เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้ว่าตนเองวิ่งมาไกลถึงริมทะเลสาบที่อยู่ติดกับชายป่า สุดเขตแดนของสถาบันที่อนุญาตให้นักเรียนมาได้

 

            ดวงไฟเวทสีทองวูบไหวตามการเคลื่อนไหวของผู้เป็นเจ้าของ อาซาเอลขู่ฟ่อพร้อมถอยไปหลายก้าว ท่าทีเช่นนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี แมวหนุ่มคงตัดสินใจวิ่งหนีแล้วหากไม่ใช่เพราะเสียงหัวเราะทุ้มนุ่มนั้นแสนจะอ่อนโยน ราวกับเอ็นดูแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนอย่างระแวงระวัง

 

            ทรานส์หนุ่มมองสำรวจคนตรงหน้าที่ยืนขึ้นเต็มความสูงจากตอนแรกที่คล้ายกับกำลังนั่งชมจันทร์อยู่ริมทะเลสาบ

 

            แต่ใครเล่าจะมานั่งชมจันทร์ในเวลาเช่นนี้ ซ้ำยังใส่ชุดคลุมสีขาวขลิบทองบ่งบอกตำแหน่งใหญ่โตในสถาบัน ฮู้ดที่คลุมตั้งแต่ศีรษะและครึ่งใบหน้าของอีกฝ่ายทำให้อาซาเอลไม่สามารถบอกได้ว่าเขาหน้าตาเช่นไร

 

            แมวหนุ่มเคยเห็นอาจารย์ซาฮาลใส่เสื้อคลุมสีกรมท่าขลิบทองบ่งบอกตำแหน่งหัวหน้าคณาจารย์ แต่ไม่เคยเห็นใครใส่เสื้อคลุมสีขาวเช่นนี้ กระนั้นชายตรงหน้าก็ดูภูมิฐาน ทรงอำนาจ สูงส่ง ทว่าอ่อนโยน ดูได้จากการลูบหลังของกระรอกแดงอย่างรักใคร่ซ้ำยังเอ่ยดุเจ้าตัวน้อยด้วยน้ำเสียงฟังสบาย หากอาซาเอลเป็นกระรอกตัวนั้นก็คงมิได้รู้สึกผิดสักเท่าไรกับการตำหนิเช่นนั้น

 

            “ไปแกล้งอะไรเขามาหรือเรดเทล เกเรใหญ่แล้ว”

 

            เจ้าหางพวงไถหัวไปกับมือเจ้าของ ก่อนจะคายถุงผ้าที่คาบอยู่ลงบนมือใหญ่ราวกับอวดของเล่นที่หามาได้ ชายปริศานาแกะถุงผ้าออกดูก่อนจะส่งเสียงในลำคออย่างสนใจ

 

            “ของเธอหรือ”อีกฝ่ายเอ่ยถาม อาซาเอลชั่งใจก่อนจะยืนนิ่งคล้ายฟังไม่เข้าใจ

 

            “ของเธอหรือ”เขาเอ่ยถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงนั้นเจือมากับพลังเวทบางเบาอย่างที่ผู้ฝึกสัตว์เวทชอบใช้กันยามสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงของตน และนั่นทำให้อาซาเอลเบิกตาโต เพราะพลังเวทนี้ช่างคุ้นเหลือเกิน

 

            เจ้าชายขี่ม้าขาวที่ยังเป็นปริศนา บัดนี้ปรากฏกายต่อหน้าเขาแล้ว

 

            เมี๊ยว

 

          เจ้าตัวจ้อยสีดำสนิทร้องตอบ เรียกรอยยิ้มบนริมฝีปากนั้นได้อีกหน ก่อนที่เจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นจะหันไปเอ่ยกับกระรอกของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าทรงอำนาจ ชัดเจนว่ากำลังออกคำสั่ง

 

            “คืนเขาไปเสีย”

 

            กระรอกแดงไต่ลงจากไหล่กว้าง ค่อยๆเดินมาทางแมวดำก่อนจะวางถุงผ้าลงตรงหน้า แต่อาซาเอลใช้ขาหน้าตบพื้นอย่างไม่พอใจ

 

            ริอาจจะยักยอกส่วนที่เหลือรึ!

 

            “ทั้งหมดเรดเทล”

 

            ราวกับรู้ความคิด ชายผู้นั้นเอ่ยสั่งอีกหน นั่นทำให้เรดเทลดึงถุงผ้าที่เหลือออกจากกระเป๋าหน้าท้องอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าใดนัก เมื่อกองทั้งหมดไว้แล้วก็วิ่งกลับขึ้นไปเกาะที่ไหล่กว้างอีกครั้ง ชายในเสื้อคลุมขาวย่อตัวลงห่างจากอาซาเอลราวสองเมตร เป็นระยะทางที่ทำให้แมวหนุ่มสบายใจ ดูเหมือนเขาคนนี้จะคุ้นเคยกับการฝึกสัตว์มากทีเดียว

 

            “เป็นผลลูกกวาดที่ดี คนปลูกมันมีความสามารถนะ”

 

            แมวดำเผลอยืดอกอย่างภูมิใจ ก่อนจะต้องแสร้งยกขาหน้าขึ้นมาเลียแก้เก้อ เพราะแมวที่ไหนจะปลูกต้นไม้เองได้กันเล่า

 

            “นายของเจ้าเป็นนักเรียนที่นี่หรือ”อีกฝ่ายยังคงชวนคุย และนั่นทำให้อาซาเอลรู้ว่าเขาพรางตัวได้ดีจนอีกฝ่ายคิดว่าเป็นเพียงสัตว์เวทของนักเรียนสักคนในสถาบันแห่งนี้

 

            เมี๊ยว

 

          อาซาเอลตอบรับ

 

            ทว่ารอยยิ้มของชายในเสื้อคลุมที่ปรากฏขึ้นนั้นราวกับขบขันอะไรสักอย่าง

 

            “รีบกลับเถิด เขาคงเป็นห่วงแย่แล้ว”

 

            เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินผ่านอาซาเอลไป จังหวะที่ชายเสื้อคลุมตัวยาวปัดผ่านหน้าอาซาเอลก็ต้องตัวแข็งทื่อเพราะมือของอีกฝ่ายที่ก้มลงลูบหัวเขาเบาๆ

 

            ทั้งที่สัมผัสแผ่วเบาแต่พลังเวทที่สัมผัสได้นั้นทำเอาขาของเขาอ่อนแรงจนต้องทรุดลงไปหมอบกับพื้น แข็งค้างอยู่เช่นนั้นจนอีกฝ่านเดินหายไป เขาบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าชายคนนั้นเดินไปทางไหน ราวกับประสาทสัมผัสทั้งหมดด้านชาเพราะพลังเวทมหาศาลที่รับรู้ได้ในเสี้ยววินาที

 

            อาซาเอลทำอะไรไม่ถูก

 

            คนๆเดียวที่เขารู้จักและมีพลังเวทขนาดนี้

 

            คือผู้อำนวยการ

 

            ความรู้สึกคล้ายถูกช่วงชิงอากาศหายใจในวันแรกที่ได้พบคนผู้นั้นเขายังจำได้ดี

 

            แต่กับคนๆนี้ ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะแย่งไป แต่เขากลับลืมหายใจเสียเอง

 

            คล้าย

 

            ทว่าแตกต่าง

 

            แมวหนุ่มความคิดตีกันในหัวจนคล้ายสมองจะระเบิด ก่อนจะต้องกระโดดโหยงจนตัวลอยเมื่อมีบางอย่างแตะเข้าที่หลัง

 

            แง้ว!!

 

            “มินาคัส!!

 

            “ชู่ว”

 

            เผลอร้องเสียงหลงก่อนจะเอ่ยชื่อของคนที่เดินเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงออกมาเสียงดังลั่น แมวสีสนิมตะปบอุ้งเท้าลงบนปากของเขาจนต้องพ่นน้ำลายออกมาเพราะรับรู้ได้ถึงทรายที่เปื้อนริมฝีปาก

 

            มินาคัสดูมีท่าทีเหนื่อยหอบ ทว่าสายตาจริงจังเป็นอย่างมาก

 

            “กลับไปคุยกันที่ห้อง”

 

            สิ้นเสียงกระซิบนั้นทรานส์ทั้งสองก็แบ่งกันคาบถุงผ้าก่อนจะวิ่งเร็วจี๋ไปทางหอพัก มิทันได้ยินเสียงรำพึงที่ดังแผ่วมาตามลม

 

            “ปีนี้มีแต่เด็กน่าสนใจทั้งนั้นเลยนะเรดเทล”



อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมดเลยแม่!! แต่รับรองว่าจะค่อยๆกลบทีละหลุมที่ขุดไว้แน่นอน อิอิ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2395 เด็กหญิงของwin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 10:08
    คุณนักเขียนคะ สนุกมากๆเลยค่ะ รออยู่นะคะ
    #2,395
    0
  2. #2391 Ruksuda (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 13:20

    แต่งเก่งมากๆ ผมรอซื้อหนังสือเลย!!!

    #2,391
    0
  3. #2379 applepie13 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 08:59
    เขาคือใครรรรรร รองผู้อำนวยการหรือเปล่าาาาาา แล้วทำไมมินาคัสถึงได้กลิ่นเลือดของแจนิวาล ตอนแรกคิดว่าเป็นเหยื่อล่อเป้าให้ตามไปอีกทาง แล้วเจ้าเรดเทลอะไรเนี่ยต้องแอบฟังสามหนุ่มแน่ๆ สายสืบบบบบบบ
    #2,379
    0
  4. #2345 Comeandfawkme (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 01:40
    ใคร ใช่คนดีไหม!!!!
    #2,345
    0
  5. #2328 pimaya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 21:33
    เหมือนลืมวิธีหายใจตอนอ่านไปเลยค่ะ
    #2,328
    0
  6. #2300 osw0825 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 15:46
    สนุกมากๆเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้มากๆ จะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้คุณไรท์เสมอนะคะ 💛💙
    #2,300
    0
  7. #2298 may-twchn94 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 19:14
    ฮื่ออ หรือว่าเป็นผู้อำนวยการจริงๆ
    #2,298
    0
  8. #2297 Nidcha_aa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 13:06
    สนุกมากๆเลยค่ะเป็นคนชอบแนวแฟนตาซีอยู่แล้วแต่เรื่องนี้คือดีสุดๆบางทีก็แบบ ไรท์คิดได้ไงทำไมเก่งจังวะ5555 ขอบคุณนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอค่ะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ💗
    #2,297
    0
  9. #2296 atom_k (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 03:38
    คนนั้นคือผู้อำนวยการหรือไม่อย่างไร หรือเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียน เเต่คิดไว้ก่อนว่าไม่น่าไว้ใจ ปล.รอไรท์มาอัพต่อนะคะ สนุกมาก อ่านเพลินจนลืมนอนเลย💖🥺
    #2,296
    0
  10. #2294 ฿lackH. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 00:34
    แจน!!!!!ยังไงอะยังไงๆๆๆฮื่อออ
    #2,294
    0
  11. #2290 A-minus (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2563 / 07:56
    แก๊งสามสหายก็ยังน่ารักเหมือนเคย แง แต่บุคคลปริศนาคนนั้นคือใครกันนะ ทำไมดูอ่อนโยนคอมฟอร์ทได้ขนาดนี้ จะเป็นผู้อำนวยการจริง ๆ หรอ คนที่เราคิดว่าเป็นตัวร้ายมาตั้งแต่ต้นเนี่ยนะ ไม่ใช่ม้างงง
    #2,290
    0
  12. #2289 INKzii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 11:07

    กลั้นหายใจอ่านเหมือนเม้นอื่นๆเลยค่ะ แง ลุ้นมาก อยากให้เจ้าลูกเเมวเจอกับคาดิเนียลแล้ว นายคนนั้นเป็นห่วงแย่เเล้วนะ

    #2,289
    0
  13. #2288 pcypb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 17:46
    !!!!! อ่อมก้อด กลั้นหายใจอ่านเลยนะ!!!!
    #2,288
    0
  14. #2287 summerdaisy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 16:50
    เอาแล้ววว บุคคลนั้นเป็นใครกันเนี่ยย งงไปหมดแล้วค่ะแงงง แต่เจ้าสามแสบน่ารักเหมือนเดิมโดยเฉพาะซีนที่มินาคัสเอามือมังจุ้ดตะปบปากอาซาเอล มันนุ้บนิ้บบบ รอตอนต่อไปเลยค่าาา
    #2,287
    0
  15. #2286 kidt2 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 02:00
    แกงค์สามตัวป่วนคือน่ารักแท้
    #2,286
    0
  16. #2285 MookMooktapa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 00:24
    แจนิวาลเป็นอะไรรึเปล่า แล้วคนนี้เป็นคนดีไหม โอ้ยยยย
    #2,285
    0
  17. #2284 realllllNN (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 23:29
    เป็นงงงวยงวยงง ตัวละครลับเต็มไปหมด ลุ้นไม่ไหวแล้ววววว อาซาเอลกับคาดิเนียลใกล้จะได้รวมพลังรึยังนะ //ดีใจที่ไรท์มาอัพนะคะ
    #2,284
    0
  18. #2283 1unknow1A (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:20
    คนเมื่อกี้นี้ไม่น่าไว้ใจเลยอ่ะ
    #2,283
    0
  19. #2282 chirapamm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 15:06
    ลุ้นเหลือเกิ้นนนนนนน ขอให้ไม่ใช่ผู้อำนวยการนะอาซาเอล ลูกกก
    รอตอนต่อไปนะคับ
    #2,282
    0
  20. #2281 เจ้าลูกพีชติดวาย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 14:46
    นังเรดเทล นังตัวดี บอกเลย อย่าพลาดนะ แม่จะจับมาย่าง โมโห ทำไมรู้สึกว่าไว้ใจคนๆนี้ไม่ได้อ่ะ มันต้องมีอะไรมากกว่านั่นแน่ๆ ไม่งั้นจะรู้แล้วแกล้งไม่รู้เหรอ แล้วแจนิวาลอีก แง
    #2,281
    0
  21. #2280 Phoenix (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 12:00
    โอ้ย ลุ้นสนุกมากกก ใจหายรอบที่ล้านแล้ว
    #2,280
    0
  22. #2279 Mamayyy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 07:47
    แจนนนนนนนนนนนนนนน อย่าเป็นอะไรมากนะ ว่าแต่เขาคือใครอะ หวังว่าจะเป็นคนดีนะ คาดิเนียลก็แทบไม่เหลือพลังแล้วนะ น่าเป็นห่วงมากๆเลย
    #2,279
    0
  23. #2278 RealThxnB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 06:45
    โง้ยยยยย สนุกกก คุณไรท์ต้องทำเล่มนะะะๆๆๆๆๆ
    #2,278
    0
  24. #2277 DowhateverIwant (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 03:52
    แจนิวาลลลลลลลลลลลลลลล สฟสสหสหสหหสสหสไวๆวๆ ฮืออออ คุณญิลลลลลลลลลลลลง
    #2,277
    0
  25. #2276 Am_s (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 01:52
    ปมเยอะมากเลยค่ะ อ่านไปตื่นเต้นไป

    คนนี้ไม่ใช่ผอนกใช่มั้ย แล้วเป็นคนดีมั้ยเนี่ย เป็นห่วงอาซาเอลมาก แล้วไหนจะเลือดแจนิวาลอีก
    #2,276
    0