[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 19 : Chapter 17 :: คืนจันทร์สีเลือด II 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,601
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 253 ครั้ง
    5 มี.ค. 63

            สิ่งที่เทนไฮม์คาดการณ์เอาไว้นั้นผิด

 

            แบคอนมิได้ยกเลิกคลาสเรียนเพราะตนต้องอยู่เฝ้าชาร์ล อาจารย์ร่างเล็กเข้าสอนตามปกติและปล่อยให้เขี้ยวของเขาพักผ่อนเงียบๆตามลำพังในห้องพักส่วนตัว แม้ชาร์ลมีสายเลือดหมาป่าทว่าเขาผ่านคืนจันทร์สีเลือดมามากพอที่จะควบคุมตนเองได้ดี เทียบกับเมื่อครั้งเยาว์วัยที่ราวกับเป็นช่วงเวลาปลดปล่อยปีศาจแล้วนั้น อาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงของชาร์ลตอนนี้ดูไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไร

            อย่างน้อยก็ไม่พยายามฆ่าเขาเหมือนตอนวัยรุ่น

            ทว่าคลาสเรียนเล่นแร่แปรธาตุก็ไม่อาจดำเนินไปได้ด้วยจำนวนนักเรียนที่บางตาจนน่าใจหาย อาจารย์หนุ่มยกเลิกชั้นเรียนหลังจากตัดสินใจได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัย

 

            เหล่าหมาป่าที่กำลังเจอสถานการณ์ย่ำแย่ กับนักเรียนคนอื่นที่เริ่มซ่อนตัวเพราะกลัวอันตราย

 

            ไม่มีประโยชน์หากฝืนจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กที่เหลือซึ่งก็ดูไม่มีสมาธิสักเท่าใดนัก

 

            แม้แต่ไฮบ์และเพียวก็ระแวดระวังเป็นพิเศษ กระทั่งเสียงผลึกเวทย์ตึกพื้นก็ทำเอาสะดุ้งโหยงกันทั้งชั้นเรียนแล้วจะมีสมาธิกับการเล่นแร่แปรธาตุได้อย่างไร ประเดี๋ยวแลกเปลี่ยนพลาดขึ้นมาได้เสียแขนขาหรือร่างกายไปแทนพลังเวทย์ล่ะวุ่นวายกันยกใหญ่เป็นแน่

            ท่ามกลางนักเรียนที่มาเรียนไม่ปรากฏหนึ่งผู้รักษาสมดุล หนึ่งเพียว และหนึ่งทรานส์ นั่นสร้างความแปลกใจให้อาจารย์ผู้สอนวิชาเล่นแร่แปรธาตุอยู่เล็กน้อย หากอาซาเอลหายไปอาจคาดได้ว่ากำลังหลบเลี่ยงอันตรายซึ่งเป็นเรื่องดี แต่การที่หายไปพร้อมกันสามคนนั้นทำให้อาจารย์กังวลใจขึ้นมา

 

            หลังจากจัดการธุระส่วนตัว ทั้งของตนเองและของชาร์ลที่คงต้องลางานอีกสักระยะจนกว่าคืนจันทร์สีเลือดจะผ่านไป อาจารย์ร่างเล็กจึงตรงไปยังสถานที่ที่คิดว่าเด็กทั้งสามอาจจะอยู่ ด้วยช่วงนี้เขารู้มาว่าสามสหายนั้นโดยซีมอสลงโทษให้ทำความสะอาดโรงเรือน

 

            บางทีอาจจะโดนโทษอะไรเพิ่มจนต้องขาดเรียน

            เจ้าเด็กพวกนั้นขยันหาเรื่องใส่ตัวเสียด้วยสิ

            ทว่าภาพที่เห็นกลับไม่ใช่สามสหายกำลังง่วนกับการทำความสะอาดอย่างที่หวังใจไว้

 

            รอยเลือดลากยาวจากทางเดินหิน อ้อมผ่านโรงเรือนไปยังดงต้นไม้ทึบด้านหลังทำเอาหัวใจของอาจารย์กระหน่ำอยู่ในอก สองขาพาร่างเล็กก้าวตามรอยเลือดไปพร้อมกับพลังเวทย์ที่ตื่นตัวพร้อมใช้งานหากเจอเหตุไม่คาดฝัน

 

            ร่างของใครบางคนนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ข้างกองไม้และกระถางแตกๆที่ขนย้ายออกมานอกโรงเรือนเพื่อทำความสะอาด

 

            หนึ่งในนักเรียนของเขา

            ทรานส์

            “อูจีส”

 

            หมาป่าหนุ่มหายใจรวยรินในยามที่ถูกพยุงเข้าสู่อ้อมกอดของอาจารย์อย่างเบามือ หูและหางสีน้ำตาลอ่อนของหมาป่าไคโยตี้โผล่ออกมาฟ้องว่าพลังเวทย์ของเจ้าของร่างกำลังเหือดแห้งไป โชคดีที่แบคอนได้รับอิทธิพลเรื่องเวทย์สายรักษามาจากชาร์ลไม่น้อย เพราะต่อให้ไม่สนใจใคร่รู้แต่ก็ต้องเห็นคนรักใช้เวทย์เหล่านี้อยู่เป็นประจำ เช่นนั้นหลังจากตรวจสอบอาการเบื้องต้นแล้วพบว่าเกิดแผลฉีกขาดจากการกัดทึ้งและร่องรอยของเวทมนต์ที่โจมตีใส่ อาจารย์หนุ่มจึงร่ายเวทย์รักษาเพื่อเยียวยาร่างกายน้อยๆที่ไม่สามารถรักษาตนเองได้ในยามนี้

            การขยับตัวของร่างในอ้อมแขนทำให้แบคอนถอนหายใจอย่างโล่งอก

            ทว่าเสียงแหบแห้งที่ดังออกจากริมฝีปากซีดจนเกือบม่วงนั้นทำให้อาจารย์หนุ่มมีใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอีกหน

 

            “ช่วย...ไฮ..ซัน ช่วย...เขาด้วย พวก...นั้น เริ่ม แล้ว”

 

            ถ้อยคำขาดหายสลับกับการไอเพราะสำลักเลือด น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงจากหางตาเด็กหนุ่มด้วยเพราะความเจ็บปวดหรือห่วงใยเจ้าของชื่อที่เพ้อถึงมิอาจทราบ แต่คำว่า เริ่ม นั้นทำให้แบคอนรู้โดยทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับทรานส์หนุ่มตรงหน้า

 

            การสูญเสียในช่วงก่อนจันทร์สีเลือดเกิดขึ้นเสมอ นับๆดูแล้วอาจมากกว่าที่เกิดขึ้นในคืนจันทร์สีเลือดจริงๆเสียอีก

 

            เพราะมันเกิดจากทั้งความคลุ้มคลั่งจริงๆ

            และความตั้งใจ

            ใช้ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติเป็นข้ออ้างในการกำจัดศัตรูให้พ้นทาง ลงมือก่อนที่อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่าตน เป็นวิธีของพวกขี้ขลาดที่กลัวว่าตนจะแพ้หากเผชิญหน้ากันในคืนที่ต่างฝ่ายต่างแข็งแกร่งถึงขีดสุด

            สงครามของสายเลือดร่วมสายพันธุ์

            เริ่มขึ้นแล้ว

 

hf

            แกร๊ก

           

            เสียงขวดแก้วกระทบโต๊ะหินอ่อนที่ใช้ในการวางหม้อเหล็กเพื่อรักษาอุณหภูมิของเหลวด้านในก่อนบรรจุลงภาชนะขนาดเล็กเหมาะสำหรับพกพา ขวดแก้วฐานกว้างไม่เกินสองเซนติเมตรสูงประมาณหนึ่งคืบจำนวนห้าขวดวางเรียงกันอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มทั้งสาม ของเหลวสีเขียวมรกตในนั้นสะท้อนแสงไฟในห้องสมุดจนดูคล้ายอัญมณีจริงๆ

 

            ไม่คิดว่าของที่สร้างตามหนังสือเล่มนั้นจะออกมามีสีสันชวนมองเช่นนี้ สารภาพว่าตอนทำไปได้ครึ่งทางสภาพของเจ้าสารเร่งโตนี่ไม่น่าดูเท่าใดนัก

 

ชั่วอึดใจหนึ่งที่ได้พิจารณาผลงานใกล้ๆ ก็แว่วเสียงถอนหายใจของสามสหาย พร้อมๆกับที่อาซาเอลทรุดลงไปนั่งแผ่กับพื้นหินอ่อนเย็นๆเพราะแข้งขาอ่อนแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

            “ฉันคิดว่าพวกเราจะโดนระเบิดตายไปแล้วตอนที่มันเดือดปุดๆจนแทบลุกเป็นไฟ แถมกลิ่นก็ชวนอ้วกสุดๆ”อาซาเอลบ่นอุบเมื่อนึกถึงสถานการณ์ก่อนหน้านี้สักสิบนาที รอยยิ้มเหยเกถูกส่งไปให้คนที่ยืนอยู่หน้าหม้อมากที่สุดโดยมีเขาและมินาคัสเป็นผู้ช่วยเตรียมวัตถุดิบและหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆให้

 

            “หลังจากนายทำไอ้นี่สำเร็จ ฉันก็เริ่มเชื่อขึ้นมาแล้วว่านายอาจจะเป็นอัจฉริยะจริงๆ”

 

            จริงๆแล้วก็เชื่อในฝีมือของแจนิวาลมาตลอด แต่จะให้คู่กัดมาชมกันตรงๆเห็นทีจะเสียเชิงเกินไปสำหรับอาซาเอล

 

            “หลังจากที่นายไม่อ้วกออกมาตอนฉันผสมน้ำมันทากลงไป ฉันก็เริ่มเชื่อขึ้นมาแล้วว่านายคงได้เกรดวิชาปรุงยาดีกว่าที่คิดไว้”

 

            การจิกกัดกันของหนึ่งทรานส์และหนึ่งเพียวทำเอาผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่ยืนมองอยู่เงียบๆถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ทั้งที่เมื่อครู่ทั้งสองคนยังมีสีหน้าจริงจังแถมตั้งอกตั้งใจอ่านและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างมุ่งมั่น จนอาซาเอลไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำว่าไม่ได้ก่อกวนโทสะแจนิวาลสักครั้งตลอดเวลาเกือบสามชั่วโมง หรือแม้แต่แจนิวาลที่ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่าการบอกว่าเขาสองคนต้องทำอะไรในขั้นตอนต่อไป หรือร่างเล็กต้องการให้หยิบจับอะไรให้ กระนั้นเพียวช่างพูดก็มิได้ดูอัดอั้นคันปากอย่างเคย

 

            เช่นนี้เมื่อทุกอย่างลุล่วงจึงได้ฉลองด้วยการฟาดฝีปากกันสักหน่อย

 

            “ให้ตายสิ กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย พวกเราควรออกจากที่นี่ได้แล้ว ฉันไม่อยากเดินท่อมๆตอนโพล้เพล้ในยามที่หมาป่าคันเขี้ยวกันแบบนี้สักเท่าไร”อาซาเอลที่หันไปเห็นเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาโบราณเรือนโตตรงผนังผุดลุกขึ้นก่อนจะปัดเศษฝุ่นที่เกาะกางเกงอย่างลวกๆ แต่แล้วก็แทบทรุดลงไปนั่งอีกรอบเมื่อได้ยินสิ่งที่แจนิวาลเอ่ยออกมาขณะเจ้าตัวกำลังหยิบหม้อดินเผาเดินอาดๆไปยังมุมที่มีช่องระบายควันอยู่ตรงผนังและเริ่มร่ายเวทย์ใส่เตาถ่านที่จุดติดได้ด้วยเวทมนต์เท่านั้น

 

            “ยัง เรายังไม่จบเรื่องกับหนังสือเล่มนี้”

 

            “ขอทีเถอะพ่อคุณ จะทำอะไรอีก”

 

            เสียงโอดครวญของอาซาเอลและสีหน้าข้องใจของมินาคัสไม่ได้หยุดมือที่หยิบโน่นจับนี่เป็นระวิงแถมยังเริ่มตะโกนชื่อวัตถุดิบแปลกหูออกมาเสียงดังฟังชัด

 

            ข้อดีอีกอย่างของพื้นที่ปรุงยาภายในห้องสมุดแห่งนี้คือสามารถเอ่ยเรียกวัตถุดิบที่มองหาไม่เจอได้ มันจะส่งสัญญาณชี้ตำแหน่งให้ผู้ต้องการใช้รู้ แม้จะไม่ลอยมาถึงมือแต่ก็สะดวกขึ้นสำหรับสถานที่ที่มีของมากมายวางแออัดกันเช่นนี้

 

            “วัตถุดิบพวกนั้นมัน...”มินาคัสพึมพำขณะมองแจนิวาลที่หอบรากไม้ ขวดบรรจุสารสกัด และผลแห้งๆหน้าตาพิลึกพิลั่นของชื่อพันธุ์ไม้ที่แม้แต่ผู้รักษาสมดุลยังไม่คิดว่าตนรู้จักทั้งหมดนั่น

 

            ไม่ต้องพูดถึงคนที่เกลียดการอ่านตำราปรุงยาเข้าเส้นอย่างอาซาเอล ถ้าไม่ใช่พันธุ์ไม้ตระกูลที่มีประโยชน์หรือเป็นโทษต่อสัตว์ตระกูลแมว เจ้าพวกใบเขียวอื่นๆก็หน้าตาเหมือนกันหมด

 

            “ศาสตราจารย์บอกเองว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเรา แถมยังให้ใช้งานที่นี่ได้ตามที่ต้องการ”คนตัวเล็กสุดในกลุ่มวางเรียงของที่ขนออกมาจากห้องเก็บวัตถุดิบไว้บนโต๊ะไม้ข้างตัว ก่อนจะกางหนังสือเล่มเดิมออกอีกครั้ง แมวดำเดินเข้าไปชะโงกหน้าดูสิ่งที่เขียนอยู่ในนั้นก็พบว่าเพื่อนของเขากำลังจะทำยากำจัดวัชพืชอันตรายร้ายแรง

 

            อะไรคือวัชพืชอันตรายร้ายแรงกัน แค่อ่านก็ขนพองไปทั้งร่างเสียแล้ว

 

            “หนังสือนี่ถึงประวัติจะน่าขนหัวลุกไปเสียหน่อยแต่สิ่งที่บันทึกไว้น่าสนใจไม่น้อย ไม่เพียงยาที่ใช้รักษา บำรุง หรือเร่งการเจริญเติบโตให้กับพืช ยังมียาสำหรับกำจัด ดัดแปลง หรือแม้แต่...ยาประหลาดๆที่ออกฤทธิ์ประหลาดๆกับพืชด้วย”แจนิวาลจงใจไม่อ่านชื่อชนิดยาที่เขาก็ไม่รู้ว่าจะใช้กับพืชไปเพื่ออะไร

 

เช่น

 

            ยาเสน่ห์สำหรับพืชผลชนิดเลียนแบบมนุษย์

 

            ดูท่าคนเขียนหนังสือเล่มนี้คงหมกมุ่นกับพืชสมุนไพรมากกว่าที่เขาคิดไว้

 

            “นอกจากนั้นยังมีพวกยาที่ทำจากสมุนไพรหายาก ออกฤทธิ์กับมนุษย์และสัตว์ ซึ่งถ้าเราอยู่ข้างนอกคงไม่สามารถหาวัตถุดิบพวกนี้ได้”แจนิวาลเอ่ยจบประโยคก็ชูรากไม้หน้าตาน่าเกลียดเหมือนจิ้งเหลนตากแห้งทว่าดันมีต้นอ่อนแตกออกมาจากส่วนที่ดูคล้ายปลายหาง

 

            เป็นตัวอย่างสำหรับวัตถุดิบหายากที่พูดถึง

 

            “ที่สำคัญคือระดับการปรุงยาของพวกเราไม่ได้รับอนุญาตให้ปรุงยาที่มีผลต่อมนุษย์และสัตว์โดยไม่มีอาจารย์ควบคุม”มินาคัสเอ่ยเสียงเรียบและนั่นทำให้แจนิวาลเผยรอยยิ้มชวนขนลุก ราวกับเขารู้ดีและจงใจแหกกฎตั้งแต่ต้น

 

            “เว้นเสียแต่ว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากเราสามคน”

 

            อาซาเอลผิวปากหวิวทันทีที่ได้ยิน

 

            ไม่คิดว่าแจนิวาล นักเรียนหัวกะทิแสนน่าภาคภูมิใจของสถาบันจะแสบสันเอาการได้ถึงเพียงนี้

 

            ทำเอาท่านผู้รักษาสมดุลผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบหางคิ้วกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้

 

            “หากมีใครมาตรวจสอบวัตถุดิบที่หายไปย่อมรู้”เสียงมินาคัสแข็งขึ้นอีกขั้น แต่แจนิวาลที่เริ่มเทส่วนผสมบางอย่างลงหม้อก็มิได้สะทกสท้านแต่อย่างใด

 

            “ต่อให้รู้แล้วอย่างไร ผู้ที่อนุญาตให้เราใช้งานห้องนี้คือศาสตราจารย์เทนไฮม์ จะลงโทษพวกเราอย่างเปิดเผยย่อมทำไม่ได้เพราะการที่เราอยู่ที่นี่ตอนนี้ควรเป็นความลับ”

 

            อาซาเอลเริ่มจะสนุกไม่ออกเมื่อเห็นสีหน้าของมินาคัสในระยะประชิด

 

            ดูเหมือนพ่อเทพบุตรจะโกรธขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว

 

            “นั่นก็ไม่ได้แปลว่านายจะแหกกฎได้ จะใช้ความลับเหล่านี้มาเป็นตัวประกันเพื่อทำตามใจตัวเองไม่ได้ การสนองความต้องการด้วยความคึกคะนองเช่นนี้ไม่ถูกต้อง”

 

            มินาคัสเอ่ยเสียงกร้าวจนอาซาเอลคิดว่าควรทำอะไรสักอย่าง กระนั้นก็ไม่ทันแจนิวาลที่วางไม้คนลงข้างตัวและหันมาสบตามินาคัสตรงๆ

 

            “ตามใจตัวเองงั้นหรือ สนองความต้องการด้วยความคึกคะนองงั้นหรือ!

 

“การที่ฉันพูดว่าในหนังสือบันทึกอะไรไว้บ้างก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะทำมัน ขอโทษทีเถอะท่านผู้คุมกฎ สิ่งที่ฉันกำลังจะทำคือยาสำหรับกำจัดและป้องกันพืชอันตราย รวมถึงยารักษาบาดแผลและฟื้นฟูพลังเวทย์เบื้องต้น ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่ออกฤทธิ์ต่อคนและสัตว์แล้วล่ะก็ ฉันกำลังจะทำยาสำหรับไล่สัตว์เลื้อยคลานที่ไม่ได้ออกฤทธิ์ต่อมันโดยตรงแต่ทำให้มันไม่เข้ามาใกล้ ยาที่ทำจากวัตถุดิบหายากไม่จำเป็นต้องร้ายแรงเสมอไปหรอกนะ”

 

            “อ้อ เผื่อจะทำให้นายสบายใจขึ้น ฉันปรึกษาอาจารย์ชาร์ลเรื่องที่อยากปรุงยาพวกนี้มาก่อนหน้านี้นานแล้ว ตราบใดที่ไม่ใช่ยาอันตรายส่งผลร้ายแรงโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิต มันก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เราสามารถทำด้วยตนเองได้เพียงแต่ต้องกระทำในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น”

 

            เพียวหนุ่มวางแผนไว้ว่าหากสามารถผ่านบทลงโทษเรื่องต้นลูกกวาดไปได้ด้วยดี อาจารย์ซีมอสอาจอารมณ์ดีพอจะอนุญาตให้เขายืมใช้ห้องปรุงยาเพื่อเตรียมสิ่งจำเป็นสำหรับภารกิจที่จะมาถึง

 

            ภารกิจที่สร้างความกังวลให้เขามากเสียจนขลุกตัวอยู่กับหนังสือปรุงยามาพักใหญ่

 

            “และถ้าถามว่าฉันทำไปเพื่ออะไร ก็จะบอกเอาไว้ว่าถ้าเรารอดไปจากคืนจันทร์สีเลือดได้ ภารกิจภาคสนามของอาจารย์แบคอนจะกลายเป็นนรกขุมต่อไปสำหรับกลุ่มที่มีทรานส์อยู่มากกว่าครึ่งอย่างกลุ่มเรา”

 

เสียงของแจนิวาลสั่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อประหวัดไปถึงสภาพการณ์ที่ไม่สู้ดีนักของกลุ่มทำภารกิจภาคสนามในวิชาเล่นแร่แปรธาตุที่แทบจะกลายเป็นกลุ่มทรานส์ล้วน หากหาข้อมูลสักนิดย่อมรู้ดีว่ามีนักเรียนบาดเจ็บจนถึงขั้นล้มตายเสมอในภารกิจภาคสนาม โดยเฉพาะภารกิจแรงของเหล่าเด็กใหม่

 

และสถิติการสูญเสียสูงสุดย่อมตกเป็นของทรานส์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

“ข้างนอกนั่นมีสิ่งที่ฆ่าเราได้ง่ายดายพอๆกับพวกหมาป่า หรืออาจจะร้ายแรงกว่า และเพียวอย่างฉันก็ไม่ใช่ประเภทที่จะเอาความมุ่งมั่นเข้าชนเพื่อผ่านทุกอุปสรรคในเขตสังหาร ฉันแข็งแกร่งก็ต่อเมื่อได้เตรียมตัวก่อนลงสนามรบ”

 

            “นี่เป็นวิธีการเอาตัวรอดและปกป้องพวกพ้องในแบบของฉันที่ไม่ได้มีพลังอำนาจอะไร หากจะมีอะไรมาเพิ่มโอกาสรอดชีวิตฉันก็จะทำมันทั้งหมด ถ้ามันรบกวนจิตใจของผู้รักษาสมดุลอย่างนายมากนักก็ขอโทษที หากมีใครต้องรับโทษฉันจะรับเอง”

 

            ร่างเล็กถึงกับหอบหายใจหลังพูดจบ

 

            ใช่ว่าการใช้วัตถุดิบในห้องนี้โดยไม่แจ้งศาสตราจารย์เป็นทางเลือกสุดท้ายที่เลี่ยงไม่ได้ แต่มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เขามี สมุนไพรและสารสกัดหายากเหล่านี้ช่วยให้เขาได้ผลิตผลคุณภาพสูงกว่าการใช้ห้องปรุงยาขั้นพื้นฐานของสถาบัน เด็กใหม่อย่างเขาต่อให้ฝีมือปรุงยาดีกว่าใครก็ใช่จะทำของดีๆขึ้นจากวัตถุดิบธรรมดาๆได้

 

            จะบอกว่าตอนที่ได้เห็นวัตถุดิบเหล่านี้ราวกับเขาพบขุมทรัพย์ก็ไม่ผิดนัก

 

            บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มันก็เงียบอยู่เกือบตลอดเวลายกเว้นตอนที่แจนิวาลกับอาซาเอลปะทะฝีปากกัน ทว่าตอนนี้มันเต็มไปด้วยแรงกดดันประหลาดที่แผ่ออกมาจากมินาคัสและแจนิวาล

 

            โดยเฉพาะเพียวหนุ่มที่กำมือแน่นเสียจนปลายนิ้วขาวซีด

 

            นี่อาจเป็นการระเบิดอารมณ์อย่างจริงจังครั้งแรกของแจนิวาลนับตั้งแต่วันที่เพียวตัวน้อยโดนลากเข้ามาในเรื่องที่ใหญ่เกินตัว

 

            มิใช่แค่อาซาเอลที่กังวลเรื่องความปลอดภัย

 

            มิใช่แค่มินาคัสที่กดดันจากภารกิจ

 

            แจนิวาลเองก็หวาดกลัวและสับสนมาตลอดเช่นกัน

 

            “...”

 

            มินาคัสขยับปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป แจนิวาลจึงหันไปทำสิ่งที่ทำค้างไว้ต่อโดยมีอาซาเอลที่ตบบ่ามินาคัสเบาๆก่อนจะเดินเข้าไปช่วยหยิบจับอุปกรณ์ส่งให้แจนิวาล

 

            แมวดำถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าขอบตาของเพื่อนตัวเล็กขึ้นสีเรื่อมาเล็กน้อย

 

            เขาเองไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าด้านนอกสถาบันมีสิ่งอันตรายรออยู่ เพราะมัวจดจ่ออยู่แต่กับภัยร้ายภายในรั้วสถาบัน กระนั้นคนตรงหน้ากลับคิดวางแผนล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทุกคนไว้เสียแล้ว

 

            มินาคัสรู้ดีว่าตนเองไม่ควรพูดจารุนแรงทั้งที่ยังไม่ได้ถามให้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร เขาถามตัวเองอีกหนว่าเห็นแจนิวาลเป็นคนเช่นไรจึงได้คิดว่าคนๆนี้จะทำสิ่งที่เห็นแก่ตัวอย่างการลักลอบปรุงยาอันตรายเก็บไว้เป็นของส่วนตัว

 

            แล้วตัวเขาเองเป็นคนเช่นไรจึงได้ไม่เชื่อใจสหายของตน

 

            อยากจะเอ่ยคำขอโทษแต่มันก็จุกอยู่ในคอ ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขากรุ่นโกรธขึ้นมาก็เพราะแจนิวาลพูดจาคลุมเครือมิใช่หรือ

 

            แต่ผู้รักษาสมดุลหนุ่มรู้ดีว่าหากโต้แย้งออกไปในยามนี้มีแต่จะทำให้รอยร้าวขยายใหญ่ขึ้นเท่านั้น จึงได้เลือกเงียบไว้แล้วเดินเข้าไปเตรียมวัตถุดิบอย่างเงียบๆโดยมีอาซาเอลเป็นตัวกลางคอยบอกว่าควรทำอะไร ในขณะที่แจนิวาลกระซิบบอกอาซาเอลอย่างคนแสนงอนเสียจนมินาคัสลอบถอนหายใจ

 

            ในฐานะคนกลางแล้วอาซาเอลกระอักกระอ่วนไม่น้อย จริงอยู่ที่แจนิวาลทำอะไรโดยพลการและไม่ปรึกษากันก่อน อะไรที่อยู่นอกแผนสำหรับมินาคัสคงเป็นเรื่องรบกวนจิตใจ กระนั้นคนพูดน้อยก็ไม่ควรใช้ถ้อยคำเช่นนั้น ไหนๆจะพูดทั้งทีเหตุใดไม่เลือกใช้คำเสียหน่อยเล่าพ่อคุณ แล้วคนที่ดูจะโกรธยากเสียเหลือเกินทางนี้ บทจะโกรธขึ้นมาก็ทำเอาบรรยากาศตึงจนแทบหายใจไม่สะดวก

 

            ให้ตายเถิด

 

            ความเครียดสะสมของพวกเราชักจะมากเกินควบคุมเสียแล้ว

 

hf

 

            เวลาในความเงียบช่างเนิ่นนานสำหรับผู้คนที่ตกอยู่ภายใต้ความอึดอัด กระนั้นเวลาที่ใช้ในการปรุงยาตามที่แจนิวาลต้องการก็ไม่ได้มากมายนักเมื่อเทียบกับเวลาที่ใช้ไปกับการปรุงยาเร่งผลในตอนแรก อาจเพราะเพียวหนุ่มไม่พูดไม่จาและทำทุกอย่างเร็วกว่าปกติจนทรานส์อีกสองคนแทบตามไม่ทัน

 

            เป็นเหตุให้อาซาเอลทรุดลงไปนอนราบกับพื้นด้วยแขนขาที่อ่อนแรงจากการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

            ขวดแก้วนับสิบภายในบรรจุของเหลวต่างสีสันถูกกวาดลงในถุงเก็บของเวทมนต์ที่มินาคัสนำออกมา ถุงขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าสองฝ่ามือแต่กลับเก็บของได้มหาศาล กระนั้นแม้แต่ตอนที่จับขวดใส่ถุงแจนิวาลก็ยังไม่พูดกับเจ้าของถุงสักคำ

 

            “ช่วยดูให้ทีเถิดว่าแขนขาของฉันยังอยู่ครบไหม ตอนนี้มันไร้ความรู้สึกไปแล้ว”อาซาเอลครวญครางอยู่กับพื้น แขนขากางออกจนกลายเป็นภาพน่าขัน แต่ไม่มีใครขำออก

 

            “มันก็ยังอยู่ที่ของมัน แต่ถ้านายรู้สึกไม่สบายฉันจะปรุงยาคลายกล้ามเนื้อรักษากระดูกให้เอาไหม เห็นอะไรคล้ายๆแบบนั้นอยู่ในหนังสือนี่เหมือนกัน หรือเป็นยาสลายกระดูกกันนะ”ว่าพลางพลิกหน้ากระดาษไปมาด้วยต้องการเย้าแหย่แมวหนุ่มที่ทำตัวเป็นคนแก่บ่นจุกจิกไม่เลิก กระนั้นร่างเล็กก็พาลนึกขึ้นได้ว่ากำลังตั้งแง่กับแมวอีกตัวอยู่

 

            “อ้อ โทษทีนะอาซาเอล ฉันคงปรุงยาพวกนั้นไม่ได้แล้วล่ะ เพราะระดับการปรุงยาของฉันยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปรุงยาที่มีผลต่อคนโดยตรงน่ะ”พูดจบก็เหลือบมองร่างสูงที่เก็บอุปกรณ์ไปล้างทำความสะอาดอยู่อย่างเงียบๆ

 

            “พอทีน่าแจนิวาล”แมวดำผุดขึ้นนั่งก่อนจะกระตุกชายเสื้อเพื่อนตัวเล็กด้วยสีหน้าปั้นยาก เขาเหนื่อยเต็มทีกับสงครามประสาทแบบนี้ของทั้งสองคน

 

            “เราจะกลับกันเลยไหม”มินาคัสเอ่ยขึ้นเมื่อเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จสิ้น ทว่าสีหน้าลุกลี้ลุกลนของอาซาเอลก็ทำให้ผู้รักษาสมดุลหนุ่มต้องเลิกคิ้ว

 

            “ฉันอยากเข้าห้องน้ำสักหน่อย ที่นี่มีห้องน้ำไหมเนี่ย ถ้าตะโกนเรียกมันจะออกมาไหม”ไม่ว่าเปล่าเด็กหนุ่มเริ่มตะโกนเรียกหาห้องน้ำเสียงดังจนแจนิวาลอยากจะตะครุบปากเพื่อนให้เงียบเสียที แม้ไม่มีใครอื่นแต่การกระทำของอาซาเอลก็แสนน่าอาย ทว่าห้องสมุดแห่งนี้กับตอบรับเสียงของผู้ร้องขอด้วยแสงเรืองๆที่ส่องมาจากมุมหนึ่งของห้อง สาบานว่าเขาเดินผ่านตรงนั้นนับครั้งไม่ถ้วนเพื่อหยิบวัตถุดิบ มันไม่มีประตูหน้าตาเช่นนั้นอย่างแน่นอน

 

            ห้องสมุดแห่งนี้ซ่อนห้องลับอะไรเอาไว้บ้างกันแน่

 

            แม้ห้องน้ำจะไม่ใช่ห้องลับก็ตามที

 

            อาซาเอลยิ้มกว้างก่อนจะกึ่งวิ่งกึ่งกระโดดตรงไปยังประตูห้องที่ปรากฏขึ้นมา ภายในเป็นห้องน้ำอย่างที่เขาต้องการ การยืนอยู่ภายใต้ความเครียดตลอดเวลาหกชั่วโมงทำให้ท้องไส้เขาปั่นป่วนอย่างช่วยไม่ได้

 

            ด้านนอกเองความปั่นป่วนก็เกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบ

 

            แจนิวาลเดินทิ้งระยะห่างไปหาหนังสือที่น่าสนใจอ่านโดยเลือกชั้นวางที่เขียนไปว่าหนังสือหายาก(ไม่อันตราย)

 

            กระนั้นหนังสือที่ถูกดึงออกจากชั้นก็ถูกดันกลับเข้าไปด้วยมือของใครบางคนที่ใหญ่กว่าเขา

 

            “อะไร ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้อ่านหนังสือด้วยงั้นหรือ”ถ้อยคำประชดประชันนั่นทำเอามินาคัสลอบถอนใจในความคิดอีกหน

 

            “ขอโทษ”เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆกับคนตรงหน้าแต่กลับได้การพ่นลมออกจมูกอย่างไม่ใยดีกลับมาแทน

 

            “พูดกันดีๆเถิดแจนิวาล เมื่อครู่ฉันผิดที่ใช้คำแบบนั้น แต่เพราะนายทำตามใจโดยไม่ปรึกษากันก่อน...”ผู้รักษาสมดุลผู้เคร่งครัดเม้มปากเมื่อเห็นแววกร้าวทอแสงจากดวงตาของอีกฝ่าย

 

            “ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหายสักหน่อย นายกลับระแวงราวกับฉันจะทำร้ายใคร”

 

            มินาคัสสบตากับเจ้าของแก้มกลมๆที่บัดนี้มันพองออกเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวกำลังกัดฟันข่มความโกรธ ไม่ได้ดูน่ากลัวสักเท่าไร แต่ก็ไม่ใช่เวลาจะมาหมั่นเขี้ยวแก้มย้วยๆนั่นเสียด้วย

 

            “หากนายบอกสิ่งที่ต้องการ มีหรือที่ฉันจะขัดขวางในเมื่อมันเป็นสิ่งดี อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามปุบปับโดยไม่บอกกันอีก”

 

            แจนิวาลเม้มปาก เขาพอจะรู้ว่ามินาคัสเป็นคนเจ้าระเบียบและทำอะไรตามแผนที่วางไว้เสมอ เช่นนั้นการที่จู่ๆเขาก็เริ่มขนของต่างๆมาวางแล้วกางหนังสือที่ไม่น่าไว้ใจสักเท่าใดนักคงทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดไม่น้อย

 

“ฉันรู้ว่านายเชื่อมั่นในแบบแผนและวิธีการของตัวเอง แต่ถ้ามันเป็นการทำเพื่อพวกเรา พวกเราก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้”คนตัวสูงกว่าวางมือลงบนหัวกลมๆของอีกฝ่ายพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาสีเข้มนั้นอย่างมั่นคง “ฉันสัญญาว่าจะสนับสนุนนายเสมอ หากมันเป็นวิธีการที่ถูกต้อง และจะห้ามนายสุดความสามารถ หากสิ่งนั้นผิด”

 

มินาคัสก็คือมินาคัส

 

เป็นมินาคัสเช่นนี้มาเสมอ

 

ความเถรตรงนั่นทำเอาแจนิวาลขำออกมาเสียงดัง ขำมากเสียจนต้องยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตา สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำเอาคนถูกขำใส่หน้าทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งโดนมือเล็กป้อมตะปบเข้าที่แก้มทั้งสองข้างแล้วจับยืดออกอย่างหมั่นเขี้ยวมินาคัสก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ฉันเชื่อหมดใจเลยว่าต่อให้ต้องฆ่าฉันนายก็คงไม่ยอมให้ฉันทำเรื่องไม่ดี ให้ตายสิมินาคัส นายนี่มันเหลือทน คนอย่างนายจะอยู่ในสังคมยากนะรู้หรือเปล่า”

 

ผู้รักษาสมดุลที่อยู่กับป่าเขามากกว่าสังคมมนุษย์เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ และนั่นยิ่งทำให้แจนิวาลขำมากเข้าไปใหญ่จนเกือบหายใจไม่ออก

 

“ขอโทษที่ทำอะไรโดยไม่ปรึกษา ครั้งหน้าฉันจะบอก ถ้าฉันอยากทำเรื่องดีๆน่ะนะ”รอยยิ้มทะเล้นของเพียวหนุ่มทำเอาคนมองอดไม่ได้ต้องยื่นมือไปดึงแก้มอีกฝ่าย เอาคืนเมื่อครู่ที่กระทำรุนแรงกับแก้มของเขา

 

ทว่าภาพการหมั่นเขี้ยวกันไปมาของคนที่เพิ่งปั้นปึงใส่กันเมื่อครู่ทำเอาคนที่เพิ่งออกจากห้องน้ำถึงกับมีสีหน้าบิดเบี้ยว

 

ท้องไส้เขาปั่นป่วนก็เพราะเครียดกับบรรยากาศมาคุจากคนทั้งสอง แล้วนี่อะไร ไอ้ท่าทีหวานเลี่ยนชวนคิดไปไกลนี่มันอะไรกันหรือ

 

“ขอโทษทีเถิดท่านทั้งสอง กระผมอาจจะขัดจังหวะแต่ทว่าในตอนนี้เราควรจะออกไปจากที่นี่ได้แล้วใช่หรือไม่ หรือจะพลอดรักกันต่ออีกสักหน่อย แต่กระผมเกรงว่าข้างนอกนั่นจะมีหมาป่ากระหายเลือดรอตะปบเราอยู่นี่สิ”การพูดจาน้ำท่วมทุ่งของอาซาเอลและสีหน้ายียวนเช่นนั้นทำให้แจนิวาลเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ เดินผละออกจากมินาคัสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ได้ใยดีคำว่าพลอดรักที่อาซาเอลจงใจเน้นเสียงแม้แต่นิด

 

มินาคัสเสียอีกที่จู่ๆก็ไม่รู้จะเอามือไม้ไปวางตรงไหน

 

“หมาป่าที่ชื่อคาดิเนียลหรือเปล่า เช่นนั้นเราสองคนคงปลอดภัย มีแค่นายเท่านั้นแหละที่เขาอยากลากไป”แจนิวาลกระตุกยิ้ม โดยมีอาซาเอลที่ยิ้มค้างก่อนจะตะโกนหาประตูทางออกเสียงดังลั่นห้อง

 

hf

 

            สามสหายก้าวเร็วๆออกจากตึกภาควิจัยในตอนที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีม่วงเข้ม ความมืดโรยตัวลงจนเกือบจรดเส้นขอบฟ้า บรรยากาศรอบตึกที่ปกติจะมีน้อยคนนักเข้ามาใกล้ดูอึมครึมกว่าที่เคย ทำเอาอาซาเอลที่เดิมทีจ้ำพรวดออกมาคนแรกต้องชะงักฝีเท้ากลับมาเกาะกลุ่มกับเพื่อนสนิทด้วยท่าทีหวาดๆ

 

            “ต่อให้ไม่มีหมาป่า สถาบันในตอนนี้ก็ไม่น่าอยู่สักเท่าไร”อาซาเอลเอ่ยเบาๆหลังมองไปรอบตัว

 

            ช่วงเย็นเช่นนี้นักเรียนส่วนใหญ่จะข้ามทะเลสาบไปอยู่ฝั่งหอพักกันหมด ทำให้ฝั่งตึกเรียนเงียบเชียบเหลือเพียงเสียงแมลงกรีดปีก ยิ่งในยามนี้ทุกคนระวังตัวเป็นพิเศษ ผู้คนมักเข้าที่พักเร็วกว่าปกติ ไม่แปลกที่บริเวณโดยรอบจะเหลือเพียงเขาสามคนเดินอยู่กลางสะพานหินขนาดใหญ่

 

            “ถ้าจู่ๆมีอะไรพุ่งออกมาจะทำอย่างไร”ยังคงเป็นอาซาเอลที่พูดไม่หยุด ซ้ำยังเบียดตัวมายืนตรงกลางเสียอย่างนั้น

 

            “ทำอย่างไรล่ะ ก็วิ่งน่ะสิ”แจนิวาลเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ

 

            พรวด!!

          กลุ่มก้อนขนสีขาวพุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ทันทีที่สามสหายก้าวลงจากสะพาน ทำเอาคนที่หัวเราะค้างอยู่เปลี่ยนจากเสียงหัวเราะเป็นการร้องว้ากดังลั่นประสานไปกับเสียงตะโกนอย่างตกใจของทรานส์แมวผู้หวาดระแวงเป็นทุนเดิม

 

            แจนิวาลกับอาซาเอลกระโดดโหยงเหยงไปมาไม่มีใครออกตัววิ่งอย่างที่พูดไว้สักคน มีเพียงมินาคัสที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมร่ายเวทย์ป้องกันครอบคนทั้งสามไว้

           

            ทว่าสิ่งที่โผล่ออกมานั้นมิใช่หมาป่าหรือภูตผีวิญญาณ ไม่ใช่อะไรก็ตามที่น่าหวาดกลัว

 

            เพียงแค่

 

            กระต่าย

 

            “นี่นาย”อาซาเอลที่ตั้งสติได้ย่อตัวลงไปมองสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยที่ขดตัวกลม ร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างน่าสงสาร ดูเหมือนเขาจะตื่นกลัวเพราะเสียงตะโกนของคนทั้งคู่

 

            อาซาเอลจำได้

 

            กระต่ายตัวนี้เป็นนักเรียนคนหนึ่งของเชนโต เป็นทรานส์ที่เขาเจอตอนภารกิจเข้าชั้นเรียนเอาตัวรอดเมื่อคราวก่อน

 

            ให้ตายเถิด ทั้งครั้งก่อนและตอนนี้ คนๆนี้ทำให้อาซาเอลสติแตกถึงสองครั้งเชียว เหตุใดจึงชอบโผล่มาจากที่แปลกๆกันนะ

 

            “ใจเย็นๆ พวกเราไม่ทำอะไร เกิดอะไรขึ้น”เสียงนุ่มทุ้มปลอบประโลมถูกนำออกมาใช้อีกหน แทบไม่ต่างอะไรกับครั้งแรกที่เจอกัน ดวงตากลมสีแดงสดเงยขึ้นสบกับดวงตาสีรัตติกาลที่ทอประกายอบอุ่นท่ามกลางความมืด

 

            ไฮซันจำได้เช่นกัน แม้อีกฝ่ายจะมิได้อยู่ในร่างแมวดำเหมือนเช่นคืนนั้น

 

            ร่างเล็กจ้อยถลาเข้าหาอ้อมแขนของอีกฝ่ายก่อนจะละล้ำละลักพูดแทบไม่เป็นคำ ทว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นทำเอาใบหน้าของคนฟังซีดเผือด อากาศโดยรอบดูจะเย็นเยียบขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

            “หมาป่า พวกหมาป่าออกล่าแล้ว”

  

             อาซาเอลตัวชาไปวูบหนึ่งก่อนจะเอ่ยถามกระต่ายขาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

 

            “นายเป็นเพื่อนของพวกนั้นมิใช่หรือ”

 

            แม้คำความมิตรภาพหรือครอบครัวจะแทบไม่มีความหมายในคืนจันทร์สีเลือด ทว่านี่ก็เร็วเกินไปสำหรับการคลุ้มคลั่งของหมาป่า

 

            “ไม่ใช่ฝูงของคาดิเนียล พวกนั้นเป็นลูกฝูงของคาเดียส”

 

            ยิ่งได้ฟังคำอธิบายของเจ้าตัวน้อยอาซาเอลก็ยิ่งมุ่นหัวคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เหตุใดลูกฝูงของพี่ชายจึงจู่โจมเพื่อนของน้องชายเช่นนี้ ทว่ายังมิทันได้คำตอบสัมผัสแผ่วเบาจากฝ่ามือของมินาคัสที่ทาบลงบนแผ่นหลังก็ดึงสติของอาซาเอลกลับมา ทรานส์หนุ่มเงยขึ้นมองเพื่อนสนิทโดยมีกระต่ายขาวในอ้อมกอดและพบว่าเพื่อนของเขากำลังมองตรงไปด้านหน้า สีหน้าเคร่งเครียดของมินาคัสกับความกังวลที่ฉายชัดบนหน้าแจนิวาลทำให้อาซาเอลมองตามสายตาของทั้งคู่แม้จะไม่อยากมองสักเท่าใดนัก

 

            สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดกลับปรากฏอยู่ตรงหน้า

 

            แสงแห่งโคมรัตติกาลยามใกล้จันทร์เต็มดวงนั้นสว่างมากพอสะท้อนให้เห็นดวงตาสีคอปเปอร์สามคู่ท่ามกลางความมืดของสวนหน้าหอพักแห่งสถาบันเชนโตเออูโน ร่างของหมาป่าขนน้ำตาลเหลือบเทาสามตัวค่อยๆก้าวออกมาจากเงาของพุ่มไม้ แม้พวกเขาไม่ได้มีรูปร่างใหญ่โตเกินหมาบ้านพันธุ์ใหญ่ ทว่าหมาป่าก็ยังคงเป็นหมาป่า เขี้ยวสีขาวโผล่พ้นริมฝีปากในตอนที่ทั้งสามส่งเสียงขู่ในลำคอ

 

            “ให้ตายสิอาซาเอล ปากนายนี่นำพาโชคร้ายหรือไง”

 

            แจนิวาลเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงคำพูดของอาซาเอลภายในห้องสมุด

 

            ทรานส์หนุ่มที่ถูกพาดพิงหยัดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ยิ่งสัตว์ร้ายทั้งสามก้าวเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้เลือดในกายสูบฉีด หัวใจเต้นกระแทกอยู่ในอก สัญชาตณานกรีดร้องให้หาทางหนีทว่าซ้ายขวาต่างเป็นพุ่มพงหนาม ด้านหลังเป็นทะเลสาบ

 

            จะหนีอย่างไรเล่า

 

            มินาคัสขบกรามแน่นด้วยสมองกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ไม่ยากเลยหากเขาจะใช้อำนาจของผู้รักษาสมดุลจัดการกับปัญหาตรงหน้า แต่คนนอกจะกลายเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ถึงสี่คน ซ้ำบริเวณนี้ยังเป็นกลางแจ้งที่รอบกายเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้า พวกมันจะดูดซับไอเวทย์ของเขาไว้และกลายเป็นการตีตรวนล่ามขาของตัวเอง ชี้บอกตำแหน่งแก่ผู้อำนวยการหรือใครก็ตามที่ไม่ประสงค์ดี

 

            “หนีไป”เสียงสั่นที่พยายามกดให้เข้มของกระต่ายขาวดังขึ้นเพียงแผ่วเบาก่อนที่ร่างน้อยจะกระโดดออกจากอ้อมแขนอาซาเอล ฉับพลันเขาก็กลายร่างกลับคืนร่างมนุษย์ เผยให้เห็นเด็กหนุ่มรูปร่างเล็กที่อาซาเอลคุ้นตาอยู่ไม่น้อย เขามิใช่เด็กใหม่รุ่นเดียวกัน ไม่ได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับฝูงหมาป่า เป็นกระต่ายตัวน้อยที่มีภาพจำเลือนลางเร้นกายอยู่ข้างๆอัยเสมอ

 

            “ถ้าพวกนายปล่อยสามคนนี้ไป ฉันจะเลิกหลบหนี”คนตัวเล็กยืนหยัดอยู่ด้านหน้าคนตัวสูงกว่าอีกสามคน เอ่ยถ้อยคำที่ทำให้อาซาเอลกัดริมฝีปากแน่น ยิ่งเห็นว่าร่างกายของอีกฝ่ายสั่นระริกทว่ามือกลับกำแน่นอย่างข่มความกลัว ความเจ็บปวดสายหนึ่งก็แล่นริ้วออกมาจากความทรงจำ

 

            ใครบางคนที่ตัวเล็กจ้อย สั่นเทา ทว่าเข้มแข็ง เคยยืนขวางระหว่างตัวเขากับหมาป่าแสนดุร้ายแบบที่กระต่ายน้อยกำลังทำอยู่นี้

 

            ความปวดจู่โจมที่ศีรษะจนต้องเบ้หน้า ทว่าก็ไม่ปรากฏภาพอะไรชัดเจนมากไปกว่าเงาแสนเลือนลางวูบหนึ่ง

 

            “เช่นนั้นก็เดินมาทางนี้เสียไฮซัน อย่าให้พวกเราหงุดหงิดมากไปกว่านี้”

 

            “ตอนแรกก็กะจะเล่นด้วยพอให้หายเบื่อ แต่ตอนนี้เห็นทีต้องลงเขี้ยวให้สาสมกับที่ทำให้เราลำบากมาครึ่งค่อนวัน เจ้ากระต่ายขี้ขลาด”

 

            สิ่งที่สองในสามของหมาป่าเอ่ยออกมาทำให้สามสหายเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้มิใช่การไล่ล่าด้วยขาดสติจากสัญชาตญาน แต่เป็นการปองร้ายอย่างตั้งใจ

 

            “พวกนายก็เป็นทรานส์ เหตุใดจึงล่าทรานส์ด้วยกันเอง”อาซาเอลเอ่ยถามสิ่งที่รบกวนจิตใจ เขาคิดมาเสมอว่าศัตรูผู้เป็นภัยคุกคามของทรานส์นั้นคือไฮบ์และเพียว ส่วนทรานส์ด้วยกันนั้นควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อความอยู่รอด

 

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกแก ไปเสียเด็กเอ๋ย”

 

            หมาป่าตัวหนึ่งที่เงียบมาตั้งแต่ต้นเอ่ยด้วยเสียงทุ้มเรียบ สรรพนามที่ใช้บ่งบอกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นรุ่นพี่อย่างแน่นอน

 

            ผู้ใหญ่รังแกเด็กงั้นหรือ

 

            “พวกเขาพยายามประกาศสงครามกับคาดิเนียล เลยไล่ทำร้ายลูกฝูง”กระต่ายขาวที่อาซาเอลเพิ่งได้ยินว่าชื่อไฮซันเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ ทว่าก็ไม่ละสายตาไปจากนักล่าทั้งสามตัว

 

            “ลูกฝูงงั้นหรือ แกมันก็แค่สัตว์เลี้ยงของอัย อย่าได้สำคัญตัว”

 

            เสียงหัวเราะเย้ยหยันกับใบหน้าที่สลดลงของไฮซันทำให้อาซาเอลพอจะเข้าใจเหตุการณ์ขึ้นมาบ้าง

 

            คำว่าสัตว์เลี้ยงที่ใช้กับทรานส์ ก็คล้ายประกาศว่าเป็นเขี้ยวนั่นเอง

 

            ทำร้ายเขี้ยวเพื่อยั่วโทสะผู้ผูกพันธะงั้นหรือ

 

            “ทำไมต้องก่อสงคราม พวกนั้นเป็นพี่น้องกันมิใช่หรือ”แจนิวาลหันไปกระซิบถามมินาคัสอย่างไม่เข้าใจ เรื่องที่คาเดฮัสกับคาดิเนียลเป็นพี่น้องกันไม่ใช่ความลับ พวกเขาเป็นหมาป่าจากตระกูลใหญ่ ยิ่งแจนิวาลที่เป็นแฟนคลับตัวยงของคาดิเนียลย่อมรู้ดีว่าพี่น้องคู่นี้รักใคร่กันดี

 

            หรือนั่นเป็นเพียงการแสดง

 

            “ยั่วยุเพื่อให้เกิดการต่อสู้ สุดท้ายแล้วผู้แข็งแกร่งจะเหลือเพียงหนึ่ง เพียงหนึ่งที่เป็นจ่าฝูงอย่างแท้จริง อีกหนึ่งจะถูกกำจัดจนสิ้น แม้ไม่สิ้นชีวิต แต่ต้องสิ้นอำนาจ”มินาคัสเอ่ยเสียงเรียบ

 

            เขาได้ยินมามากแล้วสำหรับโศกนาฏกรรมของตระกูลหมาป่า แม้นไม่อยากฆ่าฟัน แต่พี่น้องที่แข็งแกร่งทัดเทียมกันก็ต้องถูกบีบให้ชิงชัยกันในสักวันหนึ่ง เพื่อให้เกิดการยำเกรงและศิโรราบแด่จ่าฝูงหนึ่งเดียว

 

            อาซาเอลแค่นหัวเราะเมื่อได้ยินดังนั้น

 

            การฆ่ากันเองด้วยตรรกะพิกลพิการมิได้มีเพียงในตระกูลแมว

 

            ตระกูลหมาก็หน้ามืดตามัวไม่แตกต่าง

 

            “ฝูงหมาพี่น้องจะกัดกันก็อย่าให้ลำบากคนอื่นสิ”

 

            แจนิวาลแทบกระโดดไปตะครุบปากเพื่อนรักที่แกว่งไปหาเขี้ยวหมาป่าเข้าเสียแล้ว

 

            “ไฮซัน กลับเข้าหอกันเถิด”ว่าพรางรั้งแขนเจ้าของชื่อให้มาอยู่หลังตน มิได้สนใจใยดีเสียงขู่ในคอของเหล่าหมาป่าที่โดยหยามแต่อย่างใด

 

            หนึ่งเพียวหนึ่งผู้รักษาสมดุลได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนต่อมความถูกต้องของอาซาเอลจะโดนสะกิดเข้าอีกแล้ว

 

            “แกว่งเท้าหาเสี้ยน อย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”

 

            สิ้นเสียงประกาศก้องที่คล้ายการคำรามเสียมากกว่า หมาป่าทั้งสามก็กระโจนเข้าใส่เหยื่อทั้งสี่ด้วยความเร็วน่าหวาดหวั่น อาซาเอลคว้าแขนไฮซันแล้ววิ่งฉีกไปอีกทางโดยมีแจนิวาลระวังหลังและมินาคัสที่ร่ายเวทย์เป็นโล่อัดกระแทกหน้าผู้ล่าไปเสียหนึ่งทีพอให้ชะงักฝีเท้าด้วยความมึนงง

 

            “ขอบคุณสวรรค์ที่นายเลือกจะวิ่ง”

 

            “ฉันไม่ได้คิดจะสู้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก”

 

            อาซาเอลและแจนิวาลคุยกันฝ่าแรงลมกลางคืนที่ปะทะหน้าด้วยวิ่งสุดฝีเท้า

 

            ต่อให้ไม่ใช่คืนจันทร์สีเลือด แต่หมาป่าสามตัวในยามนี้ก็แข็งแกร่งเกินกว่าจะท้าทายด้วยได้

 

            กฎของการล่าคือห้ามกระทำการนองเลือดภายในหอพัก หากพวกเขาเข้าไปให้พื้นที่ของหอพักได้ก็ถือว่ารอดไปเปลาะหนึ่ง เช่นนั้นตอนนี้จึงต้องควบให้เต็มฝีเท้า

 

            เวทย์เสริมพลังกายถูกส่งไปที่ขาทั้งสองข้างเพื่อเร่งความเร็วหนีจากคนที่อยู่ในร่างสัตว์ซึ่งสามารถใช้ความเร็วเกินความสามารถมนุษย์ได้

 

            หากไม่กลัวตัวตนถูกเปิดเผยก็อยากจะคืนร่างสัตว์แล้วตะกุยพื้นหนีด้วยเหมือนกัน

 

            “โอ้ย!!

 

            เสียงร้องจากด้านหลังทำให้อาซาเอลหันไปมองอย่างตกใจ วูบหนึ่งที่เห็นแจนิวาลล้มกลิ้งลงไปลมหายใจก็จุกอยู่ที่ลำคอ ภาพของหมาป่าสองตัวที่พุ่งเข้าขย้ำหมายกัดให้จมเขี้ยวนั้นเร่งเร้าให้เลือดในกายเดือดพล่านจนเกือบจะกรีดร้องออกมา ทว่าใบหน้าของผู้รักษาสมดุลที่พลันดุร้ายขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่หมาป่าทั้งสองจะถูกผลักกระเด็นออกไปคนละทิศด้วยพลังเวทย์สีเขียวอ่อนกลับทำให้อาซาเอลหวาดหวั่นได้มากกว่า

           

กลัวว่ามินาคัสจะเผลอฉีกหมาป่าพวกนั้นออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 

“โทษที ขามันเจ็บขึ้นมา”เพียวหนุ่มที่โดนหิ้วแขนข้างหนึ่งกึ่งลากกึ่งอุ้มโดยผู้รักษาสมดุลยิ้มแหย

 

รอยช้ำจากการล้มกลิ้งเมื่อคราวก่อนยังไม่หายดี ตอนนี้ก็ได้แผลใหม่เสียแล้ว

 

เพราะมัวแต่ระวังเจ้าสองตัวข้างหลังจึงไม่ทันสังเกตว่าหมาป่าหายไปหนึ่งตัว กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่โดยดักทางหนีจนต้องหยุดฝีเท้ากระทันหัน แทบเสียหลักล้มหากไม่ได้อาซาเอลกับมินาคัสเกร็งตัวรั้งร่างเล็กสองร่างไว้ก็คงมิวายกลิ้งขลุกๆลงไปกับพื้นเป็นแน่

 

หมาป่าตัวโตที่สุดแยกเขี้ยวอยู่ตรงหน้า

 

“น่ารำคาญจริงๆ พวกเศษสวะเอ๋ย”

 

เศษสวะงั้นหรือ

 

คนที่น่ารำคาญคือพวกปากดีอย่างนายมากกว่า

 

สบถในใจก่อนที่ดวงตาของเด็กหนุ่มผมดำสนิทจะเรืองรองเป็นสีเหลืองทอง แผ่นดินใต้ร่างหมาป่าตัวโตพลันก่อเป็นกำแพงดินอัดกระแทกร่างสีน้ำตาลเทาจนลอยขึ้นเหนือพื้น ไม่ทันจะร่วงลงกระแทกลมหมุนวูบหนึ่งก็หอบร่างนั้นเข้าปะทะกับต้นไม้ใหญ่ด้านข้าง แรงกระแทกรุนแรงเสียจนใบไม้สีน้ำตาลร่วงกราวลงมาพร้อมกับร่างที่นอนแน่นิ่งกับพื้น

 

หมาป่าอีกสองตัวชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่าผู้นำกลุ่มของตนเพลี้ยงพล้ำ

 

การต่อสู้ควรจบลงเสียตรงนี้ทว่าความร้อนในกายของอาซาเอลกลับไม่ลดทอนลง ในอกร้อนผ่าว ปวดราวร่างจะแตกเป็นเสี่ยง ร่างกายยังคงรีดเร้นพลังเวทย์แม้มิได้เรียกใช้

 

พลังเวทย์ที่เสถียรมาหลายวันเริ่มแปรปรวนหลังจากใช้พลังด้วยโทสะ

 

อึก

 

ร่างของทรานส์หนุ่มทรุดลงกับพื้น มือกุมอกไว้แน่น แจนิวาลถึงกับเบิกตากว้างเมื่อสังเกตุเห็นสีฟ้าเรืองๆสะท้อนออกมาจากร่างของเพื่อนสนิท

 

สีฟ้าแบบเดียวกับที่ปรากฏบนดวงตาข้างซ้ายของอาซาเอล

 

กำลังจะลอสในสถานการณ์เช่นนี้งั้นหรือ

 

หางตาเพียวหนุ่มมองเห็นการเคลื่อนไหวของหมาป่าอีกสองตัวที่พบว่าเด็กหนุ่มกำลังบาดเจ็บ แม้ไม่รู้ว่าเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นผู้ที่ร่ายเวทย์จู่โจมชุดใหญ่ใส่รุ่นพี่จึงได้ลงไปกองเสียเอง แต่นี่เป็นโอกาสดีในการชิงตัวไฮซันมา

 

แม้ปฏิกิริยาตอบสนองของเพียวจะช้า แต่แจนิวาลจำได้ดีว่าในกระเป๋าตนมีของบางอย่างอยู่

 

ของขวัญจากอาจารย์ยูจีน

 

ถุงบุหงารำไปถูกดึงออกมาจากกระเป๋ากางเกง เวทย์ขยายขนาดสิ่งของถูกร่ายออกไปพร้อมกับพลังเวทย์สีม่วงสว่าง ฉับพลันถุงผ้าใบย่อมก็กลายเป็นกระสอบใบโตหล่นลงกระแทกพื้น

 

กลิ่นสมุนไพรฟุ้งกระจายจนแม้แต่เพียวที่ประสาทสัมผัสทื่อที่สุดยังต้องยกมือขึ้นกุมจมูก ไม่ต้องถามถึงอาการของผู้ที่อยู่ในร่างสัตว์ซ้ำยังเป็นหมาป่า มันคงแสบสันเข้าไปถึงขั้วปอดเพราะหมาป่าทั้งสองถึงกับเบือนหน้าหนีและกระโดดถอยหลังห่างไปหลายเมตร กระนั้นก็ต้องนับถือพลังใจของทั้งคู่ที่ยังไม่เผ่นหายไปไหน เพียงหลบออกไปให้พ้นรัศมีของกลิ่นที่เป็นพิษต่อตน

 

“ไหวไหม”มินาคัสย่อตัวลงตรวจดูอาการอาซาเอลที่ทรุดลงไปและไม่มีทีท่าจะเงยหน้าขึ้นมา ผู้รักษาสมดุลหนุ่มช้อนปลายคางทรานส์แมวตรงหน้าและพบว่าดวงตาของอาซาเอลกลายเป็นสีเหลืองข้างหนึ่งสีฟ้าข้างหนึ่งอย่างชัดเจน

 

มินาคัสรีบกดศีรษะกลมเข้ากับแผ่นอกตนด้วยเกรงว่าจะมีใครอื่นเห็น โดยเฉพาะหมาป่าทั้งสองที่อยู่ห่างออกไป

 

“แจนิวาล มียาอะไรที่ใช้ได้หรือไม่”เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนักและสิ่งที่ได้กลับมาคือสีหน้าที่ดุร้ายพอๆกับหมาป่าของเพียวตัวน้อย

 

“ใครกันที่สั่งห้ามไม่ใช่ปรุงยาที่เป็นผลร้ายแรง ตอนนี้อะไรที่ใช้ได้ก็ใช้ไปแล้ว”

 

แจนิวาลไม่อยากต้องรำคาญใจกับความเคร่งครัดของมินาคัสจึงไม่ได้ปรุงยาใดที่ส่งผลต่อสัตว์เลือดอุ่น มีเพียงยาสำหรับขับไล่สัตว์เลื้อยคลานและแมลงเท่านั้น

 

หากเขาดื้อแพ่งกว่านี้อีกสักหน่อยสถานการณ์ตอนนี้อาจจะเปลี่ยนก็เป็นได้

 

เพียวหนุ่มกัดริมฝีปากอย่างนึกเสียดาย

 

มินาคัสเมื่อได้ยินคำตอบก็คล้ายกับถูกตบหน้าไปเสียทีหนึ่ง แต่ให้เลือกอีกหนเขาก็ยังคงห้ามแจนิวาลไม่เปลี่ยน เช่นนั้นผู้รักษาสมดุลหนุ่มจึงตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่าง หากกล่อมให้หมาป่าทั้งสองหลับไปได้อาจคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้

 

ทว่าการบังคับให้พลังเวทย์ที่กำลังตื่นตัวด้วยอยู่ระหว่างต่อสู้สงบลงนั้นทำได้ยากยิ่ง หากผิดพลาด ตัวเขาเองอาจลอสและกลายเป็นภัยร้ายต่อสหายที่เหลือ

 

กรรรรรรร

 

ไม่เหลือช่องว่างให้ได้คิด หมาป่าที่ลองเชิงอยู่นานตัดสินใจพุ่งเข้าหาไฮซันที่คุกเข่าประคองอาซาเอลอยู่ ด้วยความตกใจมินาคัสจึงยกแขนขึ้นกันทั้งคู่เอาไว้

 

เขี้ยวคมของสัตว์นักล่าฝังลงในเนื้อของผู้รักษาสมดุลเสียจนลึกถึงกระดูก ความเจ็บปวดแล่นจากบาดแผลจนต้องกัดฟันข่มไว้ ไม่นานมันก็กลายเป็นความชาที่แผ่วงกว้างไปตามท่อนแขนจนไม่สามารถยกขึ้นได้อีก

 

ก่อนที่สัตว์ร้ายจะหันมาจู่โจมซ้ำ เวลารอบตัวก็ราวกับช้าลง อาซาเอลที่หลับตาอยู่เพื่อซ่อนดวงตาทั้งคู่แม้มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงความกดดันจากพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งของใครบางคน แม้มันไม่มุ่งร้ายต่อตัวพวกเขา แต่ก็ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันได้อย่างน่าจะประหลาด

 

สำหรับผู้ที่ลืมตาอยู่ตลอดสิ่งที่เห็นทำเอาอ้าปากงับลมลืมวิธีออกเสียงไปครู่หนึ่ง สองหมาป่าลอยคว้างกลางอากาศราวกับไร้น้ำหนัก แข้งขาขยับยืดยาดกับดวงตาที่ค่อยๆเบิกขึ้นด้วยความเร็วผิดธรรมชาติ

 

มิใช่แค่คล้าย

 

แต่เวลากำลังถูกทำให้ช้าลง

 

แจนิวาลลองขยับมือของตนและพบว่ามันใช้การได้ปกติ มิได้เคลื่อนไหวแปลกประหลาดเหมือนขาของหมาป่าเหล่านั้น

 

ไป

 

แว่วเสียงดังขึ้นในหัว เป็นเทเลพาทีแบบพิเศษเหมือนกับที่คีย์เคยใช้ แต่มิใช่เสียงของคีย์ มิใช่เสียงของใครที่อาซาเอลหรือมินาคัสเคยได้ยิน ไม่ใช่เสียงที่แจนิวาลหรือไฮซันคุ้นเคย

 

ใครบางคนที่ช่วยเหยื่อจากปากนักล่าโดยไม่เผยตัว

 

ไม่มีเวลาตามหาพลเมืองดีด้วยต้องเอาชีวิตรอด ทั้งสี่คนหอบหิ้วกันวิ่งอย่างทุลักทุเลเพราะกลัวเวทย์จะคลายก่อนที่พวกเขาจะไปถึงหอพัก กระนั้นเมื่อขาข้างหนึ่งเหยียบเข้าพื้นกระเบื้อง หางตายังเห็นหมาป่าสีน้ำตาลเทาอยู่กลางอากาศ ตัวหนึ่งหงายท้องและพยายามกวาดขาไปมาเพื่อพลิกตัว เมื่อมองจากตรงนี้ดูเป็นภาพน่าขัน หากมิใช่ว่าเลือดของมินาคัสยังไหลอาบท่อนแขนบ่งบอกว่าการต่อสู้เมื่อครู่เกิดขึ้นจริง เช่นนั้นจึงไม่มีใครขำออก

 

ผู้รอดพ้นจากการถูกล่าสาวเท้าเร็วๆขึ้นไปยังชั้นที่พักของตนเอง ไฮซันขอแยกตัวออกไปทางปีกตะวันตกอันเป็นห้องพักของตนหลังจากก้มหัวขอบคุณเสียหน้าผากเกือบโขกพื้น ลำบากแจนิวาลที่ต้องห้ามมิให้กระต่ายหนุ่มคุกเข่าลงคำนับ แม้สามสหายไม่สบายใจนักที่จะปล่อยให้กระต่ายน้อยผละไปตามลำพัง แต่อาการของอาซาเอลกับมินาคัสก็มิควรเดินท่อมๆอยู่ตามระเบียงนานกว่านี้

 

ดวงตาของภาชนะที่สอง

 

และเลือดของผู้รักษาสมดุล

 

พระจันทร์ยังมิทันเต็มดวงดีเสียด้วยซ้ำ ลางร้ายก็มาเยือนเสียแล้ว


hf

            ทรานส์ตระกูลกระต่ายที่เพิ่งพ้นคมเขี้ยวของฝูงหมาป่ามาได้ตัวสั่นเทาจนแทบก้าวขาไม่ไหว แต่ในสมองกลับสับสนไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งความเป็นห่วงที่บีบรัดจนหน้าอกปวดแปลบด้วยไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้วยกันก่อนโดนจู่โจมเป็นเช่นไร ไหนจะภาพที่เพิ่งได้เห็นเมื่อครู่

 

            ดวงตาสองสี

 

            เขาเองก็เป็นทรานส์ ซ้ำเจ้าของดวงตาสองสีนั้นก็ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ต่อให้เอามีดมาจ่อคอเขาก็คงไม่คิดบอกความลับนี้กับใคร แต่ทว่าสีฟ้าครามนั้นช่างคุ้นเคย คุ้นเคยเสียจนรบกวนจิตใจ

 

            เขาควรบอกเรื่องนี้กับพวกอัยหรือไม่

 

            ควรบอกเรื่องนี้กับคาดิเนียลหรือไม่

 

            ร่างเล็กสับขาเร็วด้วยความคิดที่ตีกันวุ่นวายจนมิทันได้สังเกตว่ามีดวงตาคมคู่หนึ่งมองมาจากมุมมืด

 

แม้ไฮซันจะรอดพ้นวิกฤตมาได้แต่ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน เพียงวันเดียวลูกฝูงของคาดิเนียลโดนทำร้ายถึงสองคน และสิ่งที่ผู้ก่อการคาดไม่ถึงก็คือ แมว ของคาดิเนียลบังเอิญโดนลูกหลงไปด้วย

 

            ไฟสงครามถูกจุดขึ้นแล้ว อยู่ที่ว่าลมจะแรงพอโหมให้มันลุกลามได้เพียงใด


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 253 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2378 applepie13 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 08:01
    สงครามเริ่มแล้วววววววว ขอให้ทุกคนรอดเพราะยังมีภารกิจออกสถานที่ของแบคอนอยู่เลย;;__;; นึกกลัวใจว่ามินาคัสจะเผลอใช้พลังตัวเองไหนจะกลัวว่าอาซาเอลจะใช้ร่างที่แท้จริงของตัวเองเข้าสู้ แต่ไม่แน่ว่าอาจจะต้องใช้จริงๆก็ได้ในอนาคต... แล้วอาการปวดหัวของอาซาเอลตอนเห็นพวกหมาคืออะไรรรรร นู๋เป็นอะไรรรร เคยโดนหมาทำร้ายตอนเด็กๆหรอลูก
    #2,378
    0
  2. #2327 pimaya (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 20:52
    ขอพักดมยาดมค่ะ แงง
    #2,327
    0
  3. #2295 atom_k (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 03:08
    อ่านตอนนี้เเล้วคือรู้สึกเหมือนได้ไปยืนในสถานที่นั้นๆเลย ไรท์บรรยายเก่งมาก
    #2,295
    0
  4. #2271 Am_s (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 01:01
    ทำไมฝั่งคาดิเนียลดูโดนโจมตีเยอะจังเลย จำได้ว่าก่อนหน้านี้คาดิเนียลก็ดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แงงงงงเป็นห่วงฝั่งนี้ แล้วยังลามมาถึงกลุ่มอาซาเอลอีก นี้ขนาดยังไม่พระจันทร์สีเลือดนะเนี่ย
    #2,271
    0
  5. #2243 `salapao13. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 02:55
    ฮือออ ปมเยอะเหลือเกินคุณไรท์ คิดตามแต่เดาอะไรไม่ออกเลย555555
    #2,243
    0
  6. #2242 หนึ่งไมล์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 17:00
    อินมากกกก เป็นเรื่องนึงที่ตฃจะตามจนสุด นี่รอมาตั้งแต่ช่วงแรกๆเลย จะรออ่านต่อไปงับ!
    #2,242
    0
  7. #2241 Nadapitch (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 08:55
    คนที่ช่วยน่าจะเป็นหนึ่งในอาจารย์
    #2,241
    0
  8. #2240 Nealchopcoffee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 00:37
    ใครช่วยไว้กันนะ!
    #2,240
    0
  9. #2239 prapasriklanpras (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:12
    รอน้าาา
    #2,239
    0
  10. #2238 nnp-pangg02 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:39
    กด99สาธุให้เจ้าไฮซันถึงห้องโดยปลอดภัย ฮือเมื่อกี้คือคาดิเนียลช่วยไว้ใช่ไม๊ หือ!!
    #2,238
    0
  11. #2237 JjJyJh (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 09:40
    ลุ้นมากกกกกก ชอบตอนหยิกแก้มกันไปมาหมั่นเขี้ยว!
    #2,237
    0
  12. #2235 kidt2 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 22:37
    คำว่า’แมวของคาดิเนียล’ อั้ย!!!
    #2,235
    0
  13. #2234 lastromeobts (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 18:27
    ดีจัยที่ทุกคนปลอดภัย แต่ใครที่เป็นคนมาช่วยอ่ะ

    พ้มกด99เป็นกลจให้เหมือนเดิมนะคับ💕💘💟💗💓💝💞💖💜💛
    #2,234
    0
  14. #2233 may-twchn94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 14:15
    ลุ้นมากๆ ว่าแต่ใครช่วย น่าจะเป็นอาจารย์สักคนมะ ;-;
    #2,233
    0
  15. #2232 SunJK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 23:49
    รอออออออิไม่ไหวแร้ววววววว
    #2,232
    0
  16. #2231 gie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 22:00

    ลุ้นมากก น่าติดตามมากค่าา

    #2,231
    0
  17. #2230 P-pin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 21:08
    กรี๊ดดดด คนที่มาช่วยคือใครรร ละคนที่มองไฮซันคือใครร แทบอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2,230
    0
  18. #2229 Jupiter Ai (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 19:01
    ใครทำไรไฮซันอีกกก
    #2,229
    0
  19. #2228 Penpatkcy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 13:44
    ลุันมากเลยค่ะ รอนะคะ
    #2,228
    0
  20. #2227 tdp-eee (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 10:32
    เเง้ดีมากกๆๆๆๆๆๆๆเค้ารออยู่ตลอดเลยนะคะ
    #2,227
    0
  21. #2226 raatchadaa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 07:01
    อ่านตอนนี้จบ วนอ่านตอน1 ใหม่ สนุกมาก รอเฉลยปมต่างๆนะคะ ^^
    #2,226
    0
  22. #2225 Nufonworakamon (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 02:44
    ลุ้นตามจนใจเต้นไม่เปนจังหวะแล้วคะไรท์ มาอัพต่อเร็วๆนะคะ
    #2,225
    0
  23. #2224 realllllNN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:48
    ดีใจที่คุณไรท์มาอัพต่อ กำลังเข้มข้น ไม่อยากขาดตอนเลยคะ ลุ้นเมื่อไหร่เค้าจะรู้ว่าเปนครึ่งหนึ่งของกันและกัน แง้ ????
    #2,224
    0
  24. #2223 summerdaisy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:33
    คุณไรท์อัพรัวๆเลยช่วงนี้ เป็นดีใจที่สุด;-; ใครมาช่วยเจ้าพวกเด็กกันนะแสนเท่มาก ส่วนนายคาดิเนียลไม่มีบทเลยสงสารแล้ว55555 ขอให้รอดปลอดภัยนะเจ้าพวกเด็กแสบ คิดถึงคุณไรท์เสมอนะคะ💖
    #2,223
    0
  25. #2222 Phoenix (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 22:40
    แง ตอนมินาคัสโดนกัด ใจตกไปที่ตาตุ่มแล้ว ใครมาช่วยพวกแสบไว้ อยากให้คาดิเนลกับอาซาเอล เจอครึ่งนึงของกันและกันแล้ว
    #2,222
    0