[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 17 : Chapter 15 :: เรือนกระจก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,945
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 420 ครั้ง
    5 ม.ค. 63

            แสงแดดอุ่นๆที่หาได้ยากในยามใกล้เหมันตฤดูส่องผ่านช่องแคบระหว่างกิ่งก้านของไม้ใหญ่ที่เกี่ยวกระหวัดกันเป็นหอพักของนักเรียนแห่งสถาบันเชนโตทำให้การนอนเป็นช่วงเวลาที่แสนสุขยิ่งกว่าเคย คนขี้เซานอนซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหนาซึ่งดูจะหนาเกินไปสำหรับวันนี้ แขนขายาวเริ่มปะป่ายยืดเหยียดออกมานอกผ้าผืนหนักที่คลุมตัวอยู่

 

            อาซาเอลพลิกตัวอยู่สองสามหนก่อนจะตัดสินใจหยัดตัวขึ้นนั่งแม้หนังตาจะยังหนักจนลืมไม่ขึ้น

 

            ตารางเรียนของเขาเริ่มในช่วงบ่าย ทรานส์หนุ่มจึงสามารถทำตัวขี้เซาได้เท่าที่ต้องการ

 

เด็กหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งเลือกจะละเลยมื้อเช้าด้วยร่างกายที่เมื่อยขบอันเป็นผลกระทบจากชั้นเรียนเอาตัวรอดเมื่อคืนนี้ กระนั้นความหิวก็ปลุกให้เขาตื่นในช่วงสายของวัน เร็วเกินไปสำหรับอาหารเที่ยง แต่ท้องก็ยังร้องประท้วงไม่ยอมหยุด

 

อาซาเอลหาวหวอด ก่อนจะวางเท้าลงบนพื้นห้องที่ยังชื้นจากน้ำค้าง ฉับพลันขายาวก็กระตุกจากแรงสะดุ้ง ความปวดแล่นปราดจากข้อเท้าจนต้องเบ้หน้า

 

เช่นเดียวกับที่ข้อมือ ปวดแสบไม่ต่างกัน

 

ร่องรอยของเชือกเส้นหนาที่บาดผิวขาวจนขึ้นรอยแดงเมื่อคืนนี้กลับกลายเป็นรอยช้ำสีเขียวอมม่วงพาดพันรอบข้อมือและข้อเท้าเป็นภาพที่ไม่น่ามองเท่าใดนัก

 

ผลพวงจากความดื้อดึงและอำนาจของปีศาจที่ทำให้เขาหวนนึกถึงประสบการณ์เลวร้ายของการทดสอบเข้าเรียนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

 

“คราวนี้คุณจะเปิดอกพูดกับฉันได้รึยัง”

 

อาซาเอลนึกถึงคำถามของอาจารย์ในโลกเสมือนที่เอ่ยถามเขาด้วยร่างของจิ้งจอกขาวสองหาง ยอมรับว่าผู้มีภาชนะที่สองอย่างเขาลืมหายใจไปชั่วขณะ

 

ทว่าคีย์ผู้มีภาชนะที่สองเช่นกันก็ควรรู้ ว่าคนเช่นพวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง และสิ่งต้องห้ามที่ควรท่องให้ขึ้นใจ คือห้ามไว้ใจใครที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก

 

“ใช่ครับ ผมก็มีภาชนะที่สองเหมือนคุณ ในเมื่อคุณรู้อยู่แล้ว จะมาคาดคั้นจากผมอีกทำไม”

 

เด็กหนุ่มย่อตัวลงจนระดับสายตาอยู่ในระดับเดียวกับจิ้งจอกที่ตัวใหญ่กว่าปกติอยู่สักหน่อย กระนั้นการยืนค้ำเหนือผู้อาวุโสกว่าก็ไม่ใช่สิ่งที่พึงกระทำ ฉับพลันที่อาซาเอลคิดว่าเห็นรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจระบายอยู่บนใบหน้าแหลมเล็ก ร่างกายของอาจารย์ผู้มากประสบการณ์ก็กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ คนตัวเล็กกว่าบัดนี้ยืนค้ำอยู่เหนือร่างของคนที่นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่บนพื้น

 

อาซาเอลเงยขึ้นสบตาจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพบกับรอยยิ้มน่าหวาดหวั่นที่เขาเห็นไม่ชัดเมื่อครู่

 

ตอนนี้มันชัดเจนเต็มสองตาเขา

 

“สิ่งที่ฉันอยากรู้คือความสามารถในการใช้ภาชนะที่สองของคุณ รวมถึงพลังพื้นฐานในฐานะทรานส์ของคุณด้วย”

 

“และสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดว่าทรานส์คนนั้นแข็งแกร่งหรือไม่ ก็คือความกระหายในการล่าที่ปะทุออกมายามเมื่อทรานส์คนนั้นอยู่ในร่างลอส”

 

เด็กหนุ่มลอบกลืนน้ำลายเมื่อฟังมาถึงตรงนี้

 

สำหรับเหล่าทรานส์ที่ถูกผู้แข็งแกร่งกว่าตามธรรมชาติอย่างไฮบ์และเพียวกดขี่เมื่ออยู่ในร่างมนุษย์นั้น ร่างลอสเป็นดั่งดาบสองคม ด้านหนึ่งมันคือสัญลักษณ์แห่งความอ่อนแอ แต่ในขณะเดียวกัน ยามเมื่อทรานส์จงใจกลับคืนร่างสัตว์โดยมิได้เกิดจากการเหือดแห้งของพลังเวทย์นั้น นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่พวกเขาจะแข็งแกร่งที่สุด

 

แม้แต่ในการต่อสู้จริง ก็มีทรานส์จำนวนมากที่ใช้การคืนร่างสัตว์เพื่อสร้างความเหนือกว่าด้านกายภาพและความเร็ว

 

ในบางคน สามารถใช้พลังเวทย์ได้ดียิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในร่างสัตว์

 

โดยเฉพาะทรานส์ที่มีภาชนะที่สองผู้ใช้พลังอำนาจจากธรรมชาติรอบกายได้อย่างพวกเขา

 

ไม่สิ

 

สำหรับอาซาเอล เขาไม่สามารถใช้ภาชนะที่สองได้ตามใจคิด

 

กระนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าพลังเวทย์มันเอ่อล้นเพียงใดยามเมื่อเขาคืนร่างสัตว์อย่างสมบูรณ์

 

เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกเช่นนั้นมาเนิ่นนานเหลือเกิน เพราะทุกครั้งที่เขาอยู่ในร่างนั้น มักเกิดเหตุการณ์เลวร้ายและการสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รักทุกครั้งไป

 

            “ฉันได้ยินมาจากหลายคน ว่าคุณดูเหมือนจะพยายามปิดบังร่างลอสของตัวเอง”

 

          ชื่อของใครคนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของอาซาเอล บุคคลที่สงสัยและสนใจในร่างลอสของเขาเสียเหลือเกิน


            ไคมัส


            จะว่าไป คีย์กับไคมัสก็มีบรรยากาศที่คล้ายกันอยู่หลายอย่าง


            รวมถึงรอยยิ้มปีศาจแบบนั้นด้วย

 

            “ผมก็เจอหลายคนที่สงสัยในร่างลอสของผม ทั้งที่มันไม่มีอะไรน่าสนใจเลยสักนิด”

 

          เด็กหนุ่มเงยมองอีกคนก่อนจะระบายรอยยิ้มใสซื่อ พริบตานั้นอาซาเอลค้อมตัวลงเล็กน้อยก่อนจะปรากฏเป็นร่างของแมวน้อยสีดำสนิทมีขนเป็นมันวาวดังที่เคยแสดงให้ใครหลายคนที่เพิ่งพูดถึงไปได้เห็น

 

            แว่วเสียงหัวเราะของคีย์ดังขึ้นเหนือหัว

 

            “นี่เป็นโลกของฉันอาซาเอล โลกของฉันอย่างสมบูรณ์ คุณเข้าใจความหมายของมันหรือไม่”

 

          ทรานส์หนุ่มในร่างของแมวตัวน้อยลอบเม้มปาก

 

            “ยอมรับว่าคุณทำได้ดีในการแปลงกายซ้อนทับร่างสัตว์ ไม่ใช่ทุกคนจะทำเช่นนี้ได้”

 

          “โดยทั่วไปแล้วเราจะมองออกในทันทีว่าร่างที่แสดงให้เห็นนั้นเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหรือสร้างขึ้นจากการฝึกฝน ด้วยสัดส่วนพลังเวทย์ที่ใช้นั้นแตกต่างกัน”

 

          “ของจริง กับ ของปลอม ย่อมมีตำหนิให้จับได้เสมอ”

 

          “งั้นคงแย่ถ้าคุณมองเห็นของจริงเป็นของปลอมไปเสียได้”

          ทรานส์หนุ่มหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงในร่างของชายหนุ่มรูปงามคนเดิมพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ไม่สื่ออารมณ์ใด

 

            “มาดูกันว่าสิ่งที่คุณฝึกฝนมาจะช่วยคุณได้นานสักแค่ไหนกัน พนันได้เลยว่ากว่าจะทำได้ขนาดนี้คุณคงเหนื่อยเลือดตาแทบกระเด็น แต่แย่หน่อยที่มันอาจจะสูญเปล่าต่อหน้าฉัน”

 

          อาซาเอลเผลอก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเจอกับรอยยิ้มกว้างแสนร้ายกาจที่ระบายอยู่บนเรียวปากของผู้อาวุโสกว่า

 

            เอาอีกแล้ว

 

            ที่นี่มีแต่คนน่ากลัว

 

            ตัวอันตรายทั้งนั้น!!

 

            วินาทีที่แมวหนุ่มเกือบจะหันหลังวิ่งหนีแม้ไม่รู้จะหนีไปที่ใดได้ เชือกเส้นหนาก็ผุดขึ้นจากพื้นดิน พันเลื้อยรอบข้อเท้าของเขาราวเถาวัลย์พิษ ก่อนจะตรึงแน่นเสียจนปวดแสบ รั้งให้ร่างสูงล้มตึงลงกับพื้น ทั้งเข่าและฝ่ามือที่ใช้ยันไม่ให้ใบหน้าหล่อเหลาฟาดพื้นพลันเจ็บแสบจากแผลถลอก

 

            สูดลมหายใจมิอาจช่วยบรรเทาความเจ็บได้ มิทันจะยกมือขึ้นมามองแผล แขนของเขาก็ถูกรั้งลงกับพื้นดินด้วยเชือกแบบเดียวกับที่ข้อเท้า

 

            ดวงตาสีดำสนิทบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ

 

            “คุณจะทำอะไรผม”

 

          “อย่างนั้นล่ะ โกรธฉันให้มากขึ้นอีกสิ ร้อนรุ่มด้วยไฟโทสะให้มากกว่านี้อีก”

         

          ถ้อยคำของคีย์รั้งสติให้อาซาเอลรู้ตัว หัวใจของเขาเต้นเร็ว ขมับปวดตุบ โกรธจนร้อนไปทั้งร่างทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องให้โกรธขนาดนั้นเสียหน่อย

 

            “ตอนนี้อากาศที่คุณกำลังหายใจเข้าไป มันจะกระตุ้นให้คุณโกรธ เป็นทางที่เร็วที่สุดที่จะทำให้คุณขาดสติ รวดเร็วกว่าความเศร้าหรือความเจ็บปวด แต่มันยากเพราะเมื่อคนเรารู้ตัวว่ากำลังโกรธ ก็สามารถข่มระงับอารมณ์เหล่านั้นได้”

 

          “แต่ไม่ใช่ในโลกของฉัน เงื่อนไขทุกอย่างฉันเป็นผู้ควบคุม”

 

          “และถ้าฉันบอกให้โกรธ คุณก็ต้องโกรธ”

 

          “พิลึกใช่ไหม”

 

          “นั่นล่ะความสนุกของโลกเสมือนนี่”

           

          ทรานส์หนุ่มขมวดคิ้วแน่น ตบตีกับความคิดตัวเองจนยุ่งเหยิง รู้ตัวว่าโกรธ แต่ยิ่งควบคุมตัวเอง ก็ยิ่งหงุดหงิดที่ไม่สามารถทำได้

 

            “คุณมันขี้โกงสมเป็นจิ้งจอกจริงๆ”

 

          ถ้อยคำค่อนขอดของเด็กหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะร่วนจากจิ้งจอกเฒ่า

 

          “โอ้ ไม่หรอก อะไรที่เป็นดั่งใจเกินไปก็น่าเบื่อนะ ฉันมีของขวัญเล็กๆให้กับผู้มาเยือนโลกของฉันเป็นครั้งแรกเสมอ”

 

          “สำหรับคุณ ฉันมีทางรอดให้”

 

          “หากคุณดิ้นรนจนเชือกเส้นนั้นขาดได้ มันจะส่งคุณกลับ แต่ถ้าทำไม่ได้ คุณจะคลุ้มคลั่งจนคืนร่างที่พยายามปกปิดไว้”

 

          “แบบนี้ สนุกกว่าใช่ไหม”

 

          กรรร

 

          เจ้าของเรือนผมสีรัตติกาลคำรามพร้อมด้วยเขี้ยวแหลมแบบสัตว์ป่าที่โผล่พ้นริมฝีปาก ดวงตาสีดำสนิทกลับกลายเป็นสีเหลืองอำพันขึ้นมาวูบหนึ่ง

 

          “ผมสงสัยจริงๆ ว่าที่นี่คัดคนจากอะไร มีแต่พวกปีศาจทั้งนั้น”

 

          กัดฟันเอ่ยเสียงเข้ม ข่มความร้อนที่ปะทุขึ้นในอก

 

            “พวกเราเป็นปีศาจ เพราะต้องดูแลเหล่าอสูรน้อยๆอย่างพวกคุณไง”

 

          รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคีย์เป็นฟืนชั้นดีให้กับไฟโทสะ

 

            มันจะอะไรหนักหนากับตัวตนของเขา

 

            ไม่ว่าจะใครหน้าไหน ก็สอดรู้สอดเห็นไม่ต่างกัน!

 

            “คุณจะสอนผมโดยไม่ต้องรู้ทุกเรื่องไม่ได้หรือไง”

 

          “แล้วคุณจะให้ผมสอนโดยไม่ต้องมีความลับไม่ได้งั้นรึ”

 

          เจ้าของโลกเสมือนเลิกคิ้วถามเด็กน้อยที่ดิ้นรนอยู่กับพื้น เชือกที่รัดมือเท้าตึงด้วยแรงรั้งราวกับเด็กคนนี้จะดึงผืนดินขึ้นมาได้

 

            คนอย่างอาซาเอล

 

            ถ้าไม่ทำให้ไว้ใจจนยอมสลบ

 

            ก็ต้องทำให้รู้สึกแพ้อย่างราบคาบ จึงจะปราบพยศได้

 

            ก่อนจะสอนให้เอาตัวรอด เขาต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือจุดอ่อนที่จะฆ่าเด็กคนนี้ อะไรคือความลับที่ลึกที่สุดในจิตใจของเด็กหนุ่ม

 

            ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ ที่ ไม่รู้ว่าภัยร้ายจะมาถึงตัวคนดื้อดึงเมื่อใด เขาจึงจำต้องใช้ไม้แข็ง

 

            ถือว่าเป็นการทดสอบจิตใจของอาซาเอลไปด้วยเลยก็แล้วกัน

 

            เพราะอย่างไรเสีย หลังจากนี้อาซาเอลก็ต้องเจอกับบทเรียนที่ไร้ความปรานีอีกนับไม่ถ้วน

 

            จิ้งจอกเฒ่าทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ปรากฏขึ้นรองรับร่างเล็กอย่างพอเหมาะพอดี เท้าคางมองคนที่ดิ้นรนทุรนทุรายจะฝุ่นตลบด้วยสายตาแวววับ

 

            กรรรรรร

 

            “แล้วคุณจะเสียใจ ที่ทำกับผมแบบนี้”

 

          นัยน์ตาคมที่จ้องเขม็งราวกับอยากฉีกร่างของคีย์ออกเป็นชิ้นแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาอย่างสัตว์ตระกูลแมว ข้างหนึ่งเป็นสีเหลืองอำพัน อีกข้าง เป็นสีฟ้าเข้มที่ทำให้คีย์ต้องหรี่ตามองอย่างสนใจ

 

            นี่คือสิ่งที่เหล่ากบฏบอกแก่เขา

 

            ภาชนะที่สองที่ถูกปิดตายงั้นรึ

 

            อึก

 

            อาซาเอลขบเขี้ยวตนลงบนริมฝีปากบางเรียกเลือดสีสดให้หยดลงตามขอบปาก ความเจ็บช่วยเรียกสติได้ไม่มากนักเมื่อยามนี้หัวใจของเขาเต้นถี่รัว ดวงตามืดมิดด้วยไฟโทสะ

 

            เขาโกรธคีย์

 

            โกรธตัวเอง

 

            โกรธโชคชะตา

 

            ที่ทำให้เขาเกิดมามีภาชนะที่สอง

 

            และได้ครอบครองร่างของสัตว์ที่ถูกจารึกในบันทึกของตระกูลว่าจะทำให้ผู้ผูกพันธะได้รับอำนาจเหลือคณานัป แต่จะนำความวิบัติมาสู่ตระกูลหากตกเป็นเขี้ยวของใคร

 

            ไม่มีใครเคยพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่

 

            แต่ทุกคนที่ตระกูลเขาล้วนเชื่อในคำทำนายที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้

 

            ทั้งพ่อและแม่ของเขากลัวจับใจว่าจะมีใครล่วงรู้ความลับนี้ เพราะเป็นสายพันธุ์ผ่าพงศ์ที่มีภาชนะที่สองนั้นไม่ต่างอะไรกับอัญมณีต้องสาป เป็นที่หมายปองเสียจนนำความวิบัติมาสู่แผ่นดิน

 

            ทรานส์หนุ่มดิ้นรนด้วยแรงเฮือกสุดท้าย กลิ่นคาวของเลือดที่ไหลอาบข้อมือและข้อเท้าจนชุ่มไปทั้งเส้นเชือกยิ่งแร่งสัญชาตญาณดิบในตัวให้ปะทุรุนแรง

 

            คีย์ผุดลุกขึ้นยืนเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังงานที่เอ่อล้นออกมาจากร่างสูงโปร่ง

 

            มันช่างแสนคุ้นเคย

 

          กรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร

 

          เสียงคำรามก้องพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่เขย่าโลกของคีย์อย่างน่ากลัว ทว่าเจ้าของกลับเผยรอยยิ้มกว้างเมื่อสบกับดวงตาของสัตว์ร้ายสีดำที่มีลายคล้ายกุหลาบสีหม่นแต่งแต้มอยู่ตามตัว

 

            นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นสัตว์ผ่าพงศ์จากผู้สืบเชื้อสายของแมวใหญ่

 

            เพื่อนของเขาคนหนึ่งก็มีร่างลอสที่น่าเกรงขามเช่นนี้

 

            เห็นแล้วให้หวนคิดถึงคืนวันเก่าๆเสียจริง


            สายพันธุ์ผ่าพงศ์ ที่เกิดจากทั้งความผิดพลาดและความสร้างสรรค์ของธรรมชาติ

 

          “โอ้ะโอ จะให้เปรียบคุณกับอะไรดีนะอาซาเอล ตำนานเก่าเก็บของโลกยุคเก่าเคยมีเรื่องของหญิงที่งามล่มเมืองเป็นเหตุแห่งสงครามมากมาย งั้นคุณก็คงเป็นผู้ที่จะล่มเมืองในยุคนี้ได้ด้วยความพิเศษที่ใครๆก็ใฝ่หากระมัง”

 

          ดวงตาของผู้อาวุโสแต่ใบหน้าแสนเยาว์วัยพราวระยับเสียจนอาซาเอลที่อยู่ในร่างสัตว์ใหญ่หอบหายใจแรงได้แต่แยกเขี้ยวใส่อย่างขัดใจ

 

            ไม่คิดว่าความพยายามทั้งชีวิตจะพังครืนลงได้ง่ายๆเช่นนี้

 

            คนตรงหน้าแข็งแกร่งและแสนเจ้าเล่ห์

 

            เป็นครั้งแรกที่เขาเชื่อหมดใจว่าคีย์คือหนึ่งในผู้ก่อตั้งสถาบันที่สามารถเคียงบ่าเคียงใหญ่กับผู้อำนวยการได้จริง

 

            ทางรอดที่คีย์หยิบยื่นให้ไม่เคยมีอยู่จริง

 

            ยิ่งเขาดิ้นรน

 

            ไฟโทสะยิ่งท่วมท้น

 

            จนสุดท้าย

 

            ก็ควบคุมอะไรไม่ได้เลย

           

            สัตว์ร้ายที่อยู่ตรงหน้าคีย์คือ Jaglion ลูกผสมระหว่างเสือจากัวร์ที่มีเซลล์เม็ดสีทำงานผิดปกติจนเป็นสีดำสนิทกับเจ้าแห่งผืนป่าอย่างสิงโต กลายเป็นเสือที่มีขนเหลือบดำ แต่งแต้มด้วยลายคล้ายดอกกุหลาบสีเข้มที่ราวกับบรรจงวาดด้วยหยดหมึก 


             เจ้าแมวยักษ์ขนาดตัวเกือบสองเมตรยกขาหน้าที่เกิดบาดแผลฉกรรจ์ขึ้นเลียด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์เท่าใดนัก ฉับพลันบาดแผลเหล่านั้นก็เริ่มสมานตัวด้วยอัตราเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

 

            แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับยามที่อยู่ในร่างมนุษย์

 

            “สนุกพอหรือยัง ผมเหนื่อยแล้ว”

 

          น้ำเสียงนุ่มที่ติดรำคาญดังจากปากของสัตว์ร้ายตัวโต เรียกร้อยยิ้มของจิ้งจอกเฒ่าได้อีกหน

 

            “คุณก็รู้ว่าความลับของคุณยังไม่หมดแค่นี้”ถ้อยคำราวกับรู้ทันไปเสียทุกเรื่องสร้างความหงุดหงิดใจให้กับอาซาเอลในยามนี้เป็นอย่างมาก รับรู้ได้ว่าบรรยากาศหนักอึ้งที่กดดันให้เขาคลุ้มคลั่งนั่นหายไปแล้ว ทว่าคนตรงหน้าก็กวนอารมณ์ไม่ได้น้อยลงเลย

 

“เอาล่ะ คราวนี้เรามาลองทำอะไรสักอย่างกับตาข้างนั้นกันไหม”

                       

          “คุณเคยได้ยินไหมว่าเสือที่จนตรอกมันทำอะไรได้บ้าง”

 

          ผู้สืบเชื้อสายจากสัตว์ที่อยู่เหนือสุดของห่วงโซ่อาหารถึงสองชนิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีแววล้อเล่นใด

 

            เขายอมให้คีย์ล้ำเส้นมามากเกินพอแล้ว

 

            ส่วนหนึ่งด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายทำไปเพราะเขาเป็นนักเรียน จึงต้องทำตามกฏเมื่ออยู่ในชั้นเรียนของอาจารย์ผู้แสนเจ้าเล่ห์

 

            แต่ให้มันน้อยๆหน่อยเถิด

 

            ดวงตาสีฟ้าข้างนี้เป็นยิ่งกว่าความลับของเขา

 

            เพราะความลับคือสิ่งที่เราจงใจปิดบังไว้

 

            ทว่าสิ่งที่เราไม่รู้ที่มาที่ไป ไร้ซึ่งความทรงจำเกี่ยวกับมันนั้น จะเรียกว่าความลับก็เรียกได้ไม่เต็มปาก

 

            และเขาไม่พร้อมให้ใครเหยียบย่างเข้ามาในดินแดนสนธยาที่แม้แต่ตัวเขาเองยังกลัวที่จะก้าวเข้าไป

 

            “งั้นทำไมคุณไม่ลองทำให้ฉันเห็นล่ะ ว่าเสือจนตรอกนั้นทำอะไรได้บ้าง”

 

          ดวงตาสองสีวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้งจากคำท้าทาย

 

            อุ้งเท้าหนาที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมออกแรงกระชากขาทั้งสี่ให้หลุดจากพันธนาการ และมันก็เป็นไปอย่างง่ายดายเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้

 

            ไม่รู้เพราะอยู่ในร่างสมบูรณ์ หรือเพราะคีย์จงใจปล่อยไป

 

            เมื่อเชือกทั้งสี่หลุดออก แสงสีขาวเรืองรองก็เกิดขึ้นรอบกายของเสือหนุ่ม

 

            อาซาเอลเปลี่ยนสู่ร่างเด็กหนุ่มผอมสูงที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นด้วยรู้ดีว่าอีกไม่กี่วินาทีเขาจะกลับสู่โลกอีกใบ โลกที่คีย์ไม่สามารถตามไปส่งเขาได้

 

            “ไว้เจอกันใหม่นะ ทรานส์ล่มเมือง”

 

          สายพันธุ์ผ่าพงศ์นั้นหาได้ยาก แต่ก็คงมีเพียงพวกนักสะสมที่จะตื่นตาตื่นใจจนเก็บอาการไม่อยู่เมื่อได้พบกับพวกเขาเหล่านั้น

 

            ทว่าร่างของอาซาเอลนั้นต่างออกไป

 

            สายพันธุ์ที่จารึกไว้ในตำนานเรื่องเล่าซึ่งคีย์รู้ดีว่ามันมีเค้าความจริงอยู่มากเพียงใด

 

            เป็นเหตุผลที่ทำให้หัวใจซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นของจริงหรือของปลอมด้วยอยู่ในโลกเสมือนมาเนิ่นนานนี้กลับมาเต้นระรัวอีกหน

 

         อยากจะกลอกตาใส่ชื่อที่อีกฝ่ายถือวิสาสะตั้งให้ ทว่าภาพของคีย์ก็หายไปเสียก่อน ราวกับเขากำลังอ่านนิทานและเพิ่งพลิกหน้าหนังสือเปลี่ยนเป็นอีกฉาก ภาพตรงหน้ากลายเป็นสวนสวยหน้าหอพักที่ๆเขาเกือบลืมไปแล้วว่าแยกกับมินาคัสตรงนี้

 

            พ่นลมหายใจออก

 

            ทั้งที่เพิ่งเปิดเผยร่างที่เก็บงำไว้เกือบชั่วชีวิตต่อหน้าคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ทว่าเขากลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด

 

            บางที การเก็บความลับมากมายไว้กับตัว อาจเป็นภาระที่หนักเกินไป

 

            กระนั้น การเปิดเผยความลับยิ่งใหญ่ ก็อาจเป็นการชักนำภัยมาสู่ตัว

 

 

 

            ก้อกๆ

 

          “อาซาเอล ตื่นหรือยัง ไปกินข้าวกันเถอะ”

 

            เสียงของเพื่อนสนิทช่างจ้อดึงอาซาเอลออกจากความทรงจำเมื่อคืน เป็นอีกครั้งที่ทรานส์หนุ่มพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะเสยผมขึ้นช้าๆเรียกสติตัวเอง

 

            “เดี๋ยวฉันตามไป”

 

            ดูเหมือนท่ามกลางมรสุมชีวิตที่พัดมาไม่หยุดหย่อน เขาก็มีเรื่องดีๆให้ทำอยู่เหมือนกัน

 

            อย่างน้อยก็การทานข้าวมื้อสายกับเพื่อนที่ไว้ใจได้สักคนสองคน


hf

 

จากอากาศอบอุ่นในช่วงเช้ากลายเป็นความอบอ้าวในตอนบ่าย ยิ่งต้องมาเบียดกับผู้ชายตัวโตๆอีกนับสิบคนในเรือนกระจกย่อยแคบๆแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงความร้อนที่ปะทุขึ้นมาพร้อมกับอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นขึ้นทุกที

 

แจนิวาลหยีตาก่อนจะยกมือขึ้นป้องใบหน้าจากแสงแดดที่ส่องผ่านกระจกใสลงมา ในขณะที่มินาคัสใช้หลังมือซับเหงื่อตามซอกคอแม้รู้ดีว่ามันไม่ช่วยอะไร ดูได้จากเสื้อเชิ้ตสีขาวที่แนบไปกับแผ่นหลังกว้าง

 

แม้พวกเขาจะไม่ชอบอากาศอบอ้าวแต่ก็ยังพอจะทนไหว ต่างจากกอีกคนหนึ่งที่ไม่รู้จะทนได้ถึงเมื่อใด สองสหายถอนหายใจออกมาพร้อมกันเมื่อเสสายตาไปมองคนขี้ร้อนที่ความอดทนใกล้หมดเต็มที

 

อาซาเอลไวต่อสภาพอากาศ เจ้าแมวหนุ่มไม่สามารถทนต่ออากาศเลวร้ายได้นานไม่ว่าจะหนาวหรือร้อน เช่นนั้นเด็กหนุ่มจึงถอยห่างจากฝูงชน หนีจากไอร้อนของร่างกายคนอื่นให้มากที่สุด ใบหน้าคมบูดบึ้งแม้ยามสบตากับเพื่อนสนิทที่หันมามองด้วยความเป็นห่วง

 

เดิมทีอาซาเอลก็ไม่ใคร่จะอารมณ์ดีนักอยู่แล้ว ทั้งเรื่องชั้นเรียนเอาตัวรอดของคีย์ เรื่องที่มินาคัสทิ้งเขาให้เข้าชั้นเรียนตามลำพังโดยไม่บอกอะไรสักคำ แม้ผู้รักษาสมดุลหนุ่มจะแก้ต่างให้ตนเองว่าเขาก็ไม่ได้รู้อะไรมากนักได้แต่ทำตามคำสั่งของเทนไฮม์ก็ตามที

 

แค่ส่งสัญญาณบอกกันสักหน่อยก็น่าจะได้ไม่ใช่รึ

 

คิดแล้วให้หงุดหงิดจนต้องถลึงตาใส่คนตัวสูงเสียจนคนโดนค้อนเข้าวงโตได้แต่เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่กอดอกพิงผนังกระจกพ่นลมหายใจออกอย่างอดทนอดกลั้น

อากาศก็ร้อนจนเหนียวตัวไปหมด อาจารย์ยังจะเข้าสายอีก

 

ดีอยู่สักหน่อยตรงที่แผลตามข้อมือข้อเท้าของเขาหายไปอย่างรวดเร็วทำให้ไม่ปวดแสบจากพิษเหงื่อมากนัก ทรานส์หนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอกตอนที่เห็นว่ารอยเชือกเหลือเพียงริ้วสีแดงจางๆ ด้วยเขาไม่อยากทนต่อสายตาหรือคำถามของใครสักเท่าไร

 

อาซาเอลปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างกายของเขารู้สึกสบายขึ้นมากหลังจากได้คืนร่างจริงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ราวกับภาระที่กดเก็บเอาไว้ได้ระบายออกไปบ้าง ร่างกายเบาหวิว พลังเวทย์เสถียร จนกระทั่งต้องมาเจออากาศร้อนในห้องกระจกนี่ที่เริ่มจะทำให้พลังเวทย์ของเขาแปรปรวนด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นขึ้นตามอุณหภูมิ

 

“ให้ตายสิ ร้อนเป็นบ้า”เสียงใครสักคนในชั้นเรียนสบถออกมาแทนคนที่เหลือ

 

เมื่อมีใครสักคนเริ่มบ่น คนที่เหลือก็ทยอยเอ่ยปากกันเป็นทอดๆจนกระทั่งห้องกระจกเริ่มจอแจไปด้วยเสียงบ่นอุบของนักเรียน

 

เมื่ออากาศร้อนรวมตัวกับเสียงดัง ก็บังเกิดเป็นจุดสิ้นสุดของความอดทน

 

“พอกันที ใครจะรอก็รอ ฉันไม่รอแล้ว”เสียงทุ้มดังก้องขึ้นท่ามกลางผู้คน เด็กหนุ่มตัวหนาแต่ไม่สูงนักเดินแหวกเพื่อนร่วมชั้นออกมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ด้วยปริมาณคนที่แน่นขนัดทำให้เกิดการกระทบกระแทกกันจนหลายคนชักสีหน้าไล่หลัง

 

จนกระทั่งมีใครคนหนึ่งโดนกระแทกล้มลงไปกองที่พื้น ผู้คนจึงเริ่มตีวงด้วยกลัวจะเผลอเหยียบกันเข้า เผยให้เห็นเด็กหนุ่มร่างเล็ก ผอม และใบหน้าซีดเซียวที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เขาตัวเปียกราวกับคนเพิ่งเดินตากฝน ริมฝีปากบางหอบหายใจขณะยกมือขึ้นกุมศีรษะของตนเองที่หมุนคว้าง

 

เขาเกือบจะเป็นลมอยู่รอมร่อแล้ว ทำให้ไม่สามารถถอยหลบคนที่เดินดุ่มๆออกมาจึงจบด้วยการโดนชนจนล้มก้นจ้ำเบ้าเช่นนี้

 

อาซาเอลหรี่ตามองเหตุวุ่นวายตรงหน้า เขาจำได้ว่าคนที่ล้มลงไปนั้นเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับเขา

 

เรื่องคงจะจบอย่างง่ายดายหากคนชนเอ่ยปากขอโทษ และคนล้มไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่ารอยถลอกเล็กๆ ทั้งคู่คงจะพากันไปทำแผลและนอนพักที่ห้องพยาบาลจากท่าทางของคนตัวเล็กกว่าที่คล้ายจะเป็นลมอยู่รอมร่อ

 

ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น

 

สายตาของคนตัวหนาที่มองเหยียดหาคนบนพื้น ริมฝีปากหนาที่เบ้ออกอย่างไม่ปิดบัง ไหนจะกลุ่มเพื่อนของเขาที่เริ่มมารุมล้อมคนเจ็บ

 

ทุกอย่างทำให้คิ้วของอาซาเอลเริ่มขมวดเข้าหากัน

 

“ให้ตายสิ สำออยเสียจริง ลุกขึ้นมาได้แล้วเจ้าทรานส์ขี้โรค”

 

“เอ้า อย่าเพิ่งลอสไปเสียล่ะ มันน่าสมเพช”

 

ถ้อยคำเหยียดหยันที่ดังขึ้นรอบตัวทำให้คนที่ถูกปรามาสได้แต่ก้มหน้าลง พยายามใช้แขนที่สั่นน้อยๆดันตัวเองขึ้นจากพื้นแข็งๆ ความแสบจากรอยถลอกทำให้เขาต้องเบ้หน้าและได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจว่าเขามันอ่อนแออย่างที่ใครๆว่ากัน

 

“คนอย่างแกผ่านการทดสอบเข้ามาได้ยังไงกันนะ แอบยัดใต้โต๊ะรึไง”

 

ถ้อยคำรุนแรงนั้นเรียกเสียงฮือจากรอบตัวคนปากเสียได้เป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ดูถูกเพื่อนร่วมชั้น แต่เขากำลังป้ายสีคณาจารย์และสถาบัน รู้กันดีว่าที่นี่ไม่เคยมีใครผ่านเข้ามาด้วยวิธีการเช่นนั้น แม้แต่พวกที่เข้ามาด้วยเหตุผลพิเศษก็ยังต้องมีคุณสมบัติมากพอ

 

“หยุดนะ”เสียงเบาหวิวจากคนใกล้เป็นลมที่หยัดยืนด้วยแข้งขาสั่นเทาเรียกเสียงหัวเราะจากพวกคนที่อาซาเอลตัดสินใจเรียกว่า พวกปากมอม

 

“สั่งฉันงั้นรึ”คนตัวหนาที่เป็นต้นเหตุก้าวเข้าไปประชิดร่างผอมบาง

 

“ลองตอบโต้ดูสิ”เอ่ยหยันอย่างท้าทาย

 

ทว่าอีกฝ่ายกลับเงียบงัน ร่างเล็กกัดริมฝีปากจนแทบห้อเลือด

 

เขาไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้

 

ร่างกายเขาอ่อนแอแต่เด็ก

 

แม้เป็นผู้มีพรสวรรค์ด้วยสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ดีจนเซรัลเล็งเห็นและผลักดันให้เขาได้เข้ามาเรียนในสถาบันแห่งนี้ ทว่าข้อบกพร่องใหญ่ของเขาคือไม่สามารถควบคุมพลังเวทย์ได้

 

ตั้งแต่ถอดโลหะควบคุมออกไป ร่างกายเขาราวกับจะแตกเป็นเสี่ยง หากไม่มีโลหะตัวนำฝังอยู่โดยรอบโรงเรียน เขาคงลำบากแม้กระทั่งจะหายใจ ร่างกายขี้โรคของเขาไม่สามารถแบกรับภาระจากการใช้เวทมนต์ได้อย่างคนทั่วไป

 

โยกิลได้แต่อดทน และรอจนกว่าเขาจะผ่านภารกิจภาคสนามครั้งแรกไปได้ เมื่อถึงเวลานั้น เขาจะมีโลหะตัวนำเป็นของตนเอง ความหวังที่จะใช้พลังเวทย์ได้ราวกับแสงสว่างปลายอุโมงค์ แม้จะเป็นอุโมงค์ที่ทอดยาวเหลือเกินก็ตามที

 

            เขากลัว

 

            กลัวว่าตนจะตายในภารกิจ

 

“มองแบบนั้นหมายความว่ายังไง!”เสียงทุ้มตวาดใส่คนที่ตวัดสายตามองอย่างแค้นเคือง

 

เขาดูออกว่าอีกฝ่ายกำลังคาดโทษเขาไว้ ราวกับมีโอกาสจะได้ชำระคืน

 

“ฉันจะจำใบหน้านี้เอาไว้ สักวันจะทำให้มันบิดเบี้ยวด้วยความกลัว”เสียงที่ลอดไรฟันออกมานั้นไม่มีแววล้อเล่น มันทำให้เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ

 

ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่ไม่มีใครเข้าไปหยุดมันได้ ด้วยกลุ่มเพื่อนของคนตัวหนาที่คุมเชิงอยู่โดยรอบทำให้ยากที่จะห้ามโดยไม่มีการกระทบกระทั่งกับคนพวกนี้

 

“นี่คิดว่าจะรอดกลับมาจากภารกิจจริงๆงั้นรึ”ชายร่างผอมสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังโยกิลหัวเราะในลำคอ เขาเคยได้ยินคนตัวเล็กคุยกับอาจารย์ว่าจะลองฝึกใช้เวทย์หากได้โลหะตัวนำกลับมา

 

ฝันลมๆแล้งๆ

 

“โอ้ ทะเยอทะยานดีนี่ เอางี้สิ พอได้โลหะตัวนำกลับมาก็ทำเป็นปลอกคอเอาไว้สวมเสียเลยเป็นไง เข้ากับแกดีนะ”รอยยิ้มน่ารังเกียจเหยียดขึ้นบนริมฝีปากของเด็กหนุ่มร่างหนา กับแววตาของทรานส์อ่อนแอที่เบิกกว้างขึ้นด้วยไม่คิดว่าจะได้ยินถ้อยคำดูถูกถึงเพียงนี้

 

การสั่งให้ทรานส์ใส่ปลอกคอนั้นแสนหยาบคาย และคนมีอารยะไม่พูดหรือทำกัน

 

“เกินไปแล้วนะ”

 

ไม่ใช่เสียงของโยกิลที่เอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของคนดูที่เริ่มทนไม่ไหวกับปากมอมๆของคนตัวหนา หลายคนเริ่มแผ่ไอเวทย์ที่คุกรุ่นอย่างคนทนไม่ไหว แต่เจ้าของเสียงกลับเป็นเพียวหนุ่มที่ใบหน้าบูดบึ้งอย่างไม่คิดปิดบัง

 

แจนิวาลแหวกเข้าไปประจันหน้ากับคนปากเสีย

 

ใช่ว่าการผ่านกลุ่มเด็กหนุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่จะทำได้ง่าย แต่ใบหน้าของผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่เดินตามเพียวตัวน้อยมานั้นทำให้ใครที่เห็นได้แต่ถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว

 

มินาคัสแผ่ไอเวทย์พร้อมด้วยคำสั่งต่อพลังเวทย์รอบตัวให้ยอมจำนนออกมาบางเบา ไม่แปลกที่คนรอบตัวจะยอมถอยออกไป การทำเช่นนี้อาจทำให้ใครสักคนรู้ตัวว่าพลังเวทย์ของตนกำลังโดนแทรกแซง แต่เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งและเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับแจนิวาลที่เดินดุ่มอย่างคนหมดความอดทนจนไม่สนหน้าไหนแล้วนั้น เขาก็คิดว่านี่เป็นทางเลือกที่ไม่เลว

 

“ทำไม นายก็เป็นทรานส์งั้นรึ ทนไม่ไหวที่ทรานส์ด้วยกันถูกด่ารึไง”คนตัวหนายิ้มเยาะใส่เพียวหนุ่ม

 

“หน้าใหม่นี่ เด็กเพิ่งเข้าปีนี้ล่ะสิ พวกฉันอยู่ที่นี่มาสองปีแล้ว ให้เกียรติรุ่นพี่หน่อยสิ”พูดกลั้วหัวเราะแม้จะกริ่งเกรงสีหน้าของมินาคัสอยู่บ้างแต่ด้วยอีกฝ่ายเป็นเด็กใหม่เขาจึงมั่นใจว่าจะข่มขู่เอาได้

 

“น่าแปลกนะที่อยู่ที่นี่มาสองปีแล้วแต่ยังต้องเข้าคลาสเริ่มต้นของวิชาสมุนไพร แถมมารยาทยังแย่ราวกับไม่มีใครสั่งสอน ถามจริงๆ นายได้เข้าเรียนบ้างรึเปล่า”

 

รู้กันดีว่าฝีปากของแจนิวาลนั้นไม่เป็นรองใคร จะพอฟัดพอเหวี่ยงก็มีแต่อาซาเอลเท่านั้น เช่นนั้นถ้อยคำของเพียวหนุ่มที่เอ่ยขึ้นเรียบๆ กลับรุนแรงมากพอจะทำให้ใบหน้าของคนที่อ้างตัวเป็นรุ่นพี่ชาได้ทั้งแถบ

 

จากความตกใจกลายเป็นความโกรธขึ้ง

 

“เด็กเวร!

 

ร่างหนาถลาเข้าหาเพียวหนุ่ม แจนิวาลคิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาเตรียมใจจะสวนกลับหากอีกฝ่ายคิดทำร้ายกัน เช่นเดียวกับมินาคัสที่คุมเชิงอยู่ด้านหลัง

 

ทว่าไม่มีใครเร็วพอ

 

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนุ่มเลือดร้อนตัวหนาปากเสีย

 

หรือแจนิวาลกับมินาคัส

 

ไม่มีใครเร็วไปกว่าทรานส์หนุ่มอีกคนที่เดินดุ่มเข้ามาด้านหลังของผู้ก่อเหตุได้ไม่นาน และไม่มีการพูดพร่ำอะไรให้เสียน้ำลาย

 

อาซาเอลขยะแขยงคนแบบนี้เกินกว่าจะเสวนาด้วย

 

ตึง!!!

 

ภาพที่ทุกคนเห็นคือแขนยาวที่เอื้อมมาจากด้านหลังคนปากเสีย คว้าเข้าที่คอเสื้อ กระชากกลับอย่างแรงจนคนที่พุ่งไปข้างหน้าถึงกับเสียหลักหงายหลัง ขายาวเตะเข้าที่ข้อพับเป็นการซ้ำให้อีกคนลงไปนอนกระแทกพื้น ยังมิทันจะได้ร้องโอดโอย ส้นเท้าหนักๆก็กระแทกเข้าที่กลางอกจนเจ็บจุกร้องไม่ออก

 

ก่อนที่ขายาวจะวาดเสยซ้ำเข้าที่ปลายคาง มินาคัสที่ได้สติก่อนใครก็พุ่งเข้าคว้าแขนลากเพื่อนสนิทออกมาให้ห่างจากผู้ล่าที่กลายเป็นเหยื่อไปแล้วในตอนนี้

 

แววตาอาซาเอลไม่ได้ล้อเล่น

 

ทรานส์หนุ่มคิดจะฉีกคนปากเสียออกเป็นชิ้นๆอย่างไม่ต้องสงสัย

 

พลังเวทย์ที่พวยพุ่งออกมาน่าหวั่นเกรงเสียจนไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้ คนโดนตอกส้นกลางอกพูดไม่ออกได้แต่กุมอกแล้วถดตัวหนีอย่างขวัญเสีย

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป

 

และอาซาเอลก็น่ากลัวเกินไปสำหรับคนที่เงยมองจากจุดที่ต่ำกว่า สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเด็กหนุ่มปากเสียกรีดร้องให้หนี

 

เพราะเขากำลังโดนล่าจริงๆ

 

“ททาเลียส ลุกเร็ว”

 

เป็นครั้งแรกที่อาซาเอลได้ยินชื่อของคนที่ลงไปกองกับพื้นหลังจากเรียกว่าไอ้ปากมอมมาตลอด เพื่อนของเขาวิ่งเข้ามาพยุงทาเลียสขึ้นแม้จะยังหันมองสามสหายตลอดเวลา สายตานั่นทั้งตื่นตระหนกทั้งแค้นเคือง

 

ทว่าสิ่งที่ได้รับมีเพียงรอยยิ้มเย็นของอาซาเอลที่พาให้ขนคอลุกชัน

 

“ขอโทษทีนะครับรุ่นพี่ พอดีว่าผมมองไม่เห็น คิดว่าเป็นพวกแมลงสกปรกเสียอีก ในห้องกระจกนี่แมลงเยอะชะมัดเลย”

 

ถึงฝีปากจะพอฟัดพอเหวี่ยง แต่ไอ้นิสัยยียวนกวนประสาทนั้นอาซาเอลชนะแจนิวาลขาดลอย

 

ใบหน้าคมยิ้มกว้างขณะยกมือเกาท้ายทอยราวกับสิ่งที่เกิดนั้นเป็นอุบัติเหตุที่ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

 

“นี่แก!”เพื่อนของทาเลียสเริ่มล้อมวงเข้ามาใกล้แม้เพื่อนของเขาจะจุกจนพูดอะไรไม่ได้ต้องให้คนหิ้วแขนทั้งสองข้างอยู่ก็ตาม

 

สามสหายคิดตรงกันแม้จะไม่พูดออกมาว่าถ้ามีใครก้าวเข้ามาอีก พวกเขาจะไม่ไว้หน้ากันอีกต่อไป ทว่าก่อนที่จะเกิดภาพไม่น่ามองขึ้น เสียงก้องของใครบางคนก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

“ทำอะไรกันอยู่ กำลังสนุกเลยสินะ”

 

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะทว่าเย็นเยียบมาพร้อมกับอากาศหนาวเหน็บที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในห้องที่ร้อนดั่งทะเลทรายแห่งนี้

 

เป็นเขา

 

ผู้ซึ่งครอบครองความสามารถด้านเวทย์น้ำแข็งที่เลื่องลือแห่งยุค แต่กลับชื่นชอบการปลูกต้นไม้มากกว่าใคร น้อยคนที่จะได้พูดคุยกับเขาหากไม่ใช่นักเรียนในสถาบัน ด้วยนิสัยเก็บตัวจึงมีข่าวลือแปลกๆเกี่ยวกับตัวเขามากมาย

 

ซีมอส

 

คนที่แบคอนเตือนอาซาเอลว่าห้ามไปยั่วให้โกรธเป็นอันขาด

 

อาซาเอลละสายตาจรกพวกรุ่นพี่ปากมอมไปมองชายหนุ่มร่างเล็กที่เดินเข้ามาท่ามกลางกลุ่มนักเรียนที่เปิดทางให้ อาจารย์ประจำวิชาสมุนไพรผู้มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างไปในทางน่าหวาดหวั่นมีเรือนผมสีขาวเหลือบม่วงแปลกตา กับขนาดตัวกะทัดรัดกว่าที่เหล่านักเรียนจินตนาการไว้มาก ดูเหมือนจะตัวเล็กกว่าอาจารย์แบคอนเสียด้วยซ้ำ 

 

กระนั้น ส่วนสูงก็ไม่ได้ทำให้สายตาเย็นชาที่มองตรงมาดูน่าเกรงขามน้อยลงไปสักนิด 

 

ความหนาวเยือกจนขนอ่อนลุกชันเข้าจู่โจมกลุ่มคนมีความผิดติดตัวกะทันหันจนต้องลอบกลืนน้ำลาย มันไม่ใช่เพียงความรู้สึกหนาวจากความน่าหวั่นเกรง แต่เป็นหนาวเหน็บจากอุณหภูมิที่ลดลงจริงๆในทุกๆก้าวที่ซีมอสเดินเข้ามาใกล้

 

หนึ่งในเพื่อนของทาเลียสสะดุ้งสุดตัวยามที่ซีมอสหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมาจากปากของอาจารย์ร่างเล็ก มีเพียงสายตาที่สื่อว่าต้องการให้หลีกทาง และก่อนที่ใครจะตั้งคำถามว่าเหตุใดอาจารย์ของพวกเขาจึงนิ่งเงียบแทนที่จะเริ่มตำหนินักเรียนผู้ก่อเหตุวุ่นวาย คำตอบก็ปรากฏอยู่ด้านหลังหนึ่งในตัวต้นเหตุ

 

ภาพของกระถางต้นไม้ที่แตกเป็นเสี่ยงกับดินที่กระจายออกมาทำเอานักเรียนทุกคนที่เห็นภาพนั้นหายใจสะดุด มือของผู้อาวุโสสูงสุดในเรือนกระจกนี้เอื้อมไปหยิบต้นไม้ขนาดไม่เกินฟุตที่ล้มอยู่บนซากความเสียหายขึ้นมามองด้วยสายตาอ่านยาก

 

ฉับพลันนักเรียนที่กำลังสูดหายใจเข้าก็เกิดแสบไปทั้งโพรงจมูกด้วยอุณหภูมิอากาศที่ติดลบขึ้นมาวูบหนึ่ง หางตาอาซาเอลเห็นว่าใบของต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆอาจารย์หนุ่มกำลังจับตัวเป็นน้ำแข็ง

 

            ราวกับเห็นอนาคตของตัวเอง เด็กหนุ่มตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

 

            ดูเหมือนระหว่างที่วิวาทกันจะมีใครบางคนกระแทกโดนกระถางใบนั้นเข้า

 

            เกือบเผลอถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีนักเรียนคนใดถูกจับแช่แข็ง อุณหภูมิภายในเรือนกระจกกลับมาเป็นปกติพร้อมกับอาจารย์หนุ่มที่วางซากต้นไม้ลงบนกองดินตามเดิม ต้นทั้งต้นของมันแห้งกรอบต่างจากตอนแรกที่ทุกคนเห็นโดยสิ้นเชิง

 

            “ต้นลูกกวาดเป็นหนึ่งในต้นไม้ที่ค่อนข้างบอบบางและอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะส่วนราก หากรากของมันหลุดออกจากดินเพียงสองนาทีก็จะทำให้ลำต้นแห้งตายและไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก”

 

            น้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังสอนความรู้ตามเนื้อหาในหนังสือพร้อมกับร่างเล็กที่เดินตรงเข้าไปด้านในเรือนกระจกดึงให้นักเรียนทั้งคลาสเดินตามอย่างเงียบๆ

 

            อาซาเอลหันไปสบตากับมินาคัสและแจนิวาล

 

            “เรือนกระจกนี้จะเป็นห้องเรียนวิชาสมุนไพรขั้นต้น ต้นไม้ในนี้เป็นสมุนไพรและพืชขั้นพื้นฐานที่พวกคุณต้องรู้สรรพคุณและวิธีดูแล ถึงแม้จะไม่ใช่พืชหายากราคาสูง แต่ก็ถือเป็นทรัพย์สินของสถาบัน เป็นสมบัติของผม” อาจารย์หนุ่มเว้นช่วงหายใจในขณะที่กวาดสายตามองเหล่านักเรียน ก่อนจะหยุดอยู่ที่เด็กหนุ่มเรือนผมดำสนิทกับรูปร่างสูงโปร่งโดดเด่น รอยยิ้มเยียบเย็นชวนสยองก็วาดขึ้นบนริมฝีปาก “การทำให้เสียหายเป็นสิ่งที่ผมยอมไม่ได้ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงในสถาบันก็เป็นสิ่งที่ผมเกลียดมากเช่นกัน”

 

            “เลิกคลาสแล้วไปพบผมที่ห้อง”

 

            ไม่จำเป็นต้องเจาะจงว่าเขาต้องการพบใคร ทั้งชั้นเรียนต่างหันมองกลุ่มนักเรียนเกือบสิบคนที่มีเหตุวิวาทเมื่อครู่ เสียงตอบรับเบาๆจากปากคนทำผิดเรียกรอยยิ้มที่ดูปกติธรรมดากว่าตอนแรกจากอาจารย์ประจำวิชาขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนที่สีหน้าจะกลับไปราบเรียบตามเดิม บรรยากาศในชั้นเรียนไม่กดดันเหมือนตอนแรก อาจารย์ซีมอสแนะนำตัวเองอีกหนก่อนจะอธิบายว่าวันนี้จะทำการตรวจสภาพต้นไม้ที่แต่ละคนรับผิดชอบดูแลมาตลอดระยะเวลาหลายอาทิตย์ที่ตัวเขาและอาจารย์ยูจีนติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเข้าสอนได้

 

            การตรวจต้นไม้ทีละต้น สอบถามทีละคน ให้คะแนนอย่างละเอียดเสร็จสิ้นลงก่อนหมดเวลาตามตารางเรียนไม่มากนัก ทุกกระบวนการใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมง กระนั้นนอกจากเสียงถามและตอบของซีมอสกับนักเรียนแต่ละคนก็ไม่มีเสียงใดดังขึ้นภายในเรือนกระจก

 

            “ผมรอที่ห้อง”

 

            ก่อนออกจากเรือนกระจกนักเรียนทุกคนต้องรดน้ำต้นไม้ของตัวเองตามกิจวัตร บางคนต้องปรับเปลี่ยนสูตรของปุ๋ยและปริมาณน้ำตามคำแนะนำ แม้แต่เหล่านักเรียนที่โดนคาดโทษก็ยังไม่สามารถตามซีมอสออกไปได้ในทันที อาจารย์ร่างเล็กจึงทิ้งประโยคสุดท้ายไว้สั้นๆแล้วเดินออกจากเรือนกระจกไปก่อน

 

            อาซาเอลกับแจนิวาลถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

 

            “แม่งเอ้ย!” เสียงสบถจากหนึ่งในรุ่นพี่ปากมอมเรียกสายตาของสามสหายที่ยังคงขุ่นเคือง เช่นเดียวกับสายตาของคนพวกนั้นที่ไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด ทว่าก็ไม่มีใครพุ่งเข้าใส่กันอีกแล้ว

 

            ถึงใจร้อนแต่ก็ไม่ได้ขาดสติกระทั่งหาเรื่องโดนแช่แข็งทั้งเป็น

 

            “ค...คือว่า” เสียงสั่นๆดังขึ้นข้างตัวมินาคัส สามสหายละสายตาจากคู่อริหันมามองคนตัวเล็กและผอมแกร็นที่ยืนก้มหน้าอยู่ใกล้ๆผู้รักษาสมดุลหนุ่ม

 

            เขาคือทรานส์ เหยื่อของเหตุการณ์เมื่อครู่

 

            “ว่าไง” น้ำเสียงนุ่มนวลของอาซาเอลช่วยให้คนที่ยืนกระสับกระส่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนตัวสูงกว่า ก่อนจะหลบสายตาอีกหน

           

            “ขอบคุณนะ สำหรับเรื่องเมื่อกี้ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้เดือดร้อน”ทรานส์ผู้มีร่างกายอ่อนแอรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุของความวุ่นวายแถมยังทำให้เพื่อนร่วมชั้นผู้แสนมีน้ำใจเดือดร้อน ไม่บ่อยนักที่จะมีใครออกมาปกป้องยามเมื่อเขาถูกรังแก สังคมปลาใหญ่กินปลาเล็กเช่นนี้ ถึงจะมีคนไม่พอใจแต่ส่วนใหญ่ก็ทำเพียงยืนมองชะตากรรมของเขาเท่านั้น

 

            “ไม่ต้องขอโทษหรอก พวกเราโดนลงโทษก็เพราะทำอะไรบุ่มบ่าม ใจร้อนไม่คิดหน้าคิดหลัง การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหายังไงก็ต้องมีผลเสียตามมาอยู่แล้ว”น้ำเสียงอ่อนโยนกับรอยยิ้มหล่อเหลาของมินาคัสที่ส่งให้กับทรานส์ร่างเล็ก ช่างขัดแย้งกับใจความประโยคที่ตั้งใจติเตียนเพื่อนสนิทของตนเสียเหลือเกิน

 

             คนบุ่มบ่าม ใจร้อนไม่คิดหน้าคิดหลัง ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ยิ้มแหยก่อนจะพึมพำแก้ตัวอย่างคนดื้อดึงที่ถึงจะรู้ตัวว่าผิดก็ขอให้ได้แก้ต่างให้ตัวเองบ้าง

 

            “ก็มันน่าโมโหนี่ ไอ้…. เอ่อ รุ่นพี่พวกนั้นทำเรื่องน่ารังเกียจใครจะทนไหว”

 

            “แต่นายก็ควรใจเย็นสักหน่อย” แจนิวาลกอดอกเหล่มองทรานส์หนุ่มเลือดร้อนก่อนเอ่ยด้วยประโยคราวสั่งสอนเด็กเล็ก และนั่นทำให้อาซาเอลถลึงตามองเพื่อนรักทันที

 

            “นายเองก็หงุดหงิดเหมือนกันนี่ ถ้าฉันไม่ลงมือ นายก็ไม่อยู่เฉยๆหรอก ตอนออกมาด่าพวกนั้นมือนายกำแน่นจนสั่น ดูยังไงก็พร้อมต่อยหน้าพวกมันแล้วไม่ใช่หรือไง”

 

            “แต่ก็ไม่ได้ต่อยนี่”แจนิวาลไหวไหล่ทำเอาอาซาเอลฟึดฟัดกว่าเก่า

 

            ผิดที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็จริง แต่เขาไม่นึกเสียใจหรอกที่กระทืบทาเลียสไป ถ้ารู้ว่าอย่างไรก็ต้องโดนลงโทษอยู่ดี น่าจะเอาให้สาสมกว่านี้เสียด้วยซ้ำ

 

            ทว่าความคิดนี้คงทำได้แค่คิด หากพูดออกมาไม่พ้นโดนมินาคัสสั่งสอนจนหูชาเป็นแน่

 

            “ว่าแต่นายชื่ออะไร เจ็บตรงไหนรึเปล่า”อาซาเอลไม่อยากต่อปากกับแจนิวาลแล้วจึงหันมาคุยกับอีกคนแทน

 

            “ฉันชื่อโยกิล ไม่เป็นไรหรอก แค่แผลถลอก”เด็กหนุ่มร่างกายผอมบางยกมือที่มีรอยแผลจากการล้มกระแทกพื้นขึ้นมาดู เลือดยังคงไหลซึมออกมาเล็กน้อยทั้งที่แผลขนาดนี้ใช้เวลาไม่นานร่างกายก็ควรรักษาตัวเองเสร็จแล้วแท้ๆ

 

            ดูเหมือนคนตรงหน้าจะมีปัญหากับพลังเวทย์ไม่ต่างกันกับอาซาเอลเท่าใดนัก ดีไม่ดีอาจจะอาการหนักกว่าเสียด้วยซ้ำ อย่างไรเสียหลังจากคืนร่างลอสสมบูรณ์ไปครั้งหนึ่งอาซาเอลก็กลับมาแข็งแรงดีแล้ว

 

            อย่างน้อยก็วันนี้ที่รู้สึกว่าพลังเวทย์ของเขาเสถียรดี

 

            อาซาเอลที่รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวดีคว้าข้อมือคนเจ็บขึ้นมาก่อนที่แสงสีอำพันบางเบาจะอาบไล้รอยแผลบนฝ่ามือเล็ก ฉับพลันรอยถลอกทั้งใหญ่และเล็กก็จางหายไปราวไม่เคยเกิด

           

            แจนิวาลเลิกคิ้วมองเพื่อนสนิทเหมือนจะตั้งคำถามว่าการใช้พลังเวทย์พร่ำเพรื่อเช่นนี้ดีแล้วหรือ ทว่าอาซาเอลก็ตอบกลับด้วยสีหน้าราวผู้ชนะที่กำลังถือถ้วยรางวัลในมือ

 

            วันนี้เขาไม่เหมือนทุกวัน นานๆทีจะรู้สึกมีพลังเอ่อล้นก็ขอใช้เสียหน่อยเถิด

 

            มินาคัสที่ลอบมองไอเวทย์รอบตัวอาซาเอลอยู่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพวกมันดูสงบดี ดูเหมือนการปล่อยให้อาซาเอลเข้าชั้นเรียนเอาตัวรอดตามลำพังจะส่งผลดีมากกว่าร้าย

 

            ชักอยากทำความรู้จักกับอาจารย์ประจำวิชาขึ้นมาเสียแล้ว

 

            “ฉันชื่ออาซาเอล นี่แจนิวาล นั่นมินาคัส”อาซาเอลแนะนำตัวเร็วๆ โยกิลพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขอบคุณเบาๆสำหรับเวทย์รักษาเมื่อครู่ อดไม่ได้ที่จะมองอาซาเอลอย่างตื้นตันใจ ความอบอุ่นที่ไหลผ่านพลังเวทย์มาทำให้อุ่นในอกอย่างประหลาด

 

            “ไม่อยากพูดแบบนี้หรอกนะ แต่พวกเราคงต้องเดินขึ้นลานประหารกันแล้วล่ะ”แจนิวาลพยักเพยิกไปทางกลุ่มรุ่นพี่ที่เดินออกจากเรือนกระจกไปก่อน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกนั้นกำลังไปไหน

 

            “เดี๋ยวฉันจะอธิบายกับอาจารย์เอง”โยกิลพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

            อาซาเอลมองคนตัวเล็กกว่าแล้วได้แต่คิดว่าคนๆนี้แท้จริงแล้วไม่ได้เปราะบางขนาดนั้น เพียงแต่ร่างกายที่อ่อนแอทำให้เขาตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

 

            ว่าแล้วก็อยากหักกระดูกพวกน่ารังเกียจนั่นอีกสักคนละท่อน

 

            เป็นอีกความคิดที่ทรานส์หนุ่มคงไม่กล้าพูดออกมาให้มินาคัสได้ยิน...

 

 

hf

 

 

            “อธิบายมา”

 

            เด็กเกเรทั้งเก้ายืนเรียงหน้ากระดานอยู่ต่อหน้าอาจารย์ประจำวิชาสมุนไพร ห้องพักของเขาอยู่บนชั้นสองของหอพักนักเรียนด้วยซีมอสเป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ดูแลหอพัก ซีมอสก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะในขณะที่เอ่ยปากเปิดโอกาสให้ใครสักคนเล่าเรื่องราวก่อนที่เขาจะเข้าไปเห็นว่าเด็กสองฝ่ายตั้งท่าจะกระโจนเข้าฟัดกันราวกับสัตว์ป่า

 

            “อาซาเอล แจนิวาล มินาคัส พวกเขาเข้ามาช่วยผมครับ”เป็นโยกิลที่เอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงเบาแต่ชัดเจน อาซาเอลเห็นคนตัวผอมสะดุ้งเล็กน้อยตอนซีมอสเงยหน้าขึ้นมาสบตา

 

            “ช่วยคุณ จากอะไร”

 

            โยกิลกัดริมฝีปาก เห็นได้ชัดว่าพวกรุ่นพี่ส่งสายตากดดันมาให้คนโดนรังแก

 

            “จากหมาหมู่ครับอาจารย์ หมาหมู่ที่โตแต่ตัว ไม่รู้ถูกเลี้ยงมายังไงถึงได้มีความคิดกับการกระทำแย่ๆ”อาซาเอลเอ่ยเรียบๆราวกับเล่าเรื่องลมฟ้าอากาศ ไม่สนใจสายตาที่จ้องเขม็งมาราวกับจะกิดเลือดกินเนื้อ

 

            “เป็นคำถามที่ดี ผมก็อยากรู้ว่าพวกชอบใช้ความรุนแรงนี่ถูกเลี้ยงกันมายังไง”

 

            ราวกับโดนตบหน้า

 

            อาซาเอลหน้าชาไปทั้งแถบ ปากไวอยากหลอกด่าไอ้พวกรุ่นพี่ ลืมไปว่าตัวเองก็มีชนักติดหลัง

 

            เริ่มเข้าใจขึ้นมาแล้วว่าทำไมแม้แต่แบคอนถึงได้บอกให้เขาระวังซีมอสเอาไว้ ไม่ใช่แค่บุคลิกหรือพลังเวทย์ ฝีปากของคนๆนี้ยังคมไม่ต่างจากมีดอีกด้วย

 

            “ผมขอรายละเอียด”

 

            ซีมอสกวาดตามองนักเรียนตรงหน้า

 

            โยกิลกัดริมฝีปากอยากจะเล่าแต่การพูดเรื่องราวที่ตนโดนเหยียดหยามออกมานั้นราวกับกำลังโดนทำร้ายอีกหน มินาคัสที่เห็นคนโดนกระทำยืนก้มหน้างุด แถมคนปากไวอีกคนก็ยืนเม้มปากแน่นเพราะยังเจ็บจุกจากการตอกกลับของอาจารย์เมื่อครู่จึงตัดสินใจเอ่ยออกมาเอง

 

            “โยกิลถูกรุ่นพี่ชนจนล้มลงไปครับ ตามปกติควรจะจบเรื่องที่การขอโทษกัน แต่เพราะรุ่นพี่ไม่ขอโทษ แถมยังพูดจาดูถูกที่โยกิลเป็นทรานส์ ก็เลย...”ผู้รักษาสมดุลหนุ่มเว้นจังหวะเพื่อจะหาคำอธิบายที่ดีที่สุด แต่อาซาเอลก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

 

            “ผมทนฟังไม่ได้ก็เลยใช้ความรุนแรงลงไปครับ ขอโทษครับอาจารย์”

 

            “คนที่คุณควรขอโทษไม่ใช่ผม”คำพูดของซีมอสทำให้อาซาเอลเม้มปากแน่นอีกหน

 

            จะให้เขาขอโทษพวกรุ่นพี่งั้นหรอ

 

            พูดเป็นเล่น!!

 

            ทำไมเขาต้องขอโทษคนน่ารังเกียจพรรค์นั้นด้วย

 

            “ว่าไง ถ้าคุณรู้ว่าตรงหน้าเป็นขยะ คุณจะเดินเข้าไปกลิ้งบนกองขยะหรือไม่ แล้วเหตุใดเมื่อเห็นคนกระทำผิด จึงเอาตัวไปเกลือกกลั้วด้วยการกระทำแบบเดียวกัน ถ้าตอนนั้นขาดสติ ตอนนี้ก็ควรทำตัวให้สมกับการเป็นคนมีการศึกษาด้วยการขอโทษมิใช่หรือ”

 

            อ่า

 

            คราวนี้เป็นทาเลียสและพรรคพวกที่หน้าชา

 

            อาซาเอลเม้มริมฝีปาก ตอนนี้เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังส่งกลิ่นเหม็นเน่าเพราะเพิ่งเอาตัวลงไปคลุกกับกองขยะมาหมาดๆ

 

            “รุ่นพี่ ขอโทษที่กระทืบรุ่นพี่นะครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจเท่าใดนัก แต่เขาไม่อยากเป็นขยะไปด้วยอีกคน สัญญากับตัวเองเลยว่าคราวหน้าคงต้องหาวิธีจัดการกับคนพวกนี้ แบบคนมีการศึกษา

 

          “เด็กเวร”เสียงที่พึมพำออกมาจากปากทาเลียสไม่อาจหลุดรอดหูของซีมอสไปได้ พวกอาซาเอลเป็นเด็กใหม่เขาจึงไม่รู้อะไรมากนัก แต่กับพวกทาเลียสที่อยู่ที่นี่มาหลายปี วีรกรรมของเด็กกลุ่มนี้ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ไม่เห็น หากยังก่อปัญหาอีกไม่นานคงโดนเชิญออกจากสถาบัน แม้พ่อแม่ของทาเลียสจะเป็นพ่อค้าใหญ่มีอิทธิพลในเมือง แต่คณาจารย์ในเชนโตก็ไม่มีใครเกรงกลัวอำนาจอิทธิพล ที่อันธพาลเหล่านี้ยังอยู่ในสถาบันได้ก็ด้วยความเชื่อว่าเด็กพวกนี้จะพัฒนาตัวขึ้นมาบ้าง

           

            ทว่าโอกาสมีให้กับคนที่เห็นค่า

 

            “คุณทาเลียส คุณมีอะไรจะพูดรึเปล่า ผมว่าไม่ใช่แค่พวกคุณที่ควรได้รับคำขอโทษ”

 

            ทาเลียสเงยมองอาจารย์ก่อนจะเบือนหน้าหนี ดูไม่มีมารยาทเอาเสียเลย

 

            “ไม่มีงั้นหรือ”

 

            “ไม่มีครับ ในเมื่อตรงหน้าเป็นขยะ ผมก็ไม่อยากยุ่งกับพวกขยะ”คนตัวหนาปรายสายตามองโยกิลก่อนจะเหยียดริมฝีปากอย่างรังเกียจ

 

            ซีมอสพยักหน้ารับ

 

            “พวกคุณออกไปได้”

 

            ทาเลียสเหยียดยิ้มเมื่อซีมอสโบกมือให้ตนและเพื่อนออกจากห้อง ซ้ำยังหันมายิ้มเยาะใส่โยกิลและสามสหายอย่างคนเหนือกว่า

 

            ซีมอสก็เท่านี้เองหรอกรึ อย่างไรเสียก็คงรู้สินะว่าพ่อของเขาเป็นใคร

 

            “เก็บของให้เรียบร้อย ไม่เกินเที่ยงของวันพรุ่งนี้จะมีคนพาคุณออกนอกเขตแดนของสถาบัน”

 

            ซีมอสเป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้ดูแลหอพักและยังเป็นหนึ่งในคณะกรรมการควบคุมความประพฤตินักเรียน แม้ไม่มีสิทธิ์ขาดในการเชิญนักเรียนออก แต่เขามั่นใจว่าพฤติกรรมที่ผ่านมาของพวกทาเลียสรวมถึงเหตุการณ์ครั้งนี้และความคิดเห็นของเขามีผลมากพอจะทำให้คณะกรรมการลงชื่ออนุมัติให้เชิญเด็กกลุ่มนี้ออกไปจากสถาบัน

 

            “หมายความว่าไง!”เด็กหนุ่มตัวหนากระแทกเสียงใส่อาจารย์ตรงหน้าอย่างลืมตัว

 

            ไม่ต้องเอ่ยให้มากความ ไอเย็นที่แผ่พุ่งออกมาเรียกสติให้เด็กนิสัยเสีย

 

            “ไม่เข้าใจหรือ อ่า หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผมก็ไม่แปลกใจสักเท่าไรที่คุณจะเข้าใจอะไรยาก พัฒนาการด้านสมองเป็นเรื่องที่หลากหลายจริงๆ เอาล่ะ ฟังให้ดี ผมจะยื่นเรื่องขออนุมัติให้เชิญคุณออก” อาจารย์หนุ่มเหยียดยิ้มผิดธรรมชาติ เอ่ยเนิบช้าราวกับกำลังพูดกับเด็กอ่อนที่ยังจับใจความอะไรได้ลำบาก “คราวนี้คงเข้าใจแล้วใช่หรือไม่”

 

            “ผม...ผมไม่ยอม”ทาเลียสยังคงเอ่ยเสียงแข็งแม้จะหนาวเยือกไปทั้งตัว

 

            “ผมไม่ได้ถามความคิดเห็นคุณ เมื่อครู่ผมถามว่าคุณมีอะไรจะพูดหรือไม่ คุณบอกเองว่าไม่มี ตอนนี้ผมไม่อยากฟัง คุณก็ไม่มีสิทธิ์พูดแล้ว เชิญ”ถ้อยคำเย็นชากับสายตาที่ดุร้ายขึ้นมาวูบหนึ่งทำเอาเด็กหนุ่มอวดดีพูดไม่ออก ทาเลียสทำได้เพียงสบถถ้อยคำหยาบคายออกมาแล้วเดินออกจากห้องของอาจารย์ไปอย่างโกรธขึ้ง ตามด้วยเหล่าลูกสมุนที่เดินตามออกไปด้วยใบหน้าซีดเผือด

 

            หากแม้แต่ทาเลียสยังโดนไล่ออก พวกเขาเองก็ย่อมหนีไม่พ้น พวกเขาติดตามทาเลียสเพราะคิดว่าจะไม่มีใครกล้าแตะ ไม่คิดว่าเรื่องจะมาถึงจุดนี้

 

            เลือกนายผิด ชีวิตย่อมมีจุดจบที่ไม่น่าพิสมัย พวกเขาต้องเจอกับบทเรียนราคาแพงเสียแล้ว

 

 

            “โยกิล พวกเขาเคยปฏิบัติเช่นนี้กับคุณมาก่อนหรือไม่”อาจารย์ร่างเล็กเอ่ยถามเหยื่อ ทรานส์ตัวน้อยกัดริมฝีปากก่อนจะตอบเสียเบา “เคยครับ”

 

            “มีพยานหรือไม่” อีกครั้งที่โยกิลตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ด้วยภาพที่เคยถูกรังแกนับครั้งไม่ถ้วนย้อนกลับมา “มีครับ”

 

            “ผมขอพบพวกเขาหน่อย จะไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามาเป็นพยาน บอกพวกเขาว่าไม่ต้องกลัว หากเกิดอะไรขึ้นผมรับผิดชอบเอง”ซีมอสเอ่ยกับนักเรียนตัวน้อย ก่อนจะบอกให้โยกิลออกไปก่อน

 

            เขาต้องการรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุด การเชิญนักเรียนที่ยังไม่จบหลักสูตรออกจากสถาบันถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่เขาจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าสถาบันแห่งนี้เป็นสถานที่บ่มเพาะทั้งความแข็งแกร่งและจิตสำนึก

 

            การล่าก็มีกฏของมัน

 

            ไม่ว่าจะเป็นผู้ล่าหรือผู้ถูกล่า ที่นี่ตัดสินกันด้วยความแข็งแกร่งอย่างยุติธรรม ถ้าจะไล่ล่าก็ต้องเคารพเหยื่อ การดูถูกชีวิตของใครไม่ว่าจะเป็นทรานส์หรือไม่ เขาไม่ยินยอม

 

            หากทาเลียสรู้ว่าโยกิลเป็นทรานส์แล้วไล่ล่าเพื่อให้เป็นเขี้ยว เขาไม่มีสิทธิห้ามเพราะเป็นวงจรตามธรรมชาติ แต่การที่เอาเรื่องนี้มากดขี่อีกฝ่าย ราวกับขย้ำเล่นแต่ไม่กัดกิน ถือเป็นสิ่งน่ารังเกียจ

 

            โยกิลเดินออกไปแล้ว

 

            เหลือเพียงสามสหายกับอาจารย์ประจำวิชาสมุนไพร

 

            “สำหรับพวกคุณ ผมจะคาดโทษไว้ก่อน ต่อให้ทำไปด้วยเหตุผลอะไร แต่การใช้ความรุนแรงก็ถือเป็นความผิด พวกคุณเลือกวิธีแก้ปัญหาผิด เข้าใจรึเปล่า”

 

            “เข้าใจครับ”

 

            ซีมอสถอนหายใจ เด็กหนุ่มวัยกำลังโตก็แบบนี้ เลือดร้อนกันเสียเหลือเกิน

 

            มันน่าจับแช่แข็งสักวันสองวันให้รู้จักใจเย็นกันขึ้นมาเสียบ้าง

 

            “สำหรับเรื่องความรุนแรง ผมจะลงโทษให้พวกคุณบำเพ็ญประโยชน์”อาจารย์หนุ่มลุกจากเก้าอี้ไปค้นอะไรสักอย่างในกล่องไม้ที่มุมห้องพลางเอ่ยกับเด็กน้อยทั้งสามไปด้วย “เรือนกระจกที่ใช้สอนพวกคุณเริ่มแออัดแล้ว ผมอยากย้ายต้นไม้บางต้นออก คิดเอาไว้ว่าจะย้ายไปที่โรงเรือนที่สาม แต่มันถูกทิ้งร้างมาสักพักจนตอนนี้สภาพดูไม่ได้”

 

            อาซาเอลสบตากับสหายทั้งสอง พอจะเดาออกแล้วว่าพวกเขาต้องบำเพ็ญประโยชน์อะไร

 

            “พวกคุณช่วยกันทำความสะอาดให้เรียบร้อยภายในสองอาทิตย์”พูดจบก็ยื่นกุญแจโรงเรือนให้กับมินาคัสที่ดูเชื่อถือได้ที่สุดในกลุ่ม

 

            “อ้อ อีกอย่าง”

 

            ยังจะมีอีกหรือ!

 

            “แคนดี้”

 

            แคนดี้?

 

            อาซาเอลเลิกคิ้วอย่างสงสัยไม่ต่างอะไรกับแจนิวาลและมินาคัส แต่ก่อนจะได้เอ่ยถาม สัตว์ตัวจ้อยก็คลานออกมาจากฮูดเสื้อคลุมตัวยาวของอาจารย์

 

            มันเป็นสัตว์ฟันแทะตัวอ้วนกลมสีขาวสะอาด หางยาวและดวงตากลมโตน่ารักน่าชัง

 

            เจ้าตัวน้อยคลานขึ้นมาเกาะบนไหล่ของซีมอส

 

            “ชูการ์ไกรเดอร์หรอครับ”แจนิวาลที่พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งถามออกมาอย่างใคร่รู้

 

            ซีมอสมองนักเรียนผู้รอบรู้ด้วยสายตาชื่นชม

 

            “ถูกต้อง แคนดี้เป็นสัตว์พิทักษ์ของผม”

 

            สัตว์พิทักษ์

 

          สัตว์พิทักษ์ ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงทั่วไป แต่หมายถึงสัตว์ที่ถูกทำพันธะสัญญา แตกต่างจากเขี้ยวด้วยไม่จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนพลังเวทย์ และไม่ได้มีการผูกมัดลึกซึ้ง ลักษณะพิเศษของสัตว์พิทักษ์คือเป็นสัตว์ที่มีพลังเวทย์ในตัวและสติปัญญาสูงกว่าสัตว์ทั่วไป ในสัตว์ชนิดเดียวกันหนึ่งร้อยตัวจะมีตัวที่สามารถทำพันธะสัญญาผู้พิทักษ์ได้เพียงหนึ่งตัวเท่านั้น พวกมันสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ และใช้เวทย์บางประเภทได้

 

            โดยทั่วไปเหมาะกับการใช้ในงานสอดแนม แฝงตัว และเป็นสายลับ

 

            อย่างไรเสียทรานส์ที่แปลงกายเป็นสัตว์เล็กก็ยังมีปริมาณพลังเวทย์ที่มากกว่าสัตว์ทั่วไป ต่อให้เก็บซ่อนเก่งเพียงใดก็อาจถูกตรวจจับได้หากไม่ระวัง แต่สัตว์พิทักษ์นั้นพื้นฐานเป็นสัตว์ป่า การตรวจจับทำได้ยากกว่ามาก สัตว์พิทักษ์ที่ถูกฝึกอย่างดีเป็นหน่วยสอดแนมที่มีประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง

 

            กระนั้นก็ยังมีผู้ที่ใช้ประโยชน์จากสัตว์พิทักษ์ในรูปแบบอื่นอีกมาก ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและความสามารถของสัตว์แต่ละชนิด

 

            อาซาเอลอดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อจินตนาการว่าชูการ์ไกรเดอร์สีขาวราวหิมะตัวนี้อาจมีบทบาทสำคัญในภารกิจของเหล่าการ์เดี้ยน

 

            “ต้นไม้ที่พวกคุณทำกระถางแตกเรียกว่าต้นลูกกวาด มันเป็นต้นไม้ที่ออกผลมามีปริมาณน้ำตาลสูงจนรสชาติหวานคล้ายกับลูกกวาดก็เลยได้ชื่อนั้นมา ที่สำคัญ ผลของต้นลูกกวาดเป็นอาหารหลักของชูการ์ไกรเดอร์”

 

            เด็กหนุ่มทั้งสามตั้งใจฟังอย่างใคร่รู้

 

            “พูดง่ายๆก็คือพวกคุณเพิ่งทุบครัวของแคนดี้ทิ้ง”

 

            ถ้ามองไม่ผิดอาซาเอลคิดว่าเจ้าแคนดี้เพิ่งค้อนใส่พวกเขาเข้าวงโต

 

            “เรื่องโรงเรือนเป็นการลงโทษจากผม แต่การลงโทษจากแคนดี้ก็คือ พวกคุณต้องปลูกต้นลูกกวาดให้เธอใหม่”

 

            ซีมอสใช้นิ้วเกาคางแคนดี้อย่างหยอกล้อ เจ้าตัวหลับตาพริ้มอย่างน่าเอ็นดู

 

            “ยากหน่อยเพราะเจ้าหญิงของผมค่อนข้างเลือกกิน”

 

            เจ้าหญิงของผม?

 

            อาซาเอลพยายามเป็นอย่างมากที่จะไม่แสดงสีหน้าประหลาดต่ออาจารย์ผู้แสนเย็นชากับมนุษย์แต่อ่อนโยนต่อพืชและสัตว์

 

            “หนังสือเกี่ยวกับการปลูกต้นลูกกวาดหาได้ในเขตทั่วไปของห้องสมุด เพราะเป็นการลงโทษ เธอเลยไม่อนุญาตให้ผมสอนพวกคุณ หากแคนดี้ไม่พอใจ พวกคุณจะได้รับบทลงโทษใหม่ที่รุนแรงกว่านี้”

 

            อีกครั้งที่อาซาเอลรู้สึกได้ว่ากำลังโดนเจ้าสัตว์ตัวกลมจิกตาใส่

 

            ความโกรธของเจ้าหญิงตัวอ้วนกลมช่างน่ากลัว

 

            สามสหายที่ได้รับบทลงโทษ อย่างสาสม เลือกที่จะเดินขึ้นไปยังห้องสมุดเพื่อหาข้อมูลการปลูกต้นลูกกวาด การทำความสะอาดปล่อยให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้าเนื่องจากกว่าจะออกจากห้องของซีมอสได้พระอาทิตย์ก็ตกดินไปพักใหญ่แล้ว  

 

            ได้ยินว่าซนจนโดนลงโทษ ดื้อจริงๆเลยนะคุณ

 

          อาซาเอลชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าห้องสมุด ทรานส์หนุ่มหันซ้ายหันขวากวาดตามองรอบตัวจนมินาคัสเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย แจนิวาลเดินนำเข้าไปก่อนแล้วจึงไม่ทันเห็นความผิดปกติของเพื่อนสนิท

 

            หาอะไรครับแมวดื้อ

 

          แมวดื้อ?

 

            ขอทีเถอะไอ้หมาบ้า หยุดส่งเสียงในหัวเขาด้วยสรรพนามราวกับเอ็นดูเขาเสียนักหนาแบบนั้นได้แล้ว

 

            อาซาเอลคิดแต่ไม่ได้ตอบกลับเสียงทุ้มที่ดังขึ้นในหัว ทรานส์หนุ่มเดินนำมินาคัสเข้าห้องสมุดโดยไม่ได้บอกอะไรกับผู้รักษาสมดุลย์หนุ่ม

 

            อาจเพราะเขากำลังเหม่อเลยปล่อยให้อีกฝ่ายเทเลพาธีได้ง่ายๆ ดูเหมือนคาดิเนียลจะแอบมองเขาอยู่ที่ไหนสักแห่งอีกแล้ว

 

โรคจิตรึไง

 

อยากจะบ่นใส่ไฮบ์ถ้ำมอง แต่สิ่งที่อยากบ่นมากกว่าคือการใช้พลังเวทย์สิ้นเปลืองทั้งที่ตัวเองก็ดูอ่อนแอจะแย่

 

ถ้าอยากคุยแค่เดินเข้ามาคุยมันยากนักรึไง

 

แต่จะให้ตอบกลับไปแบบนี้มันก็ดู...

 

เปิดโอกาสมากไปสักหน่อย

 

ยุ่ง

 

หนึ่งคำสั้นง่ายที่ตอบกลับแฝงน้ำเสียงหงุดหงิดไว้อย่างเคย ถ้าให้เดา คนโดนด่าก็คงไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาว ดีไม่ดีคงกำลังหัวเราะจนตาเป็นขีดอยู่เป็นแน่

 

อาซาเอลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามแจนิวาลที่หอบหนังสือหลายเล่มมาวางไว้บนโต๊ะ ดูเหมือนเพียวหนุ่มจะคุ้นเคยกับห้องสมุดนี้เป็นอย่างมาก เพียงครู่เดียวก็หาหนังสือเกี่ยวกับต้นลูกกวาดมาได้เสียขนาดนี้

 

โดนลงโทษหนักหรือเปล่า

 

สนใจเรื่องตัวเองเถอะ คนที่ดื้อน่ะมันคุณ

 

แทนที่จะบอกให้ ดูแลตัวเองดีๆ คนปากแข็งอย่างอาซาเอลกลับเลือกใช้ประโยคไม่น่าฟังตอบกลับน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยอย่างไม่คิดปิดบังของไฮบ์หมาป่าไปเสียอย่างนั้น

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่ออีกฝ่ายเงียบไป

 

อาซาเอลก้มหน้าอ่านหนังสือแม้เนื้อหาจะไม่เข้าหัวสักนิดเพราะไม่อยากถูกเพื่อนสนิททั้งสองจับผิด

 

ผมไม่ได้ดื้อเสียหน่อย

 

แม้จะแสร้งทำเป็นตั้งอกตั้งใจหาข้อมูลแต่ก็อดกลอกตาใส่คำแก้ตัวของอีกฝ่ายไม่ได้

 

หน้าซีดตัวซูบจนจะเป็นไก่ต้มแทนหมาป่าอยู่แล้วยังจะเถียง

 

ภาพของอีกฝ่ายที่มาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องเขาเมื่อคืนฉายชัดอยู่ในหัว ยิ่งสัมผัสของร่างกายที่เบียดชิดตอนเจ้าหมาบ้าดึงเขาเข้าไปกอดทำให้รู้ว่าคาดิเนียลสูญเสียกล้ามเนื้อไปแค่ไหน

 

...เทียบกับตอนที่กอดกันครั้งแรกน่ะนะ

 

เอาแต่บ่นคนอื่น ผมว่า คุณนั่นแหละ...

 

ทรานส์หนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น ข้อความที่ส่งไปไม่จบประโยคถูกตอบกลับมาด้วยเสียงครางในลำคอย่างสงสัย  

 

หมาดื้อ

 

อาซาเอลปิดรับพลังเวทย์ที่พยายามเข้ามาในหัวทันทีที่ส่งข้อความสุดท้ายไป

 

เจ้าของใบหน้าคมคายที่บัดนี้แดงเรื่อจนปิดไม่มิดฟุบหน้าลงกับหนังสือ กระนั้นก็ไม่สามารถซ่อนใบหูแดงก่ำเอาไว้ได้

 

“แอบใช้เทเลพาธีอีกแล้วรึ ระวังเถิดจะโดนดักฟังเข้าสักวัน”

 

ถ้อยคำเหน็บแนมของแจนิวาลไม่ได้ทำให้อาซาเอลเงยหน้าขึ้นจากท่อนแขนของตัวเอง จะให้เงยได้อย่างไรในเมื่อใบหน้ายังมีไอร้อนแผ่ออกมาเช่นนี้

 

ให้ตายเถิด

 

คาดิเนียลเรียกเขาด้วยสรรพนามน่าอายเช่นนั้นบ่อยๆได้ยังไงกัน นี่แค่ลองเรียกอีกฝ่ายด้วยสรรพนามคล้ายกันเพียงครั้งแรกก็อายแทบมุดแผ่นดินหนีแล้ว!!

 

“หยุดทุบโต๊ะเดี๋ยวนี้นะอาซาเอล!”แจนิวาลดุเสียงหนักมองซ้ายมองขวาขอโทษคนอื่นที่หันมามองอย่างไม่พอใจเพราะเสียงทุบโต๊ะของอาซาเอล

 

ดูเหมือนเพื่อนของเขาจะเสียสติไปแล้ว

 

คงไม่มีคนเพิ่งถูกลงโทษคนไหนดูมีความสุขได้เท่าไอ้ทรานส์สติแตกคนนี้อีกแล้วกระมัง!!


******

ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ 


แต่ว่า... กลับมาแล้วค่าาาาาาาาาาา 


ยังมีใครอ่านอยู่มั้ยนะ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 420 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2375 applepie13 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 06:20
    เพื่อนเขินแล้วมือหนัก แจนิวาลต้องเข้าใจจจจ555555555555
    #2,375
    0
  2. #2343 Comeandfawkme (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 00:39
    แก๊งอาซาเอลสุดยอด!
    #2,343
    0
  3. #2332 papanxxx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 16:23
    น่าร้ากกกกก
    #2,332
    0
  4. #2310 punchppsrn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 14:12
    ยังอ่านอยู่ค่ะะะะ. ติดตามเสมอสู้ๆนะคะคุณไรท์
    #2,310
    0
  5. #2185 nuiibyul (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:29
    กลับมาแล้วววว คิดถึงมากๆ เลยค่ะ 😻 ขวยเขินเป็นอย่างมาก แมวดื้อ หมาดื้อ ><
    #2,185
    0
  6. #2183 nuibbnl17 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 20:44
    ทีมอาซาเอลเค้านี่เป้วดีจังเลย ชอบความไม่ยอมคนนี้
    #2,183
    0
  7. #2182 nuibbnl17 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 20:43
    เห็นภาพคนขี้เขินเลย อุแงง
    #2,182
    0
  8. #2181 tdp-eee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 23:40
    เเง้จะร้องไห้เลยรอนานมากๆคิดถึงค้าบ
    #2,181
    0
  9. #2179 JjJyJh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 09:52
    ชอบความแท็กทีมของแก็งค์นี้
    #2,179
    0
  10. #2147 wingM (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 12:46
    คิดถึงมากเลยคุณไรต์เตอร์ ㅠㅠ สนุกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เลย ชอบตัวละครอาจารย์ซีมอสมาก5555 เอ็นดูเจ้าหญิงของเขาด้วย!
    #2,147
    0
  11. #2145 Araceze (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 01:19
    คิดถึงมากเลยค่า รออ่านอยู่ทุกวัน ยิ่งกว่าดีใจเสียอีก
    #2,145
    0
  12. #2133 ohsatang_na (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2562 / 16:23
    รออ่านค่าบๆๆ//ไรท์สู้นะคับ😊
    #2,133
    0
  13. #2132 ParitaWongduan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 15:23

    สนุกมากเลยค่ะ ยังตามอ่านอยู่น๊าาา
    สู้ๆนะไรท์
    #2,132
    0
  14. #2131 kidt2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 14:30
    งื้ออออ เจ้าหมาดื้ออออ ตามอ่านอยู่น้าาา
    #2,131
    0
  15. #2130 ประชาชน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 15:34

    คิดถึงไรต์นะคะ555555 สู้ๆค่ะ

    #2,130
    0
  16. #2128 Platalayleuk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 23:12
    เย้ๆๆๆๆๆ กลับมาแล้ววว
    เอ็นดูอาซาเอล555555555
    #2,128
    0
  17. #2127 สหายมังกรบ้า/L.H.T. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 22:48
    ขอบคุณมากๆนะคะที่กลับมา ชอบเรื่องนี้มากๆเลย จะรอติดตามไปจนจบเลยนะคะ สู้ๆ
    #2,127
    0
  18. #2125 Am_s (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 00:23
    ดีใจนะคะที่ไรท์มาอัพ คิดถึงเรื่องนี้มากกกก ไม่ได้อ่านนานมากเลยแต่ก็ยังจำเรื่องคร่าวๆได้เพราะสนุกมาก แงงงงง ตอนนี้คุณหมาป่าจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย เวลาเขาคุยกันแบบนี้คือเขินมาก ทั้งๆที่ไม่น่ามีอะไรให้เขินแต่หุบยิ้มไม่ได้เลย
    #2,125
    0
  19. #2124 King-seulkii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 20:51
    รอมาตลอดเลยยย ดีใจที่กลับมาค่ะ
    #2,124
    0
  20. #2123 realllllNN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 05:35
    หื้อออออ กลับมาอัพแล้ว รออยู่นะคะ รักเรื่องนี้
    #2,123
    0
  21. #2122 DeepseaPenguin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 23:47
    ไรท์กลับมาแล้วว เย้ๆ รอเสมอนะคะ
    #2,122
    0
  22. #2121 Mintykiisz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 03:33

    รอเสมอเลยค่ะ
    #2,121
    0
  23. #2120 wild blue yonder (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 22:14
    คิดถึงสุดหัวใจ
    #2,120
    0
  24. #2119 JRabbit94 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 08:48
    กลับมาแล้ววววววว กิ้ดๆๆ
    #2,119
    0
  25. #2118 p00h (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 12:00
    กลับมาแล้ววววววแงงงงง
    #2,118
    0