[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 16 : Chapter 14 :: ชั้นเรียนเอาตัวรอด III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,965
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 626 ครั้ง
    4 ม.ค. 63

  

             “โอ้ะโอ เจอใครเข้าล่ะเนี่ย นายเป็นใครกันนะเจ้าแมวน้อย~”

           

            ยังไม่ทันที่มินาคัสจะได้เดินไปไหน เพียงแค่หันหลังกลับหมายจะเดินเข้าไปในอาคารเท่านั้น เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเหนือหัวก็สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้รักษาสมดุลหนุ่มจนเกือบจะสบถออกมา แมวป่าเงยมองต้นเสียงด้วยแววตาสั่นไหว ม่านตาเบิกกว้างด้วยแสงที่มีน้อยนิด แต่ก็มากพอจะทำให้เห็นรอยยิ้มน่าหวาดหวั่นที่ระบายบนริมฝีปากของฮาบัสในยามนี้

 

            “หยิ่งนะเรา ไม่ตอบซะด้วย”ไฮบ์หนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะย่อตัวลงมองแมวป่าใกล้ๆ เจ้าตัวน้อยถอยหลังไปสองก้าวอย่างระวังตัว

 

            ฟู่~

 

          แมวป่าขู่ฟ่อเมื่อฮาบัสเอื้อมมือเข้าใกล้ แววตาวาวโรจน์อย่างสัตว์ป่าทำเอาไฮบ์หนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้มร้ายกาจ

 

            “ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นแมวจริงๆหรือกำลังแสดง แต่ไม่ว่าจะอย่างไหน นายก็หนีไม่รอดหรอก มาด้วยกันซะดีๆ”พูดจบก็คว้าเข้าหลังคอจนอีกฝ่ายมิอาจขัดขืน ทำได้เพียงเกร็งจนตัวงอตามสัญชาตญาณ มินาคัสอยากดิ้นรนให้พ้นพันธนาการแต่ดูเหมือนฮาบัสจะเชี่ยวชาญกับการจัดการกับแมวอยู่พอตัว เพราะวิธีการจับของเขาไม่ได้สร้างความเจ็บปวดเพียงแต่ทำให้ไร้ทางขัดขืนเท่านั้น

 

           

            ไฮบ์หนุ่มหยัดตัวยืนขึ้นพร้อมชูสัตว์ตัวจ้อยในกำมือขึ้นในระดับสายตา กวาดตามองอย่างประเมิน ส่งไอเวทย์จางๆเข้าสำรวจ หากเป็นทรานส์ทั่วไปคงโดนจับได้ด้วยพลังเวทย์ที่หลุดรอดออกมาตามธรรมชาติ ทว่ามินาคัสเป็นผู้รักษาสมดุล การควบคุมพลังเวทย์หรือแม้แต่การเลียนแบบสัตว์ป่าจึงทำได้แนบเนียนกว่า เช่นนั้นพลังเวทย์ที่แตะต้องตัวเขาอย่างคุกคามในเวลานี้จึงไม่อาจตรวจสอบตัวตนของเขาได้ตามที่ฮาบัสต้องการ

 

            ทว่าการตรวจสอบของฮาบัสยังไม่จบลงเท่านั้น

 

            ไฮบ์หนุ่มยื่นจมูกเข้าใกล้ สูดหายใจฟุดฟิดอยู่หลายหน นี่อาจเป็นพฤติกรรมพื้นฐานของพวกหมาป่าหรือสัตว์วงศ์สุนัขอื่นๆเวลาอยากสำรวจอะไรสักอย่าง แต่สำหรับมินาคัสแล้วมันค่อนข้างหยาบคายทีเดียว จนเผลอคิดไม่ได้ว่าในวันที่เขาลอสอยู่ริมทะเลสาบน่าจะดีหากได้ฝากรอยแผลไว้ที่ตัวคนๆนี้บ้าง และหากฮาบัสเข้ามาใกล้กว่านี้ ความคิดของผู้รักษาสมดุลหนุ่มคงไปไกลถึงขั้นว่า ทำไมวันนั้นเจ้าเด็กนี่ไม่โดนเขาฉีกกระชากร่างไปเสียเลย

 

          โชคยังดีที่ฮาบัสถอยใบหน้าออกไปก่อนจะข้ามเส้นอันตรายที่มินาคัสขีดไว้

 

            “นี่เป็นแมวป่าธรรมดาๆหรอกรึ”หรี่ตามองอย่างจับผิด แม้ไม่ปักใจเชื่อ แต่สิ่งที่สัมผัสได้ก็ฟ้องว่าเจ้าสีสนิมในมือนี้เป็นเพียงสัตว์ป่าที่ไร้พลังเวทย์

 

            ซึ่งมินาคัสลืมคิดไป ว่าบนดินแดนที่เป็นแอ่งพลังงานอย่างสถาบันเชนโตแห่งนี้นั้น ไม่มีสัตว์ตัวใดไร้พลังเวทย์

 

            แม้แต่สัตว์ป่าทั่วไปก็ดูดซับพลังเวทย์ได้ด้วยพลังงานที่เอ่อล้นจากทุกอณูในอากาศและผืนดิน การกลายพันธุ์เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพื้นที่เกือบสีแดงแห่งนี้

 

            ทันทีที่ผู้รักษาสมดุลหนุ่มนึกขึ้นได้ เหงื่อกาฬก็พาลจะซึมไปทั้งร่างด้วยความกังวล

 

            หากฮาบัสจับสังเกตเรื่องนี้ได้ เขาคงเจอกับวิกฤตเข้าแล้ว

 

            เพียงแค่จดหมายภูตรูปเหยี่ยวแตะตัว ตัวตนทรานส์ของเขาจะถูกเปิดเผย แม้ไม่เกี่ยวข้องกับความลับการเป็นผู้รักษาสมดุล แต่การโดนไฮบ์จับได้ว่าเป็นทรานส์ย่อมหมายถึงความสงบสุขที่อันตรธานไปพร้อมกับความปลอดภัยในชีวิต

 

            ยิ่งถ้าเป็นพวกหมาป่าด้วยแล้ว

 

            เขาไม่อยากเสี่ยงกับความกระหายในการล่าของคนพวกนี้

 

            “หากนายเป็นทรานส์ ก็คงเป็นทรานส์ที่มีความสามารถสูงน่าดู จึงซ่อนพลังเวทย์ได้แนบเนียนเพียงนี้”แววกระหายในดวงตาเรียวชวนขนอ่อนลุกชันจนสมองมินาคัสเร่งหาทางหนีจนหัวปั่น กระทั่งประโยคถัดไปดังขึ้น ผู้รักษาสมดุลหนุ่มก็เกือบถอนหายใจด้วยความโล่งอกหากแต่หยุดไว้ได้ทันด้วยคงไม่มีแมวตัวใดถอนหายใจเช่นนั้น “น่าเสียดายที่เหยี่ยวของฉันถูกใช้ไปแล้ว”

 

            “งั้นฉันจะเอานายไปฝากเพื่อนของฉันก็แล้วกัน คาดิเนียลคงเหนื่อยเกินกว่าจะออกล่าในคืนนี้”

 

            สิ้นประโยคที่ทำให้มินาคัสอยากกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอดไปฮาบัสก็เดินตรงเข้าหอพักด้วยท่าทางอารมณ์ดี ขัดกับอารมณ์ของสัตว์แปลงในมือเขาเหลือเกิน

 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มสบถในใจเป็นพันหน ก่อนจะจบลงด้วยการถอนหายใจในความคิดอย่างปลดปลง

 

            เอาเถิด อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด

 

            ได้แต่หวังว่าฮาบัสจะปล่อยเขาไว้กับคาดิเนียลตามลำพัง เพราะการถูกคาดิเนียลรู้ตัวตนก็ไม่ได้ย่ำแย่สักเท่าไร อย่างไรเสียคนๆนั้นก็คงไม่หันคมเขี้ยวเข้าใส่เขา ด้วยความสนใจทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่ใครคนอื่นแล้ว

 

hf

 

            ไฮบ์หนุ่มร่างสูงโปร่งก้าวขายาวๆไปตามทางเดินภายในหอพัก ไม่กี่อึดใจเขาก็มาถึงหน้าห้องของเพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งผู้นำที่ฮาบัสยินดีมอบชีวิตให้ แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธคำว่าจ่าฝูง แต่คาดิเนียลเกิดมาเพื่อสิ่งนั้น

 

            ไม่ได้ด้อยไปกว่าคาเดฮัสพี่ชายของเขาเลยสักนิด

 

            หากคาดิเนียลอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม การจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลคงทำได้ไม่ยาก ทว่าอุบัติเหตุในวัยเด็กพรากพลังเวทย์ของเขาไปครึ่งหนึ่ง

 

            ครึ่งชีวิต ที่มิอาจรู้ว่าอยู่ที่ใด ทำให้จ่าฝูงของเขาอ่อนแอ และเปราะบางขึ้นอีกโขยามเมื่อใกล้วันพระจันทร์สีเลือด

 

            วันที่หมาป่าทุกตัวแข็งแกร่ง

 

            ทว่าคาดิเนียลกลับอ่อนแอลง ราวกับเป็นการคัดสรรของธรรมชาติที่กำจัดสิ่งของมีรอยตำหนิ

 

            สำหรับฮาบัส คาดิเนียลมิใช่อะไรที่ใช้การไม่ได้ เพียงแต่รอคอยเวลาที่จะกลับมาแข็งแกร่งเท่านั้น เช่นนั้นแล้ว หน้าที่ของพวกเขาจึงต้องปกป้องจนกว่าจ่าฝูงจะคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์พร้อมในสักวันหนึ่ง

 

            “เฮ้ นายอยู่ในนั้นหรือเปล่า”เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมมือที่เคาะลงบนบานประตูหลายหน

 

            คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเมื่อไร้เสียงตอบกลับ

 

            สภาพย่ำแย่ปานนั้นจะออกไปเดินเตร่ที่ไหนได้

 

            “ทำอะไรน่ะ”

 

            ฮาบัสหันมองตามเสียงก็พบว่าเจ้าของห้องกำลังเดินมาตามโถงทางเดินด้วยสีหน้าอิดโรย คาดิเนียลหยุดอยู่ห่างจากคนตัวสูงกว่าไม่กี่ก้าวก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อสังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตในมือเพื่อนสนิท

 

            “ของฝาก”รอยยิ้มที่ระบายบนริมฝีปากฮาบัสทำเอาคนถูกเรียกว่าของฝากหน้าตึงขึ้นชั่วขณะ

 

            “ทรานส์รึ”คาดิเนียลถามขณะยื่นหน้าเข้าไปมองใกล้ๆ สูดจมูกฟุดฟิดแบบเดียวกับฮาบัสเคยทำ

 

            “ไม่รู้สิ ฉันไม่ได้กลิ่นอะไรเลย แต่ก็น่าสงสัย”ฮาบัสไหวไหล่

 

            “แต่ฉันได้กลิ่นคุ้นๆอยู่นะ”หมาป่าจ่าฝูงหรี่ตามองแมวป่า ก่อนจะกระตุกยิ้มที่ทำให้มินาคัสรู้ชะตากรรมตัวเอง

 

            โดนจับได้เสียแล้ว

 

            เมื่อครู่คาดิเนียลถูกเทเลพาธีที่แทรกเข้ามาในหัวปลุกจนตื่น และพบว่าแมวที่เคยอยู่ในอ้อมกอดหายไปเสียแล้ว ไฮบ์หนุ่มผู้อ่อนเพลียนอนต่อจนพอใจก่อนจะตัดสินใจปีนลงจากรังนกยักษ์ได้เพียงครู่ คาดิเนียลก็เจอกับซากานและอูจีส หลังฟังเพื่อนสนิทที่เป็นทรานส์หนึ่งเดียวในฝูงบ่นกระปอดกระแปดจนเกือบหลับไปอีกหน ก็พอรู้มาบ้างว่าภารกิจของทรานส์คืออะไร และมีเพียงทรานส์ระดับต่ำๆเท่านั้นที่เข้าร่วม

 

            เช่นนั้นแล้ว ในกลุ่มนักเรียนใหม่กับทรานส์ที่มีความสามารถไม่เกินระดับ Intermediate จะมีสักกี่คนที่ซ่อนเร้นพลังเวทย์ได้หมดจดถึงเพียงนี้

 

            เท่าที่คาดิเนียลรู้จักก็มีอยู่ไม่มากนัก และท่ามกลางคนเหล่านั้น ก็มีใครคนหนึ่งโดดเด่นเหลือเกินเรื่องการทำตัวลึกลับจนแทบไม่รู้ข้อมูลใดๆ

 

            ไฮบ์หนุ่มมั่นใจว่าแมวป่าตรงหน้าเป็นคนๆนั้นไม่ผิดแน่ ไม่ใช่เพราะสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์หรือตำหนิใดๆจากเจ้าตัว

 

            ทว่าเป็นกลิ่นไอคุ้นจมูกที่ไม่ว่าจะจางเพียงใดหมาป่าหนุ่มก็จำได้ทันที

 

            กลิ่นของอาซาเอล

 

          “นายรู้งั้นรึ”ฮาบัสเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

            “ก็คงงั้น”คาดิเนียลตอบแบบขอไปที ก่อนจะพูดสิ่งที่ทำให้ฮาบัสงุนงงเข้าไปใหญ่ “ปล่อยไปเถิด ฉันไม่อยากโดนแมวโกรธอีก”

 

            แมว ที่หมายถึงแมวอีกตัว ซึ่งคงไม่ชอบใจนักหากรู้ว่าพวกเขารังแกเพื่อนสนิท

 

            “นี่คืออาซาเอลหรอ”ฮาบัสเบิกตาโตก่อนจะยกมินาคัสขึ้นมามองใกล้ๆอีกหน ทำราวกับจะมองออกว่าหน้าตาตอนเป็นร่างมนุษย์เป็นอย่างไร

 

            คาดิเนียลหัวเราะลั่นก่อนจะโบกมือเป็นสัญญาณให้ฮาบัสปล่อยเหยื่อไปเสีย แม้ไม่เข้าใจเท่าใดนักหากแต่ฮาบัสก็ทำตามที่เพื่อนบอก ทันทีที่หลุดจากพันธนาการ มินาคัสก็กระโดดถอยห่างจากไฮบ์ทั้งสองก่อนจะออกตัววิ่งให้พ้นรัศมีการล่าอย่างรวดเร็ว

 

            กระนั้นก็ยังทันได้ยินบทสนทนาที่ก้องมาตามโถงทางเดิน

 

            “แบบนี้นายจะทำภารกิจไม่เสร็จเอานา”เสียงฮาบัสเอ่ยอย่างกังวล

 

            “ไม่เป็นไร ฉันได้ชื่อของจัสตินมาแล้ว”คาดิเนียลเอ่ยพลางชูกระดาษรูปเหยี่ยวในมือขึ้น

 

            “งั้นหมอนั่นก็อยู่ในร่างสัตว์น่ะสิ มันไม่มีผลอะไรกับนายรึ”

 

            “ไม่รู้สิ ตอนนี้มันอาจจะแย่จนไม่อาจแย่ลงไปอีกได้แล้วกระมัง ฉันถึงไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง”เสียงหัวเราะของคาดิเนียลขมขื่นจนแม้แต่มินาคัสที่วิ่งห่างออกมามากแล้วยังรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดนั้น

 

            เป็นความสิ้นหวังที่เจ้าตัวคงพยายามกลบเกลื่อนแล้ว ทว่าไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป

 

            ใกล้แตกสลายกันเข้าไปทุกทีแล้ว

 

          ไม่ว่าจะฝ่ายใด

 

          ใกล้ถึงขีดจำกัดเข้าไปทุกที


            “ถ้ารู้ตัวว่าอาการแย่ก็เลิกหายไปไหนคนเดียวไม่บอกไม่กล่าวสักที คนทางนี้ดมกลิ่นตามจนปวดจมูกไปหมดแล้ว”

           

            ฮาบัสย่นจมูกฟุดฟิดประกอบคำพูดและท่าทางแบบนั้นทำให้คาดิเนียลที่กำลังเปิดประตูห้องตัวเองได้แต่ยิ้มขำกับความขี้เล่นของเพื่อนสนิท

 

            คาดิเนียลรู้ดีว่านั่นก็แค่ถ้อยคำประชดประชัน ด้วยฮาบัสเป็นไฮบ์ แม้จะมีเชื้อสายสุนัขแต่จมูกก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนทั่วไปสักเท่าไร ถ้าเป็นอูจีสพูดประโยคนี้คงจะน่าเชื่อถือขึ้นมาหน่อย กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ใช้การดมกลิ่นติดตามตัวใครเป็นปกติ เว้นเสียแต่ว่ากลิ่นนั้นจะน่าสนใจและติดตรึงอยู่ในฆานประสาท

 

            “ก็ไม่ได้ไปไหนไกล ใช่ว่าฉันจะล้มพับลงไปง่ายๆเสียเมื่อไร”ฮาบัสมองคนไม่เจียมสังขารด้วยสายตาระอาเต็มทน

 

ใช่ว่าเขาไม่รู้ ช่วงนี้จ่าฝูงจอมดื้อดึงมักหายไปไหนเป็นประจำ แต่ก็คัดค้านอะไรไม่ได้ เพราะดูเหมือนคาดิเนียลจะเป็นห่วงเป็นใยความปลอดภัยของอาซาเอลมากกว่าอาการของตัวเองเสียอีก

 

            ฮาบัสมิอาจเข้าใจว่าคาดิเนียลจะห่วงอะไรถึงเพียงนั้น ยอมรับว่าอาซาเอลก็ดูจะมีพลังเวทย์แข็งแกร่งอยู่พอตัว เป็นที่หมายปองของรุ่นพี่และเพื่อนร่วมรุ่นหลายๆคนที่เริ่มระแคะระคายว่าเด็กหนุ่มร่างโปร่งเจ้าของผมสีดำสนิทนั้นน่าจะเป็นทรานส์ แต่ทั้งหมดนั่นมันน่าห่วงมากกว่าตนเองที่พลังเวทย์จะเหือดแห้งลงไปตอนไหนก็มิอาจรู้เชียวหรือ

 

อาซาเอลเองก็ระวังตัวถึงปานนั้น ซ้ำยังมีมินาคัสและแจนิวาลที่ปกป้องสหายราวไข่ในหิน ไม่รู้จ่าฝูงของเขาไปถูกตาต้องใจเข้าขนาดไหน ถึงได้ตามแผ่ไอเวทย์ข่มขู่ทุกคนที่จ้องอาซาเอลตาเป็นมันเสียจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

 

เคยได้ยินซากานบ่นอยู่เหมือนกันว่าเพื่อนเขานั้นอาการหนักเต็มทีกับโรคติดแมว เพิ่งจะเข้าใจก็คราวนี้

 

“อวดดีไปเถิด ไอ้ล้มไปเองน่ะไม่น่าห่วง กลัวแต่จะมีใครมาทุบแล้วลากไปเชือดเสียมากกว่า”

 

ฮาบัสถอนหายใจหนักขณะเดินตามหลังเจ้าของห้องเข้ามาด้านใน เสียงประตูปิดไล่หลังยังไม่ดังเท่าเสียงถอนหายใจของเขาเลยกระมัง

 

“ตราบใดที่พระจันทร์ยังไม่กลายเป็นสีแดง ก็ไม่มีอะไรต้องห่วง”

 

“ห่วงไว้หน่อยเถิดคาดิเนียล เราไม่รู้ว่ามันจะมาถึงเมื่อไร ถ้ามันมาถึง แม้แต่ฉันเองก็อาจจะพุ่งเข้าขย้ำคอนายเสียเองก็เป็นได้”น้ำเสียงของฮาบัสบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใดและนั่นทำให้คนที่ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างยียวน

 

“มีอะไรขุ่นเคืองกันขนาดนั้นเชียวรึ”

 

“ก็คิดว่าพอจะมีอยู่”ฮาบัสทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามเตียง

 

“อย่ามาขู่กันแบบนี้สิ น่ากลัวนะนั่น”แม้เอ่ยกลั้วหัวเราะแต่คาดิเนียลรู้ดี ว่าบทสนทนานี้จริงจังเพียงใด

 

คาดิเนียลยิ้มกว้างจนฮาบัสได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับหน้ายิ้มๆของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะโกรธ เศร้า หรืออะไรก็ตามแต่ คาดิเนียลมักปกปิดทุกอย่างนั่นด้วยรอยยิ้มแบบนี้เสมอ ทำราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเอาเสียเลย

 

ทั้งที่ลางมรณะกำลังคืบคลานเข้ามาแท้ๆ

 

พระจันทร์สีเลือด

 

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในรอบปี ใช้เรียกค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงถูกระบายด้วยสีแดงฉานดั่งสีโลหิต เป็นปรากฏการณ์ที่มิอาจทำนายได้ว่าจะเกิดขึ้นในเดือนใด บ้างเกิดในคืนเดือนเพ็ญท่ามกลางฤดูร้อนที่แสนอบอ้าว บ้างเกิดในคืนอันแสนเหน็บหนาวของเหมันตฤดู หรือท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ไม่ว่าฤดูกาลใด แสงสีแดงฉานนั้นจะฉายชัดในดวงตาของเหล่ามนุษย์ที่สืบเชื้อสายของหมาป่า

 

ราวกับเป็นคำสาปสายเลือด เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดกับสายพันธุ์อื่นแบบเฉพาะเจาะจง

 

แม้มิอาจทำนาย หากแต่มีสัญญาณเตือน

 

ความกระหายที่เริ่มปะทุจากภายใน พลังเวทย์ที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหัน บ่งบอกให้เหล่าลูกหลานหมาป่าเตรียมตัวสำหรับคืนสำคัญที่สัญชาตญาณแห่งการล่าจะถูกปลุกขึ้นมาจนสิ้นไร้ซึ่งการยับยั้งชั่งใจหรือศีลธรรมอันใดก็ยากจะหยุดยั้งความมืดในจิตใจที่ก่อเกิดเป็นตัวตนเข้าครอบงำหมาป่าทุกตน ไม่ว่าจะไฮบ์หรือทรานส์

 

สำหรับเหล่าหมาป่าแล้ว ในยามที่พระจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เลือดจะเดือดพล่าน สัณชาตญาณตื่นขึ้นถึงขีดสุด แข็งแกร่งขึ้นในชั่วข้ามคืนทั้งพละกำลังและพลังเวทย์ กระนั้นดวงตากลับมืดบอดด้วยความต้องการจากเบื้องลึก กระหายการล่าและฆ่า แม้แต่ประกายไฟแห่งความขุ่นเคืองเพียงน้อยนิดก็โหมกลายเป็นเพลิงที่ผลาญได้ทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเพื่อน คนรัก หรือครอบครัว

 

ทำลายสิ้นด้วยน้ำมือตัวเอง

 

ที่กล่าวขานกันว่า พระจันทร์สีเลือด มิใช่เพียงเพราะสีของดวงจันทร์ในค่ำคืนนั้น แต่เพราะโลหิตที่อาบไปทั่วทุกหนแห่งที่หมาป่าเหยียบย่างเข้าไปเสียมากกว่า

 

 

“คนเรามันก็ไม่ถูกใจกันไปทั้งหมดหรอก ไม่งั้นจะมีคนตายเป็นเบือทุกคืนจันทร์สีเลือดรึ”ฮาบัสเอนหลังลงนอน เหม่อมองเพดานราวกับนึกภาพเหตุการณ์อะไรบางอย่าง “ก็โดนคนใกล้ตัวฆ่ากันทั้งนั้น”

 

จากแววตาแล้วคงเป็นภาพที่ไม่น่านึกถึงสักเท่าไร

 

“เพราะแบบนั้น นายน่าจะห่วงตัวเองเสียบ้าง ที่นี่ไม่ได้อันตรายแค่กับฉันหรอกนะ”คาดิเนียลเอนตัวลงนอนเช่นกัน ทว่าสายตายังจับจ้องอยู่ที่เพื่อนสนิท ก่อนจะเอ่ยประโยคเย้าแหย่เพื่อดึงอีกฝ่ายออกจากภวังค์ความคิดที่คงไม่น่าภิรมย์สักเท่าไร “คนปากร้ายอย่างนายน่าจะมีศัตรูมากกว่าฉันเป็นไหนๆ”

 

“โถ พ่อคนดี พ่อคนไม่มีศัตรู”เสียงทุ้มต่ำถูกบีบเป็นเสียงเล็กเสียงน้อยจิกกัดเจ้าของห้อง

 

แม้จะเป็นคนดี ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนเกลียดขี้หน้า

 

คาดิเนียลถูกหมายหัวตั้งแต่เกิดมาเป็นไฮบ์ที่มีพลังแข็งแกร่ง ด้วยนั่นทำให้บัลลังก์ของใครบางคนสั่นคลอน

 

เราถูกมองเป็นฝูงย่อยที่พร้อมก่อกบฏ

 

แม้ไม่แสดงออก แต่ภายในใจลูกฝูงของคาเดฮัสคงไม่ใคร่พอใจคาดิเนียลนักหรอก สำหรับพวกนั้นแล้ว จ่าฝูงของฮาบัสไม่ต่างอะไรกับหอกข้างแคร่ ติดก็เพียงว่าคาเดฮัสรักคาดิเนียลเกินกว่าจะมองน้องเป็นศัตรู เช่นนั้นคืนจันทร์สีเลือดคงเป็นข้ออ้างชั้นดีในการสังหารหนามบนเส้นทางของคนที่พวกมันสนับสนุน แน่นอนว่าพวกเขาที่เป็นลูกฝูงของคาดิเนียล ก็เป็นเป้าหมายที่ควรกำจัดด้วยเช่นกัน

 

ปีก่อนพวกฮาบัสอยู่อย่างสงบสุขก็เพราะคาดิเนียลยังไม่เข้าเรียน แต่มาปีนี้ แม้พยายามอยู่อย่างเงียบๆแต่ดูเหมือนคลื่นใต้น้ำจะไหลแรงขึ้นทุกที ราวกับทุกฝ่ายบีบให้เกิดสงคราม

 

สงครามระหว่างพี่น้อง

 

เขาและคาเดฮัส

 

แม้ไม่เคยต้องการแย่งชิงตำแหน่งของพี่ชาย แต่คาดิเนียลต้องการพลังเพื่อปกป้องคนของตนจากอันตรายที่มิอาจเลี่ยง ผู้สนับสนุนคาเดฮัสมีมากเกินไป ไม่แปลกที่จะมีพวกชอบแหกกฎทำอะไรตามอำเภอใจแฝงตัวอยู่

 

“ฉันพูดจริงๆนะฮาบัส ปกป้องตัวเอง เพราะฉันมิอาจทำอะไรเพื่อพวกนายได้เลย”น้ำเสียงจริงจังทำให้ฮาบัสต้องหันไปมองสีหน้าของผู้พูด ทว่าคาดิเนียลหลับตาลงด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่แสดงออก

 

คาดิเนียลไม่เคยยอมรับตำแหน่งจ่าฝูง แต่เขารู้ดีว่าเพื่อนทุกคนคิดกับเขาอย่างไรจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ร่วมกับฝูงอื่นเช่นนี้ มันควรจะเป็นหน้าที่ของจ่าฝูงในการปกป้องลูกฝูง หรืออย่างน้อย ก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนที่ต้องปกป้องเพื่อน

 

ทว่าเขามิอาจทำได้ ด้วยข้อบกพร่องที่มี ในขณะที่หมาป่าทุกตัวแข็งแกร่งขึ้น เขากลับอ่อนแอลง ร่างกายต้องการรีดเค้นพลังเวทย์ทั้งหมด หากแต่เขามีให้เพียงครึ่งเดียว

 

มันจึงกลายเป็นความทรมานแสนสาหัสจนความตายอาจจะเจ็บปวดน้อยกว่า

 

จำได้ว่าตอนเด็กๆ เขาร้องขอความตายเสมอในคืนจันทร์สีเลือด กระนั้นมันก็ไม่เคยเกิดขึ้น

 

เขาถูกขังเอาไว้ในห้องนอน นั่งร้องไห้ทุรนทุรายอยู่บนเตียง โดยมีใครบางคนที่จะตื่นขึ้นในคืนจันทร์สีเลือดเท่านั้นอยู่ในกรงอีกฝากหนึ่งของห้อง ขู่คำรามราวกับสาปแช่งที่เขายึดเอาชีวิตอีกฝ่ายมา เด็กตัวน้อยตัวสั่นเทา และจดจำสายตานั้นได้ไม่มีวันลืม

 

หลายปีผ่านไปที่ต้องเจอกับเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ จากความหวาดกลัวกลายเป็นรู้สึกผิด และสงสารจับใจ

 

ผู้เคราะห์ร้ายที่โดนพรากชีวิตปกติธรรมดาไปเพื่อต่อชีวิตให้กับเขา

 

เขี้ยวของเขา

 

คนรักของเพื่อน

 

บาปที่จะติดตัวเขาไปจนตาย

 

“จำไม่ได้สักนิดว่าพวกเราเคยร้องขอให้นายทำอะไรให้”เสียงจากหน้าประตูทำให้คนในห้องต้องลุกขึ้นนั่งแล้วหันไปมองผู้บุกรุกที่เปิดประตูเข้ามาโดยไม่ขอ

 

ซากานเดินนำเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยอย่างทุกที เดินเข้าไปเบียดฮาบัสที่นั่งอยู่บนโซฟาจนคนตัวสูงกว่าต้องยอมลงมานั่งบนพื้น ตามมาด้วยเจ้าของเสียงเมื่อครู่ อัยที่มีสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดก้าวยาวๆมานั่งลงข้างๆคาดิเนียลบนเตียง ตามด้วยอูจีสที่ลากเก้าอี้ไม้จากโต๊ะอ่านหนังสือมานั่งถัดไปจากซากาน

 

“หงุดหงิดอะไรมา ถึงมาลงที่เพื่อนอย่างนี้เล่า”คาดิเนียลกระเซ้าคนข้างตัวที่ตีสีหน้าไม่รับแขกมาแต่ไกล แต่กลับได้รับคำตอบจากคนบนเก้าอี้ไม้แทน

 

“พาลน่ะสิ”

 

คำตอบนั้นทำให้อัยถลึงตาใส่คนตอบ

 

“หาไฮซันไม่เจองั้นรึ”ฮาบัสเอ่ยถามขณะมองอัยและอูจีสสลับกันไปมา

 

“ฉันบอกไปแล้วว่าหมอนั่นทำภารกิจสำเร็จไปแล้ว แต่มีบางคนไม่เชื่อ”อูจีสปรายตามองบางคนที่ว่าด้วยสายตากวนประสาท

 

“ทำภารกิจเสร็จก็ต้องกลับห้องไม่ใช่รึ แต่ห้องหมอนั่นเงียบกริบ”คำพูดใส่อารมณ์ของอัยบ่งบอกว่าอูจีสไม่ได้อธิบายรายละเอียดของภารกิจทรานส์ให้เพื่อนฟัง

 

จงใจปิดบังเพื่อให้อีกฝ่ายร้อนใจนั่นแหละ

 

คาดิเนียลหรี่ตามองอูจีสและได้รับรอยยิ้มจนเห็นเขี้ยวที่มุมปากกลับมา

 

“อาจจะหลับไปแล้วก็ได้ ทำใจเย็นๆไว้ก่อนเถิด”เจ้าของห้องเอ่ยพร้อมลูบหลังเพื่อนที่กำลังหายใจฮึดฮัด “แล้วนี่นายได้ชื่อทรานส์มาหรือยัง” เอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น และคำตอบที่ได้คือการพยักหน้าส่งๆของอัย

 

“งั้นก็ดี”

 

“ว่าแต่พวกนายเถอะ เมื่อครู่คุยอะไรกันอยู่”คนถามมองฮาบัสกับคาดิเนียลสลับกัน ก่อนจะกอดอกเตรียมออกคำสั่งอย่างทุกที “เลิกห่วงอะไรไม่เข้าท่าแล้วหาทางรับมือกับจัสตินจะดีกว่านะนายน้อย”

 

คาดิเนียลถอนหายใจกับถ้อยคำประชดประชันที่มาพร้อมสรรพนามบาดหู

 

เกลียดคำนี้พอๆกับคำว่าจ่าฝูง และอัยก็ถนัดนักกับการทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจด้วยคำพูด

 

“กลัวอะไร แค่มีซากานอยู่ด้วยหมอนั่นก็เลิกสนใจฉันไปเอง”เอ่ยพร้อมปรายตามองคนบนโซฟาที่กระตุกยิ้มให้อย่างขอไปที

 

“งั้นก็เอาเวลาไปคิดว่าจะทำยังไงถ้ามีพวกบ้าเลือดหลุดเข้าไปในห้องนั้นได้”อัยเอ่ยขณะขยับตัวเปลี่ยนเป็นท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ทำตัวตามสบายราวกับเป็นห้องของตัวเอง

 

“เรื่องนั้นก็ไม่ต้องห่วง เพราะพวกนายคงไม่ปล่อยให้ใครรอดเข้าไปหรอก จริงไหม”เอ่ยด้วยรอยยิ้มจนตาปิด จนฮาบัสที่มองอยู่ได้แต่กลอกตา

 

“เพิ่งบอกว่าห่วงพวกฉันไปหมาดๆ กะจะใช้งานเต็มที่เลยไม่ใช่รึไง”

 

คาดิเนียลหัวเราะให้กับคำพูดประชดประชันของคนตัวสูงที่สุดในห้อง

 

“คงไม่มีใครที่ทำให้พวกนายถึงขนาดตึงมือหรอกกระมัง คนที่มาก็มีแต่พวกปลายแถวอยากสร้างผลงานก็เท่านั้น”เจ้าของห้องไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจเท่าใดนักขณะเสกดวงไฟเวทย์ขึ้นมาอีกสองดวงด้วยจำนวนคนในห้องที่เพิ่มขึ้นและอากาศที่เริ่มหนาวเหน็บขึ้นไปทุกที และนั่นทำให้เขาโดนอัยฟาดเข้าให้แรงๆเสียหนึ่งทีจนดวงไฟเวทย์ที่ยังสร้างไม่เสร็จดีดับวูบไป

 

แม้ช่วงนี้จะถูกกำชับหนักหนาให้รักษาพลังเวทย์เอาไว้ แต่ดูเหมือนคาดิเนียลจะมือเติบกับการใช้พลังเวทย์จนติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว

 

ดวงไฟสีขาวนวลที่ถูกจุดขึ้นจากปลายนิ้วของอัยช่วยทำให้ห้องอบอุ่นขึ้นได้มากโข มันดึงดูดสายตาของคนในห้องที่ไม่รู้จะวางสายตาไว้ที่ใด

 

“แต่ถ้ามีใครที่แข็งแกร่งโผล่มา ก็จงปกป้องตัวเอง”น้ำเสียงจริงจังที่หลุดออกจากปากคนหน้ายิ้มถูกตอบกลับด้วยความเงียบ

 

“ห้ามตาย นี่เป็นคำสั่ง จากจ่าฝูงของพวกนาย”

 

“พูดขนาดนี้ต่อให้ตายก็คงต้องหนียมทูตกลับมาแล้วกระมัง”

 

ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะจากคำพูดของฮาบัส ทว่าก็ต้องเงียบลงอีกครั้งเพราะเสียงเคาะประตูและเสียงเรียกที่ทำให้คาดิเนียลต้องปรายตามองฮาบัสแม้อีกฝ่ายไม่รู้ตัว

 

ดูเหมือนของฝากจากฮาบัสจะกลับมาล้างแค้นเสียกระมัง

 

“เข้ามา”

 

สิ้นคำเอ่ยอนุญาตประตูก็เปิดออกพร้อมร่างสูงที่ก้าวเข้ามา มินาคัสชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อพบว่าสมาชิกในห้องมีมากกว่าที่คิดไว้ แม้สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่หลากหลายแต่ก็ไม่คิดว่าจะอยู่กับครบเช่นนี้

 

“มีธุระอะไรงั้นรึ”เจ้าของห้องเอ่ยถาม

 

“ฉันมีธุระกับนาย”คำพูดที่เฉพาะเจาะจงเจ้าของห้องจนคนที่เหลือรู้สึกเป็นส่วนเกินขึ้นมาทันทีนั้นทำให้คาดิเนียลได้แต่เอียงคอสงสัย

 

คิดว่ามาหาฮาบัสเสียอีก

 

“เรื่องอะไรกัน พวกฉันก็อยากฟังด้วยนะเนี่ย”อัยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แสร้งไม่เข้าใจความนัยของมินาคัส

 

“เรื่องอาซาเอล”

 

น้ำเสียงเรียบๆกับรอยยิ้มบนริมฝีปากบางนั่นบ่งบอกว่าถือไพ่เหนือกว่าเสียจนคนในห้องอดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่เพียงชื่อใครคนนั้นหลุดออกมาก็เป็นอันรู้กันโดยเจ้าของห้องไม่ต้องเอ่ยปาก เหล่าหมาป่าลุกเดินออกจากห้องไปทีละคนโดยมีมินาคัสที่เปิดทางให้ด้วยรอยยิ้มที่แจนิวาลและอาซาเอลมักจะเรียกมันว่ารอยยิ้มของเทพบุตรจอมปลอม

 

“มีเพื่อนติดแมวก็งี้แหละนะ”ฮาบัสที่เดินออกไปเป็นคนสุดท้ายเอ่ยลอยๆก่อนพ้นกรอบประตู และนั่นทำให้มินาคัสตวัดสายตากลับมามองเจ้าของห้อง

 

“พวกนั้นรู้งั้นรึว่าอาซาเอลเป็นทรานส์”เอ่ยถามทันทีที่ประตูปิดลง

 

“ก็ไม่เห็นต้องปิดบัง”คาดิเนียลเอ่ยเรียบๆก่อนจะเชิญให้แขกนั่งลงที่โซฟา

 

“แปลกใจจริงๆที่คุณมาอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องทำภารกิจแล้วรึ”

 

ถามด้วยรอยยิ้มทั้งที่ตาไม่ยิ้มตาม

 

พูดตามตรงว่าไม่ถูกชะตากับคนตรงหน้าสักเท่าไร แม้จะโล่งใจที่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นทรานส์จึงมิอาจทำให้อาซาเอลเป็นเขี้ยวได้ แต่การที่มินาคัสอยู่ใกล้อาซาเอลเสมอก็เป็นภาพที่ขัดใจคาดิเนียลไม่น้อย

 

“ภารกิจอะไรกัน”

 

ตอบด้วยรอยยิ้มจอมปลอมให้สมกับรอยยิ้มเสแสร้งของอีกฝ่าย

 

ใช่ว่าไม่รู้ตัวเรื่องโดนจับได้ แต่ตราบใดที่ไม่ยอมรับ สิ่งที่คาดิเนียลมั่นใจก็จะกลายเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน

 

“งั้นเปลี่ยนคำถามใหม่ คุณมีธุระอะไรกับผมงั้นรึ”รอยยิ้มบนริมฝีปากหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจัง จะให้กวนประสาทกันทั้งคืนก็ย่อมได้ แต่หัวข้อสนทนาที่มินาคัสบอกมาทำให้เขาไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้

 

การที่มินาคัสทิ้งภารกิจมาเช่นนี้ แสดงว่าเป็นเรื่องสำคัญ

 

ฝ่ายคนที่ยอมทิ้งภารกิจด้วยคิดว่าได้โอกาสเหมาะที่จะคุยกับคาดิเนียลเสียให้เรียบร้อยเอนตัวพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบายๆราวกับกำลังชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าคำที่ออกจากปากแขกผู้มาเยือนนั้นสร้างความประหลาดใจให้เจ้าของห้องได้อีกหน

 

“ภารกิจภาคสนามที่กำลังจะเกิดขึ้น คุณต้องมาอยู่กลุ่มเดียวกับผม”

 

“ทำไมผมต้องทิ้งเพื่อนไปอยู่กับคุณ”คาดิเนียลเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าที่เริ่มจะก่อกวนอารมณ์คู่สนทนา

 

เขาไม่ชอบท่าทีหยิ่งยโสนั่นเอาเสียเลย

 

ออกคำสั่งราวกับอยู่เหนือกว่า

 

น่าหงุดหงิดจริงๆ

 

“ไม่ใช่อยู่กับผม”เว้นจังหวะเล็กน้อยให้อีกฝ่ายกลั้นหายใจรอคำตอบ “แต่อยู่กับอาซาเอล”

 

คาดิเนียลเงียบไปตามคาด

 

ไฮบ์หนุ่มไม่เข้าใจสิ่งที่มินาคัสเสนอ เห็นได้ชัดว่าเจ้าของร่างโปร่งตรงหน้านี้ขัดขวางเขาอยู่ในที แม้ไม่แสดงออกแต่ก็กันท่าเขาจากอาซาเอลอยู่บ่อยครั้ง แล้วเหตุใดจึงยื่นข้อเสนอให้เขาได้ใกล้ชิดเพื่อนสนิทตน

 

“บอกตามตรงว่าอาซาเอลตกอยู่ในอันตราย ผมต้องการคนช่วยปกป้องเขา ใครก็ได้ที่แข็งแกร่งพอ”มินาคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง และคำว่าอันตรายที่มาพร้อมชื่อของอาซาเอลทำให้คาดิเนียลแน่นในอกอย่างประหลาด

 

“แต่ถ้าหากคุณไม่สนใจ ก็ไม่เป็นไร ผมจะไปหาคนอื่นแทน”สิ้นประโยคก็หยัดตัวขึ้นยืน คล้ายจะออกจากห้องทันทีถ้าหากอีกฝ่ายยังเงียบอยู่

 

“ถ้าอยากให้ผมร่วมมือ ก็อธิบายมา ใครหรืออะไร ที่ปองร้ายอาซาเอล”

 

ขนอ่อนทั่วร่างแทบจะลุกชันเมื่อมินาคัสสบสายตาแข็งกร้าวของไฮบ์หนุ่ม

 

ราวกับว่าเขาพร้อมทำลายสิ้นซึ่งใครหรืออะไรก็ตามที่หมายทำร้ายอาซาเอล

 

นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากมินาคัสตกอยู่ในสถานการณ์นี้เมื่อสักสี่ห้าปีก่อนจะรู้สึกริษยาเพียงใด ที่คาดิเนียลทำราวกับอาซาเอลเป็นสมบัติของตน และไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาแตะต้อง

 

ทว่าในยามนี้ ท่าทีของไฮบ์หนุ่มกลับทำให้เขาโล่งอกอย่างประหลาด เพราะไม่ว่าอย่างไร หากคาดิเนียลยังอยู่ อาซาเอลจะปลอดภัย


hf

มินาคัส

 

ไอ้เทพบุตรจอมปลอม!!

 

เสียงก่นด่าในใจเป็นพันครั้งยังไม่ทำให้อาซาเอลใจเย็นลง ทรานส์หนุ่มกำหมัดแน่นทุบพื้นที่ตนทรุดนั่งอยู่เป็นการระบายอารมณ์ เกลียดการโดนหลอกเช่นนี้เป็นที่สุด จะไม่มาด้วยกันก็บอกดีๆสิ มาหนีไปแบบนี้มันน่าหงุดหงิดเกินไป

 

แต่ถ้ามินาคัสบอกตั้งแต่ต้นว่าจะไม่มาด้วย เขาก็คงทิ้งคลาสนี้ไปแล้ว ใครจะอยากเข้าคลาสน่าสงสัยพรรค์นี้ตามลำพังกัน

 

“ดูเหมือนคุณจะไม่เต็มใจเข้าเรียนสักเท่าไรเลยนะ”เสียงนุ่มติดแหลมที่เคยได้ยินในเทเลพาธีทำให้คนที่นั่งฮึดฮัดอยู่กับพื้นต้องดีดตัวขึ้นยืนอย่างระแวง สายตาคมจ้องตอบอาจารย์ร่างเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างไม่เป็นมิตรจนผู้อวุโสกว่าหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางนั้น

 

ไม่บอกยังรู้เลยว่าเด็กคนนี้สืบเชื้อสายใด

 

“คุณเป็นอาจารย์ประจำวิชานี้งั้นหรือ”อาซาเอลเอ่ยถาม ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าช่างเป็นคำถามที่ไร้สาระเสียเหลือเกิน ในห้องสีขาวสะอาดจนแทบมองไม่ออกว่ารอยเชื่อมของผนัง เพดาน และพื้นห้องอยู่ตรงไหนนั้นมีเพียงเขาและชายตรงหน้า ถ้าคนๆนี้ไม่ใช่อาจารย์เจ้าของวิชาแล้วจะเป็นใครได้อีก

 

“ไม่ต้องรู้สึกว่าคำถามของตัวเองแสนจะงี่เง่าหรอกนะ เพราะคนอื่นๆกว่าร้อยละ 80 ก็เอ่ยถามแบบเดียวกับคุณเป็นสิ่งแรกกันทั้งนั้น”เจ้าของมิติพื้นที่ไหวไหล่ก่อนจะทรุดตัวลงนั่ง ฉับพลันเก้าอี้ไม้เรียบๆตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นรองรับร่างของอาจารย์ประจำวิชาอย่างพอดิบพอดี

 

“เรียกฉันว่าคีย์”อาจารย์ร่างเล็กเอ่ยต่อ ก่อนจะผายมือให้อาซาเอลนั่งลงท่ามกลางความว่างเปล่า กระนั้นนักเรียนร่างสูงก็ยอมย่อตัวลงนั่งในอากาศตามคำสั่ง ทว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นรองรับร่างของเขากลับกลายเป็นโขดหินเย็นชื้น ชั่วพริบตาห้องทั้งห้องก็เปลี่ยนเป็นป่าดิบชื้นที่แว่วเสียงน้ำตกอยู่ไม่ไกล

 

ทรานส์หนุ่มเบิกตากว้างกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดคิด

 

มิติพื้นที่ที่เปลี่ยนได้อย่างฉับพลันเช่นนี้ทำให้เขานึกถึงห้องทดสอบภาคปฏิบัติ และนั่นทำให้ขนคอลุกชันอย่างห้ามไม่ได้

 

ดวงตาคมกวาดมองไปโดยรอบ จมูกเชิดรั้นสูดกลิ่นของผืนดินและความชื้น

 

สมจริงเสียยิ่งกว่าการทดสอบปฏิบัติเสียอีก ราวกับเขาหลุดออกมาอยู่ในป่าที่ไหนสักแห่ง หากมีสัตว์สักตัวเดินผ่านหน้าเขาไปตอนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก และทันทีที่คิดเช่นนั้น หางตาของเขาก็มองเห็นสัตว์ตัวโตสีดำสนิทที่กระโดดผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางพุ่มไม้ที่สูงท่วมหัว

 

อาซาเอลสะดุ้งสุดตัว หันตามการเคลื่อนไหวเพียงชั่วพริบตานั้นด้วยนัยต์ตาเบิกกว้าง ก่อนจะหันกลับมามองคนที่นั่งยิ้มอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมด้วยความตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด

 

“คุณบอกให้เรียกคุณว่าคีย์ ราวกับนั่นไม่ใช่ชื่อจริงของคุณ”ร่างสูงเอ่ยขึ้นหลังจากหลุดจากความสับสนและหาเสียงตัวเองเจอ การแนะนำตัวของอาจารย์หนุ่มค่อนข้างประหลาด เขาไม่ได้บอกตรงๆว่าตนชื่ออะไร ราวกับชื่อที่บอกมาเป็นฉายาหรืออะไรสักอย่างทำนองนั้น

 

“ก็คงจะเป็นอย่างนั้น ทว่าฉันหลงลืมชื่อจริงของตัวเองไปแล้ว จำได้เพียงชื่อนี้”อาจารย์ร่างเล็กตอบด้วยท่าทีสบายๆแม้การหลงลืมชื่อของตนเองจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากสำหรับอาซาเอลก็ตามที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนอีกฝ่ายขำออกมาเบาๆอีกหน

 

“ฉันเป็นหนึ่งในห้าของผู้ก่อตั้งโรงเรียนเชนโตเออูโน”

 

เพียงแค่ประโยคเดียวก็ทำให้อาซาเอลหูอื้อตาลายไปได้ด้วยความมึนงง ตามความเข้าใจของเขาผู้ก่อตั้งโรงเรียนมีเพียงสองคนคือผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการคนปัจจุบัน ถ้าสิ่งที่คีย์พูดเป็นความจริง แล้วอีกสองคนที่เหลือคือใคร

 

“ไม่ต้องแปลกใจที่ไม่เคยได้ยินเรื่องของฉัน”อาจารย์หนุ่มที่มีใบหน้าอ่อนเยาว์จนยากจะเชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนเอ่ยอย่างไม่ยี่หระกับสายตาเคลือบแคลงของเด็กหนุ่ม

 

“ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างมิติพื้นที่และมิติเวลา การสร้างและปรับเปลี่ยนมันเป็นหน้าที่ของฉัน ส่วนการคงรูปและรักษาพวกมันเป็นหน้าที่ของยูโนดิซัส หมอนั่นถนัดนักเรื่องใช้พลังเวทย์อย่างสิ้นเปลือง”

 

การเรียกชื่อตัวของผู้อำนวยการด้วยน้ำเสียงสบายๆซ้ำยังจิกกัดอยู่ในทีนั้นทำให้อาซาเอลขนลุกขึ้นมาทันที ราวกับพวกเขาเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาเนิ่นนาน

 

ถ้าเช่นนั้น อาซาเอลควรจะระวังภัยคนตรงหน้าด้วยหรือไม่

 

“ทว่าฉันหลงใหลในการท่องไปในมิติเสมือนเหล่านี้มากเกินไป จนกระทั่งหลงอยู่ในมิติที่ตัวเองสร้างขึ้น”ถ้อยคำกลั้วหัวเราะทั้งที่เรื่องราวที่เล่าแสนหดหู่นั้นทำให้อาซาเอลขมวดคิ้วแน่นขึ้น

 

เคยได้ยินเหมือนกันว่ามีคนหลงอยู่ในวังวนมิติที่ตัวเองสร้างจนไม่อาจออกไปได้ ตัวตนบนโลกจริงถูกลบ เหลือเพียงตัวตนในโลกเสมือนเท่านั้น

 

ไม่คิดว่าจะได้เจอกับคนแบบนั้นเข้าจริงๆ

 

“น่าตลกใช่มั้ยที่จนตอนนี้ก็ยังออกไปไม่ได้”อีกฝ่ายเลิกคิ้วถาม

 

“คุณคิดว่าเป็นเรื่องตลกงั้นหรือ”อาซาเอลถามกลับ

 

“มันเป็นตลกร้าย”คีย์ตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม น้ำเสียงทะเล้นอย่างที่เขาสัมผัสได้จากเทเลพาธี

 

“หากฉันไม่หลงอยู่ที่นี่อาจจะต้องพบเจอความเจ็บปวดแสนสาหัสไปแล้วก็ได้”เสียงอาจารย์หนุ่มเบาลงจนราวกับเสียงกระซิบ

 

“การติดอยู่ในนี้ก็ไม่ได้แย่นักหรอก ฉันจะยังคงความเยาว์วัยไปได้ตราบนานเท่านาน และมีชีวิตอยู่ได้ตราบเท่าที่ข่ายเวทมนตร์หลักของโรงเรียนยังไม่ถูกทำลาย ซึ่งนั่นอาจเหมือนถึงชั่วนิรันดร์”อาจารย์หนุ่มยิ้มกว้างและอาซาเอลสัมผัสได้ว่าเขาคิดตามที่พูดจริงๆ

 

“ในนี้จะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ตามจินตนาการของฉัน และบางครั้งก็เปลี่ยนไปตามความรู้สึกนึกคิดของคนที่เข้ามา”

 

ทันทีที่อาจารย์หนุ่มสะบัดปลายนิ้ว รอบตัวอาซาเอลก็พลันเปลี่ยนเป็นภาพใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายกว้างสุดสายตา ทุ่งน้ำแข็ง หรือแม้แต่บ้านแสนอบอุ่นหลังหนึ่ง ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นเวิ้งกว้างสีดำสนิทราวกับไร้ที่สิ้นสุด และกลุ่มเมฆหมอกแปลกตาที่ส่องประกายในความมืด มันคือสิ่งที่เรียกว่า อวกาศ

 

เพียงเด็กน้อยกระพริบตาอีกหน เขาก็กลับมาอยู่บนโขดหินก้อนเดิม กับรอยยิ้มเอ็นดูบนริมฝีปากของคนตรงหน้าที่ทอดมองเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งซึ่งบัดนี้ดวงตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

 

“อยากอยู่ที่นี่กับฉันรึเปล่า”

 

ราวกับเป็นถ้อยคำดึงสติของอาซาเอล

 

ทรานส์หนุ่มสะบัดหน้าพรืดจนผมแทบไม่เป็นทรงและนั่นทำให้คีย์ขำออกมายกใหญ่

 

ไม่ว่าจะงดงามเพียงใดแต่ที่นี่ไม่ใช่ของจริง ไม่มีคนที่รัก ไม่มีคนที่เกลียด ไม่มีอะไรเลย

 

“เหตุผลหลักที่ฉันยังคงได้รับหน้าที่ดูแลนักเรียนที่เป็นทรานส์ ไม่ใช่เพราะฉันเชี่ยวชาญการสร้างมิติเหล่านี้ แต่เพราะฉันก็เป็นทรานส์เช่นกัน จริงๆแล้วพวกนั้นควรจะปลดประจำการณ์ฉันไปสักที ใช้งานกันมาหลายสิบปีแล้วไม่เห็นอกเห็นใจกันบ้างเลย”คีย์ถอนหายใจอย่างไม่จริงจังนัก เพราะหากเขาไม่ได้รับมอบหมายให้สอนวิชานี้ ก็คงแทบไม่ได้เจอใครเลย การท่องไปในจินตนาการของตนเองมาหลายสิบปีนั้นเพียงพอแล้วสำหรับเขา ตอนนี้สิ่งที่ทำให้เขาสนุกคือการได้พบเจอนักเรียนใหม่ๆทุกปีมากกว่า

 

“เอาล่ะ ฉันเล่าเรื่องของฉันไปหมดแล้ว ถึงคราวคุณเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง”อาจารย์หนุ่มผายมือเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้พูดบ้าง

 

อาซาเอลกลอกตาอย่างใช้ความคิด

 

“ผมชื่ออาซาเอล เป็นทรานส์ประเภทแมว ปีนี้อายุยี่สิบพอดี”เด็กหนุ่มตอบด้วยท่าทีที่ดูสบายขึ้นกว่าตอนแรก ก่อนจะหยุดไปครู่หนึ่งแล้วตัดจบด้วยประโยคที่ทำให้คีย์เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “นอกนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ”

 

“คุณควรบอกด้วยว่าเป็นพวกขี้ระแวงแบบสุดกู่”คีย์กระเซ้าคนที่บอกข้อมูลส่วนตัวเพียงน้อยนิดกับคนแปลกหน้า

 

“ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงถามอะไรเพิ่มอีกนิดหน่อยแล้วเริ่มเรียนทันที”อาจารย์หนุ่มหยัดตัวยืนขึ้นเต็มความสูง “แต่กับคุณ ฉันต้องการรู้ทุกเรื่อง

 

ทรานส์หนุ่มมีแววตาแข็งกร้าวขึ้นทันที

 

หรือนี่จะเป็นกับดักของผู้อำนวยการที่ต้องการล้วงความลับของเขา เช่นนั้นเหตุใดมินาคัสจึงทิ้งเขาไว้ตามลำพัง

 

“หน้าที่ฉันคือปกป้องทรานส์ และปกป้องโรงเรียนนี้คุณอาซาเอล”เป็นครั้งแรกที่คีย์พูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังนับตั้งแต่พบหน้ากัน

 

“ฉันจำเป็นต้องรู้ข้อมูลทุกอย่างของนักเรียนเพื่อทำให้เขาพัฒนาได้สูงสุดตามศักยภาพที่มี ต้องรู้ แม้แต่สิ่งที่เจ้าตัวไม่รู้”ดวงตาเรียวที่มองลึกเข้ามาในดวงตาของเขาทำให้อาซาเอลรู้สึกเหมือนกำลังโดนขุดลึกลงไปในเบื้องลึกของจิตใจจนต้องหลบสายตา

 

“สิ่งที่ฉันรู้ตอนนี้คือ คุณกลัว กลัวว่าฉันจะเป็นพวกเดียวกับยูโนดิซัส”

 

เด็กหนุ่มเบิกตากว้าง และนั่นทำให้อาจารย์ร่างเล็กกลับมายิ้มอีกหน

 

“ถึงฉันจะเป็นเพื่อนกับเขามานาน แต่เพราะพลังของเขารบกวนมิติของฉัน เช่นนั้นเราจึงไม่ได้พบหน้ากันนานแสนนานแล้ว การคุยกันผ่านเทเลพาธีไม่ได้ทำให้ฉันรู้ว่าเขาเปลี่ยนไปแค่ไหน ยังเป็นคนเดิมที่ทำทุกอย่างเพื่อโรงเรียนและนักเรียนอยู่หรือไม่”

 

“สิ่งที่ฉันได้ยินมาคือเขากลับกลายเป็นใครอีกคน ที่เป็นภัยร้ายต่อนักเรียน โรงเรียน หรือแม้แต่โลกใบนั้น โลกที่ฉันไม่อาจกลับไปได้อีก แม้ฉันไม่ปักใจเชื่อว่าจะมีอะไรเปลี่ยนเขาได้ถึงเพียงนั้น”ท้ายประโยคเบาลงแทนที่ด้วยความเจ็บปวดที่ชัดเจนขึ้น “แต่เชื่อเถิดคุณอาซาเอล หากเขาเป็นภัยต่อเชนโตเออูโน ต่อทรานส์แม้แต่คนเดียวบนโลกใบนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อหยุดเขา”

 

“และสิ่งที่ฉันทำได้ตอนนี้คือช่วยให้คุณแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเอาตัวรอดจากยูโนดิซัส หรือใครก็ตามที่คิดใช้ประโยชน์จากคุณ”

 

อาซาเอลมองคนตรงหน้า จ้องลึกเข้าไปในดวงตาอย่างที่อีกฝ่ายทำ และสัมผัสได้ถึงความจริงใจอย่างท่วมท้นจากคนที่ดูอย่างไรก็เจ้าเล่ห์อย่างไม่ต้องสงสัย

 

“ฉันยังไม่ได้บอกคุณอีกสองเรื่อง”

 

“เรื่องแรก ฉันเป็นหนึ่งในพันธมิตรของเหล่ากบฏแห่งเชนโต ตราบเท่าที่ยูโนดิซัสเป็นภัยร้ายจริง”

 

สิ่งที่มินาคัสเล่าย้อนกลับมาในระบบนึกคิดของอาซาเอลอีกครั้ง หากเป็นจริง เขาก็รู้เหตุผลที่มินาคัสทิ้งเขาไว้ตามลำพังแล้วในตอนนี้

 

“อีกเรื่อง”

 

“คือฉันเป็นทรานส์ที่มีภาชนะที่สอง”

 

“เหมือนคุณ”

 

“คราวนี้คุณจะเปิดอกพูดกับฉันได้รึยัง”


ร่างของจิ้งจอกสีขาวนวลที่มีสองหางตรงหน้าทำให้อาซาเอลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิต ที่เขาได้เผชิญหน้ากับคนที่เป็นแบบเดียวกับตน

 

ภาชนะที่สอง

 

ที่ยังมีชีวิตอยู่

 

แม้มีชีวิตอยู่เพียงในโลกเสมือนแห่งนี้ก็ตาม



 

hf


เจ้าของห้องนอนลืมตามองเพดานทว่าความสนใจไม่ได้จดจ่ออยู่ตรงนั้น คาดิเนียลนอนคิดเกี่ยวกับสิ่งที่มินาคัสพูดมานานหลายนาทีหลังจากส่งแขกออกจากห้องไป

 

อาซาเอลเป็นภาชนะที่สอง

 

นั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรมากไปกว่าสนใจในตัวอาซาเอลมากขึ้น ไม่ว่าไฮบ์คนใดก็คงคิดไม่ต่างจากเขา

 

ในขณะเดียวกันก็เป็นห่วงแมวดื้อมากขึ้นไปอีก

 

อย่างที่บอก

 

ไม่ว่าใครก็คงปิดความกระหายไว้ไม่มิดเมื่อพบเหยื่อที่คู่ควรแก่การล่า แล้วจะมีอีกกี่คนที่จ้องอาซาเอลตาเป็นมันแบบที่คาดิเนียลไม่ชอบใจทุกครั้งที่เห็น แค่ทุกวันนี้ก็มีมากจนน่าหงุดหงิดอยู่แล้ว

 

ประเด็นนั้นหลุดออกจากระบบความคิดทันทีเมื่อมินาคัสเอ่ยถึงคนที่เขาไม่คิดว่าจะอยู่ในบทสนทนานี้ได้

 

ไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายร้องขอให้เขากางอาณาเขตเวทมนตร์ก่อนเริ่มบทสนทนา

 

คนที่ไม่คิดว่าจะเข้ามาร่วมในการล่ากลับหมายตาแมวของเขา

 

ยูโนดิซัส

 

บุคคลที่พ่อของเขาออกปากชื่นชมอยู่เสมอ

 

ไม่คิดว่าจะมีเบื้องหลังเช่นนี้

 

เปิดโรงเรียนเพื่อล่อลวงนักเรียนที่น่าสนใจงั้นหรือ หรือเพียงมักมากในอำนาจจึงหมายปองทรานส์ที่แข็งแกร่งไว้ในครอบครอง

 

มินาคัสไม่ได้เอ่ยถึงเหล่ากบฏหรือแม้แต่การที่ตนเป็นผู้รักษาสมดุล เขาบอกเพียงว่าอาซาเอลตกอยู่ในอันตรายด้วยผู้อำนวยการของสถาบันนั้นสนใจทรานส์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ เหล่าทรานส์ที่มีภาชนะที่สองหายสาบสูญจากหน้าประวัติศาสตร์ของสถาบันมามากมาย แต่กลับไม่มีใครทันสังเกตหรือนึกสงสัย เหล่านี้เป็นคำบอกเล่าจากอาจารย์ซาฮาล กระนั้นมินาคัสก็ไม่ได้บอกที่มาของเรื่องเล่า บอกเพียงเขาได้ฟังมาอีกต่อหนึ่งและคิดว่ามีมูลจึงอยากปกป้องอาซาเอลจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ตราบเท่าที่อาซาเอลยังอยู่ภายใต้อำนาจของยูโนดิซัส

 

คาดิเนียลกวาดสายตามองรอบตัวและนึกหงุดหงิดที่ทุกกระเบียดนิ้วรอบตัวเขาเกิดจากคนที่มีเบื้องหลังดำมืดเช่นนั้น

 

ใช่ว่าเขาขาวสะอาดจนมีสิทธิ์เหยียดหยันความชั่วของผู้อื่น ทว่าการกระทำของยูโนดิซัสนั้นน่ารังเกียจเกินไป

 

นักรบที่แท้จริงคือผู้ที่ฟาดฟันกับผู้ที่แข็งแกร่งทัดเทียมกันเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุด ใช้อำนาจเพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า มิใช่เหยียบย่างลงบนซากศพของผู้ไร้ทางสู้เพื่อขึ้นสู่เป้าหมาย

 

เขารับไม่ได้กับผู้นำเช่นนั้น

 

ตระกูลของเขาไม่เคยสั่งสอนให้จ่าฝูงทำสิ่งสกปรกเช่นนั้นมาก่อน

 

เราปกครอง แต่ไม่เคยคิดทำลายคนในปกครองของเรา

 

แล้วยูโนดิซัสเป็นอาจารย์ประเภทไหนถึงได้ล่อลวงลูกศิษย์ของตน

 

ทุเรศสิ้นดี

 

คาดิเนียลคำรามในลำคอก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่ง ส่งเทเลพาทีเรียกรวมเหล่าหมาป่าที่เพิ่งแยกย้ายกันกลับที่พักได้ไม่นาน

 

มินาคัสบอกให้เขาพาเพื่อนไปร่วมกลุ่มกับอาซาเอลได้คนหนึ่ง หากต้องการ ทว่าห้ามเล่าอะไรให้คนอื่นฟัง แม้ไฮบ์หนุ่มจะยืนยันหนักแน่นว่าฝูงของเขาไว้ใจได้ แต่มินาคัสกลับสวนด้วยคำที่ทำให้เขาสะอึก

 

คุณคิดว่าคนอย่างอาซาเอลจะรู้สึกอย่างไรหากมีใครรู้ความลับของเขามากไปกว่านี้

 

ใบหน้าของอาซาเอลที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ยามเอ่ยถึงภาชนะที่สองในห้องสมุดวนกลับมาอีกหน บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมน้ำเสียงและแววตาของแมวน้อยจึงรวดร้าวทรมานได้ถึงปานนั้น การถูกใครสักคนพบจุดอ่อนที่พยายามซุกซ่อนไว้คงเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีเกินรับได้สำหรับคนอย่างอาซาเอล

 

ทว่าในสถาการณ์ที่อีกฝ่ายเป็นบุคคลแข็งแกร่งเช่นนี้ คาดิเนียลย่อมต้องการคนที่ไว้ใจได้ไว้ข้างกาย หากทำได้ก็อยากยกกันไปทั้งฝูง ให้รู้กันไปว่าฝูงของเขาก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครที่ไหน แต่การทำเช่นนั้นคงทำให้เกิดข้อสงสัยในตัวอาซาเอลหรือคนอื่นๆในกลุ่มมากขึ้นไปอีก

 

ใครก็ตามที่ฝูงหมาป่าออกมาปกป้องย่อมตามมาด้วยข่าวลือต่างๆนานาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเสียเปล่าๆ

 

 

 

            “มันจะไม่เกินไปหน่อยรึไงพ่อคุณ นึกจะไล่ก็ไล่ พอจะใช้ก็เรียก”เสียงค่อนขอดดังมาจากคนแรกที่เปิดประตูเข้ามา เจ้าของร่างสูงโปร่งทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาก่อนจะยกเท้าเกยโต๊ะด้านหน้าราวกับเป็นห้องของตัวเอง

 

            “อัยล่ะ”เจ้าของห้องเอ่ยถามหลังจากประตูปิดลงแต่ไม่เห็นวี่แววของเพื่อนอีกคน

 

            “ไฮซันกลับมาแล้ว อัยบอกว่าอีกเดี๋ยวจะตามมา”เป็นซากานที่เอ่ยตอบขณะยืนกอดอกพิงผนังห้อง ใบหน้าคมบุ้ยใบ้ให้คาดิเนียลมองอูจีสที่ชักสีหน้าอย่างเห็นได้ชัด

 

            “มองอะไรกัน”คนโดนจ้องเลิกคิ้วด้วยท่าทางไม่ใคร่พอใจนัก เขากำลังหงุดหงิดกับท่าทางของอัยตอนที่เปิดประตูออกมาบอกให้พวกเขาทั้งสามล่วงหน้าไปก่อน ด้วยกำลังลงโทษกระต่ายซนอยู่

 

            ให้ตายสิ

 

            อยากฉีกเนื้อสดๆระบายอารมณ์ชะมัด

 

            “ตกลงว่ามีอะไร เรียกมาดึกๆดื่นๆ เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับมินาคัสงั้นรึ”ซากานเอ่ยถามเพื่อเข้าบทสนทนาที่ทำให้พวกเขาต้องมารวมกันที่ห้องคาดิเนียลอีกครั้งหลังแยกย้ายกันไปนอนแล้ว

 

            “เขามาหานายทำไมน่ะ ทำตัวลึกลับจนน่าสงสัย”ฮาบัสลดเท้าลงจากโต๊ะ เอ่ยถามด้วยท่าทางจริงจังแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก

 

            “เรื่องอาซาเอล”ไฮบ์หนุ่มเจ้าของห้องทรุดนั่งลงบนเตียงด้วยสีหน้าท่าทางที่เห็นได้ชัดว่ากำลังเคร่งเครียดเพียงใด และท่าทางแบบนั้นของผู้นำก็ทำให้ซากานเลิกคิ้วอย่างสงสัย พอเป็นเรื่องของทรานส์คนนั้นทีไร จ่าฝูงของเขาเป็นอันอยู่ไม่สุขทุกครั้ง

 

            มันก็ดีหากสิ่งที่กำลังก่อตัวเป็นความรัก

 

            แต่ถ้าไม่ใช่

 

            เขาก็อดสงสารอาซาเอลไม่ได้ หากต้องเผชิญหน้ากับความกระหายของคาดิเนียลโดยปราศจากความรู้สึกลึกซึ้งใด

 

ก่อนบทสนทนาจะเริ่ม สมาชิกในห้องนอนสีเข้มก็ต้องหันมองไปยังประตูที่เปิดออกเป็นสายตาเดียว อัยเดินเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ที่มันกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของอูจีส

 

กระนั้นก็มีสิ่งอื่นที่ดึงความสนใจของอัยได้ดีกว่าการกวนอารมณ์ทรานส์หนุ่ม

 

“มีเรื่องสำคัญอะไรกัน ถึงขั้นต้องกางเขตแดนเลยรึ”คำพูดของอัยทำให้คนทั้งสามที่มาถึงก่อนรู้ตัวว่าตนอยู่ภายใต้เขตแดนของคาดิเนียล อาจเพราะคุ้นเคยกับพลังของเพื่อนเป็นอย่างดีจึงไม่ทันสังเกตว่ามีอาณาเขตกั้นห้องนี้กับภายนอก

 

ในสภาพแบบนี้ ทำไมถึงกล้ากางเขตแดน

 

ฮาบัสขมวดคิ้วมองเจ้าของห้องที่ทำอะไรไม่เจียมสังขารอย่างที่เขาออกปากบ่นจนเบื่อ

 

“อย่าบอกนะว่าจะทำอะไรพิเรนทร์อีก”อัยหันมาจับผิดเจ้าของห้องที่นั่งตีสีหน้าเครียดจนไม่เหมือนคนกำลังเล่นสนุกสักเท่าไร

 

สำหรับฝูงหมาป่าผู้ไม่เกรงกลัวกฏอย่างพวกเขาแล้วการกางเขตแดนเพื่อแอบใช้เวทย์บทที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้นั้นเกิดขึ้นเป็นประจำ บางครั้งก็ด้วยเรื่องภายในตระกูล แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเล่นสนุกเสียมากกว่า

 

น่าแปลกที่จนป่านนี้ยังไม่มีใครมาตรวจสอบ ทั้งที่พี่ชายของคาดิเนียลเคยเตือนไว้ว่าคนที่กางเขตแดนส่วนตัวภายในโรงเรียนบ่อยๆจะโดนพวกอาจารย์เพ่งเล็ง

 

“นั่งลงเสียอัย”คำสั่งเสียงเข้มแบบที่คาดิเนียลใช้ไม่บ่อยนักด้วยพวกเขาเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่นายกับบ่าว คาดิเนียลมักพูดเสมอว่าสิ่งที่ออกจากปากเขาเป็นคำขอ ไม่ใช่คำสั่ง ทว่าครั้งนี้มันมีบรรยากาศแบบที่ทำให้อัยแทบทรุดนั่งลงบนพื้นโดยไม่รู้ตัว

 

ไฮบ์ผู้สืบเชื้อสายหมาป่าไคโยตี้นักล่าที่แข็งแกร่งที่สุดชนิดหนึ่งยอมสยบให้กับหมาป่าสีเทาที่แข็งแกร่งกว่า อัยก้าวขาเร็วๆไปนั่งลงข้างฮาบัสก่อนจะหันไปสบตาเพื่อนอย่างขอคำอธิบายว่าอะไรทำให้คาดิเนียลตึงเครียดถึงเพียงนั้น ทว่าฮาบัสทำเพียงไหวไหล่ด้วยไม่รู้อะไรพอๆกัน      

 

            “ภารกิจภาคสนามของวิชาเล่นแร่ ฉันจะไปกับกลุ่มของอาซาเอล”เสียงทุ้มเอ่ยบอกสิ่งที่ทำให้คนที่เหลือแสดงสีหน้าสับสนกว่าเก่า

 

            “เพื่ออะไร”ฮาบัสเอ่ยถามสิ่งที่ทุกคนสงสัย

 

            “ดูแลอาซาเอล”

 

            “มันจะเกินไปหน่อยไหมเพื่อน ยังไม่ได้เป็นอะไรกับเขาด้วยซ้ำ ไปตามติดเขาแจเดี๋ยวก็โดนด่าเปิดเปิงกลับมาหรอก”ฮาบัสขยี้ปมของคาดิเนียลด้วยใบหน้ากวนอารมณ์

 

            “อันที่จริงพวกเราก็ไม่ได้ขัดข้องหรอกนะ เพราะภารกิจมันหลังคืนจันทร์สีเลือด ถึงตอนนั้นนายก็คงปกติดีแล้ว จะทำอะไรก็เรื่องของนายเถิด เพียงแต่จะไม่บอกอะไรมากกว่านี้เลยรึ นายไม่ใช่คนที่จะทิ้งฝูงเพียงเพราะอยากอยู่ใกล้ๆแมวหรอกจริงมั้ย”อัยเอ่ยประโยคที่มีนัยแฝงจิกกัดคาดิเนียลอยู่ในที

 

            “คนที่เลือกกระต่ายก่อนเพื่อนมีสิทธิ์ถามอะไรแบบนั้นด้วยรึ”ไฮบ์หนุ่มเจ้าของห้องเผยรอยยิ้มร้ายที่ได้ตอกกลับเพื่อนสนิท จงใจก่อกวนเพื่อเบี่ยงประเด็นไปเสีย เขาไม่อยากโกหกฝูง แต่ก็บอกอะไรไม่ได้มากนัก

 

            “ถ้าเป็นเรื่องจำเป็นต้องทำ ก็ไปทำ แต่มีข้อแม้ว่าฉันจะตามไปด้วย ถึงนายจะปกติดี แต่ด้านนอกนั่นก็อันตราย”ซากานเอ่ยเรียบๆหลังสังเกตได้ว่าคาดิเนียลลำบากใจที่จะเล่า กระนั้นเพื่อนตัวโตก็ยังดื้อดึงด้วยการปฏิเสธข้อแม้ของเขาในทันที

 

            “นายต้องเป็นคนดูแลฝูงแทนฉัน”

 

            “ฉันมีหน้าที่ดูแลนายเป็นหลักนะ เผื่อจะลืมไปแล้วว่าพ่อนายสั่งไว้ยังไง”ซากานโต้กลับทันทีเช่นกัน

 

            “พ่อฉันบอกให้อยู่ใกล้ฝูงเข้าไว้ ไม่ได้บอกให้ตัวติดกับนายเสียหน่อยซากาน”คาดิเนียลยังคงเล่นลิ้นด้วยใบหน้าระรื่นขัดกับท่าทางเมื่อแรกเริ่มบทสนทนา

 

            “เฮ้”

 

            ดูเหมือนซากานใกล้ถึงขีดจำกัด

 

            และนั่นทำให้ผู้นำช่างแกล้งยกมือสองข้างขอยอมแพ้

 

            “ฉันจะให้อูจีสไปกับฉันด้วย กลุ่มนั้นมีทรานส์อยู่หลายคน การให้ไฮบ์จากฝูงหมาป่าเข้าไปถึงสองคนคงทำให้กระอักกระอ่วนน่าดู”

 

            “ก็เลยเพิ่มทรานส์อีกคนงั้นรึ จะไม่เป็นกลุ่มที่ดูอ่อนแอไปหน่อยหรือคาดิเนียล”เป็นอีกครั้งที่อัยก่อสงครามระหว่างเขากับทรานส์เพียงหนึ่งเดียวของกลุ่ม เห็นทีไฟแห่งความโกรธที่อูจีสออกไปกับไฮซันเมื่อหัวค่ำคงไม่ดับลงง่ายๆเป็นแน่

 

            เช่นนี้คงได้ฟัดกันเองระหว่างคืนจันทร์สีเลือดกระมัง

 

            “ไฮบ์อย่างนายก็ตายด้วยคมเขี้ยวฉันมามากแล้วนะอัย”เสียงที่ลอดไรฟันออกมาบ่งบอกว่าอูจีสไม่ได้พูดเล่น

 

            เส้นทางที่พวกเขาเติบโตมานั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สีแดงที่เห็นจนชินตาล้วนแต่เป็นสีของโลหิตเสียมากกว่า เช่นนั้น มือพวกเขาก็ล้วนเปื้อนเลือดไม่ต่างกันสักเท่าไร

 

            “เห็นทีนายคงต้องเตรียมคนอื่นสำรองไว้แล้วล่ะคาดิเนียล ในสองคนนี้อาจมีคนตายในคืนจันทร์สีเลือด”ฮาบัสมองอัยและอูจีสสลับกันด้วยสีหน้าที่แสร้งว่าหวาดกลัว

 

            “บอกไว้แล้วนะว่าห้ามตาย ทั้งจากคนอื่น และพวกเดียวกันเอง ฉันก็มีแค่พวกนาย ยังจะฟัดกันเองอีกรึ”คาดิเนียลเอ่ยกลั้วหัวเราะทั้งที่กำลังพูดเรื่องคอขาดบาดตาย

 

            “พวกเราไม่รีบฆ่ากันหรอก อยู่กัดกันไปทั้งชีวิตคงสนุกกว่า”อัยเอ่ยขณะเผยรอยยิ้มร้ายกาจ

 

            “ใครจะอยู่กับนายไปทั้งชีวิตกัน ขนลุก”ทรานส์หนุ่มสะบัดตัวอย่างมีจริตเสียจนอัยแทบพุ่งเข้าใส่คนกวนประสาท ดีที่ฮาบัสกดร่างเพื่อนตัวเล็กให้นั่งนิ่งๆกับโซฟาได้ทัน

 

            “หมดเรื่องแค่นี้รึ พวกฉันจะได้แยกไปนอน”เป็นอีกครั้งที่ซากานเป็นผู้เอ่ยตัดบท

 

            “พรุ่งนี้ฉันจะขาดเรียนวิชาสมุนไพร ฝากรดน้ำต้นไม้ให้ด้วยล่ะ”คาดิเนียลยิ้มให้กับหน้าตึงๆของซากานจนตาหยี

 

            “ลำบากเพื่อนฝูงจริงๆ”คนช่างบ่นทำสีหน้าระอาแบบไม่จริงจังเท่าใดนักด้วยรู้ว่าคาดิเนียลต้องพักผ่อนให้เพียงพอในช่วงนี้

 

            “เอ้า แยกย้ายกันนอนจริงๆเสียที พรุ่งนี้ฉันขาดวิชาสัตว์วิเศษนะอัย ฝากให้อาหารลูน่าหน่อยนะ”ฮาบัสเอ่ยรัวเร็วก่อนจะวิ่งพรวดออกจากห้องไป ทิ้งให้อัยตะโกนไล่หลังเสียจนคาดิเนียลกับอูจีสหลุดขำเสียงดังลั่น

 

            “ฉันจะเอาหน่อของว่านแอมาริลลิสให้ลูกสุดที่รักของนายกินเป็นอาหารเช้า!

hf

 

            “ทำอะไรของคุณ”

 

            อาซาเอลที่เพิ่งออกมาจากมิติของคีย์นั้นเหนื่อยเสียจนขยับตัวแทบไม่ได้ กระนั้นก็มิอาจข่มตาหลับด้วยกลิ่นไอของไฮบ์ที่เขารู้ดีว่าเป็นใครวนเวียนอยู่แถวหน้าห้องมาได้พักใหญ่แล้ว

 

            ไม่คุกคาม

 

            แต่ก็ทำให้รู้สึกไม่สงบเอาเสียเลย

 

            คาดิเนียลยิ้มแหย ยกมือเกาท้ายทอยแก้เก้อเมื่อเจอเข้ากับสายตาไม่เป็นมิตรของเจ้าของห้อง

 

            เขาอดห่วงไม่ได้

 

            เหตุผลมีเพียงแค่นั้นก็พาเขาเดินมาจนถึงห้องอาซาเอลแล้ว รู้ว่าเจ้าของห้องคงเพิ่งกลับจากภารกิจ ซ้ำยังไม่มีธุระอะไรจะคุย คนตัวโตจึงทำเพียงเดินไปเดินมาอยู่หน้าประตู ใครผ่านมาเห็นคงต้องขมวดคิ้วมองอย่างสงสัยกับท่าทางแบบนั้นของไฮบ์หนุ่ม

 

            แม้แต่เจ้าตัวยังหัวเสียกับสิ่งที่ทำอยู่เลยพับผ่าสิ

 

            ลำพังปกติก็แทบไม่อยากให้ห่างสายตาอยู่แล้ว พอได้รู้ว่าเจ้าของกลุ่มดาวสามดวงกำลังเผชิญอะไรเขาก็อยากอยู่ใกล้อาซาเอลยิ่งกว่าเก่า

 

            ไม่อยากให้ใครมาแตะต้องจนกลุ่มดาวของเขาหม่นแสงลง

 

            นับวันยิ่งอาการหนักขึ้นทุกที

 

            “ผม แค่แวะมาดูว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือเปล่า”

 

            ช่างเป็นเหตุผลที่ไร้สาระเสียเหลือเกิน

 

            มันฟังไม่ขึ้นขนาดไหนก็ดูเอาจากสีหน้าของคนที่กอดอกมองมาอย่างเหยียดๆนั่นเถิด

 

            ราวกับจะถามว่า พูดอะไรของคุณ ละเมอหรือไง

 

            ไม่ต้องเทเลพาทีหรืออ่านใจก็ยังเดาสีหน้านั้นออก

 

            เลี่ยงกันไปเลี่ยงกันมานับจากวันที่จูบกัน แล้วจู่ๆมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าห้องเขา ซ้ำยังพูดจาไม่รู้เรื่องไปเสียอีก

 

            เจ้าของห้องไม่ไล่ตะเพิดก็ดีเท่าไรแล้ว

 

            “ให้ตายสิ”สบถกับตัวเองก่อนจะตัดสินใจสบตาแมวดื้อตรงๆ

 

            อาซาเอลสะดุ้งแต่ต้องเก็บอาการ จู่ๆมองตากันนิ่งเสียขนาดนั้นจะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร

 

            ภาพของคนตรงหน้าเมื่อคืนก่อน กับเมื่อตอนหัวค่ำวนกลับมาจนแก้มพาลจะร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

            แค่เข้าชั้นเรียนของคีย์ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว หัวใจเจ้ากรรมยังจะมาทำงานหนักอะไรตอนนี้อีก

 

            “อาซาเอล”

 

            “ห้ะ”

 

            เผลอตอบออกไปด้วยอีกฝ่ายเรียกชื่อตอนกำลังคิดอะไรอย่างอื่นอยู่

 

            คาดิเนียลมองแววตาสั่นๆของลูกแมวที่คงกำลังงุนงงกับท่าทางของเขาแล้วก็ได้แต่หลุดขำออกมาจนเจ้าของห้องขมวดคิ้วฉับ ดึงสีหน้าไม่พอใจตามเคย

 

            “จะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะทำแบบที่คุณเคยทำ”

 

            แววตาของคาดิเนียลแพรวพราวเสียจนอาซาเอลขนอ่อนลุกชัน สัญญาณเตือนภัยในหัวร้องลั่นบอกให้ปิดประตูกระแทกหน้าหมาป่าหนุ่มไปเสียก่อนที่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก

 

            “ทำอะไร”ถามด้วยน้ำเสียงสั่นอย่างปิดไม่มิด

 

            “แบบนี้”

 

            ไม่ทันจบประโยค

 

            อาซาเอลรู้เพราะเสียงสุดท้ายจากปากของคาดิเนียลนั้นอยู่ใกล้ใบหูเขาเหลือเกิน มันชัดเจนพอๆกับลมหายใจที่รินรดใบหู และความอบอุ่มที่โอบรอบตัวเขาจนจมอกอุ่น

           

            กอด

           

            เขากำลังโดนหมาป่าบ้านี่กอด

 

            จู่ๆก็กอด!

 

            เกือบจะผลักออกสุดแรง ทว่าประโยคที่คาดิเนียลเอ่ยชิดริมหูนั้นหยุดทุกการกระทำของอาซาเอลเอาไว้

 

            “ที่คุณได้ยินมา การกอดมันมีสรรพคุณอะไรอีกไหม”

 

            “สำหรับผม กอดนี้หมายถึง ผมจะปกป้องคุณไว้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

 

            อาซาเอลนิ่งงัน

 

            ทั้งเข้าใจ และไม่เข้าใจสิ่งที่คาดิเนียลพูด

 

            ทั้งอุ่นใจ และหวาดหวั่นไปพร้อมๆกัน

 

            สัมผัสสุดท้ายคือมือใหญ่ที่ขยี้เบาๆลงบนกลุ่มผมสีดำสนิทกับรอยยิ้มจนตาปิดแบบที่เห็นได้เป็นประจำ ก่อนที่คาดิเนียลจะเดินจากไป หายไปทางระเบียงฝั่งตะวันตก

 

            กระนั้น อาซาเอลก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

            ตัวแข็งทื่อ

 

            ก่อนจะร้องออกมาลั่นทางเดิน

 

            “โว้ยยยยยยยย!!

 

            มันเกินจะเก็บเอาไว้แล้ว กับความว้าวุ่นที่ปะทุอยู่ในอกนี้

 

            ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว กับอาการผีเข้าผีออกของคาดิเนียล และหัวใจตัวเองที่เต้นตามอีกคนไม่หยุดหย่อน

 

            “เป็นอะไรน่ะอาซาเอล!!”แจนิวาลที่อยู่ข้างห้องเปิดประตูออกมาหน้าตาตื่นด้วยเสียงของเพื่อนสนิทที่ร้องลั่นยามวิกาล

 

            “ไม่รู้!! ไม่รู้แล้ว!!

 

            ตะโกนใส่เพื่อนก่อนจะปิดประตูดังสนั่นแล้วเทร่างลงเตียงนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา คำรามในลำคออยู่อีกหลายหนก่อนที่ความเหนื่อยจะทำให้ทรานส์หนุ่มผลอยหลับไปพร้อมกับคิ้วที่ยังขมวดปม

 

            ทิ้งไว้เพียงเพียวที่มองประตูห้องของสหายด้วยสายตาสับสน

 

            บางทีเขาอาจต้องศึกษาเรื่องของทรานส์ตระกูลแมวเพิ่มสักหน่อยว่ามีช่วงคลุ้มคลั่งหรือไม่ เพราะดูเหมือนอาซาเอลจะไม่อยู่ในอาการปกติสักเท่าไร อาจเป็นผลจากภาชนะที่สอง หรือไม่ก็เพราะสมองของเพื่อนเขามีปัญหา





สงสารแจนิวาลเค้านะคะ....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 626 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2374 applepie13 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 05:34
    ใจสั่นยิ่งกว่าเขาจูบกันก็จังหวะโดนกอดนี่แหละแม่ มันเป็นน้วยยยยย แล้วคืนพระจันทร์สีเลือดจะมีผลกับอาซาเอลไหมอ่ะะะะ เพราะดูเหมือนดาเนียลจะโดนสูบพลังไป ซึ่งใครสูบไปนั้นก็อาซาเอล หืมมมมม
    #2,374
    0
  2. #2342 Comeandfawkme (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 22:29
    อยากโดนกอด!!!!
    #2,342
    0
  3. #2020 piepiesQ7_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:02
    ยาวหนำใจมากกกกกกกกก ไฮบ์ตัวโตๆกับนุ้งแมวสีดำตัวกะเปี๊ยกฮือออออออออ
    #2,020
    0
  4. #2019 ntknknk (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:35
    ใจไม่ค่อยจะดีเลยยย แพ้พ่อหมาหนุ่มคนนี้จังเธอโตมาจากไมโครเวฟรึเปล่า!
    #2,019
    0
  5. #1995 Aommma16 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 01:25
    เป็นห่วงไปหมดเลยอ่ะ ฮือออออทรมานกันมากมั้ย
    #1,995
    0
  6. #1978 Am_s (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 23:59
    โอ๊ยยยย เขินมากก ทำไมคุณหมาป่าทำตัวน่ารักขนาดนี้อ่าา อยากสารภาพกับไรท์ว่าไม่ได้เข้ามาอ่านนานมากกก พอว่างมาอ่านคือจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองอ่านถึงตรงไหน งงไปหมดต้องมาย้อนอ่านใหม่55555555
    #1,978
    0
  7. #1973 ;Pocky (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 11:38
    แจนิวาลลูกกก ออกมาบรรทัดเดียว 555 พาร์ทหลังเห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสิ่งสำคัญไม่ว่าฝูง เพื่อน หรือคนรัก อะ แค่กอดก็โคตรอบอุ่น
    #1,973
    0
  8. #1969 Tigafir (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 17:41
    ขำน้องที่เก็บความสับสนไว้ไม่อยู่จนต่องโวยวาย พาให้เพื่อนงงตามไปอีกคนค่ะ

    แต่ก็สงสารคาดิเนียลที่มีเรื่องมากมานแต่ก็พูดอะไรออกไปไม่ได้สักอย่าง
    #1,969
    0
  9. #1965 mheeknut (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 14:02
    วงวารแจนิ555555555555 แค่กอดก็เขินแล้วอ่าาาา
    #1,965
    0
  10. #1917 supi619 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 08:36
    แงงงง รอนะๆ มาต่อเร็วนะคะ มันสนุกมากเลย ชอบค่ะ
    #1,917
    0
  11. #1916 SMILE'ONG (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 00:00
    ชอบเขาแล้วอ่ะดิ เขินนนนน รอไรท์เสมอน่ะ~
    #1,916
    0
  12. #1915 Saninaao (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 23:27
    ก็คือ แจนิวาลก็ยังคงสร้างความประทับใจให้เราอยู่เสมอ55555
    #1,915
    0
  13. #1914 sebartain (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 22:31
    รอออออค่ะ
    #1,914
    0
  14. #1913 Psr.W (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 12:08
    โว้ยยย ไม่รู้อะไรล่ะ ก็คือเขินไงอาซาเอ้ลลลลลบบ
    #1,913
    0
  15. #1912 Baee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 08:14
    แจนิวาลลูก555555
    #1,912
    0
  16. #1911 brightstarpch (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 07:31
    คาดิเนียล ทำไมเธอเป็นคนชอบฉวยโอกาส!!!!!!!
    #1,911
    0
  17. #1910 JjJyJh (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 03:53
    คิดถึงแจนิวาล โผล่มาตบมุกมาก5555
    #1,910
    0
  18. #1909 neoyaneo (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 03:49
    คิดถึงคุณไรท์มากๆเลยค้าบบ
    คุณจ่าฝูงจะติดแมวมากไปแล้วน้าา สุดแสนจะเขิน-///-
    //มีความสงสารแจนิวาล งงไปเลย55555
    #1,909
    0
  19. #1908 flookfig (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 03:12
    น้องแมวลูก พี่คิดถึงมากๆ รอลุ้นอยู่นะคะ ฮื่อออ ไม่อยากให้เสียเลือดเสียเนื้อเลย
    #1,908
    0
  20. #1907 pimaya (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 02:16
    ปิดด้วยแจนิวาลตลกกก5555555555555น่าเอ็นดูมากๆ อดีตของคุณไฮบ์นี่แสนเจ็บปวดเหมือนกันนะคะ;-; ฮือออ ปล.เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ!
    #1,907
    0
  21. #1906 JRabbit94 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 00:09
    คิดถึงจังเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆ นะคะ ไฟท์ติ้งง ~~
    #1,906
    0
  22. #1905 Quadpp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:46
    55555 เจนิวาคิดว่าเพื่อนเป็นบ้าไปแล้ว อยู่ดีๆก็คลุ้มคลั่ง ตลกก นึกถาพออกเลย เป็นครึ่งหลังที่ละมุนมากๆ จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องแมวน้อยย อยากรู้แล้วว่าล่างจริงอาซาเอลเป็นอะไร
    #1,905
    0
  23. #1904 Chuuu_ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 22:55
    พึ่งได้มาตาม ติดเลยค่ะพล็อตดีอ่ะ ปมเรื่องก็น่าติดตามดี น่ารักด้วยคาดิเนียลติดแมวว งืออ ห่วงเค้ามากกก แต่ตัวละครเยอะจนเรานึกคาแรกเตอร์ไม่ค่อยออกง่ะ 5555555 ติดตามนะคะ :)
    #1,904
    0
  24. #1903 P_Phor (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:45
    ฮืออออเขินวุ้ยยยยยย
    #1,903
    0
  25. #1902 leemy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:44
    ฮื่ออออออออออออออ ผมรอคอยยยยยย เมื่อวานตอนเด้งเตือนคือกริ๊ดดังมาจนเพื่อนตกใจ แต่เพิ่งได้มีเวลามาอ่านจริงๆ ฮื่อออออ คาดิเนียลค่อนข้างแสดงออกชัดเจนนะ เจอแมวดื้อหวั่นไหวไม่ใช่น้อยเลยสิ น่ารักมากๆ ย ตอนกอดเค้าคือแบบบแงงงงงง้ น่ารัก ผมเขินตาม ทำตัวไม่ถูกไปใหญ่หากสดนนพยะ
    #1,902
    0