[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 15 : Chapter 13 :: ชั้นเรียนเอาตัวรอด II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,000
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 527 ครั้ง
    4 ม.ค. 63


            เสียงหวีดหวิวในหัวหยุดลงพร้อมกับสีหน้าอธิบายยากของผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่กำลังนอนคิดอะไรบางอย่างอยู่บนเตียง แต่ความคิดนั้นก็ต้องสะดุดลงด้วยเทเลพาทีปริศนาที่แทรกแซงเข้ามาในระบบการรับรู้

 

            จากที่คิดไว้ว่าวันนี้จะออกไปหาเบาะแสเกี่ยวกับที่ซ่อนของเหล่าภาชนะที่สองภายใต้การกักขังของผู้อำนวยการก็เป็นอันต้องยกเลิกไป เพราะอย่างไรเสียตัวเขาก็เป็นทรานส์ แม้ว่าความรู้ที่สอนในคลาสเรียนจะไม่จำเป็นสำหรับผู้รักษาสมดุลอย่างเขาที่มีวิถีชีวิตแตกต่างจากทรานส์ทั่วไปอยู่มากโข แต่ถ้านักเรียนคนหนึ่งหายไปจากคลาสเรียนลับเฉพาะทรานส์เช่นนี้ อาจารย์ประจำวิชาคงตรวจพบได้ไม่ยากนัก

 

            มินาคัสเหนื่อยกับการหาข้ออ้างหรือโกหกคนอื่นเต็มที สู้เข้าชั้นเรียนไปก่อนแล้วค่อยแอบออกไปทำภารกิจหลังจากนั้นน่าจะสบายใจกว่า

 

            เอาล่ะ

 

            ก่อนอื่นก็ต้องออกไปหาอาซาเอลเสียก่อน

 

            ก๊อกๆ

 

          มินาคัสที่เพิ่งจะหยัดตัวขึ้นนั่งเลิกคิ้วเมื่อพบว่ามีแขกมาหายามวิกาล หากเป็นอาซาเอลก็ดูจะเร็วเกินไปหน่อยสำหรับการเดินมาจากสวนชั้นสี่ภายในเวลาไม่กี่นาที ไม่ใช่ด้วยระยะทาง แต่เป็นเพราะวิธีการเข้าเรียนที่แจ้งผ่านเทเลพาทีมันค่อนข้างจะชวนประสาทเสีย

 

            คนอย่างอาซาเอลคงต้องเสียเวลาหัวฟัดหัวเหวี่ยงบ่นกระปอดกระแปดอีกพักใหญ่กว่าจะย้ายตัวเองออกจากรังหลบภัยนั่นได้ ยิ่งในเวลาที่เจ้าของกลุ่มดาวบนแก้มซ้ายกำลังอารมณ์แปรปรวนด้วยเพิ่งได้รับรู้เรื่องชวนหวาดหวั่นด้วยแล้ว

 

            ดีไม่ดี อาจไม่ยอมออกมาจากรังนั่นเสียด้วยซ้ำไป

 

            รางสูงก้าวไปยังหน้าประตูด้วยความระมัดระวังก่อนจะเปิดประตูห้องออกอย่างเบามือ นึกอยากให้ประตูมีช่องตาแมวขึ้นมาก็วันนี้ ตั้งแต่รู้ตัวว่ากำลังต่อกรอยู่กับใคร ผู้รักษาสมดุลหนุ่มก็เริ่มระวังตัวมากขึ้นจากที่ปกติก็เป็นคนรอบคอบมากอยู่แล้ว จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาจะกลายเป็นคนวิตกจริตไปเสียก่อนจบภารกิจหรือเปล่า

 

            มินาคัสเลิกคิ้วเมื่อพบว่าไม่มีใครยืนอยู่หน้าประตูห้อง ร่างสูงกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพบกับอะไรบางอย่างที่กรอบประตู

           

ตั๊กแตนสานจากกระดาษสีเขียวอ่อน

 

ภูตจดหมาย

 

เจ้าตั๊กแตนตัวจ้อยกระโดดจากกรอบประตูลงบนฝ่ามือของผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่ยื่นมาใกล้ เศษเสี้ยวพลังเวทย์จางๆที่จงใจเหลือทิ้งไว้บ่งบอกว่าต้นทางมาจากศาสตราจารย์เทนไฮม์

 

“เงื่อนไขล่ะ”

 

ดวงตา

 

มินาคัสมองซ้ายมองขวาก่อนจะตัดสินใจถอยหลังกลับเข้าไปในห้อง ปิดประตูแล้วจึงเผยดวงตาสีเพอริโด อัญมณีสีเขียวอ่อนอันเป็นตัวแทนของความสงบสุขและการปกป้องคุ้มครอง สีเดียวกับดวงตาของแมวสีสนิมที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำของแจนิวาลตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น และเป็นสีเดียวกับพลังเวทย์ของมินาคัส

 

ดวงตาสีดำสนิทชวนขนลุกของตั๊กแตนกระดาษจ้องเขม็งมายังดวงตาสีเขียวอ่อนของผู้รักษาสมดุลหนุ่มเพื่อตรวจสอบว่าตรงตามเงื่อนไขที่ผู้ส่งกำหนดไว้หรือไม่

 

ชั่วครู่เจ้าตัวจ้อยก็เริ่มขยับปีกสีเขียวอ่อนเบาๆ แล้วคลี่ร่างออกเป็ดจดหมายแผ่นน้อย

 

ปล่อยให้อาซาเอลเข้าเรียนตามลำพัง

 

เนื้อความเพียงประโยคเดียวในกระดาษสีเขียวอ่อนสร้างความสับสนให้กับคนอ่านเสียจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน มินาคัสอ่านทวนประโยคนั้นซ้ำอีกหนเผื่อตนจะเข้าใจอะไรผิดไป ทว่าประโยคที่เขียนด้วยลายมืออ่านง่ายนั่นก็ไม่ได้แตกต่างจากครั้งแรกที่อ่าน

 

เขามั่นใจว่าตนเองยืนยันหนักแน่นเรื่องการปกป้องอาซาเอลจนถึงที่สุด แม้การคุ้มครองภาชนะที่สองจะไม่ใช่ภารกิจหลัก แต่สำหรับเขาอาซาเอลคือคนสำคัญที่ไม่อาจปล่อยให้ตกอยู่ในอันตราย

 

อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้

 

เขาไม่ต้องการเห็นอาซาเอลทุกข์ทรมานโดยที่ไม่ทันได้ทำอะไรอีกแล้ว

 

ที่สำคัญ มินาคัสมิอาจไว้ใจจดหมายเพียงฉบับเดียวที่เคลือบด้วยเวทย์ของคนคุ้นเคยเพียงบางเบา ด้วยท่ามกลางผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงที่สวามิภักดิ์ต่อผู้อำนวยการ อาจมีสักคนที่มีความสามารถปลอมแปลงพลังเวทย์ก็เป็นได้

 

แม้เขาจะไม่เคยได้ยินอะไรแบบนั้น แต่ก็อดระแวงไม่ได้อยู่ดี

 

ถือเสียว่าเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะหากพลาดเพียงนิด เขาอาจไม่มีโอกาสได้แก้ไขสิ่งใดอีกเลย

 

ทว่าก่อนที่มินาคัสจะทันได้หาวิธีทักท้วง จดหมายในมือก็พลันจุดเป็นเปลวเพลิงเผาไหม้ตนเองจนเหลือเพียงเถ้าที่ร่วงลงกองบนพื้นห้อง

 

เด็กหนุ่มมองตามผงสีเทาเข้มเหล่านั้นด้วยสายตาพิศวง ก่อนที่ดวงตาสีเขียวอ่อนจะกลับคืนเป็นสีแห่งรัตติกาลตามเดิม พร้อมด้วยคิ้วที่ผูกเป็นปมจากความหวั่นวิตกเริ่มคลายออก เหลือเพียงความสงสัยที่ยังคงฉายชัดผ่านดวงตาสีเข้ม

 

เศษเถ้าที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ดูเหมือนจะกระจายอยู่บนพื้นอย่างไร้ความหมาย ทว่ามินาคัสรู้ดี ว่าลวดลายที่เกิดจากผงสีเทาเหล่านี้คืออะไร

 

อักขระสาปที่ผู้รักษาสมดุลทุกคนรู้จักดี

 

ใช่ว่าเขาจะอ่านภาษาโบราณเหล่านี้ออก หากแต่ตัวอักษรที่ละม้ายคล้ายลวดลายของเถาวัลย์ที่กระหวัดไร้ทิศทางเหล่านี้มักจะปรากฎขึ้นมาบนเนื้อหนังพร้อมความเจ็บปวดแสนสาหัสยามเมื่อเขาใช้พลังเกินพอดี

 

ถึงไม่อยากจำแต่มันก็ฝังอยู่ในห้วงสำนึก เพียงแค่นึกถึงสีหน้าของเขาก็ปั้นยากขึ้นมาชั่วขณะหนึ่งเพราะขยาดกับความเจ็บปวดที่เคยได้รับ

 

นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าผู้ส่งสารคือศาตราจารย์เทนไฮม์จริง แต่นั่นก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลของเนื้อความในจดหมายมากไปกว่าการปล่อยให้อาซาเอลอยู่นอกกรอบสายตาของเขา

 

ผู้รักษาสมดุลหนุ่มสะบัดมือในอากาศวูบหนึ่ง ผงเถ้าบนพื้นก็อันตธานหายไป ก่อนที่ร่างสูงจะตัดสินใจก้าวออกจากห้องพักเพื่อไปพบผู้ที่ถูกกล่าวถึงในจดหมาย

 

เอาเถอะ ถ้าศาตราจารย์บอกมาแบบนี้ การเข้าคลาสโดยไม่มีเขาก็คงมีความหมายอะไรสักอย่างต่ออาซาเอล แต่เขาจะยอมให้คนๆนั้นคลาดสายตาก็ต่อเมื่อเข้าสู่ชั้นเรียนแล้วเท่านั้น จะให้ไปเดินเตร่หากบตามลำพังท่ามกลางไฮบ์ที่ยังเดินกันว่อนทั่วหอคงไม่ดีเท่าไร

 

ถ้าแค่เดินเฉยๆนั้นไม่เป็นปัญหาอะไรหรอก ทุกวันนี้อาซาเอลก็ชอบปลีกตัวไปอยู่คนเดียวบ่อยๆ แต่การตามหาจดหมายภูตในบริเวณกว้างขนาดนี้ใช้แค่ประสาทสัมผัสทั่วไปคงไม่พอ เหล่าทรานส์จำเป็นต้องใช้พลังเวทย์ช่วยด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่มินาคัสมิอาจปล่อยให้อาซาเอลที่อยู่ในภาวะสับสนเพราะเพิ่งได้รับข่าวร้ายต้องอยู่ตามลำพัง

 

เกิดเหม่อจนเผลอใช้พลังเวทย์เกินพอดีมีหวังลอสไม่ก็โดนล่าเข้าจนได้

 

ถึงเจ้าตัวจะยืนยันหนักแน่นอยู่ตลอดว่าเอาตัวรอดได้ แต่ความรู้สึกผิดที่กอบกุมจิตใจเขาอยู่มันผลักดันให้มินาคัสปกป้องอาซาเอลทุกวิถีทางเพื่อชดเชยสิ่งที่ไม่ได้ทำในอดีต

 

ก่อนหน้านี้ยังพอมีแจนิวาลคอยปรามอยู่บ้างยามเมื่อเขาเอาอกเอาใจอาซาเอลเกินพอดี แต่ตอนนี้แม้แต่แจนิวาลก็เป็นกังวลแทนอาซาเอลไปเสียหมดทุกเรื่องไม่แพ้กัน

 

พาลจะพาเจ้าคนดื้อนั่นเสียคนไปกันใหญ่

 

มินาคัสชะงักเท้าเมื่อพบว่าคนที่เขากำลังตามหานั้นเพิ่งเดินเลี้ยวมาจากมุมบันไดเข้ามาที่โถงทางเดิน อาซาเอลโบกมือไหวๆให้ผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่ยืนนิ่งมองคนแสร้งทำเป็นร่าเริงอย่างทุกทีทั้งที่ภายในหัวอาจจะมีเรื่องมากมายตีกันให้วุ่น กระนั้นรอยยิ้มช่างก่อกวนที่เห็นอยู่เสมอก็ยังคงแต้มอยู่บนริมฝีปากบางๆนั่นเช่นเคย

 

“เอาไงต่อล่ะทีนี้”อาซาเอลหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามินาคัส เสยผมอย่างหงุดหงิดใจที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ตามคำสั่งของอาจารย์ที่ยังไม่เคยเจอหน้าก็หาเรื่องอับอายให้กันเสียแล้ว

 

“ไปหาข้างนอกก็แล้วกัน”

 

จากเทเลพาทีเมื่อครู่ไม่ได้ระบุว่าจดหมายภูตอยู่ภายในอาคารที่พักเท่านั้น เป็นไปได้ว่าอาณาเขตที่ให้ค้นหาหมายรวมถึงบริเวณรอบๆหอพักด้วย เพราะหากทรานส์ทั้งหมดออกมาเดินป้วนเปี้ยนพร้อมกันตามทางเดินคงสะดุดตาไม่น้อย

 

มินาคัสพยักเพยิกให้อาซาเอลหันกลับไปมองนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เดินลงมาจากชั้นบน แม้จะพยายามทำเหมือนการเดินเล่นยามดึกตามปกติ แต่สายตาที่สอดส่ายไปรอบๆอยู่ตลอดนั่นก็บ่งบอกได้ว่าเด็กกลุ่มนี้อาจเป็นทรานส์ที่กำลังตามหากบกระดาษเช่นกัน

 

ท่าทางหวาดระแวงแบบนั้นมันดึงดูดนักล่าได้ดีนักเชียว แถมทั้งหมดนั่นก็คุ้นหน้าคุ้นตาคล้ายว่าจะเป็นนักเรียนใหม่ทั้งนั้น พวกทรานส์ที่เจนสนามแล้วคงไม่ออกมาเดินล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้

 

“อย่างกับฝูงแกะ นี่กะจะช่วยหรือทำให้ซวยกันแน่”ทรานส์หนุ่มเอ่ยด้วยใบหน้าเหยเก เพราะถ้ามีใครสังเกตเห็นสถานการณ์นี้เข้า ทรานส์แทบทั้งหมดคงถูกเปิดเผยตัวตนอย่างพร้อมเพรียงกันเป็นแน่

 

ดูเหมือนชั้นเรียนนี้จะวัดความสามารถในการเอาตัวรอดเสียตั้งแต่วิธีการเข้าเรียนเลยกระมัง

 

“มันก็แล้วแต่คน”มินาคัสไหวไหล่ก่อนจะเดินนำเข้าไปในห้องนอนของตนเอง หากจะออกนอกตัวอาคารตอนนี้ หน้าต่างคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าประตู และห้องของเขาที่อยู่สุดปลายทางเดินก็ช่างเหมาะสมต่อการหลบเลี่ยงผู้พบเห็น เว้นเสียแต่จะมีพวกช่างสังเกตอย่างแจนิวาลปรากฏตัวขึ้นมาอีก

 

ก็ได้แต่หวังว่าพวกเขาคงไม่โชคร้ายถึงขนาดนั้น

 

มินาคัสตรงไปยังหน้าต่างห้องนอนก่อนจะดันมันให้แง้มออกพอให้แขนสอดผ่านได้ วูบหนึ่งที่ลมหนาวยามค่ำคืนลอดเข้าปะทะหน้าทำเอาร่างโปร่งต้องห่อไหล่ ฉับพลันร่างของชายหนุ่มรูปงามก็กลับกลายเป็นแมวป่าสีสนิมเจ้าของดวงตาสีเขียวอ่อนที่สะท้อนกับแสงจากดวงไฟเวทย์ภายในห้องดูคล้ายอัญมณีหายาก แมวตัวน้อยกระโดดขึ้นยืนบนขอบหน้าต่างก่อนจะหันกลับมาหาอีกคนที่ยืนเลิกคิ้วอยู่ในห้อง

 

“เอาแบบนี้เลยรึ”อาซาเอลถามกลั้วหัวเราะ ไม่คิดว่ามินาคัสจะใช้วิธีนี้ในการหลบหลีกจากนักล่า

 

แต่ก็ไม่น่าแปลกใจนัก ในเมื่อเจ้าแมวสีสนิมตัวนี้แอบหนีออกจากห้องกลางดึกแทบทุกคืนโดยไม่มีใครสังเกตเห็นมาหลายอาทิตย์ จะมีก็แต่เพียวห้องใกล้ๆที่หูตาไวเป็นพิเศษ

 

ลมหนาวพัดเข้ามาอีกวูบจนมินาคัสในร่างแมวพองขนด้วยความหนาว แต่เขามิอาจใช้เวทย์ปรับอุณหภูมิรอบตัวได้ ด้วยเพราะแมวป่าทั่วไปคงไม่มีตัวใดเดินไปมาพร้อมด้วยพลังเวทย์ห่อหุ้มกายเป็นแน่

 

ยิ่งใช้พลังเวทย์มากเพียงใดก็เป็นการชี้เป้าให้คนอื่นหาเขาเจอง่ายขึ้นเท่านั้น ทุกครั้งที่หนีออกไปนอกหอพักเขาจึงต้องทนกับสภาพอากาศโหดร้ายภายนอกอยู่เสมอ ทั้งที่ในตัวอาคารแสนจะสงบสุข แต่ข้างนอกนั้นกลับหนาวเหน็บไม่ก็ร้อนระอุราวกับเป็นคำเตือนให้ผู้ฝ่าฝืนออกมายามวิกาลกลับเข้าไปในห้องของตนเองเสีย

 

คืนนี้ยังถือว่าไม่หนักหนาสาหัส ก็คงเป็นเพราะเปิดโอกาสให้เหล่าทรานส์ทำภารกิจหากบกระดาษกันได้ง่ายขึ้นนั่นแหละ

 

กระนั้น มินาคัสก็ไม่ถูกกับอากาศหนาวสักเท่าไร ขนสีสนิมบนตัวจึงพองฟูอย่างห้ามไม่ได้

 

อาซาเอลเห็นท่าทางแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจก่อนจะย่อตัวลงพร้อมๆกับที่ร่างกายกลายเป็นแมวดำตัวน้อย เจ้าสัตว์ตัวจ้อยกระโดดขึ้นไปยืนเคียงข้างเพื่อนสนิทในร่างสัตว์ชนิดเดียวกันและสัมผัสได้ถึงลมหนาวที่บาดผิวมากกว่าที่เคย

 

การแปลงเป็นสัตว์เล็กก็เพื่อเก็บซ่อนพลังเวทย์เอาไว้ แม้แต่เวทย์ในการดำรงชีวิตอย่างการปรับอุณหภูมิก็มิอาจใช้ หากไม่อยากโดนนักล่าหน้าไหนจับได้ มีเพียงต้องทนหนาวไปสักพักก็เท่านั้น

 

มินาคัสเหลือบมองแมวดำก่อนจะกระโดดหายเข้าไปในพุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ยื่นกิ่งก้านสาขามาจนเกือบชิดขอบหน้าต่างห้องของเขา ในขณะที่อาซาเอลมองออกไปท่ามกลางความมืดอย่างประเมินความปลอดภัย

 

เขาไม่เคยออกไปภายนอกหอพักในยามวิกาล ยิ่งเป็นตอนที่ไม่สามารถใช้เวทย์ช่วยเหลือใดๆได้เลยแบบนี้ ธรรมชาติท่ามกลางความมืดมิดยิ่งน่าพรั่นพรึงกว่าที่เคย ซ้ำคืนนี้พระจันทร์ที่ให้แสงสว่างสีนวลอยู่เสมอก็กลับหลบอยู่หลังเมฆก้อนโตเสียได้

 

ชอบตอนกลางคืนก็จริงอยู่ แต่เมื่อถึงยามต้องเผชิญกับความมืดที่มีเพียงเสียงแมลงกรีดปีกระงมไปทั่วทั้งป่าสน กับเสียงสัตว์ป่าที่ดังมาจากที่ไกลๆแล้วก็เป็นบรรยากาศที่ทำให้แข้งขาอ่อนได้ง่ายๆเหมือนกัน

 

รีบออกมาได้แล้ว เดี๋ยวแจนิวาลจับได้กันพอดี

 

ดวงตาสีเขียวอ่อนที่สว่างวาบอยู่แถวโคนต้นไม้ทำให้รู้ว่าระหว่างที่อาซาเอลกำลังเหม่ออยู่นั้น มินาคัสก็ปีนลงถึงพื้นแล้ว แมวป่าสีสนิมเงยมองหน้าต่างห้องของสหายอีกคนที่ยังเปิดไฟสว่างจ้าอย่างทุกที แจนิวาลมักจะอ่านหนังสือจนดึกดื่นทั้งที่บ่นเสมอว่าเอียนหนังสือเต็มทน ไม่รู้เพราะความใฝ่รู้ เคยชิน หรือเพราะลอบสังเกตว่าเขาจะปีนหนีออกไปตอนไหนกันแน่

 

เทเลพาทีจากคนบนพื้นทำให้คนที่ยืนละล้าละลังอยู่ตรงขอบหน้าต่างตัดสินใจก้าวออกสู่โลกกว้าง ทันทีที่อุ้งเท้านุ่มแตะสัมผัสความชื้นบนกิ่งไม้ แมวหนุ่มก็ถึงกับเบ้หน้าเพราะความหนาวเหน็บที่ทบทวีขึ้นอีก อดสงสัยไม่ได้ว่ามินาคัสทนต่อสภาพอากาศแบบนี้แทบทุกคืนได้อย่างไร

 

เท้าเล็กค่อยๆเหยียบไปบนเนื้อไม้ มุดผ่านกิ่งใบที่ทำให้การปีนป่ายยากลำบากขึ้นไปอีก ยังดีที่การมองภาพของเขาเปลี่ยนเป็นแบบแมวจึงมองผ่านความมืดได้ดีขึ้น มิเช่นนั้นคงตกลงไปนอนจุกอยู่ที่พื้น

 

แม้ว!!

 

คิดไม่ทันจบประโยคขาเจ้ากรรมก็พลันก้าวพลาดขึ้นมาเสียดื้อๆ แมวดำห้อยอยู่กับกิ่งไม้ด้วยขาหน้าที่กางเล็บจิกเนื้อไม้ไว้ได้ทัน ขาหลังเปะปะอยู่ในอากาศก่อนจะตะเกียกตะกายกลับขึ้นมาบนกิ่งได้สำเร็จ

 

อาซาเอลหอบด้วยท่าทางน่าขันจนมินาคัสที่ตกใจในทีแรกเกือบจะหลุดขำออกมากับความซุ่มซ่ามของเพื่อนสนิท

 

ทว่าเสียงร้องที่หลุดออกไปนั้นไม่เบานัก ทำให้อาซาเอลต้องรีบไปจากตรงนี้ก่อนที่จะมีใครชะโงกหน้าออกมาหาต้นตอของเสียงแมวร้องเมื่อครู่

 

ขำอะไร รอตรงนั้นเลยนะ เดี๋ยวจะโดน

 

ส่งเทเลพาทีไปคาดโทษผู้รักษาสมดุลหนุ่มก่อนจะเร่งความเร็วในการปีนป่าย นึกอยากแปลงกายเป็นลิงได้ก็ตอนนี้ จะได้ไม่ต้องขายหน้าแบบเมื่อครู่อีก

 

หมัดแมวของนายไม่น่ากลัวเท่าโดนคนอื่นจับได้หรอกนะ รีบลงมา

 

มินาคัสตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะที่ดังอยู่ในหัวของอาซาเอล ทำเอาคนโดนปรามาสถึงกับตัดสินใจกระโดดลงจากกิ่งสูง หวังลงมาทับร่างของแมวป่าสีสนิมให้บี้แบนไปเสียเลย ทว่าอีกฝ่ายกลับหลบไปได้ง่ายๆ ทิ้งให้เจ้าของขนสีรัตติกาลเข่นเขี้ยวอย่างขัดใจ ก่อนที่ทั้งสองจะออกเดินเคียงคู่กันไปท่ามกลางความมืดของคืนที่พระจันทร์ถูกเมฆบดบัง

 

 

เสียงสวบสาบที่ได้ยินจากสวนหลังหอพักดึงให้คนที่นั่งพิงกรอบหน้าต่างอ่านหนังสืออยู่ต้องชะโงกหน้าออกมาดู เมื่อเห็นว่าหน้าต่างบานหนึ่งของห้องสุดทางเดินเปิดอ้าอยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจยาว

 

ไม่ทันจะได้ถอยกลับเข้าห้องก็แว่วเสียงแมวร้อง แม้เขาไม่รู้ภาษาแมว ก็พอเดาได้ว่าเป็นเสียงร้องด้วยความตกใจ แจนิวาลเท้าแขนกับขอบหน้าต่างก่อนจะยื่นตัวออกไปด้านนอกให้ไกลที่สุดเท่าที่ร่างกายของเขาจะอำนวยเพื่อมองหาที่มาของเสียง

 

มินาคัสงั้นรึ

 

ปีนมาเป็นสิบหนไม่เคยพลาด วันนี้ไปทำอะไรเข้าถึงได้ร้องลั่นแบบนั้น

 

เพียวหนุ่มหรี่ตามองฝ่าความมืด ทว่าก็ไม่พบกับสัตว์ตัวจ้อยเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวอ่อน และก่อนที่แจนิวาลจะทันได้หันหลังลงจากเตียงเพื่อไปเคาะประตูห้องของผู้รักษาสมดุลเจ้าปัญหา ภาพของสัตว์สี่เท้าผอมเพรียวสองร่างที่เดินเคียงข้างกันก็ทำเอาคิ้วของคนเจ้าเนื้อแทบผูกเป็นปม

 

เชื่อเถิดว่าแจนิวาลรู้สึกเหมือนมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นในหัว

 

บางทีนั่นอาจจะเป็นเสียงเส้นความอดทนของเขาขาดสะบั้นก็เป็นได้

 

“ออกไปไหนไม่บอกอีกแล้ว!! เก่งกันเหลือเกินเรื่องทำอะไรเสี่ยงๆเนี่ย หัดเห็นใจคนที่เขาเป็นห่วงซะบ้างสิ โถ่เอ้ย!

 

เดิมทีก็เป็นคนช่างพูดเสียจนไม่ทันได้คิดอยู่บ่อยๆ ยิ่งเมื่อขีดความอดทนของเขาขาดสะบั้นด้วยความดื้อรั้นของทรานส์ทั้งสองด้วยแล้ว เพียวหนุ่มจึงเผลอตะโกนออกไปสุดเสียง

 

แมวหนุ่มทั้งสองได้ยินเสียงกัมปนาทที่แสนคุ้นเคยก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เหลียวมองตามเสียงแล้วก็ได้แต่ยิ้มเหยเกจนใบหน้ากลมแป้นของสัตว์ตัวน้อยบิดเบี้ยวพิกล กระนั้นรอยยิ้มขอโทษขอโพยของคนชอบทำอะไรเสี่ยงๆดังที่แจนิวาลกล่าวหาก็มิได้ส่งไปถึงคนที่กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ด้วยความมืดมิดที่โรยตัวอยู่โดยรอบทำให้เพียวหนุ่มมองเห็นเพียงดวงตาสองคู่เท่านั้น

 

คู่หนึ่งสีเขียวอ่อน อีกคู่สีเหลืองทอง

 

ไม่ต้องเดาให้เปลืองแรงก็พอรู้ว่าเจ้าของดวงตาสีเหลืองนั้นเป็นใคร

 

ชักจะไปกันใหญ่แล้ว แค่มินาคัสไม่พอ นี่อาซาเอลก็เอากับเขาด้วยงั้นรึ ออกไปเดินเตร่นอกหอยามค่ำมืดทำเหมือนเด็กเกเรหนีออกจากบ้านไปได้

 

ให้ตายสิ

 

น่าปวดหัวเหลือเกิน

 

ดูเอาเถิด พอเขาตั้งท่าจะเทเลพาทีไปเทศนาก็เผ่นแผล็วหายไปในพุ่มไม้เสียแล้ว!!

 

 

“กลับมาล่ะน่าดู”

 

คาดโทษลอดไรฟันอย่างพยายามอดกลั้นจนถึงที่สุด เข้าใจพ่อแม่ที่มีลูกๆซุกซนไม่เชื่อฟังก็วันนี้ อดนึกน้อยใจไม่ได้ที่ทรานส์ทั้งสองทำอะไรโดยไม่บอกอยู่เสมอ

 

ทั้งที่เขาเก็บเอาเรื่องของทั้งคู่มาคิดเสียจนปวดหัวแท้ๆ

 

ถอนหายใจฟึดฟัดแล้วก็ได้แต่บอกตัวเองว่าแม้แต่เขาก็ยังมีเรื่องปิดบัง แล้วจะคาดหวังให้สองคนนั่นเปิดเผยทุกความลับได้อย่างไร

 

เอาเถิด

 

แค่กลับมาอย่างปลอดภัยก็พอ


hf

 

“เกือบไปแล้ว ให้ตายสิ บางครั้งแจนิวาลก็น่ากลัวกว่าไฮบ์นักล่าเสียอีก หูไวตาไวอะไรขนาดนั้น”

 

เสียงเล็กแหลมคล้ายเสียงแมวร้องทว่าหากเงี่ยหูฟังให้ดีจะจับใจความได้ตามภาษามนุษย์ดังออกมาจากพุ่มไม้เตี้ยที่ตัดแต่งเป็นทรงสวยด้วยประดับอยู่รอบอาคารที่พักของนักเรียน ตามมาด้วยเสียงสวบสาบของกิ่งไม้ที่โดนร่างเล็กสองร่างเบียดให้แหวกออกพอให้สัตว์ตัวจ้อยสองตัวมุดออกมาภายนอกได้

 

มินาคัสและอาซาเอลมุดลอดผ่านพุ่มไม้ประดับมาตลอดทางจนกระทั่งอ้อมมาถึงด้านข้างของหอพักได้สำเร็จแต่ก็ยังไม่พบวี่แววของกบกระดาษที่ตามหา มีเพียงเศษกิ่งไม้ใบหญ้าที่ติดอยู่ตามขนเส้นละเอียดสร้างความคันรำคาญจนต้องผลัดกันใช้ขาหน้าปัดเศษขยะออกจากตัว

           

            อย่าใช้เสียงพูดสิ อยากโดนจับได้รึไง

 

          เสียงนุ่มที่ดังขึ้นในโสตประสาททำให้อาซาเอลยิ้มแหยด้วยใบหน้าเล็กๆของแมวดำ ก่อนจะเดินตามคนดุเข้าไปในซอกแคบระหว่างกำแพงที่สานขึ้นจากกิ่งไม้นับร้อย อาคารใหญ่ๆที่สร้างขึ้นจากต้นไม้ที่ยังเจริญเติบโตได้มักจะเว้นช่องว่างแบบนี้เอาไว้เผื่อให้กิ่งที่จะใหญ่ขึ้นตามกาลเวลา แม้จะดูมืดทึบชวนให้ได้กลิ่นอับแม้ทำแค่มองแต่ก็ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตน่าขนลุกใดๆ เพราะผู้อำนวยการคงไม่ยอมให้อะไรบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเขาได้ง่ายๆ

 

            หรือถ้ามีอะไรหลุดรอดเข้ามาได้ ก็คงจะโดนกำจัดไปในเวลาไม่นาน

 

            นี่ มินาคัส

 

          อาซาเอลเปลี่ยนไปใช้เทเลพาทีหลังจากโดนเตือน

 

            คนโดนเรียกหันกลับมามองด้วยดวงตาสีเขียวอ่อนที่ทอประกายยิ่งขึ้นท่ามกลางแสงสลัวในช่องแคบๆ และเมื่อสบเข้ากับสายตาลังเลของคนเรียก มินาคัสก็รู้สึกถึงความยุ่งยากที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาเขา

           

 

          เล่าให้ฟังหน่อยสิ

         

          นั่นปะไร

 

          เล่าอะไร

 

          เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เรียบนิ่งอย่างเคย ก่อนจะออกตัวเดินนำไปอย่างช้าๆแม้ในใจจะอยากวิ่งหนีสุดฝีเท้า เพราะกลัวคำถามของอาซาเอลเต็มที

 

            แต่ละเรื่องที่เจ้าตัวสงสัย เขาตอบได้เสียที่ไหนกัน

 

            ไม่ใช่ไม่รู้ แต่เพราะไม่มีสิทธิ์เล่า

 

          เรื่องในอดีต

 

          เรื่องตอนที่ฉันป่วยหนักแล้วไปรบกวนให้ปู่ของนายรักษาไง

 

          มินาคัสมั่นใจว่าถ้าตอนนี้เขาอยู่ในร่างมนุษย์ที่มีเพียงสองขาคงสะดุดไปแล้ว ดีหน่อยที่สี่ขามันช่วยปกปิดจังหวะการเดินที่เสียไปเล็กน้อยไว้ได้ แม้อาซาเอลจะใช้คำว่าป่วยเพื่อเลี่ยงการพูดถึงภาชนะที่สอง แต่มินาคัสก็รู้ว่าแมวดำด้านหลังนั้นต้องการให้เล่าอะไร

 

            ความทรงจำที่หายไปของเจ้าตัว

 

            ความทรงจำที่อาซาเอลตามหา ทว่าเป็นคนตัดสินใจทิ้งมันไปเอง แม้มินาคัสไม่รู้เหตุผลของการกระทำนั้น แต่เขารู้ดีว่าใครเป็นกุญแจสำคัญในการนำมันกลับมา

 

            และคนๆนั้นไม่ใช่เขา

 

            นายป่วย โรคที่นายเป็นมันหนักหนาเกินกว่าร่างกายเล็กๆของนายจะรับไหว นายอยู่ในสภาพกึ่งลอสตลอดเวลาทั้งที่เด็กอายุแค่นั้นยังไม่ถึงช่วงเวลาแห่งการลอส ทรานส์ที่เป็นแบบนั้น มักอายุสั้น เพราะงั้นพ่อแม่นายก็เลยทำทุกวิถีทางให้นายรอด

 

          แต่เพราะมันค่อนข้างยาก กว่าจะมาถึงปู่ฉันนายก็แย่เต็มทีแล้ว

 

          อาซาเอลขมวดคิ้วมุ่น พยายามเหลือเกินที่จะนึกถึงสถานการณ์เหล่านั้น ทว่าก็ไม่มีภาพใดฉายขึ้นมา มีเพียงความสับสนราวคนหลงทาง

 

            แล้วปู่นายทำยังไง

 

          มินาคัสเงียบ

 

            เพราะไม่อาจพูดออกไปได้ว่าปู่เขาเห็นถึงความแข็งแกร่งของพลังในตัวอาซาเอล อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้รักษาสมดุลที่ยังไร้เขี้ยวอย่างเขาในเวลานั้น จึงยื่นข้อเสนอให้พ่อแม่อาซาเอลว่าจะช่วยก็ต่อเมื่อยกอาซาเอลให้หลานของตน

           

          เฮ้ ตอบสิ

 

          คนเอาแต่ใจงับหางของคนที่ชักจะเร่งฝีเท้าขึ้นทุกที

 

            ก็รักษานาย ตามวิธีของเขา รับนายเอาไว้ในหมู่บ้านของเราเกือบปี พอนายดีขึ้นก็ให้กลับ แต่ต้องมาดูอาการเป็นระยะ เป็นแบบนั้นอยู่สักสี่ห้าปีเห็นจะได้ ก่อนที่นาย

 

          เป็นอีกครั้งที่มินาคัสเงียบไปเสียดื้อๆจนคนรอฟังหงุดหงิด งับลงแรงๆที่หางของอีกคนจนแมวป่าสะดุ้งเฮือก

 

            อย่าทำแบบนั้น

 

          ก็เล่ามาให้จบสิ

 

          ถอนหายใจให้กับความเอาแต่ใจไปเสียเฮือกใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจตัดบทให้จบๆไป

 

            นายลอสครั้งแรก หลังจากนั้นร่างกายนายก็เริ่มปรับสมดุลได้ นายเลยไม่ต้องไปที่หมู่บ้านฉันอีก

           

            หรือถ้าพูดให้ละเอียดก็คือ พ่อแม่ของอาซาเอลพยายามพาอาซาเอลหนีไปจากเขา หนีไปจากการเป็นเขี้ยวของเขา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่มันคงเกี่ยวข้องกับการลอสครั้งแรกนั่นไม่ผิดแน่

 

            แม้บิดาของอาซาเอลจะรู้สึกผิดที่ฉีกสัญญาจนพยายามหาทรานส์ที่มีภาชนะที่สองมาเป็นตัวแทนของลูกชาย แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตกต่ำถึงขนาดซื้อใครมาจากตลาดมืด ด้วยตระกูลของอาซาเอลเป็นทรานส์หลายชั่วอายุคน พ่อแม่ของเขาคิดว่าคงมีสักคนในเครือญาติที่ปรากฏลักษณะพิเศษนี้

 

            ทว่าไม่มี

 

            กระนั้นก็ยังพยายามปกป้องลูกจากการเป็นเขี้ยวจนถึงที่สุด แม้ที่ผ่านมาจะมีทีท่ากระอักกระอ่วนกับข้อเสนอ แต่ก็ไม่เคยปฏิเสธถึงเพียงนั้น ออกจะถูกใจมินาคัสที่ปฏิบัติต่ออาซาเอลราวของล้ำค่า ทะนุถนอมเสียยิ่งกว่าแก้วแสนเปราะบาง พวกเขารู้ ว่ามินาคัสจะดูแลอาซาเอลเป็นอย่างดี

 

            แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหลังอาซาเอลลอสครั้งแรก

 

            ทำไม

 

            นั่นเป็นสิ่งที่มินาคัสไม่อาจหาคำตอบได้

 

            จนกระทั่งอาซาเอลหายตัวไป และกลับมาด้วยสภาพแสนเลวร้าย สิ่งที่อาซาเอลเจอ มันไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็กอายุสิบห้าไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

 

            และในวันนั้น มินาคัสก็รู้ว่าเขาไม่อาจมีอาซาเอลเป็นเขี้ยวได้อีกต่อไป

 

            แม้ไม่ได้ผูกมัดด้วยพันธะใด แต่อาซาเอลต้องพึ่งพาพลังงานของใครบางคนเพื่อมีชีวิตรอด พลังเวทย์ที่อัดแน่นอยู่นั้นไม่เพียงช่วยชีวิตอาซาเอลจากการถูกภาชนะที่สองกลืนกิน แต่มันเป็นดั่งเกราะป้องกันไม่ให้พลังเวทย์ของใครอื่นแทรกแซงอาซาเอลได้ ไม่ยอมให้แม้กระทั่งเวทรักษาเข้าถึง เช่นนั้น การผูกพันธะเลือดจึงไม่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าทางใด

 

            สัญญาเป็นโมฆะ กระนั้นระหว่างพวกเขาสองครอบครัวก็ผูกพันกันเกินกว่าที่ปู่ของมินาคัสจะปล่อยให้อาซาเอลจมดิ่งสู่หุบเหวแห่งความตายได้ พ่อแม่ของอาซาเอลก็สิ้นไร้หนทางแล้วจึงบากหน้ามาหาปู่ของเขา

 

            ทุกคนมัวแต่วุ่นวายกับการหาทางช่วยอาซาเอลที่ไม่อาจใช้เวทรักษาทั่วไปเยียวยาได้ จนไม่ทันมีใครสังเกต ว่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งตกอยู่ในความผิดหวังเพียงใด

 

            มินาคัสโกรธ ผิดหวัง และเสียใจที่อาซาเอลผิดสัญญา และกลายเป็นของคนอื่น

 

          คิดเสมอว่าเขาจะรอคอยให้ถึงวันที่อาซาเอลเป็นอิสระ และแย่งเขี้ยวของเขาคืนมา

 

            ทว่าสิ่งที่คนๆนั้นเสียสละให้อาซาเอลก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าเขาจะปฏิเสธได้ ยิ่งเห็นอาซาเอลทุกข์ทรมานจากบาดแผลทางร่างกายและจิตใจ ความรู้สึกของเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนไป จากความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดที่ทำอะไรให้อาซาเอลไม่ได้เลย แล้วยังหวังจะเป็นเจ้าชีวิตของเขาได้อีกหรือ

 

            ทั้งที่เคยรักมากขนาดนั้น

 

            แต่กลับช่วยอะไรไม่ได้สักอย่าง

 

            จนกระทั่งเมื่อสี่ปีก่อน ที่เราได้เจอกันอีกครั้ง

 

          มินาคัสที่เงียบไปนานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ พวกเขาหยุดเดินและจมอยู่กับความคิดตัวเองจนได้ยินเพียงเสียงลมที่หวีดหวิวผ่านช่องแคบระหว่างกำแพง

 

            นายพอจะจำได้บ้างไหม

          บ้านหลังเล็กๆ ที่ล้อมรอบด้วยทุ่งดอกนีโมฟีล่า

         

          อาซาเอลนิ่งงัน ภาพความทรงจำของทุ่งดอกไม้สีฟ้าอ่อนที่บานสะพรั่งสุดสายตา กระทบแสงแดดจนราวกับว่ามีกระจกสะท้อนภาพท้องฟ้าอยู่บนพื้นดิน

 

            สีฟ้า ที่ทำให้เขาคิดถึงใครบางคนอย่างสุดหัวใจ

            แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร

 

            สถานที่ที่ช่วยเยียวยาเขาจากความเจ็บปวดจากการทดลองไร้มนุษยธรรมของพวกนักวิจัยนอกรีดที่ลักพาตัวเขาไป ทำให้เขาได้เห็นว่าความโลภทำให้คนต่ำทรามได้ถึงเพียงไหน และชีวิตของทรานส์ที่ไม่ถูกรักนั้นไร้ค่าเพียงใด

 

            นายอยู่ที่นั่นงั้นหรือ

 

          มินาคัสเผยรอยยิ้มบางๆ

 

            อยู่สิ

 

          อาซาเอลครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง พยายามอย่างยิ่งที่จะต่อเศษความทรงจำให้เป็นภาพที่สมบูรณ์

 

          แต่ฉันจำไม่ได้ว่ามีนายอยู่ตรงนั้น จำได้แค่คุณตาใจดีที่ช่วยดูแลฉัน

 

          ทรานส์หนุ่มเบิกตาโตเมื่อคิดมาถึงตรงนี้

 

          ให้ตายสิ คุณตาคนนั้นคือปู่ของนายงั้นหรอ ฉันจำหน้าตาเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ จำได้แค่เสียง

          เสียงที่กระซิบว่า ฉันจะไม่เป็นไร

          ฉันได้ยินเสียงของเขาแม้แต่ตอนที่คิดว่าหลับไปแล้ว

 

            ปลายประโยคแผ่วลงเมื่อขอบตาร้อนผ่าวขึ้น ความทรงจำในตอนนั้นยังคงเจ็บปวดแม้ผ่านมานานแล้ว การมีใครสักคนคอยกระซิบปลอบในตอนที่เราหลับตาแล้วพบแต่ภาพความโหดร้าย คอยบอกว่าเราจะไม่เป็นไรนั้นช่วยพยุงเขาไม่ให้ตกลงไปในหุบเหวแห่งความสิ้นหวัง

 

            มินาคัสจ้องมองสีหน้าของคนที่กำลังท่องอยู่ในความทรงจำของตัวเอง แววตาสั่นไหวนั่นประกอบไปด้วยหลากหลายอารมณ์เกินกว่ามินาคัสจะบอกได้ว่าอาซาเอลคิดอะไรอยู่

 

            ตัวเขาเองก็เช่นกัน

 

            ไม่รู้เหมือนกันว่ากำลังทำสีหน้าแบบไหน

 

            เพราะเสียงกระซิบปลอบประโลมเด็กตัวน้อยให้หลับตาลงอย่างสงบ ละทิ้งความทรมานในทุกค่ำคืนนั้น มิใช่เสียงของปู่เขา แต่เป็นเสียงของเขาเองที่แอบเข้าไปหาอาซาเอลได้เพียงตอนหลับเท่านั้น

 

            เขาอยู่ตรงนั้นเสมอ แต่กลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับอาซาเอล ไม่กล้าแบกรับความรู้สึกผิดและความละอายที่เกิดขึ้นในฐานะของคนที่อยากเป็นเจ้าของอาซาเอลแทบตาย แต่ปกป้องอะไรไม่ได้เลย

 

            ปู่ของเขาบอกว่าหากระหว่างการรักษาไม่มีอะไรไปกระตุ้น อาซาเอลจะลืมเขาไปในที่สุด พร้อมๆกับความทรงจำอื่นๆ

 

            และเขาเลือกให้อาซาเอลลืม

 

            ฉันแวะเข้าไปบ้าง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษานาย ก็เลยเห็นนายผ่านๆ ไม่แปลกหรอกที่นายจะไม่เห็นฉันเลย

            เรื่องมันก็มีแค่นั้นแหละ

 

          รอยยิ้มที่ระบายขึ้นบนริมฝีปากบางของคนเก็บความลับไว้จนท่วมอกช่างแสนกระอักกระอ่วนจนอาซาเอลยังสังเกตได้

 

          งั้นรึ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรมากกว่านั้นนะ

 

          ถ้าเราเคยพบกัน ทำไมคืนนั้นที่งานฉลองหลังผ่านการทดสอบนายถึงทำราวกับไม่รู้จักกันมาก่อน แกล้งกันรึไง

 

          แมวดำหรี่ตาจับผิดขณะย่างเข้าหาแมวป่าที่ยืนนิ่งมองตอบกลับมาด้วยสายตาเรียบเฉย

 

          ฉันจำไม่ได้จริงๆ เราไม่ได้เจอกันในสภาพที่นายดูเป็นปกติ มานานแล้ว

 

          ภาพของอาซาเอลที่ติดอยู่ในความทรงจำของเขาคือเด็กน้อยที่มีหูและหางสีดำสนิท ร่างกายบางส่วนปกคลุมไปด้วยขนละเอียดนุ่มมือที่เขามักจะเผลอลูบจนเจ้าตัวโวยวายใส่อยู่เสมอ แม้จะมีรอยยิ้มน่ารักตามวัย แต่เขี้ยวแหลมที่โผล่พ้นขอบปากออกมานั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาดูเหมือนเด็กทั่วไปสักเท่าไร

 

            หรือแม้แต่ตอนที่พลังของภาชนะที่สองสงบลง เด็กอายุสิบหกปีที่เพิ่งผ่านสถานการณ์เลวร้ายอย่างการถูกทรมานในห้องทดลองมาตลอดหนึ่งปีก็ดูจะห่างไกลคำว่าเด็กทั่วไปอยู่มากโข ร่างกายผอมแกร็น ใบหน้าเล็กตอบและดวงตาลึกที่ไร้แววใดๆนอกจากความโกรธขึ้งที่ปะทุขึ้นมาเป็นระยะ

 

            ไม่ว่าแบบไหน ก็ไม่ใกล้เคียงคำว่า ปกติ เลยสักนิด

 

          อีกอย่าง

 

          มินาคัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจทำให้อาซาเอลหงุดหงิดใจ การลากเสียงยาวอย่างยียวนพร้อมกับออกตัวเดินนำอีกครั้งทำเอาคนเดินตามหลังอยากจะฝังเขี้ยวลงบนหางที่สะบัดไปมานั่นแรงๆสักที

 

          อีกอย่างอะไร

 

          เอ่ยถามในขณะที่เร่งฝีเท้าขึ้นมาเดินด้านข้าง จนทันได้เห็นรอยยิ้มเย้าแหย่และสายตาเป็นประกายที่ปรายมามองเข้าพอดี

 

          ฉันไม่คิดว่าเด็กน่ารักคนนั้นจะโตมาเป็นแบบนี้

 

          ให้ตายสิ ตอนนี้ชักอยากกางเล็บข่วนหน้าเข้าสักหน่อยแล้วสิ

 

          ตะลึงในความหล่อของฉันรึไง

         

          รอยยิ้มก่อกวนไม่แพ้กันถูกส่งไปจากแมวดำที่เริ่มเดินนำหน้าบ้างแล้วเมื่อสังเกตเห็นแสงสว่างที่ลอดเข้ามาด้วยพวกเขาเดินมาจนจวนจะถึงปลายทางเข้าไปทุกที

 

            ข้างหน้านี่เป็นด้านหน้าของหอพัก ทั้งด้านหลังและด้านข้างยังไม่พบวี่แววของกบกระดาษ หากด้านหน้ายังไม่เจอสิ่งที่ตามหา เห็นทีพวกเขาคงต้องย้อนกลับเข้าไปหาในอาคารต่อ ซึ่งอาซาเอลหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้น

 

            อุตส่าห์ทำขนาดนี้แล้ว ถ้าต้องเสียเวลาเปล่าเขาคงหงุดหงิดน่าดู

 

          เวลาส่องกระจกฉันตกใจความหล่อของตัวเองจนเบื่อแล้ว กับนายน่ะก็งั้นๆ

 

          คำตอบของคนที่เปลี่ยนมาเดินตามหลังทำเอาอาซาเอลต้องหันไปมองคนหลงตัวเอง กระนั้นก็ไม่มีใครว่าใครได้ด้วยต่างก็มั่นอกมั่นใจในรูปลักษณ์ของตนเองไม่ต่างกัน

           

            อาซาเอลถอนหายใจเบาๆก่อนจะตัดสินใจดึงบทสนทนาให้กลับมาจริงจังอีกหน

 

          แล้วเริ่มจำได้เมื่อไร

 

          มินาคัสนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง จริงๆแล้วเขาก็ไม่มั่นใจว่านึกเอะใจตอนไหน ว่าหนุ่มรูปงามที่มีเสน่ห์เหลือร้ายในงานเลี้ยงหลังการทดสอบนั่นเป็นคนเดียวกับเด็กผู้โชคร้ายที่เขาเคยรู้จัก

 

          ตอนได้ยินชื่อ

          แต่ก็มามั่นใจหลังจากนั้นนิดหน่อย

 

          ตอนไหน

 

          ไม่รู้สิ แค่พอมองนายแล้ว ก็มีภาพของเด็กคนหนึ่งซ้อนขึ้นมา

          คำตอบของมินาคัสทำให้อาซาเอลชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองหน้าคู่สนทนาตรงๆ

 

            ภาพซ้อนคำนี้หรือเปล่านะที่ทำให้เขานึกถึงใครบางคนขึ้นมา

 

ภาพซ้อนแบบนั้น เชื่อถือได้หรือไง ฉันอาจจะไม่ใช่คนในความทรงจำของนายก็ได้

 

          มินาคัสมองอีกคนอย่างประเมิน แววตาสั่นไหวนั่นบ่งบอกว่ามีอะไรบางอยู่ในใจอาซาเอล

 

          ถ้าเป็นคนสำคัญ ที่ติดอยู่ในความทรงจำ ยังไงเสียนายก็ต้องรู้ว่าใช่หรือไม่ใช่

          เว้นเสียแต่ว่า นายไม่อยากเชื่อว่าใช่

 

          อาซาเอลหรี่ตาจับผิดมินาคัสอีกหน

          ไหนบอกว่าได้เจอกันไม่นาน ทำไมฉันถึงกลายเป็นคนสำคัญในความทรงจำของนายไปเสียล่ะ

 

          ทว่าอีกคนกลับมองเลยเขาไปด้านหลัง และสายตาตื่นตระหนกที่ฉายขึ้นมาวูบหนึ่งนั่นก็ทำให้อาซาเอลต้องเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงติดจะสั่น เขาไม่กล้าแม้จะหันไปมองด้วยซ้ำว่ามินาคัสเห็นอะไร

 

          มินาคัส

 

          อาซาเอล ถอยมานี่ ช้าๆ

 

          อะไร อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ แกล้งกันหรือเปล่า

 

          ถามหยั่งเชิงเผื่อว่าอีกฝ่ายจะเล่นพิเรนหวังแกล้งกันให้ตกใจ แต่สายตาจริงจังนั่นไม่ได้โกหก

 

            มีอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลังเขา

 

          ถอยมา

 

          “จะหนีไปไหน ยอมให้จับซะดีๆเถอะน่า”

 

            เฮือก!!


            อาซาเอลสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลัง แม้เสียงจะมาจากไกลๆแต่ก็ทำเอาขวัญผวาจนตัวแข็งทื่อ ลำบากมินาคัสต้องคาบหลังคอลากเข้ามาหลบในมุมมืดของกำแพง

 

            โชคยังดีที่พวกนั้นไม่สังเกตเห็นพวกเขาด้วยกำลังง่วนอยู่กับการตีกรอบล้อมจับเหยื่อตัวจ้อยผู้น่าสงสาร ถ้าจังหวะเมื่อครู่มินาคัสไม่สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของพวกนั้นเสียก่อน อาซาเอลคงเดินทะเล่อทะล่าเข้าไปเป็นเหยื่ออีกตัวอย่างไม่ต้องสงสัย

 

            แมวป่าลอบมองออกไปด้านนอกด้วยท่าทีระวังภัย ด้วยกลุ่มคนที่ไล่ต้อนสุนัขบีเกิ้ลตัวน้อยอยู่ด้านนอกนั้นหน้าตาคุ้นจนรู้กันดีว่าไม่ควรโผล่ออกไปให้อีกฝ่ายเห็นตอนนี้

 

            ฝูงหมาป่าของคาดิเนียล

 

            อาการถอนหายใจยาวของมินาคัสดึงให้อาซาเอลที่เพิ่งได้สติอดไม่ได้ที่จะแทรกตัวเข้าไปแอบมองฝูงนักล่าด้วยคน และภาพที่เห็นก็ทำเอาแมวดำขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์

 

            เจ้าของเสียงเมื่อครู่คือฮาบัส ไฮบ์ร่างสูงเจ้าของเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยกลั้วหัวเราะยามเมื่อกระโดดไปขวางหน้าสุนัขบีเกิ้ลสีเข้มที่หยุดวิ่งไม่ทันจึงเสียหลักกลิ้งคลุกฝุ่นเป็นที่น่าขบขันของฝูงหมาป่า

 

            ทว่าสำหรับเขาและอาซาเอลแล้ว ภาพนั้นทำให้ขำไม่ออก

 

            บีเกิ้ลตัวนั้นไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของใครสักคนในหอพักนี้เป็นแน่ หากแต่เป็นนักเรียนคนหนึ่งของที่นี่ ด้วยเสียงสบถดังลั่นของเจ้าตัวที่หัวเสียไม่น้อยกับการโดนรุมล้อมไปด้วยไฮบ์หมาป่าที่กำลังสนุกกันเสียเต็มประดากับการไล่ต้อนเขาในขณะนี้

 

            ยิ่งเจ้าตัวน้อยโวยวายมากเท่าไร เสียงหัวเราะยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น

 

พวกนั้นคิดจะทำอะไรกับทรานส์คนนั้นกันแน่

           

หากไม่มีมินาคัสที่มองมาด้วยสายตาเรียบนิ่งและส่ายหน้าช้าๆเป็นการห้ามปราม อาซาเอลคงจะกระโจนออกไปข่วนหน้าพวกไฮบ์นิสัยเสียนั่นแล้ว

 

            ยิ่งเห็นว่าเป็นพวกเพื่อนของคาดิเนียล ยิ่งน่าหงุดหงิด

 

            พูดเสียเต็มปากว่าไม่ใช่ไฮบ์ที่ชอบรังแกทรานส์ แล้วทำไมถึงปล่อยให้ลูกฝูงมาทำอะไรหยาบคายแบบนี้

 

            รอดูไปก่อน พวกนั้นไม่ได้เอาจริง

 

          เสียงทุ้มที่ดังก้องในหัวทำให้คนที่อารมณ์เริ่มจะเดือดดาลต้องข่มใจแล้วมองภาพตรงหน้าโดยลดอคติลงไปครึ่งหนึ่ง จึงได้เห็นว่าสีหน้าของเหล่าไฮบ์ทั้งสามนั้นไม่ได้มีท่าทีคุกคามบีเกิ้ลแต่อย่างใด

 

            มีเพียงแววแห่งความขบขันและนึกสนุก

 

            ราวกับกำลังแกล้งเพื่อน

 

            “ให้ตายสิไอ้พวกบ้า ทำไมมาล่ากันเองแบบนี้เล่า”เสียงโวยวายจากสุนัขตัวน้อยในวงล้อมของไฮบ์สามคนทำให้อาซาเอลมั่นใจว่าทรานส์ที่อยู่ตรงนั้นคงเป็นใครสักคนในกลุ่มคาดิเนียลไม่ผิดแน่

 

            ทว่าเป็นใครกันเล่า

 

            ฮาบัส อัย และซากานต่างก็กำลังดักหน้าดักหลังสุนัขตัวน้อยกันอยู่ ส่วนคาดิเนียล ก็คงจะหลับอยู่บนรังนกที่อาซาเอลจากมา งั้นหมาน้อยตรงนั้นก็เป็นใครอื่นไปไม่ได้ นอกจาก อูจีส เด็กหนุ่มผิวเข้มเจ้าของเขี้ยวที่มุมปากและเสียงหัวเราะที่มักจะดังกว่าใครเพื่อน แม้ปกติเขาจะเดินอยู่หลังสุดของกลุ่มแต่อาซาเอลจำสายตาคมกริบของเขาได้ดี อูจีสมองทุกคนที่เข้าใกล้คาดิเนียลด้วยสายตาไม่เป็นมิตร อาจเป็นปกติของการระวังภัยให้จ่าฝูงของตน

 

            ที่จดจำสายตาคมๆของอูจีสได้ก็เป็นเพราะอาซาเอลเอาแต่ปะทะคารมและแสดงอาการเหมือนจงเกลียดจงชังจ่าฝูงของเขาเสียตลอดเวลา

 

            “ก็จับพวกเดียวกันเองมันสบายใจกว่านี่ ฉันไม่อยากไปทำให้คนอื่นเจ็บตัวหรอกนะ”อัยเอ่ยกลั้วหัวเราะขณะค้อมตัวลงไปขยี้หัวของบีเกิ้ลหนุ่มที่นั่งนิ่งอย่างหัวเสียเพราะรู้ดีว่าหนีไปก็ไร้ประโยชน์ “ยิ่งเป็นนายด้วยแล้ว ต่อให้ต้องลงมือจริงจัง ฉันก็ไม่เกรงใจหรอก”

 

            น้ำเสียงเย็นชาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มยังไม่น่ากลัวเท่าแววตาวาวโรจน์ที่จงใจแสดงให้อูจีสเห็นเพียงคนเดียว

         

          ซากานกับฮาบัสลอบมองหน้ากันอย่างรู้นัยแฝงในคำพูดของอัย ก่อนที่ฮาบัสจะยิ้มเยาะใส่ซากานด้วยคนตัวเล็กกว่าก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะทำหน้าเบื่อหน่ายสถานการณ์แบบนี้ได้

 

            เรื่องรักสามเศร้าน่ะเป็นประเด็นร้อนแรงในฝูงของเขาเสมอนั่นแหละ นับเป็นโชคดีของฮาบัสที่ไม่ต้องมาเจอเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาอะไรแบบนั้น

 

            คนรักของเรา กลายเป็นเขี้ยวของเพื่อน

 

            อยากขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้เขาเป็นผู้รอดพ้นเพียงหนึ่งเดียวในฝูงจากสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั่น

 

ทั้งๆที่ใครต่อใครก็มองว่าฝูงหมาป่าของคาดิเนียลแข็งแกร่งและสามัคคีกันเหลือเกิน ทว่ากลับมีแผลฉกรรจ์บนความสัมพันธ์ของพวกเขาที่ให้ใครรู้คงไม่ดีสักเท่าไร

 

            “พาเขี้ยวของคนอื่นออกมาเตร็ดเตร่ตอนกลางคืน ไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือไงอูจีส”อัยยังคงเอ่ยกับเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแววตาร้ายกาจ ซึ่งอูจีสที่อยู่ในร่างแปลงก็หาได้หวาดหวั่น กลับจ้องตอบด้วยสีหน้าที่กวนอารมณ์ไม่น้อยแม้อยู่ในร่างสัตว์ตัวจ้อยแสนน่ารักแบบนี้

 

            “แค่ว่าที่เขี้ยว อย่าหวงก้างนักเลยน่าอัย อีกอย่างเขาก็ตามฉันออกมาเอง และเราก็แค่มาทำภารกิจ มันคงจะจบด้วยดีถ้าไม่ใช่เพราะนายพาลแล้วพาพวกบ้านี่มาไล่กวดฉัน”

 

            “ฉันก็ไม่ได้พาลอะไรนี่ พวกเราก็มาทำภารกิจเหมือนกัน”คำพูดที่มาพร้อมรอยยิ้มเหยียดบนริมฝีปากอัยไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้เพียงอูจีส แต่คนที่แอบฟังอยู่ก็หันมองหน้ากันอย่างสับสน

 

            อาซาเอลและมินาคัสไม่อยากยุ่งกับความสัมพันธ์ภายในกลุ่มที่ดูจะไม่ได้ดีอย่างที่ใครๆเห็น แต่คำว่าภารกิจของอัยก็เรียกความสนใจไปจากทรานส์ทั้งสองได้เป็นอย่างดี

 

            บางที ระหว่างที่ทรานส์ทำภารกิจเพื่อเข้าชั้นเรียนกันอยู่นี้ ไฮบ์ก็อาจจะมีภารกิจลับของตัวเองเหมือนกันก็เป็นได้

 

            แล้วเจ้าหมาบ้านั่นเอาแต่นอนอุตุระหว่างที่คนอื่นทำภารกิจกันงั้นรึ

 

            อาซาเอลสะบัดหัวไล่ความคิดตัวเอง นึกหงุดหงิดที่ดันมานึกถึงคาดิเนียลในสถานการณ์แบบนี้เสียได้

 

            มินาคัสเห็นอาการประหลาดของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ใช้ขาหน้าตะปบลงกลางหน้าผากให้อีกคนหยุดสะบัดหัวเสียที ด้วยคำถามของอูจีสนั้นตรงกับข้อสงสัยของเขา และเขาก็อยากมีสมาธิในการแอบฟังคำตอบมากกว่าการยืนมองเพื่อนของเขาสะบัดหัวเหมือนแมวเป็นเห็บ

 

            “ภารกิจอะไร”

           

            “ล่าทรานส์”ซากานที่ยืนเงียบอยู่นานหยิบอะไรบางอย่างออกมาก่อนจะโยนมันใส่หน้าอูจีส ฉับพลันบีเกิ้ลตัวน้อยก็กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มที่อาซาเอลและมินาคัสคุ้นตา

 

            “เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย”คนที่เพิ่งกลับคืนร่างมนุษย์อย่างไม่ทันตั้งตัวหยัดตัวยืนขึ้นก่อนจะก้มมองแขนขาตัวเองกับหน้าเพื่อนสลับกันอย่างตกตะลึง ในขณะที่ซากานก้มลงเก็บบางอย่างที่อาซาเอลและมินาคัสเห็นได้ไม่ชัดนักขึ้นจากพื้น มันมีลักษณะเหมือนกระดาษสีดำที่พับเป็นอะไรสักอย่าง

 

            บางทีอาจจะเป็นจดหมายภูต

แล้วทำไมจดหมายภูตถึงทำให้ร่างแปลงของอูจีสหายไปแบบนั้น

 

            “โอ้ย”

 

            เสียงร้องของอูจีสดึงความสนใจของทรานส์ทั้งสองไปจากสิ่งของในมือซากาน ด้วยบีเกิ้ลหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ในร่างมนุษย์ปกติหมายจะก้าวเข้าไปดูของในมือซากานให้ชัดๆ แต่แข้งขาที่อ่อนแรงจากการถูกบังคับให้คืนร่างก็ไม่อำนวยเอาเสียเลย ตอนนี้เจ้าตัวเลยลงไปคลุกฝุ่นอีกหน จนกระทั่งอัยต้องยื่นมือเข้าไปช่วยฉุดให้ลุกขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจากมุมไหนก็รู้ว่ายังขุ่นเคืองใจอยู่แต่ก็อดช่วยไอ้คนไม่เจียมสังขารไม่ได้เหมือนกัน

 

            “หมอนี่เป็นเหยื่อของฉันนะซากาน นายชุบมือเปิบแบบนี้ไม่ดีเลยนะ”อัยหันไปชักสีหน้าใส่ซากานที่ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับถ้อยคำค่อนขอดของเพื่อน

 

            “นายไม่ได้ล่าเขาคนเดียวเสียหน่อย เรื่องแบบนี้ใครเร็วใครได้อยู่แล้วน่าอัย ฉันอยากกลับไปนอนมากกว่ามายืนมองพวกนายเถียงกันทั้งคืน”ซากานไหวไหล่แบบที่ทำให้อัยอารมณ์เสียกว่าเก่า

 

            “ให้ตายสิ แล้วแบบนี้ฉันสองคนจะทำยังไงล่ะวะ ไม่อยากไปวิ่งไล่ใครแล้วนะ ง่วง”ฮาบัสเอ่ยอย่างหัวเสียขณะที่มือก็ยกขึ้นขยี้ผมเสียจนยุ่งเหยิง ใบหน้าหล่อเหลายับยู่เพราะนึกรำคาญใจกับภารกิจที่ไม่มาเสียเช้าตรู่ก็มาตอนดึกดื่น ไม่เกรงอกเกรงใจกันบ้างเลย

 

            “ตกลงว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมฉันแปลงกลับเป็นร่างสัตว์ไม่ได้”อูจีสที่พยายามแปลงกลับเป็นร่างบีเกิ้ลเอ่ยเสียงกร้าว เขาเองก็อยากรีบทำภารกิจให้เสร็จแล้วกลับไปนอนไม่ต่างกับคนอื่นๆ

 

            “ภารกิจของนายคืออะไรไม่รู้หรอกนะ แต่ภารกิจของพวกเราคือล่าทรานส์ที่ออกมาเตร็ดเตร่ในคืนนี้ ถ้าจดหมายภูตรูปเหยี่ยวนี่สัมผัสโดนทรานส์คนไหนมันจะทำให้ทรานส์ในร่างแปลงกลับคืนสู่ร่างมนุษย์  ในทางกลับกันก็ทำให้ทราน์ในร่างมนุษย์เปลี่ยนเป็นร่างแปลงจนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น พร้อมบันทึกชื่อของทรานส์คนนั้นเอาไว้ในจดหมาย”อัยเอ่ยเสียงเรียบ

 

            “พูดง่ายๆว่าทรานส์คนนั้นจะโดนเปิดเผยตัวตน ส่วนพวกฉันก็ได้กลับไปนอน”ฮาบัสเอ่ยสรุปในขณะที่อ้าปากหาวหวอด

 

            “แล้วนี่ฉันยังทำภารกิจต่อได้ไหมเนี่ย”ทรานส์หนึ่งเดียวในบทสนทนาถามด้วยใบหน้ายับยู่ เพราะหากเขาไม่ได้เข้าเรียนในชั้นเรียนนี้ก็ไม่รู้จะโดนบทลงโทษอะไรตามมาหรือไม่

 

            ฟู่~

 

            อูจีส หมดสิทธิ์

 

          สิ้นประโยคคำถามของทรานส์หนุ่มจดหมายภูตก็จุดตัวเองเป็นเพลิงสีน้ำตาลเข้มพร้อมเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นเป็นประโยคที่ทำให้เจ้าของชื่ออยากทรุดลงไปนอนบนพื้นอีกสักรอบ

 

            “ก็ตามนั้นล่ะนะ”ซากานไหวไหล่ก่อนจะยืดตัวไล่อาการเมื่อยขบ “เอาล่ะ งั้นฉันไปนอนก่อนนะ พวกนายก็พยายามเข้าล่ะ”

 

            ประโยคบอกลาแสนน่าหมั่นไส้นั่นได้รับการแยกเขี้ยวจากเพื่อนที่เหลือเป็นการตอบแทน ซากานเดินกลับเข้าไปในหอพัก ตามด้วยอูจีสที่ลากขาตามไปอย่างอ่อนแรง เหลือเพียงฮาบัสกับอัยที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตัดสินใจออกตามหาเหยื่อใหม่

 

            โชคดีที่ไฮบ์ทั้งสองเดินไปคนละทางกับที่ทรานส์สองคนหลบอยู่

 

            เพราะเพียงแค่ได้ยินภารกิจของเหล่าไฮบ์ ทรานส์ทั้งคู่ก็พาลเหงื่อกาฬชุ่มไปทั้งตัวแล้ว

 

            ไม่ว่าไอ้จดหมายภูตรูปเหยี่ยวนั่นจะเป็นผลงานของใคร แต่มันแสนจะอันตรายสำหรับทรานส์ที่การปกปิดตัวตนสำคัญเทียบเท่าชีวิต

 

            ซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่าอำนาจของมันรุนแรงเพียงใด เปลี่ยนร่างสัตว์ให้เป็นมนุษย์อาจไม่ได้น่าหวาดหวั่นเท่าการเปลี่ยนร่างมนุษย์ให้เป็นร่างสัตว์

 

            ถ้ามันมีอำนาจมากพอจะเปลี่ยนพวกเขาเป็นร่างลอสสมบูรณ์แล้วล่ะก็

 

            คิดมาถึงตรงนี้ทั้งมินาคัสและอาซาเอลต่างก็ลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดฝืนโดยมิได้นัดหมาย

 

            ไปกันเถอะ อยู่แถวนี้คงไม่ปลอดภัย

 

          เสียงของมินาคัสเรียกสติที่แตกกระเจิงของอาซาเอลให้กลับเข้าที่เข้าทาง

 

            ไปไหนล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ว่าตรงไหนก็อันตรายทั้งนั้นแหละ

 

          !!

 

            อาซาเอลสะดุ้งอีกหนเมื่อพุ่มไม้ที่อยู่อีกฟากของถนน ทางฝั่งสวนหน้าหอพักกำลังสั่นไหว แรงสั่นทำเอาต้นสนต้นเตี้ยที่อยู่ติดกันไหวตามไปด้วย และก่อนที่อาซาเอลจะทันได้หันไปถามความคิดเห็นของคนข้างๆก็พบว่ามินาคัสออกตัวกระโดดเข้าหาพุ่มไม้นั่นก่อนแล้ว แมวดำจึงทำได้เพียงก้าวตามไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ระแวงว่าใครจะมาเห็นก็ระแวง หวั่นใจกับอะไรบางอย่างในพุ่มไม้ก็หวั่นใจ ท่าทางของอาซาเอลในตอนนี้จึงน่าขำเสียจนมินาคัสที่ยืนมองอยู่จากอีกฝั่งได้แต่ถอนหายใจ

 

            มีอะไรอยู่ในนั้นน่ะ

 

          แมวดำเอ่ยถามขณะที่ขยับไปอยู่ด้านหลังของเพื่อนสนิท ไม่ได้กลัวหรอกนะ เขาเรียกว่ารอบคอบต่างหาก ถ้าในนั้นเป็นงูขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า

 

            คนหมายถึง ทรานส์น่ะ

 

          เป็นอันรู้กันว่าทรานส์สักคนแปลงเป็นอะไรสักอย่างและหลบอยู่ในนั้น เสียงเบาๆที่ลอดออกมาคล้ายเสียงสะอื้น และนั่นทำให้อาซาเอลรู้สึกหลอนอยู่หน่อยๆหากไม่ใช่เพราะมินาคัสเป็นผู้รักษาสมดุลและอาจสัมผัสได้ถึงตัวตนของทรานส์คนนั้น เขาคงคิดว่ากำลังโดนผีหลอกอยู่เป็นแน่

 

            “ขอโทษนะ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”เสียงทุ้มที่ดังออกจากปากของแมวป่าสีสนิมทำให้อาซาเอลเลิกคิ้วใส่เพื่อนสนิท

 

            ไหนบอกห้ามใช้เสียงพูดไงล่ะ

 

            เขากำลังกลัว ไม่ยอมรับเทเลพาธีจากฉัน

 

          มินาคัสสัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่กำลังปั่นป่วนเพราะความหวาดกลัวของทรานส์คนนี้ จึงเลือกที่จะใช้เสียงพูดเพื่อปลอบประโลมอีกฝ่ายมากกว่าการฝืนเทเลพาธีทั้งที่อีกฝ่ายไม่พร้อมจะเปิดรับมัน

 

            “พวกคุณเป็นใคร”เสียงสะอื้นจากด้านในฟังดูอู้อี้จนแทบไม่เป็นคำ

 

            “พวกเราเป็นทรานส์เหมือนคุณ มีอะไรให้ช่วยไหม”อาซาเอลต้องยอมรับจริงๆว่าเสียงของมินาคัสยามเมื่อต้องการปลอบโยนใครสักคนนั้นชวนใจเต้นแรงเหลือเกิน เขาเองก็เจอมากับตัวแล้วหลายหน ครั้งนี้คนในพุ่มไม้ก็คงไม่รอดตกบ่วงพ่อพระจอมปลอมนี่ไปอีกคน

 

            ที่บอกว่าจอมปลอมก็เพราะอาซาเอลเคยเห็นสายตาที่มินาคัสมองแจนิวาลมาแล้วน่ะสิ

 

            ไม่มีพ่อพระที่ไหนมองเพื่อนด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แบบนั้นกันหรอก

 

            “ผมกลัว”

 

            เสียงสั่นเครือของคนด้านในพุ่มไม้ทำให้มินาคัสลังเลที่จะเดินเข้าไปประชิดตัว เกรงว่าอีกฝ่ายจะวิ่งเตลิดไปเจอไฮบ์เข้าจะแย่ไปกันใหญ่

 

            “ไฮบ์พวกนั้นไปกันหมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะเข้าไปหานายนะ ไม่ต้องกลัว”

 

            เป็นอาซาเอลที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆและค่อยๆมุดหายเข้าไปในพุ่มไม้โดยไม่สนใจขาหน้าที่ตะปบห้ามของมินาคัส

 

            ด้านในพุ่มไม้ว่างเปล่า อาซาเอลขนลุกซู่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าเขาอาจเจอสิ่งลี้ลับเข้าให้เสียแล้ว ทว่าเมื่อเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยจนถึงโคนต้นสนที่อยู่ติดกันก็พบว่าโคนต้นไม้นั้นมีโพรงเล็กๆอยู่

 

            เสียงขยับตัวดังลอดออกมาจากโพรงนั้น  จนกระทั่งอาซาเอลยื่นหน้าเข้าไปด้านในที่มืดทึบ ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ในร่างแมวเขาก็คงไม่เห็นว่าสุดผนังโพรงแคบๆนี้มีก้อนอะไรบางอย่างสีขาวสะอาดขดตัวอยู่

 

            ดูจากหูที่โผล่ออกมานั่น

 

            กระต่าย

 

            “เฮ้ ไหวไหมเนี่ย”เอ่ยถามด้วยเสียงเบาราวกระซิบขณะที่แตะลงเบาๆบนหางปุกปุยของอีกฝ่าย

 

            “ช่วยด้วย”กระต่ายตัวน้อยหันมาเพียงเสี้ยวหน้าก็มากพอให้อาซาเอลเห็นว่าอีกฝ่ายร้องไห้จนขนนุ่มเปียกชุ่มไปหมด แมวหนุ่มทำได้เพียงขยับเข้าไปใกล้อีกนิดแล้วใช้อุ้งเท้านุ่มๆปาดหยดน้ำตาให้ เอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มแบบที่หญิงสาวคนไหนได้ยินก็คงหลงใหลได้ปลื้มไปกับความอ่อนโยนนี้ “ไม่เป็นไรแล้วนะ อย่าร้องไห้เลย”

 

            ไอ้เรื่องการใช้เสน่ห์แพรวพราวเข้าหาคนอื่นเขาเองก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ามินาคัสหรอกนะ

 

            “ฉันทำให้อูจีสโดนจับได้”แม้น้ำตาจะหยุดไหลแล้วแต่อีกฝ่ายก็ยังเอ่ยด้วยเสียงปนสะอื้น

 

            “นายมากับเขาหรอ”เอ่ยถามขณะมองสำรวจอีกคนอย่างตั้งใจและพยายามนึกให้ออกว่าคนๆนี้เป็นใครกันแน่

 

            ร่างแปลงเป็นกระต่ายขาว ดวงตาสีแดงสด เสียงค่อนข้างแหลม หากแต่ไม่มีรอยตำหนิอื่นที่บ่งบอกตัวตน ถ้าเป็นคนที่รู้จักใกล้ชิดกับกลุ่มของคาดิเนียล เขาก็น่าจะเคยเห็นมาบ้าง

 

            ใครกันนะคนที่ดูอ่อนแอบอบบางเช่นนี้

 

            “ฉันตามเขาออกมา”เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่ต่างอะไรกับร่างกายเล็กๆที่ยังสั่นไม่หยุด จนอาซาเอลอดคิดไม่ได้ว่าคนๆนี้อยู่รอดมาจนถึงตอนนี้ได้อย่างไรกัน

 

            คำพูดของกระต่ายขาวทำให้อาซาเอลนึกถึงบทสนทนาของเหล่าหมาป่าที่ได้ยินเมื่อครู่

 

            บางทีคนๆนี้อาจเป็นคนเดียวกับที่อัยและอูจีสพูดถึง

 

            ว่าที่เขี้ยวของอัย

 

            “มาเถอะ เราต้องตามหากบกระดาษให้เจอแล้วจบเรื่องนี้กันสักที เสร็จแล้วค่อยไปขอโทษอูจีสนะ”เอ่ยพลางลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ กระต่ายขาวพยักหน้าก่อนที่จะเอ่ยประโยคที่ทำให้อาซาเอลอยากจะโห่ร้องด้วยความดีใจออกมาดังๆ

 

            “ฉันกับอูจีสเจอกบแล้วล่ะ นี่ไง”

 

            สิ่งที่อยู่ในอุ้งมือเล็กๆของกระต่ายน้อยคือกบกระดาษ ซ้ำไม่ได้มีเพียงตัวเดียว แต่มีถึงสองตัว

 

            “เขาบอกว่าถ้าฉันเข้าเรียนพร้อมเขา อัยจะโกรธ ก็เลยพยายามหาตัวที่สองให้เจอ แต่ยังไม่ทันได้จูบมันก็เจอกับพวกอัยซะก่อน ถ้า ฮึก ถ้าอูจีสเข้าเรียนโดยไม่สนใจฉัน เขาก็คงไม่โดนจับได้”ท่ามกลางความดีใจจนเนื้อเต้นของอาซาเอล กระต่ายน้อยก็เริ่มสะอึกสะอื้นอีกครั้ง และดูเหมือนแมวดำจะดีใจจนลืมตัวเกินไปหน่อย ครั้งนี้เขาจึงดึงกระต่ายอวบเข้ามากอดเสียเต็มแรงพร้อมเอ่ยปลอบรัวเร็วโดยไม่สนใจเลยว่าคนในอ้อมแขนนิ่งค้างไปเสียแล้ว

 

            “ไม่เป็นไรหรอก จริงๆนะ อูจีสไม่โทษนายหรอก”

 

            เป็นเรื่องดีเสียอีกที่หมอนั่นโดนจับได้ เพราะงั้นกบที่เหลือจึงไม่มีประโยชน์สำหรับกระต่ายคนนี้ แต่มีประโยชน์แน่นอนสำหรับเขา

                       

          คิดมาถึงตรงนี้อาซาเอลก็รู้สึกว่าตัวเองร้ายกาจที่ไม่เห็นใจอูจีสเอาเสียเลย

 

            ก็นะ

 

            เขาดันเป็นหมาป่านี่นา

 

            อาซาเอลน่ะ ไม่เห็นใจพวกหมาป่าหรอกนะ

 

            “ขอบใจนะ ที่ช่วยปลอบ”กระต่ายน้อยดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของแมวดำ น้ำตาพลันหยุดไหลเพราะตกใจกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำเมื่อครู่ และประโยคถัดมาของคนตรงหน้าก็ทำให้อาซาเอลยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่อยู่ “ฉันยกอีกตัวนึงให้นายละกัน เพราะยังไงก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว”

 

          “ขอบใจนายมากเลย ช่วยฉันได้มากเลยล่ะ”รับกบกระดาษมาโดยคาบส่วนที่เป็นหลังกบเอาไว้ เพราะเกรงจะกลายเป็นการจุมพิตไปก่อนที่จะได้ออกไปหามินาคัส เท่านี้พวกเขาสองคนก็จะได้เข้าเรียนโดยไม่ต้องเสี่ยงเจอกับพวกไฮบ์แล้ว

 

            “งั้นฉันไปเข้าเรียนก่อนนะ”จบประโยคกระต่ายขาวก็บรรจงจุมพิตกบกระดาษแบบที่ทำเอาอาซาเอลเผลอทำหน้าบูดเบี้ยวเมื่อคิดว่าอีกไม่กี่นาทีตนเองก็ต้องทำอะไรพิลึกพิลั่นเช่นนี้เหมือนกัน

 

            แสงสีเขียวจางๆสว่างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะหายไปพร้อมกับร่างของกระต่ายขาว

 

            แมวดำมุดลอดออกจากพุ่มไม้ด้วยใบหน้ายิ้มร่าจนคนที่ยืนรออยู่ด้านนอกย่นหัวคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

            เพื่อนของเขาชักจะอาการหนักไปกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายชอบกล

 

คนด้านในไม่เป็นไรแล้วหรือ

 

เขาเข้าชั้นเรียนไปแล้วล่ะ

 

เอ่ยตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

เขามีกบงั้นรึ

 

อาซาเอลพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตาสีเหลืองพราวระยับราวกับรอคอยให้เพื่อนสนิทเอ่ยถามสักทีว่าเขาเป็นอะไร

 

มินาคัสเห็นท่าทางลุ้นให้ถามแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ อยากจะแกล้งให้ขาดใจตายอยู่หรอก แต่คืนนี้พวกเขาเสียเวลามามากแล้ว ถ้าไม่ทำให้อาซาเอลกลับมาเป็นปกติเห็นทีคงทำภารกิจต่อกันไม่ได้

 

มีอะไรอยากเล่าก็เล่ามาสิ ทำหน้าพิลึกทำไม

 

อาซาเอลหน้าบูดบึ้งไปวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาร่าเริงอีกครั้ง ไม่ว่าอะไรก็ทำให้อาซาเอลในตอนนี้อารมณ์เสียไม่ได้ นอกเสียจากว่ามีใครขโมยกบกระดาษที่เขาเหน็บไว้ตรงอุ้งเท้าไปเท่านั้น

 

นายนี่ติดนิสัยปากร้ายมาจากแจนิวาลรึไง ถามให้มันดีๆสมกับเป็นเทพบุตรมินาคัสอย่างที่ใครๆเขาเรียกกันหน่อยสิ

 

ฉายาลับๆที่คนในโรงเรียนใช้เรียกมินาคัสถูกหยิบยกมาล้อเลียน ถึงอย่างนั้นผู้รักษาสมดุลหนุ่มก็ทำได้เพียงถอนหายใจ เพราะยิ่งเขาโวยวายมากเท่าไร อาซาเอลและแจนิวาลก็สนุกกับการล้อเลียนเขามากเท่านั้น

 

          ถ้านายไม่มีอะไรสำคัญ งั้นเราก็ไปหากบกันต่อเถอะ

 

          เอ่ยอย่างเหนื่อยใจก่อนจะออกเดินนำไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเสียงของอาซาเอลดังขึ้นในหัวอีกหน

 

            ฉันไม่หา

 

          หมายความว่าไง จะทิ้งภารกิจงั้นหรือ ไม่ได้นะอาซาเอล

 

          มินาคัสหันกลับมาอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่อาจปล่อยให้อาซาเอลละทิ้งชั้นเรียนนี้ไปได้ด้วยคำสั่งจากเทนไฮม์ หากต้องบังคับขู่เข็ญกันก็คงต้องทำ ไม่งั้นคงเป็นเขาเองที่โดนเทนไฮม์ลงโทษในภายหลัง แม้ไม่มีคำสั่งจากอดีตผู้รักษาสมดุล เขาก็ไม่เห็นด้วยที่จะละเลยชั้นเรียนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทรานส์อย่างอาซาเอล

 

            ใจเย็นก่อนสหาย เห็นฉันเป็นเด็กไม่ดีหรือไงกันเนี่ย

 

          น้ำเสียงยียวนของอาซาเอลไม่ได้ช่วยให้คิ้วที่ขมวดเป็นปมของมินาคัสคลายลง ตอนนี้มินาคัสทำหน้าน่ากลัวเสียจนอาซาเอลต้องหยุดก่อกวนก่อนที่จะโดนดุจริงจัง

 

          เอาล่ะ ไม่กวนใจนายแล้วก็ได้ ฉันไม่ได้จะละทิ้งภารกิจนะ แต่เพราะภารกิจเราสำเร็จแล้วต่างหากเล่า

 

          แมวดำยกขาหน้าขึ้นเพื่อให้มินาคัสเห็นกบกระดาษที่เหน็บอยู่ระหว่างนิ้วสั้นๆของอาซาเอล และนั่นก็ทำให้มินาคัสเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ

 

            เอามาจากไหนน่ะ

 

          คนในพุ่มไม้นั่นให้มา เขามีสองตัว

 

          มินาคัสถอนหายใจยาวราวได้ยกภูเขาออกจากอก เขาคิดว่าค่ำคืนนี้จะหนักหน่วงกว่านี้เสียอีก หากจบลงง่ายๆแบบนี้ก็นับเป็นโชคดีของเขาแล้ว

 

            รีบๆจูบมันซะสิ จะได้จบภารกิจเสียที

 

          อาซาเอลวางขาหน้าลง สีหน้าของแมวดำทำให้มินาคัสต้องกลั้นหายใจอีกหน

 

            มาอีกแล้ว

 

            ไอ้แววตาอยากรู้และต้องรู้ให้ได้แบบนี้

 

          ตอบคำถามของฉันก่อน

 

          ให้ตายสิพับผ่า

 

          คำถามอะไร

 

          ทำไมฉันถึงเป็นคนสำคัญล่ะ เราไม่ได้รู้จักกันเพียงผิวเผินหรอกรึ

 

          มินาคัสถอนหายใจอีกหน ดูเหมือนวันนี้เขาจะถอนหายใจบ่อยเกินไปแล้ว

 

          ปู่ของฉันรักษานายก็หลายปี จะว่าผิวเผินก็ดูจะเกินไปหน่อย

 

          ถึงขนาดติดตรึงอยู่ในความทรงจำเลยรึ

 

          อาซาเอลไล่ต้อน

 

          นี่อยากได้คำตอบแบบไหนกันแน่

          อยากให้ฉันบอกว่า อ้อ เพราะฉันตกหลุมรักนายตั้งแต่แรกพบ งั้นรึ

          ตอนนั้นนายเป็นแค่เด็กตัวกระเปี๊ยก ฉันไม่หลงเสน่ห์เด็กหรอก

 

แกล้งเปลี่ยนประเด็นและดูเหมือนจะได้ผลเมื่ออาซาเอลเบะริมฝีปากอย่างหมั่นไส้ แม้คำที่พูดออกไปจะทำให้ตัวเองจุกในอกอยู่ไม่น้อยก็ตาม

 

เพราะเขาน่ะเคยหลงเสน่ห์เด็กตัวกระเปี๊ยกเข้าจริงๆ

 

          พูดเหมือนนายเป็นผู้ใหญ่นักหนาตอนเจอกัน ฉันกับนายก็อายุไล่เลี่ยกันมิใช่รึไง

 

          มินาคัสเหยียดรอยยิ้มมีเลศนัยเมื่อได้ยินสิ่งที่อาซาเอลเอ่ยเยาะเขา

 

          คิดว่างั้นหรือ

 

          ผู้รักษาสมดุลมีอัตราการเจริญเติบโตต่างจากมนุษย์ทั่วไป พวกเขาต้องเติบโตให้เร็วที่สุดเพื่อเตรียมตัวรับมือกับอักขระสาปที่จะปรากฏขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวดแสนสาหัสซึ่งเด็กทารกไม่อาจต้านทานไหว เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ ในช่วงแรกเกิดพวกเขาเติบโตเร็วไม่ต่างจากสัตว์ที่ลืมตาดูโลกพร้อมกับความพยายามที่จะลุกยืนและออกวิ่ง การเจริญเติบโตจะกลับมาเป็นปกติเมื่อพวกเขารอดชีวิตจากอักขระสาปที่ปรากฏอย่างสมบูรณ์

 

            หากทนต่อความเจ็บปวดนั้นได้ ก็ได้รับโอกาสในการมีชีวิตต่อ

 

            มินาคัสนั้นได้รับอักขระสาปก่อนเจออาซาเอลหนึ่งปี เช่นนั้นแล้วตอนเขาเจออาซาเอลที่ยังเป็นทารก ตัวเขากลับไม่ต่างอะไรกับเด็กวัยสิบสองหรือสิบสามปี ทั้งร่างกายและสติปัญญา เขาจึงได้รับหน้าที่ดูแลอาซาเอลตั้งแต่แบเบาะจนพูดเจื้อยแจ้วได้

 

            เจ้าตัวยุ่งจะรู้หรือไม่ว่าเคยเรียกเขาว่า พี่มินาคัส อยู่หลายปี

 

          นี่

          ตาแก่

 

          ดูเหมือนอาซาเอลจะเข้าใจอะไรผิดสักอย่างถึงได้ทำหน้าตาประหลาดใส่เขาเช่นนี้

            อาจจะคิดว่าผู้รักษาสมดุลคงรูปร่างวัยเยาว์ไว้ได้แม้จะอายุมากแล้วก็ตาม ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ผิดนัก เพียงแต่มันใช้ได้กับผู้รักษาสมดุลที่มีเขี้ยวไม่ใช่เขา

 

 

          ให้ตายสิ รีบจูบกบนั่นเสียก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับนายนะ เจ้าเด็กดื้อ

 

          เอ่ยตัดบทก่อนที่จะเผลองับเพื่อนตัวดีเข้าสักแผล มินาคัสพยักเพยิกไปยังกบที่เท้าของอาซาเอล

 

          ก็ไปด้วยกันสิ พูดเหมือนจะให้ฉันไปคนเดียวงั้นล่ะ

 

          มินาคัสชะงักด้วยกลัวอาซาเอลจะรู้ทันว่าเขาจงใจปล่อยให้เจ้าตัวเข้าเรียนตามลำพัง

 

          เอาเป็นว่า ฉันไม่ยอมจูบเจ้านี่หรอก นายเป็นคนจูบก็แล้วกัน

 

          เลี่ยงประเด็นพลางใช้ขาหน้าแตะที่ลำตัวของอาซาเอล ด้วยหากทรานส์สองคนต้องการเข้าชั้นเรียนพร้อมกันต้องสัมผัสกันเอาไว้

 

            ทว่าทันทีที่อาซาเอลแตะริมฝีปากลงบนกระดาษ แสงสีเขียวยังมิทันสว่างวาบขึ้น มินาคัสก็กระโดดออกห่างจากอาซาเอลเสียจนแมวดำตั้งตัวไม่ทัน

 

            “นายทำอะไรน่ะมินาคัส!

 

            “ล้อกันเล่นรึไง กลับมานี่นะ!!

 

          เสียงตะโกนของแมวดำหายไปพร้อมกับร่างของอาซาเอล มินาคัสทำได้เพียงส่งสายตาขอโทษขอโพยไปเป็นอย่างสุดท้ายก่อนที่เพื่อนสนิทจะหายไปยังมิติอื่น ได้แต่หวังว่าเจ้าตัวยุ่งจะไม่โกรธเขามากนัก

 

            คราวนี้เขาก็ต้องหากบของตัวเองแล้วเข้าเรียนไปเจอหน้าอาจารย์ประจำวิชาเสียหน่อย อยากรู้เสียเหลือเกินว่าเป็นใครกันแน่ จะได้ถามให้รู้เรื่องกันไปว่าเหตุใดเทนไฮม์ต้องเจาะจงให้อาซาเอลเข้าเรียนลำพัง

 

            คนๆนั้นจะต้องเป็นหนึ่งในเหล่ากบฏอย่างไม่ต้องสงสัย อย่างไรเสียการทำความรู้จักกันเอาไว้ก็คงไม่เสียเปล่า

 



            “โอ้ะโอ เจอใครเข้าล่ะเนี่ย นายเป็นใครกันนะเจ้าแมวน้อย~”


 

            ให้ตายเถอะ!

 

            ฮาบัส!!



ขอตัดจบ 100% ตรงนี้เลยแล้วกัน ไม่งั้นมันจะกลายเป็นตอนที่ยาวเป็นมหากาพย์อีกแน่ๆเลย 55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 527 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2373 applepie13 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 04:47
    มันเป็นน่ารักไปหมดเวลาอยู่ในร่างแมว55555555555 แบบตะปบ อุ้งเท้า ขนนุ่มๆ ตาสีสวย ตัวเล็กๆ กัดหาง สะบัดหางไปมา คือน่ารักเกินเบอร์ฮืออออออออออ แล้วรักสามเศร้าของกลุ่มไฮบ์คืออูจีส อัยและก็กระต่ายน้อยจะนำพาอะไรหรือเปล่าาาา แต่ๆๆๆฮาบัสโผล่แล้ว เรือช้านนนนนน
    #2,373
    0
  2. #2157 Starduck Lee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:31
    ดีใจมากค่ะที่คุณกลับมาอัพ​ ㅠㅡㅠ
    #2,157
    0
  3. #2000 ลาลาลา (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 01:32

    เรือชั้นนนนนนนนมาแล้ววววววว

    #2,000
    0
  4. #1993 Aommma16 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 20:41
    ฮืออออออออออลุ้นนานมากว่าจะโดนทุบเรือฮาบัสรึป่าว ตอนแรกมินฮวานก็นะสบายใจและ เค้าก็น่ารัก แต่แบบฮาบัสมาแล้วววโฮรวววว แค่นี้ก็ดีใจแล้วถึงไรต์จะเตือนแล้วก็เถอะ แต่ก็ช่วยใจดีกับฮาบัสเราด้วยนะคะ555555555
    #1,993
    0
  5. #1968 lettuce.platalayleuk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:28
    โอ๊ย5555555555555555 เจ้าฮาบัส
    #1,968
    0
  6. #1964 mheeknut (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:47
    ละมินาคัสจะรอดจากฮาบัสมั้ย5555555 สู้นะลูก
    #1,964
    0
  7. #1963 mheeknut (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:47
    อ่านตอนนี้แล้วสงสารมินาคัสมากๆเลยอ่ะ เจ็บปวดมาตั้งแต่ยังเด็กเลยนะ แล้วโตขึ้นมาเป็นคนดีเพื่อชดเชยให้อาซาเอลอีก แงงงงงงงงง ฉันรักความมินองนี้ ,______,
    #1,963
    0
  8. #1901 P_Phor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 20:02
    อ่านไปก็ลุ้นไป โอ้ยยยย มินาคัสรอดมั้ยเนี่ยยย
    #1,901
    0
  9. #1875 Baee (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 20:05
    มินาคัสวิ่งลูกกก วิ่งงงง
    #1,875
    0
  10. #1868 ntknknk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 18:19
    คุณคะ!!! เรือสั่นแรงมากค่ะจังหวะนี้ ตอนแรกเราลงเรือมินฮวานแบบสบายใจแล้วนะ และแล้วคุณไรท์ก็ทำการเขย่าเรือจนได้ ให้ตายเถอะเป็นการชิปที่เหน่ยหัวใจเหลือเกินค่ะ
    #1,868
    0
  11. #1856 RealThxnB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 22:05
    สนุกกกกกกกกก ติดตามมมมม
    #1,856
    0
  12. #1847 เฌอแตมเป็นแมว (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 21:04
    แมวกอดกระต่าย 55555555 นึกภาพตามแล้วน่ารักจัง แต่มินาคัสโดนเจออ่า ฮืออออ จะหนีได้มั้ยเนี่ย ถ้าหนีไม่ได้มีหวังอาซาเอลได้ไปเรียนคนเดียวจริงๆแน่...
    #1,847
    0
  13. #1829 kkyu_trr36 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:42
    แงงงงงง ไรท์ทำเราค้างงงง รีบมาต่อตอนต่อไปให้ครบร้อยเร้วววววว
    #1,829
    0
  14. #1811 pimaya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 04:40
    บินมินใช่มั้ยคะ!! แงงง
    #1,811
    0
  15. #1792 sebartain (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 00:25
    ซากาน จัสตินป่าว แล้วดันมาเป็นเขี้ยวเนียล
    #1,792
    0
  16. #1789 JRabbit94 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 12:00
    โอยยยคุณไรท์สร้างความสับสนให้ชั้น จะฮาบัสมินาคัส หรือจะมินาคัสแจนิวาลกันล่ะเนี่ย จะหวีดก็หวีดไม่สุดค่า5555555
    #1,789
    0
  17. #1780 ;Pocky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 09:41
    รอดไม่รอดดดเจอฮาบัสสส
    สนุกมากอะ นี่นึกว่าทั้งฝูงมีแต่ไฮป์หมาป่านะเนี่ย ว้าวมาก แล้วแบบ ถ้าซากานอยู่ในจุดรักสามเศร้า(?) คนรักของซากานเป็นเขี้ยวของคาดิเนียลหรือ เดา
    #1,780
    0
  18. #1779 pa_rarin_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 22:18
    สนุกอะะะ รอนะคะไรท์สู้ๆ><
    #1,779
    0
  19. #1776 Quadpp (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 21:32
    แมวกอดกระต่าย แมวดำกอดกระต่ายขาว แงง ใจน้องง ต้องเป็นภาพที่น่ารักมากๆเลยนะ เอาหละ มินาคัสจะหนีพ้นไหม
    #1,776
    0
  20. #1761 leemy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 02:03
    เออลืมหวีด ตอนนี้น่ารักมากกกกก สัตว์เล็กสัตว์น้อยคุยกันนุ้งนิ้ง ฮื่อออออ น่ารักๆๆๆๆๆ
    #1,761
    0
  21. #1760 leemy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 02:02
    เดาผิดที่ไหนเล่าว่ามินาคัสรู้สึกอะไรกับน้องซาเอลของแม่!!!! ถึงจะอดีตก็เถอะๆๆ เห้อๆๆ พระเอกเรื่องนี้ค่าตัวแพงจริงๆค่ะ ออกมาแค่หลับแล้วก็หายไปเลย5555555 เพิ่งเคลียชีวิตตัวเองมาอ่านได้ เป็นกำลังใจให้คุณญิลนะค้าบบบบบบ. สู้ๆๆๆๆ
    #1,760
    0
  22. #1757 LeafST (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 01:09
    หง่อววววว นึกภาพแมวกับกระต่ายกอดกันแล้วรู้สึกจั๊กจี้หัวใจ น่าร้ากกกกกกกก แง้งง
    และแล้วฮาบัสก็มาเจอแมวน้อยอีกตัว ทำไงล่ะทีนี้ 5555555
    #1,757
    0
  23. #1752 lercifu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 11:59
    ความยาวคือจุดขายนะคะ!!!! โธ่~
    หยอกๆ ก็แค่อยากอ่านต่อเองค่า 5555 ตอนนี้ให้ฟีลแบบนิยายแปลเลยอะ ชอบบบบ มีจุดให้โฟกัสเรื่องมากกว่าคู่เอก แต่ไม่เบื่อเลย สนุกมากๆๆๆๆค่าา
    #1,752
    0
  24. #1751 ploychompoo.ar (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 11:31
    เป็นอดีตที่แบบว่า..บะลั่กๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,751
    0
  25. #1748 Kiimiie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 09:44
    เอ้าเวนกรรม เจอใครไม่เจอนะนี่นะ
    #1,748
    0