[AU] Produce101 - Your Canine :: เขี้ยว #nielong

ตอนที่ 12 : Chapter 10 :: ภาพวาดปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 231 ครั้ง
    24 ก.ย. 62


            เกือบเที่ยงคืน พระจันทร์เสี้ยวที่เว้าแหว่งไปเกือบครึ่งลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าอย่างโดดเดี่ยว ในคืนนี้ดวงดาวต้องหลบฉากอยู่เบื้องหลังก้อนเมฆด้วยแสงแห่งโคมรัตติกาลที่เริ่มส่องแสงนวลจ้าอาบไล้ผืนผ้าสีดำกำมะหยี่

 


            อีกไม่นานคงถึงคืนจันทร์เต็มดวง

 


            แจนิวาลเคาะนิ้วเบาๆบนปกหนังสือเล่มหนาที่หน้าปกบุด้วยผ้าสีน้ำตาลแก่ ตัวผ้าเริ่มหลุดลุ่ยตามกาลเวลา เช่นเดียวกับหน้ากระดาษที่กลายเป็นสีเหลืองของกระดาษเก่า เพียวหนุ่มต้องใช้เวลาอ่านหนังสือเล่มนี้นานร่วมสองวัน ใช่ว่ามันหนามากมาย หากแต่หมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการบรรจงพลิกหน้ากระดาษเพราะกลัวจะขาดคามือ


 

             หากทำของเก่าแก่เช่นนี้ชำรุดคงโดนอาจารย์ชาร์ลลงโทษอย่างไม่ต้องสงสัย อาจารย์หนุ่มอุตส่าห์ใจดีให้ยืมมาทั้งที หรือจะพูดให้ถูกคือทนรำคาญเขาที่รบเร้าทุกวี่วันไม่ไหวจึงให้ยืมมา


 

            หนังสือเกี่ยวกับผู้รักษาสมดุลที่แม้แต่ในห้องสมุดก็อยู่ในส่วนของหนังสือหายากที่ต้องผ่านหลายขั้นตอนจึงจะนำออกมาอ่านได้ บังเอิญเหลือเกินที่ระหว่างบทสนทนาสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลทำรายงานนั้น อาจารย์หนุ่มเผลอหลุดปากว่าตนมีหนังสือที่ว่าอยู่ในครอบครองเล่มหนึ่ง จึงตกเป็นเป้าให้นักเรียนตามตอแยอยู่หลายวัน หากไม่เห็นว่าเป็นการทำเพื่อหาข้อมูลในวิชาของตนเอง ชาร์ลคงไม่ยอมให้ใครแตะต้องหนังสือหายากเช่นนี้

 


            แจนิวาลศึกษาเกี่ยวกับผู้รักษาสมดุลมานานแล้ว หากแต่แม้ในห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองเขาก็มีหนังสือเกี่ยวกับผู้รักษาสมดุลเพียงน้อยนิด สอบถามบิดาได้ความว่าข้อมูลของคนกลุ่มนี้ถือเป็นความลับ จะได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ก็เพียงแต่ในห้องสมุดของหน่วยงานราชการหรือสถาบันต่างๆเท่านั้น ทันทีที่มาถึงสถาบันแห่งนี้ สิ่งเดียวที่ดึงดูดให้แจนิวาลเดินเข้าสู่พื้นที่ห้องสมุดทั้งที่เอียนเต็มทนย่อมไม่พ้นหนังสือเกี่ยวกับผู้รักษาสมดุลมากมายที่ไม่ได้รับอนุญาตให้วางขายหรือเผยแพร่ตามสถานที่ทั่วไป


 

            เช่นนั้น เขาจึงกวาดหนังสือเหล่านั้นมาอ่านเสียหมดตั้งแต่ยังไม่ได้รับมอบหมายให้ทำรายงานด้วยซ้ำไป

 


            ยามเมื่ออาจารย์ชาร์ลแจ้งหัวข้อรายงาน เขาจึงตัดสินใจว่าจะทำหัวข้อนี้โดยไม่คิดถามความสมัครใจของมินาคัส หากคู่ทำรายงานของเขาไม่เห็นด้วย ก็ตั้งใจไว้ว่าจะดื้อแพ่งจนกว่าจะได้ทำ

 

 

            ไม่ใช่เพียงเพราะเขาสนใจและมีข้อมูลอยู่พอสมควร แต่การเลือกทำรายงานหัวข้อนี้ จะทำให้เขาสามารถเข้าถึงคลังหนังสือหายากของภาควิจัยได้ง่ายขึ้น

 


            แม้จะยังไม่มีโอกาสได้หยิบใช้ตามใจชอบ แต่หนังสือปกเปื่อยในมือนี่ก็ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ


 

            อีกไม่นานเขาต้องเป็นศิษย์คนพิเศษที่เข้านอกออกในตึกภาควิจัยอันเลื่องชื่อด้านความเข้มงวดอย่างง่ายดายให้จงได้ เพราะเขาเชื่อว่าคลังความรู้มหาศาลในที่แห่งนั้น จะทำให้เขาค้นพบกุญแจดอกสำคัญ ที่จะนำไปสู่ทางออกที่ตามหามานาน

 

 

            ความลับของผู้รักษาสมดุลเป็นเหมือนเปลวเทียนที่ส่องแสงริบหรี่อยู่ในความมืดของเขา หากแต่ตัวเขาก็หมดสิ้นหนทางจนต้องกอดความหวังทั้งหมดไว้แล้วเดินตามแสงนั้นไป

 

 

            ทำใจไว้บ้างแล้วว่ามันอาจจะพาไปสู่ทางตัน

 

 

            ทว่าเขาก็ยังยืนยันจะคาดหวังในพลังอำนาจลี้ลับของผู้รักษาสมดุล

 

 

            ยามเมื่อคนจมน้ำ ไขว่คว้าสิ่งใดได้ก็คว้า

 

 

            แจนิวาลในยามนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ใกล้สิ้นเรี่ยวแรงกลางมหาสมุทรกว้าง

 

 

            เพราะเขากำลังหาทางทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ อะไรบางอย่างที่ผู้คนเรียกมันว่าปาฏิหาริย์

 

 

            หากปาฏิหาริย์ไม่เดินทางมายังเขา เขาก็จะตามหามันเอง

 

 

            การทำให้ทรานส์ที่กลับคืนสู่ร่างสัตว์ ย้อนคืนสู่ร่างมนุษย์ที่มีสติสัมปชัญญะครบสมบูรณ์ หรืออย่างน้อยก็มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง

 

 

            นั่นคือโจทย์สุดโหดหินที่เขาเพียรหาคำตอบมานานหลายปี

 

 

            แม้ยังไม่ใกล้คำตอบ หากแต่รายงานของเขาก็ใกล้สมบูรณ์แบบแล้ว ตลอดระยะเวลาสองอาทิตย์กว่าในสถาบันแห่งนี้เขาหมดเวลาส่วนใหญ่ไปกับการหาข้อมูลทำรายงานเพื่อให้ผลงานโดดเด่นเข้าตาอาจารย์ชาร์ล หากแต่ก็ต้องเผชิญทั้งอุปสรรคภายในอย่างมินาคัสที่ดูจะไม่ใยดีให้ความร่วมมือในการหาข้อมูลเท่าที่ควร แม้จะช่วยแย้งบ้างเมื่อหนังสือให้ข้อมูลผิดพลาด ทว่าก็ช่างไร้น้ำหนักเพราะเจ้าตัวไม่มีหลักฐานมาค้านอย่างเป็นรูปธรรม บอกเพียงว่า ก็รู้แล้วกัน

 

ก็แล้วรู้มาจากไหนล่ะ ไอ้บ้าเอ้ย แจนิวาลล่ะหงุดหงิดนักเชียวกับหน้าตาไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนั้น

 

 

            เรื่องประหลาดก็คือทุกครั้งที่มินาคัสเอ่ยแย้ง หลังจากนั้นไม่นานแจนิวาลจะพบว่าข้อมูลส่วนนั้นผิดพลาดจริง ไม่ว่าจะเป็นเพราะสอบถามจากอาจารย์ หรือค้นหาจากหนังสือเล่มอื่น

 

 

นอกจากอุปสรรคภายในก็ยังมีอุปสรรคภายนอกอย่างคู่แข่งคนสำคัญอยู่อีก คู่แข่งคนที่ว่าดูจะใกล้ชิดกับอาจารย์หนุ่มมากโข ซ้ำยังสนิทสนมกับคนรักของอาจารย์ประจำวิชา HT (Human Type) อย่างอาจารย์แบคอนคนโหดที่ดูแลรายวิชา Alchemy อันเกี่ยวข้องกับการเล่นแร่แปรธาตุและยุทโธปกรณ์เวทย์ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในวิชาสุดหฤโหดเสียด้วย

 

 

            อาซาเอล

 

 

            หมอนั่นมักอยู่กลางวงล้อมของเหล่าคณาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าเขี้ยวลากดินอยู่เสมอ แต่แจนิวาลก็มิได้ประหลาดใจนัก เพราะเพื่อนคนนี้มีเสน่ห์ดึงดูดให้ใครต่อใครเข้าหา เพื่อปะทะเข้ากับกำแพงบางอย่างที่เจ้าตัวสร้างไว้

 

            เขาเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ติดกับดักแห่งเสน่ห์ลึกลับนั่นเช่นกัน

 

 

            ตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดหนักก็คือจะทำอย่างไรให้รายงานของเขาโดดเด่นกว่ารายงานของลูกศิษย์ที่มีแววจะเป็นคนโปรดนำมาแต่ไกลอย่างอาซาเอล

 

 

            ใช่ว่าไอ้คนปากร้ายนั่นจะมีดีแค่คารม เขาแอบส่องตัวเล่มของเพื่อนสนิทมาแล้วว่าข้อมูลแน่นเจาะลึกเสียจนเกือบคิดไปแล้วว่าเจ้าตัวเป็นภาชนะที่สองเสียเองรึไม่ ก็เล่นรู้ข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังบรรยายโศกนาฏกรรมต่างๆได้สะเทือนใจถึงปานนั้น

 

 

            แววจะได้คะแนนสูงกว่าเพื่อคว้ารางวัลที่อาจารย์ชาร์ลล่อตาล่อใจเอาไว้ดูริบหรี่ไปโขเชียว

 

 

            ก็อาจารย์หนุ่มเล่นประกาศว่าคู่ที่ได้คะแนนสูงสุดจะขอสิ่งใดก็ได้หนึ่งประการ

 

 

             เขาล่ะเล็งสิทธิ์พิเศษเรื่องการเข้าออกตึกและห้องหนังสือภาควิจัยไว้อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

            แต่ก็นั่นล่ะ

 

            เจ้าอาซาเอลกลับอยากได้สิทธิ์ในการเลือกคู่ทำงานตลอดการศึกษา ทุกรายวิชาที่อาจารย์ชาร์ลและอาจารย์แบคอนรับผิดชอบเสียนี่

 

 

            คงจะฝืนใจที่ต้องจับคู่กับหมาป่าหนุ่มน่าดู

 

 

            แม้หลายวันก่อนจะนั่งจับมือกันทำงานกระหนุงกระหนิง ทว่าหลังจากนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ราวกับคนเล่นไล่จับ อาซาเอลเอาแต่หลบหน้าและหาช่องหลบหนีจากคาดิเนียลทุกวิถีทาง ล่าสุดที่แจนิวาลเห็นการสนทนาระหว่างคนทั้งสองคืออาซาเอลเกาะอยู่บนกิ่งต้นโอ๊กที่เจ้าตัวขึ้นไปนั่งอ่านหนังสือ ในขณะที่คาดิเนียลยืนอยู่ด้านล่าง

 

 

            หลังจากสั่งงานให้คาดิเนียลอ่านทำความเข้าใจตัวเล่มที่ใกล้สมบูรณ์ เพื่อนสนิทของเขาก็เอาแต่ตะโกนสั่งห้ามไม่ให้ไฮบ์คนดังตามขึ้นไปบนกิ่งไม้ใหญ่ ส่วนคาดิเนียลก็เอาแต่ทำท่าเหมือนจะปีนตามไปเสียให้ได้ ยึกๆยักๆคล้ายจะก่อกวนมากกว่าจะอยากปีนป่ายไม้ต้นอวบจริงๆ

 

 

            เชื่อเถอะว่าภาพที่ใครต่อใครเห็นไม่ต่างอะไรกับแมวบนกิ่งโอ๊กที่กำลังขู่ฟ่อไล่หมาที่นั่งเฝ้าอยู่ใต้ต้น

 

 

            กระนั้น ทั้งตัวเล่มและขั้นตอนการนำเสนอของทั้งคู่ก็ช่างใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบ เขายอมรับว่าไม่สามารถใช้เวทย์แสงจำลองภาพที่มีรายละเอียดมากมายของเหตุการณ์ล่าภาชนะที่สองได้อย่างคาดิเนียล นอกจากต้องใช้พลังเวทย์อย่างมากแล้วยังต้องอาศัยสมาธิสูงอีกด้วย

 

 

            ครั้งแรกที่ได้เห็นการซ้อมนำเสนอของทั้งคู่ เขาเกือบลืมหายใจตอนหลุดเข้าไปท่ามกลางภาพจำลองเหล่านั้น เวทย์แสงที่สร้างเป็นรูปร่างสามมิติของภาพวาดในหนังสือ ผู้ฟังจะถูกรายล้อมไปด้วยภาพเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ต่างๆ ราวกับกำลังเผชิญสถานการณ์เหล่านั้นจริงๆ จนเพียวอย่างเขาอดสะท้อนในอกไม่ได้กับภาพความทรมานของเหล่าทรานส์แห่งภาชนะที่สอง มันบาดลึกลงในห้วงมโนสำนึกจนมิอาจเชื่อว่าผู้สร้างคือไฮบ์แห่งตระกูลที่ได้ชื่อว่าผู้ล่าอย่างแท้จริง

 

 

           เพียวหนุ่มถอนหายใจเฮือกเมื่อเริ่มรู้สึกว่าศึกนี้เขาอาจต้องยอมแพ้ให้เพื่อนสนิทไปก่อน

 

 

            ยกเว้นว่ามินาคัสจะสร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าคาดิเนียล

 

 

            ซึ่งเขาไม่คาดหวังนักหรอก เจ้าเฉื่อยชานั่นดูไม่ใช่คนที่จะทำอะไรหวือหวาเช่นนั้นได้

 

 

            หรือจะชิงเป่าหูอาซาเอลให้ขอในสิ่งที่เขาต้องการมาให้ดีนะ

 

 

            แต่เจ้าเพื่อนปากร้ายนั่นต้องขอแลกเปลี่ยนด้วยเรื่องชวนปวดหัวเป็นแน่

 

 

            ดูเหมือนสถาบันแห่งนี้จะดึงเขาเข้าไปพัวพันกับคนแปลก และเรื่องประหลาด มากมายเหลือเกิน

 

 

            เอาเถิด อย่างน้อยก็ช่วยให้ชีวิตน่าเบื่อของเขามีอะไรให้ตื่นเต้นดีเหมือนกัน

 

 

 

 

            แจนิวาลห่อไหล่ด้วยลมหนาวที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง ค่ำคืนของฤดูใบไม้ร่วงนั้นไม่เหมาะนักที่จะเปิดหน้าต่างนอน หากแต่เจ้าของห้องจงใจเปิดทิ้งไว้เพื่อรอคอยอะไรบางอย่าง การหยิบหนังสือที่อ่านจบไปรอบหนึ่งแล้วมาเปิดผ่านๆก็เพื่อคั่นเวลาเท่านั้น

 

 

 

            เพียวหนุ่มกำลังรอให้ถึงเที่ยงคืน

 

 

 

            ตลอดสัปดาห์มานี้ ทุกครั้งที่นาฬิกาเรือนใหญ่ตรงมุมบันไดตึกตีบอกเวลาเที่ยงคืนสะท้อนก้องไปทั้งหอพัก เขาจะได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากต้นไม้ใหญ่ด้านนอกหน้าต่างที่แผ่กิ่งก้านกินพื้นที่กว้างตั้งแต่หน้าต่างห้องเขา ผ่านห้องอาซาเอล ไปจรดหน้าต่างห้องมินาคัสที่อยู่ด้านในสุด ไม่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินผ่านหน้าห้องทั้งที่เป็นเวลาวิกาล

 

 

 

            แจนิวาลไม่ได้ขวัญอ่อนพอจะคิดว่าเป็นสิ่งลี้ลับ

 

 

 

            หากแต่เพียวหนุ่มร่างเล็กขี้สงสัยมากพอจะรอดูทุกคืนว่าเจ้าของเสียงนั้นเป็นสิ่งใด

 

 

 

            และคืนวานนี้เองที่เขาได้เห็นเจ้าสิ่งนั้นด้วยตา

 

 

 

            แมวป่าสีสนิม

 

 

 

            มันปีนป่ายไปตามกิ่งก้านของไม้ใหญ่ จากระเบียงห้องของใครบางคนลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอันเป็นเขตป่าสน ซึ่งแม้เป็นยามกลางวัน หากไม่ได้รับอนุญาต นักเรียนก็มิอาจย่างกรายเข้าไปได้ นับประสาอะไรกับยามวิกาลที่นักเรียนถูกสั่งห้ามออกจากบริเวณหอพักเช่นนี้

 

 

 

 

            หากแมวป่าตัวนั้นเป็นใครบางคนมิใช่สัตว์ป่าจริงๆแล้วล่ะก็ เรื่องนี้ผิดกฎหออย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

            และแจนิวาลก็มั่นใจว่าไม่มีสัตว์ป่าตัวใดออกจากหอตรงเวลา และกลับเข้ามาตอนเช้าตรู่เช่นนี้เป็นแน่

 

 

 

            ทว่าคนที่เขาสงสัย ก็ยังทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนอย่างเคย

 

 

 

            วันนี้แหละ จะจับให้ได้คาหนังคาเขาเชียว

 

 

 

            เพื่อนที่ทำอะไรอันตรายโดยไม่บอกกันนั้นเขาเกลียดนัก

 

 

 

 

            ทว่า เพื่อนของเขาแต่ละคนกลับเต็มไปด้วยความลับอันตราย ที่เขาทำได้เพียงสังเกตและตั้งข้อสงสัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

 

            เข้าใจว่าคนเราต้องมีความลับกันบ้าง

 

 

            แต่เขาก็ไม่อยากเผชิญการสูญเสียใดโดยทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว

 

 

 

            กลายเป็นคนจุ้นจ้านเพราะห่วงใยคงไม่ผิดเท่าไรกระมัง

 

 

 

            แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง แก๊ง

 

 

            นาฬิกาตีสิบสองครั้ง บ่งบอกเวลาเที่ยงคืน



            แจนิวาลยิ้มกริ่ม

 

 

            และรอเวลา

 

 

            นายพรานที่ดี ต้องรู้จักการรอคอย

 

 

            แคร้ง!

 

 

            แง้ว!!

 

 

            เสร็จฉันล่ะ เจ้าเหมียว

 

 

 

          เพียวหนุ่มยื่นหน้าออกนอกหน้าต่างทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของเจ้าแมวลึกลับ ทว่าก็ต้องหลบวูบกลับเข้ามาภายในห้องด้วยหัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวสิ่งที่เห็น

 

 

            ประกายตาวาบที่มองขึ้นมาจากพื้นดินและเสียงคำรามต่ำนั่นบ่งชัดว่าไม่ใช่แมว

 

 

 

            สัตว์ร้ายบางอย่างติดบ่วงถังสีที่เขาวางไว้บนต้นไม้

 

 

 

            สัตว์ร้ายที่แปลงกายเป็นเจ้าเหมียวตัวน้อย

 

 

            และดูเหมือน เจ้าสัตว์ร้ายนั่นจะหมายหัวเขาให้แล้ว

 

 

            เพียวหนุ่มพ่นลมหายใจเมื่อรู้สึกได้ว่ามันกำลังเดินห่างออกไป เข้าไปในป่าสนเช่นเคย

 

 

            แม้รู้แก่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นคน แต่ความน่าประหวั่นของสัตว์ป่าที่พวยพุ่งออกมาก็ราวกับจะโดนฉีกคอหอยได้ง่ายๆ

 

 

            นาทีนี้ แม้จะไม่อาจมั่นใจว่าร่างที่แท้จริงของสัตว์ร้ายนั้นเป็นใคร แต่สิ่งหนึ่งที่แจนิวาลมั่นใจ คือคนๆนั้นเป็นทรานส์

 

 

            ไฮบ์และเพียวสามารถมีร่างแปลงของสัตว์ได้เพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น โดยอาศัยเวทย์เปลี่ยนรูปร่างที่ว่ากันว่าครั้งแรกที่ใช้จะสร้างความเจ็บปวดไปทั่วสรรพางค์กายด้วยต้องเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายแทบทั้งหมด

 

 

            การบิดงอกระดูกตนเองก็คงไม่ใช่อะไรที่สบายตัวนักหรอก

 

 

            สำหรับทรานส์ การแปลงเป็นร่างตอนลอสของตนถือเป็นเรื่องปกติ ทว่าหากผ่านการฝึกฝน ทรานส์สามารถมีร่างแปลงของสัตว์จำพวกเดียวกันหรือใกล้เคียงกับร่างลอสของตนได้อีกหนึ่งร่าง

 

 

            และสิ่งที่แจนิวาลเพิ่งเผชิญหน้าด้วยเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานั้น มีทั้งร่างของแมวน้อย และร่างของสัตว์ร้าย

 

           

            รอก่อนเถิด

 

 

            พรุ่งนี้หลักฐานจะมัดตัวคนร้ายเสียดิ้นไม่หลุด

 

 

            สีที่เขาใช้น่ะล้างไม่ออกง่ายๆหรอกนะ

 

 

            ตอนเป็นสัตว์น่ากลัวแค่ไหน แต่ยังไงกลางวันก็เป็นคนอยู่ดี

 

 

            เขาจะไล่ต้อนเสียให้จนมุมเชียว

 

 

            เจ้าเพื่อนตัวดีที่เป็นทรานส์ตระกูลแมวคนนั้น

 hf

 

            เสียงนาฬิกาที่โถงทางเดินตีบอกเวลาเก้าโมงเช้า เหล่านักเรียนทยอยออกจากหอพักเพื่อดำเนินชีวิตในเช้าวันใหม่ แม้จะมีบางรายวิชาที่เริ่มเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าตามปกติแล้ว ตารางเรียนของนักเรียนส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่เก้าโมงเช้า


 

            ทรานส์หนุ่มผู้ถูกครอบครัวขนานนามว่าจอมขี้เซายังคงนอนขดอยู่บนเตียงนุ่ม อาซาเอลบิดตัวไปมาอย่างเกียจคร้าน วันนี้เขามีเรียนตอนสิบโมง ซึ่งตารางเรียนบนผนังบอกรายวิชาไว้อย่างชัดเจน


 

            Alchemy


 

            วิชาที่อาจารย์แบคอนรับผิดชอบ


 

            เชื่อเถิดว่านี่จะเป็นรายวิชาสุดท้ายที่อาซาเอลคิดจะเข้าคลาสสาย เช่นนั้นทรานส์หนุ่มจึงสลัดคราบแมวขี้เซาแล้วสาวเท้าเข้าห้องอาบน้ำทันทีที่ดวงตาของเขาปรับเข้ากับแสงยามเช้าได้สำเร็จ


 

            วิชาเล่นแร่แปรธาตุนั้นมีผู้รับผิดชอบสองท่าน ท่านหนึ่งอาซาเอลรู้จักเป็นอย่างดี อีกท่านนั้นอาจารย์แบคอนได้แนะนำไว้ว่าชื่อ อาจารย์เชน นอกจากจะรับผิดชอบรายวิชาเล่นแร่คู่กับอาจารย์ผู้เป็นอดีตผู้ดูแลของอาซาเอลแล้ว ยังทำหน้าที่ดูแลหอพักแห่งนี้อีกด้วย ทว่าตลอดเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขายังไม่เคยพบกับอาจารย์เชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ข้อมูลที่น่าสนใจซึ่งได้รับจากอาจารย์หนุ่มร่างเล็กคืออาจารย์หลายท่านในโรงเรียนควบรั้งตำแหน่งใหญ่ในกลุ่มผู้บริหารอาณาจักร บ้างรับตำแหน่งการ์เดี้ยนผู้เป็นดั่งหอก ทำลายสิ้นทุกสิ่งที่นำมาซึ่งภัยอันตรายแห่งดินแดน บ้างเป็นหนึ่งในลอเยอร์ ผู้เป็นเสมือนโล่ ปกป้องผู้คนด้วยกฎแห่งอาณาจักรที่บัญญัติขึ้นร่วมหลายร้อยปี


 

            เช่นนั้น อาจารย์หลายท่านจึงอาจได้รับภารกิจกะทันหัน หรือติดพันภารกิจยาวนานหลายเดือน


 

            และสิ่งที่ทำให้อาซาเอลตื่นเต้นเสียจนเก็บอาการไม่อยู่คือได้รู้ว่า อาจารย์แบคอน อาจารย์ชาร์ล และอาจารย์เชน ต่างก็เป็นหนึ่งในการ์เดี้ยนมือดีของอาณาจักร


 

            เขาเองก็วาดฝันว่าสักวันจะได้สวมเครื่องแบบสีดำสนิทตัดขอบทองเช่นนั้นบ้าง


 

            ข้อมูลที่ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด หากแต่ก็ทำให้อาซาเอลอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ คือผู้อำนวยการของเขาเป็นหนึ่งในสภาบริหาร นักปราชญ์แห่งเอล์ฟ(elf)



          แผ่นมหาทวีปในยุคนี้เกิดจากแผ่นดินสิบเอ็ดผืนที่เคลื่อนตัวเรียงต่อกันจนกลายเป็นมหาทวีปขนาดใหญ่กินพื้นที่เกือบครึ่งของโลก ตัดผ่านด้วยแม่น้ำสายหลักสามสายที่ไหลผ่านผืนดินตัดกันกลายเป็นสามเหลี่ยมตรงกลางของทวีป อันเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงแห่งอาณาจักร ไทเอเทน               

 

 

            เรียกมหาทวีปนี้ว่าเอล์ฟ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับอาณาจักรที่เขาเติบโตมา เอล์ฟ(elf) มาจากภาษาโบราณที่ใช้กันในประเทศมหาอำนาจในอดีตกาล แปลว่า สิบเอ็ด


           

            เช่นนั้นแล้ว นักปราชญ์แห่งเอล์ฟ หมายถึงบุคคลทรงคุณค่าแห่งยุคสิบเอ็ดคน ที่มีอำนาจตัดสินความเป็นไปของอาณาจักร นับได้ว่าเป็นผู้กุมบังเหียนของโลกเอาไว้ในมือ


 

            ผู้อำนวยการคนนั้น คู่ควรอย่างไม่ต้องสงสัย


 

            อาซาเอลกลัดกระดุมเม็ดสุดท้ายของเสื้อแขนยาวสีขาวสะอาดตา แม้ตู้เสื้อผ้าของเขาจะเต็มไปด้วยเสื้อสีเข้มมากมายที่เรียงรายอยู่บนราวแขวน ทว่าวันนี้เขากลับเลือกเสื้อสีอ่อนที่มีอยู่อย่างนับชิ้นได้


 

            อาซาเอลรู้สึกว่าวันนี้อาจจะร้อนกว่าปกติ การใส่เสื้อผ้าสีเข้มจะทำให้เขาเหงื่อออกจนไม่สบายตัว

 

           

            ก้อกๆ

 

          ทรานส์หนุ่มย่นหัวคิ้วอย่างประหลาดใจที่มีใครบางคนเคาะห้องของเขาในเวลานี้ ร่างสูงสาวเท้าไปเปิดประตูยามเมื่อแขกผู้มาเยือนเคาะซ้ำอีกหนในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ว่าใครจะอยู่อีกฟากของประตู เขาคนนั้นคงมีเรื่องเร่งด่วนแน่

 

 

            “นายรีบเกินไปหรือเปล่า เหลือเวลาอีกถมไป ขอฉันแต่งหล่อสักหน่อยไม่ได้รึไง”


 

            ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าอาซาเอลคือมินาคัสผู้มาพร้อมใบหน้ายุ่งเหยิงแบบที่ใครก็บอกได้ทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเขา ทว่าเจ้าของห้องก็ตั้งใจเอ่ยเย้าเพื่อนสนิทราวกับไม่สังเกตเห็นท่าทีกระวนกระวายเหล่านั้น


 

            “นายพอจะมีน้ำมันไม้หอมมั้ย”


 

            อาซาเอลเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ น้ำมันไม้หอมเป็นวัตถุดิบที่มีประโยชน์หลายประการ ทว่าอาซาเอลไม่พึงใจกับกลิ่นหอมฉุนแรงของมันนัก จึงมิได้มีติดห้องไว้ใช้สอย และนั่นทำให้มินาคัสถอนหายใจออกมาหนักหน่วงเสียจนอาซาเอลต้องหรี่ตามองอย่างจับผิด


 

            “มีอะไรเกิดขึ้นกับนาย”

 


            มินาคัสเม้มปากจนเป็นเส้นตรง แววตาฉายความลำบากใจจนอาซาเอลต้องถามย้ำอีกหน


 

            “บอกมา ฉันเข้าใจว่าการมีอะไรต้องปิดบังน่ะมันลำบาก แต่ถ้านายบอกมาฉันอาจจะพอช่วยอะไรได้บ้าง อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่านายแอบ


 

            “เข้าไปคุยกันข้างใน”


 

            ทรานส์หนุ่มถูกผู้รักษาสมดุลตะปบปิดปากก่อนจะผลักให้ถอยกลับเข้าไปภายในห้อง และอาซาเอลก็ต้องเบิกตากว้างเหลอหลาเมื่อเพื่อนร่างสูงเข้ามาไม่ทันไรก็จัดการลงกลอนแล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อสีอ่อนของตนเอง

 


            ไม่ทันที่ทรานส์หนุ่มจะได้โวยวาย ภาพของแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยเปื้อนสีดำขนาดใหญ่ก็ทำให้อาซาเอลต้องฉงนหนักกว่าเก่า


 

            “อะไรเนี่ย”


 

            “ไปถามเพื่อนรักของนายดูสิ”มินาคัสบุ้ยปากไปทางข้างห้อง อันที่เป็นที่ตั้งของห้องแจนิวาล


 

            “แจนิวาลทำงั้นรึ”ทรานส์หนุ่มเอ่ยถามพร้อมยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วสูดจมูกฟุดฟิด “กลิ่นสี เสียงโครมครามเมื่อคืนเพราะนายสองคนนี่เอง ฉันคิดว่าตัวเองฝันไปเสียอีก” 

 

 

            “ฉันแอบออกไปอย่างเงียบๆแล้วเชียว ทำไมทั้งนาย ทั้งแจนิวาลถึงรู้”ผู้รักษาสมดุลหนุ่มมุ่นหัวคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ และนั่นทำให้เจ้าของห้องหัวเราะขึ้นจมูกใส่เพื่อนสนิท


 

            “เงียบๆงั้นรึ ถ้าอยากจะไปไหนมาไหนในสถาบันแห่งนี้อย่างเงียบๆ แนะนำว่านายควรจะเรียนเวทย์เคลื่อนย้ายหรือไม่ก็หายตัว ฉันคิดว่าผู้รักษาสมดุลจะทำอะไรแบบนั้นได้ง่ายๆเสียอีก ไอ้การแปลงกายเป็นสัตว์เล็กแล้ววิ่งไปทั่วแบบนั้น ไม่โดนใครจับใส่ปลอกคอก็ดีเท่าไรแล้ว”อาซาเอลกอดอกตั้งท่าเทศนาเพื่อนเต็มที่ เขาเองก็เป็นห่วงคนตรงหน้าอยู่ไม่น้อย การแอบออกไปข้างนอกทุกคืนนั้นเสี่ยงต่อการโดนภาคทัณฑ์


 

ทว่าอาซาเอลรู้ดี การที่มินาคัสมาอยู่ที่นี่ทั้งที่ไม่จำเป็นนั้นต้องมีเหตุผล ไม่ว่าภารกิจของมินาคัสจะเป็นสิ่งใด หากเพื่อนลำบากใจที่จะบอกแล้วเขาก็ไม่ขอก้าวก่าย ตัวเขาเองก็มีเรื่องมากมายที่ไม่อาจเอ่ยปากบอกใคร ที่สำคัญ ทรานส์หนุ่มเชื่อว่าคงไม่มีใครทำอะไรผู้รักษาสมดุลได้ง่ายๆ กระนั้นอาซาเอลก็เพิ่งตระหนักว่าตนคงต้องคิดเสียใหม่ เพราะผู้เก่งกาจในสายตาเขากลับโดนสาดสีใส่ด้วยกับดักพื้นฐานเสียได้


 

            “ผู้รักษาสมดุลก็ใช่จะทำได้ทุกสิ่งหรอกนะอาซาเอล”มินาคัสถอนหายใจ อยากบอกเหลือเกินว่าเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนธรรมดา มีสิทธิพิเศษไม่กี่อย่างเท่านั้น หากแต่กลัวจะโดนซักฟอกเรื่องคืนนั้นจนมองหน้ากันไม่ติด จึงทำได้แค่เลี่ยงคำไปเสีย “ที่นี่มีเขตแดนคุ้มกันไม่รู้กี่ชั้น หากใช้เวทย์อลังการเช่นนั้นฉันคงถูกจับได้เสียแต่วันแรก”มินาคัสอธิบายเสียงเรียบ ซึ่งอาซาเอลก็พยักหน้ารับช้าๆอย่างไม่คิดโต้แย้ง  


 

            “แต่ตอนนี้นายก็กำลังจะถูกจับได้แล้วนี่ โดยแจนิวาล หาคำอธิบายดีๆไว้หรือยังล่ะ นี่เตือนไว้เลยว่าหมอนั่นกัดไม่ปล่อยแน่ๆ จนกว่านายประสาทเสียแล้วหลุดปากออกมา ไม่ก็มีพิรุธจนหมอนั่นสืบรู้ด้วยตัวเอง”เจ้าของห้องชี้แผ่นหลังที่เปื้อนสีของแขกก่อนจะบุ้ยใบ้ไปทางห้องข้างๆ



           เรื่องโดนแจนิวาลตามเค้นจนประสาทเสียน่ะเขารู้ดีเลยล่ะ

 


            “ช่วยหน่อยสิอาซาเอล ฉันยังไม่พร้อมอธิบายตอนนี้”


           

            “ให้ฉันช่วยยังไง อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันรับผิดแทน แล้วจะให้ฉันบอกว่าอะไร อยากออกไปชมนกชมไม้กลางดึกรึ”อาซาเอลเอ่ยด้วยสีหน้ากวนอารมณ์ตามนิสัย เช่นนั้นมินาคัสก็ไม่ได้หงุดหงิดใจ สีหน้าของผู้รักษาสมดุลหนุ่มเรียบเฉยขณะแจงแผนการ


 

            “ไม่ใช่ แค่ช่วยรับบทเป็นผู้ต้องสงสัยแทนฉัน”


 

            อาซาเอลหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างชั่งใจ


 

            “แจนิวาลสงสัยเราทั้งคู่นั่นแหละอาซาเอล ดูเหมือนจะสงสัยนายมากกว่าฉันด้วยซ้ำ”


 

            ทรานส์หนุ่มเลิกคิ้วคล้ายจะถามกลับว่า แล้วยังไง


 

            “วันนี้แจนิวาลต้องพยายามจับพวกเราถอดเสื้อแน่ หากนายทำเป็นเล่นตัวไม่ยอมแล้วล่ะก็ เขาจะพุ่งเป้าไปที่นาย ตามนิสัยกัดไม่ปล่อยที่นายว่านั่นล่ะ แล้วฉันจะได้มีเวลามากพอไปหาน้ำมันไม้หอมมาลบสีพวกนี้”

 


            มินาคัสมองตรงมาด้วยสายตาจริงจังที่เจือแววอ้อนวอนอยู่ในที และคนช่างแกล้งอย่างอาซาเอลก็คว้าโอกาสนี้ไว้อย่างไม่ต้องสงสัย


 

            “หากฉันช่วย นายต้องตอบทุกคำถามของฉัน”ทรานส์หนุ่มยกยิ้มร้ายแบบที่ทำให้ขนคอเพื่อนสนิทลุกชัน


 

            “เช่นอะไร”เอ่ยถามพลางกลืนน้ำลายไล่ความรู้สึกหวาดหวั่นที่ตีตื้นมาจนจุกอก


 

            “เล่าเรื่องที่เราเคยเจอกัน”


 

            อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องคืนนั้น หรือเรื่องภารกิจ


 

            เช่นนี้ยังพอคุยกันได้


 

 

            ก้อกๆ


 

            ก่อนที่มินาคัสจะทันได้ตกลงรับข้อแลกเปลี่ยน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงสูงของเพื่อนสนิทอีกคนที่ตกเป็นประเด็นในหัวข้อสนทนา แจนิวาลเรียกอาซาเอลด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่ารีบร้อนเสียจนน่าแปลกใจ

 


            อาซาเอลยิ้มกริ่ม ปลายหางตามองคนที่เริ่มมีเหงื่อซึมขมับขณะเร่งร้อนใส่เสื้อกลับให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนเจ้าของห้องจะสาวเท้าไปเปิดประตูต้อนรับแขกอีกคน


 

            “มาทำไมน่ะแจนิวาล”เอ่ยทักทายด้วยสีหน้าที่ตั้งใจให้วิตกกังวลเสียจนแจนิวาลที่ลอบสังเกตอยู่โห่ร้องในใจ


 

            ผู้ต้องสงสัยของเขาแสดงพิรุธมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก


 

            ว่าไงมินาคัส หากนายไม่ตกลง ฉันจะถอดเสื้อเสียตรงนี้เดี๋ยวนี้ ให้รู้กันไปเลยว่าแผ่นหลังของฉันขาวสะอาดขนาดไหน


 

            นายนี่มันเหลือร้ายนัก อาซาเอล

 


            บทสนทนาผ่านเทเลพาทีนั้นทำเอามินาคัสอยากจับเพื่อนสนิทมาตีเสียสักทีกับความขี้แกล้งของคนตัวบาง ทำไมถึงได้ช่างก่อกวนนัก จะสงบเสงี่ยมก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าหมาป่าหนุ่มหรืออย่างไร


 

            “มินาคัสล่ะมาทำอะไร”


 

            “อ่า ฉันมายืมหนังสืออาซาเอลน่ะ”เอ่ยตอบพลางเกาท้ายทอยแก้เก้อ อย่างที่บอก มินาคัสไม่ถนัดนักเรื่องโกหก


 

            “หนังสืออะไรล่ะ”แจนิวาลเลิกคิ้วอย่างสงสัย

 


            นี่ก็หนึ่งในผู้ต้องสงสัย จะปล่อยผ่านไปเฉยๆไม่ได้หรอก

 

 

            ตกลง ฉันจะเล่าเรื่องที่เราเคยพบกัน ช่วยทีเถิด

 

 

            “หนังสือเกี่ยวกับเวทย์แสงจำลองภาพสามมิติน่ะ ดูเหมือนมินาคัสจะกำลังคิดวิธีนำเสนองานของอาจารย์ชาร์ลอยู่นะ”

 


            ทันทีที่อีกฝ่ายตกลง อาซาเอลก็ยื่นมือเข้าช่วยอย่างไม่อิดออด สอดเข้ากลางบทสนทนาเพื่อดึงความสนใจกลับมาหาตน เลี่ยงถอยหลังเข้าชิดผนังอย่างส่อพิรุธเสียจนแจนิวาลหันมอง ปล่อยให้ผู้ร้ายตัวจริงออเออตามน้ำแล้วขอตัวออกจากห้องไปอย่างง่ายดาย ทิ้งไว้เพียงแจนิวาลและอาซาเอล แพะที่เต็มใจแสร้งรับบาป


 

            “ตกลงนายมาทำอะไรล่ะแจนิวาล ฉันยังแต่งตัวไม่เสร็จ รีบบอกธุระของนายมา”


 

            “ตอนนี้นายก็ดูเรียบร้อยดีแล้วนี่ จะแต่งอะไรอีก”เพียวหนุ่มสืบเท้าเข้าหาเพื่อนสนิทที่แสร้งถอยหลังอีกก้าว


 

            “อยากเปลี่ยนเสื้อ”เสตามองไปทางอื่น บอกตามตรงว่าเขากลัวสายตาจริงจังที่จ้องตรงมา กลัวจะหลุดพิรุธว่าเขากำลังแสดงเป็นผู้ร้ายเกรดซีที่ลนลานเสียตั้งแต่คนสอบสวนยังไม่ทันเอ่ยปากอะไร


 

            “เปลี่ยนทำไม”


 

            “ตัวนี้มัน บางไปหน่อย”เม้มริมฝีปากจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะก้าวยาวๆหลบออกมาจากมุมห้องที่แจนิวาลกำลังไล่ต้อนเขาเข้าไป

 

 

            น่ากลัวชะมัด

 

 

            ถ้าเขาทำผิดจริง เจอแบบนี้คงขวัญหนีดีฝ่อ

 

 

            “วันนี้อากาศร้อน ใส่แบบนี้ก็ดีแล้ว”เพียวหนุ่มยังคงไล่ต้อน สายตาสอดส่องหาจังหวะมองผ่านเสื้อตัวบางเข้าไปยังร่างกายใต้ร่มผ้าของเพื่อนสนิท หากมีเพียงนิดที่เปื้อนสี เขาจะเค้นเสียให้หมดเปลือกว่าอาซาเอลกำลังทำอะไรอยู่ ถึงได้เสี่ยงโทษออกไปข้างนอกในยามวิกาล ทั้งที่ตัวเองเป็นทรานส์และมีร่างกายบอบบางเสียขนาดนี้


 

            แค่เรียนวิชาภาคปฏิบัติติดต่อกันสักสองรายวิชาก็ทำท่าเหมือนจะขาดใจแล้ว หากโดนใครไล่ล่ากลางดึก มีแต่จะเสียท่าตกเป็นเขี้ยวก็เท่านั้น

 


            “ไม่นะ ฉันออกจะหนาว แล้วนี่จะมาวุ่นวายกับการแต่งตัวของฉันทำไม ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปสักที ไปสิ เดี๋ยวก็สายกันหมด”ว่าพลางดันหลังแขกออกจากห้อง แจนิวาลอยากไล่ต้อนต่ออีกสักหน่อย ทว่าเวลาที่จวนเจียนจะเข้าเรียนนั้นก็เร่งเร้าให้เขาต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะหากจับได้ตอนนี้เขาก็ต้องการเวลาในการคาดคั้นเอาคำตอบ คงได้เข้าคลาสสายอย่างที่อาซาเอลบอก อย่างไรเสียวันนี้ทั้งวันเขาก็ตั้งใจจะประกบอาซาเอลไม่ห่างอยู่แล้ว อย่าได้คิดจะหลบไปลบรอยสีที่ไหนเลย

 

 

            อาซาเอลถอนหายใจพรืดยามเมื่อไล่แขกออกไปได้สำเร็จ กลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์นักก่อนจะถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกแล้วแทนที่ด้วยเสื้อตัวหนาแขนยาวที่ปิดถึงคอ

 

 

            เอาให้มันน่าสงสัยสุดๆไปเลย

 


            แต่ก็ร้อนสุดๆเช่นกัน

 

 

            ให้ตายสิ

 

            นายทำฉันลำบาก ตอบแทนให้คุ้มค่าด้วยล่ะ

 

 

          ขอบใจนะอาซาเอล ฉันตอบแทนนายแน่นอน

 

 

ขอบคุณสวรรค์เสียเถิดที่แจนิวาลเกิดเป็นเพียว กลิ่นสีบนตัวนายมันชัดจนแสบจมูก

 

 

ดีเหลือเกินที่ประสาทรับกลิ่นของเพียวนั้นไม่ดีเท่าไฮบ์และทรานส์ มิเช่นนั้นละครฉากนี้คงจบลงเสียตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

 

จะดีใจกว่านี้ หากแจนิวาลเกิดเป็นเพียวที่ฉลาดน้อยสักหน่อย เล่นให้ดีเถิดอาซาเอล อย่าให้โดนจับได้เสียก่อนแล้วกัน มิเช่นนั้น ทั้งฉันและนาย คงได้โดยซักฟอกจนซีดไปทั้งตัว

 


คิดจะลากฉันลงนรกไปด้วยรึไง นายนี่เป็นเทพบุตรเพียงแค่หน้าตาจริงๆสินะมินาคัส


 

นายก็ไม่ต่างกันหรอกอาซาเอล เป็นลูกแมวน่ารักต่อหน้าหมาป่าเท่านั้น

 

 

“มินาคัส นายนี่มัน!

 

            คนถูกเย้ากระทืบเท้าปึงปังราวกับมันจะสะเทือนไปถึงคนที่หลบฉากลงไปอยู่ในสวนด้านล่าง มินาคัสฉลาดพอที่จะอยู่ในห่างจากแจนิวาล หากเขากลับเข้าห้องไปคงไม่พ้นโดนเพียวหนุ่มตามไปเคาะประตูเหมือนที่อาซาเอลเผชิญ เป้าหมายแท้จริงของผู้รักษาสมดุลหนุ่มคือห้องกระจกที่สุดปลายทางเดินชั้นสี่ ที่แห่งนั้นมีสมุนไพรและพืชต่างๆที่อาจารย์ผู้ดูแลหอปลูกไว้เผื่อใช้ยามจำเป็น

 

 

            และยามจำเป็นของมินาคัสก็มาถึงแล้ววันนี้

 

 

หวังว่าจะมีน้ำมันไม้หอมแบบที่ใช้ลบสีได้อยู่ในห้องนั้น

 

 

เพราะหากที่นี่ไม่มี เขาคงต้องไปตามหามันในที่ที่อันตรายยิ่งกว่า

 


ห้องเก็บของ ของภาคศิลป์

 


ห้องที่มีเรื่องลึกลับมากมาย จนแทบจะกลายเป็นตำนานเขย่าขวัญของสถาบันเชนโตเออูโน

 

 

hf

 


            แม้อาซาเอลจะเกลียดชังอากาศหนาวด้วยร่างกายที่มีไขมันสะสมน้อยกว่าที่ควรทำให้ต้องทนทรมานเพราะอากาศปวดกระดูกยามเมื่ออุณหภูมิโลกลดต่ำ ทว่านั่นก็มิได้ทำให้เขาชื่นชอบการสวมเสื้อไหมพรมตัวหนาในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้

 


            “ซับสักหน่อยไหม ก่อนที่พวกเราจะจมน้ำตายด้วยเหงื่อของนาย”เพียวหนุ่มหยิบยื่นผ้าเช็ดหน้าสีเข้มให้เพื่อนข้างตัวที่กำลังกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัดด้วยอากาศอบอ้าวภายในห้องเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่ชั้นใต้ดินเพื่อให้เหมาะกับการทำการทดลองที่อาจเกิดเสียงรบกวนคลาสเรียนอื่น ทว่าก็มีข้อเสียที่อากาศถ่ายเทได้ไม่ดีนัก

 


ดังนั้น ในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเตาอบขนาดใหญ่

 


เพื่อนร่วมคลาสหลายคนเริ่มใช้เวทย์เพื่อช่วยลดอุณหภูมิรอบตัว อาซาเอลเหลือบเห็นเส้นผมของคาดิเนียลที่นั่งห่างไปด้านหน้าสามแถวไหวเบาๆราวกับมีลมพัดผ่าน คงจะเป็นเวทย์ลมอะไรสักอย่างที่คนพลังเวทย์เหลือเฟือเลือกใช้


 

แต่นั่นก็ยังดีกว่าอัยที่นั่งอยู่ข้างคนตัวโต


 

หมอนั่น

 

            เทน้ำในขวดลงบนเก้าอี้ของตัวเองก่อนจะเปลี่ยนสถานะน้ำจากของเหลวให้เป็นของแข็ง สร้างบัลลังก์น้ำแข็งของตัวเองขึ้นมาหน้าตาเฉย


 

สำหรับคนพลังเวทย์ไม่เสถียรจนต้องกระเบียดกระเสียรใช้อย่างระมัดระวังเช่นอาซาเอลแล้ว การกระทำของฝูงหมาป่าหนุ่มช่างชวนให้หมั่นไส้ไม่น้อยเลย แต่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเป็นมิตรของอัยก็ดูเหมือนจะลบล้างความน่าหมั่นไส้ลงไปได้โข

 


นี่ขนาดอยู่กันไม่ครบ พื้นที่ของเหล่าหมาป่าหนุ่มที่ใช้เวทย์พร้อมกันยังเต็มไปด้วยพลังเวทย์ส่วนเกินจนทรานส์อย่างเขาสัมผัสได้ ถ้าเขากำลังลอส แค่นั่งอยู่ตรงนี้ก็คงหายลอสอย่างง่ายดาย ถ้าอยู่กันครบจะมีพลังเวทย์รั่วไหลออกมาขนาดไหนกัน


 

“แปลกจังครับ”เสียงแตกหนุ่มของซามูเอลดังขึ้นดึงสายตาของอาซาเอลที่มองกลุ่มคนขี้อวด(พลังเวทย์)เสียเขม็งให้กลับมายังใบหน้าคมของคนที่เป็นทั้งเพื่อนและน้องชาย แม้ช่วงนี้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยเหมือนเก่าด้วยเด็กน้อยของเขาเริ่มมีกลุ่มเพื่อนเป็นของตัวเองจึงไม่ได้ตามเขาแจเช่นช่วงเปิดเทอมใหม่

 


อันที่จริง นอกจากอาซาเอลแล้วซามูเอลก็ตามใครบางคนแจมาตั้งแต่เปิดเทอมนั่นล่ะ แค่ช่วงนี้มีกลุ่มเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกสามสี่คนทำให้ทรานส์ตัวน้อยแยกตัวออกไปบ่อยขึ้น สี่สหายแห่งคืนงานเลี้ยงหลังการทดสอบจึงเหลือเพียงสามสหายไปโดยปริยาย


 

แต่ดูเหมือนอดีตสมาชิกจะจับความผิดปกติในวันนี้ได้ เพราะทันทีที่อาซาเอลเลิกคิ้วขึ้นคล้ายจะถาม ซามูเอลก็กวาดสายตาไปทั่วห้องเรียนชั้นใต้ดินราวกับหาใครบางคนอยู่

 


ใครบางคนที่ไม่เคยขาดไม่เคยสาย แต่วันนี้กลับหายไปตั้งแต่ต้นชั่วโมง จนบัดนี้อาจารย์แบคอนเริ่มบรรยายไปได้สักครู่แล้ว ก็ยังไม่เห็นวี่แววของชายหนุ่มรูปงามคนนั้น

 


“พี่มินาคัสไปไหนหรอครับ ป่วยหรือเปล่า ทำไมไม่มาเข้าเรียน”

 


“นั่นสิ หายไปไหน”แจนิวาลตวัดสายตาคมๆมายังคนที่น่าจะรู้สาเหตุว่าสหายอีกคนหายไปไหน ทว่าอาซาเอลกลับทำเพียงขมวดคิ้วทำท่าคิดหนัก

 


“นั่นน่ะสิ หายไปไหนกันนะ”ทรานส์หนุ่มเกาคางคล้ายใช้ความคิด หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเสียจนไม่ว่าจะดูมุมไหนก็คล้ายคนว้าวุ่นใจที่เพื่อนรักหายไปทั้งคน แต่สำหรับคนที่อยู่กันแทบตลอดเวลามาเกือบหนึ่งเดือนย่อมรู้ดีว่าท่าทางเช่นนี้ก็แค่แสร้งแสดงใหญ่โตกลบเกลื่อนพิรุธบางอย่างเท่านั้น

 


แจนิวาลส่งเสียง เฮอะ ในลำคอพอให้นักแสดงคนเก่งรู้ตัวว่าตีบทไม่แตก


 

“ไม่มีใครรู้แบบนี้น่าเป็นห่วงนะครับ พี่เขาไม่เคยขาดเรียนเลย”เด็กน้อยมุ่นหัวคิ้วด้วยความกังวล เป็นความกังวลจากใจจริงใช่แกล้งทำ และนั่นทำให้อาซาเอลอดยื่นมือไปลูบผมนุ่มของน้องชายไม่ได้

 


“ไม่ต้องห่วงหรอก เมื่อเช้ามินาคัสมาหาพี่ เห็นบ่นว่าปวดหัวอยู่เหมือนกัน อาจจะรู้สึกไม่ดีก็เลยหยุดเรียน เดี๋ยวจบชั่วโมงแล้วเราแวะไปเยี่ยมด้วยกันก็ได้”อาซาเอลตั้งใจย้ำคำว่าไปเยี่ยมด้วยกันให้คนที่คอยจับผิดอยู่ได้ยินชัดเต็มสองหู เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของผู้รักษาสมดุลว่ามิได้มีสิ่งใดปิดบัง

 


ก็ได้แต่ภาวนาให้มินาคัสลบรอยสีพวกนั้นทันก่อนหมดชั่วโมง


 

"อะแฮ่ม"


“คุณอาซาเอล ช่วยออกมาสาธิตสักหน่อยสิครับ ว่าเราจะเปลี่ยนใบไม้ธรรมดาให้เป็นทองได้อย่างไร”

 


เอาล่ะสิ

 


มัวแต่คุย ไม่ทันได้ฟังสักนิด


 

สงสัยเขาจะละความสนใจจากหน้าชั้นเรียนนานเกินไป อาจารย์สุดโหดถึงได้เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเช่นนั้น

 


อาซาเอลช้อนตามองแบคอนคล้ายขอความเห็นใจ ทว่ารอยยิ้มร้ายที่แต้มอยู่บนริมฝีปากบางนั่นก็ชัดแล้วว่าคนตัวเล็กกำลังลงโทษนักเรียนที่ไม่ตั้งใจเรียนในวิชาของเขา


 

อาซาเอลลอบถอนหายใจก่อนจะลุกจากที่นั่งแล้วก้าวออกมาหน้าชั้นเรียน อาจารย์หนุ่มระบายยิ้มกว้างกว่าเก่าเมื่ออดีตเด็กในความดูแลออกมายืนจ้องใบไม้แห้งหนึ่งใบบนโต๊ะเขาเขม็ง

 


แบคอนรู้ดีเรื่องที่พลังเวทย์ของทรานส์หนุ่มไม่เสถียรนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่รั้วของเชนโตเออูโน ซ้ำยังเป็นคนแนะนำให้อาซาเอลเลี่ยงการเรียนภาคปฏิบัติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเจ้าเด็กตัวแสบเริ่มมาหาเขาที่ห้องพักครูแทบทุกเวลาว่าง นับตั้งแต่ได้เจอเขาในคลาสครั้งแรกและรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในการ์เดี้ยน แววตาของแมวน้อยก็ทอประกายเสียจนแบคอนขนลุกซู่ แต่ดูเหมือนนอกจากปรึกษาปัญหากับไถ่ถามถึงประสบการณ์การเป็นการ์เดี้ยนแล้ว เหตุผลอีกอย่างที่ทรานส์ตัวน้อยแวะเวียนมาหาเขาก็คือการก่อกวนให้คนรักของเขาหงุดหงิดเล่น


 

ไม่รู้ว่าชาร์ลไปทำอะไรให้แมวโมโห ถึงได้โดนตามรังควาน


 

แต่ตอนนี้เจ้าแมวน้อยเพิ่งจะทำให้เขาหงุดหงิดที่ไม่ตั้งใจเรียน เลยต้องออกมายืนนิ่งหน้าชั้นเรียนเช่นนี้

 


“ทำไม่ได้หรือครับ งั้นให้ใครออกมาช่วยดีไหม”น้ำเสียงคล้ายจะแปลกใจทว่าแฝงไว้ด้วยการท้าทายนั้นทำเอาอาซาเอลอยากถอนหายใจอีกสักรอบ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแบคอนกำลังจี้จุดอ่อนที่ไม่ชอบความพ่ายแพ้ของเขา แต่ทั้งๆที่รู้ ตัวเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเกิดอารมณ์อยากเอาชนะขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 


เพราะใครบางกำลังยิ้มมุมปากคล้ายพร้อมจะอาสาออกมาหักหน้าเขาตลอดเวลา


 

หลายวันมานี้อาซาเอลหลบหน้าคาดิเนียลชนิดที่วิ่งหนีทันทีที่เห็นเงาในระยะหลายเมตร


 

เจ้าหมาบ้าเลยกลับมาทำตัวกวนอารมณ์เขาอีกแล้ว มีโอกาสเมื่อไรเป็นต้องทำอะไรให้เขาหงุดหงิดเรื่อยเลย


 

อ่อนโยนได้ไม่กี่วัน ก็ลายออก


 

แต่ถ้าให้เลือก อาซาเอลอยากให้คาดิเนียลเป็นเจ้าหมาบ้าแบบนี้มากกว่าคุณหมาแสนอบอุ่นแบบในห้องสมุดหลายวันก่อน

 


แบบนั้นไม่ดีเลย


 

เพราะมันทำให้ทรานส์หนุ่มทำตัวไม่ค่อยถูก มือไม้เกะกะ ควบคุมสีหน้าก็ลำบาก


 

น่าหงุดหงิดกว่าเวลาคาดิเนียลยียวนเขาเสียอีก


 

“ว่ายังไงครับคุณอาซาเอล”อาจารย์ตัวเล็กถามย้ำ เริ่มจะใจอ่อนเมื่อเห็นเหงื่อที่ซึมขมับของคนตัวสูงกว่าแต่ร่างกายแสนจะบอบบาง


 

ใช่ว่าอาซาเอลไม่รู้วิธี การเล่นแร่แปรธาตุไม่ต่างอะไรกับการแลกเปลี่ยน แลกเปลี่ยนสิ่งที่มีกับสิ่งที่ต้องการ ทว่าต้องชดเชยส่วนต่างด้วยพลังเวทย์ของตนเอง


 

และส่วนต่างระหว่างใบไม้กับทองคำ ก็ไม่ใช่น้อยๆเลย


 

เกิดควบคุมไม่ได้แล้วลอสไปตรงนี้ชีวิตในรั้วสถาบันแห่งนี้คงพังไม่เหลือดี


 

ชั่วอึดใจที่ทรานส์หนุ่มตัดสินใจจะลองเสี่ยงดู อาซาเอลแบ่งสันปันส่วนพลังเวทย์ภายในร่าง พยายามจัดระบบที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทาง นึกอยากให้มินาคัสอยู่ตรงนี้ขึ้นมา อย่างนั้นผู้รักษาสมดุลอาจช่วยอะไรเขาได้บ้าง แต่ในเมื่อเพื่อนรักกำลังวิ่งวุ่นจัดการปัญหาของตนเองอยู่ เขาก็ต้องเป็นผู้จัดการปัญหานี้ด้วยตัวเองเช่นกัน


 

อาซาเอลวิเคราะห์โครงสร้างของใบไม้และจดมันลงในกระดาษที่แบคอนเตรียมไว้ ก่อนจะเริ่มวิเคราะห์โครงสร้างของทองคำแล้วจดลงไปในกระดาษแผ่นเดิม สำหรับผู้เชี่ยวชาญแล้วขั้นตอนนี้แทบไม่จำเป็น แต่ตัวเขาเป็นแค่นักเรียนใหม่ การเปรียบเทียบโครงสร้างของสิ่งที่ต้องการแลกเปลี่ยนเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดนั้นเป็นขั้นตอนสำคัญ


 

อาซาเอลมองโครงสร้างที่เป็นลายมือตนเองแล้วถอนหายใจอีกรอบ

 


แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับสั่งให้เขาตักน้ำให้หมดมหาสมุทรด้วยแก้วกระดาษ


 

คงทำได้


 

หากไม่เหนื่อยตายไปเสียก่อน


 

ทรานส์หนุ่มถ่ายพลังเวทย์มาที่ดวงตาส่วนหนึ่ง เพื่อมองให้เห็นโครงสร้างระดับเซลล์ของใบไม้ก่อนจะบรรจงปรับโครงสร้างเหล่านั้น ทดแทนส่วนที่ขาดด้วยพลังเวทย์ เปลี่ยนแปลงส่วนที่เกินด้วยพลังเวทย์ ทุกขั้นตอนใช้พลังเวทย์ จนสร้อยข้อมือสีดำสนิทที่ได้มาในภารกิจแรกเริ่มร้อนระอุ

 


แบคอนอธิบายประโยชน์ของสร้อยข้อมือนี้ไปตั้งแต่วันแรกที่เข้าคลาส เพราะมันถือเป็นยุทโธปกรณ์เวทย์ชนิดหนึ่ง และเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อาจารย์เชนทำขึ้น นอกจากจะเป็นเครื่องยืนยันการเป็นนักเรียนของสถาบันเชนโตแล้ว หน้าที่หลักคือสะสมพลังเวทย์ธรรมชาติเพื่อให้เจ้าของนำมาใช้ได้เลียนแบบความสามารถของภาชนะที่สอง แม้แบคอนมิได้เอ่ยออกมาตรงๆ แต่สำหรับคนที่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับภาชนะที่สองแล้วย่อมหวนคิดเปรียบเทียบขึ้นมาแน่ ทว่าพลังเวทย์ธรรมชาติที่สร้อยข้อมือสามารถดึงมาได้นั้นต้องเป็นธาตุเดียวกันกับสิ่งที่ใช้สร้างสร้อยขึ้นมา และสะสมได้ในปริมาณจำกัด แตกต่างกับความสามารถกักเก็บพลังของภาชนะที่สองโดยสิ้นเชิง

 


ส่วนหน้าที่รองของมันคือการทำหน้าที่แทนโลหะตัวนำที่นักเรียนใหม่ยังไม่มีเป็นของตัวเอง การที่สร้อยข้อมือร้อนขึ้นจนแสบผิว เป็นสัญญาณเตือนว่าเขากำลังใช้พลังเวทย์ปริมาณมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนพลังเวทย์ที่มี

 


เพราะแบบนี้ถึงได้อดอิจฉาฝูงหมาป่าไม่ได้


 

อาซาเอล อย่าฝืน


 

เสียงทุ้มที่ก้องอยู่ในหัวมีมากกว่าหนึ่งเสียง


 

แจนิวาล


 

แบคอน


 

และ


 

คาดิเนียล

 


ทรานส์หนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่รอยยิ้มร้ายหายไปจากมุมปาก เหลือเพียงคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันกับสีหน้าบึ้งตึงแบบที่ชอบใช้เวลาดุเขาว่า แมวดื้อ


 

แบบนี้ยิ่งอยากทำให้สำเร็จเข้าไปใหญ่


 

ใครบอกให้มาเป็นห่วงเป็นใยเขากัน ตัวเขาที่ผ่านความเจ็บปวดมากมายชนิดที่ใครก็มิอาจจินตนาการถึงด้วยตัวคนเดียว ไม่ชินเท่าไรกับการรับความห่วงใยจากใครอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว

 


สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การฝืน


 

แต่มันคือการพิสูจน์ว่าเขาสามารถอยู่ที่นี่ได้ และจะอยู่ให้ได้


 

ถ้าล้มพับไปเพราะการทดลองแค่นี้ก็ไม่ควรมาเข้าเรียนที่นี่ตั้งแต่แรก

 

hf

 

ความดีที่สะสมมาตลอดการเป็นผู้รักษาสมดุลหลายสิบปีกลับไม่ช่วยอะไรเขาเลยในช่วงเวลานี้

 


คำพูดของแจนิวาลที่เจ้าตัวบอกว่าเป็นภาษาวัยรุ่นที่นิยมใช้กันผุดขึ้นมาในหัวเขาเสียอย่างนั้น


 

แต้มบุญหมด


 

เห็นจะจริง


 

มินาคัสยืนนิ่งมองเหล่าขวดโหลและกระปุกเล็กกระปุกน้อยของเครื่องเทศ สมุนไพร และยาบางชนิดที่เรียงรายอยู่บนชั้นวางในห้องเรือนกระจกขนาดไม่ต่างจากห้องพักของนักเรียนทั่วไป ทั้งที่มีออกมากมายขนาดนี้ แต่ท่ามกลางโหลแก้วเหล่านั้นกลับไม่ปรากฏน้ำมันไม้หอมที่เขาต้องการ


 

ล้อกันเล่นหรือไง


 

“นักเรียน มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”


 

ผู้รักษาสมดุลรูปงามที่กำลังเข้าตาจนเก็บอาการสะดุ้งของตนไว้ก่อนจะหันไปตามเสียงทุ้มที่ดังขึ้นเบื้องหลัง เข็มกลัดแปดเหลี่ยมสีทองสลักรูปยูนิคอร์นเหยียบอยู่บนผิวน้ำของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นพระจันทร์ดวงโตอันเป็นตราสัญลักษณ์ของสถาบันเชนโตเออูโนที่กลัดอยู่บนปกเสื้อคลุมสีเข้มของคนตรงหน้าบ่งบอกสถานะอาจารย์ ทว่ามินาคัสกลับไม่คุ้นหน้าคนๆนี้เท่าใดนัก

 


ผิวคร้ามแดดกับใบหน้าคมคาย


 

และสายตาไม่เป็นมิตร


 

ไม่ใช่ความดุดัน แต่เป็นความเจ้าเล่ห์ที่ไม่น่าไว้วางใจ


 

“ผมรู้สึกเหมือนจะป่วย เลยจะมาขอยาสมุนไพรครับ อาจารย์เป็นคนดูแลห้องกระจกนี้หรอครับ”ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ และรอยยิ้มที่แต้มบนริมฝีปากคล้ำนั่นก็ทำเอาเขาหนาววาบคล้ายจะป่วยขึ้นมาจริงๆ


 

“ถ้าแค่มาขอยาก็ดี อย่าได้คิดขโมยอะไรไปจากที่นี่เชียว เจ้าของห้องน่ะดุเอาเรื่อง”อาจารย์หนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะก่อนจะหยิบกุญแจที่สภาพเก่าเอาการออกมาไขประตูกระจกที่มีคราบตามกาลเวลา บ่งบอกว่าห้องนี้คงมีอายุหลายปี หรืออาจจะหลายสิบปี


 

“ฉันไม่ใช่เจ้าของห้อง แต่เป็นลูกค้าขาประจำที่แวะมาหยิบยืมอะไรนิดๆหน่อยๆ แย่หน่อยเพราะเป็นการหยิบยืมที่ไม่ได้บอกเจ้าของ เพราะงั้น เพื่อเป็นการปิดปาก นอกจากยาที่ต้องการแล้ว ถ้านายจะหยิบอะไรไปอีกอย่างสองอย่างฉันจะทำเป็นไม่เห็น”


 

อาจารย์หนุ่มเดินไล่ไปตามแนวชั้นวางของ สายตาสอดส่องหาสิ่งที่ตนต้องการหยิบยืมโดยไม่ปรายสายตามองเด็กหนุ่มร่างสูงที่เดินตามเข้ามา คล้ายจะบอกเป็นนัยว่าเขาจะแสร้งไม่เห็นทุกการกระทำที่มินาคัสจะทำภายในห้องกระจกนี้


 

ทว่าผู้รักษาสมดุลหนุ่มทำเพียงหยิบกระปุกยาลดไข้แล้วเคาะให้เม็ดยาสีเขียวเข้มหล่นลงมาบนมือเพียงสองเม็ดก่อนจะเก็บกระปุกวางเข้าที่เดิม และไม่แตะต้องอะไรภายในห้องอีก


 

อาจารย์หนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ได้สิ่งที่ต้องการ แต่ยังคงยืนนิ่ง ถ้าไม่ได้คิดจะเอาอะไรติดมือกลับไป ใยยังยืนอยู่ที่เดิม


 

“ฉันชื่อไคมัส รับผิดชอบวิชาวิทยเวทย์ ระดับต่ำกว่าบีกินเนอร์คงไม่รู้จักหรอก”ไคมัสซุกมือที่หยิบกระปุกสมุนไพรขวดเล็กสองสามขวดติดมาลงในกระเป๋าเสื้อโค้ท ก่อนจะมองพิจารณาเด็กหนุ่มอย่างสนอกสนใจ


 

“ถึงฉันจะไม่ได้สอน แต่หากนักเรียนต้องการคำปรึกษา ฉันก็ยินดี”


 

มินาคัสลอบกลืนน้ำลาย เขาเจอคนอันตรายมาก็มาก แต่กับคนที่อันตรายและไม่คิดปิดบังกลิ่นไอชั่วร้ายของตนเองเลยสักนิดอย่างคนตรงหน้าเขานั้นพบได้ไม่บ่อยนัก บอกตามตรง เขาไม่รู้จะรับมืออย่างไร


 

“ผมมีอาการนอนไม่หลับ เลยอยากได้น้ำมันไม้หอมไปทำเทียนไว้จุดตอนนอนน่ะครับ แต่เท่าที่เห็นในห้องนี้กลับไม่มีน้ำมันพวกนั้นเลย”


 

อยากกัดลิ้นตัวเองสักทีที่มันชอบแข็งจนพูดตะกุกตะกักยามต้องโป้ปด


 

“พอดีวันก่อนฉันมายืมไปเป็นวัตถุดิบในยาหลอนประสาทตัวใหม่จนหมดแล้วน่ะสิ เจ้าของห้องก็ไม่กลับมาสักทีเลยไม่มีของใหม่มาเติม โทษทีนะ”


 

มินาคัสพยายามไม่ตั้งคำถามกับคำว่า ยาหลอนประสาทตัวใหม่ ที่คนเป็นอาจารย์เพิ่งจะพูดออกมาหน้าตาเฉย


 

“งั้นหรอครับ ถ้างั้นผมคงต้องทนนอนไม่หลับไปอีกสักพัก ขอตัวนะครับอาจารย์”เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเบาคล้ายปลอบตัวเองก่อนจะโค้งขอตัวอย่างสุภาพแล้วหันหลังจะเดินออกจากห้อง ทว่าขายาวก็ต้องชะงักเมื่อเสียงทุ้มแหบที่เจือแววความเจ้าเล่ห์จนเป็นเรื่องปกติวิสัยดังขึ้นจากด้านหลัง

 


“ถ้าที่นี่ไม่มี ก็ลองไปหาที่ห้องเก็บของของภาคศิลป์สิ ที่นั่นมีแน่นอน แต่ถ้าอาจารย์ประจำห้องไม่อยู่ก็อย่าทะเล่อทะล่าเข้าไปในห้องเล็กริมขวาด้านในสุดล่ะ ที่นั่นบาเรียป้องกันมันบาง ถ้าเข้าไปแล้วมีคนมาเจอจะโดนหาว่าไปขโมยของเข้า คงลำบากแย่”

 


เสียงหัวเราะทุ้มในลำคอนั่นไม่ต่างอะไรกับเสียงของซาตานที่ล่อลวงให้มนุษย์ขายวิญญาณให้ และบัดนี้มินาคัสก็เป็นมนุษย์ที่กำลังตกที่นั่งลำบากจนต้องยอมขายวิญญาณให้ความชั่วร้ายนั้นแต่โดยดี


 

เด็กหนุ่มหันไปโค้งขอบคุณอาจารย์ที่เอ่ยเตือน แม้รูปประโยคจะราวกับชี้โพรงให้กระรอกก็ตามที

 

 

ขายาวพาร่างสูงมุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของของภาคศิลป์ จากเดินกลายเป็นวิ่งทันทีที่พ้นสายตาของไคมัส มินาคัสสับขารัวเร็วเสียจนปวดกล้ามเนื้อตุบ ทว่าก็มิอาจลดความเร็วลงได้เมื่อนาฬิกาตรงมุมบันไดบ่งบอกว่าอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะหมดชั่วโมงเล่นแร่แปรธาตุ นั่นหมายความว่าอาซาเอลกับแจนิวาลอาจจะกลับมาเพื่อตามหาเขาที่ไม่ยอมเข้าเรียน

 


อาซาเอลน่ะไม่เท่าไร

 


แต่แจนิวาลคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆแน่

 

 

 

ตึกของภาคศิลป์นั้นอยู่ตรงข้ามกับภาควิจัยที่ตั้งอยู่ติดริมทะเลสาบ ด้วยตัวตึกทรงวิจิตรที่สร้างขึ้นจากต้นไม้เนื้อแข็งเพียงสามต้นตั้งอยู่ฝั่งป่าสน ในมุมที่หากไม่สังเกตก็แทบมองไม่เห็น ตัวอาคารขนาดเล็กแตกต่างจากตึกอื่นในสถาบัน ราวกับห้องเก็บของมากกว่าตึกเรียน ว่ากันว่าสร้างขึ้นมาเป็นตึกแรกๆ และเป็นเพียงตึกเดียวที่ไม่ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ ยังคงรูปร่างเดิมไว้ตั้งแต่หลายสิบปีก่อน

 


และความเก่าแก่นั่นก็มาพร้อมเรื่องเล่าสยองขวัญมากมาย

 


ไม่นับรวมความประหลาดของอาจารย์ประจำตึก

 


ศาตราจารย์ฮันเชล

 


ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำ ว่าแท้จริงแล้ว คนๆนั้นอายุเท่าไรกันแน่

 

 

hf

 

เสียงฮือฮาดังขึ้นภายในห้องเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุ ก่อนจะค่อยๆเบาลงเมื่อได้สัญญาณเตือนเป็นสายตาคมๆของอาจารย์ประจำวิชา ทว่าเหล่านักเรียนใหม่ยังคงซุบซิบกันไม่หยุดปากในขณะที่จ้องมองมายังสถานการณ์หน้าชั้นเรียนเป็นสายตาเดียว รุ่นพี่ระดับสูงหลายคนยังเผลอกลั้นหายใจตาม ในขณะที่บางคนมองบุคคลหน้าห้องด้วยสายตาประเมินความสามารถ

 


รุ่นน้องที่มีฝีมือนั้นควรค่าแก่การทำความรู้จัก


 

ในทางกลับกัน รุ่นน้องที่ฝืนตนเกินความสามารถนั้นก็คู่ควรกับบทเรียนราคาแพงและการดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดจากรุ่นพี่เช่นพวกเขา


 

ลักษณะพิเศษของวิชา Alchemy คือไม่จำกัดระดับของผู้เข้าเรียน เนื่องจากธรรมชาติของวิชาที่เน้นการทำภารกิจจริงมากกว่าการบรรยายในชั้นเรียน จึงเป็นการดีกว่าที่จะมีนักเรียนทุกระดับความสามารถทำงานร่วมกัน เหล่านักเรียนระดับสูงจะได้ฝึกทักษะเพิ่มเติมในขณะที่คอยดูแลรุ่นน้องที่ยังอ่อนประสบการณ์ ส่วนนักเรียนใหม่ก็จะได้เรียนรู้ทักษะจากรุ่นพี่ในขณะลงภาคสนามด้วยกัน


 

ตั้งแต่แบคอนและเชนเข้ามาดูแลวิชานี้ อัตราการเสียชีวิตของนักเรียนใหม่ขณะออกปฏิบัติภารกิจนอกโรงเรียนก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด


 

สำหรับแบคอนแล้วนักเรียนของเขาควรมีโอกาสได้พัฒนาตนเองมากกว่าจะโดนธรรมชาติคัดสรรให้ดับสูญไปตั้งแต่อายุยังน้อย


 

สำหรับนักเรียนระดับสูง การลงภาคสนามในวิชาเล่นแร่แปรธาตุนั้นพูดกันปากต่อปากว่าเป็นการล่าขุมทรัพย์ เพราะในการลงพื้นที่จริงแต่ละครั้งอาจได้วัตถุดิบเวทมนต์ติดไม้ติดมือกลับมา ซ้ำระดับของวัตถุดิบเหล่านั้นก็อยู่ในระดับสูงเสียด้วย


 

เพราะแม้แบคอนจะไม่ต้องการให้เกิดการสูญเสีย แต่เขาก็เชื่อว่านักเรียนจะพัฒนาได้เต็มศักยภาพในสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอดจากภาวะวิกฤต อาจารย์หนุ่มร่างเล็กไม่เคยปราณีเด็กรุ่นไหนให้ออกพื้นที่สงบๆ มีแต่พื้นที่อันตรายเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายทั้งสิ้น


 

เช่นเดียวกับเด็กหนุ่มตรงหน้าเขา ที่ถูกบีบให้ตกอยู่ในช่วงเวลาอันตรายแม้จะอยู่ใต้ชายคาของสถาบัน มิใช่อันตรายจากสัตว์เวทย์หรือต้นไม้พิษ มิใช่อันตรายจากภัยธรรมชาติใด ทว่าเป็นอันตรายจากการต่อสู้กับความอดทนของตนเอง


 

อาซาเอลยกมือปาดเหงื่อที่หางตา ก่อนจะละมือข้างหนึ่งมาบีบข้อมืออีกข้างที่เริ่มสั่นเอาไว้แน่น ความร้อนจากสร้อยข้อมือลามเลียผิวบางเสียจนเป็นรอยแดงรอบข้อมือ


 

อีกเพียงนิดเท่านั้น สิ่งที่เขาทำจะสำเร็จ


 

หากพลาดเสียตอนนี้ ทุกอย่างจะกลายเป็นเถ้าถ่าน สูญเปล่าทั้งพลังเวทย์และความพยายาม


 

ใบไม้ที่เคยเป็นสีน้ำตาลแห้ง บัดนี้กลายเป็นสีทองไปแล้วเกินครึ่ง แบคอนยกยิ้มบางๆให้กับความพยายามของลูกศิษย์ที่เขาคาดหวัง


 

อาซาเอลเป็นเด็กฉลาด ทว่าการแปรปรวนของพลังเวทย์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุปสรรคใหญ่ของทรานส์หนุ่ม แบคอนพยายามหาสาเหตุ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใด ด้วยปกติแล้วนักเรียนที่เข้ามาในเขตของสถาบันเชนโต จะสามารถใช้เวทย์ได้อย่างอิสระและปลอดภัยมากกว่าภายนอก แม้แต่นักเรียนใหม่ที่ยังไม่มีโลหะตัวนำของตนเองก็สามารถใช้ประโยชน์จากโลหะตัวนำที่ฝังอยู่ทั่วไปในบริเวณสถาบันได้


 

น้อยครั้งที่จะเกิดการต่อต้านเช่นนี้


 

แม้ใครหลายคนจะมองอาซาเอลด้วยสายตาชื่นชมและคาดหวัง ทว่ามีสายตาสองคู่ที่กำลังทอดมองมาอย่างกังวลและร้อนรนราวกับอาซาเอลเป็นระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง


 

แจนิวาลที่สันนิษฐานว่าอาซาเอลเป็นทรานส์ตัวน้อยเจ้าของร่างแมวป่าสีสนิมและมีร่างลอสเป็นสัตว์ร้ายดวงตาสีเขียวอมเหลืองลอบกลืนน้ำลายอย่างฝืดฝืน กลัวเพื่อนตัวดีจะกลายเป็นสัตว์ร้ายเสียกลางห้องเรียน ยิ่งเห็นใบหน้าชื้นเหงื่อและแก้มที่ขึ้นสีเรื่อเพราะความร้อนในร่างกายแล้วก็ได้แต่เคาะเท้าอย่างว้าวุ่น ใบหน้าเหยเกจนซามูเอลสังเกตได้


 

“พี่แจนิวาลอยากเข้าห้องน้ำหรอครับ”


 

เพียวหนุ่มหันไปเคาะหัวเจ้าตัวน้อยเสียทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาลุ้นกับสถานการณ์ขับขันตรงหน้าต่อ ซามูเอลได้แต่ย่นคอลูบหัวตัวป้อยๆ ก่อนจะต้องลืมเจ็บแล้วผุดลุกขึ้นยืน เช่นเดียวกับหลายคนในห้องใต้ดินนี้


 

ชั่วพริบตาที่ใบไม้กลายเป็นสีทองทั้งใบ อาซาเอลเงยหน้าชื้นเหงื่อขึ้นสบตากับอาจารย์หนุ่ม แบคอนปรบมือให้กับความสำเร็จของศิษย์คนโปรด แม้จะเกเรไม่ฟังเขาสอน แต่การพยายามทำจนสำเร็จก็ถือว่าควรได้รับผลตอบแทน เสียงปรบมือของเพื่อนร่วมคลาสก้องไปทั้งห้องเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุ


 

แต่สิ่งที่ทำให้ซามูเอลต้องผุดลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่ใช่เพื่อชื่นชมความสำเร็จของพี่ชายร่วมกลุ่ม


 

ร่างสูงโปร่งของอาซาเอลทรุดฮวบลงหลังโต๊ะอาจารย์ก่อนที่เสียงปรบมือจะซาลง ท่ามกลางความงุนงงของคนทั้งคลาส เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของใครบางคนดึงให้นักเรียนทั้งหมดตกอยู่ในอาการตระหนกไม่ต่างจากซามูเอล


 

“อ้าก”


 

เสียงร้องราวสัตว์ป่าบาดเจ็บนั่นทุ้มต่ำทว่าแสนทรมาน


 

ไม่ใช่อาซาเอล

 

 

เสียงนั้น


 

เป็นของคาดิเนียล


 

ร่างหนากอดตัวเองแน่นก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ บิดเกร็งทรมานปานจะขาดใจจนอัยที่นั่งอยู่ข้างๆต้องกอดเพื่อนเอาไว้แน่น ในขณะที่ซากานก็พยายามดึงตัวคาดิเนียลออกจากเก้าอี้ คล้ายจะพาออกนอกห้องเรียน


 

สถาการณ์ทุกอย่างชุลมุนจนซามูเอลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแจนิวาลที่เคยนั่งอยู่ข้างๆเขานั้นวิ่งไปพยุงอาซาเอลขึ้นจากพื้นตั้งแต่เมื่อไร


 

และก่อนที่ทุกอย่างจะวุ่นวายไปมากกว่านี้ ฉับพลันกลิ่นอับของห้องใต้ดินที่ก่อขึ้นจากหินชื้นๆนับพันก้อนก็ถูกกลิ่นหอมประหลาดเข้าปกคลุม มันฉุนแสบจมูกในทีแรก ก่อนจะเบาบางลงจนเหลือเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ


 

สำหรับซามูเอล มันเป็นกลิ่นของขนมปังอบใหม่หอมกรุ่น


 

แจนิวาลสูดจมูกฟุดฟิดเพื่อรับกลิ่นของกระดาษใหม่


 

นักเรียนแต่ละคนตกอยู่ในกลิ่นไอแตกต่างกันไป ทว่ากลิ่นเหล่านั้นล้วนเป็นกลิ่นที่ทำให้จิตใจสงบลง


 

แม้แต่คาดิเนียลที่กำลังเจ็บปวดราวกับร่างจะแตกเป็นเสี่ยง กลิ่นของฤดูใบไม้ผลิที่แทรกเข้ามาจางๆในประสาทสัมผัสก็ช่วยปลอบประโลมให้เด็กหนุ่มสงบ เหลือเพียงจังหวะหายใจหอบหนักที่ทำให้ปมหัวคิ้วของอัยและซากานคลายออกไปบ้าง ซากานปล่อยมือจากต้นแขนของคนที่เป็นทั้งผู้นำและเพื่อนสนิท ละจากการยื้อยุดให้อีกคนลุกจากเก้าอี้


 

ชั่ววินาทีที่ผ่านมาเขาคิดเพียงว่าจะต้องพาคาดิเนียลไปหาเขี้ยวของไฮบ์หนุ่ม เพื่อให้อาการทุกข์ทรมานปริศนานั้นเบาบางลง


 

ไม่ทันได้ฉุกคิดด้วยซ้ำ ว่าเหตุใดอาการที่หายไปนานหลายปีจึงได้กลับมาอีกครั้ง


 

อาจเพราะใกล้วันพระจันทร์สีเลือด


 

หรือเพราะใครบางคนที่ล้มฟุบลงไปก่อนหน้านั้น


 

“กรุณาอยู่ในความสงบ”


 

เสียงราบเรียบของอาจารย์หนุ่มทำให้นักเรียนทั้งหมดกลับมานั่งประจำที่ตนเอง เว้นเสียแต่แจนิวาลที่นั่งอยู่ข้างๆร่างซีดเผือดของเพื่อนสนิท


 

แบคอนเข่นเขี้ยวตัวเองในใจที่เร่งรัดอาซาเอลมากเกินไป ทำให้เด็กน้อยของเขาหมดแรงล้มพับลงไปต่อหน้า ดีหน่อยที่หูและหางเจ้ากรรมไม่ปรากฏออกมาให้วุ่นวายไปกว่านี้


 

แถมสถานการณ์วุ่นวายยังบีบให้เขาต้องใช้กำยานหอมกล่อมประสาท สิ่งประดิษฐ์ใหม่ของไอ้ไคมัสเสียได้


 

กะจะเอามาหาข้อบกพร่องไปตอกหน้ามันแท้ๆ ถ้าเจ้าหมีนั่นรู้ว่าเขาเอามาใช้ประโยชน์คงไม่พ้นเกทับเขาไปอีกหลายอาทิตย์


 

แบคอนทรุดตัวลงข้างๆคนที่สลบไม่ได้สติ แตะมือลงเบาๆที่หน้าอกของนักเรียน เขาไม่ได้เชี่ยวชาญเวทย์รักษาเหมือนคนรัก แต่ก็พอจะครูพักลักจำมาได้บ้าง อย่างการตรวจอาการเบื้องต้นว่าอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ก็พอจะทำได้ ซึ่งร่างกายของทรานส์ตระกูลแมวนั้นฟ้องว่าหมดสติไปเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการฝืนใช้เวทย์เท่านั้น อาจารย์หนุ่มพรูลมหายใจอย่างโล่งอกไปเปราะหนึ่ง


 

“แจนิวาล พาอาซาเอลไปที่ห้องพยาบาล”


 

แจนิวาลพยักหน้าหงึก ก่อนจะออกแรงยกตัวคนที่สูงกว่าเขามากขึ้นจากพื้น อาการเซคล้ายจะล้มของเพียวหนุ่มทำให้ซามูเอลวิ่งออกมาช่วยพยุงอีกแรงก่อนจะพาคนป่วยออกจากห้องเรียน


 

แบคอนไม่ได้ตามอาซาเอลไปในทันทีเพราะมีอีกเรื่องที่เขาต้องจัดการ


 

อาจารย์หนุ่มเดินเข้าหาร่างที่ยังคงฟุบหน้าหอบหายใจหนักอยู่กับโต๊ะ แต่ก่อนที่มือบางจะได้สัมผัสร่างนั้นก็ถูกขวางกั้นไว้ด้วยแขนของนักเรียนอีกคน


 

ซากานยืนขวางระหว่างแบคอนและคาดิเนียล ในขณะที่อัยยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้างของไฮบ์หนุ่ม สายตากร้าวที่วาบขึ้นมาวูบหนึ่งของนักเรียนทั้งสองเตือนให้แบคอนหยุดฝีเท้าของตนเองไว้


 

ลูกฝูงกำลังระวังภัยให้จ่าฝูงงั้นรึ


 

แบคอนระบายยิ้มอ่อนโยน ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะใช้ไม้อ่อนเช่นนี้ แต่ด้วยรู้ดีว่าสภาพจิตใจของอัยและซากานนั้นกำลังอ่อนไหวเพียงใด เมื่อผู้นำฝูงบาดเจ็บ


 

“ผมจะถามแค่ว่า ตรงนี้มีอะไรให้ผมช่วยรึเปล่า ถ้าไม่มี ผมจะไม่ก้าวก่าย”น้ำเสียงอ่อนโยนที่เอ่ยออกมาเปิดโอกาสให้เหล่าหมาป่าหนุ่มได้ตั้งสติ สีหน้าของอัยดูผ่อนคลายลง ต่างจากซากานที่ยังปั้นหน้ายักษ์อยู่


 

“ไม่เป็นไรครับอาจารย์ ผมแค่อยากขอพาคาดิเนียลกลับไปพักที่ห้องพัก จะได้มั้ยครับ”


 

แบคอนเหลือบมองเด็กหนุ่มที่ยังคงฟุบอยู่กับโต๊ะอย่างประเมินอาการ ก่อนจะหันมาสบตากับอัยที่ระบายยิ้มกว้างราวกับเมื่อครู่ไม่ได้แสดงสีหน้าพร้อมล่าของสัตว์ป่า


 

“แน่ใจนะว่าไม่ต้องไปห้องพยาบาล”


 

“ครับ”


 

น้ำเสียงหนักแน่นนั้นทำให้แบคอนพยักหน้าอนุญาตให้เด็กทั้งสองพาเพื่อนออกจากคลาสเรียนของเขา


 

ทว่าลมหายใจของอาจารย์หนุ่มก็ต้องกระตุกวูบเมื่อเสี้ยววินาทีที่คาดิเนียลเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเด็กหนุ่มทอประกายสีฟ้าสด ไม่แปลกหรอกหากดวงตาของไฮบ์และทรานส์จะเปลี่ยนสียามที่ใช้พลังเวทย์ ทว่าสีเหล่านั้นจะเป็นสีเฉพาะตัวตามพลังเวทย์ของแต่ละคน ไม่เคยมีใครมีสีของพลังเวทย์เหมือนกันแม้แต่ผู้ร่วมสายเลือด


 

แม้สีจะใกล้เคียงแต่ความรู้สึกจะแตกต่างออกไป


 

ใยทั้งสีและสิ่งที่แบคอนรับรู้ได้จากไฮบ์หนุ่ม จึงคล้ายกับพลังเวทย์วูบหนึ่งที่เขาสัมผัสได้จากอาซาเอลในการทดสอบภาคปฏิบัติ แม้จะมองผ่านการบันทึกภาพที่ไคมัสเขียนรายงานการทดสอบเกินกว่าเหตุ แต่แบคอนมั่นใจว่ามันเหมือนกันจริงๆ


 

ทันทีที่อัยและซากานพยุงร่างหนาออกจากคลาสเรียน แบคอนขบริมฝีปากอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจยกเลิกคลาส


 

ดูเหมือนเขาจะต้องเขียนรายงานยาวเป็นห่างว่าว ทั้งเรื่องที่มีนักเรียนเป็นลมล้มพับในคลาส และเรื่องที่ยกเลิกคลาสกะทันหัน


 

ทว่าตอนนี้ขาของเขาไม่อาจหยุดพาร่างเล็กของตนไปยังห้องพยาบาลได้


 

ทันทีที่ประตูสีขาวของห้องพยาบาลปรากฏสู่สายตา ขาเล็กก็ก้าวเร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่ง ก่อนจะกระแทกประตูให้เปิดออก


 

ภาพสีหน้าตระหนกของคนรักและนักเรียนอีกสองคนไม่ได้ทำให้แบคอนลดเสียงลง เขาเอ่ยประโยคที่ก้องอยู่ในหัวตั้งแต่ออกจากห้องเรียนออกมาด้วยน้ำเสียงเน้นหนักแม้จะหอบจนยืนแทบไม่ไหว


 

“ชาร์ล! ตาของอาซาเอลเป็นสีอะไร!


 

“ว่าไงนะ”หมอหนุ่มเลิกคิ้วถามคนรักอย่างไม่เข้าใจ ยิ่งเห็นอาการร้อนรนของคนตัวเล็กเขายิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ กระนั้นผู้ผูกพันธะของเขาก็ไม่ได้สนใจอาการสับสนที่เขาแสดงแม้แต่น้อย แบคอนตรงปรี่เข้ามาหาร่างของนักเรียนที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะทำสิ่งที่ทำให้สามชีวิตตรงนั้นอุทานออกมาพร้อมกัน


 

แบคอนดึงเปลือกตาสีอ่อนของอาซาเอลให้เปิดออกทั้งสองข้าง


 

และภาพที่เห็นก็ทำให้ทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกันอีกหน


 

ดวงตาสองสี


 

ข้างหนึ่งเป็นสีเหลือง


 

อีกข้างเป็นสีฟ้าสด


 

อาซาเอลเป็นภาชนะที่สอง


 

ภาชนะที่สองมักจะมีลักษณะพิเศษที่บ่งบอกถึงการแตกเป็นสองของพลังเวทย์


 

บ้างร่างลอสอาจมีสองหาง


บ้างร่างลอสอาจมีขนสองสี


หรือในบางครั้ง ก็มีสีของดวงตาที่แตกต่างกัน

 


ทว่าข้างหนึ่งจะบ่งบอกสีของพลังเวทย์ตน


อีกข้างจะเป็นสีดำสนิทบ่งบอกว่าภาชนะที่สองของทรานส์คนนั้นว่างเปล่าพร้อมกักเก็บพลังเวทย์ธรรมชาติ


 

แต่เหตุใด


 

ดวงตาของอาซาเอลจึงมีสีเดียวกับพลังเวทย์เฉพาะตัวของคาดิเนียล


 

“นี่มันเรื่องอะไรกันหรอครับ”ซามูเอลเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ ด้วยไม่อาจเข้าใจสีหน้าตึงเครียดของคนทั้งสามภายในห้องนี้ได้


 

เด็กน้อยไม่รู้จักภาชนะที่สอง


 

ทว่าอีกสามคนนั้น รู้จักมันเป็นอย่างดี


hf

 

ประตูด้านหน้าของตึกภาคศิลป์เป็นซุ้มไม้เลื้อยที่มีความสูงเหนือศีรษะของมินาคัสไม่มากนัก เมื่อรวมกับความยาวของเถาไอวี่ที่ทิ้งตัวระย้าลงมาทำให้ร่างสูงต้องค้อมตัวขณะแหวกเถาไม้เลื้อยระโยงระยางให้พ้นทาง

 


ภายในตัวอาคารเป็นโถงทางเดินตรงยาวลึกเข้าไปด้านใน ระแนงไม้ฝั่งหนึ่งมีแสงลอดผ่านมากพอให้เห็นความกว้างของอาคารที่ตรงข้ามกับภายนอก ผู้รักษาสมดุลหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าเขาก้าวเข้ามาในอาณาเขตที่มีการบิดมิติพื้นที่ เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไร อาคารไม้ชั้นเดียวเล็กๆที่เขาเห็นเมื่อครู่ก็ไม่มีทางกินพื้นที่ได้มากมายเช่นนี้  


 

เจ้าของใบหน้างดงามที่เทพสักองค์บรรจงสร้างสูดหายใจเข้าลึกเพื่อบรรเทาอาการหอบเหนื่อยจากการวิ่งเป็นระยะทางไกล เหงื่อที่ซึมบนไรผมหยดลงข้างแก้มก่อนจะทิ้งตัวลงที่ปลายคางได้รูป


 

มินาคัสกำลังตัดสินใจ ว่าเขาควรหยิบสิ่งที่ต้องการแล้วจากไปเงียบๆ หรือควรส่งเสียงทักทายใครสักคนที่อาจอยู่ที่นี่ ซึ่งก็น่าจะมีเพียงศาสตราจารย์ฮันเชลคนประหลาดหนึ่งเดียวเท่านั้น


 

เอาเถิด อย่างไรเสียการหยิบยืมอย่างถูกต้องก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ถึงแม้ความเงียบในอาคารแห่งนี้จะกระซิบบอกให้เขาย่องเบาแล้วฉกฉวยเอาตามต้องการก็ตาม


 

“ขอโทษนะครับ มีใครอยู่ไหม”


 

เสียงทุ้มสะท้อนก้องภายในอาคารอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกความเงียบเข้าปกคลุม


 

มินาคัสสูดหายใจอีกหน


 

“ศาสตราจารย์ฮันเชลครับ ผมมีเรื่องจะรบกวน”


 

มีเพียงเสียงลมหายใจของเขาเองเท่านั้นที่ดังพอให้ได้ยิน มินาคัสถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่อยากยอมรับนักหรอก แต่เขารู้สึกโชคดีที่ไม่มีใครขานตอบกลับมา แม้จะไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นหัวขโมย แต่ดูเหมือนในกรณีนี้ความถูกต้องจะไม่ปลอดภัยสำหรับเขาเท่าใดนัก


 

เพราะคำเตือนที่เขาได้รับเมื่อครั้งยืนยันภารกิจ มีชื่อศาสตราจารย์ฮันเชลอยู่ในรายชื่อบุคคลอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยง


 

เช่นนั้นเขาจึงภาวนาว่าจะไม่ต้องเผชิญหน้ากันในเร็ววันนี้ ภารกิจของเขายังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลยสักนิด


 

เร็วเกินไปที่จะล้มเหลว



 

ร่างสูงก้าวเข้าสู่ทางเดินทอดยาวที่มีแสงลอดเป็นริ้วจากซี่ไม้ระแนง ผ่านห้องที่มีป้ายอันใหญ่สลักชื่อของอาจารย์ผู้ดูแลภาคศิลป์เอาไว้ด้วยอักษรสีทองที่เริ่มหลุดลอกตามกาลเวลา ประตูหน้าห้องเปิดอยู่ มินาคัสไม่ลืมที่จะมองสำรวจเข้าไปด้านใน ทว่าภายในห้องก็มีเพียงความว่างเปล่ากับโต๊ะทำงานและข้าวของที่กระจัดกระจายบ่งบอกว่าเจ้าของห้องไม่ใช่คนมีระเบียบเท่าใดนัก


 

ถัดจากห้องพักอาจารย์ มินาคัสพบทางเลี้ยวที่สองข้างทางมีประตูไม้หลายบานเรียงกันอยู่ ประตูแต่ละบานมีหมายเลขกำกับไว้ นับได้หกห้อง ซึ่งทุกห้องมีไอพลังเวทย์ที่ทำให้มินาคัสขนอ่อนลุกชัน บาเรียป้องกันเหล่านั้นมีท่าทีไม่เป็นมิตรนักเมื่อเขาขยับเข้าไปใกล้ ยกเว้นเสียก็แต่ห้องสุดท้ายด้านในฝั่งขวามือ


 

ห้องหมายเลข 6


 

เป็นดังที่อาจารย์ไคมัสบอก


 

บาเรียบางเบาที่กางกั้นอยู่บนบานประตูสั่นไหวน้อยๆราวผิวน้ำในทะเลสาบยามเมื่อลมพัดผ่าน


 

มินาคัสมองเห็นพลังเวทย์เหล่านั้นเป็นเม็ดแสงเล็กๆที่เรียงตัวกันเป็นแนวป้องกันการรุกรานจากบุคคลภายนอก เหล่าเม็ดแสงส่งเสียงจ้อกแจ้กเมื่อเขาก้าวมาถึงหน้าประตู

 


ขอผ่านเข้าไปได้ไหม


 

มินาคัสเปิดบทสนทนาผ่านจิตที่คล้ายกับเทเลพาที เว้นเสียแต่เทเลพาทีนั้นใช้ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ หรืออย่างน้อยก็ควรเป็นการสนทนาระหว่างสิ่งมีชีวิตด้วยกัน ทว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้น คือการสนทนากับพลังเวทย์ที่ศาสตราจารย์ฮันเชลสร้างไว้


 

เป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษของผู้รักษาสมดุล


 

เม็ดแสงน้อยๆขยับตัวอึกอัก ดูมีท่าทีลังเลใจแต่ก็มิได้ต่อต้านหรือข่มขู่ผู้รักษาสมดุลที่พยายามจะรุกล้ำเข้าสู่อาณาเขตส่วนตัว


 

มินาคัสระบายยิ้มบางๆที่ไม่ว่าสตรีนางใดได้เห็นคงต้องเผลอใจเต้นไม่เป็นส่ำ ร่างสูงแตะปลายนิ้วลงบนผิวของพลังเวทย์บางเบาคล้ายจะปลอบโยนให้หายตื่นกลัว และดูเหมือนรอยยิ้มดุจเทพบุตรนี้จะไม่ได้มีผลต่อสตรีเพศเท่านั้น เพราะมันกำลังทำให้บาเรียป้องกันคลายตัว


 

เหล่าเม็ดแสงค่อยๆแหวกทางให้กับผู้รักษาสมดุลหนุ่มรูปงาม


 

เด็กดี


 

มินาคัสเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มก่อนจะผลักบานประตูไม้หมายเลข6 ให้เปิดออกอย่างง่ายดาย


 

ถ้าไม่ใช่ผู้รักษาสมดุล การฝืนผ่านบาเรียป้องกันนี้มาคงสร้างความเจ็บปวดไม่น้อยเลย แม้จะบอกว่าเป็นเวทย์ป้องกันที่เปราะบางเพียงใด แต่นั่นก็เป็นคำพูดจากมุมมองของอาจารย์ไคมัส มิใช่มุมมองเดียวกับสามัญชนทั่วไปเป็นแน่



 

ภายในห้องเก็บของหมายเลข 6 นั้นมีพื้นที่ไม่มากนัก แสงสว่างหนึ่งเดียวภายในห้องเกิดจากช่องบนหลังคาที่ปล่อยให้แสงลอดผ่านลงมาไม่มากไปกว่าหนึ่งตารางฟุต ลำแสงจากภายนอกอาบอยู่บนเครื่องเรือนเพียงชิ้นเดียวในห้อง จะเรียกว่าเครื่องเรือนก็ไม่ถูกเท่าไรนัก เพราะมันเป็นกระดานผ้าใบสำหรับวาดภาพที่มีผ้าสีขาวสะอาดคลุมอยู่อย่างหมิ่นเหม่ ดูเหมือนมันจะถูกทิ้งไว้ในห้องนี้อย่างโดดเดี่ยวมานานเหลือเกิน แม้จะสะอาดสะอ้าน แต่พลังเวทย์จางๆที่อาบไล้อยู่นั้นหม่นเศร้าและเหงาเกินกว่ามินาคัสจะอธิบายได้


 

หากเป็นจิตรกรที่มีฝีมือแล้วล่ะก็ ไม่แปลกที่จะทิ้งร่องรอยความรู้สึกผ่านพลังเวทย์บางเบาไว้ในสีและผืนผ้าใบ ทำให้ภาพที่วาดออกมามีความทรงจำและความรู้สึกของผู้วาดแทรกซึมอยู่


 

ไม่ว่าใครก็ตามที่วาดภาพเบื้องหลังผ้าคลุมสีขาวนี้ขึ้นมา เขาคงเจ็บปวดเหลือเกินยามเมื่อลากพู่กันผ่านผ้าใบสีขาวจนเกิดเป็นภาพภาพหนึ่ง


 

มินาคัสไม่ใคร่อยากเปิดดู เพราะรู้ดีว่าตัวตนของเขาจะสัมผัสความเศร้านั้นได้มากกว่าคนทั่วไป อย่างร้ายที่สุดคืออาจโดนดูดเข้าไปในความทรงจำของรูปวาดที่เขาไม่ได้อยากรับรู้


 

ร่างสูงสูดหายใจรับกลิ่นหอมฉุนของน้ำมันไม้หอมที่เป็นเอกลักษณ์จนมินาคัสแทบไม่ต้องมองหาสิ่งที่เขาต้องการก็รู้ได้ทันทีว่ามันวางอยู่มุมใดมุมหนึ่งในห้องนี้แน่นอน


 

เพียงแค่หยิบมันแล้วออกไปให้เร็วที่สุด


 

เพียงแค่นั้น


 

ทว่าทันทีที่มินาคัสก้าวผ่านภาพวาดปริศนา เสียงกระซิบของพลังเวทย์ก็เรียกให้เขาหันกลับไปมองมันอีกหน


 

ภาพวาดนั่นกำลังร้องขอให้เขาเปิดผ้าคลุมออก


 

เพื่ออะไรกัน


 

            หรือเพราะต้องการให้ใครสักคนได้เห็น

 


            หากผู้วาดหวังให้ใครสักคนชื่นชมผลงานชิ้นนี้ ใยจึงนำมาเก็บไว้ในที่ห้องแคบๆที่ห่างไกลสายตาผู้คน


 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มกัดริมฝีปากก่อนจะเบือนหน้าหนีจากภาพวาดแสนเศร้าแล้วตรงเข้าไปชั้นวางของด้านในสุด ตามทิศทางของกลิ่นหอมของสิ่งที่เขาตามหา กวาดตามองเพียงครู่ก็พบเข้ากับขวดแก้วบรรจุของเหลวสีใสที่ภายในมีดอกไม้จิ๋วจมอยู่ก้นขวดดอกหนึ่ง คงเป็นดอกของต้นไม้ที่สกัดน้ำมันขวดนี้ออกมา มินาคัสไม่ได้เชี่ยวชาญพอจะบอกได้ว่าเป็นดอกของต้นอะไร แต่ไม่ว่ามันจะมาจากไม้ชนิดไหน เขามั่นใจว่ามันจะลบรอยและกลบกลิ่นสีบนตัวเขาได้ทันทีที่ผสมน้ำอาบในเย็นวันนี้


 

            หรืออาจจะไม่กี่นาทีหลังจากนี้ที่เขากลับถึงห้องพัก


 

            ร่างสูงเปิดฝาขวดแล้วแบ่งของเหลวสีใสลงในขวดแก้วที่เขาเตรียมไว้เพียงไม่กี่หยด นำไปเท่าที่จำเป็นจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดมากนัก

 


 

 

            มินาคัสต้องแข่งกับเวลา


 

            เวลาเลิกเรียนของวิชาเล่นแร่แปรธาตุ


 

            เช่นนั้นแล้วเขาจะมามัวยืนเหม่อมองผ้าใบผืนเดียวกับสายตาใคร่รู้เช่นนี้ไม่ได้


 

            เด็กหนุ่มยกมือลูบหน้าเรียกสติเมื่อรู้ตัวว่าเขาปล่อยให้ตัวเองยื่นใกล้ภาพวาดแสนเศร้านี้มากเกินไปเสียแล้ว


 

            ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหยุดยืนมองมันตั้งแต่เมื่อไร



            ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอก


 

          ผู้รักษาสมดุลเอ่ยผ่านจิตอย่างแผ่วเบา ทว่าสิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นแววเว้าวอนรุนแรงกว่าเก่า มันคุกคามเขาเสียจนเม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายอีกหน


 

            แย่แล้วมินาคัส


 

            แบบนี้แย่แน่


 

            แค่ดู เท่านั้นนะ


 

          ตัดสินใจเจรจาก่อนจะเอื้อมมือออกไปกระตุกชายผ้าคลุมให้เลื่อนลง


 

            ฉับพลันที่ภาพวาดสีน้ำปรากฏแก่สายตา มินาคัสรู้ได้ทันทีว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นภาพความทรงจำที่อัดแน่นไว้ด้วยความเศร้า เหงา และวิงวอนขอความช่วยเหลือ ในขณะเดียวกันก็ตัดพ้อต่อโชคชะตา


 

            จิตใจของจิตรกรกำลังดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำลึกสุดหยั่ง


 

            และอาจจะจมอยู่ก้นทะเลสาบ

 


            ที่ปรากฏอยู่บนภาพวาดภาพนี้


 

            ภาพของทะเลสาบแห่งสถาบันเชนโตเออูโนที่แสนงดงาม หากมองด้วยตาเปล่า


 

            แต่แสนเศร้า เมื่อมองผ่านพลังเวทย์ของจิตรกร


 

            นี่มันอะไรกัน


 

            ความรู้สึกประหลาดที่ถาโถมเข้ามานี้


 

            การร้องขอความช่วยเหลือผ่านภาพวาดนี้มันคืออะไร


 

          สิ่งเดียวที่เราได้รับ คือกระดาษที่เปื้อนสีน้ำเพียงหนึ่งหยด ทว่ามันเต็มไปด้วยการวิงวอนร้องขออิสระ


                       

            มินาคัสตัวชาวาบยามเมื่อเสียงของผู้เป็นทั้งอาจารย์และปู่ของตนดังวนเข้ามาในโสตประสาท ถ้อยคำที่บอกกับเขาในวันที่รับภารกิจเหมือนโหมเปลวเพลิงแห่งความหวังให้ลุกโชนขึ้นในมโนสำนึกของเด็กหนุ่ม


 

            วิงวอนร้องขออิสระ


 

            เหมือน


 

            เหมือนกันกับความรู้สึกที่อยู่ในภาพนี้


 

            แกร่ก

 


            เฮือก!


 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่จมลงสู่ภวังค์ความคิดของตนเองสะดุ้งสุดตัวก่อนจะตลบผ้าขึ้นคลุมภาพวาดไว้อย่างเก่า กวาดมองความเรียบร้อยภายในห้องแล้วเร่งรุดสาวเท้าออกจากห้องเก็บของหมายเลข6 ทันทีที่ร่างสูงก้าวพ้นบานประตูที่ปิดลง บาเรียป้องกันก็กลับมาทำหน้าที่ของมันตามเดิม ตาคมกวาดมองหาที่มาของเสียง หากมันเกิดจากศาสตราจารย์ฮันเชลตัวเขาจะได้รีบหาทางหนีทีไล่ หรืออย่างน้อยๆก็ควรแกล้งเจ็บปวดจากการโดนบาเรียทำร้ายให้สมจริงเสียหน่อย

 


            ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้มินาคัสเบิกตากว้าง ตื่นตระหนกเสียยิ่งกว่าเจอศาสตราจารย์ฮันเชลเสียอีก


 

            “นายมาทำอะไรอยู่ที่นี่”


 

            มินาคัสสาวเท้าเข้าหาร่างสูงที่ยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าห้องเก็บของหมายเลข4 มันเยื้องกับห้องหมายเลข6ที่เขายืนอยู่ ทำให้เห็นว่าผู้บุกรุกอีกคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของเขา และเพื่อนคนที่ว่าก็กำลังเอื้อมมือไปจะถึงประตูบานนั้นแล้วเสียด้วย


 

            “ฮาบัส ฉันถามว่านายมาทำอะไร แล้วจะเข้าไปทำไม เจ็บตรงไหนรึเปล่า”


 

            ผู้รักษาสมดุลหนุ่มเอ่ยอย่างร้อนรนขณะดึงเพื่อนร่วมรุ่นออกห่างจากห้องเก็บของที่มีบาเรียแข็งแกร่ง ลืมตัวเสียจนเผลอพูดเป็นกันเองกับคนที่ไม่สนิท อันที่จริงยังไม่เคยคุยกันตรงๆเสียด้วยซ้ำ รู้จักหน้าและชื่อเพียงเพราะเป็นหนึ่งในฝูงของคาดิเนียลเท่านั้น ทว่ามินาคัสในเวลานี้ไม่มีอารมณ์จะห่วงเรื่องมารยาททางสังคม


 

มินาคัสจับคนที่สูงกว่าตนเองเล็กน้อยหมุนเสียเกือบจะกลายเป็นลูกข่างเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีส่วนใดสึกหรอหรือไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อพบว่าอีกคนยังอยู่ครบชิ้นดีจึงส่งกระแสจิตเจรจากับบาเรียที่ส่งเสียงฮึ่มฮั่มก้องอยู่ในหูว่าอย่าเพิ่งทำร้ายผู้บุกรุกที่ยังยืนงุนงงอยู่ข้างๆเขา


 

            บางทีเจ้าไฮบ์ตระกูลหมาป่าหนึ่งในฝูงของคาดิเนียลคนนี้อาจจะแค่ทะเล่อทะล่าเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ รู้บ้างหรือไม่ว่าการฝ่าบาเรียเข้าไปอาจโดนคำสาปถึงตาย


 

            ดูจากสีหน้าสับสนสุดขีดนี่ก็พอจะบอกได้แล้วว่า ฮาบัสคงไม่รู้เรื่องพรรค์นั้นหรอก


 

            “นี่นายเข้ามาได้ยังไงน่ะ ให้ตายสิ ออกมากับฉันเดี๋ยวนี้”ว่าพลางลากคนตัวสูงกว่าออกมาให้ห่างจากพื้นที่อันตราย มินาคัสหอบหายใจเหนื่อยเสียจนฮาบัสไม่กล้าฝืนแรงไว้ จนต้องยอมให้อีกฝ่ายดึงออกมาถึงนอกตึกภาคศิลป์นั่นล่ะ ไฮบ์หนุ่มถึงกลายเป็นฝ่ายรั้งแขนให้ผู้รักษาสมดุลหนุ่มหยุดฝีเท้า


 

            “ใจเย็นๆนะ นาย อ่า ชื่ออะไรนะ”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยประโลมคนที่หอบจนตัวโยนก่อนจะต้องยกมือขึ้นขยี้ผมตัวเองแรงๆเมื่อคุ้นๆว่าคนตรงหน้าเป็นเพื่อนกับเจ้าแมวของคาดิเนียล แต่ดันจำชื่อไม่ได้เสียนี่


 

            แล้วนี่การลากเขาออกมามันเหนื่อยขนาดนั้นเลยหรือ


 

            เฮ้ๆ


 

            เหนื่อยจนถึงกับทรุดลงไปเชียว!


 

            “นาย! เป็นอะไรเนี่ย ไหวไหม เฮ้ อย่าเพิ่งตายนะ”

 


            ฮาบัสพยุงมินาคัสที่คล้ายจะเป็นลมล้มลงไปตรงหน้าก่อนจะละล้ำละลักถามคนอาการไม่ดี ด้วยใบหน้าได้รูปนั่นซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด


 

            และวินาทีถัดมา ฮาบัสที่ทำอะไรไม่ถูกก็ถึงกับอ้าปากงับลมอย่างคนหาเสียงตัวเองไม่เจอ เมื่อร่างกายของมินาคัสเกิดสิ่งผิดปกติอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน


 

            ผิวขาวละเอียดช่วงลำคอที่โผล่พ้นคอเสื้อของร่างตรงหน้าปรากฏร่องรอยคล้ายเถาไม้เลื้อยค่อยๆแผ่ก้านใบ มันคล้ายรูปวาดมากกว่าจะเป็นใบไม้จริงๆ ทว่าภาพที่มันกำลังกินพื้นที่รอบลำคอของเพื่อนร่วมรุ่นก็ทำเอาไฮบ์หนุ่มลนลานกว่าเก่า

 


            มินาคัสรับรู้ได้ถึงสายตาตื่นตระหนกที่จ้องตรงมา ผู้รักษาสมดุลหนุ่มที่บัดนี้ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดยกมือขึ้นตะปบลำคอตนเอง ปกปิดร่องรอยประหลาดจากสายตาของใครอีกคน ก่อนจะตวัดสายตาคมมองไฮบ์หนุ่มที่ยืนเหงื่อตกอยู่ไม่ห่าง


 

            ดูเหมือนสายตาอ่านยากนั่นจะดึงสติฮาบัสกลับมา


 

            แต่ในความรู้สึกของมินาคัสแล้ว สิ่งที่ฮาบัสตัดสินใจทำเมื่อได้สตินั่นใกล้เคียงกับคำว่าเสียสติเสียมากกว่า


 

            “ดเดี๋ยว”


 

            ว่ากันว่าตระกูลหมาป่ามักจะทำอะไรไม่ค่อยคิด


 

            ดูท่าจะจริง


 

            เพราะถ้าคิดสักนิด


 

            ฮาบัสคงไม่แบกมินาคัสพาดบ่าแล้ววิ่งพาไปห้องพยาบาลในสภาพเช่นนี้

 

 

            และก่อนที่ภาพของไฮบ์หนุ่มตระกูลหมาป่าร่างสูงโปร่งแบกหนุ่มรูปงามของรุ่นวิ่งฝ่าฝูงชนจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาร้อนฉ่าของวัน ทัศนียภาพที่ฮาบัสเห็นพลันดับวูบลงฉับพลันพร้อมกับร่างของมินาคัสที่หล่นกระแทกพื้นเต็มแรง

 


            สองร่างนอนแน่นิ่งอยู่ริมทะเลสาบไม่ห่างจากตึกภาควิจัย ไกลจากตึกภาคศิลป์พอสมควร มากพอที่จะไม่ทำให้ศาตราจารย์ฮันเชลผ่านมาเห็นแล้วเกิดสงสัยว่านักเรียนใหม่สองคนมาทำอะไรไกลถึงตึกของเขา


 

            มินาคัสเพิ่งบังคับให้พลังเวทย์ของฮาบัสเข้าสู่ช่วงพักอย่างกะทันหัน มันรุนแรงกว่าที่ทำกับอาซาเอล นั่นอาจส่งผลให้ฮาบัสสูญเสียความทรงจำบางส่วนในช่วงระยะเวลาสั้นๆหรือไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้อย่างปกติไปพักหนึ่งหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับผู้รักษาสมดุลที่เพิ่งปล่อยให้คนนอกเห็นสภาพย่ำแย่


 

            มันเป็นผลข้างเคียงจากการใช้พลังของผู้รักษาสมดุล


 

            ไม่มีอำนาจใดได้มาโดยไม่ต้องจ่ายสิ่งตอบแทน


 

            หากพลังเวทย์ของคนทั่วไปแลกมาด้วยพลังงานชีวิต

 


            อำนาจของผู้รักษาสมดุลก็ไม่ต่างกัน ทว่าเมื่อมันพิเศษกว่า สิ่งแลกเปลี่ยนย่อมเลวร้ายกว่าเป็นธรรมดา

 


            การฝืนใช้พลังบังคับให้พลังเวทย์ของฮาบัสพักตัวส่งผลรุนแรงเสียจนมินาคัสแทบสิ้นสติ และหากปล่อยให้สติดับสูญไปเสียตอนนี้ เขาจะตกที่นั่งลำบากอย่างไม่ต้องสงสัย


 

            ผู้รักษาสมดุลที่ใช้พลังมากเกินไปจะเจ็บปวดเจียนตายจากคำสาปที่ผูกพันธะไว้


 

            สำหรับผู้ที่เตรียมใจจะตายในภารกิจอย่างผู้รักษาสมดุลทั้งหลาย ความเจ็บปวดเหล่านั้นก็มิได้เลวร้ายเท่าใดนัก

 


            ยกเว้นเสียแต่ว่า หากผู้รักษาสมดุลคนนั้นเป็นทรานส์


 

            เขาจะเข้าสู่ช่วงคืนร่างสัตว์โดยสมบูรณ์

 


            มิใช่เพียงแค่ลอส


 

            แต่หมายถึง


 

            เป็นสัตว์ป่าโดยสมบูรณ์


 

            แม้อาจจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพราะสิทธิพิเศษจากการเป็นผู้รักษาสมดุลทำให้เขาไม่มีวันสูญเสียตัวตนอย่างถาวร


 

            ทว่าเวลาเพียงสั้นๆนั้น ก็มากพอที่สิงโตภูเขาตัวหนึ่งจะคร่าชีวิตใครได้มากมาย


 

            อย่างน้อยก็ไฮบ์ตระกูลหมาป่าที่สลบอยู่ข้างๆเขาในตอนนี้

 





 Happy New Year!!!!!!!!


ในที่สุดก็ครบ 100% วู้วววววววว


มนุษย์แบ่งเป็น 3 พวก คือ เพียว ไฮบ์ และทรานส์ เป็นฟังก์ชั่นพื้นฐานค่ะ 


การเป็นภาชนะที่สองหรือผู้รักษาสมดุลถือเป็นฟังก์ชั่นเสริมเฉพาะบุคคล


ดังนั้น ผู้รักษาสมดุลเป็นทรานส์ได้


มีความ #มินฮยอนบิน บอกแล้วว่านอกจากเรือหลัก เรืออื่นเราจะเข็นออกจากน่านน้ำรัวๆ


คำเตือน :: อย่าไว้ใจเรือไหนที่คุณนั่งอยู่ ระวังเรือล่ม


Chap 1-10 ถือเป็น Phase 1 ปูเรื่องและปมทั้งหมดของแต่ละตัวละคร โยน Hint ให้เดากันเล่นๆ


หลังจากนี้จะเดินเรื่องเพื่อคลายปมแล้ว เย้ 


Phase 2 อยากใส่แค่เนื้อเหมือนกัน แต่มันอดไม่ได้ อาจมีอีเว้นนอกเรื่องไปบ้าง ก็ถือว่าเพื่อความฟินละกันเนอะ 55555555


ทอล์กยาวกว่าเนื้อไปอีก ขอโทษจ้าาา 


TIP

ภาพที่เป็นแรงบันดาลใจของตราสถาบันค่าา 






 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 231 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,402 ความคิดเห็น

  1. #2370 applepie13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 01:17
    ขอกรี้ดได้ไหมแม่ มินฮยอนบินของช้านนนนนนนน แต่มินาคัสอย่าเพิ่งฆ่าฮาบัสนะ ใจเย็นก่อนตัวเทอมีไรค่อยคุยนะ แล้วฮาบัสเข้ามาทำอะไรที่ห้องนี้ จะเอายาไปรักษาคาดิเนียลหรอ แล้วอาซาเอลยืมพลังจากคาดิเนียลเพราะตาเป็นสีฟ้าเหมือนกัน แล้วเขี้ยวของไฮบ์คือใคร จะเป็นเหมือนตัวแทนของความทรงจำที่ขาดหายไปหรือเปล่า
    #2,370
    0
  2. #2293 atom_k (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 23:13
    เป็นตอนที่ลุ้นจนจิกเล็บเท้ามาก
    #2,293
    0
  3. #1999 ลาลาลา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:05

    มินฮยอนบินนนนนน!!!!!!!!

    ตอนแรกก็คิดว่ามินฮวาน แต่คือนี่เอียงทางมินฮยอนบินมากกว่าไงงงงง อย่าล่มเรือเค้าาาาาาา

    มาแค่นี้ก็จะร้องแน้งววววววววว

    #1,999
    0
  4. #1958 mheeknut (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:11
    555555 นี่ไม่คิดว่าเป็นนยอนแจนตั้งแต่แรกแล้ววววว อยากรู้ๆๆว่าทำไมเนียลกับอาซาเอลถึงเปลี่ยนสีตาพร้อมกัน มากกว่าการเป็นเขี้ยวมันมีอะไรมากกว่านั้นหรอ
    #1,958
    0
  5. #1858 ntknknk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 09:09
    เรือแตกค่ะ คุณไรท์นี่ร้ายกาจนัก แต่เราจะลุ้นต่อไปว่าเป็นยังไง เพราะเราขึ้นได้ทุกเรือ!!
    #1,858
    0
  6. #1844 เฌอแตมเป็นแมว (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 16:21
    อาซาเอลกับคาดิเนียลนี่ยังไงแน่อะ ฮือออออ ลุ้นจะแย่แล้วๆๆๆๆ ส่วนรูปที่มินาคัสเจอนี่น่ากลัวจัง แต่อยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่เลยแหะ รูปมันไม่น่าไปอยู่ในนั้นได้ป่ะ -3-
    #1,844
    0
  7. #1788 JRabbit94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 10:10
    กรี๊ดด ตอนแรกอ่านก็แบบลุ้นว่าจะนยอนแจนหรือมินฮยอนบิน ลังเลมาก คือเราหวีดทั้งสองคู่นะ5555555 ดั้ยโปดอย่าล่มเรือนุ ;-;
    #1,788
    0
  8. #1712 LeafST (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 02:53
    ยิ่งอ่านยิ่งน่าติดตาม รอตัวละครใหม่ด้วย
    #1,712
    0
  9. #1711 LeafST (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 02:52
    เฮ้ยยย ฮาบัสจะตายมั้ยเนี่ย
    อาซาเอลเป็นภาชนะที่2แน่แล้ว แล้วตอนเปลี่ยนใบไม้คงดึงพลังเวทย์คาดิเนียลมาเลยเป็นงั้น
    มินาคัสก็มีภารกิจลับ แจนิวาลก็มีปม อยากจะช่วยทรานส์ให้กลับมา ทรานส์คนนั้นน่ะใคร ยังไม่ปรากฎตัว
    #1,711
    0
  10. #1699 Kiimiie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 20:11
    เรื่องของคาดิเนียลกับอาซาเอลก็น่าสงสัย เรื่องของมินาคัสก็น่าสงสัย ละเหมือนแจนิวาลมีปมอะไรซักอย่างอีก โหย สุดยอดไปเลยค่ะ อยากรู้แล้ว
    #1,699
    0
  11. #1645 Yiping98 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 00:14
    เหมือนสองคนนี้จะมีพันธะอะไรผูกกันไว้เลย
    #1,645
    0
  12. #1588 lettuce.platalayleuk (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 01:23
    ทำไมคาดิเนียลถึงมีอาการแบบนั้นนน คือถ้าลอสสมบูรณ์อาซาเอลจะตาสองสีหรออออ
    #1,588
    0
  13. #1577 RealThxnB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 10:53
    ติดตามมมมมมมมม
    #1,577
    0
  14. #1552 unitboyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:35
    เขียนดีมากๆๆๆๆๆๆๆ อ่านแล้วแบบสงสัยไปหมดอยากอ่านต่อตลอดเวลา
    จะมีเรือทูพัคโผล่มาบ้างไหมคะ 5555
    #1,552
    0
  15. #1531 Slateman_sw (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 15:48
    ทำไมอาซาเอลถึงยืมเวทย์จองคาดิเนียลมาใช้ได้ทีนี้เพื่อนกะอาจารย์กะรู้แล้วสิว่าอาซาเอลเป็นภาชนะที่สอง แล้วทำไมคาดิเนียลถึงเป็นแบบนั้นเขี้ยวของคาดิเนียลคือใครแล้วทำไมต้องมีเขี้ยวปกป้องๆๆ
    #1,531
    0
  16. #1517 Yesmyboy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 02:10
    คือยาวมากกจนบาฃทีเม้นไม่ถูกเลย เรื่องเยอะในห้องไปหมด 555555 คานิเนลนี่เจ็บเพราะเป็นคู่กับอาซาเอลใช้มั้ย เลยรู้สึกถึงกันและกันด้วย ทำไมคนนอกดูยังรู้เลยว่าคู่กันทำไมอาซาเอลไม่รู้
    #1,517
    0
  17. #1507 Tannx2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 15:35
    สนุกมากอ่ะ ลุ้นตลอดการอ่าน แบบไม่อยากมห้จบคอนเลยอ่ะ 555555 อาซาเอลกับคาดอเนียลมีอะไรเกี่ยวกันมากกว่านี้แน่ๆอ่ะ โอ้ยยยยย
    #1,507
    0
  18. #1502 the grl n her sunflower (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 18:31
    ผ่านมายาวเลยค่ะ อยากอ่านตอนตอไปจะแย่แวะเม้นก่อนเนอะ ได้คำตอบที่สงสัยในตัวของมินาคัสนิหน่อย น่าสงสารที่ในเรื่องนี้ต่างมีพันธะอะไรมาเกี่ยวพันไม่จบไม่สิ้น ทุกคนย่อมมีความลับ เหนือสิ่งอื่นใด อาซาเอลจะเป็นไรมั้ยเนี่ยคนเก่ง แต่คนที่รู้ความลับ ก็เป็นคนที่น่าไว้ใจได้นี่เนอะ ถึงว่าทำไมถึงไม่ยอมลอสเพราะถ้าตาสองสีหรือมีลักษณะแปลกที่แสดงได้ว้าเป็นภาชนพที่สองนี่จบเห่จริงๆ ตอนแรกคิดไปถึงตัวเรืองแสงหรืออะไรเว่อวังจนลืมคิดถุงเรื่องง่ายๆแบบนี้เลยค่ะ ละทำไมคาดิเนียลถึงได้เจ็บปวด หรือผลมาจากการแบ่งเวทย์ให้อาซาเอล เดาไม่ถูกเลยค่ะ แต่ชอบสันชาติญานของฝูงหมาป่ามากๆ ถึงตอนแรกคาดิเนียลจะไม่ได้บอกว่าเกิดมาเพื่อเป็นจ่าฝูง แต่ดูอย่างงี้แล้ว ก็เหมาะกับเป็นจ่าฝูงจริงๆค่ะ แล้วจะทำไงต่อน้ออออ ถ้าพลังในภาชนะที่สองของแมวดื้อ เป็นของคาดิเนียล จะมีการบังคะบให้ต้องเป็นเขี้ยวแบบไม่สมัครใจรึเปชฝล่านะ รออ่านจะทนไม่ไหวแล้วค่า เรื่อตอนนี้โคลงเคลงเหลือเกิน แต่ถ้าเรื่องหลัก ไม่มีการพลิกโพฉันใด เรืองลำเล็กลำน้อย เรารักหมดค่า รอตามเชียร์อีเว้นต์นะคะ ตอนนี้สนุกมากๆและลุ้นไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนเดิม เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ
    #1,502
    0
  19. #1450 เด็กติดนม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 11:58
    คำเตือนคุณไรต์เหมือนบอกเราว่าเตรียมตัวเหนื่อย เพราะเป็นมนุษย์ที่ลงได้ทุกเรือ แต่เรือรบหลวงคือเนียลอง ขึ้นลงเรือกันสนุกล่ะทีนี้
    ซากานนี่ระแคะระคายความสัมพันธ์ของคาดิเนียลและอาซาเอลแล้วใช่เปล่า ถึงสงสัยว่าที่คาดิเนียลเจ็บปวดอาจมึสาเหตุจากอาซาเอลหมดสติ
    #1,450
    0
  20. #1443 takekyoya (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 17:08
    บาปอิคนบาปนั่งเริอมินฮวานอยู่ดีๆ รู้สึกอยากกระโดกเกาะเรื่อมินฮยอนบิน กรี๊ดดดดดดด เขินละเกิงค่ะ มันกร๊าวใจ เราจะเกาะจนกว่าจะจบเรื่องถึงจะโดนพังเรือเราก็จะว่ายน้ำข้ามฝั่งเองได้ ไม่เป็นไร ;-;
    #1,443
    0
  21. #1435 Jiminpiggy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:24
    เป็นฟิคที่อ่านแล้วให้อารมณ์สัตว์ป่าจริงจังมาก อ่านแล้วแทบจะไม่เหลือความเป็นคน อยากจะลอสตามเลยอะ ฝ่าบาทนี้ก็หล่อเหลือเกินแม้แต่ม่านพลังยังสยบ(เราด้วย) แต่ตอนนี้เรือเรามามินฮวานมากเลยอะ ความรู้สึกแบบ 'จะจับเธอแก้ผ้า' เรามันบาปคิดไม่ดี
    ปล.เราก็ไม่เข้าใจนะว่าภาชนะที่สองคืออะไร อธิบายหน่อย
    #1,435
    0
  22. #1236 Jane Yoo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 20:41
    ไรท์เก่งมากแบบมากๆๆๆๆ ภาพที่จินตนาการตามตัวอักษรของไรท์มันสวยมากๆๆๆเลยอะ รักๆๆๆๆ
    #1,236
    1
  23. #1226 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 10:47
    เป็นเรื่องที่อ่ารแล้วต้องมีreactionทั้งเรื่องจริงๆค่ะ55555555 ชอบมาก แบบไม่ไหวแล้ว ฮือ ไม่รู้จะบอกยังไงให้คุณคนเขียนรู้ว่า เรา ชอบ เรื่อง นี้ มาก !
    #1,226
    0
  24. #1223 เจ้าข้าวเจ้าของ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 02:23
    ลุ้นตามตลอดเวลา อ่านจบแล้วถอนหายใจหนักมาก ลุ้น 555555 คราวนี้มีอีก 3 ชีวิตรู้เรื่องน้องเป็นภาชนะที่สองแล้ว น้องจะทำไงต่อ
    #1,223
    0
  25. #1156 joy105102 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:14
    สนุกมากๆๆๆๆ ทำหนังเถอะค่ะไรท์ เป็นพล๊อตแฟนตาซีที่ชอบมากจริงๆ ทุกอย่างดูมีพื้นฐาน มีปมให้แก้เยอะไปหมด ค่อยๆคลายออกมาจนลุ้นตัวโก่งอีก5555555 สนุกจนดิ้นเลยล่ะค่ะะะะ สู้ๆนะคะไรท์ อัพถี่ๆนะ555555555
    #1,156
    0