🌸 Promise สัญญารักดอกท้อ 🌸 - ChengKun(เฉิงคุน) ft.Nine Percent, TFBOYS, etc...

ตอนที่ 1 : ดอกท้อที่เริ่มผลิบาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    25 ต.ค. 61










สัญญารักดอกท้อ บทนำ





            “พวกเราจะได้พบกันอีกใช่ไหม?




            คำถามจากชายหนุ่มผมยาวในชุดจีนโบราณถูกส่งมาให้เขาพร้อมสีหน้าที่ไม่สู้ดี ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นการจากลาระหว่างเรา การจากลาของคนไม่เคยรู้จัก ทว่ากลับเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ ชายคนนั้นหันเหลียวมามองด้วยแววตาเจ็บปวดไม่แพ้กันก่อนทุกอย่างจะมืดดับลง มีเพียงเขาและความหนาวเหน็บอีกครั้ง



            และ...


            อีกครั้ง...



            “คุน คุนตื่นสิ คุน ได้ยินเราไหม...”




            เสียงคุ้นเคยปลุกร่างบนเตียงให้ตื่นจากนิทราแห่งความโศกเศร้า ดวงตาคู่สวยเปิดขึ้นช้าๆ ก่อนจะกระพริบถี่เนื่องจากแสงสว่างภายในห้อง ตรงหน้าของเขาคือชายหนุ่มอีกคนที่กำลังมองเขาด้วยสีหน้าแห่งความเป็นห่วง




            “...เสี่ยวข่าย”


            “เฮ้อ... ตื่นสักที เราตกใจแทบแย่เลยนะรู้ไหม”




            ดวงหน้าสวยเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่รูมเมทพูดแบบนั้นออกมา พวกเขาเป็นรูมเมทกันตั้งแต่ปีหนึ่งเนื่องจากเคยอยู่หอพักในโรงเรียนด้วยกัน พอย้ายออกก็เลยตัดสินใจจะอยู่ด้วยกันอีก เพราะบ้านของพวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้โรงเรียนขนาดจะเดินทางไปกลับได้




            “ไม่ต้องมาทำหน้างงเลย อยู่ๆ ก็ร้องไห้ออกมาเสียงดังอีกแล้วนะ รู้ตัวหรือเปล่า”สวี่คุนคิดตามที่อีกคนเอ่ย เขาละเมอร้องไห้อีกแล้วหรือ


            “อ...อื้อ ขอโทษนะ”


            “ไม่เป็นไร อย่าหาว่าเราอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะ คุนไปหาหมอไหม เราเป็นห่วงจริงๆ นะ”


            “ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยวข่าย มันก็แค่ฝัน... น่ะ”สวี่คุนตอบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงเบาหวิว


            “แต่คุนฝันอย่างนี้มาเป็นอาทิตย์แล้วนะ ไหนจะก่อนหน้านี้ตอนอยู่บ้านอีก เราว่า...”


            “ไม่มีอะไรจริงๆ เสี่ยวข่าย เราฝันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เพียงแต่ว่าช่วงนี้มันบ่อยขึ้นก็เท่านั้นเอง ไม่ต้องเป็นห่วงเราหรอกนะ”ร่างบางส่งยิ้มให้เพื่อนตรงหน้าก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อไปทำธุระส่วนตัว




            วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก แต่เขากลับทำให้เพื่อนเป็นห่วงเสียอย่างนั้น ใช้ไม่ได้เลยสินะ อันที่จริงเรื่องความฝันนั่น เขาเริ่มฝันถึงมันตั้งแต่จำความได้แล้ว ฝันถึงผู้ชายผมยาวคนนั้น คนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยแม้แต่จะพบหน้าในชีวิตจริงเลยสักครั้ง แต่น่าแปลกใบหน้าหล่อเหลานั่น เขากลับจำมันได้อย่างขึ้นใจ


            สวี่คุนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร ทำไมในฝันพวกเราต้องแยกจากกัน ทำไมเขาถึงรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจมากขนาดนั้น แม้ในฝันจะไม่แม้แต่รู้สึกถึงหยาดน้ำในดวงตา ทว่าพอตื่นมาคราบน้ำใสก็เปรอะเปื้อนไปทั้งใบหน้า เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่ฝันถึงมันเมื่อตื่นเขาร้องไห้ไม่หยุดจนพ่อและแม่ตกใจกันไปหมด แต่เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เหลือเพียงคราบน้ำตาหลังตื่นนอนเท่านั้น...


            ร่างบางสะบัดหัวไล่ความคิดของตัวเองออกก่อนจะรีบจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จ รูมเมทของเขาเป็นพวกตื่นเช้ามาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากตอนนี้หวังจวิ้นข่ายจะแต่งตัวเสร็จรอเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


            พวกเราทานอาหารเช้าง่ายๆ ก่อนจะพากันขี่จักรยานมายังโรงเรียนในเวลาที่นักเรียนบางคนอาจยังไม่ตื่นนอนเลยด้วยซ้ำ ครูเวรยิ้มรับให้พวกเขาดังเช่นเทอมก่อนหน้า และไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่ปีนี้รูมเมทและเขาถูกจับแยกห้องกัน




            “คิดว่าปีนี้จะได้นั่งข้างคุนคุนเหมือนปีที่แล้วซะอีก”


            “นั่นสิ”


            “แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คุนคุนจะได้มีเพื่อนเยอะๆ ขึ้นไง”จวิ้นข่ายบอกอย่างอารมณ์ดีหลังจากดูรายชื่อบนบอร์ดประกาศระดับชั้น


            “ไม่หรอก ก็คงเหมือนเดิมนั่นแหละ”


            “อีกแล้วนะคุนคุน”


            “ช่างเถอะน่า ไปห้องชมรมกัน ครูหวังบอกว่าเทอมนี้ได้เปียโนหลังใหม่มาด้วยนะ”


            “เดี๋ยวหวังหยวนก็มาแย่งเราเล่นอีกอะ อยากได้กีต้าร์มากกว่า”


            “แล้วใครบอกว่าไม่ได้ล่ะ”เสียงคุ้นหูของใครอีกคนเรียกให้เราสองคนหันไปมองอย่างช่วยไม่ได้




            ร่างสูงในเครื่องแบบนักเรียนปีที่สามยืนล้วงกระเป๋าส่งยิ้มมาให้พวกเขาด้วยท่าประจำของเจ้าตัว อู๋อี้ฟาน ประธานชมรมคนล่าสุดที่รุ่นพี่ปีที่แล้วส่งมอบตำแหน่งให้เดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มกว้างรับวันเปิดเทอม




            “อี้ฟานเกอ”


            “ไงเด็กๆ มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะ”


            “เกอก็เหมือนกันนั่นแหละ แล้วตกลงเรื่องกีต้าร์”จวิ้นข่ายถามด้วยสีหน้าแห่งความหวัง


            “มีทั้งกีต้าร์โปร่งทั้งกีต้าร์ไฟฟ้าเลยล่ะไอ้ลูกหมา”


            “อย่างนี้ดิ ถึงจะเรียกว่าเจ๋ง”


            “แล้วคุนล่ะ ไม่อยากได้อะไรกับเขาบ้างหรอ”รุ่นพี่ตัวสูงหันมาถามสวี่คุนบ้าง


            “ก็... คงเป็นคีย์บอร์ดทำเพลงตัวใหม่ล่ะมั้งครับ”สวี่คุนบอกพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ




            แน่ล่ะเขาเป็นนักร้องนำของชมรมนี่นา ไม่ค่อยถนัดเครื่องดนตรีอื่นเท่าไรหรอกนอกจากคีย์บอร์ดง่ายๆ ที่เอาไว้ใช้ทำเพลงสักเพลงในห้องเล็กของชมรม




            “ว่าแต่ ครูหวังเขาไปหาสปอนเซอร์ที่ไหนมาอะเกอ ท่าทางเงินหนาน่าดูเลย”


            “ก็ผู้ปกครองเด็กใหม่น่ะสิ เห็นว่ากันว่าลูกเขาชอบเล่นดนตรีน่ะ”


            “ก็เลยซื้อมาให้ใหม่หมดแบบนี้เลยอ่านะ โคตรลงทุน”


            “อ่าฮะ รู้สึกว่าเด็กคนนั้นจะอยู่ปีสองด้วยนะ ไม่แน่บางทีอาจจะเป็นเพื่อนพวกเราก็ได้ใครจะไปรู้”อี้ฟานบอกแค่นั้นก่อนจะนำหน้าไปเปิดล็อคห้องซ้อมของชมรมดนตรีให้ก่อน


            “งี้จะสนิทกันได้ไหมเนี่ยรวยขนาดนั้น”


            “อย่าทำเหมือนบ้านนายไม่มีเงินสิเสี่ยวข่าย”


            “นั่นสิเนอะ”รูมเมทของเขาหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าบ้านตัวเองก็ไม่ได้มีฐานะด้อยไปกว่าชาวบ้านเขาเลย




            พวกเขาพากันเดินไปสำรวจอุปกรณ์ใหม่ในห้องชมรมด้วยความสนใจ ก่อนจะขลุกตัวกันอยู่ในนั้นสักพักจนสัญญาณบอกเวลาเรียนดังขึ้น ซึ่งแน่นอนว่านั่นก็เป็นสัญญาณบอกเวลาที่เขาและเพื่อนสนิทต้องแยกจากกันจริงๆ แล้ว




            “ฉันไปเรียนแล้วนะคุนคุน คุยกับเพื่อนคนอื่นบ้างล่ะ ไม่ใช่เอาแต่นั่งเงียบเข้าใจไหม”


            “รู้แล้วน่า เดี๋ยวหวังหยวนมาก็ไม่เหงาแล้วนี่ไง”


            “หยวนกลับจากญี่ปุ่นอาทิตย์หน้านะคุนคุน”


            “น่า ไปเรียนได้แล้วเสี่ยวข่าย เดี๋ยวก็สายหรอก”




            ถึงจะเป็นห่วงเพื่อนที่เข้าสังคมกับชาวบ้านเขาไม่ค่อยได้มากแค่ไหน แต่สุดท้ายหวังจวิ้นข่ายก็ต้องพาตัวเองแยกออกมาอยู่ดี เขาก็รู้กันทั้งโรงเรียนนั่นแหละว่าช่ายสวี่คุนน่ะเก็บตัวขนาดไหน คงมีแค่คนในชมรมดนตรีเท่านั้นแหละมั้งอีกคนจะยอมเปิดใจสนิทด้วยน่ะ



            แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ...



            เทอมนี้สวี่คุนได้เลื่อนห้องขึ้นมาหนึ่งห้องเพราะผลการเรียนและคะแนนกิจกรรมที่ดีมากเป็นพิเศษ นั่นทำให้เขาได้มาอยู่ท่ามกลางเด็กหัวดีจำนวนมาก แน่นอนว่าคนดังของโรงเรียนย่อมได้รับความสนใจเป็นธรรมดา แต่คงไม่ใช่สำหรับเขาในเมื่อห้องนี้มีแต่คนทำชื่อเสียงให้โรงเรียนมารวมกันแบบนี้


            ยกตัวอย่างเช่น จัสตินหวงดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนคนนั้น หรือจะเป็นกัปตันชมรมบาสเกตบอลอย่างหลินเยี่ยนจวิ้น แม้กระทั่งนักเรียนตัวแทนคณิตศาสตร์โอลิมปิกอย่างจูเจิ้งถิงยังอยู่ห้องนี้ มีแต่คนดังแบบนี้สวี่คุนคงหาเพื่อนได้ง่ายอยู่หรอก


            เข้ามานั่งในห้องได้ไม่นานนักก็ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาในชุดทางการก็เดินเข้ามาพร้อมกับดึงความสนใจคนในห้องไปจนหมดสิ้น ครูสอนวิชาภาษาจีนปีสองที่ถูกร่ำลือกันแม้จะเข้ามาทำงานปีที่แล้วได้ปีเดียว




            “สวัสดีตอนเช้าเด็กๆ ปีนี้ครูได้เป็นที่ปรึกษาให้ห้องเอ ยินดีที่ได้รู้จักกับทุกคนนะ”




            ครูหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มที่อุ่นวาบไปทั่วทั้งห้อง ช่ายสวี่คุนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศแบบนั้น เขาไม่ใช่คนที่จะชมใครง่ายๆ แต่กับคนหน้าห้องตอนนี้เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าเจ้าตัวหน้าตาดีมากน่ะ




            “นอกจากปีนี้เราจะได้ปรับเปลี่ยนเพื่อนในห้องกันแล้ว สิ่งพิเศษอีกหนึ่งก็คือ เราจะมีเพื่อนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากเกาหลีใต้หนึ่งคนนะครับ”คำพูดของครูที่ปรึกษาพาเอาความแตกตื่นมาให้คนหลายคนในห้องไม่น้อย




            หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่สวี่คุนคิดหรอกนะ...




            “เข้ามาสิเฉิงเฉิง”




            เสียงเรียกของคนเป็นครูเงียบลงก่อนที่เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นจะดังขึ้นจากด้านหน้าห้อง ชายหนุ่มในชุดนักเรียนถูกระเบียบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกลับประกายความใจดีออกมาจนพาให้บรรยากาศในห้องผ่อนคลายลงไปด้วย




            “สวัสดีครับทุกคน ผมฟ่านเฉิงเฉิง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”




            สวี่คุนไม่ได้สนใจเพื่อนหน้าห้องแต่อย่างใด เนื่องจากมัวแต่ตอบข้อความของรูมเมทที่เอาแต่ส่งมาหาเขาเพราะความเป็นห่วงไม่เข้าเรื่องอยู่ ไหนจะได้เพื่อนใหม่หรือยัง คุยกับใครบ้างไหม หรือแม้กระทั่งนั่งข้างใคร เป็นต้น ซึ่งเขาเองก็ทำเพียงการตอบปัดๆ ไปเท่านั้น ส่วนเรื่องที่นั่งน่ะหรอ...




            “เฉิงเฉิงไปนั่งตรงนั้นก็แล้วกันนะ”


            “ครับ”ร่างสูงรับคำของคนเป็นครูอย่างง่ายดายก่อนจะย้ายตัวเองไปยังที่ที่อีกคนบอกเอาไว้




            โต๊ะตรงหน้าของเขาเป็นโต๊ะคู่ที่ฝั่งหนึ่งที่ติดหน้าต่างถูกจับจองไปแล้วโดยเพื่อนตัวขาวที่ร่างกายผอมบางจนเกรงว่าหากลมพัดแรงๆ แล้วจะปลิวไปได้




            “หวัดดี ขอนั่งด้วยคนนะครับ”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นใกล้ทำให้สวี่คุนรีบเงยหน้าขึ้นไปมอง




            ใบหน้าหล่อของใครอีกคนที่กำลังส่งยิ้มให้ตรงหน้าทำเอาหัวใจดวงน้อยของช่ายสวี่คุนแทบหยุดเต้น จี้หยกที่ลำคอขาวร้อนจี๊ดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด แม้จะเพียงแค่ครู่เดียวแต่เขาก็รู้สึกถึงมันได้



            ...ราวกับเวลาหยุดหมุน



ชายหนุ่มผมยาวในความฝันตอนนี้กำลังมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขา รอยยิ้มกว้างแตกต่างจากสีหน้าโศกเศร้าที่เขาเคยเห็น ผมยาวสลวยถูกตัดสิ้นเป็นทรงตามสมัยนิยม ทว่าไม่ผิดแน่คนตรงหน้าเขาคือคนคนเดียวกันกับผู้ชายคนนั้น




ผู้ชายที่อยู่ในฝันของเขามาตลอด 17 ปี...





- TBC -











สวัสดียามงามท่วมหัว ต้อนรับข่าวอัลบั้มแรก NPC

ด้วยความคิดถึงเฉิงคุนมากจึงตัดสินใจเปิดนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา

ยอมรับว่าแค่เริ่มต้นก็ยากแล้ว แต่ก็อยากลองแต่งแนวนี้ดูสักครั้ง

ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ^/\^

B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 mtbb_th (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 22:57
    เปิดเรื่องมาได้น่าติดตามมากค่ะ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ ปอลิง ชอบภาษาไรท์มากๆเลยค่ะ:)
    #6
    0
  2. #5 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 06:17

    เฉิงเฉิงคือผู้ชายในฝันที่สวี่คุนฝันถึงงั้นเหรอ? งั้นแสดงว่าในอดีตทั้งสองคนต้องเคยเป็นอะไรกันมาก่อนแน่ๆอ่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากเลยค่ะไรต์ อยากอ่านฟิคเฉิงคุนพล็อตพีเรียดแบบนี้มานานแล้ว ดีใจอ่ะที่ไรต์แต่ง จะรอตอนต่อไปนะคะ :)

    #5
    0
  3. #4 Pawan_PK1 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 14:27
    ขอให้มาอัปนะค่ะ รอออออวนไป
    #4
    0
  4. #2 BB1a_38 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 13:50
    ชอบมากกกกกก ฮืออออคิดถึงไรท์เช่นกันนะคะ >< แงแง ยังคงรอรวมเล่มเรื่องเก่าและติดตามเรื่องใหม่นะคะ รักๆๆๆๆๆ
    #2
    0
  5. #1 hcnupja (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 10:34
    รอติดตามนะคะ 😊✌🏻
    #1
    0