ให้อาตมาเดินสะดวกเถิด(กึ่งBL)

ตอนที่ 3 : อาตมาทำได้ทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ(แก้คำผิด+เปลี่ยนจากขี่ม้าเป็นขับรถเกวียนค่ะ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ม.ค. 61

แสงแดดยามเช้าอาบไล่ทุกสรรพสิ่งให้ตื่นจากนิทรา ลมยามเช้าหอบเอากลิ่นดอกไม้ลอยฟุ้งไปทั่ว หากแต่เวลาเช้าเช่นนี้ใจกลางเมืองหลวงบูเวิร์ธดินแดนของมนุษย์กลับวุ่นวายยิ่งนัก ผู้คนสัญจรกันเขนืองแน่น เกวียนพ่อค้าวิ่งสวนกันด้วยความเร่งรีบ ไกลออกไปอีกหน่อยคือโบสถ์อันเป็นที่อยู่ของนักพรตหรือนักบวชผู้มีจิตใจเข้มแข็งหมั่นบำเพียรตน หากแต่ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น เด็กๆมากมายที่กำพร้าพ่อและแม่จะถูกอุปการะโดยโบสถ์แห่งนี้

นานมาแล้วนับหมื่นปีเกิดศึกสงครามระหว่างทวยเทพและปีศาจขึ้น ผลของสงครามสร้างความเสียหายไปอย่างมาก สะพานเชื่อมสามภพระหว่างสวรรค์ ปีศาจและมนุษย์ คือใจกลางหุบเขาทางฝั่งใต้ของเมืองอีเดนดินแดนมนุษย์ ถูกกลบหายด้วยหายนะแห่งสงคราม เมืองทั้งเมืองได้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์นับพันปี ประชากรทั้งสามดินแดนเริ่มเหลือน้อย ผู้คนหมดหวังกำลังใจและมีชีวิตอยู่ด้วยความกลัว 

การต่อสู้ยาวนานเป็นเวลา 7 วัน 7 คืนได้สิ้นสุดลง ฝั่งทวยเทพคือผู้ที่ได้อาบกลิ่นแห่งชัยชนะ หากแต่ไม่มีผู้ใดยินดีกับชัยชนะนี้ ดินแดนปีศาจขาดผู้นำและเริ่มหนีตายกันเพื่อเอาชีวิตรอด ความอัปยศที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนของเหล่าปีศาจก่อเกิดเป็นความเครียดแค้นหากแต่ตอนนี้พวกมันอ่อนแอนัก ดินแดนปีศาจจึงกลับไปโดดเดี่ยวอีกครั้งและไม่แม้แต่จะออกมาจากเขตแดนของตนอีก 

ดินแดนมนุษย์ที่เคยอุดมสมบูรณ์กลับแตกระแหงไร้ซึ่งชีวิตชีวา ผู้คนต่างเริ่มฆ่าฟันกันเองเพื่ออาหารและทรัพย์สมบัติ ลีโอเจ้าแห่งสวรรค์นึกสะท้อนใจจึงส่งคนมาช่วยฟื้นฟูดินแดนแสนวิไลนี้ให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง เพียงไม่นานดินแดนมนุษย์ก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทิวทัศน์และพื้นดินสวยงามไร้ควันแห่งสงครามและเศษเนื้อ ผู้คนต่างยินดีและเริ่มมีแคว้นเล็กๆ อาณาจักรมากมาย ศูนย์กลางเมืองต่างๆในดินแดนแห่งนี้ และนับตั้งแต่ห้าพันปีต่อมาเหล่าทวยเทพก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นในดินแดนมนุษย์อีกเลย 

"ท่านอาจารย์ ข้าอยากไปสะพานเชื่อมสามภพ ข้าอยากขึ้นสวรรค์สักครั้ง!" แรงเขย่าเบาๆบนแขนเสื้อและน้ำเสียงเล็กๆของเด็กอายุห้าหกขวบดึงความสนใจจากนักบวชหนุ่มให้ปิดหนังสือที่เพิ่งเล่าถึงประวัติศาสตร์โลกนี้ลงและคลี่ยิ้มบาง 

"ถ้าเจ้าเป็นคนดี เจ้าต้องได้ขึ้นสวรรค์แน่นอน"

"ข้าจะเป็นคนดีขอรับ!" ดวงตากลมโตฉายแววมุ่งมั่น มือเล็กยกกำปั้นทุบอก อดไม่ได้ที่จะเผลอเอื้อมมือไปยีผมเด็กน้อยตัวจ้อย 

แอด..

เสียงเปิดประตูทำให้รู้ว่าไม่ได้มีเพียงสองคนที่อยู่ในห้องนี้ อีริค นักบวชหนุ่มผู้มีผมสีอ่อน ดวงตาเรียวอ่อนโยนหากแต่บางครั้งก็เข้มแข็งจนน่าหวาดหวั่น 

"ท่านหัวหน้านักบวช!... เอ่อ.. " 

"เจ้าออกไปเล่นกับเพื่อนๆข้างนอกก่อนสิ" ผู้ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้านักบวชเอ่ยกับเด็กน้อยตรงหน้า

"ขอรับ!" เด็กน้อยตกปากรับคำก่อนจะรีบวิ่งแจ้นออกไป โดยไม่ลืมที่จะทำความเคารพอีริคด้วย 

"ว่าไงอีริค แฝดนรกนั่นพังห้องเจ้าอีกแล้วหรือ" หัวหน้านักบวชเอ่ยถามพลางกลั้วหัวเราะ อีริคส่ายหน้าพรืดพร้อมอารมณ์หงุดหงิดที่ถูกล้อ

"ท่านหยุดล้อข้าเสียทีเถอะขอรับ" บุคลิกภายนอกที่ดูเป็นผู้ใหญ่แม้จะอายุยังน้อยแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนคนนี้ก็ทำให้เขาเป็นเด็กได้ตลอดเลยสินะ 

"ก็ได้ๆ" หัวหน้านักบวชกระแอมไอเบาๆเพื่อดึงสติ (พี่ท่านขำจนสติหลุดอะนะ) "เรื่องใหญ่สินะ" สีหน้าจริงจังที่นานๆทีจะมีครั้งทำเอาอีริคเกิดเลื่อมใสขึ้นมาทันที อย่างน้อยท่านหัวหน้านักบวชก็พึ่งพาได้! 

"ขอรับ ดูเหมือนงบประมาณและเสบียงกำลังจะหมดไม่เกินเดือนนี้ขอรับ! ผู้คนที่คอยบริจาคเงินให้โบสถ์เราก็เริ่มบางตา เศรษฐกิจตอนนี้ก็ย่ำแย่มาก ท่านหัวหน้านักบวช! เราควรเอาโบสถ์ไปเข้า*ไฟแนนซ์หรือไม่!?"

"อีริค! เจ้าห้ามคิดสั้นเช่นนั้น! หากจะเอาเข้าไฟแนนซ์สู้เอาไปจำนองจะได้เงินเยอะกว่านะเจ้าไม่รู้รึ!?" 

ปั๊ก! ปั๊ก! 

"อั๊ก!/โอ๊ย!"

ด้ามไม้กวาดถูกบรรจงฟาดลงกลางกระหม่อมของหนึ่งนักบวชและหนึ่งหัวหน้านักบวชโดยไม่คิดยั้งแรง 

"ข้าฟังมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว พวกเจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นนักบวชอยู่หรือเปล่า! น่าขายหน้า!" ตาคมสีม่วงอะเมทิส ผมสีทองยาวถึงกลางหลังถูกมัดรวบมาไว้ข้างหน้าขับให้อีกคนดูเป็นขุนนางจากตระกูลชั้นสูงเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าดุอยู่

"กล้าดียังไงทำร้ายข้าเจ้าคนอวดดี!" อีริคหยิบไม้กวาดที่อยู่ใกล้มือไล่ตีเจ้าคนอวดดีที่ว่าทันที 

"ทำไมข้าจะทำไม่ได้ห๊ะเจ้าคนสามหาว!" เจ้าคนอวดดีโต้กลับเจ้าคนสามห้าว เอฟเฟ็กต์ไม้กวาดลอยข้ามหน้าก็มีบ้างที่หัวหน้านักบวชต้องหลบลูกหลง ฝุ่นมากมายตลบอบอวลไปทั่วและก็มีบ้างที่หัวหน้านักบวชต้องปัดมันออกจากตัว ทั้งๆที่เขาก็นั่งอยู่เฉยๆน่ะนะ

"หยุดได้แล้วอีริค! คีโต้! ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกันเป็นเด็กๆนะ! อีกอย่าง..ข้าสิต้องโมโห ข้าเป็นถึงหัวหน้านักบวช! ไม้กวาดนั่นเอามาให้ข้าอีริค!" 

ถ้าหากใครได้เข้ามาเห็นภาพตอนนี้ที่ท่านหัวหน้านักบวชไล่ฟาดนักบวชหนุ่มผมทองด้วยความเครียดแค้นสุมอก ซึ่งอีกฝ่ายทำได้เพียงป้องกันและหลบการโจมตีเท่านั้น เยื้องไปทางซ้ายคือนักบวชหนุ่มอีริคที่กำลังพูดปลุกใจเสมือนนี่คือสังเวียนมวยและเขาเป็นโค้ช หากภาพนี้ถูกแพร่ไปสู่สาธารณะชน โบสถ์แห่งนี้อาจถูกแบน..ก็..เป็น..ได้..

บ่ายวันนั้น 

"ท่านหัวหน้านักบวช วันนี้ดูเพรียๆนะเจ้าคะ" ชาวบ้านหญิงอายุอานามเกินสี่สิบเอ่ยทัก ทั้งที่ใบหน้ายังอ่อนเยาว์แต่ตอนนี้กลับมืดมนเหมือนคุณปู่อายุห้าสิบ

"อาตมาบำเพ็ญเพียรมากไปหน่อย ขอบคุณสำหรับความห่วงใย" หัวหน้านักบวชค้อมหัวให้น้อยๆ ก่อนจะจุดยิ้มอ่อนโยนเพื่อให้สีกาตรงหน้าสบายใจ  
 
"เป็นเช่นนั้นเอง" ชาวบ้านหญิงอมยิ้มน้อยๆ "ข้ากับลูกชายกำลังจะออกไปหาของป่า เพื่อความสบายใจข้าจึงอยากมารับพรกับท่านหัวหน้านักบวชก่อนน่ะเจ้าคะ" 

"ย่อมได้สิ" 

เวลาผ่านไปอึดใจไวเหมือนโกหกจึงทำการให้พรเสร็จสิ้น

"จะว่าไปข้าได้ยินว่าทางอณาจักรเซนต์ลอเรียได้จัดงานประลองหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจากทั่วทุกอณาจักรด้วยนะเจ้าคะ น่าสนใจจริงๆว่าไหมเจ้าคะท่านหัวหน้านักบวช!" หญิงสาวเอ่ยด้วยความตื่นเต้น 

"งั้นหรือ เป็นงานที่น่าสนใจจริงๆ"  

"ใช่ไหมล่ะเจ้าคะ! เห็นว่าผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะได้เงินรางวัลจำนวนสามหีบใหญ่ด้วยนะเจ้าคะ! ถ้าได้มาข้าต้องเลี้ยงลูกได้จนแก่แน่ๆ" อันนี้สิที่น่าสนใจยิ่งกว่า 

"การประลองจะจัดขึ้นวันไหนหรือโยม" หญิงสาวชาวบ้านอึ้งไปนิดก่อนจะเอ่ยด้วยความตื่นเต้น

"พรุ่งนี้เจ้าคะ!" อาตมาจะเป็นลม 

"งะ..งั้นหรือ! จริงด้วยโยมจะไปเข้าป่ามิใช่รึ ก่อนจะค่ำอาตมาว่าโยมรีบไปเถอะ" 

"โอ๊ะ! ข้าลืมเสียสนิท ขอบพระคุณท่านมากนะเจ้าคะท่านหัวหน้านักบวช เช่นนั้นข้าขอลา" หญิงสาวชาวบ้านโค้งลาหัวหน้านักบวชเล็กน้อยก่อนนางจะเดินจากไป 

ขายาวรีบก้าวฉับๆ เส้นผมสีดำพริ้วไหวตามแรงลมที่ปะทะหน้า ตาเรียวสีดำเฉกเช่นกับสีผมไล่สายตาหาบานประตูอย่างเร่งรีบ เป็นเวลาไม่นานนักหลังจากเก็บของซึ่งไม่มีอะไรสำคัญนอกจากชุดเสื้อผ้าที่เหมือนกันหมด ก็ข้าเป็นนักบวช 

"หยุดๆ นี่ท่านจะไปไหน" หัวหน้านักบวชชะงักจากการเก็บของก่อนจะชะโงกหน้าไปดูต้นตอเสียงอันแสนคุ้นหูที่กำลังยืนพิงประตูอยู่ 

"ข้าไม่มีเวลาอธิบายหรอกนะอีริค แต่ไม่นานข้าจะกลับมาพร้อมกับความหวัง" หัวหน้านักบวชสะพายย่ามไว้ข้างกาย ก่อนจะเดินเข้าไปหานักบวชหนุ่มผมสีอ่อน 

"จงรอข้าอยู่ที่นี่" บอกเสร็จสรรพปลายเท้ากำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูก็ถูกแขนยาวกั้นทางเอาไว้แต่ด้วยหัวหน้านักบวชสูงกว่าแขนของอีริคที่ถูกยื่นออกมาทำให้ระดับของแขนนั้นอยู่ที่ลำคอพอดี ข้ารู้สึกเหมือนลูกกระเดือกจะไหลลงไปรวมกับกระเพาะอาหาร

"แค่กๆ! ทำอะไรของเจ้า" 

"ก็ไม่รู้นะว่าท่านหมายถึงอะไร แต่-ท่าน-ต้อง-อยู่-ที่-นี่" สิ้นเสียงเด็ดขาดของอีริค ประตูก็ถูกปิดและลงกลอนขังหัวหน้านักบวชไปพร้อมตนทันที 

"อีริคถ้าเจ้าคิดว่าประตูบานแค่นี้ขังข้าไว้ได้ละก็.." หัวหน้านักบวชถอยหลังจนชิดกับกำแพงอีกฝั่ง เสมือนจะตั้งท่าแล้วพุ่งชน "..เจ้าคิดถูก!" เหมือนสมองถูกแช่แข็งไปพักหนึ่ง ร่างของหัวหน้านักบวชโน้มลงไปข้างหลัง และเขาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่ามันมีหน้าต่างไงล่ะ! 

"บ้าหน่า! นี่มันหอคอยนะ!" อีริคใจหายวาบก่อนจะรีบวิ่งไปดูที่หน้าต่าง

พุทโธ ธัมโม สังโฆ สะระณัง สังฆัง 

อีกฟากหนึ่ง

"นี่ๆท่านพี่คีโต้ ข้าเหมือนเห็นท่านหัวหน้านักบวชกระโดดลงมาจากหอคอยเลย" เสียงเด็กผู้หญิงวัยห้าขวบพูดขึ้นก่อนจะชี้ไปทางนั้น

"ไร้สาระหน่า" คีโต้ปิดหนังสือที่กำลังนั่งอ่านเพลินๆลง "เจ้านั่นจะกระโดดลงมาทำ.." เสียงเหมือนถูกกลืนไปชั่วขณะ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นกลุ่ม(ผม)ก้อนดำๆล่วงลงมาด้วยความเร็วมิใช่น้อย 

คีโต้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหาเด็กหญิงที่ยังคงเพ่งมองอยู่ ก่อนจะหมุนหัวไหล่เด็กน้อยตัวจ้อยให้หันหลังต่อภาพน่าหวาดเสียวตรงหน้า ย่อตัวลงกระซิบเบาๆข้างหู "เจ้าแค่ตาฝาดน่ะ" 

ข้าว่าข้าลืมคิดไป ว่าห้องของข้ามันอยู่บนหอคอย นึกเสียใจตอนนี้คงไม่ทันเอาเป็นว่าศพของข้าขอฝังไว้ที่ทะเลสาบใกล้ๆนี้ได้ไหม 

ก่อนความหวังของข้าจะดับวูบร่างๆหนึ่งที่ข้าคุ้นเคยดี ผู้มีใบหน้ายโสดั่งชนชั้นสูงที่วิ่งหน้าตั้งมาทางนี้ ใบหน้าฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด อา..จะวิ่งมารับข้าสินะ ช่างเป็นคนดี ข้าจะไม่เอาไม้กวาดไล่ฟาดเจ้าอีก ซาบซึ้งนัก แต่ข้าว่าเจ้าวิ่งช้าไปหน่อยนะ ไม่สินั่นเจ้าหยุดยืนอยู่กับที่หรือเปล่า เฮ้พวก 

เสี้ยววินาทีชีวิตก่อนหน้าจะวัดพื้น ข้าก็สัมผัสได้ถึงความเย็นรอบๆตัวข้า แถมเปียกอีกด้วย พอลืมตาขึ้นถึงได้เห็นว่าคีโต้ร่ายเวทน้ำออกมารับข้าไว้ เดี๋ยวนะ ข้าไม่ยักรู้ว่าคีโต้ใช้เวทได้ 

"เป็นหัวหน้านักบวชมันเครียดมากหรือไงเจ้าถึงมากระโดดหอคอยเล่นแบบนี้" ข้าว่ายุคของบันจี้จัมพ์ยังมาไม่ถึงนะ 

แฮ่กๆๆ 

เสียงหอบจากการวิ่งมาของอีริคดังมาแต่ไกลก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ข้างๆคีโต้ ซวยล่ะ คราวนี้ข้าจะหนีไปได้ยังไง 

"แฮ่ก เจ้า..เจ้าใช้เวทได้ด้วยหรือคีโต้" เรื่องนี้ข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน "แต่เอาไว้ทีหลัง แฮ่ก ตอนนี้ต้องช่วยกันหยุดท่านหัวหน้านักบวชก่อน" 

kito join the party 

"แค่หยุดสินะ" เฮ้ นี่เจ้าไม่คิดจะถามเหตุผลเลยหรือไง คีโต้เจ้าเชื่อคนง่ายไปแล้วนะ 

ไอน้ำปรากฏรอบๆตัวของคีโต้ รวมถึงอีริคที่มีธาตุลมหมุนวนอยู่รอบตัวด้วย พวกเจ้าไปอัพเวลมาตอนไหนกัน ข้าไม่ยักรู้ว่าอีริคก็ใช้เวทได้ด้วย! 

อีริคพุ่งทะยานไปทางหัวหน้านักบวชด้วยความรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเขาพริ้วไหวเสมือนลม และยังเป็นหนูลมกรดซะด้วย แรงบีบอัดของอากาศพุ่งเข้ามาหมายจะทำให้หัวหน้านักบวชหยุดการเคลื่อนไหวในครั้งเดียว แต่ก็พลาดท่าเมื่อหัวหัวหน้านักบวชเอนตัวหลบก่อนจะเป็นฝ่ายพุ่งเข้าใส่อีริคซะเอง อีริคชะงักไปนิดก่อนจะตั้งรับการโจมตีนั้นแต่กลับผิดคาดเมื่อหัวหน้านักบวชไม่ได้โจมตีเขาแต่กลับโจมตีคีโต้ที่รออยู่ข้างบนก่อนแล้ว

"เจ้ารู้" คีโต้ถูกหัวหน้านักบวชกระชากคอเสื้อไว้แน่น รอยยิ้มเรียวบางหากแต่ดูเล่ห์เหลี่ยมอันตรายถูกจุดขึ้นที่มุมปาก "ข้ารู้" 

คีโต้ถูกเหวี่ยงลงไปยังข้างล่าง พอดีกับที่อีริคสวนหมัดที่ถูกล้อมไว้ด้วยลมบางเบาหากแต่รุนแรงเหมือนปืนใหญ่ขึ้นมา เสียงแหวกอากาศเฉียดใบหูของหัวหน้านักบวชไปได้ทันท่วงที ก่อนหมัดที่พลาดนั้นจะโดนตัวหอคอยแทน 

หัวหน้านักบวชเหลือบมองผลงานหมัดของอีริคแล้วได้แต่กลืนน้ำลายอึก ตัวหอคอยยุบเข้าไป เศษปูนและผงกระจายเกลื่อนกลาด นี่กะจะฆ่ากันเลยหรือขอรับท่านนักบวชอีริค..

ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า แสงสีฟ้าในยามบ่ายเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอบอุ่น ข้าไม่มีเวลาแล้ว ข้าตั้งรับทั้งลูกเตะทั้งหมัดของอีริคและคีโต้ ก่อนจะเป็นฝ่ายรุกบ้าง ไม่นานข้าก็ได้โอกาส ข้าเอี่ยวตบหลบไปข้างหลังอีริคก่อนจะสับต้นคอเขา แล้วเหวี่ยงไปหาคีโต้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และก็เป็นไปตามคาดคีโต้ไม่ได้ระวังตัวข้าจึงไปข้างหลังเขาได้และทำการสับต้นคออีกคน 

"ข้าขอโทษ อีริค คีโต้ จนกว่าข้าจะกลับมา ช่วยดูแลโบสถ์แห่งนี้และเด็กๆด้วย" หัวหน้านักบวชสะพายย่ามที่ตกไว้ข้างกาย มองสองนักบวชหนุ่มที่สลบอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย อย่างไรก็ตามเงินจำนวนสามหีบนั่นข้าจะต้องเอามาให้ได้

เอาล่ะ ถ้าการประลองเริ่มพรุ่งนี้ ข้าควรขี่อะไรไปถึงจะทันหรือ สายตาของข้าว่างเปล่า ไกลสุดลูกหูลูกตาคือทางยาวที่ข้าไม่สามารถมองเห็นจุดจบของมันได้ แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนเห็นจุดจบของตัวเองยังไงชอบกล 

เสียงเครื่องยนต์และล้อเกวียนที่ดังอยู่ไกลๆทำให้ข้ากลับมามีความหวังอีกครั้ง สุดสายตาข้าเห็นเกวียนพ่อค้ากำลังเดินทางอยู่ สองเท้าของข้าออกวิ่งทันที

"โยม! รออาตมาด้วย!" 

ไม่มีวี่แววว่าเกวียนสินค้าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย อะไรกัน! เสียงข้าส่งไปไม่ถึงรึ!? ให้อาตมาวิ่งแบบนี้มันบาปนะโยม!

"โยม!!!!" ข้าตะโกนเรียกอีกครั้ง สองเท้าก็ยังคงวิ่งไม่หยุด ตอนนี้ข้าว่าเกวียนมันเร็วกว่าเดิมหรือเปล่า นี่โยมกำลังกวนประสาทอาตมาใช่หรือไม่

หัวหน้านักบวชกระโดดพุ่งไปยังท้ายเกวียนทันที เสียงประตูไม้ท้ายเกวียนดังขึ้นพร้อมๆกับเศษซากไม้ที่หักและหลุดออก เสมือนอุกาบาตวิ่งเข้าชนก็ไม่ปาน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือหัวมนุษย์ผมสีดำขลับ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นจากซากรูประตู ของเหลวสีแดงฉานอาบไล้ใบหน้า มุมปากขยับยิ้มอย่างเป็นมิตร(?) "โยม อาตมาขอไปด้วย" 

กรี๊ด!/แว้ก!/ว๊ากกกก!

"เห้ย! เกิดอะไรขึ้น!?" เสียงชายหน้าเกวียนที่เป็นคนคุมพวงมาลัยตะโกนถาม

ตอนแรกข้าก็คิดว่ามันคือเกวียนสินค้า แต่ข้างในกลับไม่มีสินค้าแม้แต่ชิ้น ในนี้มีทั้งเด็กหญิงและสตรี สภาพถูกมัดมือมัดเท้า ปิดปาก อ้าวเห้ย นี่มันเกวียนโจร 

"มีผู้บุกรุกขอรับนายท่าน แต่พวกข้าจะจัดการมันเดี๋ยวนี้!" เจ้าหน้าโจรคนที่หนึ่งกระโจนเข้าหาข้าพร้อมกับมีดด้ามเล่มยักษ์ กะเอาให้หัวขาดกันเลยทีเดียว 

ข้าหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะยกขาขึ้นเตะเข้าเอวขวา ได้ยินเสียงอะไรหักสักอย่างแต่ดูจากสีหน้าของโจรที่บิดเบี้ยวและร้องลั่นข้าก็พอจะเดาออกล่ะนะ มาถึงโจรคนที่สองที่ตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาลูกเดียว ข้าเอี่ยวตัวหลบก่อนจะสับต้นคอโจรผู้นั้นจนสลบตกเกวียนไป เหลือคนสุดท้ายสินะ ข้าประสานมือไว้ที่อก ทรงให้อภัยลูกแกะผู้นี้ด้วยเถิด เอเมน 

"หะ-เห้ย!! อ๊ากกก!" ยกเท้าถีบหัวหน้าโจรจนตกรถถือว่าเป็นเกียรติยิ่ง 

หัวหน้านักบวชหยุดเกวียนไว้ก่อนจะเข้ามาช่วยผู้คนที่ถูกจับมา แต่แล้วก็ต้องคิดหนัก.. ข้าโดนตัวสีกาไม่ได้ .. 

"โยม! ช่วยตัวเองกันไปก่อนนะ อาตมาจะรีบซิ่งไปเมืองหลวงเดี๋ยวนี้!" 

อีกฟากหนึ่ง

เจ้าของดวงตาสีอ่อนเข้ากับผมสีอ่อนค่อยๆยันตัวเองขึ้น พอดีกับที่เจ้าคนยโสลุกขึ้นมาเช่นกัน

"ข้าคิดว่าเจ้านั่นเป็นแค่นักบวชทึ่มๆ คิดผิดจริงๆที่ออมมือจนหนีไปได้" คีโต้ปัดฝุ่นรอบๆตัว ใบหน้าดั่งขุนนางยังคงดูหยิ่งทะนงเหมือนเดิม 

"หนีไปได้?" อีริคเลิกคิ้ว ก่อนจะลุกขึ้นตาม "เจ้ากะจะให้ท่านหัวหน้านักบวชหนีแต่แรกแล้วมิใช่รึ" 

"จิ๊ เจ้ามันอวดดี" อีริคยิ้มขำก่อนจะค้อมหัวน้อมรับคำถากถางนั่น 

"ข้าขอคืนให้ท่านเลยองค์ชาย" 

"เกิดสำนึกได้ว่าตนเองเป็นอัศวินแล้วรึ?" 

*ไฟแนนซ์ คือ การนำรถยนต์ไปแลกกับเงิน ภาษาชาวบ้านคือเหมือนเอารถไปจำนำแล้วได้เงินมาแทนน่ะค่ะ ท่านนักบวชอีริคเล่นมุกนั่นเอง555555 






---------------------------------------------------------------------------
  
จบตอนที่ 1! เหนื่อยเหลือเกินค่ะ5555555555555 
ไหนมีใครปักธงใครไว้แล้วบ้างคะ ตอนแรกกะจะไม่BL แต่ด้วยไรท์ก็ทนความจิ้นของตัวเองไม่ได้เหมือนกันค่ะ เลยจะให้เรื่องนี้เป็น กึ่งBL นะคะ เห็นด้วยไหมเอ่ย ยังไงก็ตามเนื้อเรื่องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เพราะงั้นไว้เป็นเรื่องของอนาคต!(อ้าว)

มาดูตัวละครหนุ่มๆกันค่ะ ^____^ 




นอสเฟอราท คลาวด์
หลวงพ่อ เอ้ย! หัวหน้านักบวชของเราเองค่าาา หน้าตาดูสารชั่วมาเลย5555555555
อายุ : 21 ปี สูง : 180 cm. (พระเอกเราไม่สาวน้อย ร่างบาง ตุ๊ดแตกอะไรทั้งนั้นนะคะ!)
ประวัติคร่าวๆ : ก่อนจะเป็นนักบวช เจ้าตัวเคยเป็น xxxxx ไว้จะเปิดประเด็นในเรื่องค่ะ เพราะงั้นกดเฟบเลยนะ 



 เซนต์เบิร์ก เออร์ตัวร์ คีโต้ วูร์ก (นามสกุลหน้าหลังขนาดนี้บอกเลยค่ะเจ้าคนหยื่งคนนี้ไม่ธรรมดา555555)
อายุ : 17 ปี สูง : 175 cm 
ประวัติคร่าวๆ : ?? 




เมเฟตัส อีริค (หนุ่มน้อยๆของไรท์เองค่ะ อวย55555)
อายุ : 17 ปี สูง : 169 cm 
ประวัติคร่าวๆ : ?? 




-----------------------------------------------------------------------------
*ตัวละครจะอัพเดตเรื่อยๆตามเนื้อเรื่องนะคะ

ปล.บอกก่อนนะคะว่าเรื่องนี้ต่อให้หน้าหวานหรือสวยหยาดปานน้ำผึ้งยังไงก็ผู้ชายค่ะ แมนๆคุยกัน เพราะไรท์เบื่อมากผู้ชายตัวเล็กๆหน้าหวานคล้ายผู้หญิง นิสัยสาวน้อย

ปล.2 ถ้ารีดเดอร์ทุกคนอยากอ่าน พระเอกที่ซื่อๆ ตามคนไม่ทัน ไม่เก่งเทพอะไรเลยแต่มีหนุ่มๆตามปกป้องเพียบ หาไม่ได้จากเรื่องนี้นะคะ! เพราะพระเอกของเราเก่งเทพ ฉลาด ไม่ซื่อไม่บื้อ แต่อาจมึนหน่อยๆค่ะ นางง่วงนอน55555555


ฝากเมนต์ เป็นกำลังให้ด้วยนะคะ <3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #6 wannisa1891 (@wannisa1891) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 22:52

    สนุกมากเลยค่าาา
    #6
    0
  2. #4 Mizuru_San (@Mizuru_San) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 20:25
    ไรท์ค่ะ เรามันพวกเดียวกัน//แตะมือ มันหมดยุคแล้วสำหรับหนุ่มตัวบางร่างน้อยสมองยัดนุ่น--แค่ก ติดตามค่ะ ดูๆแล้วเฮฮาดีมาก55
    #4
    0
  3. #3 #DESTINY# (@MarkTC) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 20:11
    สนุกและขำมาก 555 ปล.ความคิดตรงกับไรท์เลย และที่สำคัญแต่งให้จบนะคับ นิยายแฟนตาซีBL หาอ่านยากมากกกกกกกกกก บางเรื่องก็แต่งไม่จบTT
    #3
    0