[END] คนบ้าของหมอดิน

ตอนที่ 31 : บทที่ 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,050 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

บทที่ 28 ครอบครัว

 



                หลังจากดินดินทำตัวน่ารักง้องอนเสร็จผมแทบอยากจะปลุกปล้ำมันกลางสวนของโรงพยาบาลไม่สนสังขาร ดีที่มันรู้จักห้ามใจตัวเองได้ เราทั้งคู่เดินเล่นต่ออีกพักใหญ่ๆ แต่ก็ไม่ได้นานนักเมื่อเดินชมธรรมชาติจนพอใจแล้วจึงพามันกลับขึ้นมาพักบนห้องไม่ลืมที่จะเรียกพยาบาลมาใส่สายน้ำเกลือใหม่

                ผมกลับไปเอาของที่คอนโดแล้วรีบกลับมาเฝ้าต่อ นอนหลับไปสามตื่นก็พบว่าลมกับน้ำอุ่นออกจากห้องผ่าตัดได้อย่างปลอดภัยทำให้โล่งใจสบายใจหายใจได้คล่องขึ้นเยอะ มีเรื่องดีอีกหน่อยคือดินดินหลังจากคุยกับผมอย่างเปิดอกแล้วก็ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บด้วยการพุ่งไปหาน้ำอุ่นเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อตอนแรกอีก

                แต่ที่ผมแปลกใจคือตอนนี้ทั้งวินและไต้ฝุ่นไม่อยู่ข้างกายไอ้ลมกับน้ำอุ่น พอถามเวียร์น้องก็บอกว่าทั้งคู่ไปตามล่าหาคนอยู่ ผมพยักหน้ารับรู้แล้วช่วยดูแลทั้งสองคนในระหว่างที่คนรักของทั้งคู่ไม่อยู่

                ยังไงพวกเขาก็เป็นครอบครัวของผมในอนาคตอันใกล้นี้ หลังจากน้ำอุ่นตื่นแล้วก็ดูมึนยาเล็กน้อยพอไม่เห็นวินก็นอนทิ้งตัวหลับไป ส่วนลมรายนั้นตื่นช้าที่สุดเลยก็ว่าได้ ทำผมทุกคนเครียดไปหมด แม้มันจะไม่ได้แขนขาหักแต่อวัยวะของมันบอบช้ำมากที่สุด

                เช้าวันใหม่หลังจากผมป้อนข้าวให้ดินดินเรียบร้อยแล้วก็เหลือแต่อุ่นกับไอ้ลมที่ยังไม่ยอมกินอะไร  ฟื้นมาก็บื้อใบ้อย่างเดียวทั้งคู่ประหนึ่งผัวทิ้ง ผมทำอะไรไม่ได้เลยไปหาดินดินกับไฟ ผมกับเวียร์ช่วยกันดูน้ำอุ่นส่วนสองพี่น้องก็หันไปดูไอ้ลม ซึ่งผลมันก็แบบ...  

ไอ้เหี้ยลม นั่งบื้อทำไม ตักข้าวใส่ปากสิดินดินตอนนี้นั่งอยู่บนรถเข็นข้างเตียง

                “ไอ้วิดวะ มึงจะกินเองดีๆ หรือให้กูป้อนห่ะ ไฟว่าขึ้นอย่างมีน้ำโห แต่ลมก็ยังนิ่งเป็นท่อนไม้

                ผมคิดถูกคิดผิดเนี่ย ผมเองก็กำลังกล่อมน้ำอุ่นอยู่จนกระทั่ง

“เว้ย!

สุดท้ายคนที่ทนไม่ไหวก็เป็นดินดินมันโยนชามข้าวต้มทิ้งเเตกไม่เหลือซาก มึงเป็นบ้าอะไรวะ!! หมอมันลืมเอาปากให้มึงรึไง! ” ทำท่าจะกระชากคอเสื้อพี่ชายตัวเองก็ไม่ได้ดูสังขารตัวเองหรือให้เกียรติเฝือกที่คอเลย

ดินดิน ใจเย็นๆ ลมเพิ่งฟื้นนะ ผมรีบเข้าไปแยกออก ดินดิน ใจเย็นหน่อยนะ เค้าว่า...

แล้วก็ถูกผลักออก อย่ามายุ่ง!! ” ผมอึ้งไปกับประโยคนั้นจึงนิ่งวิญญาณหลุดออกจากร่างในจังหวะที่ผลักออกก็โชคร้ายล้มไปทางชามกระเบื้องที่แตกกระจายบนพื้น

 เวียร์รีบมาดูผมปายที่นั่งแหมะมองมือตัวเองที่มีเศษกระเบื้องปักอยู่  ผมนิ่งเงียบค่อยๆดึงมันออกด้วยสีหน้ายากจะคาดเดา

เข้าใจว่าห่วงลมจนหน้ามืด ผมเองก็ห่วงแต่มันก็มากเกินไป

เลือดออกด้วย ผมว่าไปทำแผลเถอะ ผมพาไป เวียร์ว่าอย่างร้อนรน

                “ ไม่ ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ลงไปคนเดียวได้ ผมพยายามยิ้มน้อยๆให้ เวียร์ดูแลคนอื่นเถอะ

                เวียร์พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดหันไปทางดินดินที่ยังไม่เลิกด่าพี่ชายคนโต พี่ดินครับ พี่ไม่ดูหน่อยรึไงว่าทำร้ายใครไปน่ะ

                “ ไอ้ลม มึงอย่ามาเงียบ มึงพูดกับกูสักคำดิ หรือมึงโดนตัดลิ้น

                “ ไอ้พี่ลม พูดหน่อยสิ ด่าผมก็ได้เว้ย! ยอมให้ด่าวันหนึ่งเลย!! 

                เหมือนเสียงจะไม่ได้เข้าหูเลยสักนิด เวียร์ทำท่าจะกินหัวทั้งดินทั้งไฟแต่ผมดึงแขนไว้แล้วส่ายหน้า ปล่อยไปก่อน ดินดินตอนนี้ไม่ได้ยินใครแล้ว

                ผมว่าเสียงแผ่วก่อนจะรีบรุดออกจากห้องก่อนน้ำตาจะตกลง เมื่อออกมานอกห้องได้ ผมก็ระเบิดเสียงร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะทน ผมยอมได้หมดนะ แต่วันนี้เทียบกับเมื่อวานไม่ได้เลย ผมรู้ว่ามันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายผม แต่ว่ามันก็อดเจ็บร้าวไม่ได้

                นั่งสงบสติอารมณ์อยู่นานมากก็ค่อยๆปล่อยวางและทำความเข้าใจ ผมเป็นคนที่เข้าใจได้และยอมรับเหตุผล ถึงแม้เหตุผลของดินดินจะดูไม่สมเหตุไปหน่อยแต่ผมก็ยอมให้ ยิ่งมันเจ็บมาแบบนี้ ทั้งสภาพร่างกายแล้วก็จิตใจย่อมแย่กว่าผมเป็นร้อยเท่า

                ดังนั้นผมจะมาฟูมฟายเรียกร้องความสนใจไม่ได้ พอรู้ตัวว่าร้องไห้ดังไปก็เริ่มจะอับอายขึ้นมา

                เมื่อสภาพจิตใจโอเคขึ้นผมจึงเดินลงไปทำแผลที่ห้องฉุกเฉินก่อน แล้วจากนั้นก็ออกไปซื้อของเข้าห้องเพิ่มกว่าจะเรียบร้อยก็ใกล้เที่ยงอีกแล้ว ผมกลับเข้าห้องมาก็เห็นว่าทุกอย่างเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

                แต่มันก็มีเรื่องของลมที่ทำให้ดินโมโหจนฟิวส์ขาดเผลอผลักผมออกโดยไม่ได้ตั้งใจจนผมล้มมือบาดเข้ากับชามโจ๊กที่แตก... ถึงจะบอกว่ารู้อยู่แก่ใจว่าดินดินไม่ได้ตั้งใจแต่มันก็อดเจ็บปวดไม่ได้ หนีไปร้องไห้ข้างนอกอีกรอบ

                ร้องจนพอใจก็กลับคอนโดครับ ไปหาเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้อีกนิดๆหน่อยๆ และแน่นอนว่าผมจงใจทิ้งมันไว้สักพักรอให้ผมอารมณ์ดีก่อนแล้วค่อยไป... สุดท้ายผมก็มาถึงโรงพยาบาลอีกทีก็ใกล้เที่ยง

                “ไปไหนมา” ดินดินเงยหน้าถามผมที่ถือแอปเปิ้ลเข้ามานั่ง

                “ไปข้างล่างมา” ผมตอบก่อนจะเริ่มลงมือปอกแอปเปิ้ลให้

                ดินดินมองผมเล็กน้อยก่อนจะมองฝ่ามือของผม

 พี่ปาย

                “ หือ? ”

                “ ทำไมมีผ้าพันแผล

                ผมชะงักก่อนเล็กน้อยแล้วไม่ได้พูดอะไรออกไป จนมันจ้องอยู่นาน “อุ๊ย ห่วงเค้าเหรอ ดินดินผมจงใจพูดเสียงดังลั่นห้อง

                “ เหอะ อย่าคิดไปเองได้ไหม รำคาญ มันมองพี่น้องตัวเองก่อนจะกระแอมแล้วดุใส่ผม

                ผมว่าไปอีกประโยค รำคาญเมียตัวเองได้ไง เอ้าๆ กินผลไม้หน่อย ก่อนจะป้อนแอปเปิ้ลให้

“พี่ปาย... แผลของพี่ ผมทำใช่ไหม” ดินดินไม่ใช่คนโง่ มันสังเกตสีหน้าผมอยู่นานแล้วก็พูดออกมา “ขอโทษนะ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

ผมพยักหน้าอย่างไม่ถือสาหาความเพราะเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเลยเลือกจะไม่ใส่ใจ บางเรื่องไม่ใส่ใจก็ดีต่อความรู้สึกตัวเอง “พอยัง”  ผมหยุดปอกแอปเปิ้ล “ กินองุ่นไหม ”

“ พี่เป็นคนขอให้กินนะ ” ยังจะวางท่าอีก

ผมยอมลงให้เพราะเห็นท่าทางเด็กๆของมัน

                จู่ๆ ก็ถาม “เจ็บไหม” ดินดินถามผมเบาๆด้วยความรู้สึกแย่ๆ ตอนที่ผมกำลังป้อนองุ่นให้มัน แววตาสำนึกผิดมองจ้องแผลบนมือผมนิ่ง “ เพราะไอ้ลมมันงี่เง่า!

                ยังจะโทษคนอื่นอีก เดี๋ยวแม่ตบหัวแตกอีกรอบ!

                “ กูไม่ระวังด้วยแหละ ” เพราะผมทรงตัวได้ไม่ดีแถมยังไปขวางทางน้ำเชี่ยวขนาดนั้นไม่โดนมือดินดินเสยมานับว่าดีมากแล้ว             

                “ขอโทษ” ตั้งแต่เข้าใจกันนี่แลจะปากเบาขึ้น คำขอโทษก็ได้ยินมากขึ้นและเป็นเรื่องที่มันสมควรขอโทษจริงๆ

                บางครั้งการให้อภัยและยอมขอโทษคือการรักษาความสัมพันธ์ของเราให้ดีขึ้นและเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นแน่นอนว่าต้องปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น อย่างตอนนี้มันก็พยายามดูแลผมไม่ให้หยิบจับของมาก บอกวิธีดูแลแผลให้อย่างละเอียดยิบ

                “ไปเปลี่ยนสีผมมาตอนไหนวะ” ดินดินถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าหัวผมเปลี่ยนจากสีบลอนด์มาเป็นสีแดงอีกแล้ว

                “ ก่อนเข้ามาในห้องนี่แหละ ” สะบัดๆ หัวโชว์ ตอนกลับคอนโดไปเอาของ ผมก็คว้ามาด้วย พอได้แต่งตัวเป็นตัวเองแล้วค่อยดีขึ้นมาหน่อย

                “ แล้วชุดนี้มันอะไร ”

                ผมยิ้มกว้างแล้วตบอก “ นี่ นี่ ชุดใหม่เค้าเลยนะ! ชอบไหม ตาถึงมาก!

                “ ไม่ชอบ! ไปเปลี่ยน!

“ ไม่มีชุดแล้ว ” ผมทำหน้าไม่รู้เรื่องพร้อมกับยัดองุ่นให้ดินดินไป ก่อนจะเห็นว่าในห้องตอนนี้มีคนแปลกหน้าอยู่ด้วย “ แล้วนั่นใครเหรอดินดิน ”

ตอนนี้ในห้องนอกจากพวกเราก็มีแขกแปลกหน้าอยู่หนึ่งคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่พร้อมกับวินและไต้ฝุ่นซึ่งผมไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ท่าทางสนิทกับวิน

                กลืนองุ่นลงคอแล้วตอบ “ อย่าเสือก ”

                ...ไม่น่าถามมันเลยจริงๆ

ผมเหลือบมองคนแปลกหน้าอย่างสนอกสนใจ คนๆนั้นสวมโค้ทขนสัตว์สีเข้มทำผมสีแสบสันกระแทกตา อูยยย รองเท้าสวยเว่อร์ ของนอกทั้งตัวเลยเว้ย จ้องคนแปลกอยู่นานจนน้องเวียร์เอ่ยขึ้น

                “ จริงสิลืมแนะนำไปเลย! ” ร้องลั่นแล้วขยับดึงคนแปลกหน้าไปทางน้ำอุ่น นี่เฮียวาฬ พี่ชายคนโตของบ้านผมครับ เฮียทำงานอยู่ที่เกาหลี นานๆจะเสนอหน้ากลับมาที

                “ โย่ว น้องสะใภ้! ” สมกับเป็นพี่ของไอ้วิน ทั้งท่าทางกริยาสายตาแพรวพราวไม่ใช่ย่อย เห ก็น่ารักดีนี่

                “ อยากปากแตกรึไง

                “ โนๆ เฮียยังไม่อยากให้หนุ่มน้อยทั้งหลายต้องร้องไห้นะ

                “ เฮีย... คนนี้ของผม! อย่ายุ่ง! ห้ามมอง! ห้ามคุย! ห้ามเข้าใกล้เกินห้าเมตร!  ”

                ผมไปลองทำสีผมเดียวกับพี่มันดีไหม

                “ พี่ปาย ขอน้ำ ”

                แต่สีเขียวมิ้นท์จะดีกว่ามั้ง

                “ เฮ้ย น้ำ ”

               กำลังเล็งกางเกงอย่างเมามันส์ไอ้คนเปื่อยก็แว้ดใส่ “ วันนี้จะได้กินไหม!

                สะดุ้งสุดตัวก่อนจะมองแก้วน้ำในมือ “ แฮ่ โทษทีๆ ” ขอโทษขอโพยไปก่อนจะจ่อหลอดให้ดินดินกินน้ำได้ง่ายขึ้น ผมสำรวจดูแผลบนหน้าวันนี้ดูจะช้ำม่วงกว่าเมื่อวานอีก

                “ ไปไหนมาบ้าง? ” เสียงสั้นห้วนโคตรกระชากถามผมอย่างบึ้งตึง

                “ เดี๋ยวนี้รู้จักถามแบบนี้แล้วเหรอคุณสามี ” ฉีกยิ้มกว้างโดยลืมไปสนิทว่าเมื่อเช้าถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนัก

                ผมมันก็แค่นี้แหละเจ็บแล้วไม่เคยจำ!

                “ หึ ” คนขี้งอนไม่พูดอะไรนอกจากสะบัดหน้าหนี “ ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ!

                “ โอ๋ๆ คุยกัน ” พยายามมองหาพื้นที่บนหน้าที่ไม่เป็นแผลแล้วเขี่ยๆหยอกล้อ อะไรกัน แค่เล่นตัวนิดหน่อยทำมางอน “ แฟนครับ ไม่เอาไม่งอน ”

                “ ใครแฟน! มโน!

                อ้าว ไอ้เวร

                อารมณ์ไม่ดีทีไรแม่งทอดทิ้งเมียคนนี้ตลอด

                ผมถลึงตาใส่แล้วพยักหน้าอย่างถือดี “ เออ ไม่มี ไม่ใช่แฟน! ” เมื่อวานหมาตัวไหนเรียกกูแฟนมิทราบ!

                พอผมว่าแบบนั้นสีหน้าของดินดินยิ่งงอกัดปากแน่นมองผมตาเขียวปั๊ด อ้าว ทำไมเล่า  ในเมื่อเป็นคนรักกันแล้วแต่ยังหน้าบางไม่กล้ายอมรับว่าเป็นแฟนกัน งั้นมึงก็ไม่ต้องเป็น!

                กระแทกแก้วน้ำลงอย่างแรงแล้วเลิกสนใจไยดีไอ้หมอ! กอดอกกระฟัดกระเฟียดหัวเสียอยู่ได้ไม่นาน...

                “ เฮ้ หนุ่มน้อย สีผมสวยมากนะครับ

               ผมหยุดด่าดินดินในใจแล้วเงยหน้าหันไปตามเสียง เห็นพี่วาฬพี่ไอ้วินเดินมาหยุดตรงหน้าไม่พอ ยังยื่นมือมาจับผมเล่นราวกับสนิทมาสามชาติได้ ตีมึนอยู่ครู่กะพริบตามองหน้าอีกฝ่ายชัดๆแล้วเลื่อนไปหยุดที่สีผมเตะเลนส์ตาแล้วลุกพรวด

                เห็นไกลๆไม่คิดว่าจะม่วงขนาดนี้ โคตรจี๊ดเลย แม่งกล้าจริงๆ

                “ ผมสีม่วงสวยอะว้าว ต่างหู สวยเป็นบ้า! ” เข้าประชิดแล้วเงยหน้ามองสีผมแสบสันแต่ก็น้อยกว่าตัวเองอยู่หลายขุม จากนั้นก็สำรวจเสื้อผ้าเครื่องประดับต่อ... เห็นใกล้ๆแล้วแม่งแพงใช้ได้  โค้ทสวยอยู่ แต่สีนี้มันไม่เจ๋งเลย แถมรองเท้าไม่เก๋ สร้อยไม่โอ เชยจริงๆ  แต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้านมาได้ไง ยังห่างไกลจากแฟชั่นชั้นสูงของผมจริงๆ

                ด้านแฟชั่นอย่างอ่อน จุ๊ๆ สีโค้ทดูไกลๆอาจจะสวย แต่พอมองใกล้ๆ มันเรียบเกินไป โดยรวมเครื่องประดับเหมือนหยิบมาใส่ส่งๆไม่เลือก

           คนโดนวิจารณ์ซึ่งๆหน้านิ่งยิ้มแห้งแยกเขี้ยว แต่พี่ว่าออกจะสวยแล้วก็เข้ากันดีนะ

                หางตาเหลือบเห็นคนไม่ใช่แฟนตากระตุกมือกระตุกแล้วขำ... อะแฮ่ม ผมดึงพี่วาฬนั่งข้างๆ จากนั้นตบอกตัวเอง

ไม่ ของผมสวยกว่าเยอะ เข้ากันหลายขุม แถมแฟชั่นมันต้องมีศิลปะและจิตวิญญาณ ชี้เข้าหาตัวเองที่อยู่ในชุดคนไข้โรงพยาบาลสีชมพูครึ่งสีเขียวสะท้อนแสงครึ่งไม่พอครับ มันต้องมีมากกว่านี้! สกรีนลายคิตตี้อีก ถ้ามีเวลาเยอะกว่านี้จะใส่เจอร์รี่เข้าไปด้วย แต่ผมว่าพี่ก็น่าจะมีเซ้นต์ที่ดีกว่านี้หน่อยนะ แต่งสีจืดๆ ไม่ชอบ

                “ แล้วโค้ทสีอะไรถึงสวยเหรอครับ คนอายุมากกว่าถามความเห็น

นึกถึงโค้ทแสบตาในตู้เสื้อผ้าที่บ้าน “ สีชมพูบานเย็นสิ!! 

                พี่วาฬอึ้งหน่อยทึ่งอีกเยอะก่อนจะปรับมาเป็นยิ้มถูกใจดูจะฝืนเหลือเกิน เลือกสีจัดจ้านดีนะ ถ้าคนใส่ตัวขาวก็น่าจะเข้ากันอยู่

                “ แน่นอนเพราะโค้ทตัวนั้นผมมีแล้วยังเคยใส่ไปเดินปารีส มีแต่คนมอง แสดงว่าชุดผมเจ๋งมากอ้อ ลืมบอกไป ทุกชุดผมทำเองหมดเลยนะไม่ได้เรียนดีไซเนอร์นะ แต่ทำชุดเองได้ เก่งใช่ปะพี่!!  ” ทรุดนั่งลงแล้วหันหน้าคุยโวกับคนแปลกหน้า ทิ้งให้ไอ้ดินจ้องเขม็งไม่เลิก ทนได้ทนไป! “ อ๋อใช่ ผมชื่อ ปาย น่าจะอายุน้อยกว่าพี่

                “ พี่ชื่อวาฬ เป็นพี่ไอ้วินกับเวียร์ ฉีกยิ้มหล่อสว่าง...อ่า ใจเต้นแป๊บ ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องปาย

                “ เป็นพี่ไอ้วินเหรอ งั้นแสดงว่าก็ต้องเข้าใจในแฟชั่นของผมใช่ปะคืองี้ๆๆ ไอ้วินมันชื่นชมผมตลอดเลยว่าแต่งตัวเข้ากันสุดๆ เจอทีไรก็มองด้วยสายตาชื่นชมตลอด ปลื้มครับ

                “ ฮ่าๆ เข้ากันงั้นเหรอ เสียงหัวเราะแห้งจนผมอยากจะหยิบน้ำให้พี่แกกิน

                “ หรือพี่ว่ามันไม่สวย ผมแกล้งตีหน้าขรึม ทำเสียงหัวเราะแบบนั้นหมายความว่าไง

                “ เฮ้ย คือพี่ไม่ได้จะ พี่วาฬโบกมือปฏิเสธ

                “ อะ มันแน่อยู่แล้ว ที่พี่หัวเราะก็เพราะแฟชั่นผมมันล้ำหน้าพี่จนคิดไม่ถึงไง กำลังชื่นชมผมอยู่ล่ะซี่พี่นี่ตาแหลมจริงๆเลยที่มองออก เนี่ยนะ ผมเอาชุดของโรงพยาบาลไปย้อมแล้วก็ไป... บลาๆๆๆๆๆ

                อธิบายไปเหล่มองไอ้คนไม่ใช่แฟนไป ดู ดู ขบฟันแน่นจนจะแตกอยู่แล้วยังไม่พูดอีก!

              ส่วนพี่วาฬเลือกที่จะนั่งเงียบยิ้มรับพยักหน้ารับฟังด้วยสีหน้าอ่อนโยน... อย่ามองแบบนี้ใจสั่นนะเออ ยิ่งมาสายแฟชั่นแบบนี้ยิ่งไหลตามง่าย

                “ ... ” จ้องหน้ากูนานไปล่ะ

                “ เฮ้ ฟังอยู่เปล่า! ” จ้องจนท้องได้อยู่แล้ว ไม่ได้ ผมจะท้องกับดินดินคนเดียว

คนถูกเรียกกะพริบตานิดแล้วพยักหน้า ฟังสิครับ เสียงน้องปายเพราะดี เลยฟังเพลินไปหน่อย ยิ้มละลายโลกไปอีก

                “ โอ๊ะ แน่นอน เสียงผมที่หนึ่งเลยแหละตอนร้องเกะกับเพื่อนมีแต่ชมว่าเฮียปายเสียงสวรรค์ อันนี้ไม่ได้โม้นะครับ ไม่เชื่อถามไอ้อุ่นได้เลย ว่าแล้วขอร้องสักท่อน อะแฮ่มๆๆ                 

                จะว่าไปช่วงปีหนึ่งกับปีสอง ผมเดินสายร้องเพลงให้กับมหาลัยเยอะมาก แน่นอนว่าดนตรีก็เล่นได้ คนอะไรทำอาหารก็ได้ ตัดเย็บเสื้อผ้าก็ได้ งานบ้านได้หมดแต่ไม่สดชื่นเพราะโคตรเหนื่อย ร้องเพลงก็ดี ดนตรีก็ได้ กีฬาก็เป็น อนาคตจะสร้างเมืองของตัวเองอีก

                ดีขนาดมึงขอกูแต่งงานได้แล้วไอ้หมอ!

                “ เสียงเพราะจริงๆด้วย พี่วาฬฟังแค่ท่อนเพลงสั้นๆก็เอ่ยชมยิ้มให้ตาปิด

                “ ของมันแน่อยู่...

                เปลือกตาเปิดขึ้นใหม่พร้อมสายตาหื่นกระหายอย่างรุนแรง ถ้าอยู่บนเตียง เสียงครางจะเพราะแบบนี้ไหมนะ อยากได้ยินจัง

                เอ่อ...

                “ มึงพูดว่าไงนะ ไอ้เหี้ย!!! 

                อ่า... พ่อคนเถื่อนของผมอาละวาดแล้วสิ

 

 

 

ขอพื้นที่สักนิดให้นายปฐพีอย่างด่วน

 

ผมตวาดออกไปอย่างลืมตัวและทนไม่ไหว! ดู ดูสายตาไอ้เวรนี่สิ ทำท่าจะเขมือบไอ้คนบ้าเข้าไปอยู่แล้วไม่พอ ยังจะมาฟังเสียงคงเสียงคราง

คนที่จะฟังมีได้แค่กูคนเดียวเว้ย! คนอื่นอย่าเสือก!

ไอ้คนแปลกตาแถมหื่นกามชนิดออกนอกหน้ามันจ้องผมกลับด้วยสายตามึนๆแล้วหันไปถามพี่ปายที่เอียงคอมองผมอย่างไม่เข้าใจ

แต่แววตาระยิบระยับนั่น...ไอ้ตอแหล มึงรอเวลานี้อยู่จริงๆ

ดินดิน ตะโกนทำไม เดี๋ยวก็เจ็บคอหรอก ไอ้พี่มันก็ยังคงทำเป็นไม่รู้ห่าอะไร ยังจะมาทำหน้าดุใส่ผมอีก ลุกไปรินน้ำเทใส่แก้ว เอ้า กินหน่อย

ผมปรายตามองมือขาวที่ถือแก้วแล้วแม่งหงุดหงิด ผมเบือนหน้าหนีบ่งบอกว่าไม่กิน พี่ปายถอนหายใจทิ้งเบาๆก่อนจะยิ้มร่าเสียงใส แหม บทอยากเรียกร้องความสนใจนี่เอง

ใช่ที่ไหนกันเล่า!

เสียงแก้ววางลงที่โต๊ะตามเดิม แล้วมันก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมข้างไอ้หัวสีประหลาด ที่ให้เดาว่ามันต้องเป็นห่าอะไรสักอย่างเกี่ยวกับไอ้วินไอ้เวียร์ แล้วมันเป็นใครวะ!

ดูแลดีจัง น้องชายเหรอ ไอ้คนที่ทำสายตาโลมเลียพี่ปายอยู่ตลอดถามเสียงอ่อนโยน

น้องชายบ้านมึงสิ!! ” ผมสวนเสียงแหบอยากจะลุกไปตะกุยหน้าหนาๆ แต่ติดอีกทีสังขารมันย่ำแย่เกินไป ได้แต่นอนจ้องตาเขม็งข่มขู่

งั้นก็พี่ชาย? ”

ไม่ใช่! 

เพื่อนข้างบ้านเหรอ

ไม่ใช่เว้ย!!! ” กูอยากจะฆ่ามึงงงงง

สาบานด้วยสปาต้าลูกรักเลย ถ้าไอ้ดินคนนี้ไม่นอนหยอดข้าวต้มอยู่ จะลุกไปเสยหน้าให้พังแล้วเอาตัวมันมาแยกชิ้นส่วนดองเค็มแล้วโยนให้หมาแดกเลย!

อืมมม งั้นเป็นอะไรกันเหรอ เสียงเรียบๆจากอีกฟากของห้องจากน้องรักสุดสวาทใจขาดดิ้นดุ๊กดิ๊ก เห็นหน้าพังยับของน้องอุ่นแสนแก้วตาดวงใจแล้วไอ้ดินอยากจะเอามีดมาเสียบหัวใจตัวเองจริงๆ โอ๊ย หน้าสวยๆของน้องกู ฮือ

ใครทำน้องกู กูจะไปกรีดหน้ามันมาเป็นแผ่นๆแล่ให้เสือกิน!

นั่นดิ เป็นอะไรกันเหรอ เสียงกวนตีนจากเตียงข้างๆทำเอาผมอยากประเคนตีนใส่มัน ไอ้ไฟมันเป็นน้องเล็กของบ้านก็จริง แต่เกลียดหน้ามัน! หน้าตาคนละชั้นกับอุ่นเลย เพราะงั้นการให้ความสำคัญของมันต้องน้อยกว่าอุ่น ซึ่งไอ้ไฟมันก็ไม่เคยเห็นหัวพวกผมเป็นพี่อยู่แล้ว เห็นแต่พี่อุ่น พี่อุ่น ผมเลยมีแต่ น้องอุ่น น้องอุ่นเหมือนกัน ยุติธรรม!!

รีบๆพูดดิ เสียงเฉยๆของเตียงตรงข้ามเป็นไอ้ลมที่นั่งเลิกคิ้วกระดิกเท้าอารมณ์ดี ข้างๆก็เป็นไอ้เชี่ยไต้ฝุ่นศัตรูครอบครัวไม่พอยังเป็นคนชิงตำแหน่งเดือนมหา’ลัยไปจากผมอีก คิดแล้วแม่งแค้น

แหม ตอนอยู่กับน้อง ปากนี่ไม่กระดิก ผัวมาแค่เนี้ยเปิดปากได้นะ เห็นแล้วมันหมั่นไส้!!

พวกมึงเสือกไร ผมตอบสวนไปอย่างลืมสนิท

สายตาเรียวตวัดมาทางผมจนผมกลืนน้ำลายพลิกลิ้นอีกรอบ มึงว่ากูเสือกเหรอดิน

อุ๊ย เปล่าเลยจ้ะ อุ่นน้องรัก ใครกันมันจะกล้าว่าน้อง ผมคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่มีให้อุ่นเสมอแล้วเบะปากใส่อีกสองเตียง กูด่าพวกมึงสองตัวต่างหาก! 

                “ อ้อเหรอ ไฟทำท่าแคะหูไม่รู้ไม่ชี้

                ลมกลอกตาขึ้นบน ด่าไปเถอะ กูรอสมน้ำหน้าอย่างเดียว

                “ สมน้ำหน้าห่าอะไร! 

                ลมเบือนหน้าไปทางไต้ฝุ่น เอาหนังสือมาอ่านให้ฟังหน่อย ขี้เกียจฟังหมาโง่ๆเห่าแล้ว

                ไอ้พี่บรรลัย มึงกล้าด่ากูโง่เหรอ ทั้งบ้านกู กูฉลาดสุด(ถ้าไม่นับลูกพี่ลูกน้อง) แพทย์ระดับท็อปว่าที่หมออันดับหนึ่งเลยนะเว้ย มึงกล้าด่ากูโง่อีกเหรอ!!

ไม่รีบพูด ระวังปลาวาฬคาบไปแดกนะ เสียงประสาทเสียอีกหนึ่งของไอ้เชี่ยไอ้ห่าวินที่จิ้มผลไม้ป้อนน้องผมอยู่ว่ายิ้มๆ แล้วใครมันอนุญาตให้มึงป้อนผลไม้ให้น้องกู๊!! กูไม่ยอมมมมมมมม

เฮ้ น้องชาย เห็นเฮียชอบแย่งของชาวบ้านรึไงกัน เสียงเขียวของคนที่ผมตั้งเป้าหมายเป็นอาจารย์ใหญ่เปิดปากพูดเคืองๆใส่ไอ้วิน

อ๋อ พี่น้องกันนี่เอง มิน่าเล่า กูถึงได้เกลียดอย่างไร้สาเหตุ โมโหแบบไม่ต้องหาเหตุผลประกอบ!!

 “ ก็ที่ผมเห็นมันเป็นแบบนั้น วินยักไหล่แล้ววางจานเปล่าลง เจ็บปากมากไหมอุ่น กูซื้อยามาด้วย

เออ ทาให้ที ถ้ามึงกล้าลงหนักกูยันแน่ น้องผมทำหน้าขู่ได้น่ารักบาดใจมาก แต่ทำไมต้องไปทำใส่ไอ้วิน ไอ้มารสิบปีเห็นจะได้

ถ้ามึงแตะหน้าน้องกู มึงเตรียมตาย!! ” ผมชี้หน้าเด็ดขาดใส่ไอ้วิน มันปรายตามาแล้วส่ายหน้า

มึงดูสังขารตัวเองก่อนเถอะ มันว่าเสียงหน่ายแล้วเดินหายออกไปโซนห้องนั่งเล่นข้างหน้า “ รีบๆพูด คนรอฟังอยู่ไม่เห็นรึไง

ผมหันไปข้างๆก็เจอสายตาคาดหวังของพี่ปาย มันยิ้มร่ารอฟังแถมยังมีเสียงหัวเราะคิกคักในลำคอที่ทำให้ผมเริ่มหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเฉยๆ

เงียบแบบนี้ สงสัยก็แค่คนรู้จักล่ะมั้ง ไอ้เชี่ยปลาวงปลาวาฬอะไรสักอย่างมันแสยะยิ้มแล้วลูบหัวไอ้พี่ปาย แถมไอ้พี่ปายคนบ้าก็ยืนให้เขาลูบอีก มันชักจะมากไปแล้วนะเว้ย!

มึงเอามือออกไปเลย ผมกดเสียงต่ำพยายามฝืนลุกขึ้นนั่งแล้วใช้มือข้างหนึ่งที่ยังดีกระชากต้นแขนเล็กเข้าหาตัวเอง

ปึก!!

เพราะแรงเหวี่ยงที่ผมทำลงไปมันรุนแรงจนพี่มันเองก็ไม่ตั้งตัวเซล้มทับผมทั้งตัวและ...

อ๊ากกกกกกกกกก!!! 

ว้ากกกก ดินดิน!! 

เจ็บ เจ็บ!!!! 

พี่ปายกระโดดออกจากตัวผมแทบจะทันที รีบจับตัวผมที่ดิ้นพล่านยิ่งกว่าถูกน้ำกรดสาดซะอีก มันทับลงมาทั้งแขนทั้งคอ ไหนจะท้องผมที่ช้ำอีก หัวก็โขกอีก

มันกะจะฆ่าผมรึไงเนี่ย!!

ดินดิน เค้าขอโทษ เจ็บมากไหม โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะ พี่ปายทำหน้าตื่นไม่รู้จะทำไง ก็ได้แต่ปลอบผมเสียงแผ่วลูบหัวไหล่ผมให้สงบสติ

แต่นาทีนี้มันเจ็บเกินกว่าจะสงบได้ทันที ผมร้องโอดครวญร่วมห้านาทีโดยมีสีหน้าเป็นห่วงของพี่ปายดูอยู่ตลอด ส่วนไอ้พี่น้องผมก็แสนจะรักใคร่จริงๆ เอาหูไปนา เอาตาไปไร่ก็ยังพอทนแต่แม่ง...

แหกปากจะเป็นจะตาย ตอนโดดจากชั้นสองขาหักที่บ้านยังไม่เห็นจะร้อง ไอ้ไฟมันบ่น แล้วไอ้คนที่มันผลักผมจากชั้นสองของบ้านคือใครเหรอ ก็มันไง!! ใครมันจะบ้าโดดลงมาตาย ไอ้น้องเวรมันเล่นทีเผลอผลักตกลงมาแทบเดี้ยง  ข้อหาผมเหยียบรถบังคับมันพังแล้วไม่ซื้อใช้

ร้องเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวกไปได้ ไอ้พี่เหี้ยก็อีกคน

แม้กระทั่ง ดิน หยุดแหกปากสักที รำคาญ น้องรักสุดใจขาดรอนอย่างอุ่นก็ไม่เว้น

เกิดเป็นไอ้ดินทำไมถึงช้ำใจแบบนี้!

ผมกัดฟันทนความเจ็บปวด พยายามหยุดแหกปากจนรู้สึกว่าฝ่ามือกำลังกำหมัดเล็บจิกเนื้อจนเริ่มเจ็บก็ถูกมือเล็กนุ่มแกะออกแล้วปล่อยให้ผมจิกเล็บลงบนมือขาวแทน

โอ๋ๆ ไม่เจ็บเนอะ เค้าขอโทษ ฟู่ๆๆ ไม่เจ็บๆๆ หายเจ็บ เพี้ยงๆๆ! 

ผมปรือตามองคนพูด คนมีสีผมสว่างจ้าทำท่าทางเป็นเด็กเป่าลมเบาๆไปทั่วหน้าตามตัวผมเหมือนโอ๋เด็กเล็กๆ เสียงเบาๆนุ่มนวลพาให้ผมเริ่มสงบใจลงบ้าง

เจ็บก็กดลงมาเลย ไม่ต้องกลัวเค้าเจ็บ พี่ปายว่ายิ้มๆ พลางลูบหัวผมไปด้วย ส่วนมืออีกข้างก็ถูกผมกำยึดจิกไว้แน่นเพราะความเจ็บยากจะทน

สงบปากได้แต่กว่าจะสงบความเจ็บปวดได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วผมก็ปล่อยแขนเล็กออก เผยให้เห็นเลือดติดมือมาด้วยแล้วก็ตกใจอ้าปากค้าง

พี่ปายทำตางงใส่แล้วยกแขนที่โดนผมจิกเป็นที่ระบายความเจ็บปวดขึ้นมาดูก็เห็นเลือดไหลออกมาห้าจุดเป็นรอยเล็บรอยมือผมทั้งนั้น

พี่ปาย... เหมือนปากคอมันแห้งขึ้นมาทันควัน

หือ แผลนิดเดียวเอง มันยิ้มให้ผมไม่ทุกข์ร้อนอะไรแต่กลับบีบตรึงหัวใจผมแทบจะหายใจไม่ออก แค่ทำแผลนิดเดียวไม่ต้องกังวลหรอก

งั้นพี่ทำแผลให้เอาไหมครับ

เสียงสาระแนมาอีกระลอก ผมตวัดตาไปมองไอ้หัวทองแซมม่วงที่มันยังหน้าทนไม่ไปไหนสักที่ เหมือนน้องมันไม่มีผิดเพี้ยน!

เอ่อ... คือ ผมเกรงใจ

ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย คนกันเอง จะได้สนิทแนบชิดกันไวๆ

โห ไม่ต้องหรอกพี่ ผมสนิทได้กับทุกคนอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากหรอก พี่ปายคนบ้าที่ยังไม่รู้ตัวว่าโดนลวนลามก็มีท่าทีเฉยเมย เดี๋ยวทำแผลเอง เร็วกว่าเยอะ

แต่พี่อยากทำให้... ไอ้นี่ก็หน้าด้าน

ถ้ามันยังไม่เลิกตื๊อ ดินจะไม่ทน!

เกรงใจครับ

อย่าเกรงใจเลย...ให้พี่

                ไม่ต้องทนกันแล้ว!!!

                “ หูตึงรึไงวะ บอกว่าเกรงใจ! แปลว่าอย่าเสือก เข้าใจยัง! ” ผมแทรกบทสนทนาอย่างไม่ไว้หน้า ทั้งคู่หันมาทางผม พี่ปายไม่ได้พูดอะไร แต่ไอ้คนหน้าทนก็ยิ้มละไม

                “ ทำไมต้องเกรงใจด้วยครับ ผมออกจะยินดี ส่งยิ้มให้พี่ปายอีก มันจะเรียกหาสปาต้าเกินไปแล้วนะ

                “ คนที่มึงต้องเกรงใจน่ะ ผมฉีกยิ้มเหนือกว่า ไม่ใช่พี่ปาย

                “ หือ? ”

                “ เกรงใจกูนี่แหละ!! ”

ผัวเขานอนอยู่ทนโท่ยังจะกล้ามายุ่งกับเมียคนอื่นอีกเหรอวะ!! 

เมียกู กูทำแผลให้เองได้ คนอื่นอย่าเสือก!! 

ผมปล่อยหมดแม็กลืมตัวว่ายังโกรธอีกฝ่ายอยู่เลยทีเดียว ไอ้คนหน้าด้านก็อึ้งไปนิด ส่วนไอ้คนที่ผมไม่อยากจะให้มันได้ยินที่สุดก็...

โฮ ดินดินของปาย มาให้จูบสิ ม๊วบบบบบ  

ม่ายเอาเว้ยยยยย! 

ดินดิน มาเร็ว จุ๊บๆๆๆกัน ม๊วบๆๆ

กู...ไม่น่าพลาดเลยให้ตายสิ ฮือ

 

 

 

 

ฐาปายาขอพื้นที่คืน

 

 

 

                “ มึงๆ ชุดไหนดี ”

                ผมชูชุดแมวน้ำสีเหลืองกับชุดผักสวนครัวมาเทียบให้ดินดินดู คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคนไข้เงยหน้าขึ้นมาแล้วตวาดผมทันที

                “ มึงจะไปพบพ่อกูหรือจะไปแสดงตลกให้เขาดูฮะ!

                ง่า ชุดนี้ไม่โอตรงไหนออกจะสวยเก๋

                “ แต่ว่า ”

“ ไปเปลี่ยน!

ผมเดินคอตกกลับเข้าห้องโถงด้านหน้าแล้วเริ่มเลือกชุดใหม่อีกครั้ง เปิดคอลเลคชั่นสุดติ่งกระดิ่งแมวเพื่อเลือกชุดดีๆไปเจอพ่อของดินดินตามที่นัดกันไว้ งานนี้ผมต้องไปคุยกับพ่อของดินดินด้วยตัวเองเพียงคนเดียวในเรื่องที่ดินดินก่อไว้ก่อนหน้านี้

เรื่องของตะวันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเท่าไหร่ แต่เรื่องที่ต้องคุยกับพ่อดินดินคือเรื่องหุ้น... อ่า ผมว่าผมต้องไปซื้อพานธูปเทียนไปขอขมาพ่อตัวเองบ้างแล้วล่ะ ยังไงเรื่องหุ้นเรื่องงานกำไรของบริษัทคงต้องผ่านผู้ใหญ่

“พี่.. คุยกับพ่อผมแล้ว เขาว่ายังไง” เสียงทุ้มถามอย่างกังวลใจไม่น้อย เมื่อวานพ่อแม่ของดินดินมาเยี่ยม ผมเจอหน้าพ่อมันยังอดชมไม่ได้เลยว่าหล่อมาก หล่อสัสรัสเซียตามฉบับคนมีอายุ ส่วนแม่มันก็ยังสวยเก๋มีสไตล์อีก

อ้อ วันก่อนคุณพ่อคุณแม่ดินดินมาเยี่ยม ผมได้กราบคุณแม่เป็นลูกสะใภ้เรียบร้อยแล้วด้วย! ส่วนพ่อดินดินก็เข้ามาเรียกคุยกับดินดินของผมเงียบๆ เรื่องงาน ผมโกรธมากที่เขากล้าคุยงานในสภาพที่ลูกตัวเองเจ็บปางตาย แต่พอเจอสีหน้าตึงเครียดของพ่อมันแล้วผมพูดอะไรไม่ออก แต่ยังไงผมก็ยังไม่อยากให้ดินดินเครียดจนโรคกระเพาะกำเริบเลยอาสาออกไปคุยกับพ่อมันสองคนแทนจนสรุปออกมาว่างานของดินดิน ผมจะขอทำต่อให้และขอเวลาอีกสักนิด ซึ่งก็คือพรุ่งนี้แล้ว

“...ยังหาหุ้นส่วนอยู่” ผมเม้มปากนิดหน่อย “ต้องมีเงินหมุนด่วน ...ต้องหานักลงทุนดีๆสักสองสามราย”

“พี่คิดจะไปขอพ่อพี่งั้นเหรอ ” ดินดินขมวดคิ้วแน่นแล้วส่ายหน้า “ ไม่เอาพี่ อย่าทำให้ลำบากเลย”

“ไม่ลำบากหรอก” ยิ้มปลอบ “บางเรื่องมันหนักเกินกว่าจะแบกไว้ได้คนเดียวนะ ...ให้กูช่วยเถอะ”

หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พูดกันอีกแต่ผมสัมผัสได้ถึงความกังวลใจของดินดิน

“ ยังไงกูก็มีข้อเสนอดีๆให้พ่อมึงแน่ ” เมื่อคืนหลังจากพ่อมันถามว่าจะทำยังไงต่อ ผมเลยขอเวลาหนึ่งคืนในการคิดแล้วพรุ่งนี้จะให้คำตอบ แน่นอนว่าแทบไม่ได้นอน ผมให้คนของผมไปหารายชื่อนักลงทุนเงินหนาแล้วก็ขอข้อมูลจากดินดินมาอีกหน่อย วันนี้ก็กลับไปห้องคอนโดเพื่อเอาเอกสาร

“ อืม ” ถึงมันจะรู้แผนการผมแล้วแต่มันก็ยังไม่วางใจและความเป็นไปได้ก็มีเยอะ

ระหว่างที่ผมกำลังเลือกชุดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด น้องเวียร์ที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้องพักคนไข้ก็เอ่ยทักผมทันที

“ พี่ปาย สวัสดีครับ ” ช่างเป็นน้องที่มารยาทดีต่างจากพี่มันเหลือเกิน เออ จะว่าไปพี่คนโตของไอ้วินไอ้เวียร์มีเซ้นต์เรื่องชุดดีมากนะ ลับหลังดินดินผมแอบแลกไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดด้วย

“ ดีๆ สอบเสร็จแล้วเหรอ ” เห็นน้องมันอ่านแต่หนังสือ ตอนนี้ทุกคณะสอบครบหมดแล้วเหลืออีกนิดหน่อย ส่วนพวกค่ายอาสาก็ไปได้ดี เนื่องจากผมกับไอ้ลมไม่ได้ไปเลยร่วมกันเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนเงินทุนไป แต่ก็แอบรู้สึกแย่เหมือนโดดงานยังไงยังงั้น

“ ครับ ” เวียร์พยักหน้าแล้ววางกระเป๋าใบใหญ่ลง “ แผลเป็นยังไงบ้างครับ ”

ผมมองฝ่ามือและแขนตัวเองที่ได้รับการทำแผลเรียบร้อยแล้วก็ทำมือว่าโอเค สบายมากหายห่วงไอ้น้อง

“ แล้วนี่ทำอะไรอยู่ครับ ”

“ กำลังเลือกชุดไปพบพ่อดินดินน่ะ ” จิ๊ปากหงุดหงิดเมื่อเอาชุดออกมากองทั้งหมดแล้วก็ไม่รู้จะใส่อะไร “ เวียร์ว่าพี่ใส่ชุดจระเข้ไปดีไหม ” ชี้ไปยังชุดจระเข้บ๊องแบ๊วสีฟ้าอ่อน

เวียร์เบิกตาโพล่งแล้วทวนช้าๆ “ พี่บอกว่าจะไปพบพ่อพี่ดิน? ” ผมพยักหน้าย้ำ “ ไปชุดพวกนี้... ผมว่าไม่เหมาะมั้งครับ ”

“ มันออกจะน่ารักนะ ” ผมยู่ปากแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่เหลือบตาไปทางเตียงด้านในแล้วไม่มีใครมองมาทางนี้ ผมเลยกวาดเก็บเสื้อผ้าทั้งหลายทั้งแลกลับลงกระเป๋า “ คุยกันหน่อยเวียร์ ”

ท่าทีเปลี่ยนไปของผมทำเอาเวียร์ชะงักนิดๆ แต่ก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมาก ...ผมรื้อของที่อยู่ซอกในสุดของกระเป๋าออกมาเป็นซองเอกสารไม่กี่แผ่นแล้วยื่นให้กับเวียร์

น้องเขารับไปเปิดอ่านเงียบๆ จนจบแล้วยิ้มพอใจเงยหน้ามองผม “ อันนี้... พี่ได้มาได้ยังไง ”

ผมไม่ตอบให้ตรงคำถาม “ ไม่ต้องสนใจหรอก แค่ดูใจความของมันก็พอ ”

“ จริงๆธุรกิจของบ้านพวกพี่อุ่นมันก็มีหลายคนอยากร่วมลงทุนอยู่แล้วนะครับ ” เวียร์เปิดดูเอกสารต่างๆอย่างละเอียด “ แต่เหมือนหุ้นจะเต็มไม่ใช่เหรอครับ ”

“ ฮึ ” ผมส่ายหน้า “ หุ้นใหญ่จะถอนหุ้นออกในอีกสองอาทิตย์ ” 

เวียร์ตกใจ “ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอครับ... ไม่ได้ข่าวเลย ”

“ นิดหน่อย ” ผมรู้สึกผิดค่อนข้างมากที่รวมๆแล้วสาเหตุมันก็มาจากผม ถึงจะไม่ใช่ทางตรงก็เถอะ “ เวียร์คิดว่าทางบ้านเวียร์จะสนใจไหม

“ จริงๆเฮียผมเขาก็เสนอเรื่องนี้ให้ป๊าม๊านานแล้วครับ ” เวียร์กระตุกยิ้มมุมปาก “ เฮียวินเขากะจะผูกสัมพันธ์กับทางผู้ใหญ่ในด้านธุรกิจ ทางเราก็รอจังหวะอยู่พอดี ” เวียร์เก็บเอกสารเข้าซองดีๆ

“ ดีแล้ว ” ผมค่อยโล่งใจขึ้นมาบ้าง “ คิดว่าบ้านไต้ฝุ่นจะลงทุนไหม ถ้าพี่เอาให้ไต้ฝุ่นดู ”

“ ผมว่ารายนั้นพร้อมวางเงินเลย ” น้องชายตัวเล็กว่าขบขัน “ เฮียฝุ่นเขาหลงพี่ลมอย่างกับอะไรดี ถ้าหาทางเอาอกเอาใจบ้านพี่ลมได้ก็ทำหมดแหละครับ ”

“ คุยกับเวียร์ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย ” ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ เพราะว่าตอนเห็นเอกสารสำคัญพวกนี้ที่ดินดินให้ไปหาในห้องทำงานแล้วบอกเลยว่าทรุด เห็นตัวเลขแล้วรู้สึกอยากกระโดดตึกใบหยก

ยังดีที่ไม่มีเรื่องต้องฟ้องร้องจ่ายค่าเสียหาย เพราะการถอนหุ้นครั้งนี้มันเกิดจากความเอาแต่ใจของลูกชายเพี้ยนๆ  แต่พ่อแม่เชี่ยตะวันนี่ก็ตามใจเหลือเกินเนอะ ถือว่ารวยมากเลยจะถอนหุ้นเมื่อไหร่ก็ได้งั้นสิ

“ เรื่องนี้ยังไม่ต้องไปบอกอุ่นดินลมล่ะ” แววตาผมพาดผ่านด้วยความหม่น “ พวกมันป่วยเปื่อยกันอยู่ยังไม่อยากให้มาคิดมากกับสภาพการงานการเงินของบ้าน ” ผมคิดว่าดินดินคงไม่อยากให้พี่น้องต้องมาคิดเรื่องพวกนี้

เวียร์พยักหน้ารับปากแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย “ แล้วตกลงพี่จะใส่ชุดไหนครับ ” น้องแลจะหวาดหวั่นใจกับชุดผมเสียเหลือเกิน

“ เวียร์เห็นพี่ติ๊งต๊องขนาดนั้นเลยเหรอครับ ”

น้ำเสียงของผมมันอ่อนโยนนะแต่ทำไมรูปประโยคมันดูน่ากลัวแปลกๆ นัยน์ตาเล็กมองผมอย่างวิเคราะห์ราวกับจะสแกนหาอะไรสักอย่างในตัวผม

ความเงียบเคลื่อนเข้ามาชิดแผ่นหลังของเราทั้งคู่ จนสุดท้ายเวียร์เป็นฝ่ายทนไม่ได้เอง “ คิดแล้วเชียวว่าพี่คงไม่ได้บ้าบออย่างที่ใครๆพูดกัน ”

เลิกคิ้วรับคำเล่าลือก่อนจะหัวเราะก็นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเห็นนี่ครับ การเป็นที่รักของคนมันก็ดีกว่าเป็นที่ถูกเกลียด

“ เหรอ จริงๆพี่อาจจะบ้าก็ได้นะ ” ผมกระตุกยิ้มมุมปาก “ จริงสิ พี่ต้องกลับบ้านก่อน ยังไงฝากเวียร์ดูแลดินดินให้พี่คืนนึงนะ ” วันนี้กลับบ้าน พรุ่งนี้เจอพ่อดินดิน

พอได้รับคำขอร้องแกมบังคับ เวียร์ถึงกับหน้าเมื่อยหน้ามุ่ยบ่นอุบอิบ “ พี่ดินจะไม่เตะผมออกมาใช่ไหม

“ ถ้ามันเตะได้อ่านะ ” คิดถึงสภาพเฝือกที่ขามันแล้วได้แต่ส่ายหน้า

เตะได้แม่งโคตรเก่ง

ถ้ามันเตะได้จะยอมเป็นเมียมันเลยเอ้า!

ลืมไปทุกวันนี้ก็เป็นเมียมันอยู่แล้ว

“ เฮ้อ กลับบ้านคราวนี้จะโดนเทศน์อะไรบ้างเนี่ย ”

คิดถึงหน้ายักษ์ๆของพ่อแล้วก็... เฮ้อ ขอให้แม่กลับบ้านมาแล้วเถอะ จะได้คุยง่ายๆมีคนหนุนหลังผมหน่อยเถอะ ขืนไม่มีแม่แค่เล็บขบผมก้าวเข้าบ้านพ่อก็เอาน้ำมาสาดแล้วมั้ง ไม่รู้จะอะไรนักหนากับเสื้อผ้าผม

ความสุขลูกอะความสุขลู๊กกกก

                ได้ยินไหมพ่ออออ

“ จะไปเลยรึเปล่าครับ ” น้องมันพลิกดูเวลาบนข้อมือ “ เดี๋ยวเย็นกว่านี้รถจะติดนะครับ ”

“ งั้นพี่บอกดินดินแป๊บ ” ตบไหล่น้องเบาๆเป็นเชิงว่าฝากเป็นธุระเรื่องงานให้ด้วย สืบสาวเท้าต่อไปยังห้องด้านใน มองไอ้ดินที่กำลังนอนอ่านหนังสือท่าทางสบายใจจริงนะ

“ หยิบน้ำให้หน่อย ”

เห็นหน้าเมียทาสปุ๊บแม่งใช้ปั๊บเลย

ผมเบะปากหน่อยๆแล้วจับเหยือกยกรินน้ำใส่แก้ว หยิบหลอดมาใส่เพื่อให้ดินดินดื่มได้ง่ายๆ จ่อปลายหลอดตรงริมฝีปากซีด ผมมองสำรวจหน้าตาของคนเจ็บแล้วได้แต่กังวล

จะเป็นแผลเป็นไหมวะ

ไม่เป็นไร มีเงิน

เดี๋ยวพาไปตกแต่งใบหน้าที่เกาหลีก็ยังได้

คนนอนเป็นผักผงกหัวขึ้นมาเล็กน้อยแล้วจิบน้ำไปสองอึก “ เดี๋ยวเค้ากลับบ้านก่อนนะ ”

“ มึงมีบ้านด้วยเหรอพี่ ”

ตบปากแตก!

ผมถลึงตาใส่คนพูดอย่างโมโห เห็นกูเพี้ยนๆแบบนี้แต่กูก็มีบ้านนะเฮ้ย! ไม่ได้นอนใต้สะพานลอยหรือตามแนวบีทีเอส ถึงจะเคยนอนแอร์พอร์ตลิ้งมาแล้วก็เถอะ

ไม่อยากจะโม้แต่ขอโม้หน่อยว่าบ้านผมมีหลายหลังมาก! ไม่ใช่ว่าพ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อยนะ บ้าน คอนโด มีหมดทุกหย่อมหญ้าในประเทศไทย

“ เออ เอาเป็นว่าวันนี้กูไม่อยู่ ดูแลตัวเองไปนะ ” เกาคางของคุณหมอดินดินอย่างหยอกล้อแล้วก็ได้รับสายตาพิฆาตมาอีกตามเคย มันสะบัดหน้าหนีมือผมแล้วเงียบ “ จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ กูไม่ได้อยู่เฝ้าตั้งคืนเลยนะ 

ดินดินเหลือบมองหน้าผมเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด

คิดหนักแบบนี้แปลว่าต้องบอกรักชัวร์ๆ

                เตรียมใจรอรับคำว่ารักของมันแป๊บ

                “ เร็วๆ  ” ผมเร่งเพราะเห็นว่ามันเงียบไปนาน “ บอกรักมาให้ชื่นใจหน่อย ”

                “ ละเมออยู่เหรอ” ตามันแทบถลนออกมาแล้วมองซ้ายมองขวา แหมๆคนเยอะไม่กล้าพูดก็บอก “ ไปไหนก็ไป ”

                คนหน้าหล่อว่าเบาๆ แล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้ผมด้วยอาการที่เรียกว่างอนปนน้อยใจ ผมหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนจะหยิบกระเป๋าถือบนโซฟาเตรียมออกจากห้อง

“ ขับรถระวังด้วยแล้วกัน ”

                 

                เป็นห่วงก็บอกมาพ่อคนปากแข็ง

                “ ฝากไหว้พ่อมึงด้วยพี่ ”

                “ อุ๊ย ลูกเขยที่ดี ”

                “ ไปตายซะ ”




 

 

                ผมมองรั้วสีเงินเหล็กดัดบ้านตัวเองแล้วคิดว่า...

                สีเงินไม่สวยเท่าไหร่สมควรเปลี่ยนเป็นสีชมพูม้าโพนี่เพื่อให้โลกของเราสดใสยิ่งขึ้น อยากจะจ้างช่างมาทาสีเลยแต่กลัวตีนท่านพ่อเหมือนกัน เพราะงั้นเลยต้องจินตนาการแค่ในใจพอ

                เมื่อรถของผมเข้ามาเลียบจอดหน้าประตูบ้าน บรรดาแม่บ้านสาวใช้รีบกรูเข้ามาเลยครับ บ่งบอกถึงความเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน

                “ คุณหนูของนม กลับมาแล้ว! ” แม่นมแจ่มเป็นคนแรกที่เข้ามาสวมกอดผม ผมกอดร่างเล็กท้วมหน่อยๆตอบด้วยความรักและคิดถึง

                “ ตั้งแต่คุณหนูไม่อยู่ บ้านก็เงียบมากเลย ” สาวใช้เบอร์หนึ่งว่าด้วยสีหน้าเหงาๆ

                “ คุณหนูจะกลับมาอยู่บ้านถาวรแล้วใช่ไหมคะ ” อย่าแย่งกันพูดสิ ฟังไม่ทัน!

                “ คุณผู้หญิงกลับมาแล้วนะคะ ”

                ผมหันไปทางต้นเสียงของประโยค “ จริงเหรอ แม่กลับมาแล้วเหรอ ”

                แบบนี้มันโชคเข้าข้างผมชัดๆ

                แต่ไหงกลับมาแล้วไม่โทรบอกลูกบอกเต้าสักคำ น้อยใจนะ!

                เดี๋ยวปั๊ดไม่เอาลูกเขยมาให้เลย

                “ ค่ะ ตอนนี้อยู่ในครัว ให้... ”

                ผมรีบโบกมือ “ ไม่ต้องๆ ผมจะไปเซอร์ไพรส์สักหน่อย อิอิ ” ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือน คิดถึงมากกกกก

ก่อนจะเดินไปหาแม่ในครัวผมไล่กอดทุกคนแล้วจึงตรงไปยังห้องนั่งเล่นก่อนเพื่อวางกระเป๋า จริงๆมันเป็นทางผ่านไปครัวพอดีเลยวางไว้เดี๋ยวค่อยกลับมาเก็บ ก่อนถึงบ้านบอกเลยว่าแสนสาหัส เจอมรสุมรถติดกลางทางเลยทำให้มาถึงบ้านช้า

ตอนนี้ก็หกโมงพอดีอีกครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาตั้งโต๊ะของบ้าน แน่นอนว่าผมก็คงได้เจอพ่อตอนกินข้าวเย็นนี่แหละ แรกๆก็หวั่นใจอยู่แต่ว่าตอนนี้มีแม่ทัพคอยหนุนแล้วไม่มีอะไรต้องเกรงกลัว!

                บ้านผมมีกฎอยู่หนึ่งข้อที่ทุกคนต้องทำตามอย่างเคร่งครัด คือมื้อค่ำทุกคนต้องมาทานอาหารด้วยกัน ต่อให้ติดงานติดลูกค้าติดเรียนต้องหาทางมาให้ได้ตามบัญชาของหญิงแม่ผู้เป็นใหญ่คับบ้าน เป็นเหตุให้พ่อผู้ไม่มีเวลาต้องกลับมากินทุกวันแม้จะมีงานยุ่งก็ตามที แม่บอกว่าการทานข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตามันเป็นสิ่งที่ทำให้ครอบครัวเป็นครอบครัวมากขึ้น

                ยกเว้นพี่ปารีสไว้คนนะ เพราะเขาอยู่เกาหลีจะให้บินมาทุกค่ำเพื่อกินข้าวกับครอบครัวมันเป็นไปไม่ได้ ทันทีที่ผมเหยียบเข้าไปห้องนั่งเล่นก็ต้องชะงักกึกกับกระเป๋าลากใบเล็กใบน้อย

                “ กระเป๋าพวกนี้ของแม่หรือพี่ปารีส ” ผมหันไปถามสาวใช้ที่เดินผ่านมาพอดีด้วยท่าทีหน่ายๆ

                “ ของคุณผู้หญิงค่ะ ” เธอว่างั้นแล้วขอตัวไปทำงานอื่นต่อ

                “ อ่าฮะ ” ผมพยักหน้ารับรู้รีบวางกระเป๋าลงก่อนจะเดินไปทางห้องครัวทางด้านหลัง

                ภายในห้องครัวกว้างมีแม่ครัวสามสี่คนกำลังวุ่นวายกับการหั่นเนื้อหั่นผัก ส่วนแม่ผมก็กำลังเคี่ยวซุปอะไรสักอย่างอยู่ซึ่งมันหอมเตะจมูกมาก แค่ดมกลิ่นน้ำลายก็ไหลแล้ว

                ทำสัญญาณมือแตะปากให้แก่แม่ครัวทั้งหลายเงียบ จากนั้นผมค่อยเดินย่องๆ ไปด้านหลังแม่แล้ว...

                “ จ๊ะเอ๋!

                “ ว้าย!

                “ เฮ้ยยยย จะฆ่าน้องปายไม่ได้!

                ช้อนยาวสำหรับเคี่ยวซุปเกือบฟาดเข้าหน้าแล้ว ดีที่การตอบสนองผมไวจึงจับยึดมือของแม่ไว้ได้ทัน คนตรงหน้าผมตัวเล็กผอมสูงเท่าจมูกผมเอง หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มไม่ต่างจากเด็กมหาลัย คนนี้คือแม่ผมเอง อวยซะไม่มี คือค่าขนมหมดแล้วไงเลยต้องอวยหนัก

                “ น้องปาย! ” ดวงตาอ่อนโยนถลึงมองผมอย่างหงุดหงิด ยกมือตบต้นแขนไปที “ เล่นอะไรเนี่ย เกิดแม่ถือมีดขึ้นมาจะทำไง ”

                คงจิ้มพุงพุงของปายปายแน่นอน

                “ ถ้าแม่ถือมีดอยู่ให้ตายน้องปายก็ไม่เข้ามาใกล้แน่ๆ ” ผมว่ายิ้มๆ ก่อนจะกอดเอวแม่แน่นหอมแก้มซ้ายแก้มขวาทีด้วยความคิดถึง “ คิดถึงที่สุดดด ”

                “ คิดถึงเหมือนกัน ”

                ภาพน่ารักๆของสองแม่ลูกทำให้แม่บ้านสาวใช้พากันอมยิ้ม แม่ของผมส่งไม้ต่อให้แม่ครัวก่อนจะลากผมไปยังห้องนั่งเล่นอันเต็มไปด้วยกระเป๋าของคุณหญิง

                “ มาๆ แม่ซื้อเสื้อจากกวางโจวมาฝากด้วยค่ะ ”

                “ ได้ข่าวว่าไปยุโรปไม่ใช่เหรอ ” ผมเอียงคออย่างมึนๆ

                “ ทางผ่านกลับไทยไงคะ ”

                มันผ่านด้วยเหรอ...

                ผมมองแม่ตัวเล็กเดินไปในดงกระเป๋ากว่าสิบแล้วมองหาอยู่นานก็เจอเป็นกระเป๋าสีครีมใบใหญ่ เมื่อเปิดออกมาก็เจอเลยครับ เสื้อผ้ามากมายเต็มกระเป๋ามองดูคร่าวๆแล้วเบะปาก

                “ ไปซื้อประตูน้ำก็ได้นะแม่ ”

“ ได้ยังไง ซื้อที่จีนยังไงก็ถูกกว่า ” ดวงตาโตๆของแม่กะพริบปริบๆ ชูเสื้อเป็นโหลๆให้ดู “ แม่ต่อมาหนึ่งโหลสองร้อย ถูกสุดๆ ”

มุมปากผมกระตุกทันทีก่อนจะยิ้มแห้งไม่พูดอะไรนอกจากนั่งดูเสื้อผ้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็น... ผมช่วยแม่บ้านเอาอาหารมาจัดวางแล้วนั่งประจำที่ตัวเองเพื่อรอเวลา...

“ วันนี้มีอะไรกินบ้างคุณ ”

ผมสะดุ้งนิดหน่อยเมื่อได้ยินเสียงพ่อ วันนี้ผมยอมแต่งตัวแปลกด้วยเสื้อยืดสีครีมกับกางเกงผ้าขายาวสีดำเตรียมตัวนอนมาก ผมเพิ่งรู้ว่าในตู้ก็มีเสื้อผ้าพวกนี้ด้วยเช่นกัน

“ ลองไปดูเองสิ ” แม่ว่าเสียงสดใสก่อนจะผลักหลังพ่อเข้ามา

วินาทีที่ผมสบตาเข้ากับพ่อรู้สึกถึงความคะนึงหาท่วมอก เตรียมจะพุ่งเข้าไปกอดแล้วถ้าไม่ใช่ว่า...

“ ใคร! ” พ่อมีสีหน้าตกใจราวกับเห็นผี “ มึงเป็นใคร!!

ผมฉงนใจมือค้างไม่ได้ขยับเข้ากอดพ่อตามที่ตั้งใจ หันไปหาแม่แทน “ แม่ หน้าผมเปลี่ยนขนาดนั้นเลยเหรอ ”

“ ยังน่ารักเหมือนเดิมค่ะน้องปาย ”

“ แล้วทำไมพ่อจำผมไม่ได้อะ ” ผมมองพ่อด้วยความตัดพ้อก่อนจะนึกได้ “ หรือพ่อเป็นอัลไซเมอร์แล้ว ม่ายยยยย พ่อออออ ”

ผัวะ!!

“ แกแช่งฉันเหรอ! ” ฝ่ามือพิฆาตฟาดลงกลางหัวไม่ออมแรงจนผมน้ำตาเล็ด “ ไอ้ปาย! ไอ้ลูกไม่รักดี!

“ โอ๊ย เจ็บนะ ฟาดมาได้ แต่... ก็จำได้นิ ” ยู่ปากแล้วสวมกอดพ่อที่ตัวสูงกว่าผมแน่น “ คิดถึงพ่อมากเลยยยย ”

พ่อสะบัดตัวออกอย่างแง่งอน แก่แล้วยังมาสะบัดสะบิ้งอีก “ฮึ! ยังเห็นฉันเป็นพ่ออีกเหรอ!  ”

“ โธ่ พ่ออออ ” ไม่ยอมแพ้ครับ เข้าไปกอดแน่นอีกรอบเอาหน้าคลอเคลียกับอกอุ่นหนาของพ่อ ความอบอุ่นและปลอดภัยทำให้ผมรู้สึกดี “ พ่อไล่ปายออกจากบ้านเองนะ ”

“ ใครไล่! แกเสนอหน้าออกไปเอง! ” ดูท่าจะงอนนัก

“ ก็พ่อจะเผาชุดผม! ” ไม่ยอม

“ แล้วแกเห็นฉันเผาสักชุดยัง ” ว่าเสียงเขียวก่อนจะเบือนหน้าหนี เดินตรงไปนั่งเก้าอี้ประธาน

ส่วนแม่ที่เพิ่งจะรู้เรื่องก็มึนอึนแล้วมองผมอย่างตำหนิ “ นี่น้องปายออกไปอยู่ข้างนอกเหรอ ”

“ ครับ ” ผมพยักหน้าแล้วบุ้ยปากไปที่พ่อ “ ก็พ่อบอกว่าจะเผาชุดผม เขาบอกว่าอับอายที่มีลูกอย่างผม ผมน้อยใจเลยออกจากบ้านเลย ” บีบน้ำตา! ทำตัวน่าสงสารเข้า!

                สายตาทิ่มแทงเบนเข็มไปหาพ่อทันที คุณผู้ชายของบ้านขบฟันแน่นถลึงตาใส่ผมก่อนจะรีบปฏิเสธความจริง “ ไม่จริงนะคุณ ไอ้ปายมันตอแหล!

                “ คุณกล้าว่าลูกฉันเหรอ!

                “ ปะ เปล่า แค่หยอกเล่น ” นึกว่าจะแน่ ชิชะ! พ่อยิ้มแห้งแล้วลุกขึ้นมาประคองแม่ไปนั่งเก้าอี้ลับหลังก็ถลึงตาใส่ผม ส่วนผมก็แลบลิ้นแบร่ใส่ไปที “ กินข้าวเถอะคุณ ”

                ผมเองก็กลับมานั่งที่ จากนั้นก็เริ่มตักกับข้าวเอาใจพ่อ “ อันนี้ของโปรดพ่อ ” ตักแกงส้มให้

                “ อันนี้ของโปรดแม่ ” ไม่ได้ๆ ต้องเอาใจหญิงแม่ด้วย เรื่องจะได้ง่ายขึ้น

                “ อันนี้ของพ่อ ...พ่อเอาข้าวเพิ่มไหม ” ตักข้าวเพิ่มไม่สนใจว่าจะรับเพิ่มไม่เพิ่ม

                “ เดี๋ยวผมเติมน้ำให้นะพ่อ ” เทน้ำใส่แก้ว

                การเอาอกเอาใจเกินหน้าเกินตาทำให้สีหน้าของพ่อบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแม่ก็แทบจะสำลักข้าวหัวเราะไม่หยุด

                “ จะเอาอะไร ” สุดท้ายเป็นพ่อที่ทนลูกตื๊อลูกอ้อนของผมไม่ไหวเลยวางช้อนแล้วจ้องตาผม

                ผมตาซื่อไม่รู้เรื่อง “ เอาอะไร เปล่านะ ไม่มี ”

                ส่งเสียงหัวเราะขึ้นจมูก “ ถ้าไม่มีอะไรจะมาเอาใจฉันเพื่อ? ”

                ปิดปากจะร้องไห้ “ นี่พ่อคิดว่าผมทำดีหวังผลเหรอ!

                “ เออ!! ” ยกน้ำขึ้นจิบก่อนจะถาม “ สรุปแกมีอะไร เล่ามาให้ไว ” ผมรู้ว่าจริงๆแล้วพ่อดีใจจะตายที่ผมกลับบ้าน แต่ยังมาเก๊กท่าวางขรึม คิกๆ

                ผมลังเลอยู่หน่อยๆ งั้นเอาเรื่องนี้ก่อน

                “ ผมมีแฟนแล้วนะพ่อ ”

                เคร้ง!

แม่กำลังกินข้าวอยู่ทำช้อนร่วง ส่วนพ่อหน้าเหวอเกือบตกเก้าอี้ ผมบู่ปากหน้างอปฏิกิริยาแบบนี้หมายความว่ายังไงกันครับ

“ มีคนหลงผิดมาชอบแกจริงเหรอ ” พ่อถามอย่างไม่เชื่อหู

“ มี!! ” เอ๊ะ เดี๋ยวนะ หลงผิดเหรอ “ แล้วก็ไม่ได้หลงผิดด้วย!

พ่อนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าแล้วหันไปหาแม่ “ คุณว่ายังไง ”

“ อ่า ถ้าน้องปายมีความสุขก็ดีแล้วค่ะคุณ ” สมกับเป็นแม่ผมจริงๆ ตามใจทุกอย่าง เดี๋ยวรอดินดินหายดีจะพามาไหว้แม่บ้าง

พ่อแม่ผมดูจะตามใจไม่ได้ขัดขวางอะไรก็สบายใจอยู่หรอกแต่ว่า... “ คือแฟนผม...เป็นผู้ชายครับ ”

ความเงียบเกิดขึ้นในห้องอาหารทันที

ผมไม่กล้าที่จะมองหน้าพ่อด้วยซ้ำเพราะไม่รู้ว่าพ่อจะรู้สึกยังไง ยังจำได้ตอนที่พ่อรู้ว่าพี่ปารีสชอบผู้ชายด้วยกันก็ด่าสาดเสียไปเป็นปี กว่าจะยอมรับได้ก็นาน...

“ ถ้าฉันบอกให้เลิก? ” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเย็นชาจนผมสะดุ้ง

“ ไม่เลิก ” ถึงจะกลัวพ่อแต่ยังไงผมก็ไม่ยอมเลิกกับมันแน่ๆ  “ ...จะไล่ผมออกจากบ้านอีกไหม

พ่อส่งเสียงฮึในลำคอทีนึงก่อนจะตอบ “ แกหาเรื่องไปอยู่กับแฟนแกมากกว่า ไม่ต้องมาใส่ร้ายฉัน ”

อุ๊ย ทำไมรู้ทัน

ผมหัวเราะเบาๆ เกาแก้มอย่างเขินๆ แอบโล่งใจที่ปฏิกิริยาของพ่อไม่เลวร้ายแบบเมื่อก่อน ดูเหมือนเขาจะทำใจยอมรับได้แล้ว

“ เอาเถอะ จะชอบใครก็ชอบไป ” ดูจะปลงตกเหลือเกิน ถอนหายใจทิ้งอีกหน่อยแล้วลงมือกินข้าวต่อ

ส่วนแม่เองก็ดีใจไม่แพ้กันนึกว่าจะมีสงครามกลางบ้านอีกรอบ คุณผู้หญิงจึงรีบเอาใจประมุขของบ้านทันทีชมไม่หยุดว่าพ่อผมดีอย่างนั้นอย่างนี้เข้าใจลูก รู้สึกเลือกคนแต่งงานไม่ผิด

แน่นอนว่าพ่อผมเป็นคนบ้ายอ... “ แล้วแฟนแกนิสัยดีไหม เรียนคณะไหน ” แววตาวิบวับเป็นพิเศษสงสัยกำลังมองหาเด็กเรียนบริหารชัวร์

“ นิสัยเหรอ ”

กลอกตามองบนนิดนึง...

“ นิสัยดีมาก น่ารักมาก ดูแลผมโคตรดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ไม่เคยใช้งานผมเลยสักนิด ” พูดไปน้ำตาตกไปด้วยความชีช้ำกะหล่ำผัดเผ็ด “ แล้วมันก็เรียนหมอด้วย ”

วูบหนึ่งเห็นความเสียดายในดวงตาคมกล้าโชกโชน “ เหรอ ” หมดอารมณ์ใส่ใจในตัวลูกเขยทันที ไม่ได้ๆ!

“ แต่อันที่จริงแฟนผมฉลาดมาก ” รีบอวยแฟนทันทีก่อนจะเริ่มร่างความคิดในหัวชาญฉลาด “ ถึงมันจะเรียนหมอแต่มันก็ทำงานให้บริษัทที่บ้าน ได้กำไรเป็นร้อยๆล้านเลยนะ!

กี่ล้านไม่รู้ เอาเยอะๆไว้ก่อน

คราวนี้พ่อถึงกับหูตาตั้งรีบสนใจแต่ก็ยังไว้ท่าที “ โม้แล้วไอ้ปาย ”

แม่เองก็ดูจะไม่เชื่อ “ โกหกมันไม่ดีนะคะน้องปาย ”

ข้อเสียของความตอแหลเลี้ยงแกะอย่างโปรมันก็แบบนี้แหละ

พอพูดจริงก็ไม่เชื่อ!

มือหยิบซองเอกสารด้านหลังออกมาเปิดแล้วยื่นให้พ่อดู “ ลองดูก่อน อันนี้เป็นรายได้ของปีที่แล้วที่แฟนผมช่วยวางแผนตีตลาด ”

แน่นอนว่าเอกสารอันนี้ผมแอบหยิบจากห้องดินดินมาโดยไม่บอก กะจะใช้มันมาโน้มน้าวพ่อตัวเองนี่แหละ มือหนาคล้ำกระด้างจากการทำงานหยิบไปดูด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายไม่ได้คาดหวัง จากนั้นสีหน้าค่อยๆตื่นตระหนกแล้วยื่นให้แม่ดู

“ นี่มันแบรนด์เสื้ออันดับหนึ่งในเอเชียไม่ใช่เหรอ! ” แม่ปิดปากร้อง “ ได้ยินว่าเจ้าของเป็นดีไซเนอร์ดังด้วย! แต่ไม่ยอมเปิดเผยตัวสักเท่าไหร่ ”

ผมพยักหน้าตอนเห็นหน้าแม่ดินดินนั่นแหละถึงได้รู้ว่าเป็นดีไซเนอร์ในห้องเสื้อดังของแถบยุโรป

“ ลูกปาย ”

ขนแขนขนขาลุกพึ่บพั่บเมื่อเสียงทุ้มหนาเอ่ยเรียกผมอย่างหวานฉ่ำจนชวนอ้วก กลืนน้ำลายหวาดหวั่นลงคอไปแล้วก็พยักหน้าให้ทีรอฟัง

“ บอกให้พ่อชื่นใจสิว่าแฟนลูกเป็นอะไรกับบริษัทนี้ ” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ประกายกระหายเงินสุด

“ ลูกชายคนที่สองของเจ้าของบริษัทครับ ” จะเติมว่าลูกรักก็ไม่กล้า เฮ้อ... พอได้รับคำตอบแบบนั้นพ่อผมก็หัวเราะชอบใจชมดีๆไม่ขาดปากจากนั้นพลิกเอกสารดูจนหมดแต่ทำไมผมถึงรู้สึกถึงประกายเหี้ยมในตาพ่อกัน

พอเห็นใบหน้าความพอใจของพ่อแล้วทำให้ผมมีกำลังใจในการคุยมากขึ้น ผมสูดลมหายใจลึกๆ ตีหน้าเครียดเพราะต่อจากนี้มันเครียดจริงๆ

“ พ่อ... ผมถามเรื่องนึงได้ไหม

“ ว่ามา ” เพราะอารมณ์ดีอยู่เลยตอบรับผมอย่างกระตือรือร้น

เงียบไปอึดใจแอบเหงื่อตกนิดๆ  “ พ่ออยากลงทุนธุรกิจเพิ่มไหม

หัวคิ้วเข้มของคนฟังผูกปมเข้าหากัน รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าก่อนจะดื่มน้ำสงบใจแล้วใช้ความคิดก้มมองเอกสารในมือสลับกับหน้าผม

“ ตามฉันไปที่ห้องทำงาน ”

ผมพยักหน้ารับบีบมือเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความตึงเครียด แม่เดินตามมาส่งผมที่ห้องทำงานพ่อ ทั้งปลอบให้กำลังใจและบอกให้ผมคุยกับพ่อดีๆ

เดินเข้าห้องไปพบกับประธานห้างดังนั่งอยู่บนเก้าอี้ใหญ่แล้วใจเต้นหนักหน่วง ความตึงเครียดแผ่ขยายทั่วห้อง... หย่อนสะโพกนั่งลงตรงหน้าแล้วนิ่งรอ

“ พูดมาตรงๆ ฉันจะรอฟังอย่างใจเย็น ” พ่อพูดเสียงหนักกดดันซึ่งจากที่ผมเครียดอยู่แล้วยิ่งเครียดหนัก ผมคิดอยู่แล้วว่าถ้าพูดเรื่องนี้พ่อจะเริ่มคิดในแง่ลบ

แนะนำแฟนปุ๊บปั๊บไม่พอยังถามเรื่องลงทุนแบบนี้จะให้คิดยังไง ถ้าไม่ใช่ไปลงทุนกับบ้านแฟนผม แล้วไอ้การลงทุนแบบพูดคุยไม่เป็นทางการแบบนี้มันอาจจะแปลได้กลายๆว่าบริษัทนั้นกำลังมีปัญหา

“ ผมอยากให้พ่อพิจารณาร่วมลงทุนเป็นหุ้นส่วนกับบ้านของดิน ” ตอบไปตามตรงแสดงถึงความจริงจัง

“ ดิน? ”

“ แฟนผมเอง ” พูดไปแล้วก็อมยิ้ม จากนั้นก็รีบหุบยิ้มเมื่อเจอสายตาดุๆ

พ่อพยักหน้าแกนๆ “ ขอเหตุผลที่ทำไมฉันต้องไปลงทุน ” ว่ากันตามตรงผมคิดว่าพ่อน่าจะอยากลงทุนธุรกิจเพิ่มแต่มันก็ต้องคุยให้เข้าใจ เรื่องธุรกิจลงขันลงทุนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ “ แฟนแกให้แกมาขอร้องฉันเหรอ หรือบ้านมันจะล้มละลาย?”

“ ไม่ใช่! ” ผมปฏิเสธทันควันรีบอธิบาย “ เป็นผมเองที่มาขอร้องพ่อให้ช่วย เรื่องนี้ผมเป็นคนตัดสินใจเอง แล้วก็...พวกเขาไม่มีทางล้มละลาย!

“ ถ้างั้นฉันก็ไม่ลงทุน ” ยิ้มราวกับผู้มีชัยเหนือกว่า สีหน้าผมยิ่งย่ำแย่กว่าเดิมฝ่ามือเย็นจนแทบไม่รู้สึก

กัดปากขบแน่นแล้วขอร้อง “ แต่ถ้าสาเหตุของการล้มละลายคือผมล่ะ... ”

“ แกหมายความว่าไง ” สีหน้าคล้ายกับไม่เชื่อ “ พูดมา!

“ บ้านของดินถูกหุ้นส่วนรายใหญ่รายนึงถอนหุ้นออก เพราะว่าดินไปกระทืบลูกเขาจนเข้าโรงพยาบาล พวกเขาโกรธมากจนไม่อยากทำธุรกิจร่วมกันอีก ” นึกถึงคลิปที่นับสองส่งมาให้แล้วนึกขลาดกลัว ถ้าผมเป็นตะวันโดนกระทืบไปขนาดนั้นมีหวังซี่โครงหักแน่ๆ “ พ่ออาจจะมองว่าดินไร้เหตุผลไปต่อยลูกเขา แต่เพราะดินต้องปกป้องผม ...มันเลยไม่สนใจเรื่องนี้ เพราะมันเลือกผมเลยยอมหักดิบ ซ้ำมันก็ทะเลาะกับพ่อตัวเองด้วย ”

“ ... ” นั่งฟังเงียบๆแต่คิ้วยังคงขมวดแน่น

ผมเป่าปากแล้วพยายามเรียบเรียง “ พ่อลองคิดดูนะ... บ้านดินมีคอนแทคเยอะ แล้วเรื่องหุ้นส่วนที่ถอนออกไม่มีข่าวออกสู่ตลาด บริษัทยังทำงานปกติ ยอดขายไม่ตก ชื่อเสียงก็ดี ถ้าพ่อตกลงเป็นหุ้นส่วนนำเงินไปลงทุนก็มีแต่ได้กับได้ เพราะตลาดของบ้านดินไม่ใช่แค่ในไทยแต่ทั่วเอเชีย ตลาดหลักอยู่ในเมืองจีนกำไรก็อย่างที่พ่อเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นทุกปี ”

“ อืม ” พยักหน้าตาม

“ ผมเห็นว่านี่เป็นกำไรทำให้เงินนิ่งๆของพ่องอกเงยได้เลยเอามาเสนอ ” พูดไปลอบมองสีหน้าคนแก่ไป “ อีกอย่างนะพ่อ เราก็จะได้ศึกษาการตลาด ข้อมูลของบริษัทนั่นแล้วเอามาปรับใช้กับห้างเราด้วยไง ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะขยายห้างไปได้ทั่วเอเชียเร็วขึ้น! จากนั้นก็ทั่วโลก! ไปยันขั้วโลกใต้!

ถ้าขยายไปถึงดวงจันทร์ได้ก็เอานะ

ผมฟังจากดินดินมาว่าการตลาดในต่างประเทศแถบยุโรป อเมริกาแล้วเป็นเรื่องที่โคตรยากและผมแอบรู้มาว่าแม่ดินดินเริ่มบุกเบิกไปวางรากฐานในยุโรปแล้ว แบบนี้ผมต้องรีบสานสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกับบ้านดินดินให้แนบแน่นขึ้น จริงๆ บ้านผมเองก็ก่อสร้างเนื้อตัวขึ้นมาจากรุ่นพ่อไม่ได้มีสมบัติติดตัวตั้งแต่เกิด ตอนนี้เลยมีแค่ในเอเชียไม่กี่ที่เท่านั้นเอ๊ง

แค่ในประเทศจีนก็ไม่ต่ำกว่าร้อยแห่งแล้ว... ไม่ได้อวดแค่บอกให้รู้! แต่ว่าในประเทศย่อยๆ เล็กๆ รองลงมาทางบ้านผมก็ยังเข้าไปบุกวางรากฐานสร้างชื่อให้ห้างไม่ได้ แต่ถ้าได้คำแนะนำจากบ้านดินดินคิดว่าห้างของบ้านผมต้องขยับขยายออกไปได้มากมายแน่ๆ

“ อีกอย่าง ” ผมนึกถึงหน้าน้องไต้ฝุ่นคนดีคนหล่อแต่ดันมีเมียแล้ว แถมเมียมันก็พี่ไอ้ดินอีก “ ผมรู้มาว่าบริษัททีสโตนเองก็จะเข้าร่วมหุ้นด้วย บางทีพ่ออาจจะได้ลงทุนกับบริษัททีสโตนด้วย ”

ดวงตาคมเบิกกว้าง “ แกจะบ้าเหรอ บริษัททีสโตนไม่เคยรับหุ้นส่วนไม่ร่วมการลงทุน แทบจะไม่ปฏิสัมพันธ์กับใครเลย! แกจะมาพูดว่าเขาจะลงทุนกับบ้านแฟนแกง่ายๆแบบนี้ใครจะไปเชื่อ!

ผมยิ้มมุมปากกลั้นขำ “ ถ้าผมบอกว่าลูกบ้านทีสโตนเป็นแฟนกับพี่ไอ้ดิน พ่อจะเชื่อไหมล่ะ  ”

“ เป็นไปไม่ได้! ” ทำคนแก่ตกใจหัวใจวายขึ้นมา ผมจะบาปไหมเนี่ย

“ มันเป็นไปแล้ว ” จริงๆผมเพิ่งรู้จากเวียร์ก่อนจะออกจากโรงพยาบาลว่าไต้ฝุ่นเป็นทายาททีสโตนกรุ๊ปที่ขึ้นชื่อเรื่องธุรกิจทั้งขาวทั้งดำครอบคลุมทั้งเอเชียและอเมริกา ธุรกิจโรงพยาบาลอาจจะเป็นหนึ่งในหลายๆธุรกิจ

แต่น่าแปลกที่ครอบครองธุรกิจมากมายแต่กลับไม่มีหุ้นส่วนนักลงทุนเลยสักนิด จะถามว่าเอาเงินมากมายจากไหนมาทำธุรกิจอันนี้ก็พูดยาก... เว้นไว้ในฐานที่เข้าใจแล้วกัน

“ ไม่เชื่อก็ให้คนของพ่อไปสืบดูสิ ”

พ่อส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วเอนหลังพิงเบาะก่อนจะปล่อยให้ความเงียบปกคลุม “ ไม่ว่ายังไงก็จะให้ฉันตกลงให้ได้ใช่ไหม

“ ใช่ มันคือสิ่งที่ดี เงินและเงินเลยนะพ่อ” ไม่ตกลงก็จะตื๊อจนกว่าจะตกลงนั่นแหละ “ เงินพ่อออกจะเยอะ จะให้ปลวกมันแทะเล่นเหรอ ถ้าพ่อไม่เอาไปลงทุนบ้านแฟนผม ผมจะเอาไปซื้อเสื้อผ้า!!

“ แบบนั้นฉันยอมเอาไปลงทุนดีกว่า ดูจะมีสาระกว่าเสื้อผ้าแกเป็นไหนๆ ” ส่ายหน้าเอือมระอาจนผมต้องนิ่วหน้าแต่เดี๋ยวเมื่อกี้

“ เมื่อกี้พ่อบอกว่าลงทุน... พ่อจะลงทุนจริงๆใช่ไหม! ” กระโดดตัวลอยเลยครับแต่ก็ต้องหน้าทิ่มเมื่อ...

“ แต่มีข้อแลกเปลี่ยน ” หัวแทบทิ่มพื้น

“ บอกมาเลยพ่อ! ” นาทีนี้จะให้ไปบุกน้ำลุยไฟปีนภูเขาไฟฟูจิก็ได้หมด!

คนเป็นพ่อยิ้มคล้ายไม่ยิ้มก่อนจะยื่นแฟ้มหนามาให้ผม...

“ แลกกับการที่ฉันจะช่วยลงทุนบ้านแฟนแก ”

“ มะ ไม่.. ” ขอคืนคำ ขอคืนคำ!!

“ นับจากวันพรุ่งนี้แกต้องเริ่มเรียนรู้งานในห้าง จบมาก็เข้าทำงานดูแลห้างทันที ”

“ ฮือ ไม่อาวววว ” ยังอยากได้อิสระภาพพพพ

ทิ้งตัวลงไปแดดิ้นกับพื้นส่ายหน้าไม่ยอม แต่พ่อยังคงไม่เลิกรังแก “ อ๋อ น้อยไป แค่นี้จิ๊บๆใช่ไหม

“ ...”

“ งั้น...แกต้องขยายห้างให้ได้ห้าที่ภายในสามปี!!

ฆ่าผมเถอะ...

“ จำไว้เจ้าลูกโง่ วงการธุรกิจ... ผลประโยชน์คือที่สุด ” พ่อด่าผมจบไปหนึ่งคำก็ลุกขึ้นเตรียมจะไปอาบน้ำพักผ่อนก็หันมาหาผม “ อ้อ แล้วฉันจะบอกให้แกรู้นะ ”

ตอนนี้ไม่รู้อะไรทั้งนั้น ขอร้องไห้กับอิสระที่ถูกชิงไปก่อน

“ ฉันรู้จักกับพ่อแฟนแก ”

“ เป็นเพื่อนรักกันใช่ปะ!! ” ผมร้องถามอย่างคาดหวัง เป็นเพื่อนกันแต่แรกก็ต้องช่วยสิแล้วจะให้ผมพูดจนเปลืองน้ำลายทำไม

“ เพื่อนรักเพื่อนแค้น ชาตินี้ไม่มีวันดีกับมันแน่! ” พ่อกลอกตามองบนเล็กน้อยก่อนจะยิ้มร้าย “ แต่แกมาเสนอเรื่องหุ้นแบบนี้ก็ดี!

“ ดะ ดียังไง ”

“ ฉันก็จะได้เอาเรื่องนี้เป็นบุญคุณคอยเหยียบหัวไอ้สิง ฮ่าๆๆ!

อ่า... เหมือนว่าผมจะทำเรื่องให้มันยุ่งเข้าไปอีกแล้วสิ... 




 

 

 

เช้าวันต่อมาผมถูกลากเข้าไปในบริษัทธนาคินทร์กรุ๊ปใจกลางเมืองตั้งแต่เจ็ดโมง แน่นอนว่ายังไม่ทันจะได้ล้างหน้าแปรงฟันหาชุดดีๆใส่ก็ถูกส่งมายังห้องเอกสารของบริษัทแล้ว

ผมฟังเลขาของพ่อด้วยใบหน้าจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก จำยอมเรียนรู้และฟังคร่าวๆรับเอกสารเอาไปศึกษา

ดินดิน... กูทำเพื่อมึงขนาดนี้

ช่วยเพิ่มเวลาอ่อนโยนไทม์ให้ทีนะ

คิดถึงคนรักที่นอนอยู่โรงพยาบาลแล้วค่อยมีกำลังใจสู้งานหน่อย เอาเถอะ ยังไงสักวันก็ต้องเข้ามาดูแลงานในบ้านตัวเองอยู่แล้ว ถือว่าเข้ามาทำเร็วขึ้นอีกสามสี่ปีแล้วกัน

ไหนจะพี่ปารีสที่ใกล้จะกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้วด้วย คิดว่างานคงไม่หนักหนาสาหัสหรอก... หลังจากผมออกจากบริษัทก็ไปยังร้านอาหารชื่อดังสิบดาวที่นัดกับพ่อของดินดินไว้

วันนี้ผมแต่งตัวเป็นผู้เป็นคนสุดแล้วในชีวิตเลยก็ว่าได้... ผมคิดอยู่นานว่าจะสั่งเปิดไวน์ดีไหม เพราะไม่รู้ว่าผู้ใหญ่คนนี้จะชอบอะไร สุดท้ายเลยเลือกทุกอย่างที่แพงไว้ก่อน

ต้องทำทุกอย่างให้พ่อสามีประทับใจ!

ยามนึกถึงคำพูดของพ่อเมื่อวานแล้วอดไม่ได้ที่จะลำบากใจ ถ้าเกิดว่าพ่อดินดินรู้ว่าผมเป็นลูกใครจะกีดกันไหม โอ๊ย! เครียด!

ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาก่อนจะเดินไปทางระเบียงด้านนอกพ่นควันสักหน่อย เพื่อจะช่วยลดอาการตื่นเต้นบ้าง สรุปคือดูดไปสามมวนแขกของวันนี้ก็มาถึง สาวเท้าเดินกลับเข้าไปด้านในเขาดูแปลกใจกับสภาพเป็นผู้เป็นคนของผมไม่น้อย

เอ่อ... ภาพลักษณ์ตอนเจอกันครั้งแรกมันไม่ค่อยน่าประทับใจ แต่ก็ช่วยลืมๆมันไปเถอะครับ

“ สวัสดีครับ ” เป็นเด็กดีมีมารยาท พ่อแม่สอนมาดี

“ อืม ” คนสุขุมนุ่มลึกพยักหน้าแล้วนั่งลง ข้างหลังเขามีผู้ชายตัวโตหน้าตายที่คาดว่าน่าจะเป็นการ์ดหรือคนสนิท ให้บรรยากาศกดดันเหลือเกิน “ สั่งอะไรหรือยัง ”

“ ส่วนของผมเรียบร้อยแล้วครับ ” ตอบกลับด้วยท่าทีขรึมไม่ต่างกัน ท่าทางเป็นการเป็นงานของผมดูเหมือนว่าพ่อดินดินจะพอใจอยู่บ้าง

“ ว่ามาสิ ”

หลังจากเขาสั่งอาหารไปแล้วก็เปิดประเด็นทันที ผมเตรียมใจไว้แล้วจึงไม่ได้สะดุ้งอะไร ยื่นแฟ้มสามเล่มให้กับคนตรงหน้า

คุณสิงหราชรับไปแล้วเปิดดูผ่านๆด้วยสีหน้าเฉยชา แต่แววตาเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจ ผมไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ

“ ในเรื่องของหุ้นส่วนที่จะเข้ามาแทนคุณไตรภพมีสามท่านที่ต้องการลงทุนกับคุณอย่างแน่นอน พร้อมที่จะวางเงินลงทุนและเซ็นต์สัญญาทันที ” ผมมองดูแฟ้มที่บากบั่นทำมาทั้งคืนอย่างภูมิใจ แต่ว่าบ้านไอ้วินไอ้ไต้ฝุ่นจะพร้อมไม่พร้อมก็เรื่องของมัน แต่ผมพร้อม! “ ทีสโตนกรุ๊ปค่อนข้างเป็นที่รู้จักในด้านธุรกิจ ผมคิดว่าคุณพ่อคงทราบอยู่แล้วว่าการร่วมจับมือทำสัญญากับพวกเขานั้นยาก แต่เมื่อทายาททีสโตนเป็นว่าที่ลูกเขยคุณพ่อ มันก็ง่าย ”

ใบหน้าคมเริ่มแสดงความไม่ชอบใจออกมานิดๆ “ ฉันไม่มีว่าที่ลูกเขยทั้งนั้น ”

ผมไม่เดือดร้อนครับ

เพราะผมเป็นลูกสะใภ้ อิอิ

ทำเป็นไม่ได้ยินแล้วพูดต่อ “ ส่วนวีเซียกรุ๊ป... ผมคิดว่าทางนั้นน่าจะติดต่อคุณพ่อไปแล้ว ” ไอ้วินมันชอบอุ่นซะขนาดนั้นคงไม่อยู่นิ่งๆหรอก

เขาละความสนใจจากแฟ้มสองอันนั้นก่อนจะจ้องเขม็งข้อนิ้วมือยาวเกร็งขึ้นมายามถือแฟ้มของบ้านผม “ ธนาคินทร์กรุ๊ปงั้นเหรอ ”

กลืนน้ำลายแทบจะไม่ลงคอเลยทีเดียว “ เป็น... ของบ้านผมเอง ”

“ ลูกไอ้ปิยะ? ” ผมพูดไม่ทันจบดีเขาก็โพล่งขึ้น จากนั้นกวาดตามองผมด้วยสีหน้าหงุดหงิด “ ฮึ ถึงว่าแค่เห็นหน้าก็ไม่ชอบแล้ว ”

อ้าว คุณพ่อ! อย่ามาเหมารวมสิ!

“ ผมคิดว่าคุณพ่อเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนะครับ คงแยกแยะออก ” อดไม่ได้ที่จะจิกกัด จริงๆ ในใจผมค่อนข้างติดลบกับพ่อของดินดินอยู่แล้ว พอมาทำท่าทีเปิดเผยว่าไม่ชอบผมแล้วยิ่งฉุนขาด!

มือที่กำลังยกแก้วไวน์หยุดลงก่อนจะมองหน้าผมด้วยประกายหงุดหงิดโทสะ แต่ผมก็ทำเป็นมองเมิน “ คิดยังไงถึงคบกับไอ้ดิน ”

อ้าว จบเรื่องงานแล้วเหรอ

ผมขมวดคิ้วนิดนึงที่จู่ๆคุณพ่อสามีก็พักเรื่องงานไป เขาเอาแฟ้มส่งให้คนสนิทกำชับคำสั่งอีกสามสี่อย่างก็หันมาคุยกับผมต่อ

“ ฉันถามก็ตอบ ” เห็นผมเงียบไปเลยเอ่ยเร่ง

“ เพราะชอบกันครับ ” จะบอกว่ารักกันมากปานจะกลืนกินก็กลัวพ่อเตะ

“ ชอบมันตรงไหน ” คิ้วเข้มยังคงผูกเข้าหากันแน่น

ยกมือเกาหัว... คือเขาจะทดสอบสอบสัมภาษณ์ลูกสะใภ้ใช่ไหม “ เพราะเขาใจดีครับ ”

“ ใจดี? ” พ่อทำหน้าเหมือนเห็นผี “ ถ้ามันใจดี โลกนี้ไม่มีใครใจร้ายแล้ว ”

เออก็จริงของพ่อนะ

เย้ย! ผมต้องเข้าข้างดินดินสิ!

“ คุณพ่ออาจจะไม่เห็นในด้านนี้ ” ผมรีบแถและแหลสดทันที แต่จริงๆมันก็มีความจริงปนอยู่นะ! “ แต่เวลาดินอยู่กับผมเขาดูแลผมอย่างดี ไม่เคยดุว่า(เหรอ) ไม่เคยใช้งาน(ซะที่ไหน) ซ้ำยังดูแลผมดี อาหารสามมื้อไม่รวมของว่าง เสื้อผ้าซักรีดให้ไม่ถือตัว ไปรับไปส่งคณะทุกครั้งที่ว่าง อยู่เป็นเพื่อนอ่านหนังสือ บางวันพวกเราอ่านหนังสือดึกเขาก็มักอุ่นนมร้อนมาให้ผม ตอนผมป่วยเขาก็เฝ้า ตอนผมทำโมเดลเขาก็ช่วย แล้วยัง... ”

“ พอ ” สีหน้าปุเลี่ยนคือกำลังอิจฉาผมใช่ไหมครับ “ คิดว่าที่พูดมามันเชื่อได้ไหม

“ เอ่อ... ไม่ได้ครับ ”

เขาส่ายหน้าแล้วตัดเนื้อสเต็กด้วยท่าทีเหมือนจะหั่นคอผม “ ฉันรู้จักลูกชายของฉันดี พวกนั้นอารมณ์ร้อน หยาบกระด้าง เอาแต่ใจ ไม่มีทางมาทำเรื่องจุกจิกได้หรอก ”

“ ไม่จริง! ” ผมสวนกลับ “  ถึงดินมันจะหยาบกระด้าง หยาบคาย เอาแต่ใจ อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จนนึกว่าเป็นไบโพล่าน่าปวดหัว ทำตัวเหี้ยไปบ้าง เลวไปหน่อย โรคจิตอีกเยอะ สติไม่ค่อยมี แต่ผมก็ชอบมัน!

อุ๊บ... หลุดความจริงไปได้

ใจผมนี่ตกไปตาตุ่มเลยครับเล่นด่าลูกชายเขาไปขนาดนั้น ผมเตรียมตัวโดนเตะโด่งออกจากตำแหน่งสะใภ้ผู้น่ารักแล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณสิงหราชจะหัวเราะออกมาเบาๆ ผมเบือนหน้าหนียกแก้วขึ้นจิบไวน์แก้เขินตีขรึมเหมือนเดิม

“ สมัยนี้ชอบแต่คนเลวเนอะ ” เหน็บแนมผมไปอีก “ เธอคิดว่าฉันรักลูกไม่เท่ากันรึเปล่า ”

ผมชะงักแล้วจ้องหน้าคนอายุมากด้วยแววตาไม่เข้าใจ แต่ก็ตอบไปตามความคิด “ ผมคิดว่าคุณใจร้ายกับดินมาก

หัวเราะเบาๆ คล้ายสมเพชตัวเอง “ นั่นสินะ ฉันไม่เคยชมเขา ไม่เคยกอดเขา แล้วยังกดดันให้ทำงานหนักอีก ในสายตาเธอ ฉันก็เป็นพ่อที่ร้ายกาจนั่นแหละ ”

ก็รู้ตัว!

อยากจะตะโกนใส่หน้าด้วยความโกรธแทนดินดิน แต่เดี๋ยวเขาหาว่าไร้มารยาท... ท่องไว้ พ่อสามี

“ ฉันกอดเขาครั้งสุดท้ายตอนหกขวบ ” แววตาคมแสงหม่นลงคล้ายจมอยู่กับอดีต “ เธอรู้ไหมทำไมดินถึงใส่ใจน้ำอุ่นมากที่สุด ”

“ เพราะเป็นน้อง ”

“ ...ก็ส่วนหนึ่งนะ อีกส่วนคงชดใช้ความผิด ” พ่อดินดินถอนหายใจเล็กน้อย

ผมงงสุด “ ความผิดอะไร? ”

“ ครั้งหนึ่งเคยผลักอุ่นตกบันได ตอนอุ่นอายุได้ห้าขวบ ” ใบหน้าหล่อเหลาของผู้ใหญ่คล้ายจะขรึมลง “ ตอนนั้นน้ำอุ่นเรียกว่าสาหัสเกือบเอาชีวิตไม่รอด... รักษาตัวเป็นปีเกือบพิการด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ดินถึงได้เอาอกเอาใจไม่ห่างน้ำอุ่น ” พ่อจะเล่าให้ผมฟังทำไม! ฮือออ ไม่ได้อยากรู้

ผมเบิกตาโตรู้สึกเย็นวาบไปทั้งหัว...  “ มันแค่อุบัติเหตุ... ”

“ ใช่ ” ยิ้มขม “ ดินไม่ได้ตั้งใจ ฉันรู้ แต่...วันนั้นฉันก็คุมสติไม่อยู่ทำเรื่องร้ายๆกับเด็กหกขวบอย่างดินไปไม่น้อย เขาคิดว่าฉันต้องเกลียดเขาแน่ๆ ทั้งที่ทุกอย่างเป็นเพราะฉันลำเอียง... ”

ฝ่ามือผมเย็นเหมือนคนตาย พยายามบีบเข้าหากันเรียกสติ ส่ายหน้าไม่อยากเชื่อ เด็กหกขวบมันจะร้ายขนาดนี้แต่ที่ดินทำแบบนี้มันก็เพราะ...

“ เป็นฉันที่ผิด เพราะการเลี้ยงลูกของฉัน ” เขายอมรับความผิด “ ฉันใส่ใจเอาใจใส่แค่อุ่นจนละเลยเขา... รวมถึงลมด้วยน้องไฟอีก เด็กวัยนั้นต้องการการเอาใจใส่จากพ่อแม่ เพราะฉันละเลยเจ้านั้นเลยอิจฉาริษยาน้อง รู้สึกโดนแย่งความรักจนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ ”

 “ ใช่ มันเป็นเพราะคุณ ” แต่สุดท้ายผมก็พยายามกลืนก้อนอึดอัดในอกลงไป “ แล้วคุณ... คุณยังโกรธดินเพราะเรื่องนี้อยู่รึเปล่า ”

เขาส่ายหน้า “ เป็นฉันมากกว่าที่สมควรจะโดนมันเกลียด ... แต่ถ้าจะให้ฉันโกรธก็โกรธคงเพราะมันปากดีหาเรื่องของมันมากกว่า ” เป็นอันเข้าใจเพราะมันปากหมาจริงๆ

เอ่ยแนะนำสักเล็กน้อยประจบเอาใจ “ ผมแนะนำนะ...ถ้าคุณพ่อใส่ใจลูกเท่าๆกัน เรื่องแบบนั้นก็ไม่เกิด ถึงตอนนี้ทุกคนจะโตแล้วแต่ยังไงเขาก็ยังต้องการความรัก... แต่คุณเอาใจน้ำอุ่นมากเกินไปจริงๆ นะ ” ตบท้ายย้ำความเลี้ยงลูกแบบเกินพอดี

เขาพยักหน้าไม่ปฏิเสธ “ ทุกคนย่อมมีเหตุผลในตัว ”

“ แล้วเหตุผลนั้นมันคือการที่คุณรักลูกลำเอียงเหรอ ” ผมต่อปากต่อคำ “ คุณแค่พยายามหาข้ออ้าง ” ไอ้ผมนี่ก็ปากไวเหลือเกิน รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่หน่อย!

“ ฉันถามหน่อย... ถ้าเธอคิดจะฆ่าคนๆ นึงที่รักมากแล้วเขาไม่มีความผิดอะไร แถมยังลงมือไปแล้วด้วยแต่ไม่สำเร็จ แล้วทุกวันต้องมองเขาเติบโต เลี้ยงดูเขา ” แววตาสะท้อนถึงความเจ็บปวดหนักอึ้ง “ แล้วเขายังรักเราเทิดทูนเรา... เป็นเธอ... เธอจะรู้สึกยังไง ”

ผมไม่มีคำตอบให้เพราะมันเป็นคำถามที่โคตรอึดอัด แล้วยังทรมานหัวใจฉิบหาย... ถ้ารักมากจนฆ่าทิ้งแต่ก็ไม่สำเร็จแถมยังต้องอยู่ด้วยกันต่อไป... มันเป็นความรู้สึกผิดทรมานเจียนตาย ถึงเราจะดูแลเขาคนนั้นดีแค่ไหนแต่ตราบาปยังคงฝังแน่นว่าครั้งหนึ่งเราเคยคิดจะฆ่าคนๆนี้ ...ถึงอยากลืมแต่มันก็ลืมไม่ลง ชดใช้ให้มากแค่ไหนแต่ความผิดยังฝังแน่นและหลอกหลอนเราไปจนกว่าชีวิตจะจบลง... ตอนนั้นแหละที่คุณจะได้หลุดพ้น

คิดวนไปมากับเรื่องเมื่อกี้จนรู้สึกว่ามันแปลกทะแม่งๆ... “ คุณเคยคิดจะฆ่าลูกตัวเองงั้นเหรอ... ”

“ ใช่ ”

“ คนที่คุณจะฆ่า... ” อย่าพูดนะ อย่าพูด!

“ ฉัน...เคยคิดจะฆ่าน้ำอุ่นจริงๆ ” ฝ่ามือหนาลูบใบหน้าตัวเองอย่างเจ็บร้าว ตราบาปในใจที่ไม่มีวันเลือนหาย “ ไม่สิ... ฉันลงมือไปแล้วต่างหาก ”

หน้าตาผมซีดลงจนแทบจะเป็นลม “ คุณพูดเรื่องนี้กับผมทำไม ” จะมาบอกกูเพื่ออออ

“ ดูเธอสนใจว่าทำไมฉันถึงลำเอียง ” ผมไม่อยากรู้แล้ววววว “ ฉันก็เลยเล่าให้ฟัง... แล้วก็ไม่อยากให้เธอมองน้ำอุ่นด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี เรื่องนี้ฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนะ... ฉันไม่เคยระบายความรู้สึกกับใครเลยนะ เธอเป็นคนแรก จงดีใจซะ ”

อือหือ รู้สึกเป็นเกียรติมากครับ ฮึก น้ำตาไหลไม่หยุดเลยครับ

“ แต่ผมไม่อยาก... ”

“ เธออยากจะเป็นครอบครัวเดียวกับพวกเราไม่ใช่เหรอ ”

กริบ...ผงกศีรษะรับช้าๆ

“ เรื่องพวกนี้ฉันก็กะจะเล่าให้คนรักของลูกฟังอยู่แล้ว ” นี่หมายความว่าเขายอมรับผมใช่ไหม “ ฉันไม่อยากให้คนรักของลูกรู้สึกแย่ที่พี่น้องทุกคนรุมสนใจน้ำอุ่นคนเดียว ”

ผมพยักหน้าอย่างจริงจังและตั้งใจฟัง...ยอมรับก็ได้ว่าครั้งหนึ่งผมเคยไม่พอใจน้ำอุ่นจริงๆ แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้มันเหนียวแน่นมากกว่าที่คิด พวกเขามีเรื่องราวที่รุนแรงและบอบช้ำ บางเรื่องผมหรือไอ้วินไอ้ไต้ฝุ่นก็ไม่อาจเยียวยาเข้าใจได้เท่าพี่น้องสายเลือดเดียวกัน

แรกๆ อาจจะงอนบ้างน้อยใจบ้างที่ถูกละเลยแต่พอคิดดีๆแล้ว รู้ต้นสายปลายเหตุก็จะเข้าใจเอง และพอเข้าใจเราจะยิ่งรักและผูกพันดูแลกันมากขึ้น

แบบนี้สิถึงเรียกว่าครอบครัว...

“ ผมขอเตรียมใจก่อนครับ ” ยกมือห้ามแล้วหันหน้าหนีไปอีกทางกุมอกตำแหน่งหัวใจที่เต้นเร็วรัวโคตรจะยุ่งเหยิงอยู่สองนาทีแล้วค่อยหันกลับมา “ ผมพร้อมรับฟังแล้วครับ ”

“ ตอนที่ท้องน้ำอุ่น... หมอพบว่าเขามีปัญหาเกิดมาอาจจะพิการทางสมองหกสิบเปอร์เซ็นต์ ” คุณสิงหราชมองออกไปด้านนอกขณะเล่า “ หมอถามว่าจะเก็บหรือเอาออก... เพราะเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง ”

กลั้นหายใจกันเลยทีเดียว...

“ ตอนนั้นฉันคิดที่จะให้เอาออก... ฉันคิดเพียงแค่หากวันหนึ่งฉันกับแม่ของเขาไม่อยู่...ใครจะเลี้ยงดู ถึงจะมีเงินมากมายล้นฟ้าแต่คนที่ไว้ใจได้ไม่มีนักหรอก ” เงียบไปพักนึงก่อนจะพูดต่อ “ แน่นอนว่าคนเป็นแม่ต้องไม่ยอม ตอนนั้นอายุครรภ์ยังอ่อนอยู่อยากให้รีบเอาออกจะได้ไม่อันตรายต่อแม่เด็ก สุดท้ายเราก็ทะเลาะกันหนักจนฉันพลั้งมือไป... เด็กเกือบไม่รอด โชคดีที่สวรรค์เมตตาไม่พรากเขาไปจากฉัน ” ผมเห็นหางตาของคนตรงหน้ามีน้ำตาซึมเบาบางรับรู้ถึงความปวดร้าวและรู้สึกผิดอัดแน่น

ตัวของพ่อมันสั่นระริกมองฝ่ามือตัวเองแล้วเบือนหน้าหนี “ จนกระทั่งเดือนห้า หมอบอกว่ามีความเป็นไปได้ที่เด็กจะปกติ เพราะตอนนั้นครรภ์อ่อนยังทราบไม่แน่ชัด เป็นฉันที่ด่วนสรุป... และพอน้ำอุ่นคลอดเขาก็ปกติครบสามสิบสอง ไม่มีอะไรผิดปกติ สมองปกติดี ”

แต่...อารมณ์มันผิดปกติผิดแปลกจากคนทั่วไปเยอะเลยครับ

 “ คุณคงรู้สึกผิดมาตลอด ” ผมเอ่ยขึ้นเบาหวิวจนแทบไม่ได้ยินเสียง

“ เวลาฉันมองหน้าน้ำอุ่น ฉันมักคิดถึงตอนที่ฉันตัดสินใจทิ้งเขา  ” อาหารมื้อนี้พังครับ กินไม่ลง “ ตอนนั้นร่างกายน้ำอุ่นอ่อนแอมาก... ต้องดูแลใกล้ชิดเพราะฉันกลัวว่าหากละเลยไปแค่นิดหน่อย เขาก็จะไปจากฉัน เขาติดเชื้อหลายครั้งต้องเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ จนถึงห้าขวบเขาถูกดินผลักตกบันไดต้องรักษาตัวเกือบสองปี... ฉันตบหน้าดินไปด้วย ” พูดถึงตรงนี้ผมสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดเจ็บช้ำของคนเป็นพ่อ “ เหตุการณ์นั้นทำให้ฉันกับดินห่างกันออกไป... จริงๆฉันก็ห่างกับอีกสองคน เพียงแต่เพราะดินทำเรื่องนี้เราเลยยิ่งห่างกันมากกว่าเก่า หลายปีมานี้ฉันพยายามเข้าหาเขาอีกครั้งแต่เขาก็เมินเฉยทำเอาฉันโมโหไปหลายรอบเหมือนกัน...บางทีฉันร้ายใส่เขายังทำให้เขามองเห็นฉันมากกว่า ให้ถูกเกลียดดีกว่าไม่รู้สึกอะไร ” ยิ้มเหนื่อยใจ

“ ถึงดินจะทำผิดร้ายแรงแต่คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้ ” หมายถึงสั่งให้ทำงานเป็นตะกร้า บ้านนี้ตรรกะความคิดพิลึกชะมัด “ ถ้าคุณพ่อรู้สึกผิดก็แค่ทำดีกับดินดินให้มากขึ้นหน่อย ”

“ ฉันก็รู้สึกผิดอยู่ ” แล้วไม่คิดจะพูดจะคุยกับลูกคุณมึงหรือไง! “ ...ฉันจะพยายามคุยกับเขาให้มากขึ้นแล้วกัน ...แล้วก็หวังว่าเธอจะไม่พูดเรื่องนี้กับคนนอก ”

เรื่องที่ดินผลักน้ำอุ่นตกบันไดให้ตายยังไงไอ้วินก็รู้ไม่ได้

ส่วนเรื่องที่แม่เกือบแท้งน้ำอุ่นเพราะฝีมือพ่อยิ่งพูดกับใครไม่ได้!!

“ คงไม่กล้าพูดครับ ” เรื่องแบบนี้กระทบจิตใจหลายคนนะครับ ถ้าน้ำอุ่นรู้มันคงถอยจากพ่อ ความเจ็บปวดมันจะสร้างช่องว่างในใจ ถึงมันจะดูเย็นชาเฉยชา แต่ไอ้บ้านี่โคตรคิดเล็กคิดน้อย “ แต่เมื่อกี้คุณรับปากแล้วนะ คุณพ่อต้องคุยกับดินให้มากขึ้น เพลาเรื่องงานลงหน่อย แล้วก็ควรใส่ใจลมไฟด้วยบ้าง ”

และน้องปายคนนี้จะทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ให้พ่อลูกเอง!

“ พวกมันโตขนาดนี้แล้วยังจะอยากได้ยังต้องการความรักจากตาแก่อย่างฉันอีกเหรอ ” เขาถามอย่างไม่มั่นใจ แต่ขอโทษครับ คุณพ่อยังหนุ่มยังแน่นครับ หล่อมากด้วย

“ น้ำอุ่นก็โตแล้ว ทำไมคุณพ่อยังเอาใจไม่เลิกล่ะครับ ” ผมสวนกลับไปบ้างคราวนี้เขาเงียบ “ ดินอาจจะก้าวร้าวใส่คุณ ไม่ใช่เพราะเขาอกตัญญู แต่เขาต้องการให้คุณสนใจ ลมเองก็เหมือนกัน มันอาจจะชกต่อยไปทั่วก็เพราะอยากให้คุณสนใจ ” ไฟ พี่ขอโทษ พี่ไม่รู้ว่าน้องชอบทำอะไร ฮึก อย่าโกรธกันนะน้องผัว

วิธีเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่คือการทำตัวเป็นเด็กเกเร ประมาณว่าถูกด่าดีกว่าถูกมองข้าม โคตรเป็นตรรกะที่สิ้นคิดเหลือเกิน

ทำไมไม่เอาอย่างผม!

ทำตัวติ๊งต๊องใส่ชุดปัญญาอ่อนกวนเส้นความอดทน

อยู่เฉยๆ พ่อก็วิ่งแจ้นมาด่าแล้ว!

“ พวกเขาเหมือนฉันตอนเด็กจริงๆ ” เขาพูดด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายมากขึ้น แถมแลจะภูมิอกภูมิใจกับความนักเลงหัวไม้ของลูกเสียเหลือเกิน “ อ่า...ฉันเคยคิดที่จะกอดพวกมันนะ แต่พอเห็นหน้ากวนส้นตีนแล้วมันกอดไม่ลงจริงๆ ”

ผมพยักหน้านิดๆ ลองจินตนาการภาพตามแล้วขนลุกหน่อยๆ เห็นสีหน้าของพ่อดินแล้วอดจะหัวเราะไม่ได้จริงๆ

ในเมื่อผมรู้สาเหตุแล้วถึงมันจะน่าตกใจมากก็เถอะ แต่ดูแล้วมันคงไม่ยากที่จะให้พ่อลูกเข้าใจกัน ดินดินของผมจะได้ยิ้มออกไม่มีปมในใจสักที ส่วนเรื่องที่มันผลักอุ่นตกบันไดคิดว่าชาตินี้คงลบออกจากสมองไม่ได้ แต่อีกไม่นานมันคงปล่อยวางมากขึ้น ส่งไม้ต่อการดูแลให้วิน

รู้สึกผิดไม่น้อยที่ก่อนหน้านี้โมโหอุ่นกับดินแทบตาย... ก็ผมไม่รู้เรื่องภายในความสัมพันธ์โคตรเหนียวแน่น ปมในใจของพี่น้องบ้านนี้นี่หว่า ผมกับพี่ปารีสก็ไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวเท่าพวกมันด้วยเลยไม่ค่อยรู้สึกลึกซึ้งผูกพันแบบจะตายให้ได้

ผมพูดตรงๆ “ ยังไงช่วงนี้อย่าเพิ่งคุยเรื่องหุ้นของบริษัทกับดินเลยนะครับ เขาเครียดมาก คุณกดดันเขามากไป เขายังเป็นแค่เด็กนะ ”

“ ฉันรู้ ” เขาก้มหน้าหลบตา “ เรื่องนี้มันผิดที่ฉันไร้ความสามารถ แต่เพราะฉันมั่นใจในตัวมันเลยยกงานให้บ่อยๆ เห็นมันชอบมาของาน ฉันก็ให้ แล้วก็... ”

“ คุณเอาแต่คิดว่ามั่นใจในตัวดินภูมิในตัวดินกับคนอื่นแล้วเคยพูดคำพวกนี้กับดินบ้างไหมครับ ลงมือทำอะไรสักอย่างเถอะครับ ” เริ่มจะโมโหแล้วนะก่อนจะยอมบอกความต้องการลึกๆในใจของดินดินออกไป “ ในเรื่องงาน... เวลาเขาทำงานดีก็ชมเขาบ้าง เล็กๆน้อยๆก็ได้ ”

“ ...”

“ ดินเขาไม่ต้องการอะไรมากแค่คุณยอมรับเขา ให้ความรักเขาสักหน่อย แสดงความเป็นห่วงอีกนิด เขาก็พอใจแล้ว ” ว่าเสริม

คุณพ่อสามีพยักหน้าแล้วนิ่งคิด...

“ ผมถามตามตรงนะ ตั้งแต่ดินเข้าโรงพยาบาล... คุณได้ถามอาการเขาบ้างไหม ” อย่าว่าแต่ไอ้ดินเลย ผมยังไม่เห็นเขาถามไอ้ไฟไอ้ลมพอๆกันนั่นแหละ

อึ้งสิอึ้ง ผมแค่มาทวงสิทธิ์ให้ดินดินเท่านั้น

“ ว่าไงครับ ” วันนี้ไม่ชนแต้มไม่ยอมเลิกเว้ย!

“ โอเคๆ! ฉันสัญญาจะดูแลเอาใจใส่เจ้าสามหน่อให้มากขึ้น ” เขาเอ่ยรับปากอย่างจริงจัง “ แต่ถ้ามันกวนตีนฉัน ฉันก็ไม่ทนเหมือนกัน ”

มีพ่อนักเลงขนาดนี้ไม่แปลกที่ลูกจะออกมาอันธพาลป่วนเมืองขนาดนี้

“ แล้วถ้าคุณพ่ออยากรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับดินของผมก็ถามได้ตลอดนะครับ ” ตบท้ายฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ารักน่าเอ็นดูพร้อมส่งเบอร์โทรกับไลน์ไอดีให้คุณเขา

เขายอมรับไปแปลว่าคงต้องการสายสืบลูกๆเหมือนกัน โด่ววว เก๊ก!

“ ได้คุยกับเธอ...ฉันค่อยสบายใจขึ้นหน่อย ”

แต่กูนี่เครียดขึ้นสิบระดับเลยครับ... แต่ไม่เป็นไรเพื่อดินดินแล้วทุกข์แค่นี้สบายมาก

ส่วนเรื่องของน้ำอุ่นยอมรับว่าตกใจฉิบหาย แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้จะเหยียบให้จมดินให้มันตายหายไปจากโลกไปเลย

“ ส่วนเรื่องหุ้น ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน “ ฉันขอบใจมาก ”

“ มันเป็นหน้าที่ของลูกสะใภ้อยู่แล้วครับ ” สวมตำแหน่งทันที อย่าได้แย้ง!

“ ฮึ ” แววตาคมเป็นประกายขึ้นมาทำเอาผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆ “ ส่วนเรื่องของพวกเธอ... ฉันไม่ขัดขวางก็แล้วกัน ถึงจะไม่ชอบพ่อเธอก็เถอะ ” ซึ้งใจ

“ ถึงขัดขวางผมก็จะสู้ครับ ” เรื่องต่อยตีผมนี่ถนัดนะ

“ อืม ” เขาดูพอใจที่ผมไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาว วางแก้วในมือลงก่อนจะลุกขึ้น “ ฉันต้องกลับแล้ว  ”

ผมรีบลุกเตรียมส่ง “ เดี๋ยวผมจะกลับไปหาดิน คุณพ่อจะฝากอะไรไหมครับ ”

“ ฝากเหรอ ” ดวงตาหม่นมองไปด้านนอกก่อนจะหันมาสบตาผม

“ ... ”

“ งั้นฉันฝากดินให้เธอดูแลด้วยแล้วกัน ”


------

มาอัพเเล้ววววววววว

เป็นคุณพ่อที่น่ากระทืบจริงๆ เลย เเต่ก็นะ ปรับปรุงตัวไวๆ 


ตอนนี้เดือนพรายวางจำนวน E-book ทาง Meb แล้วนะคะ

ส่วนหนังสือตัวเล่ม สามารถสั่งได้ที่ เพจ  เดือนพราย จ้า


ลงนิยายจนจบเเน่นอนจ้าาา 






#คนบ้าของหมอดิน 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.05K ครั้ง

13,665 ความคิดเห็น

  1. #13665 PINNITTAYA (@PINNITTAYA) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 12:54
    ใครจะเป็นลูกสะใภ้ที่ดีได้ขนาดนี้เหมือนพี่ปายคะ ไม่มีอีกแล้ววววววว
    #13665
    0
  2. #13652 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 10:14

    คุณพ่อดินนี่โชคดีนะได้ลูกสะใภ้ดี๊ดี

    #13652
    0
  3. #13603 alaffy (@alaffy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 15:42
    ใครเป็นคนทำพี่น้องสี่ธาตุ
    #13603
    0
  4. #13594 BaiTong23 (@undarin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:09
    วันนี้ต้องชมพี่ปาย
    #13594
    0
  5. #13572 urnichx (@SweetJK) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 20:33
    จุดไคลแมกซ์มันอยู่กงนี้ น้องปายของแม่เก่งมากกก อยากหอมหัว การไม่ยอมพูดอะไรออกไปก็ทีคนเสียใจโดยที่ไม่รู้ตัวแบบนี้แหละ ฮริ้งงงงง ครอบครัวพี่ปายน่ารักมากกกก ทุกๆบ่านต้องมีแม่ๆคอยสยบคุณพ่อ ไอเริ้บบ
    #13572
    0
  6. #13502 MinRos (@MinRos) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 06:56
    ไอหมอดิน​ดี​ได้​ไม่​ทันน​ข้าม​ตอน​ก็​ท​ำพี่ปายร้องไห้แล้วอะมันน่านัก

    สงสารพี่ปายว่ะไม่อยากงี่เง่านะเว้ยแต่มันน้อยใจอ่ะ ไหนบอกจะดูแลที่เห็นก็มีแต่ทำให้เจ็บ ตบหัวลูบหลังซ้ำๆ
    คำว่าแฟนก็ยากเหลือเกินจะพูดออกมา ทำไมต้องอายคนอื่นขนาดนั้นมันน่าน้อยใจนะเว้ย

    ตอน​แรก​สงสัย​มากพี่น้องบ้านนี้เค้ามีปมอะไรกันทำไมดินเป็นห่วง​ลมซะจนไม่ได้ยินเสียงใคร
    แล้วลูก3คนอาการปางตาย​เข้ารพ.มาหลายวันพ่อหายหัวไปไหนวะ ทีตอนจะโ​ดน​ถอนหุ้นโผล่มาต่อยดินอย่างไว
    ขอบคุณ​ที่​แก้​ปม​ให้​นะคะ รู้สึกโล่ง
    #13502
    0
  7. #13501 MinRos (@MinRos) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 06:55
    ไอหม้อดิน​ดี​ได้​ไม่​มัน​ข้าม​ตอน​ก็​ท​ำพี่ปายร้องไห้แล้วอะมันน่านัก สงสารพี่ปายว่ะไม่อยากงี่เง่านะเว้ยแต่มันน้อยใจอ่ะ ไหนบอกจะดูแลที่เห็นก็มีแต่ทำให้เจ็บ ตบหัวลูบหลังซ้ำๆ
    คำว่าแฟนก็ยากเหลือเกินจะพูดออกมา ทำไมต้องอายคนอื่นขนาดนั้นมันน่าน้อยใจนะเว้ย
    ตอน​แรก​สงสัย​มากพี่น้องบ้านนี้เค้ามีปมอะไรกันทำไมดินเป็นห่วง​ลมซะจนไม่ได้ยินเสียงใคร
    แล้วลูก3คนอาการปางตาย​เข้ารพ.มาหลายวันพ่อหายหัวไปไหนวะ ทีตอนจะโ​ดน​ถอนหุ้นโผล่มาต่อยดินอย่างไว
    ขอบคุณ​ที่​แก้​ปม​ให้​นะคะ รู้สึกโล่ง
    #13501
    0
  8. #13432 fomeriam690 (@0924211827) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:19
    ชอบไรท์ผูกตัวละครเกี่ยวข้องกัน

    แล้วก็อยากอ่าน คู่ของอาชินกับเด็กคราวหลานหน่อย
    #13432
    0
  9. วันที่ 13 เมษายน 2562 / 22:26
    เครียด ขำปน กัน 😂
    #13381
    0
  10. #13300 sharkwowll (@phuensongkram) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:10
    โอ้ยคูนพ่ออออ
    #13300
    0
  11. #13193 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 03:46
    ทุกคนจะต้องผ่านไปได้ค่ะ สู้ๆ
    #13193
    0
  12. #13142 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 18:16

    สู้ๆน๊า

    #13142
    0
  13. #13129 Xakas (@nattarikaair9) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:39

    ฮรึก ปาย เก่งมาก! พ่อก็สู้ๆนะ มันจะผ่านไปได้
    #13129
    0
  14. #13087 KHUNKHOEI (@KHUNKHOEI) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 18:57
    งุ้ย รักพี่ปายม่ายหวายแล้ววว
    #13087
    0
  15. #13071 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 20:45
    อือหือออออ
    #13071
    0
  16. #12696 893901PK (@893901PK) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:44
    ลุ้นตัวแทบแตกกกก
    #12696
    0
  17. วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 02:56
    โล่งแล้วววว ทุกอย่างมีสาเหตุจริงๆๆ
    #12549
    0
  18. #12543 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 22:41
    โล่งมากกก อ่านตอนนี้ทั้งขมวดคิ้ว ทั้งเครียด ทั้งขำสลับกัน55555
    #12543
    0
  19. #12531 ananarnaaa (@ananarnaaa) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 20:47
    ดีใจแทนครอบครัวของดินดินที่ได้พี่ปายเป็นสะใภ้
    #12531
    0
  20. #12492 0818770547 (@0818770547) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 07:12

    ฝากเสือให้กะต่ายน้อยนี่นะ ขุ่นพ่อน้องดิน
    #12492
    0
  21. #12474 Naraprinnnt (@Naraprinnnt) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 10:00
    ดูแลดินดินนน
    #12474
    0
  22. #12463 ccpd (@ccpd) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 21:55

    น้สย้าวึเสเขินนนนะกแพด่ยคเา
    #12463
    0
  23. #12395 _Crazymonkey (@nfcrazymonkey) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 21:35
    อมกกกก!!!!!! เป็นพี่ปายคงช็อคตายไปแล้ววววววว
    แต่ประโยคสุดท้ายของพ่อก็คือ ตายไปเลยจ้าาาาาาา -////-
    #12395
    0
  24. #12285 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:35
    ฮืออ น่าสงสาร TT
    #12285
    0
  25. #12279 nochuuu (@Dui1608) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:20
    ใดๆล้วนมีเหตุผล
    #12279
    0