นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,375,984 Views

  • 57,473 Comments

  • 58,170 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    184,103

    Overall
    3,375,984

ตอนที่ 50 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 43

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16095 ครั้ง
    12 ก.พ. 62



อ้อยครั้งที่ 43



 

                "นับสอง มาเล่นเกมกัน!"

                ผมชะงักเท้าที่กำลังถอดรองเท้าเเล้วเงยหน้ามองคนเอ่ยชวนอย่างงงๆ ผมเห็นพี่ไนน์ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำหนานุ่มยืนโบกจอยเกมแบบไร้สายไปมาตรงหน้าผม

                "ไว้วันอื่นเถอะไอ้ไนน์" พี่เก้าชิงพูดตัดหน้าผมไปก่อนเเล้วเสริม "ไปชวนคิวเล่นก่อนไป อย่ามาซนเเถวนี้"

                ผมรู้สึกเอ๋อไปชั่วขณะที่พี่เก้าดุพี่ไนน์ สารรูปพี่ไนน์ยังใช้คำว่าซนได้อีกเหรอ ออกจะมุ้งมิ้งไปมั้ย

                "วันนี้มหา'ลัยผมมีงานเยอะเลยเหนื่อยๆ น่ะพี่" เห็นหน้าพี่ไนน์งอง้ำแล้วรู้สึกไม่ชินเพราะหน้าพี่เเกกับพี่เก้าคือพิมพ์เดียวกันจำต้องหาเหตุผลมาให้ฟังดูดีสักหน่อยให้พี่ไนน์ฟัง ผมไม่อยากให้พี่เเกงอน "ติดไว้ก่อนนะ"

                "ก็ได้"พี่ไนน์ยอมรามือง่ายๆ หลังสังเกตสีหน้าของผมจากนั้นก็หันไปหาเก้า "เล่นกับเค้าสักตาสิเก้า"

               "ตาเดียวนะ" ย้ำให้ชัด "พี่เล่นกับไนน์แป๊บนึงนะนับสอง"

                เเค่นี้ก็ไม่ต้องรายงานก็ได้ครับท่านนนน

                "เล่นไปเถอะ" โบกมือหย็อยๆ ไม่ใส่ใจเพราะมันเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร

                ผมเดินเข้าไปในห้องก่อนเพื่อจะอาบน้ำเเละรีบเข้านอน พลังงานมันแบตหมดซะเเล้ว ต้องรีบเข้านอนชาร์ตแบตสักหน่อย

                เสียงบ่นพี่ไนน์ดังตามหลัง "พวกมึงจะเเยกกันสักแป๊บจะตายรึไง" 

                "วันนี้น้องไม่ดีเท่าไร กูไม่อยากห่างน้องผิดรึไง" พี่เก้ากดเสียงคุยให้เบาลงเพราะไม่อยากให้ผมได้ยิน

                "หือ เป็นอะไร มีคนรังเเกเหรอ" พี่ไนน์รีบถามต่อทันทีเเต่พี่เก้าส่ายหน้าไม่พูดอะไร "นี่! เล่าสิ!"

                "ไม่ใช่เรื่องของมึง ไปๆ ไปเล่นเกม" พี่เก้าพยายามดันหลังพี่ไนน์ให้ขยับเดินหน้าก่อนจะหันมาระบายยิ้มกับผม "ขึ้นไปอาบน้ำให้สบายใจเถอะ เดี๋ยวพี่ตามขึ้นไป" 

                "อื้อ" พยักหน้าเบาๆ 

                ผมก้าวขึ้นบันไดพลางมองสองพี่น้องฝาเเฝดที่ฉุดกระชากพากันไปเล่นเกมด้วยสายตาอิจฉาเต็มเปี่ยม 

                ไม่อยากให้ความคิดเเง่ลบมีมากเกินไปจึงรีบสาวเท้าเดินขึ้นบันไดตรงไปห้องพี่่เก้าทันที 

                ภายในห้องดูเป็นระเบียบเรียบร้อยหลังเเม่บ้านมาทำความสะอาดเเต่กลิ่นอายของพี่เก้ายังคงอยู่ในทุกที่ ผมรู้สึกสงบใจขึ้นเล็กน้อยเดินไปนั่งพักที่โซฟาหลังจากนั้นถึงลุกไปเเช่น้ำอุ่นที่พี่เก้าเตรียมไว้ให้ 

                เสียงเพลงคลาสลิคเบาๆ ดังก้องทั่วห้องน้ำ คิ้วโก่งขยับขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนมุมปากกับความใส่ใจทุกอย่าง

                ผมถอดเสื้อผ้าเเล้วเดินลงอ่างไปนอนเเช่ หลับตาซึมซับบทเพลงในท่วงทำนองสบายๆ เพื่อให้สมองผ่อนคลายเเละว่างเปล่า...

                สมองยังคงมีภาพครอบครัวที่อบอุ่นติดตรึงอยู่ในหัวไม่หลุดไปไหน

                ผมเม้มปากแน่นแล้วนึกถึงคำพูดของพี่เก้า...

                อยากหลุดพ้นจากความเจ็บปวดก็ต้องถามงั้นเหรอ

                แล้วผม...ผมต้องถามอะไร

                ถามแล้ว...จะมีคำตอบให้ผมเหรอ

                “ผม...ขอโทษ” ชันเข่าขึ้นแล้วกอดตัวเองแน่น “ผมมันอ่อนแอ...พี่เก้า”

                ...ใช่ว่าผมไม่อยากถาม

                แต่ผมไม่มีความกล้าพอที่จะถาม

                คนที่เป็นส่วนเกินอย่างผม...ควรอยู่เงียบๆ นั่นแหละ ดีแล้ว...

เปลือกตาค่อยๆ ปิดลงพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำให้หัวมันปลอดโปร่งแล้วพยายามนึกถึงภาพวันเวลาที่มีแต่รอยยิ้มเพื่อฮีลตัวเองให้ดีขึ้น

                 ทุ่มเทความสนใจไปที่ท่วงทำนองเพลงแล้วจับไล่ตัวโน๊ตในหัวเพื่อหักเหความสนใจและดึงตัวเองออกจากความเศร้าหมอง

                หลังเเช่น้ำนอนฟังเพลงสงบจิตสงบใจเเล้วก็รู้สึกมั่นคงทางอารมณ์มากขึ้นจนน่าจะปกติแล้ว

                เพี๊ยะ!

มือทั้งสองข้างตบใบหน้าอย่างแรงเพื่อเรียกสติ ความเจ็บจี๊ดบนผิวแก้มทำให้ผมเผยหน้าเหยเก “เจ็บชะมัด! อูยย หวังว่าหน้าหล่อๆ จะไม่ช้ำนะ”

เกิดช้ำขึ้นมาก็อดอ่อยเหยื่อกันพอดีน่ะสิ

 เอาล่ะ ออกจากห้องน้ำได้แล้ว พี่เก้าแม่งเดินมาเคาะประตูสามรอบได้เเต่ผมก็บอกว่าอีกแป๊บๆ จนผ่านไปชั่วโมงครึ่งเเล้วถึงได้ฤกษ์ออกมาสักที

                "มากินน้ำอุ่นหน่อย" ทันทีที่พี่เก้าเห็นผมเดินเช็ดหัวเปียกๆ ออกมาก็เอ่ยเรียกทันที ผมหันไปมองก็เห็นพี่เก้านั่งอ่านหนังสือรอ เขาคงหนีไปอาบน้ำห้องอื่นมาเเล้วและสวมชุดนอนเรียบร้อยแล้ว

                “ผมอยากกินน้ำเย็น”

                “ใช้เสียงไปเยอะควรกินน้ำอุ่นนะ” พี่เก้าส่ายหัวน้อยๆ แล้วเลื่อนแก้วน้ำอุ่นมาให้ผม “มานั่งที่พื้นครับ เดี๋ยวพี่เช็ดผมให้”

                เดินไปนั่งตรงพื้นพรมแทรกกลางหว่างขาพี่เก้าซึ่งเขานั่งอยู่บนโซฟา ผมปล่อยให้พี่เก้าเช็ดผมไปส่วนตัวเองก็ประคองแก้วน้ำมาเป่าเบาๆ แล้วลองจิบๆ ดูก่อน

               “รู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย” ขณะที่เช็ดผมอยู่ก็เอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

                “ดีขึ้นเยอะ” ผมพ่นลมหายใจเล็กน้อยแล้วยกนำขึ้นดื่มอึกใหญ่แล้วเงยหน้ามองพี่เก้าอย่างกระอักกระอ่วนจนเผลอบีบแก้วในมือแน่น “...เรื่องเมื่อเย็น พี่ก็ช่วยลืมๆ ไปเถอะนะ”

                มันน่าอายเกินไป

                พลันความเงียบเข้าแทรกจนน่าหวาดหวั่น ผมรู้สึกกังวลกับความคิดของพี่เก้าไม่น้อย เขาจะมองว่าผมปัญญาอ่อนรึเปล่าที่เจอเรื่องแค่นี้ก็ร้องไห้เป็นเด็กขาดความอบอุ่น...

                ถึงความจริง ผมจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ

                “พี่คงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” เสียงทุ้มอ่อนโยนกล่าวช้าๆพลางขยี้เส้นผมเปียกชื้นเบาๆ “แต่พี่จะไม่คาดคั้นหรือทำให้นับสองลำบาก... พี่รอได้ พร้อมที่จะเปิดใจเล่าให้พี่ฟังเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

                แลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งหนักๆ “ขอบคุณครับ” ขบปากเล่นแล้วเสริม “ให้เวลาผมหน่อย”

                พี่เก้าไม่ตอบเพียงตั้งหน้าตั้งตาเช็ดหัวผมต่อไป ส่วนผมก็นั่งจิบน้ำไปเรื่อยๆ... กำลังจะเคลิ้มๆ หลับก็มีเสียงเคาะประตูดังรัวๆ เลยสะดุ้งหายง่วงไปเลย

                “ประตูไม่ได้ล็อก” พี่เก้าตะโกนตอบไปหลังจากนั้นประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าของห้องคอนโดอีกสามคนที่ชะเง้อคอมองเข้ามาในห้อง “มีอะไรกัน”

                ไม่ใช่ผมที่งุนงงคนเดียวแต่รวมถึงพี่เก้าด้วย

                “อะ ให้” พี่ไนน์ฉีกยิ้มแล้วยื่นเตาอโรม่าแบบเครื่องพ่นไอน้ำมาให้ผม “ใช้สิ กลิ่นมันช่วยบำบัดความเครียดได้” แล้วพี่แกก็ยื่นขวดน้ำมันหอมระเหยสองสามกลิ่นมาให้ผมเลือก

                กะพริบตาปริบๆ มองอย่างแปลกใจ... แล้วเอามาให้ทำไม

                “พี่ชงชาคาโมไมล์มาให้”พี่อ๋องยิ้มอบอุ่นเหมือนพี่ชายแสนดีหลังจากนั้นก็วางชุดถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะกระจก “มันจะช่วยให้หลับสบาย”

                นี่มันอะไรกันเนี่ย

                พี่คิวที่ไม่ค่อยชอบหน้าผมเท่าไหร่ก็เอาถ้วยโยเกิร์ตที่เต็มไปด้วยผลไม้หลากสีปนอยู่มาวาง “เอาไปสิ”

                หางคิ้วของผมกระตุกเล็กน้อย ตกลงพี่มึงเต็มใจให้ปะเนี่ย ท่าทางผมดูมึนงงสับสนไม่น้อยที่จู่ๆ ก็ได้รับการเอาใจใส่แบบนี้เลยหันไปถามความเห็นพี่เก้า

                “พี่ไม่ได้บอกอะไรเลย” รีบปฏิเสธเพราะกลัวผมจะตำหนิ

                พี่อ๋องรีบอธิบาย “คือไนน์บอกว่านับสองดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พี่คิดว่าถ้าได้ดื่มชาสักหน่อยน่าจะดี พี่ตั้งใจให้เอง เก้าไม่ได้เล่าอะไรทั้งนั้น”

                “...ไอ้ไนน์มันเซ้าซี้ให้ทำ” พี่คิวกลอกตาไปมาแล้วมองดูหน้าผม “กูไม่ได้เป็นห่วงมึง อย่าเข้าใจผิด”

                พี่อ๋องส่ายหน้าให้กับพี่คิวก่อนจะหันมายิ้มแย้มให้ผม “พวกพี่ไม่รบกวนแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้จะได้สดชื่น”

                แล้วทั้งสามก็พากันเดินออกไปโดยมีผมมองส่งตามแน่นอนว่าไม่ลืม “ขอบคุณนะครับ”

                ทั้งสามผงกหัวรับคำแล้วก็ยิ้มยกเว้นแต่พี่คิวที่เฉยสนิท ผมเบะปากใส่เขาก่อนจะหันมาสนใจของตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย

                พี่เก้าเห็นผมนิ่งไปก็เขย่าตัวผมเล็กน้อย “เป็นอะไรไป”

                “รู้สึกอิจฉาพี่” ว่าเสียงแผ่วแล้วหยิบโยเกิร์ตมากิน           

“อิจฉาอะไร” พี่เก้าทำหน้างงใส่ “นอกจากหน้าตากับความรวยแล้ว พี่ไม่มีอะไรน่าอิจฉาแล้วนะ”

                ...มันใช่เวลาอวยตัวเองมั้ยพี่

                รู้ว่าเขาพยายามทำให้ผมยิ้มและมันก็สำเร็จ ผมหัวเราะเบาๆ พลางคนช้อนในชามโยเกิร์ตไปด้วย  

                “อิจฉาก็ส่วนหนึ่งแต่คิดว่าพี่โชคดีจริงๆนะ”

                “โชคดี?”

                ผมจุดยิ้มเล็กๆ ทอดสายตามองของสามชิ้นด้วยหัวใจที่อบอุ่นขึ้นมาแล้วมองพี่เก้าที่ยังคงงงๆ อยู่ว่าตัวเองโชคดีอะไร ผมไม่คิดจะตอบเขาเพราะรู้สึกว่าตอนนี้ผมกำลังถูกโยเกิร์ตของพี่คิวดึงดูดความสนใจอยู่

               โชคดีอะไรน่ะเหรอ

                ก็โชคดีที่มีครอบครัวอบอุ่น

                หากผม...อยากเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้

                มันจะเป็นไปได้ใช่มั้ย

               แต่ถ้าไม่ได้...ก็ขอเเค่พี่เก้า

                ขอเเค่คนเดียว

               สักคนที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเอง...ยังมีที่ที่ให้ผมกลับไป      

             



                “ช่างเถอะ กินโยเกิร์ตดีกว่า” น้ำเสียงผมกระตือรือร้นขึ้นมาเล็กน้อย แววตาหม่นหมองดูมีประกายสุขขึ้นมาบ้างเพราะของกิน “โห พี่คิวใจดีนะเนี่ย”

                ผลไม้ที่อยู่ในโยเกิร์ตล้วนเป็นผลไม้สดใหม่ มะม่วงเอย ลิ้นจี่เอย สตอเบอรี่ เบอรี่มาครบ ไม่รอช้าสิ ตักกินครับท่าน! จริงๆ พี่เขาต้องห่วงผมแหละแต่ปากแข็ง!

                “กินช้าๆ เดี๋ยวติดคอ!” พี่เก้าดุผมแทบไม่ทันเพราะความเร็วในการกินช่างน่าหวาดหวั่น

                “อ้ออันอย็อยยย” ส่งเสียงอู้อี้ขณะเคี้ยวสตอเบอรี่เปรี้ยวๆ หวานๆ บวกกับโยเกิร์ตเนื้อนุ่มละมุนลิ้นแล้วยิ่งฟิน

                พี่เก้าส่ายหน้าขำๆ แล้วหยิบน้ำมันหอมระเหยมาดูเล็กน้อย “เดี๋ยวพี่ใช้กลิ่นไม้จันทน์แล้วกัน พี่เคยใช้นะ พี่ว่าอันนี้ทำให้หลับสบาย”

                ผมพยักหน้าไม่ได้ค้านอะไรก้มหน้าก้มตาตักโยเกิร์ตกินปล่อยให้พี่เก้าจัดการกับเตาอโรม่าแบบเครื่องพ่นไอน้ำ นอกจากนี้เขายังเดินไปเปิดเครื่องฟอกอากาศด้วย จากนั้นก็ไปหยิบไดร์ฟเป่าผมเพื่อมาเป่าหัวเปียกๆ ของผม

                ผู้ชายอะไรช่างแสนดี!

                เอาใจเก่ง

                ดูแลเก่ง!

                มีคนเดียวในโลก

                แถมยังเป็นของเสือนับด้วย

                เฮ้อ ผมคงเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกแน่ๆ เลย

                ไม่อยากอวดเลยอะ

                “พรุ่งนี้หลังจากส่งนับแล้วพี่จะไปทำงานต่อนะ” ตารางงานของพี่แกอยู่ในหัวผมเรียบร้อยแล้ว ผมจำได้ว่าเป็นงานถ่ายภาพนิ่งโฆษณาน้ำหอม “เสร็จงานคงดึก”

                “ผมว่าจะกลับไปนอนที่หอ” เรื่องนี้ผมบอกพี่เก้าไปแล้วนะ

“โอเค” เสียงพี่เก้าอ่อยๆ เหมือนไม่เต็มใจนัก “พี่ตามใจนับสองอยู่แล้วแต่ยังไงก็กลับมานอนกับพี่บ้าง”

 ผงกศีรษะรับคำแล้ววางถ้วยในมือลงเพราะโยเกิร์หมดแล้ว ความร้อนที่กำลังเป่ารดอยู่บนหัวทำให้ผมเริ่มง่วงขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย

“กินน้ำเปล่าล้างปากก่อน” พี่เก้าแนะนำเมื่อเห็นผมจะหยิบชาคาโมมายมาดื่ม

มือเลยเปลี่ยนทิศทางมาเป็นแก้วน้ำเปล่าก่อนแล้วค่อยดื่มชาต่อ กลิ่นหอมๆ ของมันทำให้จิตใจฟุ้งซ่านของผมสงบลงได้อย่างน่าประหลาด

ปกติผมไม่ค่อยดื่มชาเลยรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยแต่เป็นน้ำใจของพี่อ๋องเลยดื่มๆ ไป...

“เอาล่ะ ผมแห้งแล้ว” พี่เก้าปิดไดร์ฟเป่าผมแล้วยีหัวผมเล่นจนหัวฟูไปหมด

กำลังจะบอกขอบคุณแต่โทรศัพท์ของผมก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอยู่บนโต๊ะกระจก ผมเอื้อมมือไปหยิบมาดูอย่างไม่ใส่ใจนักแต่พอเห็นเบอร์แล้วก็แทบขว้างทิ้ง

พี่เก้าคว้าจับมือผมไว้ได้ทันก่อนที่โทรศัพท์จะปลิว

“ปล่อย!” ความโมโหจากไหนไม่รู้พุ่งสูงแทบทะลุฟ้า

“อย่าปานะ!

“ทำไมจะปาไม่ได้!

“เครื่องนี้เพิ่งซื้อวันนี้นะ!

เออว่ะ เครื่องนี้เพิ่งซื้อ

งั้นเอาเครื่องเก่ามาปา! อ้าว ไม่ใช่เหรอ

ผมได้สติก็หยุดยื้อแย่งโทรศัพท์กับพี่เก้าทันที พี่เก้าผู้เป็นคนออกเงินซื้อแงะโทรศัพท์ออกจากมือผมไปดูว่าใครโทรมาถึงทำให้ผมหงุดหงิดตบะแตกแบบนี้

 

[สายเรียกเข้า : 095487xxxx]

 

มันเป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่ได้เมมแต่มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าใคร แต่พี่เก้าไม่รู้เลยทำหน้างงใส่ เขาหันมามองหน้าผมประมาณว่ารับสายได้มั้ย

เห็นผมไม่ตอบกลับมาเขาก็เลยตัดสินใจกดรับเองและเปิดลำโพงเพื่อให้ผมได้ยินด้วย

(ฮัลโหล ทำไมรับสายช้าจังลูก) เสียงหวานๆ อ่อนโยนดุจสายน้ำมันช่างน่าขนลุก ผมเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

พี่เก้ามุมปากกระตุกเล็กน้อยแล้วตอบกลับ “สวัสดีครับ”

(เอ๋ ไม่ใช่นับสองเหรอ) ปลายสายแปลกใจนิดหน่อย (คงเป็นน้องจินสินะ แล้วนับสองไปไหนลูก)

ทุกคนในบ้านรู้ว่าผมกับจินเป็นรูมเมตกันเลยไม่แปลกใจมาก เวลานี้ก็ดึกแล้วคงคิดว่าจินเป็นคนรับสาย

“น้อง เอ่อ นับสองไปนอนแล้วครับ” อย่าลืมว่าคนคนนี้เป็นปลาไหลตัวพ่อ แค่นี้ก็ลื่นไหลแถได้สบาย “คุณแม่มีอะไรรึเปล่าครับ”

(แม่เป็นห่วงนับสองน่ะจ๊ะ) เสียงถอนหายใจดังมาอย่างเป็นกังวล (แม่เองก็งานยุ่งๆ เลยเพิ่งจะรู้เรื่อง แล้วนับสองโอเครึเปล่า)

ผมส่งเสียงเหอะเบาๆ แล้วส่ายหัว ส่วนพี่เก้ามีขมวดคิ้วนิดหน่อยแต่ก็ตอบกลับไปอย่างสุภาพ “ตอนนี้โอเคแล้วครับ”

โทรมาเพื่อสร้างภาพรึไง

อยากให้แด๊ดเห็นเหรอว่าตัวเองเป็นแม่แสนดี

(ดีแล้ว) น้ำเสียงดีอกดีใจ (ยังไงก็ฝากจินดูๆ นับสองด้วยนะลูก นับสองเห็นแบบนั้นเขาก็เป็นคนคิดมาก)

“ครับ จะบอกให้นะครับ”

(แม่ไม่รบกวนแล้วจ๊ะ) แล้วเธอก็ตัดสายไป... พี่เก้ามองโทรศัพท์ที่หน้าจอมืดสนิทอย่างครุ่นคิดพลางมองผมที่นั่งนิ่งสีหน้าเย็นชาจนน่าขนลุก

“แม่โทรมาทำไมไม่คุยครับ” พี่เก้าถามผมอย่างตรงไปตรงมา

“อย่าเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าแม่” ริมฝีปากของผมบิดเบ้อย่างน่าเกลียด “ผมไม่มีแม่แบบนั้น... ผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่ใครไม่ได้หรอก”

เหอะ...เรื่องมันจบไปกี่วันแล้ว

เพิ่งจะโทรมาเนี่ยนะ

สงสัยเพิ่งนึกได้ล่ะมั้งว่ายังมีผมอยู่อีกคน

“นับสองไม่พูดแบบนี้” พี่เก้ามีสีหน้าเครียดแต่ก็พยายามพูดอย่างใจเย็น “ยังไงเขาก็เป็นแม่ ถึงจะมีเรื่องไม่พอใจแต่ยังไงเขาก็เป็นแม่”

ผมลุกขึ้นเดินหนีเพราะไม่อยากมาคุยเรื่องนี้แต่พี่เก้าไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ เขาดูซีเรียสเรื่องแม่จริงๆ...

“อย่าหนีนับสอง มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน” เสียงทุ้มเข้มขึ้นเล็กน้อยแล้วคว้ามือผมไว้ไม่ให้เดินหนี

“ผมง่วงแล้ว” สะบัดมือออกแล้วจะเดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันและเพราะการเดินหนีแบบนี้ทำให้ผมไปทำให้ความอดทนของพี่เก้าขาดสะบั้น

“ไม่พูดแล้วพี่จะรู้มั้ยวะ!

ผมหยุดยืนอยู่ที่เดิมอย่างอึ้งๆ กับเสียงของพี่เก้าที่เต็มไปด้วยความอึดอัดคับข้องใจและโทสะ หัวใจของผมคล้ายตกลงสู่ธารน้ำแข็งเย็นยะเยือก...

เขาหายใจเสียงดังคล้ายกำลังอดทน “พี่ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าพูดผิดหู นับสองก็โกรธพี่!

“...”

“ก็แค่พูด...มันยากมากเหรอนับสอง”

เหมือนค้อนหนักๆ ฟาดลงที่หัวผมหลังจากที่ได้ยินแบบนั้น... ผมกำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ นั้นสินะ... ผมลืมคิดถึงความรู้สึกพี่เก้าไปเลยแต่ในขณะเดียวกันเขากลับคิดและระมัดระวังทุกอย่างเพื่อไม่ให้ทำร้ายจิตใจผม

ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูเคร่งเครียดและอึดอัดบวกด้วยดวงตาสะท้อนแววเจ็บปวดรวดร้าวทำให้ผมเจ็บตาม... ผมยิ้มบางๆ แล้วหลับตาลงก่อนจะลืมขึ้นใหม่

“พี่คิดว่าผมจะกล้าพูดถึงแม่ตัวเองแบบนั้นเหรอ” ผมย้อนถามเขาแล้วหันหลังให้เพราะไม่อยากให้สีหน้าที่แปรปรวนของตัวเอง

“แต่เมื่อกี้...”

รอยยิ้มเย้ยหยันกับแววตาเรียบสนิท

“ถ้าเธอเป็นแม่ของผมน่ะนะ”

ผมหันกลับไปมองพี่เก้าที่อึ้งสนิทและดูสับสนก็เลยขยายความขึ้นอีก...

“เข้าใจง่ายๆ ก็...แม่เลี้ยง” คิ้วของผมกระตุกยิกพร้อมกับความรู้สึกที่อยากอาเจียน “หรือผมควรเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าน้าดี?”

น้า...น้องสาวของแม่

น้องสาวแม่ที่ปีนเตียงพี่เขย

ผมหัวเราะเบาๆ พร้อมกับแววตาที่มืดมน “เธออยู่กับผมมาตั้งแต่ผมเกิด... ทุกคนให้ผมเรียกเธอว่าแม่”

“...”

“พี่ว่าผมต้องรู้สึกขยะแขยงขนาดไหน”

 

ทุกคนคิดว่าผมโง่

ใช่... และผมก็โง่มาหลายปีด้วย



                ผมปล่อยให้พี่เก้านั่งอึ้งอยู่ที่โซฟาแบบนั้นไปแล้วตัวเองก็เดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระเพื่อเตรียมเข้านอน แม้ในใจจะเดือดพล่านขึ้นมาแต่ไม่นานก็ดับลง

                เรื่องของผู้หญิงคนนั้นแค่นึกถึงก็อยากจะอาเจียนแล้วเพราะงั้นเลิกคิดถึงจะดีกว่า วันนี้ผมเจอเรื่องมาหนักเกินไปยังไงก็ขอให้มีช่องว่างได้พักหายใจบ้างเถอะ

                เหนื่อยกายยังไม่เท่าไหร่ นอนแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย

                แต่ใจนี่สิ...

                ขอลูบซิกซ์แพ็กผู้ชายหล่อๆ สักสามสี่คนได้ปะ

                เผื่อจะดีขึ้น แค่กๆ

                ปากบอกว่าให้เลิกคิดและเลิกใส่ใจแต่ยังไงก็อดคิดน้อยใจไม่ได้ ผมไม่ได้แคร์หรอกว่าผู้หญิงคนนั้นจะอยู่กับครอบครัวผมหรือไม่แต่ที่ผมสนคือแด๊ดและพี่ชายของผมอยู่ที่นั่น...แต่ที่นั่นไม่มีผม

                แล้วที่ผมร้องไห้เหมือนบ้านแตก... เออ บ้านแตกแล้วนั่นแหละก็เพราะพี่ไออยู่ตรงนั้นด้วย มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนถูกหักหลัง

                “งี่เง่าเกินไปแล้ว” ผมพูดกับตัวเองเบาๆ แล้วบ้วนปากให้สะอาด

              แย่ๆ ผมต้องรีบปรับอารมณ์แล้ว!  

ผมไม่ควรไปใส่อารมณ์กับพี่เก้าเลยจริงๆ ให้ตายสิแต่จะให้ผมทำยังไง... สภาพบ้านที่วุ่นวายยุ่งเหยิงพันกันยิ่งกว่าไหมพรมถูกขยำเป็นก้อนจะให้พูดออกไปเหรอ บ้านที่วุ่นวายแต่ทุกคนพยายามปิดบังเปลือกนอกมันอาจจะดูดีแต่มันก็ไม่ต่างอะไรกับการยื่นมีดแทงข้างหลังกัน

                ให้บอกออกไปว่าตัวเองเป็นเด็กบ้านแตกที่ไม่มีใครต้องการงั้นเหรอ... ผมอยากได้ความรักไม่ใช่ความสงสาร ผมกลัวสายตาที่มองมาด้วยความสงสาร

 “ช่างมันเถอะ” สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ พยายามลบเลือนความรู้สึกในใจและเก็บซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดตามเดิม ผมหันหลังแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นพี่เก้ากำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนรอยู่บนเตียงแล้ว

กลิ่นหอมเบาบางของไม้จันทน์ฟุ้งทั่วห้องช่วยให้เส้นประสาทคลายความตึงเครียดลง ผมทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน พี่เก้าตวัดผ้าห่มคลุมตัวผมให้แล้วเขาก็ค่อยเอื้อมมือไปปิดไฟทำให้ห้องที่สว่างไสวมืดลงทันตา

เสียงสวบสาบของเนื้อผ้าดังตามจังหวะการขยับตัว พี่เก้านอนลงได้ครู่หนึ่งก็ดึงผมเข้าไปตระกองกอด ผมนึกขำเล็กน้อยเพราะสภาพมันคงไม่ได้เป็นไปอย่างในนิยายที่คนตัวเล็กตกอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวใหญ่ เพราะผมกับพี่มันดันมีส่วนสูงที่พอกันนี่แหละ

ขอโทษนะถ้าพี่พูดจาไม่ดี” เขาเอ่ยเบาๆ แล้วกอดผมแน่นขึ้น

ไม่รู้ก็ไม่ผิดหรอก” ผมตอบเสียงเรียบแล้วขยับตัวให้นอนต่ำลงเพื่อให้ศีรษะอยู่ระดับไหล่ของพี่เก้า “บ้านผมมันวุ่นวายเกินไปต่างหาก... นอนเถอะ ผมเหนื่อยแล้ว

ตอนนี้ขอกูพักก่อนเถอะไอ้พี่เก้า

เขาเหมือนอยากจะพูดอะไรต่อแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา “’งั้น...ฝันดีนะครับ” สัมผัสอบอุ่นในอ้อมกอดและความร้อนที่ประทับลงบนหน้าผากไม่ต่างอะไรกับสายธารร้อนๆ ที่รดชโลมต้นไม้แห้งๆ ให้มีชีวิตชีวาขึ้น

รอยยิ้มของผมขยับกว้างขึ้นแล้วหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองหลับใหลไปกับความอบอุ่นแสนหวาน...

พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ดีกว่าเดิม

ผมก็หวังว่างั้นนะพอๆ นอนแล้ว!

นอนดึกมากเดี๋ยวเสือนับจะกลายเป็นแพนด้านับแทน!

 

 

 

 



นี่มึงให้กูพามาที่ไหนเนี่ยบ้านชู้มึงเหรอ!

ชู้บ้านพี่สิ พี่ไนน์!

ชู้อะไร ไม่มีเว้ยชู้เขาใช้สำหรับคนมีเจ้าของแล้ว และกูยังโสดไม่เหมือนคนมีผัวแบบมึงหรอก” เชิดหน้าอย่างเป็นต่อแล้วจิ้มหน้าผากผม “จะรีบมีทำไมฮะแฟนอะ ยังไม่ทันรู้รสชาติของชีวิตโสดเลยนะมึง ไปเลิกกับไอ้เก้าไป

บอกทีสิว่าพี่ไนน์มันเป็นน้องพี่เก้าจริงๆ

โสดแล้วพาลว่ะพี่” ปัดมือพี่ไนน์ไปไกลๆ แล้วมองตรงไปข้างนอกก็เห็นบ้านหลังใหญ่ดูร่มรื่น ผมถอนสายตากลับมาแล้วเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

กูพาลตรงไหน!

ทุกตรงอะพี่

กำลังสงสัยอยู่ล่ะสิว่าทำไมผมถึงมาอยู่กับพี่ไนน์ได้ จำได้มั้ยว่าเมื่อคืนพี่เก้าบอกแล้วว่าจะไปทำงานและวันนี้พี่ไนน์มันว่างก็เลยมาตามรับตามส่งผมแทนให้ และผมก็ขอให้พี่ไนน์พากลับมาที่บ้านแถบชานเมืองเพื่อเอาเครื่องดนตรีเพื่อไปซ้อมสำหรับโชว์ประกวดเดือน

มือคลำหาโทรศัพท์เจอแล้วก็ก้มส่งข้อความไลน์หาคนบางคนพร้อมกับเดินลงจากรถไป

พี่ไนน์รีบดับเครื่องยนต์แล้วตามลงมา ผมยืนกดโทรศัพท์อยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน ข้างๆ ก็เป็นพี่ไนน์ที่กำลังเกาะรั้วเหล็กดัดชะเง้อชะโงกคอมองรอบๆ ด้วยความสนใจ

บ้านใหญ่ชะมัด” พี่ไนน์เบาๆ พลางหรี่ตามองบ้านหลังใหญ่สูงสามชั้นแล้วก็พื้นที่อาณาเขต “แต่ก็ยังไม่ใหญ่เท่าบ้านพี่ไนน์หรอกนะครับ

จ้าาา พ่อคนบ้านรวย

บ้านใหญ่มากกกก!

แล้วทำไมไม่กลับไปอยู่บ้าน” ผมคิดจะถามหลายรอบแล้ว “อยู่คอนโดแคบๆ สี่คนแบบนั้นไม่อึดอัดเหรอ

ถึงห้องจะใหญ่ก็เถอะแต่มีผู้ชายตัวโตสี่คนมาใช้ชีวิตด้วยกันก็ดูคับแคบไปแถมยังมีผมอีกคนก็ดูห้องเล็กไปเลย ผมเห็นข้อความตอบกลับแล้วก็พ่นลมหายใจโล่งอกแล้วเอนตัวพิงกับรั้วบ้าน

บ้านยิ่งใหญ่ก็ยิ่งอ้างว้าง” พี่ไนน์ตอบอย่างสบายๆ แล้วมองดูสวนของบ้านผมอย่างชื่นชอบ “คอนโดถึงจะแคบไปบ้างแต่ก็ให้ความรู้สึกที่เป็นครอบครัว

“...” พวกเขาดูเป็นครอบครัวจริงๆ นั่นแหละ ผมเงียบแล้วคิดตาม

เข้ามาอยู่ตั้งหลายวันไม่คิดแบบนั้นบ้างเหรอ” พี่ไนน์ขมวดคิ้วถามผมที่ดูเงียบไป

คิดสิไม่ทันได้พูดอะไรต่อหางตาก็เหลือบเห็นคนกำลังวิ่งมาทางนี้หน้าตาตื่น

พี่ไนน์มองตามด้วยตาเป็นประกายวาววับ ใครน่ะ ชู้ใช่มั้ย!

บ้านพี่สิ!” ละเหี่ยใจกับพี่ไนน์แกจริงๆ นะ พ่อบ้านผมเอง!

กูเพลียกับพี่ไนน์เหลือเกิน!

จิกตาใส่คนขี้แกล้งไปทีก่อนจะหันไปมองคนกำลังเปิดประตูรั้วกุกกักอย่างรีบร้อนด้วยแววตาอบอุ่นขึ้น ผมมองใบหน้าคุ้นเคยของพ่อบ้านแล้วก็ฉีกยิ้มกว้าง

คุณชาย!” เสียงทุ้มต่ำเต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ “คุณชายกลับมาแล้ว”

“มันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลย?” ผมอมยิ้มมองคนที่สูงกว่าแล้วเดินเข้าบ้าน “ผมเพิ่งออกจากบ้านไม่กี่เดือนเองนะ”

“คุณชายไม่อยู่แบบนี้ บ้านมันเงียบนะครับ” พ่อบ้านเอ่ยเบาๆ แล้วส่ายหัวเดินนำผมเข้าบ้านโดยมีพี่ไนน์เดินขมวดคิ้วตามหลังมาไม่ห่าง

“ผมอยู่มันก็เงียบอยู่ดีนั่นแหละ” ว่าเสียงแผ่วแล้วชี้ไปที่พี่ไนน์ “นี่รุ่นพี่ผม”

“สวัสดีครับ” พ่อบ้านรีบฉีกยิ้มให้พี่ไนน์ทันทีขณะเลื่อนประตูบ้านให้เปิดออก

“สวัสดีครับ แต่...คุณพ่อบ้านนี่ก็หล่อไม่เบานะ” เสียงยั่วยวนของพี่ไนน์ดังเอ่ยหยอกจนผมรู้สึกอยากกระโดดถีบสักเปรี้ยง

พ่อบ้านเดินหลังเล็กน้อยอย่างตกใจส่วนผมก็ถลึงตาใส่พี่ไนน์กลับ แต่ผมก็เเอบเหล่พ่อบ้านนิดๆ... ก็หน้าตาดีจริงๆ นั่นเเหละ ผมจำได้ว่าคนคนนี้พี่ไอส่งมาช่วยดูแลผม เเต่ไปเอามาจากไหนนี่ไม่รู้ อืมมม เขาก็อยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่ผมอายุสิบปีได้มั้ง

ผมไม่ใส่ใจเรื่องอื่น ผมใส่ใจเเค่เขาดีกับผมรึเปล่า 

"พอเลยพี่ไนน์" ผมจัดการคว้าเเขนเขาไว้เพื่อไม่ให้เขาพุ่งไปลวนลามคนของผม "ตามผมมานี่!"

"เอ่อ งั้นผมไปเตรียมเครื่องดื่มกับของว่างให้นะครับ" พ่อบ้านสุดหล่อของผมยิ้มเเห้งๆ เเล้วรีบเดินไปอีกทาง

ไนน์มองตามตาละห้อย "ให้ไนน์ไปช่วยเตรียมมั้ย ของหวานของคาว ผมเก่งมากนะ ไอ้นับ ปล่อยสิวะ!"

"ไม่ปล่อย!" ผมอยากจะบ้าตายจริงๆนะ รีบลากพี่ไนน์ให้ตามมา

"มึงจะไปไหนก็ไปสิ กูจะไปช่วยพ่อบ้าน"

"ไปช่วยหรือไปงาบเขากันเเน่"

"มึงเห็นกูเป็นคนเเบบนั้นเหรอวะ" พี่ไนน์ใช้ใบหน้าเหมือนกับพี่เก้าไม่มีผิดเพี้ยนมองผมอย่างใสซื่อยิ่งทำให้ผมกระอักกระอ่วนขนลุกซู่ 

รีบเบือนหน้าหนีก่อนจะรู้สึกอ้วกเเตก

"เฮ้ย! เงียบเเบบนี้มึงหมายความว่าไง!" โวยวาย

หมายความเเบบนั้นเเหละ!

ผมไม่ตอบได้เเต่จับจูงเขาเดินไปข้างหน้าจนถึงห้องที่อยู่ลึกที่สุดในบ้าน แววตาของผมอ่อนลงจนแทบจะอ่อนโยนและฉายแววตาคิดถึง...

กุญเเจห้องถูกหยิบออกมาไข ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เเล้วเดินเข้าไป ยื่นมือไปเเตะสวิตซ์ไฟก่อนทั้งห้องจะสว่างขึ้น

กลับมาเเล้ว...

พระเจ้า นี่มันอะไรเนี่ย!” เสียงอุทานประหลาดใจดังมาจากปากพี่ไนน์ สีหน้าเปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่เข้ามาในห้องสุดที่รักของผม

"ลูกรักผมเลยนะ" ผายมือเขิญชวนอย่างร่าเริง 

ห้องนี้เป็นห้องซ้อมดนตรีของผมเองซึ่งมีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ถึงสามห้อง ผนังเก็บเสียงต่อให้ทำเสียงดังเเค่ไหนก็ไม่หลุดออกไปข้างนอก เครื่องดนตรีมากมายถูกเก็บไว้ในกล่อง บางชิ้นก็ตั้งโชว์ในตู้กระจกใส ผมเปิดไปลูบกลองชุดอย่างทะนุถนอมก่อนจะหันไปหาเปียโนหลังใหญ่สีดำที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง

สวรรค์์ของผมชัดๆ 

นี่มันบ้าไปแล้ว” นัยน์ตาคมมองเครื่องดนตรีมากมายมีทั้งที่เป็นที่รู้จักทั่วไปและไม่รู้จักวางเรียงเต็มไปหมดอย่างรู้สึกหน้ามืดตาลาย “อย่าบอกนะว่ามึงเล่นเป็นทั้งหมดน่ะ!

ผมทดสอบเสียงเปียโน “ไม่ใช่ทั้งหมดแค่เกือบๆ

นี่มันอัจฉริยะชัดๆ!” พี่ไนน์ควักโทรศัพท์มาถ่ายรูปทั่วห้อง “ไอ้เก้ารู้มั้ยเนี่ยว่ามึงเก่งขนาดนี้

"เขาน่าจะรู้เเค่ผมร้องเพลงเก่ง" ตอบไปตามตรง ถ้าวันนี้พี่เก้าไม่มีงาน ผมคงพาเขามาเเล้วเเต่ดันมีงานซะก่อน เเต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยพาพี่เก้ามา 

ห้องนี้มีเครื่องดนตรีทั้งไทยทั้งสากลซึ่งมีรวมๆ กันแล้วก็มากกว่าสามสิบสี่สิบชนิด แค่กีต้าร์ก็มีหลายตัวทั้งกีต้าร์โปร่งกีต้าร์ไฟฟ้า ทุกชิ้นล้วนเป็นเงินของป๋าหนึ่งทั้งหมดที่เขาซื้อให้ผม

ผมยังจำได้ดีว่าตอนนั้นผมรู้สึกมีความสุขมากที่พี่ชายเอาใจมากขนาดนี้แต่แล้วทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนเมื่อป๋าต้องทำงานหนักจนหาเวลาให้ผมเเทบไม่ได้ เเต่นั่นก็ยังไม่เท่าไร ผมเข้าใจแต่สุดท้ายก็แตกหักจนกู่แทบไม่กลับในตอนที่ผมอายุสิบสี่

เด็กอายุสิบสี่ที่ถูกทอดทิ้งให้จมอยู่ใต้ซากตึกของเหตุการณ์แผ่นดินไหว

แม้ว่าเราจะพยายามปั้นหน้ายิ้มแย้มเข้าหากันขนาดไหนแต่ลึกๆ เราต่างรู้ดีว่าต่างคนต่างมีบาดแผลที่สาหัสไม่แพ้กัน...

ผมไม่ได้เกลียดป๋าหนึ่ง

แต่ก็ไม่ได้รักเขาเท่าเมื่อก่อน

ยิ่งเวลาผ่านไป...ความสัมพันธ์เรายิ่งเปราะบางและห่างเหิน

ผมเคยให้โอกาสป๋าหนึ่งหลายครั้งหลังเหตุการณ์บ้าๆ นั่นเเต่เขากลับทำให้ผมผิดหวังซ้ำๆ จนผมเหนื่อยที่จะขอความรักเขาเเล้ว 

ติ้ง...ติ้ง...ตึง

เสียงเปียโนที่สับสนวุ่นวายบ่งบอกความว้าวุ่นในใจ              

ขอบตาของผมร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อคิดถึงความบาดหมางระหว่างเราสองพี่น้อง ผมพยายามไม่คิดถึงมันเพราะทำให้ผมนึกถึงความเหน็บหนาวและความเจ็บปวดเหมือนตายในความเลวร้ายนั้น  

อารมณ์เศร้าหมองถูกบรรเลงผ่านเสียงเปียโนด้วยทำนองช้าๆ ที่กัดกินหัวใจก่อนที่จังหวะมันจะเปลี่ยนไปราวกับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ทำนองที่หนักหน่วงความเจ็บปวดความโกรธถูกถ่ายทอดลงสู่ปลายนิ้วที่กดลงบนเปียโน

เป็นเวลานานกว่าสิบนาทีที่ความรู้สึกถูกสาดออกไป ปลายนิ้วเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงเปลี่ยนบทเพลงให้นุ่มนวล. ใบหน้าเริ่มกลับสู่ความสงบอีกครั้ง รู้สึกปลอดโปร่งทั้งใจทั้งสมอง

"ดีขึ้นรึยัง"

เสียงเรียบๆ ของอีกคนในห้องถามขึ้นเเล้วเดินมานั่งเก้าอี้ตัวที่ผมกำลังนั่งอยู่่

"อืม" พยักหน้าด้วยสีหน้าที่ดูดีขึ้น "ทำไมพี่ไม่ห้ามผม"

ถ้าเป็นพี่เก้าคงพุ่งมาจับผมไว้เเล้ว ไม่ปล่อยให้เล่นจนจบหรอก

พี่ไนน์ส่ายหน้า "ไม่มีเหตุผลอะไรต้องห้าม" เขากลอกตาไปมาเล็กน้อย "ระเบิดออกมาบ้างก็ดี เก็บไว้สิมีเเต่ทำร้ายตัวเอง"

ครางรับในลำคอก่อนจะเคาะเปียโนเล่น "พี่เก้าก็พูดแบบนั้น"

"ไอ้เก้ามันห่วงมึงมากนะ" เรื่องนั้นรู้อยู่เเล้ว

ไม่ห่วงเสือนับเเล้วจะไปห่วงใครเล่า

"ผมรู้" หันไปมองพี่ไนน์อย่างครุ่นคิด "พี่เก้าให้พี่มาสืบเรื่องผมรึไง"

"พวกกูเป็นฝาเเฝดกันนะ" ไหนความเกี่ยวข้อง "ไม่ต้องรอให้มันพูด แค่มองตาก็รู้ใจรู้ตับไตยันไข่หมดเเล้ว!"

พี่มึงช่วยไม่หื่นสักสิบนาทีจะตายมั้ย

พี่ไนน์เริ่มเล่นเปียโนบ้าง ผมเลยดึงมือกลับปล่อยให้เขาเล่น ท่าทางการวางมือดูดีมากเเละเพลงที่เขาเล่นก็...

"หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว" เเละพี่เเกก็ร้องอย่างสนุก

อิพี่ไนน์ ไอ้เวร!  กูก็อุตส่าห์ตั้งใจฟัง

เล่นจบเขาก็พูดต่อ "ตอนกูเล่นเกมกับไอ้เก้าเมื่อวาน มันก็หน้าเครียดๆ เเล้วสภาพมึงก็ดูตาบวมกลับมา มีเเต่คนโง่เท่านั้นเเหละที่ไม่รู้ว่าไอ้เก้าห่วงมึง"

"ผมก็ไม่อยากให้เขาเป็นห่วง" มุ่ยหน้าเเล้วเม้มปาก "เเต่มันเป็นเรื่องของผม"

"มึงฟังกูนะไอ้นับ" เสียงจริงจังของพี่ไนน์ทำให้ผมชะงัก "สำหรับคนรักแล้วมันไม่มีหรอกนะเรื่องของเขาเรื่องของฉัน"

"..."

"มีเเต่เรื่องของเรา"

พี่ไนน์เเม่ง...หล่อเลย

จีบได้มั้ยอะ

ใจเต้นเเรงเป็นบ้า

"กูก็เเนะนำได้เเค่นี้แหละ" ส่ายหน้าส่ายหัว "มึงก็เปิดใจให้มากๆ ถึงไอ้เก้าจะดูไม่เอาไหน"

เขาเอาเเรงมากเลย เเค่ก

"ดูกะล่อนเป็นปลาไหล"

ไม่ใช่ปลาไหลธรรมดานะพี่

ปลาไหลใส่สเก็ตด้วย

"ดูอ่อยเรี่ยราดเหมือนพ่อมันเป็นเจ้าของไร่อ้อย"

อ่อยกว่าพี่เก้าไม่มีอีกเเล้ว

"ถึงจะดูเจ้าชู้ ลำเอียง สองมาตรฐาน ไม่ยุติธรรม ดูเหี้ยไปบ้าง"

เอ่อ... พี่ไนน์ นั่นพี่ชายพี่นะ

"แต่เชื่อกูเถอะ"

เเล้วเขาก็ยิ้มอ่อนๆ เเล้วมองสบตาผม

"ถึงมันจะมีข้อเสียเยอะไปหน่อย"

"..."

"มันเป็นคนที่พึ่งพาได้" วางมือบนหัวผมเเล้วขยี้เบาๆ "มึงจะไม่มีทางเสียใจที่รักไอ้เก้า"


ผมไม่เสียใจอยู่แล้วที่รักพี่เก้า

แต่ที่ผมเสียใจ


ทำไมผมรักพี่ไนน์อีกคนไม่ได้!!

อยากได้คนนี้ด้วยอะเเม่!

มาเป็นกิ๊กกันเถอะพี่ไนน์!


 


---



“จุ๊ๆ กำลังหลงรักพี่ไนน์เหรอ” เสียงหัวเราะคิกคักดึงผมกลับเข้าสู่โลกความจริงทันที “แฟนพี่ชายเหรอ...อืม ก็น่าตื่นเต้นดีนะ”

ผมรู้สึกขนลุกซู่กับรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษของพี่ไนน์ขึ้นมาทันที “อย่าเล่นบ้าๆ นะเว้ยพี่!

“อะไรๆ กลัวพี่ไนน์เหรอ” พี่ไนน์เห็นผมดูหวาดผวาก็ยิ่งกระแซะเข้ามาใกล้ๆ

                อย่า อย่าเข้ามาใกล้นะเว้ย!

                เดี๋ยวพ่อก็ปล้ำซะเลยนี่!

                อุ๊บ ผิดแล้วๆ

                “ไม่กลัวเฟ้ย!” ผมถลึงตาใส่พี่ไนน์แล้วปัดมือเขาออกจากตัวหน้าอก มือไม้นี่ไวจริงๆ นะ เหมือนผมเกินไปแล้ว!

                “แตะนิดแตะหน่อยเอง” ชักมือกลับแล้วแลบลิ้นใส่ผม “หวงตัว!

                “ให้พี่เก้าแตะได้คนเดียวเฟ้ย!” เหมือนผมจะเคยบอกแล้วว่าถึงผมจะชอบไปลวนลามแต๊ะอั๋งคนอื่นแต่ไม่ชอบให้ใครมาลวนลามตัวเอง

                “แล้วกูไม่เหมือนไอ้เก้าตรงไหน” ถามพลางลูบหน้าลูบตาตัวเองไปด้วยอย่างงุนงงสงสัย

จะสวนว่าทุกตรงก็ไม่ได้เพราะหน้าตาแม่งเหมือนกันเปี๊ยบ! อ้อๆ มีอย่างหนึ่งที่ต่างคือความสูง เหมือนพี่ไนน์จะเตี้ยกว่าผมสองเซนได้นะ

ไม่ทันได้พูดอะไรก็มีคนเคาะประตูขัดจังหวะพร้อมกับพ่อบ้านที่ชะโงกหน้าเข้ามา

“ของว่างเรียบร้อยแล้วครับ อยู่ที่ห้องนั่งเล่นนะครับ” ยิ้มใจดีให้ผมก่อนจะรีบผละออกไป

พี่ไนน์ถลาตามออกไปทันที “รอน้องไนน์ก่อนสิ ห้องนั่งเล่นไปทางไหนนนนน”

น้องไนน์? พี่มันไม่อายปากบ้างเหรอ!

ผมคว้าตัวพี่ไนน์ไม่ทันเลยได้แต่นั่งพ่นลมหายใจเหนื่อยๆ อดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าไลน์ส่งข้อความหาพี่เก้า ไม่มั่นใจเท่าไหร่ว่าเขาจะตอบทันที

 

นับสองเองครัช : พี่เก้าาา ผมจะทนพี่ไนน์ไม่ไหวแล้วนะ!

นับสองเองครัช : พ่อบ้านของผม พี่แกยังจะอ่อยเลย!

นับสองเองครัช : ปวดหัวกับพี่ไนน์จริงๆ นะ!

 

พิมพ์เสร็จก็เอาโทรศัพท์เก็บจากนั้นก็เดินไปที่ตู้กระจกคว้าไวโอลินตัวเก่งออกมา ข้างๆ ไวโอลินก็เป็นเครื่องดนตรีในตระกูลไวโอลินอย่างวิโอลา เชลโล ผมไม่มีคอนทร้าเบสเพราะรู้สึกว่ามันใหญ่เกินไป

เครื่องดนตรีทุกชิ้นในห้องจะมีผู้เชี่ยวชาญมาทำความสะอาดให้เสมอรวมถึงเช็กเสียงซ่อมส่วนที่เสียหาย แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นความเอาใจใส่ของป๋าหนึ่ง

เขาลุกขึ้นมาทำให้แบบนี้ให้ผมเมื่อหนึ่งปีก่อน...แล้วก่อนหน้านี้ทำไมไม่ทำ

ผมหัวเราะขื่นๆ อย่างปวดแปลบในใจ ความรู้สึกที่มันสับสนและซับซ้อนจนไม่รู้จะจัดการยังไงก็ได้แค่กดเก็บมันไว้ตามเดิม

เรื่องของความรู้สึก

บางครั้งมันก็อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

ผมรู้แค่ว่าตัวเองกำลังเจ็บปวด

แน่นอนว่าผมก็รู้เช่นกัน

ทุกคนต่างเจ็บปวดไม่ใช่แค่ผมคนเดียว

ผมหยุดความคิดแล้วจัดการปิดกล่องไวโอลินก่อนจะเดินออกจากห้องไปทางห้องโถงสำหรับนั่งเล่นก็เห็นพี่ไนน์กำลังนั่งกินขนมเค้กไปมองหน้าพ่อบ้านผมไป

“เลิกมองได้แล้ว!

เสือนับมองได้คนเดียว! นี่ผู้ชายในบ้านเสือนับ อย่ามายุ่ง!

จุ๊ๆ อย่าฟ้องพี่เก้านะ

“นิดนึงสิ” พี่ไนน์จิ๊ปากขัดใจก่อนจะก้มมองของในมือผม “ไวโอลินงั้นเหรอ”

ผมตอบหน้าตาย “พี่เห็นมันเป็นกีต้าร์เปล่าอะ”

“กวนตีน” ชูนิ้วกลางให้เป็นของขวัญอีก

ผมเผยยิ้มยั่วโมโห “ฮะ ของพี่แค่นี้”

“บ้านมึงสิ!

“ที่นี่ก็บ้านผมไง” และแล้วหมอนอิงก็ลอยมาเตรียมจะกระแทกหน้าหล่อๆ ของผมแต่ดีที่ผมเบี่ยงหลบได้ทัน ไม่งั้นแล้วคงเจ็บแน่เพราะหมอนอันนี้ค่อนข้างแข็งเลย

“อารมณ์ดีก็กวนตีนเก่งเลยนะ” เหน็บแหนมเสร็จก็จ้วงขนมของว่างส่วนของผมกินเป็นการแก้แค้น

เอาเถอะ ตอนนี้ผมไม่อยากกินของหวานเท่าไหร่เลยจิบแค่น้ำเปล่าแต่นึกได้ว่าเดี๋ยวต้องไปซ้อมร้องเพลงประสานเสียงเลยให้ไปเอาน้ำผึ้งมะนาวอุ่นๆ มาสักแก้ว

อันที่จริงการบำรุงเสียงดูแลเส้นเส้นไม่ควรกินของหวานสักเท่าไหร่แต่ผมก็แหกทุกกฎ

ตอนนี้ก็บ่ายแก่แล้วน่าจะกลับได้แล้วมั้งแต่ยังไงก็ขอดื่มน้ำก่อน หลังจากกินจนชุ่มคอแล้ว ผมก็โบกมือลาพ่อบ้านทันที พี่ไนน์ทำท่าอิดออดไม่อยากไปแถมยังไล่ให้ผมไปเองอีก

คิ้วผมกระตุกทันทีก่อนจะคิดหาวิธีลากพี่ไนน์ออกจากบ้านขืนปล่อยไว้แบบนี้คงแดกพ่อบ้านผมเข้าไปแน่ๆ

“พี่ไม่อยากรู้เหรอว่าเดือนมอผมหน้าตาเป็นยังไง”

ถ้าไม้นี้ไม่ได้ผลให้ตบหน้าร้อยทีเลยเอ้า!

พี่ไนน์หยุดกินขนมวางช้อนลงแล้วลุกขึ้นพรวดพราดเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วจนผมอึ้ง ยืนเด๋อๆ อยู่ครู่หนึ่งก็มีเสียงตะโกนดังมา

“ชักช้าอืดอาดอะไรเล่าไอ้นับ ต้องรีบไปส่งมึงเนี่ย! เดี๋ยวก็สายหรอก!

“เหอะๆ” แอบเหลือกตามองบนทันที

“เร็วเลยมึง เดี๋ยวกูไม่ได้เจอผู้ชาย เร็ว!

ทีนี้ล่ะรีบเชียวนะ

พี่กับผมนี่มันประเภทเดียวกันจริงๆ

หิ้วกระเป๋าไวโอลินเดินตามพี่ไนน์ออกไปโดนมีพ่อบ้านเดินตามหลังผมมา เขามองผมเงียบๆ เหมือนมีอะไรจะพูดแต่ก็ดูลังเล

“มีอะไรจะบอกผมรึเปล่า” ความเสือกไม่เข้าใครออกใครเลยโพล่งถามไป

พ่อบ้านอึ้งไปก่อนแล้วก็หัวเราะ “ไม่มีอะไรหรอกครับแค่รู้สึกว่าคุณชายดูเหนื่อยๆ” เงียบไปนิดก่อนจะพูดต่ออย่างห่วงใย “ถ้าข้างนอกอยู่ลำบากกินไม่กินนอนไม่หลับก็กลับมาบ้านเถอะครับ จากที่นี่ไปมหาลัยก็แค่ครึ่งชั่วโมงให้คนของเราขับรถไปรับไปส่งก็ได้นะครับ”

ผมฟังเงียบๆ แล้วส่ายหน้า “ผมโอเค ไม่เป็นไรจริงๆ”

เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ

“คุณชายยังโกรธคุณชายรองอยู่เหรอครับ” อีกฝ่ายกลั้นใจถามออกมา ผมตวัดตามองเขาด้วยแววตาคมกริบบ่งบอกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าพูดถึงสักนิด “คุณชายรองเขาไม่ได้ตั้งใจไล่คุณชายออกจากบ้านนะครับ เขาแค่...”

“แค่โมโหสติแตกชั่ววูบแล้วก็พลั้งปากเท่านั้น อย่าไปถือสาเลย” แสยะยิ้มให้พ่อบ้านที่หน้าซีดลง “จะพูดแบบนี้ใช่มั้ย”

“...”

“ผมฟังจนเบื่อแล้ว” เสียงของผมอ่อนล้าลงอย่างชัดเจนหยุดเดินแล้วมองทะลุกระจกไปยังลานน้ำพุข้างนอกอย่างเหม่อลอยหวนรำลึกอดีตไม่กี่เดือนก่อนอย่างเชื่องช้า

ผมกับป๋าต่างพยายามสวมหน้ากากเหมือนพี่น้องรักใคร่ต่อกันแต่ในความจริงเรามีเรื่องทะเลาะกันบ่อยมาก เขาพยายามป้อนวัตถุสิ่งของที่ดีให้ผม กะเกณฑ์ชีวิตช่วงมอปลายผมอย่างหนักทำให้มีเรื่องทะเลาะกันบ่อย 

พอทะเลาะเสร็จ เขาก็จะยอมขอโทษผมก่อนแบบขอไปทีจากนั้นก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันวนแบบนั้นซ้ำๆ จนผมรู้สึกด้านชาไปเอง

ส่วนหนึ่งที่อยู่หอก็เพราะทะเลาะกับป๋าจริงๆ นั่นแหละ เขาจะส่งผมไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจในอเมริกาแต่ผมไม่ยอมไปแล้วยังมีเรื่องเกรดคะแนนเฉลี่ยรวมของมอปลายดันทุเรศสุดๆ พอโมโหจัดเขาก็ยกทุกอย่างมาด่าผมเหมือนกับตอนที่ผมดื้อแพ่งปะทะกับเขาในบริษัทบันเทิงคราวก่อนว่าไม่เอาเรียน เที่ยวเล่น โดดเรียน ติดยา บ้าดารา ผลาญเงินเขาเล่น ชีวิตไม่มีทางได้ดี

นับหนึ่งบอกว่าถ้าไม่ไปเรียนที่อเมริกาก็ให้ผมไสหัวออกไปเลย เขาจะไม่เลี้ยงไม่ให้เงินแล้ว

เขากล้าไล่ ผมก็กล้าไป

ตอนแรกผมก็พยายามอดทนเพราะคิดว่าเขาคงด่าเพราะห่วงชีวิตเรียนของเราในอนาคตแต่มันดันเลยเถิดไปแตะจุดอ่อนไหวที่สุดของผมเข้าก็ทะเลาะกันใหญ่โตบ้านแทบพัง

ผมไม่อยากไปต่างประเทศเพราะกลัวว่าระยะห่างของครอบครัวมันจะมากกว่าเดิมแต่เขากลับคิดว่าที่ผมไม่ยอมไปเพราะพี่เก้า...

และมันก็ใช่ส่วนหนึ่ง 

ผมตัดใจไม่ได้แล้วมันผิดรึไง


แค่ได้อยู่ใกล้ๆ

แค่ได้อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน

แม้ว่าจะได้แค่มองจากที่ไกลๆ

ผมก็ยินดี


...กว่าผมจะหาเขาเจอมันไม่ง่ายเลย

แล้วทำไมผมต้องจากไปด้วย


กะพริบตาเล็กน้อยไล่ความรู้สึกขมๆ ออกไปจากแววตาแล้วผ่อนลมหายใจช้าๆ เพื่อบรรเทาอากาศเจ็บลึกแน่นไปทั่วทั้งอก

“คุณชาย” ส่งเสียงร้องเรียกอย่างดื้อดึง “ยังไงก็เป็นพี่น้องกันควรรักใคร่...”


“เพราะเป็นพี่น้องไง”


สายตาของผมทอดมองไปยังพ่อบ้านที่เริ่มพูดมากและล้ำเส้นเกินไปด้วยความเย็นเยียบ


“ลองไม่ใช่พี่น้องสิ”

…!

“แม้แต่ชื่อก็ยังไม่อยากได้ยิน”

 

                เพราะเป็นพี่น้อง

                ถึงได้พยายามรัก...อีกครั้ง

 

                และสุดท้าย...

สิ่งที่ผมได้รับ

คือความผิดหวังซ้ำๆ...




-------



“อันนี้เบอร์เค้า”

“เอ่อ” นาวาส่งสายตาให้ผม

 

อย่ามองกู

 

“อันนี้ไอจีเค้า”

“คือ” จินหันมามองผม

 

กูคืออากาศธาตุ มึงมองไม่เห็นกูหรอก

 

“โอ๊ะ เอาไลน์เค้าไปด้วย”

“พี่ไนน์ ผมว่าพี่ไปนั่งนิ่งๆ เถอะครับ” ไต้ฝุ่นถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเข้าไปรวบมือพี่ไนน์แล้วดึงๆ ลากๆ

“เดี๋ยวสิ ยังไม่ได้เฟซของน้องคนนั้นเลย”

พอเถิดอิพี่มึงงงง!

ผมนั่งมองพี่ไนน์ด้วยสายตาเอือมระอาปนเหนื่อยใจ ไอ้พี่มึงทำอะไรให้มันเนียนๆ ไม่เป็นรึไงฟะ! ไม่ได้แล้ว แบบนี้ต้องรีบสอนเทคนิคอ่อยเหยื่อให้เด็กหัดแรดแล้ว แค่ก หันอ่อยต่งหาก

พี่ไนน์พุ่งหลาวไปแจกเบอร์แจกไลน์ด้วยหน้าเหมือนพี่เก้า ชาวบ้านคงหลงกลตกหลุมพี่อยู่หรอก ไม่วิ่งหนีก็บุญแล้วครับ

พี่เก้า...ภาพพจน์พี่ถูกพี่ไนน์กระทืบหมดแล้ว

“นิสัยต่างกับพี่เก้าสุดขั้วเลยมึง” ไผ่ป้องปากกระซิบคุยกับผม ขยับมานั่งข้างๆ บนขอบเวทีห้อยขา

 “ก็นั่นมันพี่ไนน์ไม่ใช่พี่เก้า” ผมตอบไปแล้วนั่งพลิกดูเนื้อเพลงสำหรับร้องประสานเสียง

จินหลุดพ้นจากพี่ไนน์มาได้ก็เข้ามาคุยกับผม “เป็นอะไรวะ ดูไม่สดชื่นเลย”

“เหนื่อยๆ” ผมตอบเพื่อนรักไปด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์ “วันนี้กูนอนห้องนะ”

“หือ ทะเลาะกับพี่เก้าเหรอ”

ส่ายหน้า “เปล่า”

จินเงียบไปนิดแล้วพูดต่อ “...เรื่องไอ้มาร์คเหรอ” ผมส่ายหน้าอีกครั้งแล้วก็เงียบ “ไม่รู้ไวท์บอกมึงยัง พี่สาวไอ้มาร์คมาเก็บของที่หอแล้วก็ยื่นเรื่องลาออกให้ไอ้มาร์ค”

“งั้นเหรอ” ฟังเงียบๆ ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรแล้วเพียงฟังรับรู้และไม่ใส่ใจ “ก็ดีแล้ว...กลับมาก็ไม่รู้จะวางตัวยังไง”

“ที่จะพูดก็เรื่องหอนี่แหละ” จินลูบหลังคอไปมา “กูคิดว่ามึงจะย้ายไปอยู่กับพี่เก้าแล้วเลยว่าจะให้ไวท์คืนห้องแล้วมาหารกับกูแทน”

“จริงสิ ไวท์มันจ่ายค่าหอคนเดียวไม่ไหวแน่ไม่งั้นมันไม่เหลือตังค์กินข้าว” ผมกระตือรือร้นขึ้นมาบ้างเลยหันไปมองจิน “มึงรับปากไวท์ไปแล้วเหรอ”

“ก็คุยๆ แล้วก็มาถามมึงก่อนเพราะมึงก็ยังเอาของออกไปไม่หมด”

ผมนิ่งคิดเล็กน้อย “กูต้องถามพี่เก้าก่อน”

ถึงพี่เก้าจะบอกว่าย้ายมาเลยๆ ก็เถอะแต่ยังแอบเกรงใจอยู่ดี แต่ว่าเรื่องไวท์ก็ปล่อยผ่านไม่ได้ด้วยสิ จริงๆ บ้านไวท์ก็มีกินนะแต่เพราะไวท์มันติดเกม แม่มันเลยต้องจำกัดเงินแต่ละเดือน น้องไวท์เลยต้องใช้อย่างประหยัด

 ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไลน์ยังคงไม่มีข้อความตอบกลับจากพี่เก้า สงสัยงานยังไม่เสร็จแน่เลย ผมเลยพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ เล่าเรื่องหอให้ฟังแล้วก็ต่อท้ายถามว่าไปอยู่ห้องพี่แกได้รึเปล่า

พิมพ์ข้อความทิ้งไว้เสร็จก็เดินไปซ้อมร้องเพลงประสานเสียงกับคนอื่นๆ ที่ยืนๆ เกาะกลุ่มกันอยู่แต่ยังไม่ด้เริ่มร้อง พอเห็นผมก็พากันเงียบ ทุกคนมองผมไปมองผมมาจนรู้สึกอึดอัด ก็รู้สึกดีนะที่ผู้ชายมองแต่มึงมองพร้อมกันแบบนี้ก็หวาดหวั่น

พริกติดฟันรึเปล่าวะ

เอ๊ะ หรือวันนี้หน้าผมหล่อเกินไป

คนเลยอดใจไม่ไหวที่จะมอง

แต่มองขนาดนี้เข้ามาปล้ำกูเลยเถอะเพื่อน

“มองทำไม อยากเป็นเเฟนกับนับเหรอ” ผมยิ้มอวดฟันขาว "งั้นต้องไปต่อคิวนะ พอดีคนมันโซฮอต"

ทุกคนพากันไอค่อกแค่กทันที “หลงตัวเองกว่าไอ้นับมีอีกมั้ย”

“กูว่าไม่มี” ดิวทำหน้าเอือมๆ

“ไม่หลงตัวเองแล้วจะให้ไปหลงใคร” ผมยักคิ้วใส่แล้วถามพวกมัน “ตกลงมองหน้ากูทำไมกันครับ”

“พวกกูกำลังคิด” ไผ่เริ่มต้นพูด

นาวาเสริมต่อ “รู้สึกว่าสองสามวันมานี้มึงดูไม่ร่าเริง”

“พวกกูเลยคิดหาทางทำให้มึงอารมณ์ดี” วินยิ้มแฉ่ง

ผมรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลกับความตื้นตันที่จู่โจมใส่ รู้สึกเหมือนกำลังได้มงยังไงไม่รู้ นับสองรักโลก รักปลา รักซากุระ เอ๊ะ รักเด็กครับ (เอามือปิดปากร้องกระซิกอย่างสวยๆ)

“แล้วพวกมึงคิดวิธีไหนออก?” ตาผมวาวเป็นประกายกวาดตามองเรือนร่างของเพื่อนทันที

ผิวสวยๆ ของนาวา

กระดูกอ่อนๆ น่าเคี้ยวแบบไผ่

กล้ามแขนของดิว

ซิกซ์แพ็กสวยๆ ของวิน

ได้หมดจะสดชื่นทันที อ๊า

อยากให้เสือนับอารมณ์ดีก็มาปรนนิบัติเร็ว!

ไต้ฝุ่นที่เพิ่งจัดการพี่ไนน์เสร็จก็เดินเข้ามารวมวง “กำลังคุยอะไรกันเหรอ”

“เรื่องที่พวกเราคิดที่จะทำให้ไอ้นับอารมณ์ดีไง” จินหัวเราะคิกคักที่ทำให้หางตาผมกระตุก ทำไมรู้สึกว่าจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่

“อ้อ” ไต้ฝุ่นพยักหน้าหงึกหงัก “เรื่องที่ตกลงกันว่าจะส่งนับสองไปอยู่วัดสามวันเพื่อสงบจิตสงบใจน่ะเหรอ”

ว่าไงนะ!

ผมตาแทบถลนออกนอกเบ้า

“ช่ายยยย!” ทุกคนร้องเป็นเดียวกันแล้วพากันยิ้มแป้น “พามันไปดับกิเลสตัณหาราคะเพื่อจิตใจที่ผ่องใส!

ผ่องใสไปคนเดียวเถอะมึง!

“อยู่วัดบ้านมึงสิ!” ด่ากราดสิครับ “พวกมึงอยากไปก็ไปกันเองสิ”

น่านน้ำส่ายหน้าทำตาโต “กูไปไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้” ผมขมวดคิ้ว “มึงขึ้นรถเมล์หน้ามอสาย 215 บอกลงหน้าวัดพระแก้วก็ได้แล้ว ไปไม่ได้ยังไงวะ”

“...” เงียบกริบ

ผมเม้มปากแน่นกลั้นขำแต่ก็ไม่ไหว “ถูกกูดักมุกสิมึง ฮ่าๆๆ!” ชี้หน้าไอ้น่านน้ำที่กำลังเขียวๆ แดงๆ สลับไปมาอย่างสะใจ “จุ๊ๆ จะเล่นมุกไปไม่ได้เพราะกลัวพระ กลัวร้อนหรือมุกเป็นมารศาสนาดี” 

“ทำไมรู้ทัน!

“เพราะกูเคยเล่นมาแล้ว” หัวเราะจนไข่สั่นหมดแล้ว แค่ก เอาแค่หัวเราะปอดสั่นก็พอ

สีหน้าเพื่อนแต่ละคนดูดีขึ้นไม่น้อยเมื่อเห็นผมยืนหัวเราะร่า ผมหัวเราะอยู่นานก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้พวกมัน “ขอบคุณที่เป็นห่วง กูโอเค”

“ก็ดีแล้ว” หมอดินว่าเบาๆ แล้วก็เลิกสนใจผม

มึงช่วยมีมนุษย์สัมพันธ์มากกว่านี้ได้มั้ย!

หล่อหยิ่งและเย็นชากว่าไอ้บ้านี่มีอีกมั้ย

“ซ้อมกันต่อเถอะ” ผมคลี่กระดาษเนื้อเพลงแล้วโบกไปมา “ซ้อมเสร็จได้รีบกลับ”

หยุดเล่นและเริ่มซ้อมอย่างจริงจังใช้เวลาชั่วโมงครึ่งได้ก็เลิกซ้อม ต่างคนต่างลากสังขารกลับบ้าน ส่วนคนที่ต้องอยู่ซ้อมการแสดงเดี่ยวก็อยู่คนที่กลับบ้านก็กลับ วันนี้ต้องมีสองคณะ เพื่อนอีกคณะหนีไปกินข้าวเย็นบอกจะกลับมาซ้อมรอบดึก ให้ผมกับพิ้งค์ซ้อมไปก่อน

ผมถามพิ้งค์ดาวคณะตัวเองว่าจะให้ใครซ้อมก่อน ตอนนี้ในเวทีกว้างมีแค่ผม พิ้งค์ รุ่นพี่ประจำกองดาวเดือนสองสามคนแล้วก็พี่ไนน์ที่นั่งหน้าบูดเบื่อหน่ายอยู่อีกหนึ่ง

เพราะโดนลูกพี่ลูกน้องอย่างไต้ฝุ่นกำชับเสียงหนักปนอ้อนวอนเลยทำให้พี่แกนั่งอยู่นิ่งๆ ได้สักพัก

“มึงซ้อมก่อนเลย กูจะพัก!” แม่สาวห้าวว่าอย่างเหนื่อยๆ แล้วทิ้งตัวนั่งกับพื้นอย่างหมดสภาพ ผมมองข้อเท้าเปลือยของเธอแล้วสงสารนิดๆ มันดูแดงไม่น้อย  

“โอเค” เสียงผมค่อนข้างแหบกว่าปกติ เพราะวันนี้ซ้อมร้องประสานเสียงหลายรอบเลยแต่ผลลัพธ์โดยรวมก็ดีมาก

ผมหยิบไวโอลินขึ้นมาอย่างเบามือแล้วเดินไปคุยกับรุ่นพี่เกี่ยวกับไมค์เพื่อเทสต์เสียงไปด้วย รุ่นพี่บอกให้ให้ผมขึ้นไปรอบนกลางเวทีเลย ส่วนเขาก็วิ่งไปเตรียมไมค์และเสียงให้พร้อม

อันที่จริงผมก็ยังไม่ได้เตรียมเพลงมาหรอก คิดไปคิดมา...แค่ไวโอลินจะพอเหรอ

“แค่ไวโอลินไม่พอมั้ง” พี่ไนน์เอ่ยขึ้นขณะมองผม “ได้แค่เสียงดนตรีแต่ร้องเพลงไม่ได้"

ถ้าร้องเพลงขณะสีไวโอลินมันค่อนข้างยากเเต่ใช่จะเป็นไม่ได้เเต่ขยับปากขยับคอร้องเพลงไปด้วยเดี๋ยวก็สีไวโอลินเพี้ยนกันพอดี ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกเลยสุ่มๆ เลือกมาก่อน “ถ้าผมเปลี่ยนเครื่องดนตรีคงไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”

ถามรุ่นพี่ที่กำลังตั้งไมค์ให้ผม เขาก็ตอบให้ “เปลี่ยนได้ พวกพี่ให้ลงรายละเอียดไว้ก็เพื่อเตรียมสถานที่และเครื่องดนตรี แต่นับสองเอามาเองก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ ส่วนการเเสดงอยากเปลี่ยนก็ตามใจเรา”

“ไหนๆ ก็เอาไวโอลินมาแล้วก็เล่นสักเพลงสิ” พิ้งค์ทุบขาตัวเองไปพลาง

“เล่นเลยๆ!” พี่ไนน์สนับสนุนอีกเสียง

บางทีผมก็สงสัยว่าทำไมพี่แกไม่กลับไปสักที

เอาเถอะ เล่นสักเพลงก็ไม่ได้เสียหาย

ยกไวโอลินขึ้นมาวางประจำตำแหน่งเตรียมพร้อมแล้วขยับปลายนิ้วเล็กน้อยวางบนคอไวโอลินแล้วกดสายลง คันชักถูกยกขึ้นสีไปกับสายไวโอลินจนเกิดเสียงขึ้น

ตอนที่ผมเริ่มเล่นไวโอลินนั้นเห็นพี่เก้ากำลังเปิดประตูเข้ามา แม้จะอยู่ไกลแต่ผมก็เห็นเขาได้อย่างชัดเจนและรวดเร็ว เส้นผมสีเทาสว่างดูยุ่งๆ เเถมยังถูกดัดเป็นลอนเล็กๆ ส่วนใบหน้านั้นก็ดูสดใสเหมือนเดิมแต่ก็มีความเหนื่อยล้าจากการทำงานปรากฎให้เห็น ในมือพี่เก้ามีกระติกเก็บความร้อนอยู่ คาดว่าคงเป็นเครื่องดื่มของผมแน่ๆ

หัวใจของผมเต้นระรัวอีกครั้งกับความใส่ใจเอาใจใส่ทุกอย่างของพี่เก้า... บทเพลงคลาสลิกโชว์ทักษะถูกเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจนคนที่นั่งฟังอยู่ก่อนหน้างงไปตามๆ กัน

พี่เก้าชะงักเล็กน้อยแล้วพยายามฟังว่าเป็นเพลงอะไร เมื่อทำนองเด่นชัดขึ้นเรื่อยสีหน้าเขาก็เหม่อลอยเล็กน้อยคล้ายตกอยู่ในภวังค์ความคิด...

“เฮ้อ จีบกันไม่เกรงใจคนโสดเลย” เสียงจากรอบข้างไม่ได้เข้าหูผมนักเพราะความสนใจทุกอย่างมันถูกดึงไปอยู่ที่พี่เก้าตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาเดินเข้ามา

ไม่จำเป็นที่ต้องวนกลับมา

ไม่จำเป็นที่ต้องเอาน้ำอุ่นมาให้

เหนื่อยล้าขนาดนั้น...

แต่เขาก็มา

พี่เก้าเดินเข้ามาใกล้เวทีเพื่อมองผมชัดๆ เอียงคอเอียงหูสดับฟังเพลงใหม่ที่ทำให้หัวใจเบิกบานและพองโต... ผมสบตาพี่เก้ายิ้มๆ แอบเห็นแววตาปลิ้มอกปลื้มใจและที่มากกว่านั้นคือ...รัก

รักสุดหัวใจ

ยืนนิ่งๆ อยู่ครู่พี่เก้ามันก็ปีนขึ้นเวทีมาแล้วดึงไมค์ไปถือ ผมพยายามควบคุมสติไม่ให้หลุดและไม่เป็นลมไปก่อน ให้เพลงนี้กับพี่เก้าก็เหมือนบอกรักแล้ว แต่ถ้าพี่เขาร้องให้ผมอีก..

ผมคงตายแน่

หัวใจทำงานหนักเกินไปแล้ว
                ผมหลับตาลงแล้วยิ้มบางๆ ขณะสีไวโอลินมาถึงท่อนสำคัญ... พร้อมกันนั้นเสียงทุ้มเต็มไปด้วยแรงดึงดูดและพลังถูกเปล่งออกมามันทั้งน่าฟังและน่าหลงใหล

หลับตาและฟังด้วยหัวใจ


 “...เพราะมีเธอ... ชีวิตนี้จึงเดินมาไกลยิ่งกว่าความฝัน...
เพราะมีเธอ... ชีวิตฉันจึงเจอเส้นทางที่มีแสงไฟ
เป็นของขวัญที่สวยที่สุด
และมีค่าที่สุดสำหรับหนึ่งลมหายใจ

สัญญาว่าจะไม่ทิ้งไป... สัญญาจะวางหัวใจบนมือของเธอ


ใบหน้าของผมรู้สึกถึงฝ่ามืออบอุ่นที่วางแนบลงมาบนแก้มแล้วลูบเบาๆ ผมขยับเปลือกตาลืมขึ้นมองเขา เงาสะท้อนภาพของตัวเองในดวงตาสีเข้มของพี่เก้าทำให้ผมมีรอยยิ้ม

มือและนิ้วยังคงขยับต่อไปจวบจนจบเพลง ม่านหมอกในใจถูกปัดเป่าด้วยแสงอาทิตย์อันอบอุ่น ความมืดมิดในใจมีแสงไฟเล็กๆ ก่อตัวขึ้นก่อนจะกินพื้นที่อย่างช้าๆ

แม้ความมืดมิดจะยังอยู่

แต่ความอบอุ่นก็ไม่จากหาย

ผมขยับคอเล็กน้อยแล้วเอาไวโอลินลงจากบ่ามองพี่เก้าเงียบๆ แต่ในใจยังคงเต้นแรงไม่หยุด เราสองคนยืนมองหน้ากันไปมาเหมือนทำอะไรไม่ถูกจากนั้นก็หัวเราะให้กันเบาๆ

“เพิ่งเคยฟังพี่ร้องสดใกล้ๆ” กระแอมไอเล็กน้อยกลบอาการเขิน “เพราะดี...แต่น้อยกว่าผม” ปกติดูเเต่ไลฟ์สดพี่มันในไอจีกับเฟซบุ๊ก 

ใช่ๆ อย่ามาเทียบพรสวรรค์เสือนับนะ

เสือนับเก่งที่สุด!

พี่เก้าขยี้หัวผมอย่างเอ็นดู “ยอมครับ”

“ทำไมยอมง่ายจัง” ผมถามอดย่างแปลกใจพลางส่งไวโอลินให้พี่เก้าถือแทนแล้วตัวเองเดินไปหยิบกระติกเก็บความร้อนมาเปิด “เหนื่อยมั้ย”

พี่เก้าไม่มีอารมณ์หยอกเท่าไหร่คงเหนื่อยไม่น้อย

“นิดหน่อยครับ” รอยยิ้มเขาดูฝืดๆ จนผมคิ้วกระตุกเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ

“พี่โดน..” ทีมงานกลั่นแกกล้งมารึเปล่า...

ไม่ทันได้พูดอะไรเสียงโวยวายก็ดังผ่าขึ้นมาตัดบทสนทนาของผม

“นี่! ที่นี่ไม่ได้มีพวกมึงพวกคนนะเว้ย!” ไม่ต้องบอกว่าใครก็ต้องเดาออก คนโสดแล้วพาลที่ชื่อว่าไนน์ไง! “ทำงานเสร็จก็ถ่อมาหาเด็กถึงที่ ทักทายน้องตัวเองก่อนก็ไม่มี!

คนเป็นแฝดพี่กลอกตาใส่ทันที “อ้าว สวัสดีไนน์ ทันม่ะ”

“กวนส้นตีน!

ผมหัวเราะเบาๆ จนตาปิดก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่มให้ชุ่มคอ กระโดดลงจากเวทีก็ชี้กล่องไวโอลินให้พี่เก้าเก็บ พี่ไนน์ถลามาหาพวกเราทันทีแล้วก็งุ้งงิ้งใส่พี่ชายตัวเอง

“เก้า เค้าเฝ้าไอ้นับทั้งวัน เบื่อมากเลย” เอาหัวไถๆ ไปกับไหล่พี่เก้าทำตัวอ่อนไร้กระดูก “ต้องมีค่าขนมให้ไนน์นะ”

“เออๆ อยากได้อะไร”

“เงิน จะไปซื้อผู้ชายกิน! หิว!

พรวด! ผมสำลักน้ำทันทีกับประโยคนี้ของพี่ไนน์ นี่ นี่ หน้าตาระดับนี้พี่มึงยังต้องซื้อกินอีกเหรอ แล้วอย่างผมนี่ไม่ต้องซื้อกินแล้วแถมบ้านแถมคอนโดเลยเหรอ!

สีหน้าพี่เก้าที่กำลังอารมณ์ดีมืดครึ้มเหมือนพายุฝนทันทีดีดเหม่งพี่ไนน์ไปทีแล้วเลิกสนใจ

“พี่เห็นข้อความในไลน์แล้วนะ”

ผมตอบรับในลำคอเพราะยังดื่มน้ำอยู่

“พี่บอกแล้วนี่ว่าอยากให้มาอยู่ด้วยกัน”

โอเค เป็นอันรู้เรื่อง

“อย่ามาเมินกูนะพวกมึง!” ไนน์ถลึงตาใส่แล้วควงแขนพี่เก้า เฮ้ๆ ถึงจะเป็นพี่น้องกันแต่ผมก็หึงนะ! “ไนน์อยากกินปลาดิบ ไปกันๆ”

พี่เก้าส่ายหน้า “ไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้” พี่ไนน์ถามทันที ผมเองก็งุนงงเล็กน้อย อันที่จริงไปกันสามคนก็ได้ ไม่มีปัญหาอะไร เอ๊ะ หรือพี่เก้าจะชวนผมเดตอีกแล้ว

งั้น...พี่ไนน์

มึงไสหัวกลับไปซะ!

“ต้องไปกินข้าวกับบ้านนับสอง”

ผมหันขวับไปมองพี่เก้าทันที “หมายความว่าไง” น้ำเสียงของผมผิดจากเมื่อครู่ทันที อารมณ์ดีๆ เริ่มแทนที่ด้วยความขุ่นมัว

พี่ไนน์สังเกตเห็นว่าสีหน้าผมเย็นชาจนน่ากลัวก็ปิดปากเงียบ

“แด๊ดกับ กับ” พี่เก้าพลิกลิ้นใหม่ทัน “ผู้หญิงคนนั้นกำลังรออยู่ข้างนอก”

“งั้นเหรอ” น่าแปลกที่ผมรู้สึกเย้ยหยันมากกว่าที่จะเจ็บปวด

“ถ้าไม่อยากเจอก็...” ผมรู้ว่าพี่เก้ากำลังจะเสนอให้ผมออกทางประตูด้านหลังเพื่อหลบเลี่ยง

ผมส่ายหน้าปฏิเสธแล้วหันไปมองพี่เก้าแล้วเชิดมุมปากยิ้ม


“ผมจะไป”

“...”

“...จะไม่หนีอีกแล้ว”

 

ผม...เหนื่อยเเล้ว

ผม...ควรไปคุยกับพวกเขา


เพราะจิตใจที่สงบในวันนี้บวกกับความเจ็บลึกเกินทนของเมื่อวาน เเละยังมีคำพูดของพี่เก้า... 

ผมไม่อยากเจ็บปวดอีกเเล้ว

แม้ว่าจะพูดอวดเก่งเเต่ร่างกายมันก็สั่นน้อยๆ พี่เก้าเอื้อมมือมาจับมือผมไว้เเล้วบีบเบาๆ ริมฝีปากเเห้งผากกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอส่วนมือก็บีบมือพี่เก้ากลับ...

 

“ไปกับผมนะ พี่เก้า”

“ไม่ว่าจะไปที่ไหน พี่ก็จะไปกับนับสอง”

 

เหมือนได้เดินในดงอ้อยอีกครั้ง

ทุกอย่างกำลังหวานซึ้งดอกไม้เบ่งบาน...แต่

 

“ไนน์ไปด้วยคนสิ!

“...”

“สัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซน จะไปนั่งกินข้าวเงียบๆ เป็นกำลังใจให้!

 

กูไม่ต้องการ!



---------

พี่เก้า = ผัวเเห่งชาติ

มีขายมั้ยคะ อยากได้!!

ลูกเรากำลังเข้มเเข็ง!

ฉู้ ฉู้

เเต่พี่ไนน์...พี่ควรนอนพักนะคะ555555

#นับเก้ารัก




 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16.095K ครั้ง

1,210 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 เมษายน 2562 / 22:45
    เอ็นดูพี่ไนน์ บอกเป็นแฝดนับสองยังเชื่อกว่า555
    #55514
    0
  2. #54962 NuiKKS (@NuiKKS) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 14:25
    รักพี่เก้าจัง❤❤
    #54962
    0
  3. #54870 LHMxoxo. (@0990990) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 13:54
    ไนน์=นับ
    #54870
    0
  4. #54816 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 14:57
    ไนท์

    น่ารักร่าเริ่ง เหมือนโคลนนิ่งนับมาเลย

    กลัวความร่าเริงของไนท์จะเป็นแค่เพียงการกลบเกลือนมุมมืดของตัวเองเหมือนนับสอง
    #54816
    0
  5. #54683 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 22:08
    อิพี่ไนน์ ว้อยยยยยยย!!
    #54683
    0
  6. #54676 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 15:23
    ถ้าพี่สาวตาย แล้วพี่เขยจะหล่อรวยขนาดไหนกูก็ไม่เอาอะ ไม่ไหว ให้หลานเรียกว่าแม่อะได้อยู่

    โอเคมาก แต่ให้กินต่อจากพี่สาวนี่กูไม่เอา ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่พูดกันสนุกปากหรอ โอ้ะลืมไป ผัวรวยไง แคร์ทำไมขี้ปากคน เหอะๆ
    #54676
    0
  7. #54200 661295 (@661295) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 09:15
    อยากมีผัวเป็นพี่เก้า
    #54200
    0
  8. #54122 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:44
    อภิมหาผัวเว่อๆๆเลยพี่เก้า น้องนับไปทำบุญวัดไหนบอกแม่สิลูก ฮื่อออ อยากได้
    #54122
    0
  9. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 13:42
    พี่เก้าแสนดี ส่วนพี่ไนน์คือเด็กอะ ขัดเก่งงง555555. แต่เรื่องแผ่นดินไหวนี่ยังไงอะ
    #54077
    0
  10. #54050 EunHae_Forever (@love_eunhae) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 23:05
    ร้องไห้หนักมากจริงๆ มันเจ็บ เจ็บลึกอยู่ข้างใน อึดอัดไปหมด ฮืออ
    #54050
    0
  11. #53986 Berrymint_ (@Berrymint_) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 13:16
    พี่เก้ามีขายไหมคะ..
    #53986
    0
  12. #53682 nichanannnn (@nichanannnn) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 23:17
    ฮืออออออ พี่เก้าแสนดีมากๆ แบบมั่กๆ ใจชั้นน
    #53682
    0
  13. #53665 kamonwannnnn (@kamonwannnnn) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 14:24

    ร้องไห้หนักมาก ฮืออออออออออ
    #53665
    0
  14. #53205 Piawriku_MN (@Piawriku_MN) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 11:47
    เอ็นดูพี่ไนน์อ่ะ😆
    #53205
    0
  15. #52707 TifunNSlove (@TifunNSlove) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:56
    ลูกนับสู้ๆนะลูก
    #52707
    0
  16. #52649 Airzaa1810 (@Airzaa1810) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:01
    อยากมีพี่เก้าแบบนับสองบ้าง
    #52649
    0
  17. #52571 sharkwowll (@phuensongkram) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:57
    มีพี่เก้าขายไหมค่ะ🙏🙏
    #52571
    0
  18. #52566 Thunx2 (@thunthan) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:14
    โห้ยยย พี่'น้องไนน์' น่าร้ากกกกก ฮื่อออ คือก็เห็นใจนับสองค่ะ แต่พี่ไนน์น่ารักอะ อีกสองนับสองก็มีพี่เก้าอยู่แล้วไง 555555
    #52566
    0
  19. #51920 easywaysamui2002 (@easywaysamui2002) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:42
    มีพี่เก้าขายไหมคะ? เท่าไหร่ก็เปย์ค่ะ ขอแค่บอกมา
    #51920
    0
  20. #51917 อายุ (@24344454) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:14
    พี่ตินเอาไนน์ไปเลยยย
    #51917
    0
  21. #51582 Ayaaaaaa (@Ayaaaaaa) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:30
    ที่หนึ่งในใจพี่ไนน์เท่านั้นนนนน
    #51582
    0
  22. #51550 TheLastManStanding137 (@punjabra) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:03
    ยัยพี่ไนน์~ น่ารักกกกก
    น้องนับสู้ๆ
    #51550
    0
  23. #51131 smiilec (@smiilec) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:47
    555555ชอบพี่ไนน์จัง
    #51131
    0
  24. #51051 KHUNKHOEI (@KHUNKHOEI) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:28
    สงสารนับสองอะแงงงง
    #51051
    0
  25. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:06
    ไนท์55555
    #51045
    0